( fic BTS ) I'm in love with vampire ミ kookv

ตอนที่ 2 : Chapter : One

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    12 มิ.ย. 60


CHAPTER 1 :




 

            ใช้เวลาสลบได้ไม่นาน จองกุกก็ตื่นขึ้น เขาคิดว่าตนเองมึนหัว เลยพยายามสูดอากาศให้เข้าสมองให้ได้มากที่สุด เข้าใจว่าเขาเป็นผี สูดไปแล้วแล้วจะช่วยอะไรกับหัวใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็โล่งหัวขึ้นจริงๆ


            ตัวการที่เสยสันกรามหล่อๆ นี้ก็อยู่ข้างๆ


            จองกุกลอบยิ้มให้กับใบหน้าที่ยามหลับก็น่ารักเสียจนอยากจะลักพาตัวอีกรอบ ถ้าไม่ติดว่าลักพาตัวมาแล้ว เขาใช้มือหนาที่ซีดเซียวจนเห็นเส้นเลือดลูบไปตามกรอบหน้าน่ารัก


            มองนาฬิกาข้อมือก็พบว่านี่เป็นเวลาสิบโมงแล้ว มันสายสำหรับเขา แต่มันก็ถือว่าชินกับการใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีแสงอาทิตย์บ่งบอกเวลา เมื่อเป็นแบบนั้นเขาจึงเข้าใจไอ้คนที่นอนก้นโด่งอยู่ข้างๆ ว่าทำไมถึงไม่ยอมตื่นสักที


            แวมไพร์รุ่นเก๋าเดินออกจากห้องหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ตัวปราสาทที่เป็นหินสีดำมืดทะมึนมีโคมไฟเทียนผนึกอยู่เพื่อให้ความสว่าง คนรับใช้ด้านล่างเริ่มที่จะทำงานกัน ทั้งทำความสะอาด และแม่มดคนหนึ่งที่เป็นแม่บ้านเมื่อหันมาเห็นผู้เป็นนาย แล้วจึงรีบเดินเข้าครัว


            “นั่งก่อนครับคุณจองกุก”


            โฮซอก คนรับใช้คนสนิทของจองกุกรีบเลื่อนเก้าอี้ในห้องทานอาหารให้จองกุกนั่งทันที โต๊ะอาหารตัวยาวที่มีเก้าอี้ทรงสูงตั้งอยู่ข้างละหกตัวช่างเป็นภาพที่คลาสสิค แต่ทว่าไม่มีใครมานั่งกินข้าวด้วยเว้นเสียแต่เวลานัดเพื่อนเท่านั้น


            แวมไพร์หนุ่ม (ที่อายุพันกว่าปีแล้ว) ลอบถอนหายใจเมื่ออาหารเช้าที่ยกมาเสิร์ฟเป็นข้าวต้มแบบที่มนุษย์ธรรมดาชอบกินกัน เขาโปรดปรานของที่มนุษย์กินมากกว่าของสดๆ ที่แวมไพร์กิน


            แต่แม่บ้านคงจะลืมว่าแวมไพร์กลัวกระเทียม ถึงได้โรยกระเทียมเจียวโปะหน้ามาซะหอมรัญจวน


            จองกุกทำหน้าอี๋แล้วเขี่ยมันออกเหมือนเด็กๆ


            “โฮซอก ทานข้าวเป็นเพื่อนหน่อย”


            เป็นแบบนี้ประจำที่จองกุกจะหันไปออดอ้อนคนสนิทให้มานั่งทานข้าวเป็นเพื่อนกัน โฮซอกร่วมโต๊ะตัวเดียวกันโดยที่ผู้เป็นนายไม่ได้แบ่งแยกชนชั้น โฮซอกเป็นมนุษย์หมาป่า ครั้งล่าสุดที่จองกุกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตมนุษย์ เขาซื้ออาหารหมามาพร้อมกับนมจืดลองให้โฮซอกได้กิน


            มนุษย์เรียกว่าอะไรนะ..


            ซีเรียลใช่มั้ย


            รสนิยมช่างแปลกจริงๆ กินอาหารหมากับนมจืด


            “คุณจองกุกไปเจอเด็กนั่นที่ไหนมาครับ?”


            เนื่องจากสนิทกัน ไม่แปลกที่โฮซอกจะถาม พลางเทซีเรียล (อาหารหมาแบบเม็ด) ลงในชามแล้วรินนม


            “ตอนฉันไปซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เก็ตคน แล้วทีนี้บินผ่านเลยอุ้มมาด้วย” จองกุกตักกุ้งตัวโตเข้าปาก แล้วคุยโวต่อ “นายเชื่อมั้ยว่าโลกมนุษย์เปลี่ยนไปเยอะ ฉันเจอเครื่องคิดเงินแบบเลเซอร์ เจอทีวี เจอโทรศัพท์มากขึ้น แต่โทรศัพท์มันเริ่มใช้ยากขึ้นเรื่อยๆ แสงจ้าซะจนฉันนึกว่ายกพระอาทิตย์มาไว้ในจอ”


            “จริงเหรอ? ผมเองก็ไม่รู้ ช่วงนี้คนส่งหนังสือพิมพ์ให้บ้านเราจำศีล ไม่มาส่งจะเข้าเดือนที่สามแล้วครับ”


            โฮซอกกำลังหมายถึงคนส่งหนังสือพิมพ์ที่เป็นครึ่งคนครึ่งหมี รายนั้นต้องจำศีล แต่แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น การจำศีลของเจ้านั่นทำให้เขาไม่ได้รับข่าวสารของโลกมนุษย์


            “เห็นทีว่า นอกจากฉันจะต้องทำงานรณรงค์แล้ว ฉันคงต้องแวะไปอ่านข่าวสารซะบ้าง”




 


            หลังทานอาหารเสร็จแล้วจองกุกก็แปลงกายเป็นค้างคาวบินโฉบมาดูเจ้าตัวน้อยของเขาบนห้อง แม้จะไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องแปลงกายเป็นค้างคาว แต่จองกุกก็ทำมัน


            เขาเปิดตู้เก็บความเย็นในห้องนอน ก่อนจะหยิบเลือดพาสเจอไรซ์มาเจาะดื่มอึกๆ รสชาติยังคงแย่เหมือนตาตุ่มหมา แต่ก็ช่วยให้ชายหนุ่มกระปี้กระเปร่า


            แอบชะโงกหน้าผ่านแผงกั้นไปดูเจ้าหนูที่นอนกอดมูมู่แล้วก็ยิ้มเขิน ทำไมว่าที่ภรรยาของเขาถึงได้นอนน่ารักแบบนี้นะ แต่ถ้านอนนานไปกว่านี้เขาคิดว่าจะไล่ไปเล่นเจ้าหญิงนิทราแทนแล้ว นอนสะสมสแตมป์สตาร์บัคหรืออย่างไรกันนะเด็กคนนี้


            “ที่รัก ตื่นได้แล้ว”


            จองกุกยืดแก้มนุ่มด้วยความหมั่นเขี้ยว แทฮยองหาวกว้างจนจองกุกเสียวว่าจะอมหัวเขาเข้าไป อีกคนยันตัวขึ้นนั่งแล้วกอดมูมู่หมีสกปรกแน่น


            “เธอนอนมาทั้งวันแล้วเนี่ย ลงไปหาอะไรทานกันดีกว่า”


            แทฮยองยังคงสะลึมสะลือไม่ตอบอะไรจองกุก เพียงแต่ถอยก้นกลมๆ ลงจากเตียง แล้วควานหาผ้าเช็ดตัวในกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมกับชุดเพื่อเข้าไปเปลี่ยน


            “จองกุก! ทำไมไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น”


            แทฮยองชะโงกหน้าออกมาให้เห็นแค่ตากลมๆ ผ่านประตู และจองกุกเองที่เห็นแบบนั้นเลยวิ่งไปแอบหลังบานประตูแล้วโผล่มาแค่ลูกตาบ้าง


            “ให้ฉันบอกให้แม่บ้านต้มให้มั้ย?”


            “ไม่เอาอ่ะ ผมกลัว”


            “กลัวอะไร ให้ฉันอาบให้มั้ยล่ะ เผื่อจะอุ่นขึ้น”


            จองกุกว่าพลางเขยิบตัวออกมาแล้วทำท่าแง้มประตู


            “ไม่เอา! ผมอาบได้ จองกุกออกไป”


            แทฮยองยู่หน้าก่อนจะเตรียมปิดประตู แต่ทว่าประตูก็ถูกดึงไว้ก่อนพร้อมกับใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มหล่อที่ขมวดคิ้ว


            “ทำไมไม่เรียกฉันว่าคุณจองกุก หรือพี่จองกุก เรียกแค่จองกุกเฉยๆ ไม่น่ารักซะเลย”


            “คุณจะแก่จากผมสักเท่าไหร่เชียว ดูแต่งตัวสิ ใส่เอี๊ยมเนี่ย แบ๊วมากมั้ย?”


            แทฮยองบ่นอุบอิบแล้วพยายามปิดประตู ทิ้งให้จองกุกที่งงว่าใส่เอี๊ยมแล้วมันผิดตรงไหน ฉันจะได้ดูเด็กลงไง ไม่ดีเหรอ? งงนะ


            “ถึงฉันจะแต่งตัวแบบนี้แต่ฉันก็อายุพันกว่าปีแล้วนะเจ้าหนู เธอน่ะแค่ยี่สิบกว่า” จองกุกเถียง


            “ติ๊งต๊องแบบคุณ ผมเพิ่งว่าโดนกัดเมื่อสองสามวันที่แล้วด้วยซ้ำ แวมไพร์บ้าอะไรติ๊งต๊อง”


            แทฮยองแลบลิ้นใส่แล้วปิดประตูใส่หน้าดังปัง! จองกุกกัดริมฝีปากล่างด้วยความแค้น


            เข้าไปแอ้มก็ไม่ได้!


            แถมยังโดนหาว่าติ๊งต๊องอีก!


            “โฮซอก!!! ช่วยฉันแต่งตัวที”


            แทฮยองใช้น้ำเย็นๆ ลูบหน้าอยู่นาน พลางคิดว่านี่มันคือเรื่องจริงหรือเขาแค่ฝันไป คนตัวเล็กจึงใช้หัวโหม่งฝาผนังดังปึ่ก! นอกจากภาพรอบตัวจะยังเหมือนเดิมแล้ว หัวเขายังโนเพิ่มอีกด้วย


            ว่าแล้วก็ชำระล้างกายด้วยฝักบัวแบบคลาสสิคนิดหน่อย พร้อมกับสบู่ก้อนที่ถูกสลักด้วยลายดอกกุหลาบ ถืออย่างไร เขาก็คิดว่าจองกุกเป็นคนสะอาดดี เป็นผู้ชายที่รู้จักดูแลผิวพรรณ เพราะเขาเห็นครีมบำรุงเต็มไปหมด


            แวมไพร์มันบำรุงผิวได้จริงๆ น่ะเหรอ


            ว่าแล้วก็ขโมยใช้สักหน่อย ดูเหมือนจะเป็นของใช้จากโลกมนุษย์ด้วย บ่งบอกว่าจองกุกอาจจะไปที่โลกของเขาบ่อย


            ถึงจองกุกจะเป็นแวมไพร์ที่หล่อมาก แต่มันก็จั๊กจี้อยู่ดีเมื่อคิดว่าเขากำลังเจอเรื่องบ้าอะไรอยู่



           

            แทฮยองในชุดเสื้อผ้าสบายๆ ตามประสาเด็กวัยรุ่นยืนเช็ดผมก่อนจะตาค้างเมื่อเจอแวมไพร์ในลุคใหม่ นั่นก็คือจองกุกที่อยู่ในแจ็กเก็ตหนังสีดำ พร้อมกับกางเกงยีนส์สีดำรัดรูป รองเท้าบู๊ทสีน้ำตาลอมเหลือง หล่อราวกับนักแข่งรถ หล่อไม่เกรงใจเขาเลย


            อีกคนนั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียง พลางเอามือเสยผม เมื่อเห็นแทฮยองที่ตาค้างไปก็กระตุกยิ้มมุมปาก


            “เป็นไง ฉันหล่อใช่มั้ยล่ะเจ้าหนู”


            แทฮยองพยายามไม่ตอบ ไอ้แวมไพร์แก่นี่ชอบเหลิง ถ้าชมแล้วเดี๋ยวหลงตัวเองยาว ครั้งนี้แทฮยองไม่อาจปฏิเสธได้เลยจริงๆ ว่าจองกุกหล่อมาก


            “หะ.. หิวข้าว”


            “ตื่นสายเองนี่ ฉันลงไปกินมาตั้งแต่ตะวันยังไม่แยงก้น” จองกุกแค่นหัวเราะ


            “แล้วบ้านคุณมันมีตะวันให้แยงก้นผมมั้ยล่ะ?”


            “โอ๋ ที่รักไม่โวยวายนะครับ”


            ถ้อยคำหวานชวนเลี่ยนเล่นเอาแทฮยองกลอกตา วงแขนแกร่งโอบมาบนไหล่ของแทฮยอง คนตัวเล็กสูดดมกลิ่นตัวของแวมไพร์ค้างๆ แล้วต้องยอมรับว่ามันหอมชวนให้หลงใหลจริงๆ


            “แม่บ้านทำข้าวต้มเอาไว้ให้ เธอกินได้รึเปล่า?” จองกุกเลื่อนเก้าอี้ให้แทฮยองนั่งแล้วร่างบางก็พยักหน้าหงึกๆ


            เมื่ออาหารมาเสิร์ฟแทฮยองก็ตักเข้าปากคำโต


            “ผมอยู่คอนโด กินแต่มาม่า ลืมไปแล้วว่าข้าวต้มรสชาติเป็นยังไง แม่บ้านคุณนี่เก่งเนอะ ทำออกมาอร่อยเชียว”


            แทฮยองยิ้มทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก จองกุกจึงใช้นิ้วโป้งไปป้ายเมล็ดข้าวที่เปื้อนปากให้หลุดออก พร้อมกับใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อทันที


            “ว่าแต่มาม่าคืออะไร?” จองกุกเท้าคางถาม


            “คุณไม่รู้จักเหรอ?”


            “ใช่น่ะสิ ไม่คุ้นหู”


            “มันคือเส้นบะหมี่ หลากรสเลย ไว้วันไหนคุณไปกับผมแล้วผมจะต้มให้กิน”


            “แล้วมันจะอร่อยเท่าจูบของเธอหรือเปล่าคนดี” จองกุกยิ้มกรุ้มกริ่ม


            “ไปเล่นตรงนู้นไป ลานสนามหญ้ากว้างๆ ของคุณอ่ะ ไปเล่นคนเดียวให้พอใจ”


            แทฮยองชี้มือไล่ พร้อมกับจองกุกที่ทำสีหน้าไม่เข้าใจ เล่นอะไร เขาโตป่านนี้แล้ว แทฮยองนี่ชอบพูดจากำกวม



 

 

            “อยู่ห้องหนังสือไปก่อน ฉันก็ไม่รู้จะพาเธอไปไหนในเมืองของฉัน มันน่ากลัว ตัวฉันเองเจอพวกผีสองหัวยังกลัวจนจะเป็นลม แล้วพรุ่งนี้เราค่อยไปโลกมนุษย์ของเธอกัน”


            จองกุกไขประตูห้องหนังสือเข้าไปให้แทฮยองนั่งอ่านเล่นเพลินๆ เขาลากบันไดตัวยาวมาให้ เผื่อแทฮยองจะใช้ปีนหยิบหนังสือ ห้องอ่านหนังสือของเขากว้างขวาง มีทั้งตู้สูงใหญ่เต็มไปหมด


            แทฮยองที่เบื่อเพราะไม่มีโทรศัพท์เล่นงอแงอยู่สักพักก่อนที่จองกุกจะตัดสินใจหิ้วอีกคนมาที่นี่ แวมไพร์หนุ่มนั่งรินน้ำชาจิบอยู่ที่โต๊ะมุมห้อง เขาเสกมนต์ด้วยปลายนิ้วให้เหมือนมีแสงอาทิตย์อ่อนๆ ให้แทฮยองไม่อึมครึม


            “คุณเสกแบบนั้นมันจะไม่ทำร้ายผิวคุณเหรอ?”


            แทฮยองตาวาวด้วยความแปลกใจ แล้วนั่งลงข้างๆ เมื่อเลือกหนังสือเสร็จ เขาหยิบนิทานกล่อมเด็กโดยคุณครูหมาป่ามา


จองกุกส่ายหน้าแล้วหัวเราะ


            “ไม่เลย มันเป็นแค่เวทย์มนตร์ เธอลองคิดดูสิ ฉันไม่เห็นตะวันเลย เฉาตาย”


            “จริงด้วยแฮะ คุณนี่ มีความคิดดีๆ ก็เป็น”


            จองกุกอมยิ้มเมื่อถูกคนน่ารักชม ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อคิดได้ว่าโดนหลอกด่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดแย้งอะไรกลับไปเพราะแทฮยองกำลังอ่านหนังสืออยู่


            มนุษย์อยู่ได้อย่างไรกับเสื้อแจ๊กเก็ตพวกนี้ ร้อนจะตายชัก เขารู้สึกอบอ้าวจั๊กแร้ แต่เพื่อความหล่อเลยยังต้องใส่ต่อไป จองกุกจิบชาไปได้สักพักพร้อมกับเอนกายลงกับโซฟาตัวเล็กมองแทฮยอง


            “มองอะไร”


            เสียงทุ้มหวานไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังมอง จองกุกไม่ตอบเพียงแต่นอนยิ้มอยู่แบบนั้นสักพักแล้วหลับตาลง


            แทฮยองเลิกคิ้วแล้วอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นเขี้ยวเล็กๆ ของจองกุกโผล่มาตอนอีกคนอ้าปากหวอ


            มันอาจจะไม่ค่อยชินที่อยู่ดีๆ ก็มีคนมาให้ความสนใจแบบนี้ แต่แทฮยองกลับรู้สึกว่ามันน่ารักดี


            เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้แทฮยองรู้สึกผูกพันไม่น้อยแม้เพียงเพิ่งพบเจอ

           

 

 

            จองกุกพาลงมาทานอาหารเย็นข้างล่าง แม่บ้านทำสเต็กเนื้อกวางให้ทาน จองกุกทานมันกับเลือดสดๆ ด้วย ซึ่งเขาบอกว่านานๆ ทีจะดื่มเลือดสดๆ ครั้ง และส่วนมากก็ดื่มแค่เลือดของสัตว์ ไม่ดื่มเลือดคนมานานแล้ว


            นั่นก็ทำให้แทฮยองโล่งใจ ไม่งั้นเขาคงได้แต่กลัวอยู่แบบนั้นว่าวันไหนกันที่จองกุกจะหน้ามืดตามัวลุกมาดูดเลือด


            แทฮยองขึ้นมานอนหาวหวอดๆ อยู่บนเตียงสีเลือดนก พรุ่งนี้เขาจะได้กลับบ้าน จองกุกถือว่าเป็นคนที่ดีมาก ลักพาตัวภาษาอะไรปล่อยให้ตัวประกันกลับบ้านได้ด้วย


            ภาพจองกุกที่ออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับหยดน้ำแพรวพราวเกาะอยู่บนซิกแพ็คเล่นเอาแทฮยองแทบไม่หายใจ ผิวขาวซีดแต่ทว่ากลับดูมีเสน่ห์นั่นอีก คนตัวเล็กรีบพลิกตัวไปซุกน้องมูมู่สุดที่รักเอาไว้


            ส่วนตัวการก็ยืนเช็ดผมต่อไป เสร็จแล้วก็คลานขึ้นมาบนเตียง ไม่ได้รู้บ้างเลยว่ามีคนนอนเขินวิญญาณหลุดอยู่หนึ่งอัตรา


            “ทำไมนอนแบบนั้น เดี๋ยวก็หายใจไม่ออกตายหรอก ฉันกลัวผีนะ” จองกุกเอ่ยแล้วพลิกตัวแทฮยองให้นอนดีๆ


            “แล้วคุณไม่ใช่ผีหรือไงเล่า!


            แทฮยองตะคอกเสียงดังแล้วหน้าแดงเมื่อสบตาเข้ากับสายตาคมอย่างจัง


            “แล้วเธอจะตะคอกฉันทำไมล่ะเนี่ย ฉันเป็นผีแต่จูบเก่งนะ” จองกุกแกล้งเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้


            “พอเลย หยุดเลย ผมจะตายแล้ว”


            แทฮยองเลื่อนมือไปดันใบหน้าหล่อๆ นั้นเอาไว้


            “ทำไม เธอเขินฉันเหรอเจ้าหนู?”


            “ไปแต่งตัว ไม่งั้นผมจะบิดหัวนมคุณ”


            “โอ้โห คนยุค 2017 นี่ช่างห้าวหาญเสียจริง ฉันล่ะไม่เคยพบเคยเจอ”


            จองกุกรีบใช้ผ้าขนหนูปิดบังร่างกายตัวเองเอาไว้แล้วไปแต่งตัวใส่ชุดนอนดีๆ ผ้าลินินสบายตัวสีดำของจองกุกพลิ้วไหวไปตามแรงลม หน้าต่างที่เปิดไว้ถูกจองกุกร่ายมนต์ให้ปิดลงเพราะเดี๋ยวแทฮยองโดนน้ำค้างจะไม่สบายเอา


            “นอนเถอะเด็กดี พรุ่งนี้เธอต้องพาฉันเที่ยวโลกมนุษย์นะ”


            แทฮยองไม่ตอบอะไรก่อนจะนอนหันหลังให้กับจองกุก กระชับมูมู่เอาไว้แน่น แล้วเบิกตากลมโตขึ้นทันทีเมื่อจองกุกเขยิบหน้าเข้ามาใกล้ จนลมหายใจรดต้นคอ


            เหมือนจองกุกจะเคยพูดเอาไว้ ว่าร่างกายเขายังคงปกติทุกอย่าง เว้นเสียแต่หัวใจที่มันไม่เต้นแล้วก็เท่านั้น


            เมื่อเป็นเช่นนั้นแทฮยองจึงพลิกตัวเข้าหาอกแกร่ง เขาอยากลองนอนฟังเสียงหัวใจของคนมีความรัก


            แต่ทว่าไม่ได้ยินอะไรภายใต้อกแกร่งเหล่านั้นเลย..


            จองกุกจะรู้สึกอย่างไรกันนะเมื่อรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรง ทั้งๆ ที่หัวใจอีกฝ่ายก็เต้นไม่ได้


            ช่างเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์เสียจนแทฮยองอดไม่ได้จะเอื้อมมืออุ่นๆ ไปทาบไว้ที่ผิวกายเย็นชืด เขาก็แค่อยากแผ่ความอบอุ่นกลับไปให้จองกุกอีกครั้ง


            ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หัวใจของจองกุกที่เต้นได้ในวันนี้.. แต่เป็นหัวใจของเขาเสียเองที่เต้นแรงจนคับอกเมื่อจองกุกวาดแขนแกร่งโอบอุ้มร่างเล็กเอาไว้ พร้อมกับกดจมูกดมเส้นผมของเขาอย่างรักใคร่ราวกับเจอกันมาแล้วหลายปี


            “จองกุก หลับไปหรือยัง?”


            แทฮยองเอ่ยขึ้นเบาๆ


            “ว่ายังไงแทฮยองของฉัน?” เสียงแหบทุ้มขานกลับ


            “คุณ.. เวลาใจเต้นแรง คุณรู้สึกอย่างไร?”


            “เธออย่าลืมว่าฉันก็ยังมีหัวใจ มันรู้สึกทุกอย่าง เพียงแต่มันแค่ไม่สูบฉีดเลือดให้ฉัน ที่เธอทาบมือมาเมื่อกี้ มันอบอุ่นมากเลยนะเด็กดี”


            จองกุกจับมือข้างที่แทฮยองทาบอกไว้ไปหนุนที่แก้มตอบ มันยังคงเย็นชืดเมื่อแทฮยองสัมผัสมัน แต่ทว่ามันอบอุ่นสำหรับจองกุกมากๆ


            “นอนได้แล้ว พรุ่งนี้รีบออกกันแต่ตั้งเช้ามืด ฉันจะได้ไม่โดนแดดมาก”


            แทฮยองพยักหน้าตอบรับก่อนจะหายใจฟึดฟัดเมื่อรู้สึกอึดอัดอยากบอกอะไรร่างกำยำตรงหน้า


            “คุณจองกุก..


            “หืม?” อีกคนขานรับด้วยเสียงยานคางเล็กน้อย


            “ฝันดีนะครับ”


            เมื่อพูดเสร็จแทฮยองก็ซุกตัวลงบนแผงอกแกร่งโดยเอาเจ้ามูมู่กั้นไว้ เขาได้ยินเสียงคุณแวมไพร์กระซิบบอกฝันดีกลับ แต่ทว่าเสียงหัวใจของเขามันเต้นแรงกว่า..


TBC.




 Talk : มาแล้วค่ะ ตอนนี้ยาวมาก เพราะว่าแต่งเพลินมาก ตอนหน้าเราจะพาแวมไพร์วัยเก๋าไปตะลุยโลกมนุษย์แล้ว 

ก็คือคราวหน้า จะเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น โดราเอม่อนตะลุยโลกมนุษย์นะคะ แล้วให้จองกุกเป็นโนบิตะแทน /ไม่ได้เหรอ? .. 


ล้อเล่น 



ขอบคุณทุกคนนะคะ ให้กำลังใจเราด้วยเนอะ เลิ้ฟทุกโคน

        CR.SHL

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #106 aim42404 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 22:53

    หัวใจใครจะเต้นเเรงกว่าไม่สำคัญเพราะอีกไม่นานก็จะกลายเป็นหัวใจดวงเดียวกันแล้วกิ้ววว

    #106
    0
  2. #102 ku_1709 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:18

    อยากจะขี่เมฆไปหาเลยครับ

    #102
    0
  3. #96 Vegas_py (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 13:36
    เขาน่ารักกันจังเลยค่ะ//ยิ้มเขิน555555
    #96
    0
  4. #92 NaMiSsZ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 19:22
    น่ารักกก จองกุกอบอุ่นมากก
    #92
    0
  5. #89 Real.B シ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 20:35
    เขินคุณแวมไพร์
    #89
    0
  6. #64 pnnx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 08:53
    เป็นความตลกที่ละมุนมากค่ะ โอ้ยย น่ารักเว่อร์
    #64
    0
  7. #49 predita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 23:59
    น่ารักกกก
    #49
    0
  8. #44 wyjh3025 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 11:44
    โอ่ยยย คุณแวมไพร์แต่งตัวซะเด็กน้อยเลยนะคะ ชุดเอี๊ยมงี้ อิอิ แต่ติ๊งต๊องอย่างแทว่าจริงๆ 5555555 แวมไพร์ก็มีหัวใจมีความรู้สึกนะจ้ะ แทแท คิคิ
    #44
    0
  9. #32 Citree_World (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 00:19
    พึ่งรู้ว่ามีคนคิดเหมือนเราที่ว่าซีเรียลมันเหมือนอาหารหมาอาหารแมวผสมนมมากกว่าอาหารคน55555555
    #32
    0
  10. #21 baekv (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 17:53
    ชอบคุมแวมไพร์ ตลกดี ชอบบบ 5555555 เป็นเรื่องที่คลายเครียดดีค่ะ รอออนะคะ สู้ๆๆ
    #21
    0
  11. #20 - holyJ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 02:35
    คือแบบ.. อยากจะชมจองกุกบ้าง แต่ความติ๊งต๊องมันบังตาจริงๆ 555555 ไม่รู้จะโฟกัสที่วีรกรรมตรงไหนของสองคนนี้ดี ปล. หิวข้าวต้มมมมมมมมมมม
    #20
    0
  12. #19 izaraii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 00:28
    แวมไพร์อะไรทำไมตลกติ๊งต๊องงี้5555555 อ่านไปขำไปจริงๆ
    #19
    0
  13. #18 จักรพรรดิ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 23:33
    ตลกจองกุก 5555555555555555555555555555555555555555555
    #18
    0
  14. #17 Nyngnong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 23:19
    ทำไมจองกุกกลัวผี ติงต๊องจริงๆ55555
    ส่วนแทก็น่ารักตลอดด แอบเขินเบาๆ
    #17
    0
  15. #16 inchitan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 23:08
    น่ารักกกกกกกกกกกกกก น้องกับมูมู่น่ารัก คุงแวมไพร์ก็น่ารัก รักน้องมากๆนะ
    #16
    0
  16. #15 m_mark2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 23:03
    คุณแวมไพร์กลัวได้แม้กระทั่งประเภทเดียวกับตัวเอง 55555 น่ารักเนอะจองกุกอ่า
    #15
    0
  17. #14 taetaexx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:47
    ลมุนเวอร์ ฮรื่ออ เขินง่า >< จองกุกอบอุ่นมากๆอ่ะ(ถึงจะติ๊งต๊องและตลกไปหน่อยก็เถอะ) แทแทก็น่ารักก เอ็นดูท่านอนกอดเจ้ามูมู่เหลือเกิน // สนุกม่กค่ะไรท์ อ่านไปกะยิ้มไป มีฟามสุขข รอตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่า
    #14
    0
  18. #12 PaiiKanj (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:32
    งุ้ย...เขินอ่ะ
    #12
    0
  19. #11 Lawless (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:28
    เขินจังเลยค่ะ ฮือออ จองกุกน่าเอ็นดู ทำไมติ๊งต๊อง ๕๕๕๕๕๕๕๕๕
    #11
    0