Remake Love แปลงโฉมสะกดใจนายเพลย์บอย

ตอนที่ 10 : บทที่ 4 : คนบ้าเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 ส.ค. 54

                พักกลางวัน
                “ไปกินข้าวกันเถอะโซจู ^^~”
                “อือ แต่ฉันขอไปส่งงานอาจารย์ก่อนนะ”
                “งั้นฉันลงไปรอข้างล่างแล้วกัน”
                พอพูดจบ ฉันก็เดินออกไปจากห้อง แล้วเดินลงบันไดไปข้างล่างอย่างที่พูดทันที
                พักกลางวันได้มาถึงแล้ว ฉันล่ะรักเวลาพักกลางวันของโรงเรียนนี้จริงๆ เพราะมันเป็นเวลาที่ฉันจะได้หาของกินอร่อยๆ มาใส่ท้อง เพื่อสะสมพลังงานไว้เรียนในคาบต่อไปยังไงล่ะ
                ส่วนเรื่องเมื่อตอนเช้า คิดแล้วก็ยังตกใจอยู่ ฉันนึกว่าจะโดนฆ่าหมกส้วม โทษฐานสวยมากเกินไปซะแล้วสิ แต่ก็โชคดีที่นายเปเปอร์อะไรนั้นไม่ได้เกิดโรคจิตขนาดนั้น เลยปล่อยฉันมา ว้าว...ขอบคุณหมอนั่นจริงๆเลย
                แล้วพอมานึกดูดีๆ ฉันก็คิดได้ว่า...นายนั่นเป็นเด็กโรงเรียน ‘เมย์มอนชิน’ ที่น้องชายฉันอยู่ เพราะเครื่องแบบโรงเรียนไม่เหมือนกัน
อันดับแรกเสื้อเชิ้ตสีดำของโรงเรียนฉัน ที่ผู้ชายกับผู้หญิงต้องใส่ทุกคน กลายเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดแทน อันดับสองจากเสื้อสูทสีขาว ที่พอใส่กับเสื้อเชิ้ตสีดำแล้วแสนจะดูเข้ากัน ก็กลายเป็นเสื้อกั๊กสีน้ำเงิน ที่ติดตราดาบไขว้ อันเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนเมย์มอนชิน แล้วอันสุดท้ายที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว เนคไทสีแดงของโรงเรียนฉัน กลายเป็นเนคไทสีเขียวของฝั่งนู้นแทน!
เป็นไงล่ะการสังเกตของฉัน พอจะสู้เจ้าหนูยอดนักสืบโออันได้เปล่า หึๆ ^^
แล้วในขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น ก็มีมือของใครบางคนมาจี้เอวฉันจากทางด้านหลัง ฮ่าๆๆ พะ...พอแล้ว ฉันบ้าจี้!
“พอแล้วๆ ^O^!”
ฉันพูดพลางดิ้นไปมาเพื่อให้พ้นจากการจี้เอว ต้องเป็นโซจูแน่เลย ส่งงานเสร็จแล้วมาแกล้งฉันต่อเหรอยัยเพื่อนคนนี้ ฉันเลยจะหันไปข้างหลังเพื่อหยุดมัน แต่ไม่ใช่...สปายต่างหากคือคนที่กำลังจี้เอวฉัน แถมการที่ฉันหันหลังไปเมื่อกี้ ทำให้เขาได้โอกาสกอดฉันเอาไว้ซะแน่นด้วย!
“…”
ประกาศภาวะแฮปปี้ ฉันกำลังถูกคนที่เคยปฏิเสธฉันกอด >/ / /< (อ้าว?)
“หน้าแดงจังเลยนะพริกแกง เขินเหรอ ^^?”
“...ใครเขิน! อย่ามาพูดมั่วๆ นะ”
แต่ก็นะ ไอ้ฉันตอนนี้กำลังอยู่ในหมวดสวย เริด เชิด หยิ่ง ก็เลยต้องปฏิเสธหัวใจตัวเองไว้ก่อน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่าย จีบได้แล้วทิ้งขว้าง หึ!
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก~
โธ่...ใจเจ้ากรรม จะเต้นเร็วไปแข่งแร็พโย่ที่ไหนไม่ทราบ กะอีแค่โดนผู้ชายที่ตัวเองชอบกอดมันจะระเบิดหรือไง แต่ว่า...ขอสักทีเถอะ
“ไม่ได้พูดมั่วๆ ก็เห็นอยู่ว่าเธอหน้าแดง จริงไหม?”
“ไม่จริง!”…จริงที่สุดเลยค่า~
“นั่น...ยังจะมาเถียงอีก นิสัยไม่ดีเลยนะเธอ หัดยอมรับความจริงมั่งสิ”
“ฉันไม่ยอมรับ เพราะฉันไม่ได้หน้าแดงใส่นาย ฉันหน้าแดงใส่...ใส่เงาสะท้อนตัวเองในรองเท้าขัดมันนายต่างหาก”
ฉันพูดพลางก้มหน้าลงมองรองเท้าหนังสีดำ ขัดมันเงาวับอย่างกับกระจกของสปาย นี่ๆ ฉันเห็นเงาตัวเองในรองเท้าด้วย ว้าว...มหัศจรรย์มากเลยรองเท้าคู่นี้ *-*
“เงาสะท้อนในรองเท้า...เธอจะบ้าเหรอ! กะอีแค่รองเท้าฉันขัดเงาวับสะท้อนหน้าเธอ เธอถึงกับอายใส่เงาตัวเองเนี่ยนะ - -//”
“ทำไมล่ะ! มันแปลกเหรอ ฉันภูมิใจหน้าตาอันแสนสวยงามในรองเท้าขัดมันเนี่ยมันแปลกเหรอ”
โฮะๆ เถียงสุดใจขาดดิ้น ถึงแม้ว่าเหตุผลมันจะปัญญาอ่อนชิบก็เถอะ แต่ฉันภูมิใจ คนอย่างพริกแกงถ้าสวยขึ้นมา ไม่แพ้ (คนสวย) ชาติไหนในโลกเว้ย
“จริงอย่างไอ้น้องชายว่า ‘หน้าอกก็แบนราบยังกับกำแพง หน้าตาก็ยอดแย่ยิ่งกว่าคางคก รูปร่างก็เตี้ยยังกับคนแคระผสมผักชี คนที่คว้าเป็นแฟนคงตาบอด’ อย่างมาก - -+”
ฉึก! คำพูดมันวานมันรีเทิร์นกลับมาทิ่มตรงกลางดวงใจฉัน ปาก...ปากหมาเหมือนกันเลย นิสัยเสีย ด่าผู้หญิงไม่ดู หน้าอกฉัน เห็นอย่างนี้ก็เถอะ...คัพ B ส่วนหน้าตา...ใช่ เมื่อก่อนฉันมันไม่สวย แต่เดี๋ยวนี้ฉันสวย เมื่อตอนคาบสามเดินไปเรียนคหกรรม ยังมีคนมาขอช็อกโกแลตที่ฉันทำเพียบ ส่วนความสูง...168 ซม. มาตรฐานสาวไทย พวกแกต่างหากที่สูงยังกับเปรตวัดสุทัศน์
“งั้นคนที่คว้านายเป็นแฟนคงตาต่ำ!”      
“อะไรนะ”
“ตาต่ำฟังไม่ชัดหรือไง ฉันสะกดให้ฟังด้วยก็ได้ ตอ อา ตา! ตอ  อำ  ตำ  ไม้โท ต่ำ! รวมกันชัดๆ ตา ต่ำ”
“เธอ!”
สปายเปลี่ยนจากกอดมาผลักฉันติดกำแพง ก่อนจะเอาแขนทั้งสองข้างกันฉันเอาไว้ เขาจ้องหน้าฉันด้วยสายตาที่เหมือนโมโหหน่อยๆ แต่ว่าฉันก็ยังลอยหน้าลอยตา เชิดหน้าใส่อย่างไม่กลัวอะไร ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง...ฉันกลัว กลัวมากเลยด้วย
“ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าพูดแบบนี้กับฉัน”
“ขอแสดงความยินดีด้วย!”
“ฉันก็ขอแสดงความยินดีกับเธอเหมือนกัน เพราะเธอก็เคยตาต่ำ อยากได้ฉันเป็นแฟน”
ฉันพูดอะไรไม่ออกเมื่อเจอประโยคนี้ อยากจะด่า แต่ว่าเหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างมันมาจุกที่คอ นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าน้ำท่วมปาก อึดอัด...
“เถียงต่อสิ เถียงให้เก่งอย่างเมื่อกี๊”
“…”
“หึ...นี่ ถ้ารู้ใจตัวเองว่ายังรักฉัน อย่าพูดแบบนี้อีก”
“ถุย!”
ช่วงจังหวะที่เขาพูด ฉันหันหน้ามาแล้วถุยน้ำลายใส่เขาอย่างนึกโมโห สปายตกใจรีบปล่อยฉันแล้วเช็ดหน้าตัวเองที่มีน้ำลายเปื้อนอยู่อย่างเร็ว
“มันมากไปแล้วนะ!!!” สปายผลักฉันติดกำแพงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันแรงและเจ็บยิ่งกว่าครั้งแรก เพราะว่าเขาบีบไหล่ฉันเพิ่มไปด้วย
“โอ๊ย! ปล่อยฉันนะ!?!” ฉันจับแขนของเขาให้ออกไปจากไหล่ แต่สปายออกแรงบีบ จนน้ำตาฉันเอ่อออกมา เพราะรู้สึกจ็บที่ไหล่
“ฮึกๆ”
“อย่ามา...ป...”
“พริกแกง!”
ฉันหันไปทางต้นเสียง เห็นโซจูกำลังวิ่งมา พอถึงระยะที่สายตาเห็นว่าสปายทำอะไรฉัน เธอก็ชกเขาทันทีโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า
ผัวะ!
“ไอ้สารเลว! แกทำอะไรเพื่อนฉัน!?!”
“โซจู...ฉันอยากกลับห้อง”
“โอเคๆ แต่เราไปห้องพยาบาลก่อนนะ”
โซจูเดินมาประคองฉันไปจากตรงนี้ พอถึงห้องพยาบาลแล้ว ฉันร้องไห้...ฉันร้องไห้ ร้องไห้ให้กับความโง่ ความตาต่ำที่เคยไปมองคนอย่างเขา คนบ้าเลือด ไร้หัวใจ ไม่มีความเป็นมนุษย์!
ฉับพลันฉันนึกถึงนายเปเปอร์ ตอนอยู่ในห้องน้ำ...เขาเคยทำอย่างนั้นเหมือนที่สปายทำก็จริง แต่ว่ามันเบากว่า อ่อนโยนกว่า ใช่! ฉันต้องโทรไปหาเขานี่นา
[ตรู๊ด ~ ตรู๊ด ~ ฮัลโหล...]
“เปเปอร์...ใช่ไหม?”
[ครับ เปเปอร์พูดครับ ไม่ทราบว่านั้นใครครับ?]
“ฉัน...พริกแกงนะ”
[...พริกแกง...เอ่อ...คือ...เธอจำฉันได้ไหม?]
“ฉันจำไมได้ โทษทีนะ”
ฉันตอบเสียงอ่อย ฉันเคยรู้จักเปเปอร์ ทำไมฉันจำไม่ได้เลยล่ะ ฉันนี่แย่จริงๆ ความจำปลาทองชะมัด
[จำไมได้ก็ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่...จะไปเจอเราไหม?]
“ไป...ฉันจะไป ฉันอาจจะไปช้าหน่อยนะ นายจะรอไหม”
[ไม่เป็นไรหรอก ฉันรอได้ เอ่อ...แค่นี้นะ อาจารย์มา บาย]
“บาย”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

191 ความคิดเห็น

  1. #97 V.Devil (@sornkanok765) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2554 / 17:21

    เปเปอๆๆๆ

    #97
    0
  2. #37 น้ำตาล (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2554 / 20:00
    เปเปอร์เคยเจอพริกแกงหรอ



    ชอบเปเปอร์อะ
    #37
    0
  3. วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 23:02
    เริ่มชอบเปเปอร์ขึ้นมาตะงิดๆ แล้วสิ

    สปายนายตกกระป๋องซะเถอะ >-<

    #23
    0
  4. วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 23:02
    เริ่มชอบเปเปอร์ขึ้นมาตะงิดๆ แล้วสิ

    สปายนายตกกระป๋องซะเถอะ >-<

    #22
    0