Bride 18 เจ้าสาวตัวร้าย

ตอนที่ 14 : EP12: หมอหมา(น่าจะ)หล่อ [Loading100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59

พรีออเดอร์หนังสือ 'Bride 18 เจ้าสาวตัวร้าย' >> จิ้ม

ตั้งแต่วันที่ 19 พย. - 27 ธค. 59
----------------
ตอนนี้ในเว็บ www.babylinlinnovel.com
อัพเดตรายชื่อถึงแค่วันที่ 5 ธค. นะคะ
โอนหลังจากนั้นยังไม่ได้อัพเดตเพิ่ม รอสักสองสามวันนะคะ=..=

 

EP12

หมอหมา(น่าจะ)หล่อ

“ให้สิ... เมียขอทั้งที”

By Earth.

 

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแล้วจัดการกรอกประวัติ เราทั้งสามก็ได้แต่นั่งมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ แมวน้อยนอนนิ่งอยู่บนตักฉัน แอบเงยหน้ามองแล้วส่งเสียงครางเป็นพักๆ เหมือนกำลังทรมานมาก

 

ช่วงเวลาแห่งการรอคอยเราจึงได้ทำความรู้จักกัน ผู้ชายคนนี้ชื่อต้นมาจากโรงเรียนชายล้วนชื่อดังแห่งหนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่คุยก็สังเกตว่าเขาลอบมองตาวเป็นพักๆ ทำให้ฉันเข้าใจเจตนาได้โดยไม่ต้องคาดเดา... หมอนี่น่าจะแอบชอบไอ้ตาว

 

“ฉันไปถามพยาบาลดีกว่าว่ะว่าอีกนานไหม...” หลังรอมาพักใหญ่ต้นก็ถูกที่บ้านโทรมาตามตัวกลับ และเป็นเวลาเดียวกันกับที่เพื่อนผู้ใจร้อนของฉันทนไม่ไหวทำท่าจะเดินไปทางเคาน์เตอร์

 

“น้องหมีเชิญที่ห้องตรวจเบอร์ 1 ค่ะ” มันชะงักคำพูดตอนคุณพยาบาลในชุดสีเขียวถือแฟ้มชะโงกหน้าออกมาเรียกชื่อแมว ซึ่งพวกเราเพิ่งตั้งสดๆ ร้อนๆ ตอนกรอกประวัติ

 

“หมีอยู่นี่ค่ะ!” ตาวรีบช้อนตัวแมวอย่างเบามือเพื่อพาเข้าไปในห้องตรวจ

 

“อาการเป็นยังไงบ้างเอ่ย” คุณหมอคนสวยซึ่งนั่งกดโทรศัพท์อยู่รีบเดินเข้ามายังโต๊ะเหล็กที่เราวางมันลง “ใบประวัติบอกว่ามีแผลตามตัวแล้วก็ขาหลังบวม”

 

“ใช่ค่ะ” ฉันบอกเสียงอ่อย “มันเป็นอะไรมากไหมคะคุณหมอ ท้องก็ดูบวมๆ ด้วย”

 

“อืม... เดี๋ยวหมอขอทำแผลภายนอกก่อนแล้วกันนะคะ” ไม่ต้องขอคุณพยาบาลก็เอาถาดสีเงินซึ่งมีเครื่องมือทำแผลมาวางลง ตลอดระยะเวลาที่ทำความสะอาดแผลเจ้าหมีก็ครางเป็นพักๆ

 

“เก่งมากเลยหมี” ไอ้ตาวชมเปาะ พลางหันไปถามคุณหมออย่างคาดหวัง “แล้วขาหลังน้องล่ะคะ”

 

“ขาหลังหมอว่าสงสัยต้องไปหาศัลย์กระดูกแล้วล่ะ” เธอเอียงคอสำรวจอยู่เพียงครู่เดียวก็ก้มลงไปเขียนอะไรสักอย่างก่อนยื่นมันให้คุณพยาบาล “วันนี้เวรใครคะพี่เอ หมอสองหรือเปล่า?”

 

“น่าจะใช่ค่ะ”

 

“หมอสันนิษฐานว่ากระดูกอาจจะหักค่ะ ต้องไปเอ็กซเรย์ก่อน” พอได้ยินที่หมอบอกเราก็หน้าเสียกันทั้งคู่ “ออกไปรอด้านนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่พยาบาลจะจัดการต่อเอง”

 

“ค่ะ” ตาวรับคำแล้วดึงแขนฉันออกมาด้านนอก “เอาไงดีวะกิ่ง ตอนนี้แกมีเงินเท่าไหร่”

 

“มีติดตัวมาแค่สองร้อยว่ะ” คิดถึงเรื่องเงินฉันก็รู้สึกจ๋อยเหมือนกัน ลืมนึกไปเลยว่าเมื่อเช้าไม่ได้พกกระเป๋าเงินซึ่งมีบัตรเอทีเอ็มมา “แกล่ะ”

 

“เหลืออยู่สี่ร้อยยี่สิบอ่ะดิ”

 

ตายแน่! แค่ค่าเอ็กซเรย์ก็ไม่พอแล้วมั้งแบบนี้

 

ฉันควักมือถือขึ้นมาเปิดๆ ปิดๆ หน้าสมุดโทรศัพท์อยู่หลายครั้งกำลังชั่งใจว่าจะโทรไปขอยืมเงินพี่มิ้นท์หรือทำตัวหน้าด้านขอจากพี่เอิร์ธดี คุณพยาบาลก็เดินมาเรียกเราอีกรอบ

 

“น้องคะ เชิญเข้ามาพบคุณหมอด้วยค่ะ”

 

“สวัสดีค่ะ” พอเข้ามาในห้องตรวจฉันก็ยกมือไหว้คุณหมอตัวโตซึ่งนั่งกระดิกเท้าพลางดูฟิล์มเอ็กซเรย์อยู่บนโต๊ะทำงาน แม้เขาจะสวมชุดสีเขียวเข้มมีหมวกคลุมผมแถมคาดปากด้วยหน้ากากอนามัยก็ยังมองออกว่ากำลังใช้สมาธิ

 

คุณหมอชื่อสองคนนี้ดูคุ้นตาจังแฮะ...

 

“สวัสดี... ครับ” เขาชะงักไปนิดตอนหันกลับมารับไหว้ “น้องเป็นเจ้าของแมว?”

 

ไม่ใช่แค่ท่าทาง น้ำเสียงของเขาก็ด้วย!

 

“เปล่าค่ะ มันเป็นแมวจร” ตาวเป็นคนตอบแทนฉันซึ่งยังคงครุ่นคิดว่าเคยเจอคุณหมอคนนี้ที่ไหนหรือเปล่า ถ้าเป็นหมอรักษาคนก็อีกเรื่องเพราะฉันเคยป่วยเข้าโรงพยาบาลอยู่บ้างแต่นี่มันสัตวแพทย์!

 

สิ่งมีชีวิตที่เล็ดลอดเข้าไปอยู่ในบ้านของคุณเคทได้นอกจากคนก็มีแค่ยุงเท่านั้นแหละ แล้ว... ฉันรู้สึกคุ้นได้ยังไงกันนะ

 

“อ้อ!” น้ำเสียงทุ้มอุทานขึ้น “งั้นเราก็ต้องมาคิดกันแล้วล่ะครับว่าจะทำยังไงต่อไปเพราะเจ้า...”

 

“...”

 

“เจ้าหมีตัวนี้ขาหักครับ” เขาพลิกกลับไปดูชื่ออีกทีหนึ่ง “แถมยังท้องอีกด้วย”

 

คราวนี้ไอ้ตาวถึงกับอ้าปากหวอ ฉันเองก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แม้จะเป็นแมวจรที่เพิ่งเจอมาไม่ถึงสองชั่วโมงแต่กลับรู้สึกว่าเป็นภาระของตัวเองซะอย่างนั้น

 

“คะ... คุณหมอพอจะประมาณค่ารักษาได้ไหมคะ” ฉันถามพลางแกะเล็บตัวเองไปด้วย

 

“คงสักสามสี่พันได้” แววตาคมหรี่มองเราทั้งคู่อย่างประเมินท่าที “เรื่องเงินเป็นประเด็นรองครับ แมวตัวนี้ต้องได้รับการดูแล บอกหมอหน่อยสิว่าใครจะเป็นคนเลี้ยง”

 

“แม่ฉันแพ้ขนแมวว่ะกิ่ง” เพื่อนหน้าเสียหนักกว่าเดิมอีก “ที่บ้านแกเองพี่มิ้นท์ก็มีเด็ก คงเอาไปเลี้ยงไม่ได้... เราทำยังไงกันดีวะ”

 

“ไม่ๆ ฉันไม่ได้อยู่บ้านเดิมแล้ว แกก็รู้...” ถ้าพักอยู่บ้านคงไม่สามารถเลี้ยงมันได้ตามที่ตาวพูดนั่นแหละ แต่ตอนนี้ฉันออกมาอยู่บ้านสามีจอมกวนประสาทแล้วนี่นา “แอบเอาไปเลี้ยงบ้านพี่เอิร์ธคงได้”

 

“แล้ว... แฟนแกไม่แพ้ขนสัตว์แน่นะ เรื่องนี้มันเซ้นส์ซิทีฟนะเว่ย”

 

“แพ้ก็ดีดิ เวลาเขาไม่อยู่ฉันจะปล่อยแมวไปนอนคลุกเตียงซะให้เข็ดเลย” ลอบฆ่าเขาได้ฉันลอบฆ่าไปแล้ว!

 

“แค่ก!” คุณหมอซึ่งแอบหันไปดื่มน้ำอีกทางหนึ่งสำลักพรวด ขณะที่ฉันพยามจะชะเง้อหน้ามองเขาก็รีบเลื่อนแมสลงมาปิดปากไว้เหมือนเดิม

 

“หมอสองเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามอย่างเป็นห่วง

 

“ไม่เป็นไรครับ” มือหนาโบกไปมาเป็นพัลวัล เพิ่งสังเกตเหมือนกันว่าหมอตัวโตมากและตั้งแต่เราเข้ามาเขายังไม่ได้ลุกจากเก้าอี้เลย “เชิญออกไปรอข้างนอกนะครับ เดี๋ยวหมอจะจัดการเข้าเฝือกให้แมวเลย”

 

“ค่ะ” รับคำเสร็จฉันจึงพลางหมุนตัวเดินออกมานอกห้องก่อนไอ้ตาว ตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะดูแลเจ้าหมีให้หายดี ปัญหาต่อมาคือ... จะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่ารักษา

 

หลังขอเลขบัญชีจากเพื่อน สัญชาตญาณก็สั่งให้เลือกโทรออกหาพี่มิ้นท์แต่เธอดันปิดเครื่อง ตัวเลือกที่สองจึงกลายเป็นพี่เอิร์ธแทน รอสายอยู่ไม่นานเขาก็กดรับ

 

(ฮัลโหล) เสียงทุ้มที่ดังลอดออกมาทำฉันประหม่านิดๆ

 

“ตอนนี้พี่เอิร์ธอยู่ที่ไหนเหรอคะ”

 

(ทำงานอยู่มีอะไรหรือเปล่า)

 

“หนูมีเรื่องอยากรบกวนหน่อยค่ะ” ฉันกลั้นใจพูด รู้สึกแปลกๆ กับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำไมน้อย “คือพี่เอิร์ธเคยบอกหนูว่า...”

 

(ว่า?) ถ้าฟังไม่ผิดบอกเลยรู้สึกเหมือนเขากำลังกลั้นหัวเราะ (มีอะไรก็พูดมา พี่ติดงาน)

 

“วันนี้หนูมาลงทะเบียนเรียน แต่ไม่มีเงินค่ะ” โพล่งคำโกหกออกไปแล้วฉันก็อยากจะเอาหัวโขกผนังโรงพยาบาลเพื่อหนีอายสักที หน้าด้านขนาดไหนถึงกล้าขอเงินผู้ชาย ถามใจดู! “พี่เอิร์ธบอกว่าให้หนูได้ทุกอย่าง...”

 

(อ้อ! ลงทะเบียนเรียน) เขาทวนคำพูดอย่างช้าๆ (ต้องการเท่าไหร่)

 

เฮ้ย! หลอกง่ายแฮะ?!

 

“ห้าพันค่ะ!” ฉันแอบบวกส่วนต่างเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้เล็กน้อย “หนูต้องใช้เดี๋ยวนี้นะ”

 

(ลงทะเบียนเรียนแค่ห้าพัน? ทำไมถูกจัง) สิ่งที่เขาทักท้วงทำฉันเหงื่อแตกพลั่ก ไม่รู้จริงๆ ว่าการลงทะเบียนเรียนมหาวิทยาลัยแท้จริงแล้วต้องใช้เงินเท่าไหร่กันแน่ (หลอกเอาเงินไปทำอะไรไม่ดีหรือเปล่าเนี่ย)

 

“เปล่า!” เผลอปฏิเสธเสียงสูงไปแล้วฉันก็แทบจะเอามือตบหน้าผากตัวเอง ลนลานแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกจับได้พอดีสิไอ้กิ่ง! “ให้ได้หรือเปล่าคะ ถ้าไม่ได้หนูจะลองบากหน้าไปขอคุณเคท”

 

(...)

 

“แต่งงานแล้วแต่ยังไปขอเงินเขาอยู่... ก็ไม่รู้เจ้านายจะว่ายังไง”

 

(หึ... ให้สิ เมียขอทั้งที) คำเรียกขานของพี่เอิร์ธทำฉันหน้าร้อนผ่าวแปลกๆ ยังไม่ทันได้โต้ตอบอะไรเขาก็พูดเองเสร็จสรรพ (ส่งเลขบัญชีมาให้พี่แล้วกัน แค่นี้ก่อนนะต้องไปทำงาน...)

 

“อย่าเพิ่งวางๆ” เมื่อนึกได้ว่าต้องย้ายเจ้าหมีเข้าบ้านจึงรีบเรียกเขาไว้ ต้องการรู้เวลากลับบ้านจะได้ไม่ป๊ะกัน “เย็นนี้พี่เอิร์ธจะกลับบ้านกี่โมง”

 

(ถามทำไม... วางแผนทำอะไรไม่ดีอยู่หรือเปล่าเนี่ย)

 

เฮ้ย! ทำไมทุกประโยคที่เขาพูดฟังดูรู้ทันฉันทุกเรื่องเลยล่ะ ผู้ชายอะไรทำไมน่าหมั่นไส้ขนาดนี้

 

“แผนดีค่ะ อยากทำอาหารให้สามีกิน ที่ถามก่อนเพราะจะได้ไม่ต้องรอเก้อ” ใจจริงอยากจะเล่นคำว่าผัวให้เขาสะอึกสักทีหรอก แต่กลับพบว่าความทะลึ่งยังมีไม่มากพอ “จะกลับไม่กลับก็ช่วยบอกหน่อยแล้วกันนะคะ”

 

คำพูดนั้นอาจไม่ค่อยถูกหูของพี่เอิร์ธสักเท่าไหร่ เขาจึงเงียบไปพักหนึ่งจนฉันเกือบจะถอดใจวางสายไปแล้วถึงได้ยอมตอบกลับ

 

(หกโมงเย็นเจอกันที่บ้าน) เพียงเท่านั้นสัญญาณก็ถูกตัดไป

 

“ไอ้กิ่ง!” มือเย็นๆ ของเพื่อนซึ่งแตะลงมาบนแก้มในตอนที่กดส่งเลขบัญชีให้พี่เอิร์ธเสร็จพอดีทำฉันสะดุ้งเฮืก “คุยเสร็จแล้วเหรอ”

 

“เออ” ฉันตอบอย่างเลื่อนลอย

 

“เมื่อกี้ฉันไปเข้าห้องน้ำ ให้ทายว่าเดินสวนกับใครมา” ไอ้ตาวทำท่าระริกระรี้และเมื่อเห็นว่าฉันยังไม่ยอมตอบจึงย้ำคำถามเดิม “ทายมาเร็วๆ เลย!

 

“ณเดช คูกิมิยะ”

 

“กวนประสาท! หมอสองต่างหากเล่า!” หน้าตาของเพื่อนดูเพ้อฝัน “หมอสองสูงมากเลยอ่ะแก น่าจะประมาณนี้เลย...”

 

มันเขย่งเท้าพลางชูมือขึ้นจนสุดแขนประกอบคำพูด นั่นทำให้ฉันเผลอคิดถึงพี่เอิร์ธโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะตั้งแต่เกิดก็ยังไม่เคยเห็นใครสูงเท่าเขามาก่อน “ขนาดใส่แมสปิดหน้าเห็นแค่ลูกตาความหล่อยังทะลุออกมาเลย!

 

“จีบเลยมั้ยล่ะ” ฉันเอื้อมมือไปผลักหัวเพื่อนอย่างหมั่นไส้ “เดี๋ยวฉันเดินไปขอเบอร์ให้เลยก็ได้”

 

“จีบบ้าอะไรล่ะ แกไม่เห็นนิ้วนางข้างซ้ายหมอเหรอ แหวนโชว์หราซะขนาดนั้น” ท่าทางเสียดายปรากฏชัดบนใบหน้าของตาว “เออ ว่าแต่เจ้าบ่าวของแกนี่หน้าตาเป็นยังไงวะ เห็นพี่ยุ้ยบอกว่าหล่อมากกก...”

 

“หล่อจริงๆ” แต่นิสัยเสียประโยคนี้ฉันแอบต่อเองในใจ รู้มาตั้งนานแล้วว่าบ้านเพื่อนประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการแต่งงาน แต่ไม่คิดเลยว่าพี่เอิร์ธจะทำแจ็คพ็อตแตกขนาดที่เลือกร้านตัดชุดแต่งงาน กับทีมออแกไนซ์ได้ใกล้ตัวฉันซะขนาดนี้

 

“แล้วแกนึกยังไงถึงยอมแต่งงานตั้งแต่อายุสิบแปดเนี่ย” ตาวเริ่มต้นคำถามที่ฉันพยายามเลี่ยงมาโดยตลอด

 

ไหนๆ ก็ความแตกแล้วนี่... บอกช้าหรือเร็วก็คงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

 

“เกิดเรื่องผิดพลาดทางเทคนิคกับร่างกายนิดหน่อยอ่ะ”

 

“เฮ้ย นี่แกเสียตัวแล้ว... อื้อ!

 

“เบาๆ ดิวะ! ถ้าบอกแล้วโวยวายแบบนี้ ทีหลังไม่ต้องมาถามอะไรอีกแล้วนะ” ฉันเกือบตะครุบปากมันเอาไว้ไม่ทัน แต่เพื่อนเหมือนคนคุ้มคลั่งรีบสะบัดมือออกด้วยแรงมหาศาล

 

“อย่าบอกนะว่าแกท้องเลยต้องแต่งงาน!

 

“ไม่ได้ท้อง” โต้ข้อกล่าวหาเสร็จจึงรีบเล่าเรื่องโดยย่อเพราะเกรงว่ามันจะเริ่มโวยวายอีก “เรื่องระหว่างเรามันผิดพลาดนั่นแหละ แต่บังเอิญว่าพ่อพี่เอิร์ธเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และผู้บังคับบัญชาเขาก็ดันรู้เรื่องเข้า เราเลยต้องแต่งงานกัน”

 

“เออ พี่ปรายบอกเหมือนกันว่าลูกค้าเป็นลูกชายนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่นามสกุลดัง” ตาวพึมพำเหมือนกำลังคุยคนเดียว ก่อนถามประโยคหลังอย่างรวดเร็ว “แต่มันไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้แล้วเหรอวะ แบบ...”

 

“แบบอะไร?”

 

“แบบ... โธ่เว้ย! ฉันก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่ะ” มันสบถพลางก้มลงมาสบตาฉันอย่างเห็นใจ “ชีวิตแกยังมีความสุขดีอยู่มั้ยเนี่ยหมากระเป๋า”

 

ติ๊ง! เสียงข้อความเข้าดังจากโทรศัพท์มือถือของตาว มันเลื่อนหน้าจออยู่เดี๋ยวเดียวก็อุทานดันลั่น

 

“โอ๊ะ! ธนาคารเมสเสจแจ้งว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีห้าพันบาท” ริมฝีปากของเพื่อนฉีกยิ้มกว้าง “เจ้านายแกนี่เข้าใจอะไรง่ายจัง”

 

“ไม่ใช่พี่มิ้นท์อ่ะ” ฉันส่ายหน้าประกอบคำพูด

 

“แล้วเงินนี่ได้มาจากใครอ่ะ ถ้าไม่ใช่พี่มิ้นท์ที่แสนใจดี๊ใจดี”

 

“ก็ได้มากจาก...” เพราะความหมั่นไส้ฉันจึงเลียนแบบคำพูดของมันบ้าง “สามี้สามีของเพื่อนเอง”

 

“โอ้โห! เต็มปากเต็มคำซะเหลือเกิน” ตาวเบ้หน้านิดหน่อย “แสดงว่าชีวิตดีมีสามีคอยตามเปย์ตลอดสินะ”

 

“เปย์เปออะไร รีบไปกดเงินมาจ่ายค่ารักษาได้แล้ว” ฉันผลักหัวเพื่อนอีกครั้งก่อนเดินนำมายังห้องจ่ายยา เมื่อทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกสำหรับรอเรียกชื่อ ผู้ชายตัวสูงใส่แว่นหนาคนหนึ่งก็เดินผ่านมาพอดี ตอนแรกไม่ได้สนใจเท่าไหร่แต่ชื่อที่พยาบาลเรียกทำให้เผลอหันไปมองอย่างแปลกใจ

 

“หมอสองออกไปไหนมาคะ เมื่อกี้อาจารย์ประกิตเรียกพบ รีบเข้าไปหาท่านเถอะค่ะ”

 

“พอดีแลกเวรไว้ครับ มีธุระนิดหน่อย” เขาตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วออกวิ่งเหยาะๆ ไปตามทางเดิน

 

หืม... โรงพยาบาลนี้มีหมอชื่องสองเยอะจังแฮะ

 

-----------

ฉันหันซ้ายหันขวาเพื่อสำรวจโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณหลังบ้านจึงค่อยๆ หอบลังกระดาษใส่เหมียวน้อยกับบรรดากระบะทรายและอาหารเปียกย่องผ่านประตูเข้ามาด้านใน

 

โชคดีตอนไขประตูเล็กหน้าบ้านเข้ามาลุงพิงแอบงีบหลับอยู่พอดีจึงมั่นใจว่าไม่มีใครรู้เรื่องที่จะแอบเอามันมาเลี้ยงแน่

 

“พี่กิ่ง!” น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมสัมผัสบริเวณแผ่นหลัง

 

“แม่มึงร่วง!” ฉันหวีดร้องด้วยความตกใจขณะที่กำลังจะเดินผ่านประตูห้องครัวพอดี

 

แม้ววว!’ เจ้าหมีเองก็ไม่ต่างกัน

 

“อุทานอะไรก็ไม่รู้ หยาบคาย” แทงก์เท้าเอวยืนจ้องฉันอย่างเอาเรื่อง “ทำอะไรผิดมา ทำไมต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ”

 

โอ๊ยยย! นี่สาบานได้ไหมว่าเป็นลูกชายคุณปัณณ์ไม่ใช่พี่เอิร์ธ นิสัยจ้องจับผิดเหมือนกันอะไรขนาดนี้

 

“ไม่มีอะไรสักหน่อย” ฉันเฉไฉ ทำไม่รู้ไม่ชี้ “แค่ของมันหนักท่าเดินเลยแปลกๆ อย่าเพ้อเจ้อให้มากเด็กอ้วน”

 

“แต่แทงก์ได้ยินเสียงแมว” นิ้วเล็กของเด็กชายในชุดนักเรียนเสื้อสีขาว กางเกงลายสก็อตจิ้มลงตรงกล่อง “...จากในนี้”

 

“...”

 

“จะแอบเอาแมวมาเลี้ยงใช่ไหม สารภาพมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นแทงก์จะบอกอาเอิร์ธจริงๆ ด้วย!

 

โอ๊ยยย! เกิดมาตั้งแต่เล็กจนโตเพิ่งเคยโดนเด็กประถมขู่ก็วันนี้แหละ

 

“เออๆ ขึ้นห้องก่อนจะเล่าให้ฟัง” สุดท้ายฉันก็จำนนต่อหลักฐาน ยอมเพื่อหาพรรคพวกเอาไว้ ดีกว่าปล่อยให้ไอ้เด็กฉลาดเกินตัวคนนี้วิ่งไปฟ้องพี่เอิร์ธ “ว่าแต่ตอนนี้มีใครอยู่บ้านบ้าง ป๊ะป๋า อาเอิร์ธ อาโซ่... พวกแม่บ้านไรงี้”

 

“แทงก์คนเดียว ป้าอิ๋วไปตลาด” แทงก์ส่ายหน้าพรืด ท่าทางคงอยากจะเห็นแมวน้อยในกล่อง “ป๊ะป๋า อาเอิร์ธ อาโซ่ ยังไม่กลับสักคน”

 

งั้นก็โล่งอกไปที...

 

ฉันเดินนำขึ้นมายังห้องนอนแขกซึ่งด้านในมีข้าวของจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ยังไม่เห็นแม่บ้านเลย รอคนที่แทงก์เรียกว่าป้าอิ๋วกลับมาจากตลาดค่อยหาเวลาไปตีสนิทแล้วกัน

 

“ขามันเป็นไรอ่ะพี่กิ่ง!” น้ำเสียงตื่นเต้นถามขึ้นในทันทีที่ฉันเปิดลังกระดาษ

 

“ขาหักเลยต้องเข้าเฝือก” ตอบพลางเดินมาจัดกระบะทรายแมวไว้มุมหนึ่งของห้อง “เจ้านี่ชื่อหมี พี่กิ่งเพิ่งพากลับมาจากโรงพยาบาล เห็นแผลตามตัวของมันไหม...”

 

“อือ... โดนอะไรมาเหรอ”

 

“พี่กิ่งไม่รู้ แต่คงจะเจ็บน่าดูเลยเนอะ” ยิ่งพอเห็นว่าใบหน้าเขามีร่องรอยเห็นใจจึงพูดเสริม “แทงก์ลองลูบหัวดูสิ มันไม่ทำอะไรหรอก”

 

“ขนนุ่มจัง” เมื่อลองทำตามที่บอก แทงก์ก็พึมพำอย่างพึงพอใจ “เจ็บขามั้ยเจ้าหมี”

 

เมี้ยววว... ดูเหมือนแมวน้อยรับรู้ได้ถึงความมีเมตตาจึงเริ่มร้องออดอ้อนบ้าง นั่นก็เข้าทางที่ฉันต้องการเป๊ะเลย

 

“น่าสงสารใช่ไหมล่ะ เพราะไม่สบายเลยต้องคอยมีคนดูแลตลอด ถ้าอาเอิร์ธกับคนอื่นๆ รู้ว่าพี่กิ่งเอามันมาเลี้ยง เจ้าหมีคงถูกจับโยนออกนอกบ้าน ต้องอาศัยนอนข้างทางเป็นแมวจรจัดแน่เลย”

 

“งั้นเราก็อย่าให้คนอื่นรู้สิ!” ได้ฟังเพียงเท่านั้นฉันก็หันมาลอบยิ้ม... แผนลวงเด็กให้เป็นพวกสำเร็จแล้ว! “เก็บไว้เป็นความลับ รู้กันแค่สองคน”

 

“ได้เลย เกี่ยวก้อยสัญญากัน” ฉันยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าแทงก์ซึ่งไม่ต้องรอให้พูดซ้ำก็รีบสอดนิ้วมาเกี่ยวกระหวัดกัน “หลังจากนี้เราคือทีมเดียวกันเข้าใจมั้ยวัยรุ่น”

 

“โอเค วัยรุ่น!

 

เมื่อเหลือบตามองนาฬิกาเห็นว่าเป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ว จึงปล่อยให้เด็กอ้วนนั่งมองแมวอย่างมีความสุข ก่อนตัวเองจะคว้าเสื้อยืดกางเกงขาสั้นตัวเก่งเข้ามาเปลี่ยนในห้องน้ำ

 

“แทงก์กี้ พี่กิ่งถามอะไรหน่อยดิ” พอออกมาฉันก็นึกถึงเรื่องนี้ได้ “อาเอิร์ธเกลียดหรือกลัวอะไรบ้างมั้ยอ่ะ เช่นผี หนอน คางคก...”

 

“อาเอิร์ธไม่กลัวผี เพราะอาเอิร์ธเป็นแวมไพร์” เขาหันมาบอกเสียงเบา ดวงตากลมโตวาววับท่าทางตื่นกลัว “อาเอิร์ธเกลียดกระเทียม”

 

“หา?” ฉันถึงกับต้องอุทาน ไปเอาความคิดหลุดโลกแบบนี้มาจากไหนกัน “ใครบอก”

 

“ป๊ะป๋ากับอาโซ่บอก” เด็กอ้วนพูดอย่างมั่นใจพลางเอนกายเพื่อมองไปยังประตู ท่าทางจริงจังจนฉันจำต้องหันตาม พอเห็นว่ามันปิดสนิทดีอยู่จึงพูดต่อ “พี่กิ่งอย่าดื้อกับอาเอิร์ธล่ะ แทงก์เตือนด้วยความหวังดี... เดี๋ยวถูกจับกิน”

 

“โดนหลอกแล้วม้างงง...” เพราะแน่ใจว่าผีดูดเลือดในตำนานไม่มีจริง เลยลากเสียงยาวอย่างไม่เชื่อถือ

 

“แทงก์เคยเห็นเสื้ออาเอิร์ธมีเลือดติด โดนเขมือบทั้งตัวไม่รู้ด้วย!

 

“เอาเป็นว่าเกลียดกระเทียม” ถึงจะแปลกใจประโยคหลังแต่ก็ตัดสินใจปัดมันทิ้งไป “ลงไปข้างล่างกัน วันนี้พี่กิ่งจะทำข้าวให้กิน”

 

“ทำแล้วกินได้จริงไม่โม้เหมือนเรื่องพายเรือแน่นะ?”

 

“เรื่องนี้ไม่โม้แน่ ลงไปข้างล่างกัน กินข้าวเสร็จค่อยขึ้นมาอีกที”

 

เราลงบันไดมาพอดีกับที่ผู้หญิงคนหนึ่งหอบถุงของสดพะรุงพะรังเดินเข้ามาจากทางหน้าบ้าน เธอมองฉันอย่างงุนงงอยู่ครู่หนึ่งจึงเรียกอย่างไม่แน่ใจ

 

“น้องกิ่งหรือเปล่าคะ”

 

“สวัสดีค่ะน้าอิ๋ว” ฉันเรียกตามลำดับอายุที่ประเมินจากสายตาคร่าวๆ ก่อนยกมือไหว้อย่างติดนิสัย

 

“วันนี้ป้าอิ๋วไม่ต้องทำกับข้าว เดี๋ยวพี่กิ่งทำเอง” ยังไม่ทันได้พูดอะไรเด็กอ้วนก็ตอบแทนฉันเสร็จสรรพเรียบร้อย “มีเสน่ห์ปลายตวัดผัวรักจนตัวตาย”

 

โอ๊ยยย! ใครสั่งใครสอนเด็กคนนี้กัน เขาเรียกเสน่ห์ปลายจวักหรอก

 

“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวป้าจะขึ้นไปทำความสะอาดด้านบนให้ก่อน...”

 

“ข้างบนก็ไม่ต้องทำความสะอาด เดี๋ยวพี่กิ่งทำเอง!” น้าอิ๋วยังพูดไม่ทันจบแทงก์ก็ขัดจังหวะ ฉันกำลังจะท้วงแต่ดันนึกได้ว่าทำไมเขาจึงทำแบบนี้... ด้านบนมีเจ้าหมีอยู่นั่นเอง

 

“ได้ยังไงคะน้องแทงก์ ป้าเป็นแม่บ้านนะ ขืนคุณเอิร์ธรู้เดี๋ยวก็โดนดุหรอก” ท่าทางของเธอเหมือนจะไม่ยอม

 

“เดี๋ยวเรื่องอาหารกับทำความสะอาดบ้านกิ่งจัดการเองทุกอย่างเลยค่ะ” ฉันพยายามฉีกยิ้มทั้งที่อยากร้องไห้ เปลี่ยนที่อยู่ใหม่นึกว่าจะได้เป็นคุณนายนอนตีพุงสบายๆ บุญมีแต่ดันกรรมบังซะงั้น “คงรบกวนน้าอิ๋วแค่เรื่องซักเสื้อผ้าเท่านั้นแหละค่ะ”

 

สงสัยชะตาชีวิตจะกำหนดให้ฉันเกิดมาเพื่อเป็นนังแจ๋วโดยแท้

 

“คู่ข้าวไหม้ปลามันอยากได้ความเป็นส่วนตัว”

 

ฉันหันไปมองเด็กน่ากระทืบอย่างละเหี่ยใจ ไม่รู้ไปจำสำนวนพวกนี้มาจากไหนแต่ใช้ไม่เคยถูกเลย... ให้ตายเถอะ!

 

“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจแล้วเดินนำเข้ามาในห้องครัว ถุงอาหารในมือถูกวางไว้บนโต๊ะหินอ่อนตัวกว้างซึ่งตั้งอยู่กลางห้องพอดี “เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ งั้นวานน้องกิ่งบอกเหตุผลคุณเอิร์ธให้น้าด้วยนะคะ”

 

“ได้ค่ะ”

 

“หิ้วหิว! จะกินผัดกะเพราหมู ต้มจืดไข่น้ำ ผัดเปรี้ยวหวาน แล้วก็ไส้กรอกทอด” ทันทีที่น้าอิ๋วลับตาไปแทงก์ก็กระโดดรอบกายฉัน ท่าทางเริงร่าราวกับคิดว่าตรงนี้คือทุ่งลาเวนเดอร์ไม่ใช่ห้องครัว “ทุกอย่างไม่ใส่กระเทียม!

 

นี่ตกลงอาเอิร์ธเกลียดกระเทียมหรือตัวเองเกลียดกระเทียมกันแน่นะไอ้อ้วน

 

ถึงจะหมั่นไส้แค่ไหนแต่ฉันก็หยิบถุงไส้กรอกมาเปิดหั่นทำลายปลาหมึกแล้วตั้งเตาทอดเป็นอันดับแรก ทันทีที่ตักใส่จานเขาก็วิ่งไปเอาส้อมมาจิ้ม เป่าให้หายร้อนนิดหน่อยจึงส่งเข้าปาก ลำพังอาหารที่เด็กอ้วนสั่งก็คาดว่าทำเสร็จฉิวเฉียดหกโมงเย็นพอดีแล้ว แต่ความอยากรู้ว่าพี่เอิร์ธเกลียดกระเทียมจริงไหมเลยเพิ่มเมนูปีกไก่ทอดกระเทียมเข้าไป

 

“จะกินได้ไหมเนี่ย”

 

“ว้าย!” ฉันร้องอย่างตกใจตอนที่หันกลับมาจากเตาแล้วเจอพี่เอิร์ธกำลังอุ้มแทงก์ยืนซ้อนตรงด้านหลัง ปากเคี้ยวไส้กรอกง่ำๆ เหมือนลูกหมูกันทั้งคู่ แม้ทำใจไว้ก่อนล่วงหน้าอยู่แล้วแต่พอเจอเขาระยะประชิด ฉันก็ทำตัวไม่ถูกเพราะมีชนักติดหลัง “กะ... กลับมาตั้งแต่มื่อไหร่คะ”

--------------------------------------

Loading100%

มีความพ่อแม่ลูก อ๊างงง

สามีใครเอ่ยกลับบ้านตรงเวลาจุงเบยยย=..=

ไม่ต้องถึงสี่ปีหรอกมั้ง แต่งงานกันสักสี่วันก็คงหลงเมียเด็กหัวปักหัวปำ

ว่าแต่ใครสอนภาษาไทยแทงก์กี้เนี่ย คู่ข้าวไหม้ปลามัน’ ‘เสน่ห์หลายตวัด พีคกว่านี้มีอีกมั้ยลูกเอ๊ยยย

 

ลงครบตอนเลยเพื่อเป็นการขออภัยที่บอกว่าจะสองรอบแล้วไม่ได้ทำตามสัญญา บี้หลบไปเลียแผลใจที่มีนิยายเรื่องอื่นพ้องกับพี่เคทน้องมิ้นท์มา ฮ่อกแฮ่กกก

 

อัพความแซ่บเพิ่มแล้ว!!!

นี่พระเอกนางเอกหรือส้มตำปูปลาร้า

Hot secret EP01 [50%]

ว้ายๆ เขาเจอกันแล้ววว

พี่ไอคนซื่อ(เหรอ?) กับ ลูกหนูใสใส(เหรอ?)

จิ้มสิๆ อ๊างงง=..=

xxเดี๋ยวๆ ก่อนจิ้มคอมเม้นให้กิ่งศรีก่อนสิ เรารู้หรอกว่าเธอจะชิ่ง กิกิ!xx

 

V

 

 

#คอมเม้นเป็นกำลังใจให้เค้าด้วยน้า

รักนะชุ้บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

25,058 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #22728 jilly (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 16:27
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ถ้าเป็นละครต้องสนุกมากแน่ๆเลย

    ไรท์เก่งมากค่ะ
    #22728
    0
  2. #22346 คยองซู_lovelove (@aimmydek-d) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 19:38
    เด็กฉลาดชาติเจริญ55555555
    แต่แทงก์ฉลาดกิ่งล่มจม5555 โอ้ย มุ้งมิ้งเป็นครอบครัว. น่ารักอะไรเบอร์นี้~
    #22346
    0
  3. #16778 fairy (@game_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2560 / 21:52
    อ๊างงงงงงง คือ????555555
    #16778
    0
  4. #15080 pleng gunya (@wirunchana900) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 17:29
    เรื่องhot secret ผู้ชายเป็นแทฮยองจริงๆ ด้วยยยยยยยย กรี๊ด อยากอ่านง่ะ
    #15080
    0
  5. #12491 Sudjai-Padthong (@Sudjai-Padthong) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 13:32
    หลงเข้ามาอ่านอยากบอกไรท์ว่า สนุกมากกกก ก.ล้านตัว 55555อัปจนจบไหมคะ
    #12491
    0
  6. #12038 『Piano』 (@kimikavenus) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 19:39
    พี่เอิร์ธเป็นหมอหรอ อื้อหือ หมอหมาด้วย คงต้องรักษาลิงซะแล้ว
    มีความพ่อแม่ลูกสูงมากกก
    #12038
    0
  7. #11781 THELEnin (@theevillenin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 23:44
    โอ๊ยยยยย หมอหมาย่าได้อะไรเบอร์นี้อ่ะ
    #11781
    0
  8. #11677 Liny_Tiny (@liny-tiny) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 22:02
    พี่เอิร์ธนี่หมอหมาเหรอออ
    #11677
    0
  9. #11413 laddadao49 (@laddadao49) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 17:45
    พี่เอิร์ธเป็นหมอแน่ๆ1000%เพราะจำได้ว่าตอนต้นๆพี่เอิร์ธคุยโทรศัพท์ที่บ้านคุณยายคุยกับคุณเอ น่าจะคนเดียวกันกับพยาบาลเอ ที่คุณหมอถามว่าวันนี้เวรหมอสองไหม??
    #11413
    0
  10. #11279 เหงาอยู่ตัว (@nartnong22) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 17:39
    พัลวัล - พัลวัน
    คุ้มคลั่ง - คลุ้มคลั่ง
    หมอชื่องสอง - ชื่อสอง

    กิ่งนินทาคุณสา ระยะเผาขนเลย แถมแต่งงานมาแต่เหมือนย้ายมาเป็นสาวใช้อีกบ้านเลยน้องกิ่ง รีบๆเอาใจคุณสา จะได้เป็นคุณนายนอนตีพุงสมใจ
    #11279
    0
  11. #11188 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 22:54
    ^_________^
    #11188
    0
  12. #11178 onnyonly (@pepofun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 16:38
    พี่เอิร์ธแน่ๆ ออกไปโอนเงินให้ล่ะสี๊
    #11178
    0
  13. #11176 K.One (@goody-1) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 15:27
    สาวน้อยปลาไหล..เจอมือปราบปลาไหลเข้าให้..เอิ๊กกกก
    #11176
    0
  14. #11158 ✚ADAM (@251159) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 10:52
    โอ้ยยยยย แทงค์น่าร้ากกกก
    #11158
    0
  15. #10935 บัวสีขาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 07:46
    ไม่ต้องกลัวความแตก เพราะถูกจับบได้ตั้งแต่แรกแล้ววว
    #10935
    0
  16. #10905 Pratrana Sithiwong (@zenraphaer-12) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 06:57
    เอออ สำนวนไทยใหม่!!!!! 555555
    #10905
    0
  17. #10889 ☆tbyyshipper☆ (@ttaebbaek) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 06:43
    พี่เอิร์ธคือหมอสองชัวร์ และเค้ารู้แผนการหล่อนแล้วย่ะ-3- อยากเห็นภาพสองพ่อลูกเคี้ยวไส้กรอกจนเหมือนลูกหมู ต้องน่ารักมากแน่ๆ
    #10889
    0
  18. #10866 เพลิน เพลิน (@gingie19) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 00:53
    บ้านพี่เอริธนี่ฉลาดมากกกกก555กิ่งเอ้ยยเจองานหนักแระ
    #10866
    1
    • #10866-1 Sun Oranut (@sun_23) (จากตอนที่ 14)
      9 ธันวาคม 2559 / 07:16
      สำนวนใหม่ๆน่ารักดีค่ะ
      #10866-1
  19. #10865 AonnySlaggers (@AonnySlaggers) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 23:57
    ชอบพี่เอิร์ธธธธธ
    #10865
    0
  20. #10864 katicknam (@Tooktick6) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 23:52
    ต่อๆๆค่ะ
    #10864
    0
  21. #10863 oilywish (@oilywish) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 23:40
    น่าร้ากกกกกกกกก
    #10863
    0
  22. #10861 gifnkt (@gifnkt) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 22:25
    หลงพี่เอิร์ธ ชอบ
    #10861
    0
  23. #10860 Natwa_ann (@Natwa_ann) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 21:49
    กิ่งศรี เป็นกระต่ายตื่นตูมแล้ว ต่อด่วนความน่ารักกะลังมา
    #10860
    0
  24. #10859 NammBungaa (@NammBungaa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 21:24
    ต่อด่วนเลยค่ะไรท์ ค้างมากกก//มีความพ่อแม่ลูกสูง
    #10859
    0