ซือเซียนดวงใจท่านแม่ทัพ

ตอนที่ 11 : มารดาวางยาปลุกกำหนัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 334 ครั้ง
    10 ก.พ. 63

เกือบหนึ่งชั่วยามก่อนเกิดเหตุ หลังจากที่ท่านแม่ทัพใหญ่หรือไป๋หลวนเฉิน อยู่รับสำรับมื้อเย็นกับครอบครัว และพูดคุยถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ของบุพการีทั้งสองอยู่พักใหญ่ ฮูหยินไป๋จึงได้เอ่ยปากบอกบุตรชายให้กลับไปพักผ่อนที่เรือนของตนเสีย

โดยไม่เอ่ยปากรบเร้าถามถึงว่าที่ลูกสะใภ้ดังเช่นทุกครั้งที่มีโอกาส ซึ่งชายหนุ่มก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ตนไม่ต้องมานั่งฟังเรื่องราวของบุตรีตระกูลนั้นตระกูลนี้ ว่างดงามปานล่มบ้านล่มเมือง

ที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัตินานับประการ ว่าเหมาะสมกับเขามากปานใด จากปากของผู้เป็นมารดาที่คอยพร่ำพรรณนาให้เขาฟังอย่างนั้นอย่างนี้ จนเขารู้สึกขยาดเกรง

ไม่ว่าสิ่งใดก็แล้วแต่ ที่ไม่เป็นการขัดใจต่อบิดามารดาทั้งสอง แม่ทัพหนุ่มก็ล้วนเชื่อฟังและตามใจโดยมิปริปากบ่นสักคำ

แต่ทว่า...จะมีก็มีอยู่แค่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่เขาขอคัดค้าดหัวชนฝา ก็เรื่องของว่าที่ฮูหยินของเขาอย่างไรเล่า ที่ไม่อาจทำตามใจของพวกท่านทั้งสองได้

เพราะชายหนุ่มถือคติที่ว่าจะปลูกเรือนย่อมต้องตามใจผู้อยู่ แม้แต่ฮ่องเต้ผู้เป็นพระสหายต่างศักดิ์ยังทรงทราบเรื่องนี้ พระองค์จึงไม่เคยมอบสมรสพระราชทานให้แก่เขาสักครั้ง

ในยามที่ได้รับความดีความชอบในการยกทัพจับศึก นำชัยชนะกลับมาสู่แคว้นคราใด พระองค์จะทรงประทานเพียงข้าวของล้ำค่า พร้อมสายพระเนตรที่ดูพึงพอพระทัยและมอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้แก่เขาเท่านั้น

ซึ่งในระหว่างทางที่จวนเจียนจะถึงเรือนหมอกเมฆาอยู่รอมร่อ ชายหนุ่มก็พลันได้ยินเสียงประหลาดที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังแว่วมาไม่ไกล

ด้วยความสงสัย หลวนเฉินจึงได้เบี่ยงเส้นทางการเดินทันที ครั้นถึงที่หมายจึงได้ประจักแจ้งแก่ใจ ว่าเสียงร้องโหยหวนนั้นเป็นของผู้ใด ทั้งท่วงทำนองและท่าทางพิลึกกึกกือนั่นทำให้เขาถึงกับกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่

ได้แต่ยืนกอดอกแอบดูอยู่เงียบๆไม่คิดเข้าไปทำลายบรรยากาศสุนทรีของสตรีหน้าแป้นนางนั้น

ครู่ต่อมา คิ้วเรียวทรงกระบี่ก็พลันขมวดเข้าหากันเป็นเส้นตรง ร่างหนารู้สึกร้อนวูบวาบโดยไม่ทราบสาเหตุ ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ คล้ายมีกระแสคลื่นแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย

รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆชอบกล ขนกายทุกอณูลุกซู่ตั้งชัน ยากยิ่งที่จะควบคุมร่างกายให้กลับคืนมาเป็นปกติดังเดิม

ครั้นนึกไปถึงอากัปกิริยาของผู้เป็นมารดาเมื่อตอนก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มพลันเบิกตากว้างแจ่มแจ้งถึงบางสิ่งบางอย่าง คงไม่พ้นฝีมือของมารดาใช่หรือไม่

ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้ห้าวหาญอยากจะร้องอ๊ากออกมาดังๆ

เพราะไม่คาดคิดเลยว่าบุรุษผู้เกียงไกรที่ผู้คนนับหน้าถือตากันทั่วหล้า จะเพลี่ยงพล้ำพลาดท่าเสียทีอย่างไม่น่าให้อภัย ให้กับสตรีตัวเล็กๆที่ดูเหมือนจะไร้พิษสง เช่นบุพการีที่ขึ้นชื่อว่า มารดา

ท่านแม่นะท่านแม่!!...ถึงกับเล่นงานบุตรชายผู้นี้ได้รุนแรงยิ่ง ถูกรังแกเช่นนี้ จะไปร้องทุกข์กับผู้ใดได้บ้าง หึ!รู้ถึงไหนได้อายไปถึงนั่น

ไม่รอช้าร่างสูงจึงพุ่งทะยานกลับเรือนของตนโดยไว เขาควรเร่งกลับไปจัดการ...อะไรบางอย่างให้มันสงบลงใช่หรือไม่

ครั้นนึกไปถึงสถานเริงรมย์ ที่ไม่เคยมีอยู่ในความคิดแม้แต่น้อย ว่าจะย่างกายเข้าไปเชยชมหญิงงามที่ใครๆ เคยกล่าวขานให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ทว่าในยามนี้ไม่ต้องเอาอะไรมาแลกเขาคงต้องยอมเสียแล้ว

แต่เพลานี้จะไปได้อย่างไรกัน หากไปในสภาพเช่นนี้ชื่อเสียงที่สั่งสมมานานคงได้ป่นปี้ลงก็ครานี้เป็นแน่

ชายหนุ่มรีบส่งสัญญาณหาองครักษ์ประจำกายให้รีบมาปรากฏตัวโดยเร็ว ทั้งๆที่ตนเป็นผู้สั่งเองแท้ๆว่าให้กลับไปพักผ่อนกันให้สบายใจโดยไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเกิดอันตราย เพราะไม่คิดอีกเช่นกันว่าตนจะประสบพบเจอกับเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ ทั้งๆที่อยู่ในบ้านของตัวเองแท้ๆ

และต้องพ่ายแพ้แบบย่อยยับให้กับแผนการตื้นๆของมารดา ที่ใช้เล่นงานเขาได้สาหัสสากรรจ์ถึงเพียงนี้ ใจได้แต่หวังว่าพวกนั้นคงจะเร่งจัดการหาสตรีในหอนางโลมมาสักนางให้เขาได้โดยเร็ว หาไม่ตนคงทุรนทุรายทรมานน่าดู

คิดแล้วก็รู้สึกสมเพชตัวเองยิ่งนัก!!

คมหอกคมดาบของศัตรูยังไม่น่ากลัวเท่า เทียบไม่ได้สักนิดกับฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดของท่านแม่

เหงื่อเม็ดโตผุดเกาะไปทั่วกรอบหน้าหล่อเหลา ร่างกายสั่นสะท้านรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความต้องการปลดปล่อยจนเจ็บปวดรวดร้าวไปทั่วแก่นกาย ขนาดแช่ตัวอยู่ในน้ำที่เย็นจัดขนาดนี้ มันกลับไม่ช่วยให้เขาสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย

ครั้นหลับตาลงคราใด ใบหน้าแป้นแล้นของสตรีน่าชังนางนั้นก็พลันปรากฏขึ้นมาทุกที พลางแหงนหน้าเม้มปากเข้าหากันแน่น ได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ

แล้วไยจะต้องนึกถึงหน้านางในยามนี้ด้วย?...ไม่เข้าใจจริงๆ

นิ้วเรียวหยาบลูบไล้ปลาบโยนเจ้าเฉินน้อย ซึ่งตอนนี้มันได้ขยายใหญ่ผงาดกล้าชูคออย่างหยิ่งผยอง ไม่รู้ว่ามันไปกินสิ่งใดมาถึงได้ตัวโตนัก ปากหยักพร่ำบอกให้มันใจเย็นๆลงสักหน่อย แต่ทว่ามันกลับไม่เชื่อฟังกันเสียนี่ มันช่างดื้อด้านแสนพยศจริงเชียว

เสียงย่ำเท้าเบาๆแบบของสตรีดังใกล้เข้ามา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนของเขาจัดหาสิ่งที่เขาต้องการมาให้เรียบร้อยแล้ว ร่างเปลือยไม่อยากรอนานจึงตวัดเอาเสื้อมาคลุมกายแบบลวกๆ แล้วรีบออกไปอย่างหมายมาด

.

.

กลับมายังจุดเกิดเหตุ ร่างบางอ่อนระทวยจนแทบหลอมละลายเข้ากับแผงอกหนั่นแน่น สมองพร่าเลือนหยุดสั่งการโดยพลัน หญิงสาวคล้ายกำลังหลุดลอยเข้าไปอยู่ในท่ามกลางม่านหมอกที่ใดสักแห่ง รู้สึกวาบหวามไปกับจุมพิตเร่าร้อนที่ไม่เคยประสบพบเจอมากก่อนในชีวิต

ปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปตามทางของคนตัวโตที่เขาเป็นผู้นำทางอย่างว่าง่าย เพราะฤทธิ์ของสุราบวกกับความวาบหวามที่ชายหนุ่มเป็นผู้จุดประกายไฟพิษสวาทขึ้นมาด้วยริมฝีปากร้ายกาจของเขา

อาภรณ์บนเรือนร่างเริ่มหลุดรุ่ยเพราะฝีมือของฝ่ามือหนาร้อนจัด ชายหนุ่มผลักบานประตูออกไปให้พ้นทาง ดุนดันโอบประคองร่างเล็กในอ้อมแขนให้ถอยหลังเดินเข้าไปพร้อมๆกัน โดยที่ทั้งปากและมือของเขายังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง

จมูกโด่งสูดดมซุกไซร้ไปตามซอกคอหอมกรุ่น พร้อมกับพรมจูบขบเม้มอย่างกระหายใคร่อยากขย้ำแม่นวลนาง ร่างกายของหญิงสาวสั่นระริกหวิวไหว ปิดเปลือกตาลงเม้มปากแน่น เพื่อกั้นเสียงที่น่าอายของตน ขยุมมือไปบนกล้ามเนื้อแขน ที่ไร้ซึ่งอาภรณ์สวมใส่ด้วยความรัญจวน

" อ๊าา...เจ้ามารน้อย...นี่เจ้าจะตามหลอกหลอนข้าไปจนถึงที่ใดกัน...?" ปากหนาพึมพำ นัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยประกายเพลิงร้อนแรงของชายหนุ่ม เลื่อนไปมองใบหน้าเล็กจิ้มลิ้ม ที่แดงก่ำหยาดเยิ้มไปด้วยแรงปรารถนา

ร่างแกร่งสลัดอาภรณ์บนตัวของทั้งคู่ออกจนพ้นทาง สองร่างเปลือยเปล่าแนบชิดกันปราศจากสิ่งใดขวางกั้น ก่อนจะขึ้นคร่อมเรือนร่างเย้ายวนเบื้องล่างที่อยู่บนเตียงกว้าง สองมือใหญ่โอบประคองบีบเคล้นสองเต้านุ่มหยุ่นเด้งสู้มืออย่างยั่วยวน

"อ๊ะ!!....ขะ.คุณชาย...." กายบางแอ่นอกสะท้านเฮือก เมื่อนิ้วร้ายสะกิดไปบนยอดถันสีหวาน ก่อนจะก้มลงไปครอบครองด้วยริมฝีปากร้อนชื้น สลับกับการดูดเลียไปทั่วเต้าอวบอิ่ม ขบกัดเบาๆไปที่ปลายยอดปทุมถันเม็ดงาม

ร่างหนาสะท้านไหว หัวใจเต้นตุบตับรัวเร็วจนแทบทะลุออกมา เมื่อมือของตนเคลื่อนเป้าหมายลงไปกอบกุมเนื้ออวบอูมด้านล่าง ปลายนิ้วกรีดไปบนรอยแยกของกลีบกุหลาบสีระเรื่อ ที่กำลังคายน้ำหวานออกมาจนเปียกแฉะ

" อื้อออ!!" ร่างบางบิดเร้า หัวใจเต้นรัวระคนเสียวซ่าน

ชายหนุ่มรู้สึกรวดร้าวเกินจะทานทนไหวอีกต่อไป อยากจะแทรกกายเข้าไปอยู่ในตัวหญิงงามนางนี้จนแทบคลั่ง

พลางคิดว่านางคงจะผ่านอะไรมาไม่มากก็น้อย จึงไม่จำเป็นที่ตนจะต้องโอ้โลมนานจนเกินไป เพื่อทรมานตนเองอยู่เช่นนี้ เพราะนางก็พรั่งพร้อมสำหรับเขาแล้วเช่นกัน

นัยน์ตาแดงก่ำจ้องลึกลงไปยังดวงตาคู่หวาน ที่กำลังปรือปรายมองมาที่เขาพอดี กวาดมองไปทั่วใบหน้าของนางให้แน่ชัด ว่านางไม่ใช่คนที่อยู่ในห้วงจิตนาการของตนใช่หรือไม่??...

+++++++++

เอาไว้เจอกันตอนหน้านะจ๊ะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 334 ครั้ง

268 ความคิดเห็น

  1. #31 yuthharnnoi (@yuthharnnoi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 15:53
    เล่นวางยากันเลยเหรอหุหุหุ. คุณแม่เล่นแรงจัง
    #31
    0