ซือเซียนดวงใจท่านแม่ทัพ

ตอนที่ 10 : หวามไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 406 ครั้ง
    2 ก.พ. 63

ตะวันเคลื่อนลาลับ นวลจันทรากระจ่างใสผ่องแสงเรืองรอง ดวงดาราเปล่งประกายระยิบระยับพร่างพราว กระแสลมไหลเอื่อยฉ่ำเย็นพัดโบกหวีดหวิว พฤกษาไหวโยกโอนอ่อนแช่มช้า


สตรีน้อยสองสหายร่ำสุราเคล้ากับแกล้มจากบ่ายคล้อยจนย่ำค่ำ คนหนึ่งนั่งหัวเราะคิกคักพลางปรบมือให้อย่างชอบใจ อีกคนหนึ่งยืนไม่คงที่นัก โชว์ฝีไม้ลายมือโยกย้ายส่ายสะบัดในท่วงท่าแปลกประหลาดทว่าเย้ายวน เรียวปากบางแย้มขยับท่วงทำนองบรรเลงบทเพลงแสนพิลึกพิลั่น ผ่านไปเพลงแล้วเพลงเล่าด้วยความสนุกสนาน


" เทียนหมี่หมี้...เทียนมีแต่ธูปม่ายยย..มี......."


สาวน้อยเสียงหลงขาแดนซ์ ร้องเล่นเต้นระบำไปตามจังหวะจะโคนที่ผิดเพี้ยนของตน น้ำเสียงแหบแห้งเพราะฤทธิ์ของสุราเมรัย สติที่เหลืออยู่น้อยนิดส่งสัญญาณเตือนว่า ตนจะเรื้อนมากเกินไปแล้ว


" เสี่ยว..จู....ข้า..ม่ายไหวแล้ววว...ข้าว่า..พวกลาววว...พอ..กาน.แค่นี้เถอะ...." น้ำเสียงยานครางของซือเซียนฟังดูอ้อแอ้ย่ำแย่เหลือทน ยกมือขึ้นป้องปากง่วงหงาวหาวนอน


" อืม..ข้าก็ว่าเช่นนั้นเหมือนกัน ว่าแต่เจ้าเถอะเดินกลับเองไหวหรือไม่ ข้าว่าจะอยู่จัดการตรงนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อนแล้วจะกลับไปนอนเช่นกัน..." เสี่ยวจูที่ดูจะเมาน้อยกว่าอีกคน ใจจริงก็เป็นห่วงสหายอยู่ไม่น้อย แต่ทว่าเรือนของคุณชายใหญ่ก็อยู่ไม่ไกลออกไป คงจะไม่เป็นกระไรหรอกกระมัง


ซือเซียนย่อมเมามายมากกว่า เพราะเล่นซดเข้าไปคนเดียวแทบจะหมดไห ถึงแม้จะเป็นแค่เพียงเหล้าหวานก็ตาม แต่อิทธิฤทธิ์ของมันก็ใช่ย่อย บวกด้วยว่าหญิงสาวไม่เคยดื่มของมึนเมามาก่อนในชีวิต แต่สำหรับคนที่นี่อายุเพียงสิบสองสิบสามก็เริ่มดื่มกันเป็นแล้ว ยิ่งคนมีเรื่องให้กลุ้มเช่นซือเซียนย่อมต้องกิน กินให้มันลืม ลืมๆไปให้หมดยิ่งดี


" กาบหวายสิ...ข้าม่ายด้ายมาวว..สักหน่อย...แต่ว่า...ข้า จะ ปล่อย ให้ เจ้า ทำ อยู่คนเดียว ด้ายยาง งายยย มา มา ข้า จะ ช่วยย...." คนบอกไม่เมาลุกขึ้นยืนโซเซ ดวงหน้าหวานเริ่มปรือปรอยหยาดเยิ้มยังคงดื้อดึงไม่ยอมกลับก่อนง่ายๆ กินด้วยกันย่อมต้องช่วยกันสิ ถึงจะถูก


" หึ แค่ยืนเจ้ายังยืนไม่ตรงเลยซือเซียน มามาข้าจะเดินไปส่ง "


" โอเค โอเค..ม่ายยต้องไปส่ง..ข้ากลับเองไหวว..งั้นข้า..คงต้อง...รบกวน..จ้าวแล้ว...หากครั้งหน้า...ข้าจะเป็นคน..จาดการ..เองทูกกกอย่าง...งั้นข้าปายก่อนละนะ...."คนเมาไม่ขอดื้อดึงต่อ เพราะนางใกล้จะน็อกอยู่กลางอากาศเต็มทีแล้ว จึงผละเดินออกไป สายตาที่เริ่มพร่ามัวจึงมองอะไรได้ไม่ค่อยชัดนัก ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เบลอไปหมด จึงทำให้มองไม่เห็นสีหน้าเหวอค้างของอีกคน


"...!??" โอเค..โอเคคืออันใด?


เสี่ยวจูยืนเกาหัวทำหน้าฉงน สองตามองตามร่างบางไปจนลับตา....หากมีครั้งหน้านางจะเชื่อใจสหายได้จริงๆน่ะหรือ? ส่ายหัวเบาๆแย้มยิ้มมุมปาก หันกลับมาเร่งจัดการเศษซากความเสียหายที่อยู่บนโต๊ะต่อ


พลางนึกไปถึงเมื่อกาลก่อนที่ผ่านมา บ่อยครั้งที่นางเคยแอบเอาสุราที่เหลือทิ้งจากผู้เป็นนาย หวังได้ลิ้มลองรสชาติดูสักครา ทั้งยังเคยชักชวนให้ซือเซียนมาลองชิมด้วยกัน ทว่าก็โดนปฏิเสธอยู่ร่ำไป


สหายของนางทั้งเรียบร้อยและดูบอบบางดั่งคุณหนูในห้องหอออกปานนั้น ทว่าไม่กี่วันมานี้นางกลับเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนกันเสียได้


เสี่ยวจูรู้จักกับซือเซียนมาเกือบจะห้าปีแล้ว จะเรียกว่านานพอจนรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดีก็ไม่เชิง แต่มาวันนี้สหายบ่าวตัวน้อยกลับทำให้นางประหลาดใจจนต้องตะลึงอึ้งไปเลยทีเดียว


นับว่าวันนี้นางได้เป็นหูเปิดตาแล้ว นี่คงเป็นสาเหตุของสหายกระมัง ที่ไม่เคยลิ้มลองสุรากับนางเลยสักครั้ง เป็นไปได้ว่าหากนางกินเข้าไป คงกลัวว่าจะเผลอทำตัวพิลึกผิดเพี้ยนอย่างเช่นวันนี้กระมัง

.

.

เท้าเรียวของซือเซียนค่อยๆย่างไปทีละก้าวอย่างช้าๆ พยายามประคองสติที่เหลืออยู่เดินไปแบบไม่มั่นคงเท่าใดนัก ผ่านห้องโถงใหญ่ขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของเรือนหมอกเมฆาอันเป็นที่ซุกหัวนอน คิดถึงหมอน คิดถึงที่นอนอุ่นๆจะแย่


ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลอยู่ไม่น้อย นึกอยากดึงทึ้งผมตัวเองยิ่งนัก เป็นแค่สาวใช้อาศัยอยู่ในเรือนเขา ยังอาจหาญริดื่มเหล้าจนเมามายได้ถึงเพียงนี้


หากเจ้าของเรือนจับได้...ไม่รู้ว่านางจะยังอยู่ครบสามสิบสองอยู่อีกหรือไม่ นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง เพราะยังไม่รู้เลยว่าเขาอนุญาตให้นางได้อยู่ร่วมเรือนกับเขาแล้วหรือไม่


ทันทีที่หญิงสาวถึงหน้าประตูห้องของตัวเอง เอวบางก็พลันถูกเกี่ยวเข้ากับท่อนแขนแกร่งร้อนระอุของใครอีกคน ร่างบางถูกดันเข้าชิดกับผนังประตูห้อง ทั้งยังถูกกักบริเวณไว้จนไม่สามารถขยับเขยื้อนไปทางใดได้


สติอันพร่าเลือนของคนเมา ย่อมมีปฏิกิริยาตอบสนองคิดวิเคราะห์แยกแยะได้เชื่องช้ากว่าในยามปกติมากนัก จึงทำให้ร่างบางไม่สามารถปัดป้องให้ตนหลุดพ้นจากภยันตรายที่กำลังกล่ำกรายเข้ามา


ในขณะที่สมองยังไม่ทันได้ประมวลผลใดๆ ริมฝีปากบางก็พลันโดนบดขยี้ด้วยริมฝีปากหนาอุ่นร้อนเสียก่อน แพขนตางอนงามกระเพื่อมขึ้นลงแช่มช้า นัยน์ตาหวานเชื่อมทอดมองภาพเบื้องหน้าผ่านม่านราตรีด้วยความไม่เข้าใจ สมองยิ่งพร่าเบลอขาวโพลนเข้าไปใหญ่


ความรู้สึกร้อนวูบวาบตั้งแต่ใบหน้าลามลงมายังช่วงท้องน้อยนี่มันคืออะไร? หรือเป็นเพราะเมาจึงมีอาการเช่นนี้...


" อื้อ!!...อื้อ..." คิ้วเรียวของคนงามขมวดหมุนเข้าหากัน เมื่อรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งไม่ถูกต้อง สติจึงเริ่มกลับมาเล็กน้อย เรี่ยวแรงที่มีใช้กำปั้นน้อยๆทุบไปบนแผงอกหนั่นแน่นนั่น ซึ่งมันคล้ายกับลมพัดกระทบใส่กำแพงหนาเสียมากกว่า


คนตัวโตไม่มีอาการสะทกสะท้านใดๆ ร่างกายของเขาตอนนี้เกินจะควบคุมเสียแล้ว เพราะตอนนี้เขาคล้ายกับกลายร่างเป็นสัตว์ป่าดุร้ายไปแล้ว ที่พร้อมจะกลืนกินเหยื่อลงท้องจนแทบคลั่งขาดใจ


กายแกร่งเข้าบดเบียดแนบชิดกับกายบางนุ่มนิ่ม ไม่สนใจอาการดิ้นรนขัดขืนใดๆทั้งสิ้น บังคับจุมพิตริมฝีปากบางหวานล้ำปานน้ำผึ้งป่าอย่างกระหายร้อนรุ่ม ทั้งรู้สึกดีและทรมานไปพร้อมๆกัน ร่างกายของเขาร่ำร้องว่าแค่นี้มันไม่พอ เขาต้องการมันมากกว่านี้


ฝ่ามือหนาร้อนจัดเริ่มทำงานไปตามกลไกของอารมณ์กระสัน มือหนาอีกข้างเริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังบอบบาง อีกข้างก็เริ่มบีบเคล้นไปตามสัดส่วนของเรือนร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่น


หญิงสาวเริ่มไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืนต่อต้าน แข้งขาไร้กำลังทรงตัวยืนได้ยากยิ่ง ร่างกายคล้ายล่องลอยอยู่บนอากาศ ท่ามกลางแสงแดดที่พร้อมจะแผดเผาให้มอดไหม้


ทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวไปตามจังหวะขึ้นลงรุนแรง ลมหายใจเริ่มติดขัดเพราะใกล้จะขาดอากาศหายใจเข้าไปทุกที


" อื่ออ!!!..." หญิงสาวครางประท้วง เพราะรู้สึกขัดเคืองใจ นี่เขาจะฆ่านางให้ตายด้วยวิธีนี้หรือไรกันนะ


คนตัวโตยังไม่ยอมปล่อยให้เรียวปากบางของซือเซียนได้เป็นอิสระ ชายหนุ่มยังคงครอบครองขบเม้มดูดเลียไปบนเรียวปากที่เม้มเข้าหากันจากการต่อต้านของหญิงสาว


" อ๊ะ!!! .." ชายหนุ่มหยามใจจึงเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาบดคลึงกับก้อนซาลาเปาอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ...มันช่างเต็มไม้เต็มมือดีซะเหลือเกิน...


หัวใจสองดวงของคนสองคนสะท้านเฮือก ต่างคนก็ต่างรู้สึกหวามไหวไม่แพ้กัน...หัวใจสองก้อนเต้นแรงจนแทบจะปะทุออกมาอยู่รอมร่อ


ทันทีที่ร่างบางเผยอปากออกจากกัน ลิ้นสากของชายหนุ่มจึงดุนดันแทรกเข้าไปในโพรงปากหวามล้ำได้สำเร็จ ชายหนุ่มนำลิ้นสากของตนเกี่ยวกระหวัดดูดดึงกับเรียวลิ้นนุ่มหอมละมุน ชอนไชดูดกลืนไปทั่วทั้งโพรงปากที่เคล้าไปด้วยกลิ่นของสุรารสหวาน...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 406 ครั้ง

268 ความคิดเห็น

  1. #239 Poonchanit (@poonchanit) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 19:14
    เป็นบ่าวที่ต้องดูแลนายแบบใกล้ชิด ยังกล้าหนีเที่ยว
    #239
    0
  2. #30 yuthharnnoi (@yuthharnnoi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 15:48
    นางเอกเจอใครล่ะ. ลุ้นนะคะ
    #30
    0
  3. วันที่ 1 กันยายน 2562 / 20:48

    รอนะค่าาาาาา
    #7
    1
    • #7-1 som291233 (@som291233) (จากตอนที่ 10)
      1 กันยายน 2562 / 22:45

      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ไรท์จะพยายามปั่นให้ไว้ที่สุดจ้า
      #7-1