The Palace Alpha ♞ : KOOKV #ฟิคพาเลซกุกวี

ตอนที่ 21 : The Palace Alpha—2 ♞ : 00 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 279 ครั้ง
    27 ม.ค. 61



The Palace Alpha—2


OO


I

                ในเมืองมิดเดิ้ลอีสต์เมืองที่มีกษัตริย์ราชวงศ์ใหญ่ปกครอง ถ้าหากเรียกกันตามเข้าใจก็จะเป็นคำว่าครอบครัวใหญ่ที่แสนสุขสันต์ จากเดิมที่องค์กษัตริย์จอนจองกุกมีลูกแฝด ณ เวลานี้ได้เติบโตเป็นชายหนุ่มดูภูมิฐาน แถมยังนำของขวัญแสนล้ำค่ามาให้องค์ราชินีอย่างแทฮยองอีก



                หลานชายโอเมก้าตัวน้อยที่ชื่อจอน วินเซนต์



                จองกุกรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเสียเท่าไหร่หากจองกยูแฝดคนน้องจะมีคู่ครองและให้กำเนิดเจ้าตัวเล็กออกมา จองกยูและคิม วองท์คบหากันได้ไม่ถึงปีแวนตี้หรือวองท์ก็ตั้งครรภ์ เขายังจำได้ดีอยู่เลยว่าคนที่ตื่นเต้นที่สุดคือแทฮยอง ภรรยาแสนน่ารักของเขาที่ต่อให้อายุมากขึ้นสักกี่ปีก็ยังคงน่ารักอยู่เสมอ



                ส่วนจองฮยอกนั้นก็ไม่มีท่าทีว่าจะอภิเษกกับวิคตอเรียนเสียที เห็นว่าโอเมก้าชาวสวนผู้นั้นจะดูรักอิสระมิใช่น้อย ถึงอย่างไรก็เถอะ จองกุกเห็นว่าจองฮยอกหัวเราะบ่อยขึ้น ยิ้มง่ายขึ้น และที่น่าแปลกคือรักธรรมชาติเสียด้วย แม้จะไม่มีพิธีอภิเษกสมรสเสียที แต่ก็เถอะนะจองกุกได้กลิ่นประจำกายของจองฮยอกอยู่บนตัววิคตอเรียนอยู่ร่ำไป ช่างร้ายกาจเหลือทน



                นั่นล่ะ มันก็ผ่านมานานมากหลายปี จองกุกเห็นจองฮยอกร้องไห้เพียงแค่ครั้งเดียวตอนรู้ว่าวิคตอเรียนตั้งครรภ์ไม่ได้เนื่องจากครรภ์เป็นพิษ ช่างน่าสงสารทว่าแข็งแกร่ง โอเมก้าตัวน้อยผู้นั้นยังมีพลังงานหลงเหลือพอที่จะทำให้วังแห่งนี้มีความสุข โดยเฉพาะหลานชายที่ดูจองฮยอกกับวิคตอเรียนจะรักนักรักหนา รักเสียยิ่งกว่าเป็นลูกตนเอง



                ดูทรงจองฮยอกไม่ค่อยจะตามใจหลานเสียเท่าไหร่ แต่ล่าสุดเหมือนคุณปู่เพิ่งจะเห็นลูกชายคนโตซื้อขาตั้งวาดรูปไม้เนื้อแข็งจากแถบเอเชียมาให้หลานรักช่างน่ารักเสียจริง



                วินเซนต์เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ เนื่องจากเป็นหลานเพียงคนเดียว ทุกคนจึงล้วนให้ความใส่ใจกับวินเซนต์มากที่สุด และจองกุกก็นึกขอบคุณที่หลานตัวน้อยไม่เสียคนจากการตามใจของเหล่าผู้ใหญ่



                องค์กษัตริย์วัยหกสิบปีกว่านั่งมองแผ่นหลังบางของหลานชาย หนุ่มน้อยอ่านหนังสือเรียนทบทวนด้วยความระมัดระวัง โอเควินเซนต์อายุสิบเก้าย่างยี่สิบปีแล้ว แต่ยังไม่ดูโตมากนักในสายตาของท่านปู่



                หนึ่งเพราะวินเซนต์เป็นโอเมก้าตัวเล็ก



                สองเพราะวินเซนต์หน้าคล้ายกับแทฮยองตอนอายุเท่านี้ จองกุกยังจำได้ดีว่าเด็กดีของเขาอ่อนเยาว์เพียงใด



                แต่วินเซนต์ดูจะนิสัยรักสงบและไม่ค่อยดื้อไม่ค่อยซนเหมือนกับจองฮยอก ให้ตาย.. หลานของเขามีอะไรเหมือนจองกยูผู้เป็นพ่อแท้ ๆ บ้าง ดูจะมีที่เหมือนอยู่อย่างหนึ่งคือดื้อเงียบและความเอาแต่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ วิธีการหลอกล่อเพื่อได้ของที่ใจปรารถนานั่นก็ได้รับจองกยูมาเต็ม ๆ ส่วนเรื่องความประณีตในการทำงานก็คงจะได้แวนตี้ผู้เป็นแม่มา สังเกตจากเวลาแต่งตัวนั้นแวนตี้จะพิถีพิถันเป็นพิเศษ



                ส่วนเรื่องคำพูดคำจานั่นก็ได้แทฮยองมาเต็ม ๆ คงจะมีแค่เรื่องเดียวที่ได้มาจากจองกุก นั่นก็คือความรักในวิชาการ



                คนแก่ในวังยกยิ้มหัวเราะให้ตนเองจนหลานชายเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเล่มโปรด หันมาทางด้านท่านปู่ที่จิบชาอยู่แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย



                “ท่านปู่หัวเราะอะไรครับ ?”



                หนุ่มน้อยหน้าหวานถามก่อนจะพับหนังสือในมือลงแล้วเดินไปเก็บไว้ที่ชั้นหนังสือไม้เก่าครึ วินเซนต์เดินมานั่งที่โซฟาหนังสีน้ำตาลอ่อนตรงข้ามกับที่องค์กษัตริย์นั่งแล้วรินชาใส่แก้วที่เหลือหนึ่งแก้วขึ้นมาจิบตาม



                เรื่องชานี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ดูจะติดดื่มกันทั้งบ้านเลยเชียว



                “ไม่มีอะไร หลานว่าปู่หัวเราะอะไรงั้นหรือ?”



                คนเป็นปู่ถามกลับบ้างจนหลานตัวน้อยขมวดคิ้วมุ่น



                “ก็จู่ ๆ ท่านปู่ก็หัวเราะขึ้นมา วินเซนต์เลยคิดว่าท่านปู่คงอ่านหนังสืออยู่ แต่ท่านปู่แค่จิบชาเท่านั้น ท่านปู่หัวเราะวินเซนต์ใช่ไหมครับ?”



                อ่า.. ช่างขี้สงสัยเสียจริง ขี้สงสัยเก่งพอ ๆ กับจองกยู เขาว่าเขาพบจุดที่คล้ายกันระหว่างพ่อกับลูกแล้ว



                “ปู่แค่พินิจดูว่าหลานน่ะเหมือนใคร ท่าทีตอนหยิบจับหนังสือคล้ายกับใคร” จองกุกยิ้มเล็กน้อย



                “แล้ววินเซนต์เหมือนใครครับ?”



                “เหมือนใครงั้นหรือ.. ถ้าบอกก็คงจะไม่สนุก เอาไว้เก็บไปถามคนอื่น ๆ เถอะ”



                ชายที่เริ่มย่างเข้าสู่วัยชราโบกมือไปมา เพราะแบบนี้นี่เองท่านย่าถึงได้คอยพร่ำบอกว่าท่านปู่น่ะร้ายกาจ หนุ่มน้อยยู่ลงเล็กน้อยก่อนจะยื้อแย่งถ้วยชาจากมือท่านปู่มาจนผู้ใหญ่ในห้องตกใจ



                “ท่านปู่บอกมาก่อนว่าวินเซนต์เหมือนใคร”



                เสียงทุ้มหวานติดจะไม่พอใจเล็ก ๆ มือเรียวกำถ้วยชาไว้แน่น คนเป็นปู่หัวเราะชอบใจกับท่าทางดื้อรั้นเงียบ ๆ ของหลานตัวน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะหลานได้เรื่องนี้จากเขามาเต็ม ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านปู่ประจำตระกูลทำ ก็คือการลุกหนีไปเฉย ๆ



                “ไปล่ะไม่อยากจะคุยกับหลานจอมดื้อคนนี้”



                แทนที่วินเซนต์จะหน้านิ่วคิ้วขมวด แต่โอเมก้าตัวเล็กกลับหัวเราะออกมา เขาชอบจริง ๆ เวลาได้เล่นอะไรสนุก ๆ กับท่านปู่โดยที่เราทั้งคู่ไม่ตำหนิติเตียนอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างไรแล้ววินเซนต์ก็ไม่ได้เล่นจนลามปามขนาดนั้น แต่คนที่เขาเล่นด้วยแล้วรู้สึกสนุกมากที่สุดนั่นคือท่านย่า คนอะไรช่างน่าแกล้งเสียจริง



                ว่าแล้วเจ้าตัวเล็กของวังก็ลุกเดินไปที่โต๊ะไม้เขียนหนังสือ แสร้งหยิบกระดาษมาแผ่นหนึ่ง ขยำให้ยับยู่ยี่ สอดไว้ในหนังสือเล่มสีส้มดูเก่าตา หนังสือเล่มโปรดของท่านย่า



                วินเซนต์หัวเราะกับตัวเองแล้วแกล้งทำเป็นเศร้าเสียใจ หนุ่มน้อยถือหนังสือเก่ายับเยินออกไปพลางคิดบท



                อืม



                ท่านย่าครับ.. วินเซนต์เผลอทำหน้าหนังสือเล่มนี้ขาด



                ท่านย่าจะว่าไหมนะ แล้วถ้าท่านพ่อมาเห็นเข้าจะถูกท่านพ่อตำหนิหรือเปล่า.. กระนั้นต้องบอกก่อนว่าวินเซนต์ไม่ใช่เด็กซนหรือขี้แกล้งอะไร เพียงแต่ว่าการได้กอดปลอบท่านย่าน่ะอบอุ่นหัวใจที่สุดแล้ว แม้มันจะผิดวิธีไปหน่อยก็เถอะ



                ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าถึงสิบก้าว เสียงประตูวังบานใหญ่ถูกเปิดออก วินเซนต์ชะโงกมองหน้าต่าง รถยนต์ยุโรปทรงเก่าสีไข่ไก่แล่นเข้ามาในตัววังแล้วจอดลงที่บริเวณน้ำพุใหญ่ตรงกลาง เขาเห็นท่านปู่ออกไปต้อนรับคนที่กำลังลงมาที่ขอตัวลงไปก่อนเพราะแบบนี้นี่เอง



                วินเซนต์ไล่สายตามองคนที่ก้าวลงมาจากรถ



                องค์กษัตริย์เมืองโลเดอเกอร์ฝั่งแถบยุโรปไกลโพ้น และลูกชายคนเล็กขององค์กษัตริย์ที่ท่าทางเย็นชา วางมาดไม่เกินใคร ผมสีบลอนด์ประกายทองอ่อน ๆ กับตาสีน้ำเงินเข้มคนที่เราแทบจะไม่ชอบหน้ากันเสียเลย



                เจสัน อัลเบิร์ต เอลรอย

II



 

                เจสัน อัลเบิร์ต เอลรอย



                ลูกชายคนเล็กขององค์กษัตริย์เอลรอยผู้น่าเกรงขาม มันจะต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว วินเซนต์มีความรู้พอทางด้านภาษาฝรั่งเศส เขาพอจะเดาออกได้บ้างว่าทำไมโอรสองค์เล็กสุดถึงได้ชื่อดูสง่างามเช่นกัน



                Albert แปลว่า ชนชั้นสูง



                Elroy แปลว่า ราชา



                งดงามแม้กระทั่งชื่อเสียจริงคงไม่แปลกหากเจ้าของใบหน้าคมคายนั้นจะหยิ่งยโสโอหัง ภาษาอังกฤษที่พูดได้ก็ไม่ยอมสนทนากับใครเขา วินเซนต์ยอมรับว่าสมัยเด็ก ๆ นั้นตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้คุยกับเจสันเพราะจะได้พูดภาษาฝรั่งเศส และเจสันในวัยเด็กนั้นน่ารักน่าชังเสียจนใคร ๆ ก็เอ็นดู



                จนกระทั่งวันหนึ่งที่วินเซนต์เผลอทำของเล่นของรักขององค์ชายตัวน้อยเสียหายมิตรภาพของเราทั้งคู่ก็เลือนลางแทบจะในทันที



                ในตอนเด็ก ๆ นั้นวินเซนต์เข้าใจดี อะไรที่ไม่ดีก็จะจำฝังใจไปจนกระทั่งโตขึ้น



                ภาพเหตุการณ์ในห้องนั่งเล่นที่ปราสาทหลังใหญ่แล่นเข้ามาในหัว วินเซนต์ขมวดคิ้วมุ่นจนใบหน้าหวานมู่ทู่ ตอนนั้นเขาเองก็ยังเด็กมากไม่รู้ประสีประสาอะไร แต่จะบอกว่าไม่รู้ความก็คงเป็นไปไม่ได้



                ตอนนั้นวินเซนต์อายุเก้าขวบย่างสิบขวบ ส่วนเจสันเพิ่งจะแปดขวบใหม่ ๆ นั่นก็นับว่าเป็นเด็กกำลังโตเลยเชียว



                เพราะวินเซนต์มัวแต่สนใจที่จะวิ่งเล่น โดยไม่ได้มองเลยว่าขาตั้งไวโอลินไม้สีเข้มตั้งอยู่ตรงนั้น เด็กตัวน้อยวิ่งชนเครื่องดนตรีแสนอ่อนหวานนั้นจนล้มลง ซ้ำยังเหยียบทับลงไปอีกคราหนึ่งจนไม้โปร่งบุบลงไป



                เขาจำได้ดีว่าเจสันโกรธมากแค่ไหน ดวงตาสีฟ้าของเด็กน้อยถูกปกคลุมไปด้วยหยาดน้ำตา ทว่าเจสันกลับไม่ร้องไห้ออกมาแม้แต่นิดเดียว



                วินเซนต์เป็นโอเมก้าที่เติบโตมาในพระราชวังและมีการเลี้ยงดูที่ดี ดังนั้นคำพูดที่ออกมาจากปากเด็กแปดขวบ ณ ตอนนั้นช่างดูร้ายแรงสำหรับเด็กน้อยภูมิต้านทานต่ำเหลือเกิน



                Tu es très fou, Vincent



                วินเซนต์ถูกสอนมาอย่างดีว่าประโยคนี้ไม่สมควรหลุดออกจากปาก แม้ความหมายมันอาจจะดูบางเบา แต่สำหรับการเริ่มต้นมิตรภาพนั้นประโยคที่แปลว่า นายมันบ้าเหลือทน  จากเด็กน้อยสู่เด็กน้อยนั้น ทำให้โลกที่แสนสดใสระหว่างเด็กทั้งสองคนดับลงในทันที



                และวินเซนต์ก็จำได้ดีอีกว่าเจสันไม่มาที่นี่อีก ถึงแม้ว่าพระบิดาจะเสด็จมาหลายครั้งก็ตาม วินเซนต์ไม่แม้แต่จะเห็นเด็กน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม เขาพบเพียงแค่เจมส์ เอลรอยผู้เป็นพี่ชายเท่านั้น



                นับดูแล้วก็ประมาณสิบปีได้



                และเจสันก็โตขึ้นมากกว่าเขาเป็นกองเลยทีเดียว



                หนุ่มน้อยแสร้งทำเป็นเปิดหนังสืออ่านขณะที่คนอื่น ๆ กำลังสนทนากันอยู่วินเซนต์พอจะจับความได้คร่าว ๆ ว่าองค์กษัตริย์คนเก่าของเมืองโลเดอเกอร์ช่วยท่านปู่ทำสงครามแย่งชิงเขตเมืองด้วยการส่งกองกำลังรบและเสบียงอาหารมา และปัญหาของเมืองโลเดอเกอร์ในตอนนี้คือทางด้านการสื่อสาร



                เนื่องจากภาษาทางราชการของเมืองโลเดอเกอร์นั้นคือภาษาฝรั่งเศส และถือว่าเป็นภาษาที่สำคัญหนึ่งภาษา ผู้คนในเมืองจึงไม่ได้ให้ความสนใจกับภาษาอื่นมากนัก แต่คราวนี้เป็นคราวที่คนในเมืองมีความจำเป็นที่จะต้องติดต่อสื่อสารเพื่อการค้า เพราะเห็นว่าการติดต่อค้าไม้แข็งแรงนั้นก็สำคัญเช่นกัน



                วินเซนต์เหลือบมององค์กษัตริย์เอลรอยที่ถึงแม้จะชราตามกาลเวลา แต่ก็ยังดูแข็งแรงและยังมีใบหน้าที่หล่อคมคายเช่นเดิม ตากลมสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองลูกชายคนเล็กที่ก้มหน้าฟังผู้ใหญ่คุยกัน



                จะว่าไปแล้ว.. วินเซนต์ยังไม่เคยเห็นเจสันแปลงกายแม้แต่ครั้งเดียว แต่ถ้าให้เดาผิวพรรณดีเช่นนี้ พร้อมกับชาติพันธุ์อีกด้วย คงจะมีขนสีขาวแกมเทากระมัง



                หนุ่มน้อยสะดุ้งโหยงทันทีเมื่อคนที่เขากำลังเพ่งพินิจอยู่เงยหน้าขึ้นมาแล้วสบตาเข้ากับเขา



                เสียงสปาร์คดังขึ้นข้างหูและวินเซนต์รู้ดีว่านี่หมายถึงอะไร เขาโตพอที่จะรับรู้สัญชาติญาณเหล่านี้ได้ หนุ่มน้อยก้มหน้าแสร้งทำเป็นอ่านหนังสือในมือต่อไปแม้จะยังคงคิดโทษโชคชะตานี่ไม่เข้าข้างเขาเอาเสียเลย



                โอเมก้าตัวน้อยทำใจกล้าเงยหน้าขึ้นไปอีกรอบ ผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อเจสันไม่ได้มองเขาอีกต่อไปแล้ว บทสนทนาภาษาฝรั่งเศสกำลังไหลลื่นไปตามอัธยาศัย



                จนกระทั่งท่านลุงและท่านพ่อของเขาเดินเข้ามา วินเซนต์ส่งยิ้มให้ท่านพ่อเมื่อมือหนาวางลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน ผู้ใหญ่ทั้งสองเดินไปนั่งลงบนโซฟาเพื่อร่วมบทสนทนา เขาแอบสังเกตเห็นว่าเจสันลุกขึ้นยืนทำความเคารพให้ผู้มาใหม่เสียด้วย



                วินเซนต์นึกแปลกใจนักเขาก็โตกว่าเจสันหนึ่งถึงสองปี ทำไมเด็กคนนั้นถึงไม่ทำความเคารพเขา



                หนุ่มน้อยนึกคิด อาจจะเป็นเพราะประโยคที่เขาตอบกลับไปอย่างเอาแต่ใจตามประสาเด็ก บางทีมันอาจจะสร้างรอยแผลในจิตใจให้กับอีกคนจนไม่กล้าคุยกันอีกก็เป็นได้



                ‘Si tu ne plais pas, retourne chez toi! C’est ma place, Ne sois pas stupide!’



                (ถ้าไม่พอใจก็กลับบ้านนายไปซะ นี่คือที่ของเรา อย่างี่เง่าไปหน่อยเลย)



                เป็นประโยคที่ท่านย่าบอกว่าไม่สมควรจะพูดและให้ไปขอโทษเจสันเสีย วินเซนต์ถูกท่านพ่อดุที่ทำตัวไม่น่ารักสมกับเป็นเจ้าบ้านเอาเสียเลย แต่อย่างไรแล้วเด็กก็คือเด็ก หากวินเซนต์รู้เขาคงไม่ทำมันเป็นแน่



                วินเซนต์ไม่ได้สนใจอะไรอีกจนกระทั่งท่านพ่อเรียกเขาไปร่วมเข้าบทสนทนา หนุ่มน้อยวางหนังสือในมือลงแล้วทำความเคารพองค์กษัตริย์เอลรอยอีกครั้ง โอเมก้าตัวน้อยหนึ่งเดียวตรงนี้นั่งลงที่โซฟาข้าง ๆ ท่านปู่



                สำเนียงภาษาฝรั่งเศสน่าฟังทำเอาหนุ่มน้อยตื่นเต้นยิ่งนัก เขาไม่ได้ใช้มันมานานแสนนาน และคราวนี้วินเซนต์ก็กำลังจะได้พูดมันกับเจ้าของภาษาอีกครั้ง



                “โตขึ้นมากเลยวินเซนต์ หน้าตาน่ารักแบบนี้คนในเมืองของเราต้องชอบเป็นแน่ ท่านว่าอย่างไรจองกุก?”



                ประโยคที่ฟังดูแล้วทำเอาหนุ่มน้อยรู้สึกแปลก ๆ วินเซนต์หันมองคนด้านข้างก่อนที่มือหนาเหี่ยวย่นตามกาลเวลาจะสางเข้าที่กลุ่มผมนิ่ม



                “วินเซนต์เข้ากับคนง่ายอีกด้วย ก็ดีเหมือนกันถ้าจะให้ไปอยู่กับเจสัน”



                ท่านปู่เสริมขึ้น โอเมก้าตัวน้อยเริ่มตื่นตระหนก ตากลมโตเบิกกว้าง วินเซนต์หันมองทางด้านเจสันที่หลุบสายตาลงต่ำก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส ไม่แม้แต่จะปรายตามองวินเซนต์สักนิดเดียว



                “เจสันก็จะได้สอนดนตรีวินเซนต์ ส่วนวินเซนต์ก็สอนภาษาอังกฤษให้เจสัน พอว่าง ๆ แล้วพวกเจ้าทั้งสองก็เข้าชนบทไปสอนภาษาให้กับชาวบ้านชาวเมือง”



                วินเซนต์กลืนน้ำลายลงคอพลางฉีกยิ้มให้ดูเป็นปกติมากที่สุด จองกยูส่งมือมาบีบที่หัวไหล่มนของลูกชาย คนเป็นพ่อส่งยิ้มกว้างพลางพยักหน้าเห็นด้วย เช่นเดียวกับท่านลุงที่เริ่มเล่าเรื่องดี ๆ ของวินเซนต์ให้กับองค์กษัตริย์ฟัง



                หนุ่มน้อยโน้มตัวไปหาท่านพ่อก่อนจะกระซิบเบา ๆ



                “ทำไมต้องส่งไปลูกไปอยู่ที่นั่นด้วยหรือครับ?”



                จองกยูหอมแก้มนุ่มเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดูก่อนจะตอบคำถามของลูกชาย



                “เพื่อผูกพันธมิตรไงคนดีของพ่อ เราเป็นคนเก่งและเข้ากับคนอื่นได้ดี ถือว่าตอบแทนที่ทางเมืองนั้นส่งของมามากมายในยามที่เราลำบากเสียแล้วกัน”



                จองกยูตอบพลางใช้น้ำเสียอ่อนโยนมากที่สุด ทว่าสิ่งเดียวที่วินเซนต์เป็นกังวลมากที่สุดนั่นก็คือลูกชายคนเล็กเสียมากกว่า



                “แต่วินเซนต์เคยทำของเล่นของเจสันพังไม่เป็นท่าท่านพ่อว่าเขาจะยอมคุยกับลูกหรือ?”



                “เรื่องมันก็ผ่านมานมนานแล้ว เจสันเองก็โตมากพอจะแยกแยะได้แล้ว ไม่ต้องกังวลนะลูก”



                ว่าเพียงเท่านั้น วินเซนต์ก็ได้ความว่าเขาจะออกเดินทางพรุ่งนี้พร้อมกับองค์กษัตริย์เอลรอย เราจะขับรถไปที่ท่าเรือแล้วนั่งต่อไปจนถึงเมืองโลเดอเกอร์ หนุ่มน้อยหันมองเพื่อนในวัยเด็กของเขาอีกครั้งก่อนจะหลบสายตาเมื่อได้ยินเสียงสปาร์คในหูเมื่อเจสันมองกลับมา



                วินเซนต์รู้เพียงแค่ว่า สิ่งที่เขาจะต้องนำไปคือหนังสือซักสามเล่ม กระดานวาดรูป เสื้อผ้าและน้ำมันหอม ๆ ที่ท่านย่าทำให้ และขนมอบแห้งของท่านแม่สักหนึ่งโหล เพียงเท่านี้คงเพียงพอสำหรับสองเดือนกระมัง


                


         

______________________________

TO BE CONTINUED

#ฟิคพาเลซกุกวี

               

::TALK:: กลับมาอย่างเต็มรูปแบบ ใครนึกภาพหนุ่มน้อยเจสันไม่ออก ก็จะประมาณจองกุกอัลบั้มวิงส์เลยค่ะ หน้าฝรั่ง ๆ หยิ่ง ๆ ร้าย ๆ หน่อย คิดถึงทุกคน งานเยอะมาก และสารภาพว่าติดเกมส์อีกด้วย 5555555555555 ทำเอาหมดตัวกันไปข้าง 

เรื่องนี้กลิ่นจะไม่อีโรติกเท่าภาคเก่า เอ๊ะ หรือเปล่า  อันนี้ก็อยากให้ตามอ่านกันถ้าศรีไม่จมกองงานไปเสียก่อน ((หรือถ้าเราไม่มัวแต่ห่วงเกม/โดนตบ))

เห็นการตอบรับแล้วชื่นใจมาก ๆ เลย เอ็นดูตัวละครในเรื่องนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์และการสกรีมในแท็ก เราอาจจะไม่ค่อยตอบกลับทุกคนเพราะคุยไม่เก่ง แต่เรารีทวีตและเฟบไว้อ่านตลอด ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะขอหอมเหม่ง

สุดท้ายนี้มาลุ้นกันว่าเด็กดีจะแจ้งเตือนไหม คำนี้คราวเยอะทอล์กน้อย คราวนี้แล้วคำน้อยทอล์กเยอะ



               

               

               

               

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 279 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,125 ความคิดเห็น

  1. #2087 1Kitta (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:26
    น่ารักกกก
    #2,087
    0
  2. #2069 RungnapaLean (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 05:50
    คิดถึงเสมอเลยค่ะ
    #2,069
    0
  3. #2057 patchakrd (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 14:21

    รอนะคะะะคุณไรท์
    #2,057
    0
  4. #2050 comet_qelL (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 11:23
    แอแงงงงรอเด็กๆนะคะ พร้อมเอ็นดูน้องแล้ววว
    #2,050
    0
  5. #1854 Breadpapa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 22:42
    กลับมาต่อหน่อยนะค่าาา
    #1,854
    0
  6. #1851 moonmoon01 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 10:15

    /เปิดเหม่งให้ไรท์​หอม
    #1,851
    0
  7. #1795 Pacharaporn_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 21:42
    รอจร้าาาา
    #1,795
    0
  8. #1780 wuxie (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 22:03
    รอจ้าาา
    #1,780
    0
  9. #1752 Oum_nps (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 23:49
    เราจะรอนะไรท์รีบมาต่อน้าา
    #1,752
    0
  10. #1740 Lonicera (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 11:58
    ฮืออออ ทำไมเราไม่ได้แจ้งเตือนไม่รู้ เพิ่งได้อ่าน รอติดตามนะคะ
    #1,740
    0
  11. #1735 サンゴ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 23:16
    รออยู่เด้อออ
    #1,735
    0
  12. #1734 BlackFight (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 14:25
    แงงง วินเซนต์ลูกแม่
    #1,734
    0
  13. #1678 GeeMonsterrrr (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:06
    รอน้าาาาาา
    #1,678
    0
  14. #1577 mapletottot (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 22:08
    รอน้าาาาาาา ขอให้เข้ามหาละยได้ค่ะ
    #1,577
    0
  15. #1575 mapletottot (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 20:42
    น่ารักกแงๆๆๆๆ
    #1,575
    0
  16. #1541 Doyoung_Jae (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 12:54
    รอน้าา สนุกมากเลย
    #1,541
    0
  17. #1515 DaTa_KN (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 14:33
    น่ารักกกกกกก
    #1,515
    0
  18. #1512 kkimtae (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 00:15
    คิดถึงวินเซนต์จังงงเลยยย รอไรท์กลับบมาเขียนเรื่องนี้ต่อนะคะ
    #1,512
    0
  19. #1503 ppinjimm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 22:41
    คิดถึงจังเลยค่ะ .///.
    #1,503
    0
  20. #1501 mm282 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 16:31
    น่ารักอะ สู้น้าไรท์
    #1,501
    0
  21. #1499 miewpein (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 15:54
    คิดถึงเจ้าวินเซนต์ตัวป่วนแล้วววสสว
    #1,499
    0
  22. #1494 BlizZNoeL (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 13:32
    โอ้ยน่ารักเหลือเกิน ชอบบรรยากาศมากยังคงละมุนอบอุ่นเหมือนเดิม วินเซนต์จะไปอนู่เมืงอื่นแล้สวว เจสันจะยอมคุยด้วยมั้ยนะ>< ดูท่าฝังใจจากเรื่องตอนเด็กมาด
    #1,494
    0
  23. #1486 Paiplaifa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 19:29
    แอบรอไรท์อยู่นะคะ //ร้องเพลง แง้ อยากอ่านต่อแล้ว._.
    #1,486
    0
  24. #1485 Dokya_7 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:34
    สมัครเด็กดีเพื่อมาเมนต์เลยนะเนี้ย
    #1,485
    0
  25. #1484 Dokya_7 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:33
    มาต่อเดี๋ยวนี้เลยนะะะะ
    #1,484
    0