Bride 18 เจ้าสาวตัวร้าย

ตอนที่ 6 : EP05: การแต่งงานไม่ต้องอาศัย... [Loading100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 472 ครั้ง
    7 พ.ย. 59

EP05

การแต่งงานไม่ต้องอาศัย...

“ออกไปคุยกับพี่ข้างนอกไหมกิ่ง”

By Earth.



“สู่ขอ!” เมื่อได้สติป้าสายและพี่มิ้นท์จึงตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน เสียงดังซะจนเซจที่นอนหลับอยู่ในเปลใกล้ๆ สะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องไห้จ้าด้วยความตกใจ ร้อนถึงคนที่เป็นพ่ออย่างคุณเคทต้องรีบถลาไปปลอบยกใหญ่

 

“ครับ เมื่อเช้ากิ่งวิ่งออกจากบ้านในสภาพที่ไม่เรียบร้อย แถมยังไปพบกับท่านผู้บังคับบัญชาของผมโดยบังเอิญอีก” ขนแขนลุกพรึ่บตอนที่นึกย้อนถึงเรื่องเมื่อเช้า ฉันตะโกนออกไปว่า ไอ้คนวิตถาร ไอ้อธิปบ้ากาม ไอ้ผู้ชายเลวทรามข่มขืนเด็ก!’

 

ซวยแล้วไงไอ้กิ่ง!

 

“...” ยิ่งรู้ว่าทำพลาดไปแบบนั้นฉันยิ่งพูดไม่ออก แต่ประโยคถัดมาทำเอาอยากจะลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีอีกสักรอบ

 

“ไม่แต่ง... เห็นทีจะไม่ได้แล้วล่ะครับ”

 

“ผมเข้าใจความรู้สึกท่านนะครับแต่ก็อยากจะถามความสมัครใจของกิ่งด้วย” ดีที่คุณผู้ชายยอมทัดทานท่านอรรณพไว้บ้าง จากนั้นจึงหันมาถามฉันด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย “...เอายังไงกิ่งจะตัดสินใจยังไงล่ะเรา”

 

“หนู...”

 

ความกดดันอันมหาศาลเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ เมื่อทุกสายตาหันมามองอย่างคาดหวัง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ฉันจะสามารถตัดสินใจในเสี้ยววินาทีได้ยังไง ต้องแต่งกับคนที่ไม่ได้รักแต่กลับ...

 

“ออกไปคุยกับพี่ข้างนอกไหมกิ่ง” ขณะที่บ่อน้ำตาของฉันใกล้แตก นายอธิปก็พูดขึ้นมา ถึงจะเหมือนการถามความสมัครใจแต่แววตาคู่นั้นกลับบังคับอย่างชัดเจน “ตกลงกันให้ได้ก่อนค่อยมาบอกผู้ใหญ่อีกทีคงไม่สาย...”

 

นรกชัดๆ! ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือการออกไปตกลงกับเขาอย่างนั้นเหรอ... สวรรค์เล่นตลกอะไรกับเด็กอย่างฉันกันแน่เนี่ย พอชั่งน้ำหนักความกระอักกระอ่วนระหว่างนั่งให้ผู้ใหญ่จ้องหน้าและการเดินออกไปข้างนอกกับนายอธิป จึงจำใจเลือกอย่างหลัง

 

“ค่ะ” ฉันตอบพลางคลานอย่างยากลำบากเพราะหัวเข่าเป็นแผล ผ่านหน้าผู้ใหญ่แล้วลุกขึ้นเดินนำออกมายังสวนหลังบ้านซึ่งค่อนข้างเงียบ

 

รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ป่าที่กำลังหวาดระแวงเพราะทุกย่างก้าวต้องคอยเหลือบสายตามองว่าเขาเดินเข้ามาใกล้เกินระยะปลอดภัยหรือเปล่า

 

“นี่” คำพูดพยางค์เดียวสั้นๆ ทำเอาฉันสะดุ้งโหยงรีบกระโดดผลุงยกมือสองข้างขึ้นตั้งการ์ดเหมือนนักมวยโดยอัตโนมัติเมื่อร่างสูงก้าวขาทีเดียวเข้ามาประชิดตัว... ตั้งทั้งที่ไม่เคยเรียนต่อยมวยเนี่ยแหละ! “ตั้งการ์ดทำไม?... จะต่อยฉันเหรอ”


“อยู่ให้ห่างเลย!” ฉันขู่ฟ่อ

 

“คิดว่าต่อยโดนหรือไง แขนป้อมๆ สอยขึ้นมาถึงปลายคางฉันได้แน่เหรอ” มุมปากของเขากระตุกเหมือนกำลังกลั้นยิ้ม แถมยังยกมือขึ้นมาแตะปลายคางตัวเองอย่างกวนอารมณ์

 

แม้ไม่ได้พูดตรงๆ แต่สายตาล้อเลียนนั้นไม่ต่างอะไรจากการตะโกนด่าแสกหน้าว่า เตี้ยแบบนี้จะมีปัญญาทำอย่างที่ขู่แน่เหรอ สักนิด

 

และถึงจะทำได้อย่างปากพูดจริง ก็รู้หรอกว่าแรงอันน้อยนิดคงประทุษร้ายร่างกายถึกทนไม่ได้มาก... ขนาดฟาดขาเข้าต้นคออย่างแรงขนาดนั้นเขายังไม่สลบเลย!

 

“แล้วนี่ทำไมไม่ยอมอาบน้ำ” ดวงตาคมหลุบลงมองร่างกายของฉันซึ่งรีบยกแขนขึ้นกอดอกด้วยแววประหลาดใจ “เก็บหลักฐานไว้ไปแจ้งความเหรอ...”

 

“เออ!” ปกติฉันถูกอบรมให้มีมารยาทกับคนที่อายุมากกว่า แต่ผู้ใหญ่แบบนี้มันไม่น่าเคารพสักนิดจึงกระแทกเสียงใส่โดยไม่เกรงกลัว  ไหนๆ พวกคุณท่านก็รู้เรื่องแล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรอีก “หนูจะไปตรวจร่างกายแล้วแจ้งความว่าถูกข่มขืน!

 

“ฉลาดจัง” เป็นอีกครั้งที่นายอธิปค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น แต่คราวนี้มันกว้างซะจนทำให้ดวงตาคมกลายเป็นสระอิ ก่อนจะคลายออกอย่างรวดเร็วราวกับตัวร้ายในละคร “...แต่ช่วยแยกให้ออกด้วยว่าข่มขืนกับสมยอมแตกต่างกันยังไง”

 

“...”

 

“ส่วนไหนของร่างกายที่แสดงให้เห็นว่าฉันข่มขืนเธอบ้างยัยเด็กแคระ...” นิ้วมือเรียวยาวกวาดขึ้นลงในอากาศ ไล่ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าของฉัน แถมยังปฏิเสธแทนฉันเสียงสูง “ไม่มี๊!

 

เมื่อได้ฟังฉันก็รีบก้มลงสำรวจตัวเอง นอกจากความร้าวระบมทั่วร่างแล้วมันไม่มีร่องรอยเขียวช้ำสักนิด อะเมซซิ่ง!... ฉันควรจะปลื้มใจไหมที่เขาเก่งขนาดนี้

 

“จิตใจคุณวิปริตหรือไงทำไมถึงได้มาทำกับหนูแบบนี้!” พอรู้ซึ้งถึงความเป็นจริงน้ำตาของความเจ็บใจก็เริ่มเอ่อขึ้น... เท่ากับว่าฉันทำอะไรเขาไม่ได้เลยอย่างนั้นสิ “ฮึ่ก!... ใจร้าย!

 

“เข้าใจซะใหม่” น้ำตาของฉันคงทำให้จิตสำนึกของนายอธิปกลับมาสักครู่หนึ่ง โทนเสียงที่ใช้พูดจึงลดความกวนอารมณ์ลง “ฉันไม่ได้ใจร้ายแต่เธอเป็นคนพูดเองว่าอยากทำอะไรก็ทำไปคนเดียวเลย หนูขอนอนนิ่งๆ แบบนี้แหละ

 

เฮ้ย! ฉันไปพูดแบบนั้นตอนไหน?! ขณะที่กำลังจะอ้าปากเถียงเขาก็สำทับเรื่องราวอันแสนโหดร้ายขึ้นมาอีก


“เป็นแม่บ้านแต่มานอนสะลึมสะลือในห้องนายจ้าง ควรโทษตัวเองด้วยหรือเปล่า” เจอประโยคนี้เข้าไปถึงกับสะอึกเหมือนกัน เมื่อเห็นฉันยอมเงียบฟังเขาจึงพูดต่อ “ ห้องนอน มันบ่งบอกถึงความเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว คนที่เข้ามานอนได้ก็ต้องเป็นเจ้าของห้องกับ...”

 

คำที่ถูกละไว้ไม่ต้องพูดให้มากความก็สามารถเข้าใจความหมายได้ เพียงครู่เดียวสมองพลันฉุกคิดถึงผู้หญิงสาวสวยซึ่งมาถามหา คุณเอิร์ธ แล้วฉันไม่ยอมให้เข้าไปรอเพราะเธอโทรติดต่อเจ้าของบ้านไม่ได้

 

อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนของเขาน่ะ!

 

“นาย เอ๊ย!” ฉันเกือบหยุดคำเรียกขานเอาไว้แทบไม่ทันตอนเห็นเขานิ่วหน้า “คุณนัดผู้หญิงมาหาที่บ้าน...”

 

“ใช่” คนตัวสูงไม่รอฟังคำถามให้จบ แต่ตอบสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พอเดาเรื่องราวออกหรือยัง”

 

เดาออกแล้วยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้ไม่สามารถหาทางแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ คนเสียหายมันก็เป็นฉันอยู่ดี!

 

“เรามาแต่งงานกันเถอะ ฉันคิดทางแก้ปัญหาออกแค่นี้แหละ”

 

“คุณจะบ้าเหรอ หนูอายุแค่สิบแปดเองนะ ใครจะไปอยากแต่งงานกันเล่า!” ฉันแทบจะเอามือทึ้งหัวตัวเอง วัยนี้สิ่งกังวลใจควรเป็นเรื่องผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่การหาสามี! “รักก็ไม่ได้รักสักหน่อย”

 

“แล้วใครบอกล่ะว่าการแต่งงานต้องมาจากความรัก” คำตอบนั้นทำให้สมองของฉันหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ความคิดเขาช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน “แต่งเพื่อพ่อไม่ต้องมีปัญหากับผู้บังคับบัญชาและไม่ให้ไอ้พีทฆ่าฉันเท่านั้นก็พอ”

 

“...”

 

“ฟังให้ดีนะกิ่ง...”

 

“คุณยังสติดีอยู่ไหมเนี่ย!” ฉันกรีดร้องเสียงหลงเมื่อร่างสูงไม่พูดเปล่าแต่กลับย่างสามขุมเข้าประชิดตัวอีกรอบ “ขืนเข้ามาใกล้กว่านี้หนูจะเตะเป้าคุณจริงๆ ด้วย!

 

“อย่ามาขู่ซะให้ยากเลย”

 

ขู่เข่อที่ไหนกันเล่า กิ่งศรีพูดจริงทำจริงนะ!

 

เมื่อเห็นว่ายังไงคนตัวสูงก็ยังคงไม่หยุดจึงรอจังหวะ พอเขาก้าวมาอยู่ในรัศมีของขาจึงเหวี่ยงมันขึ้นหวังจะกระแทกกล่องดวงใจ แต่คราวนี้หน้าแข้งแข็งๆ กลับเบี่ยงองศามากันไว้อย่างรวดเร็ว

 

“โอ๊ย!


ฉันร้องเสียงหลงเมื่อความเจ็บแล่นปรี๊ดตั้งแต่ท่อนขายันก้านสมอง ได้แต่ยกขาขึ้นยืนกระต่ายขาเดียวกระโดดไปมาน้ำตาคลอเบ้า

 

“ก้านคอครั้งเดียวก็เกินพอแล้วไอ้เด็กแคระ” ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มขึ้นอย่างสะใจ “อย่าคิดจะมาทำร้ายส่วนอื่นของร่างกายฉันได้อีกเลย”

 

ตั้งแต่เกิดมาจนอายุสิบแปดปียังไม่เคยมีวันไหนเลยที่ฉันรู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้ การโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้มันช่างทรมานเหลือเกิน

 

“ฟังให้ดีนะเด็กน้อย” มือของเขาตวัดฉับมาคว้าต้นแขนของฉันไว้อย่างรวดเร็ว มันแน่นซะจนไม่สามารถถอยหนีได้อีก “เธอจะยอมเสียตัวฟรีๆ เหรอ บอกไว้ก่อนเลยว่าเมื่อคืน... ฉันไม่ได้ข่มขืน”

 

“...” ฉันพูดไม่ออกได้แต่กัดฟันด้วยความเจ็บใจ เริ่มเอนเอียงไปตามที่คนตรงหน้าพูด เพราะหลักฐานก็แสดงให้เห็นว่าเป็นอย่างนั้น

 

“แต่งเถอะ เดี๋ยวจะหย่าให้ มันเป็นการรักษาชื่อเสียงของพ่อฉัน” ดวงตาคมสบเข้ากับตาของฉันอย่างแน่วแน่ “ถ้าเป็นเด็กฉลาดจริงก็คงรู้ใช่ไหมว่าทรัพย์สินที่ได้มาหลังสมรส หากหย่าแล้วจะต้องแบ่งกันครึ่งหนึ่ง ...มันคงเป็นสิ่งเดียวที่ฉันสามารถชดใช้ให้เธอได้”

 

ความจริงข้อนี้เล่นเอาสมองของฉันวิ่งเร็วจี๋ นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะเสนอให้เราแต่งงานแล้วค่อยหย่าทีหลังในคราวเดียวกัน คนบ้าอะไรเนี่ย?!

 

“มีข้อตกลงที่ดีกว่านี้มั้ย เอ๊ย! ไม่ใช่” ความตรงไปตรงมาของนายอธิปทำฉันจิตหลุดนิดหนึ่ง ก่อนยกหลังมือข้างที่ว่างขึ้นปาดน้ำตา เมื่อตั้งสติได้และชั่งน้ำหนักเหตุการณ์แล้วจึงตัดสินใจถามคำถามสำคัญ “หนูหมายถึงว่าถ้ารับข้อเสนอ ระยะเวลาที่เราต้อง... อยู่ในสถานะแต่งงานมันนานเท่าไหร่”

 

“จนกว่าจะเรียนจบมหาวิทยาลัย”

 

“สี่ปี!” ฉันตะโกนเสียงดังลั่น พอรู้ตัวจึงรีบยกมือขึ้นตะครุบปากตัวเองไว้เพราะเกรงว่าจะมีคนอื่นได้ยินข้อเสนอแสนเพี้ยนนี้ ครู่หนึ่งจึงแยกนิ้วออกแล้วกระซิบ “...นานไปไหมคุณ”

 

“ถ้าไม่คิดจะมีแฟนในช่วงสี่ปีนี้ก็ไม่นานหรอก ตั้งใจเรียนให้จบแล้วค่อยหย่า” เขายอมปล่อยมือออกจากต้นแขนพอเห็นว่าฉันยอมสงบลง “สี่ปีรายได้ฉันก็หลายล้านอยู่นะ”

 

อื้อหือ... มีโฆษณารายได้ตัวเองเพื่อชวนเชื่อด้วย!


“ถึงเวลาจ่าย ต้องจ่ายจริงไม่ตุกติกหนูแน่นะ” ครู่หนึ่งฉันจึงถามย้ำเพื่อประกอบการตัดสินใจ สิ่งที่เขาแย่งไปมันไม่ใช่พรมเช็ดเท้าจะได้ขอคืนแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“ไม่ตุกติกแน่ เอาเป็นว่าตกลงตามนี้...”

 

“ยังสิ!” คิดว่าแค่เอาเงินมาล่อฉันจะยอมง่ายๆ หรือยังไงกันเล่า “หนูยังไม่ได้พูดข้อเสนอของตัวเองเลยนะ”

 

“ข้อเสนออะไร แต่งงานกันในนามแลกกับเงินเยอะแยะยังไม่พออีกเหรอเด็กแคระ” ดวงตาวาววับหรี่ลงอย่างไม่ไว้ใจ

 

“คุณยังไม่ได้พูดถึงเรื่องหลังแต่งงานเลยนี่ ถ้าบอกว่าหนูทำร้ายคุณครั้งเดียวก็เกินพอ เรื่องเมื่อคืนคงเหมือนกัน... สำหรับหนูครั้งเดียวมันก็เกินพอแล้ว” ฉันต้องการคำยืนยันว่าระหว่างเราจะไม่มีอะไรเกินเลยอีก “คุณต้องการอะไรจากหนูแค่ไหนก็ไม่ได้บอกให้ชัดด้วย... ใครจะกล้าตัดสินใจล่ะ”

 

“อ้อ” ดูเหมือนนายอธิปจะรู้จุดประสงค์ที่ต้องการสื่อ จึงพยักหน้าหงึกหงักก่อนยิ้มพราย “เราจะค่อยๆ รักกันแต่เว้น เรื่องนั้น เอาไว้”

 

“หา?” ไม่รู้ว่าฉันหูฝาดไปหรือคำพูดเขากำกวมกันแน่ ร้อนถึงคนโตกว่าต้องอธิบายเสริม

 

“เราไม่ได้รักกัน แต่หลังจากแต่งงานเราต้องค่อยๆ แสดงออกให้คนอื่นเข้าใจว่า เริ่มรักกันฉันจะไม่ล่วงเกินอะไรเธอมากกว่าจับมือ” ฉันผงะไปนิดเมื่อมือหนาคว้าหมับเข้ากับข้อมือ

 

เมื่อเช้าได้ยินใครสักคนเรียกเขา เฉื่อย แต่ปากว่ามือถึงรวดเร็วอย่างกับเหยี่ยวถลามาตะครุบเหยื่อแบบนี้ สมควรถูกตั้งฉายาว่าเฉื่อยจริงเหรอ

 

“อ้อ! อีกอย่างหนึ่ง... ฉันมีญาติผู้ใหญ่ให้ต้องรักษาความรู้สึกอยู่ สิ่งที่เด็กแคระอย่างเธอต้องทำคือเข้าหาพวกท่านด้วย” สัมผัสจากมือหนาซึ่งบีบกระชับขณะพูดทำฉันเหงื่อตก “ฉันขอเท่านี้ นอกจากนั้นเธออยากได้อะไรฉันจะทำทุกอย่าง ให้เหมือนที่สามีทำเพื่อภรรยา”

 

มีเพียงประโยคหลังที่เข้าเค้าว่าฉันกำลังโดนผู้ชายคนหนึ่งขอแต่งงาน ความจริงนายอธิปไม่ได้แก่อะไรมากมาย เป็นเพื่อนคุณพีทได้ก็แสดงว่าเพิ่งเรียนจบไม่กี่ปี...

 

“ตกลงจะแต่งหรือไม่แต่ง” แรงกระตุกตรงแขนเล่นเอาฉันสะดุ้งโหยง หลุดจากภวังค์ที่กำลังคำนวณอายุคร่าวๆ ในใจ “ให้เลือกครั้งนี้ครั้งเดียว จะไม่มีการถามซ้ำอีกแล้วนะ”

 

“...”

 

“ถ้าแค้นกันจนตกลงไม่ได้ ก็ไปแจ้งความดำเนินคดีกับฉันซะ”

 

แต่งหรือไม่แต่งดีนะคำถามเกิดวนในสมองซ้ำๆ เมื่อตอนที่ฉันเงยหน้าขึ้นไปสบเข้ากับนัยน์ตาทอประกายหนักแน่น สวนทางกับคำพูดแสนกวนประสาทคู่นั้น หากตกลงแต่งงานนายอธิปจะทำตามคำสัญญาไหม แล้วถ้าไม่แต่งฉันจะเอาเรื่องเขาได้จริงหรือเปล่า

 

“ตะ... แต่งก็ได้” หลังจากชั่งน้ำหนักอยู่ครู่หนึ่งคำตอบที่รู้ดีว่ามันจะผูกติดอิสรภาพไว้กับผู้ชายตรงหน้าก็หลุดออกมาจากปากราวกับต้องมนตร์


“ฉลาด!” เจ้าตัวยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ ตั้งแต่เจอกันนี่คือคำชมประโยคแรก “ถือว่าเราเข้าใจตรงกันนะเด็กแคระ ตอนนี้ไปบอกผู้ใหญ่ได้แล้วว่าเธอตกลงจะแต่งงานกับฉัน”

 

คำสั่งของว่าที่สามีประหลาดๆ ทำให้ฉันรีบพยักหน้าแทนการตอบคำถาม ขณะที่กำลังจะปลดพันธนาการออกจากแขนมือหนากลับกระชับให้แน่นยิ่งขึ้น

 

“อ้อ! เกือบลืม...” นายอธิปยิ้มจนตาเป็นสระอิอีกครั้ง ก่อนล้วงมือว่างเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แล้วหยิบโทรศัพท์ที่ลืมไว้มายัดคืนใส่มือฉัน “หลังจากนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่ให้เรียกฉันว่า พี่เอิร์ธ พวกท่านจะได้ให้ความเอ็นดู ไม่มองว่าเธอเป็นเด็กปีนเกลียว!

 

---------

“น่ารักมากเลยจ้า” มือเล็กลูบผมยาวสลวยจนถึงกลางแผ่นหลังของฉันสองสามครั้งอย่างเอ็นดู เพราะวันนี้พี่มิ้นท์รู้ว่าฉันต้องไปบ้านคุณยายของนายอธิปจึงเรียกขึ้นมาหาตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อแต่งหน้าทำผม

 

หลังจากวันที่พ่อของเขามาคุยกับพวกคุณท่านและป้าสาย ก็ไม่ได้ข่าวคราวจากผู้ชายคนนั้นหนึ่งเดือนเต็มๆ มีแต่คุณพีทที่มาขอโทษฉันด้วยใบหน้าเขียวช้ำเพราะโดนคุณเคทต่อย จนเมื่อวานนี้แหละที่โทรมาออกคำสั่งปนขู่ว่า

 

พรุ่งนี้เตรียมตัวด้วย จะพาไปกราบสวัสดีคุณยายตอนเก้าโมงเช้า ขอแบบเรียบร้อยน่ารักเพราะท่านค่อนข้างเจ้าระเบียบ

 

คำว่า ค่อนข้างเจ้าระเบียบ ทำให้ฉันรู้สึกอยู่ไม่สุขนิดๆ เนื่องจากรู้ดีว่าตัวเองห่างไกลจาก เรียบร้อยน่ารัก ไกลโข

 

“คันตาจังเลยพี่มิ้นท์” ฉันกำลังจะขยี้ตาแต่กลับถูกตะปบมือห้ามซะก่อน

 

“หยุดเลย เดี๋ยวมาสคาร่าเลอะ”

 

“ไม่เห็นต้องแต่งหน้าเลย ไปแบบหน้าโล้นๆ แต่แต่งตัวเรียบร้อยไม่ได้เหรอ” บ่นเสร็จฉันก็กะพริบตาถี่ๆ เพราะต้องการให้อาการระคายเคืองบรรเทาเบาบางลง กระจกกรอบหลุยส์ตรงโต๊ะเครื่องแป้งสะท้อนให้เห็นภาพเด็กผู้หญิงปากนิดจมูกหน่อย ในชุดมินิเดรสแขนสั้นสีชมพูอ่อนซึ่งขอยืมจากพี่มิ้นท์อีกตามเคย

 

“จะได้เหมาะสมกับพี่เอิร์ธหน่อยไง เพราะกิ่งตัวเล็กเลยดูเด็กมากเกินกว่ากว่าแต่งงานไปนิด...” ท้ายประโยคของเธอเบาเสียงลง จะว่าไปก็ไม่มีใครกล้าถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันแม้แต่คนเดียว คาดว่าคงไปคาดคั้นเอากับคุณพีทเรียบร้อยแล้ว


เมื่อใกล้ถึงเวลาฉันจึงหันซ้ายขวาสำรวจดูตัวเองผ่านกระจกอีกครั้ง แล้วก็พบว่าการแต่งหน้าบางๆ ด้วยฝีมือพี่มิ้นท์ทำให้ดูอายุเพิ่มขึ้นมาอย่างที่เธอพูดจริง

 

เพราะเราเปิดหน้าต่างกระจกเพื่อให้อากาศถ่ายเทในยามเช้า ครู่หนึ่งจึงได้ยินเสียงรถยนต์ดังขึ้นมาถึงบนห้อง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร

 

“หนูไปก่อนนะคะพี่มิ้นท์ แล้วตอนเย็นเจอกัน” ฉันยกมือไหว้เธอเร็วๆ ก่อนจะวิ่งลงบันไดมายังชั้นล่าง พอดีกับที่นายอธิปเข้ามาถึงโถงทางเดิน “ไม่ต้องเข้ามา! ไปกันเลยดีกว่าเดี๋ยวจะสาย”

 

เนื่องจากฉันไม่อยากให้เขาได้เจอกับป้ากลัวว่าจะเกิดสถานการณ์ชวนกระอักกระอ่วนอีก จึงจงใจเอาเรื่องเวลามาอ้าง

 

“ได้” เจ้าของร่างสูงก้มลงมองฉันนิดหนึ่ง แล้วยอมกลับหลังเดินนำไปขึ้นรถยนต์สีเทาคันหรู ตอนแรกคาดว่าสภาพภายในคงรกรุงรังไม่ต่างจากบ้านแต่กลายเป็นว่าคิดผิดถนัด มันสะอาดมาก ตรงที่วางแก้วมีของแค่สามอย่างวางอยู่นั่นคือ ซองบุหรี่ ไฟแช็กและโทรศัพท์มือถือ

 

“เราจะไปที่ไหนกันเหรอ” อาจเป็นเพราะช่วงที่เสีย สิ่งนั้น ไปฉันไม่ได้รู้ตัว พอเวลาผ่านมาพักหนึ่งความรู้สึกแย่จึงบรรเทาเบาบางลงประกอบกับเขายอมรับผิด เลยกล้าพูดคุยมากขึ้น “ไม่ต้องตอบว่าบ้านคุณยายนะ หนูหมายถึงว่ามันอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย”

 

“นนทบุรี”

 

“อ้อ” เมื่อรู้ถึงจุดมุ่งหมายฉันจึงพยักหน้าหงึกหงักแล้วยกมือขึ้นมาแกะเล็บเล่นเพราะยังประหม่านิดหน่อย

 

วันนี้เขาดูดีในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนซีดๆ พอไม่ได้เจอกันในสถานการณ์ชวนปั่นป่วนก็เพิ่งสังเกตว่าผู้ชายคนนี้รูปหน้ามีสไตล์มาก ดูคมเข้มไปซะทุกส่วน ดวงตาเรียวรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูปสีชมพูคล้ำ

 

ถ้าเจอกันในช่วงเวลาดีๆ ฉันคงหวีดและกรีดร้องเพราะความหล่อจนน่าใจหายนี้มาก แต่สองครั้งแรกที่เราเจอกันดันมีแต่ความวิบัติ!... นาทีนี้ความหล่อคงช่วยอะไรไม่ได้

 

“หนูปวดฉี่อ่ะคุณ” หลังจากนั่งรถมาชั่วโมงกว่าฉันก็จำต้องทำลายความเงียบขึ้นอีกครั้ง

 

“อั้นไหวหรือเปล่า อีกสิบนาทีก็ถึงบ้านสวนแล้วนะ”

 

“มันจะแตกแล้วน่ะสิคะ”

 

หลังฟังฉันพูดจบประโยคเขาก็ตวัดสายตามามองอย่างไม่อยากเชื่อ

 

“พอถึงบ้านแล้วอย่าไปพูดไม่สุภาพแบบนี้ต่อหน้าคุณยายเชียว เดี๋ยวโดนหยิกเนื้อแหว่งจะหาว่าไม่เตือน!

 

“ค่ะๆ เลี้ยวเข้าปั๊มให้หนูก่อนนะ” ฉันแทบจะตะกุยแขนล่ำๆ เหมือนลูกหมาเมื่อเห็นว่าข้างหน้ามีปั๊มน้ำมันพอดี “...นะคะคุณเอิร์ธขา”


“พูดแบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย” เขายกยิ้มขึ้นตรงมุมปากแล้วยอมเลี้ยวรถขับตรงเข้าไปยังห้องน้ำซึ่งอยู่ติดกับร้านกาแฟชื่อดัง ห่างออกมาจากโซนหัวจ่ายน้ำมันค่อนข้างมาก

 

เมื่อรถจอดสนิทฉันก็ไม่รอช้ารีบเปิดประตูลงไปปลดทุกข์ในห้องน้ำหลังจากทนอัดอั้นมาพักใหญ่ พอเสร็จเรียบร้อยจึงเดินอย่างสบายตัวออกมาด้านนอก กำลังจะกลับไปที่รถแต่พบว่านายอธิปนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หินด้านหน้าร้านกาแฟ มือหนึ่งกดโทรศัพท์ส่วนอีกข้างคีบบุหรี่เอาไว้

 

“ปลอดโปร่งโล่งสบายหายห่วง พร้อมเดินทางต่อแล้วค่ะ” ฉันก้าวขาไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้ชายตัวโตซึ่งขนาดนั่งส่วนสูงยังมากกว่าตัวเอง พลางยกมือขึ้นลูบท้องน้อยประกอบคำพูด กว่าจะรู้ว่าเผลอทะลึ่งเกินพอดีก็ตอนที่เขาส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

 

“คำพูดคำจา...” ขณะที่พึมพำนายอธิปก็เบนมือข้างที่คีบบุหรี่ไปอีกทางหนึ่ง “น่าจับตีก้นให้หายทะลึ่งจริงๆ”

 

“อยู่กับวัยรุ่นต้องทำใจ”

 

“ส่วนสูงไม่น่าใช่วัยรุ่น... นี่มันวัยเด็กชัดๆ!” มือหนาปล่อยโทรศัพท์ลงบนตักก่อนหยิบแก้วเครื่องดื่มสีขาวมายื่นให้ “กินนมซะนะ จะได้ตัวสูงๆ”

 

เวรกรรมอะไรหนอที่ทำให้กิ่งศรีต้องเกิดมาตัวแค่นี้ ใครๆ ก็พากันรุมเหยียบย่ำ คิดแล้วก็ได้แต่สะท้อนใจ รู้สึกปวดร้าวราวกับตัวเองคือพจมานแห่งบ้านทรายทองซึ่งถูกคุณหญิงเล็กดูถูกเหยียดหยาม จึงเอื้อมมือรับแก้วนมมายกขึ้นดูดพลางจ้องหน้าคม แล้วด่าแบบไม่ออกเสียงอย่างเคียดแค้น ไอ้คนตัวสูง ไอ้เสาไฟฟ้า ไอ้ชาติหน้าขอให้เกิดมาเป็นยีราฟ!’

 

“มองอะไรเด็กแคระ ขึ้นไปรอในรถไป มายืนดมควันบุหรี่ทำไม” เขาโบกมือ แต่ฉันกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพราะต้องการปั่นประสาทเนื่องจากหงุดหงิดที่ถูกจิกกัดเรื่องส่วนสูงแทบไม่เว้นประโยค “ครูไม่สอนเหรอว่ามันไม่ดี”

 

พอเห็นว่าไล่แล้วฉันยังคงยืนดูดนมรมควันบุหรี่อยู่ไม่ไปไหนจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ แค่ครู่เดียวก็ยอมจิ้มแท่งสีขาวซึ่งเหลือเกินครึ่งมวนลงในกระบะทราย

 

“หาเรื่องใช่ไหม บอกไปขึ้นรถเองไม่ยอมไป?” คำถามเรียบๆ จากปากคนตรงหน้าทำฉันแอบสะกิดใจนิดหน่อย แต่ยังคงกวนอารมณ์ไม่เลิกจนกระทั่งเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวทีเดียวมาประชิดตัวด้วยท่าทางเอาเรื่องนั่นแหละถึงได้หลุดฟอร์ม

 

“ปะ... ไปเองก็ได้ค่ะ” ถึงปากฉันจะพูดแต่ขากลับวิ่งหนีขึ้นรถแทบไม่ทัน ขนลุกซู่ทั่วร่างตอนน้ำเสียงแหบตะโกนตามมาข่มขวัญ

 

“ดื้ออีกทีมีเฮแน่!

 

ตอนอยู่กับพวกผู้ใหญ่ก็สุภาพนุ่มนวลชวนตะลึงดีหรอก แต่ทำไมพออยู่กันสองคนท่าทางแบดบอยถึงเห็นได้ชัดขนาดนี้ล่ะ ชีวิตแต่งงานของเราจะไปรอดกันจริงๆ เหรอ

------------------------------------------

Loading100%

ทำไมเพิ่งรู้ตัวล่ะกิ่งเอ๊ยยย!

ดูเหมือนเขาจะทำตัวดีกับทุกคนยกเว้นหนูหรือเปล่าลูกกก

มีแนวโน้มว่าแต่งไปได้ซัดกันนัวแน่ๆ 5555


#คอมเม้นเป็นกำลังใจให้เค้าด้วยน้า

รักนะชุ้บๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 472 ครั้ง

25,058 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. Programmer
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 17:30
    อื้อออออออออ
    #21922
    0
  2. #19465 Dame_SD (@damesdark) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:23
    ไอ่กิ่งเอ้ยยยยยยยยยย
    #19465
    0
  3. #17991 Raisin G (@Lookgatekaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 20:22
    หนูกิ่งง ยัยเด็กดื้อ ทำไมน่ารักจังนะ อิอิ
    #17991
    0
  4. #16993 wellest (@wellest) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 21:56
    เตรียมเฮเลย55555
    #16993
    0
  5. #16768 fairy (@game_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 20:45
    เอาแล้ววว
    #16768
    0
  6. #15062 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 14:55
    นี่น่าจะแสบทั้งคู่นะ
    #15062
    0
  7. #14406 pearlelpis (@pearlelpis) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 10:30
    เดาว่าคู่นี้ยังไม่มีอะไรกัน  พี่เอิร์ธดูเป็นคนมีสติมากกว่าจะทำอะไรกับเด็กที่นอนอยู่เฉยๆ กิ่งแค่โวยวายจนเกิดเรื่อง
    #14406
    0
  8. #12576 Busaba089 (@Busaba089) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 22:21
    FCพี่เอิร์ทกะกิ่งศรีด้วยคนนร้า
    #12576
    0
  9. #12570 lukbua (@lukbua) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 21:53
    บอกว่าจะแต่งแล้วหย่าให้ทั้งที่ได้เขาไปแล้ว ดูไม่แมนเลย พูดว่าอย่าแต่งดีกว่า เลี่ยงคุกเฉยๆเห็นๆ
    #12570
    0
  10. #12024 『Piano』 (@kimikavenus) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 18:08
    ผู้หญิงอะไรกล้าพูดว่าฉี่จะแตกกับผู้ชาย
    #12024
    0
  11. #10726 Blackcat in night (@tooncream) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 22:40
    นี่พึ่งรู้ว่าคุณเคทเป็นผู้ชาย ฮืออออออ
    #10726
    0
  12. #9849 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2559 / 23:21
    ^_____^
    #9849
    0
  13. #9163 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 19:41
    ดูเด็กมากเกินกว่ากว่าแต่งงานไปนิด - ..มากเกินกว่าจะแต่งงาน..
    #9163
    0
  14. #8825 Thidarat098 (@Thidarat098) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 17:05
    น่าย้ากกกกก>\\\\<
    #8825
    0
  15. #8198 ✚ADAM (@251159) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 01:14
    พี่เอิร์ธอย่ารังแกน้องงงงง
    #8198
    0
  16. #8186 Mix Saowwalak Elf (@mixnaka) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 22:59
    น่ารักง่าา
    #8186
    0
  17. #7952 noo_parekapoom (@noo-pare) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 22:05
    น่าร้ากกก งั้ย
    #7952
    0
  18. #7790 ฉันเอง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 01:33
    ชอบอ่ะชอบบบบ น่ารัก กิ่งมันโก๊ะได้ใจจริงๆ
    #7790
    0
  19. #6383 StickedTogether (@StickedTogether) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 21:09
    มีซื้อนมให้ด้วยคือดีนะ แอบดี ไม่แสดงออก
    #6383
    0
  20. #6204 บัวสีขาว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 11:18
    ยิ่งอ่านไป คิดว่าอธิปต้องอบอุ่นแน่ ฉันแพ้ทางคนอย่างเธออออออ
    #6204
    0
  21. #5729 Sweet_Tissue (@punchnarak) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 23:24
    น่ารักมากเลยย
    #5729
    0
  22. #5541 ♡พี่นัตตี้♡ (@ty094655336) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 10:56
    คู่รักคู่ฮาสุดๆๆ555
    #5541
    0
  23. #5453 monamiii (@monamiii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 19:18
    น่ารักจังเลยคู่นี้
    #5453
    0
  24. #5340 aim-ny (@aim-ny) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 21:17
    โอ้ยน่ารัก ความมุ้งมิ้งทะลุจอ
    #5340
    0