(exo) SF/OS|Fill your heart with my DAISY ❁ Chanbaek

ตอนที่ 3 : ❁ give the love around

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,998
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 919 ครั้ง
    3 ก.พ. 63

 

 

 

give the love around

and back around it goes.

 

 

ฝนกำลังตกลงมาอย่างหนัก

เม็ดฝนกระทบหลังคา สายลมพัดผ่านจนใบไม้ปลิวว่อน ต้นไม้เอนเอียงไปตามแรงลม เสียงฟ้าร้องคำรามก้อง ถ้าใครที่ตอนนี้ยังคงอยู่ด้านนอก คงจะนึกกลัวสภาพอากาศ หรือไม่ก็กำลังเปียกโชกอยู่แน่ ๆ

แต่นั่นมันไม่ได้ทำให้ห้องเรียนอนุบาลหนึ่งของแบคฮยอนหนาวเหน็บได้สักนิด เสียงฟ้าร้องครืน ๆ ก็ทำอะไรเด็กน้อยทั้งยี่สิบสามคนของแบคฮยอนไม่ได้ เพราะว่าแบคฮยอนจะดูแลปกป้องด้วยความรักและความห่วงใยที่มีต่อเด็กๆทุกคน

“...จากนั้น เจ้าหมาป่าก็บอกว่า หยุดเดี๋ยวนี้นะ เจ้ากระต่าย ข้าจะจับเจ้ากินเสียเดี๋ยวนี้!”

“กรี๊ดด!”

“ไม่นะ ไม่นะ อย่าทำข้าเลย” แบคฮยอนพลิกหนังสือนิทานไปหน้าต่อไป“ข้าต้องเอาอาหารไปให้ลูก ๆ ที่อยู่ในโพรง”

เด็ก ๆ ตาลุกวาว เมื่อเห็นภาพวาดหมาป่าที่แสนเจ้าเล่ห์

“เจ้าหมาป่ายิ้มอยู่ในใจ คิดว่าถ้าหากมื้อนี้ อาหารจะเป็นแม่กระต่ายกับลูก ๆ ก็คงจะดี ท้องจะได้อิ่มไปอีกนาน”

“ไม่ได้นะ!” เด็ก ๆ แข่งกันตะโกน ไปพร้อมกับการเล่านิทานของแบคฮยอน

คุณครูประจำชั้นอนุบาล1/3 นั้น เล่าเรื่องราวไปเรื่อย ๆ เจ้าหมาป่าที่คิดว่าตัวเองกำลังหลอกกระต่าย แต่สุดท้ายกลับถูกกระต่ายหลอกให้โดนกับดักที่นายพรานวางไว้เพื่อดักจับสัตว์ป่าเสียเอง

เด็ก ๆ ตาวาวกันตั้งแต่เริ่มเล่าจนถึงจบเรื่อง ส่งเสียงตอบรับกันอย่างสนุกสนาน เพราะเรื่องราวของคุณครูแบคฮยอนที่ไม่เคยซ้ำเลยในแต่ละวันนั้น ทำให้เด็กสนใจที่จะฟังในทุก ๆ วัน แถมภาพประกอบยังสวยที่สุดเลย หมาป่าสีส้มอมน้ำตาล กระต่ายน้อยสีขาวแซมชมพูตามภาพในจินตนาการ ใบไม้ถูกไล่สีจนกลายเป็นหนังสือนิทานชั้นเยี่ยม

“นิทานจบแล้ว” แบคฮยอนยิ้มกว้าง“ได้เวลา?”

“นอนกลางวัน!”

“ใช่แล้ว! ช่วยกันปูเบาะคนละไม้คนละมือนะครับ ระวังเพื่อนด้วยนะ จองอาไม่ต้องวิ่งก็ได้ลูก แทอินดึงเบา ๆ นะครับ เดี๋ยวเบาะมันจะขาดเอา”

แบคฮยอนเดินไปดูเด็กๆ ที่ช่วยกันยกเบาะมาปูเรียงกัน เหมือนที่เขาเคยสอนคนละไม้คนละมือ พอเห็นแบบนี้แล้วมันก็อิ่มเอมใจอยู่ข้างในลึกๆ เพราะเป้าหมายของเขานั้น อยากจะให้เด็กๆช่วยเหลือตัวเอง รวมถึงร่วมด้วยช่วยกันในเรื่องที่เหมาะสมที่จะทำในวัยนี้

แต่เรื่องช่วยกัน มันก็อาจจะยากสำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะทำแค่ยืนเฉย ๆ มาสองวันแล้ว รอให้เหลือเบาะอันสุดท้ายแล้วค่อยเข้าไปหยิบ ไม่กล้าเข้าหาเพื่อน ไม่กล้าที่จะเข้าร่วมกิจกกรมใดๆทั้งนั้น แม้กระทั่งตอนที่แบคฮยอนเล่านิทาน เด็กน้อยคนนี้ก็ยังนั่งฟังเงียบ ๆ อยู่คนเดียวที่มุมหนึ่ง ห่างจากเด็กนักเรียนทุกคน

วันแรกแบคฮยอนเฝ้าสังเกตการณ์ และวันที่สองก็ลองสังเกตอีกสักวัน พบว่าเด็กที่ย้ายเข้ามากลางเทอมคนนี้นั้น ค่อนข้างที่จะเข้าหาเพื่อนไม่เป็น นั่งเล่นรถของเล่นอยู่คนเดียว ต่อบล็อกก็ต่อคนเดียว ทำอะไรคนเดียวอยู่เสมอ เด็กบางคนอาจจะชอบอยู่คนเดียวบ้าง ชอบเล่นคนเดียวบ้าง ไม่ได้คิดมากกับการที่ตัวเองไม่มีเพื่อน เพราะความคิดความอ่านและการเรียนรู้ในสังคมนั้นยังไม่กว้างมากนัก แต่เมื่อเด็กคนนี้เติบโตขึ้น มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ถ้าต้องออกไปเผชิญโลกกว้างโดยไร้คนเคียงข้างไปด้วยกัน

“ชานเฮครับ เรามาช่วยครูยกเบาะหน่อยเร็ว” แบคฮยอนแตะหลังเด็กน้อยที่เงยหน้าขึ้นมามองเขา ก่อนจะเดินไปยกเบาะตามที่เขาบอก“ดีมากเลยครับ คนเก่ง”

“...”

“เบาะนี้ของหนูนะ ไปหยิบหมอนกับผ้าห่มในล็อกเกอร์ของตัวเองมานะครับ...ทุกคน ไปหยิบหมอนกับผ้าห่มได้แล้ว อีกห้านาทีครูจะปิดไฟแล้วนะ”

“ค่า!/คร้าบ!”

เด็กทุกคนรีบหยิบหมอนหยิบผ้าห่ม รวมถึงชานเฮที่ค่อย ๆ เดินช้า ๆ ก่อนจะวางหมอนลงบนเบาะ ตามด้วยผ้าห่มสีน้ำเงินเข้มของตัวเอง ในเรื่องการนอนกลางวัน เด็กทุกคนมักจะผล็อยหลับไปภายในห้าถึงสิบนาที มีแต่ชานเฮเท่านั้นที่พลิกไปพลิกมาอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง วันแรกแบคฮยอนคิดว่าเด็กอาจจะยังไม่คุ้นชินสถานที่ แต่พอวันที่สองที่อาการยังคงเป็นเหมือนเดิม จากประสบการณ์ที่ทำงานมาหลายปี แบคฮยอนก็รู้สึกว่ามันอาจจะไม่ใช่

“ชานเฮครับ” แบคฮยอนย่อตัวลงที่ข้างเบาะ“เรานอนไม่สบายรึเปล่า หรือว่านอนไม่หลับ เราบอกครูได้นะ”

“...”

“เราบอกครูได้นะครับ บอกได้ทุกอย่างเลย”

“...นอนไม่หลับฮะ” ตาโตๆของชานเฮสบเข้ากับตาของเขา“ผมนอนไม่หลับเลย”

“ถ้าอย่างนั้น...ครูพอจะช่วยอะไรได้ไหม?”

“ครูแบคขา หนูหาหมอนไม่เจอ!”

“เดี๋ยวครูกลับมานะครับ ไปช่วยแทรินแปปนึง”

แบคฮยอนจำได้ว่าหมอนอยู่ในล็อกเกอร์นั่นแหละ แต่แทรินชอบเอากระเป๋าตัวเองไปบังเอาไว้ ก็เลยมองไม่เห็น พอไปดึงออกมาให้ หนูน้อยก็ทำตาโต ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง บอกว่าหนูไม่เห็นเลย เขาเลยหยิกแก้มเบาๆสักที เพราะว่าเด็กน่ารักเกินไป

เขาปิดไฟเมื่อถึงเวลาที่เด็กทุกคนต้องนอน เด็กห้องบยอนแบคฮยอนทุกคนไม่มีใครดื้อ ทุกคนจึงตั้งใจนอนหลับกันอย่างเต็มที่ มีเพียงเด็กคนนึงที่ลืมตาโพลง มองเขาที่ทิ้งตัวลงข้างเบาะ มองอยู่แบบนั้นจนเขาเป็นฝ่ายที่พูดถาม เอื้อมมือไปลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ

“ว่าไงครับ?” แบคฮยอนยิ้ม“หลับได้ไหม?”

“...คุณอา” ชานเฮพึมพำ แก้มกลมฉบับเด็ก ๆ เป็นสีระเรื่อ“จุ๊บจุ๊บก่อนนอน...”

“จุ๊บจุ๊บหรือครับ ตรงไหนเอ่ย?” แบคฮยอนคุ้นชินดี กับการที่เด็กกับญาติผู้ใหญ่มีอะไรที่ทำร่วมกัน มันสื่อได้ว่าเด็กคนนี้แน่นแฟ้นกับครอบครัวมากน้อยแค่ไหน

“ตรงนี้ครับ” ชานเฮเอามือแตะที่หน้าผาก“แต่ว่าคุณอาไม่อยู่ คุณอาทำงาน”

“ใช่ครับ เพราะว่าคุณอาไม่อยู่ คุณครูจะจุ๊บจุ๊บแทนเอง” แบคฮยอนก้มลงไปแนบริมฝีปากกับหน้าผากของเด็กน้อยที่ยิ้มขวยเขิน “ฝันดีนะครับ ชานเฮ”

ไม่ถึงห้านาที ลมหายใจของชานเฮก็ถูกผ่อนออกมาอย่างสม่ำเสมอ พอเห็นแบบนี้แล้วมันก็อดยิ้มออกมาได้ เมื่อปีที่แล้วก็มีเด็กคนนึงที่ชื่อยุนกี เป็นเด็กที่แม่จะหอมแก้มก่อนนอนทุกวัน เขาเองก็เลยหอมแก้มยุนกีจนหมดปีการศึกษา เพื่อให้เด็กคนนี้นอนหลับฝันดี

ชานเฮเองก็คงเหมือนกัน

แบคฮยอนใช้เวลาที่เด็กๆนอนนั้น เก็บของเล่นที่เกลื่อนไปหมด ถึงแม้ว่ามันจะถูกรื้อออกมาอีกรอบ แต่เขาก็ขอเก็บให้มันเรียบร้อยก่อนดีกว่า พอเก็บของแล้วก็เห็นว่ารถหายไปหนึ่งคัน เลยเดินไปดูโอเซฮุนที่นอนอยู่ ก็เห็นว่ากำลังกอดรถพลาสติกเอาไว้ หมอนที่หนุนก็ยังเป็นรถสีแดงเลย

ถ้าให้ชานเฮเข้ากลุ่มรถบรื้น ๆ กับเซฮุน ก็น่าจะดีเหมือนกันนะ

แบคฮยอนเปิดประตูรับนมที่มาส่งจากแม่บ้าน เตรียมหลอดเอาไว้ให้พร้อม รอเด็กๆตื่นขึ้นมาดื่มกัน น่าแปลกเหมือนกันที่เด็กในปีการศึกษานี้ชอบดื่มนมจืดกันทุกคน ปกติแล้วจะมีช็อกโกแลตบ้าง หวานบ้าง ผสมปะปนกันไป แต่ปีนี้นมที่ผู้ปกครองแจ้งมานั้นเป็นนมจืดทั้งหมด แม้แต่เด็กคนใหม่ล่าสุดก็ยังเป็นนมจืดเลย

กินนมจืดก็ดี อย่างแบคฮยอนชอบกินแต่นมหวาน ตัวเลยเล็กเหมือนเด็กผู้ชายวัยมัธยมต้น ขยายออกข้างอย่างเดียว

จนกระทั่งเด็กคนแรกอย่างบยองฮีตื่นขึ้นมา

“คุณครูคะ...”

“ครับ?”

“หนูหิวนมแล้วค่ะ แฮ่ะ ๆ” บยองฮีส่งยิ้มหวานให้คุณครูแบคฮยอน

“รอเพื่อนก่อนนะครับ เดี๋ยวหนูพับผ้าห่ม แล้วเดี๋ยวครูเก็บเบาะให้นะ”

“ค่ะ !”

แบคฮยอนเปิดไฟเมื่อเด็กๆทยอยตื่น บอกให้ทุกคนพับผ้าห่ม ช่วยกันเก็บเบาะให้เรียบร้อย จากนั้นก็มารอรับนมตามเลขที่ ไล่ไปตั้งแต่เลขที่หนึ่ง จนถึงเลขใหม่ล่าสุดอย่างเลขที่ยี่สิบสาม เมื่อดื่มเสร็จแล้ว เด็ก ๆ ก็จะเอากล่องนมมาคืน รวมถึงคำถามประจำวัน อย่างวันนี้ทำอะไรกันดี

“ครูขา วันนี้ระบายสีไหม?”

“หรือว่าจะให้เล่นเกม”

“หรือว่า...หรือว่าจะเล่นของเล่นกัน”

วันนี้แบคฮยอนตั้งใจว่าจะให้เด็ก ๆ เล่นกัน เพราะเขาเล่านิทานนานไปหน่อย อีกแค่ชั่วโมงกว่า ๆ แม่ของเด็กคนแรกก็คงจะมารับแล้ว แต่วันนี้ชานเฮจะไม่ได้เล่นคนเดียวหรอก แต่เขาคงต้องถามเด็กก่อน ว่าอยากจะเล่นกับเพื่อนไหม

“ชานเฮครับ?” แบคฮยอนถามเด็กน้อยที่นั่งเล่นรถคันสีน้ำเงินคันเดิม

“ฮะ?”

“หนูอยากเล่นกับเพื่อนไหม หรือว่าชอบเล่นคนเดียวแบบนี้?”

“...อยากเล่นกับเพื่อนครับ”

“โอเคครับ ไปกับครูนะ” แบคฮยอนจับมือเด็กน้อยให้ยืนขึ้น ก่อนจะพาเดินไปหาคนที่กำลังบรื้น ๆ อยู่กับเพื่อนอยู่อีกสองคน“เซฮุนครับ”

“ครับครู!”

“อยากมีกลุ่มบรื้น ๆ เพิ่มไหม?”

“อยากครับ!” เด็กชายเซฮุนเสียงดัง“ครูมีรถใหม่ให้ผมหรอ?”

“มีครับ มาพร้อมเพื่อนด้วยคนหนึ่ง เป็นคนขับมากความสามารถด้วย”

แบคฮยอนรู้สึกได้ว่าชานเฮจับมือกันแน่นขึ้น แต่เขาก็อยากให้เด็กคนนี้มีเพื่อนเล่น มากกว่าที่จะนั่งเหงาอยู่คนเดียว

“เพื่อนชื่อชานเฮ ย้ายมาใหม่เมื่อสองวันก่อน” แบคฮยอนแนะนำตัวซ้ำให้อีกครั้ง“ให้เพื่อนเล่นด้วยนะ”

“ได้เลยครับครู!”

“ชานเฮ มีอะไรบอกครูได้เลยนะ” แบคฮยอนลูบหัวเด็กน้อย ยิ้มให้กำลังใจ ก่อนจะปล่อยให้เล่นกับเซฮุนที่ส่งเสียงดัง ส่วนตัวเองนั้นเดินไปดูจงซอกที่บอกว่าพริกหวานหายไป

ปกติแล้ว เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน แม่ของเด็กคนแรกที่จะมารับคือแจชิน จากนั้นก็จะมารับกันเรื่อย ๆ เมื่อก่อนเซฮุนจะอยู่กับแบคฮยอนเป็นคนสุดท้าย แต่เมื่อวาน คนที่กลับช้าสุดคือชานเฮ เด็กนักเรียนใหม่ที่อยู่ในความสนใจสูงสุดของแบคฮยอนตอนนี้

เด็กน้อยบอกว่า คุณอาจุ๊บจุ๊บก่อนนอนทุกวัน แต่กับคนที่มารับนั้น ชานเฮก็ไม่ได้ดูสนิทด้วยเท่าไหร่ ไม่ได้จับมือเดินไปด้วยซ้ำ แต่พี่สาวของเขาที่เป็นครูใหญ่ก็บอกว่าบ้านนี้ไม่ธรรมดา ดังนั้นอาจจะเป็นคนของที่บ้านมารับก็ได้

‘คือฉันก็ยินดีรับเด็กกลางเทอมนะ แต่บ้านนี้พูดก่อนเลยว่าจ่ายได้ไม่อั้น ขอแค่ให้ได้เข้าเรียนก็พอ ดูสิ ๆ’

แบคฮยอนนึกถึงคำพี่สาวแล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ จะรวยจะจนก็เด็กเหมือนกัน แบคฮยอนไม่ได้แบ่งแยกหรอก

“คุณครูคะ...”

“สวัสดีครับคุณแม่ น้องเซฮุนกำลังเล่นอยู่เลย” แบคฮยอนโค้งให้คุณแม่ของเซฮุนที่มาเร็วกว่าทุกวัน

“วันนี้ไม่มีประชุม ก็เลยมารับน้องได้เร็วหน่อย...”

“แม่!” เซฮุนวิ่งมากอดขาคุณแม่ที่หน้าประตูห้อง“แม่ครับ มีเพื่อนใหม่ด้วย!”

“เหรอจ๊ะ...”คุณแม่ลูบหัวลูกชาย“ไปเก็บของเล่นก่อนนะครับ แล้วก็เอากระเป๋า เราจะได้กลับบ้านกันเนอะ”

“ได้เลย!”

เพื่อนใหม่ของเซฮุนเองก็มองมาเหมือนกัน โบกมือบ้ายบายกันใหญ่ ชานเฮดูร่าเริงขึ้นเยอะแบบนี้ แบคฮยอนก็ดีใจ

ผู้ปกครองทยอยมารับเด็กกันเรื่อยๆ แบคฮยอนเองก็ยืนประจำหน้าประตู รวมถึงส่งเด็กที่คุณครูประจำรถมารับไปขึ้นรถโรงเรียน โบกมือลาเด็กๆ ยิ้มแย้มตอบรับ ลูบหัวด้วยความเอ็นดู

“ครูครับ พรุ่งนี้วาดรูปได้ไหมอ่ะ”

“วาดอะไรครับจุนฮี”

“วาดรถดับเพลิงฮะ รถดับเพลิง!”

“กลับบ้านเร็ว คุณพ่อรอแล้ว...คุณพ่อครับ สวัสดีครับ”

สุดท้ายในเวลาห้าโมงสิบนาที ก็มีชานเฮนั่งเล่นบล็อกตัวต่ออยู่คนเดียว พอเห็นแบบนี้แล้วแบคฮยอนก็ทำเฉยไม่ได้ ได้แต่คิดว่าจะปล่อยให้เล่นอยู่แบบนี้ หรือจะชวนออกไปเล่นที่สนามเด็กเล่นข้างนอกดี

“ชานเฮครับ”

“ฮะ?” เด็กน้อยตาโตเงยหน้าขึ้นมา

“ออกไปเล่นข้างนอกกับครูไหม หรือว่าเราอยากเล่นตัวต่อ?”

“อยากเล่นชิงช้าครับ!” เด็กน้อยมีใบหน้าอิ่มเอิบ ยิ้มกว้างให้เขาอย่างเต็มที่

“งั้นเราไปเล่นชิงช้ากัน ไปครับ!”

แบคฮยอนอุ้มให้นั่งบนชิงช้า บอกให้จับเอาไว้ให้แน่น ก่อนที่เขาจะไกวให้เบา ๆ พอรู้สึกว่าแรงไปก็จะคอยเบรกเอาไว้ พาไปเล่นหมุน ๆ เล่นสไลเดอร์ที่เขารอรับอยู่ปลายทาง

มีเด็กคนอื่นเล่นอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเด็กที่โตมากแล้ว สายตาและจิตใจของแบคฮยอนจึงจดจ่ออยู่กับชานเฮ ที่มีรอยยิ้มติดอยู่บนใบหน้า ไม่เหมือนสองวันที่ผ่านมา

“ครูครับ!”

“ครับผม!”

“เราไปเล่นอันนั้นได้ไหมฮะ”

“อันนั้นมันสูงนะ เราขึ้นไปไหวไหม?”

“ไม่รู้เหมือนกันครับ” ชานเฮลองปีนดู“ครูไปกับผมนะ”

“ครูจะขึ้นไปยังไงครับ มันไม่ได้นะเนี่ย”

แบคฮยอนมองแล้วก็รู้สึกว่า มันไม่ใช่ที่สำหรับผู้ชายวัยยี่สิบเจ็ดปีอย่างคุณครูอนุบาล บยอนแบคฮยอนเลย แต่ถึงอย่างนั้น การที่จะปล่อยให้เด็กเล็ก ๆ ปีนขึ้นไปเล่นคนเดียวนั้น มันก็คงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเช่นเดียวกัน

สุดท้ายก็เลยต้องปีนขึ้นมาด้วย ถ้าพี่มาเห็นเนี่ยแย่แน่ๆ คงจะโดนว่า แล้วก็โดนตี ข้อหาโตแล้วยังทำอะไรไม่เข้าท่า แต่แบคฮยอนก็ปล่อยให้ชานเฮขึ้นมาคนเดียวไม่ได้นี่หน่า

“อย่าไปฝั่งซ้ายนะ เล่นแค่ฝั่งนี้ก็พอ”

“ผมจะนั่งตรงนี้ฮะ...” ชานเฮทรุดตัวนั่งลงบนทางเดินของของเล่น แบคฮยอนจึงทิ้งตัวลงนั่งตาม ให้เราสองคนหันหน้าเข้าหากัน“วันนี้อาบอกว่าจะมารับครับ”

“ดีเลย เราสนิทกับคุณอามากใช่ไหม?”

“ผมรักอามากฮะ อาเองก็บอกว่ารักผมที่สุดในโลกเลย”

ได้ยินแบบนี้แล้วมันก็อยากจะมีหลานสักคน แบคฮยอนสัญญาว่าจะเป็นคุณน้าที่ดีที่สุดเลย

“ครูมีพี่น้องไหมฮะ?” ชานเฮถาม

“ครูมีพี่สาวหนึ่งคน โหดเหมือนยักษ์เลย ชอบทำหน้าแบบนี้!”

“ฮะๆ น่ากลัว!” ชานเฮเสียงดัง“ผมลูกคนเดียวครับ ส่วนคุณอามีพี่คือพ่อผมเองฮะ”

“เก่งเหมือนกันนะเรา ไล่ลำดับญาติถูกแล้ว”

ชานเฮพูดเจื้อยแจ้วตามประสาเด็กไปเรื่อย ทำเอาแบคฮยอนแปลกใจ ว่าทำไมเด็กที่แสนร่าเริงคนนี้ ถึงได้ไม่กล้าเข้าไปเล่นกับเพื่อนแบบนั้น

อาจจะต้องลองคุยกับคุณอาที่จะมารับดู เขาจะได้รับมือถูกว่าควรจะทำยังไง เหมือนแทจินที่คุณแม่ของเด็กบอกว่าเจ้าตัวสมาธิสั้นเล็กน้อย การดูแลก็ย่อมแตกต่างจากคนอื่น แต่ก็ไม่ได้มากเกินไปจนรู้สึกได้ว่าแตกต่าง

“ชานเฮ” แบคฮยอนพูดชื่อเด็กน้อย“มีอะไรบอกครูได้นะ ทุกเรื่องเลย เข้าใจใช่ไหมครับ?”

“...ครับ”

“ครูน่ะ เป็นซุปเปอร์แมนนะ รู้รึเปล่า แก้ได้ทุกปัญหาเลย!”

“...อาผมก็บอกว่าตัวเองเป็นไอรอนแมนเหมือนกันฮะ”

“นั่นไง มีตั้งสองคนแล้วที่คอยปกป้องเรา มีอะไรพูดได้ทุกเรื่องเลยนะ ครูจะจัดการให้เอง”

“ครับ...”

แบคฮยอนอุ้มชานเฮลงจากเครื่องเล่น พาเด็กน้อยไปดูสระว่ายน้ำของโรงเรียนผ่านรั้วที่กั้นอยู่ บอกว่าพอขึ้นประถมหนึ่งเมื่อไหร่ ก็จะได้เรียนว่ายน้ำ ใส่ห่วงยางที่แขน เหมือนพี่สาวคนนั้นที่กำลังว่ายน้ำอยู่เลย

“ใต้น้ำมีนางเงือกใช่ไหมฮะ?” ชานเฮในอ้อมแขนแบคฮยอนพูด

“ใช่ครับ คอยดูแลรักษาโลกใต้ทะเล มีคุณปลาหมึกเป็นทหาร คุณปูก็ด้วยน้า”

“ผมชอบปูฮะ!”

“ครูก็ชอบปูเหมือนกัน” แบคฮยอนคิดถึงหนังสือนิทานที่จะทำเรื่องต่อไป ทำเป็นโลกใต้ทะเลก็คงจะดีไม่น้อยเลย“บนท้องฟ้าก็มีวังมังกรนะ ลอยอยู่บนก้อนเมฆ”

“จริงหรอฮะ?!”

“ใช่แล้ว คอยทำให้ฝนตกลงมา ด้วยการขี่ม้ามังกร ตระเวนหยอดไข่มุกแห่งสายฝน จากนั้นฝนก็จะ—”

“ชานเฮ!”

“คุณอา!”

แบคฮยอนหันไปตามเสียงร้องเรียก ภาพตรงหน้านั้นปรากฏให้เห็นผู้ชายร่างสูงใหญ่ หน้าตาค่อนไปทางดีมาก และแน่นอนว่าคล้ายคลึงกับชานเฮกำลังเดินตรงมา เสื้อเชิ้ตกับกางเกงแสล็คทำให้เดาได้ว่าคงทำงานในออฟฟิศ หรือไม่ก็งานที่ต้องอยู่ในตึกนั่นแหละ

เป็นคุณอาไม่ผิดแน่ล่ะ ตาโตเหมือนกันเลย

แขนทั้งสองข้างนั้นปล่อยเด็กน้อยให้ลงยืนที่พื้น ทันทีที่ทรงตัวได้ ชานเฮก็วิ่งไปหาคุณอาตัวสูงที่กางแขนรับ ก่อนจะใช้ท่อนแขนแข็งแรงอุ้มหลานตัวเองขึ้นมาโดยไม่ติดขัด ขณะที่แบคฮยอนนั้นต้องฮึบอยู่หลายรอบ

“สวัสดีครับ” แบคฮยอนทักทายก่อน

“สวัสดีครับ” อีกฝ่ายตอบกลับมา“ขอบคุณที่ช่วยดูแลให้นะครับ ทั้งที่มาเย็นมากขนาดนี้ คือรถมันติดมาก...”

“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว” แบคฮยอนยิ้ม“เดี๋ยวผมไปหยิบกระเป๋าให้นะครับ รอสักครู่”

กระเป๋าในล็อกเกอร์หมายเลขยี่สิบสาม ถูกนำมาให้เจ้าของที่กอดคุณอาตัวใหญ่ของตัวเองไม่เลิก คุณอาจึงต้องเป็นคนรับไปแทน รวมถึงการจ้องหน้าคุณครูอนุบาลอย่างบยอนแบคฮยอน ก่อนจะเอื้อมมือมาเหนือหัว จนแบคฮยอนต้องย่นคอหลบตามสัญชาตญาณ

“มีใบไม้น่ะครับ...”

“อ๋อครับ” แบคฮยอนมองใบไม้ในมือของอีกคน“ขอบคุณมากครับ”

“ขอบคุณที่ดูแลเจ้าดื้อให้นะครับ ซนกับคุณครูรึเปล่าเนี่ย?”

“ไม่ซน !”

“ไม่ซนจริงๆแหละครับ น้องน่ารักมาก”

“มีกลุ่มบรื้นๆด้วยนะ บรื้น !” ชานเฮทำเสียงให้คุณอาฟัง“คุณครูฮะ อย่าลืมเรื่องวังมังกรนะฮะ”

“ไม่ลืมครับ ไม่ลืม” แบคฮยอนยิ้มกว้าง“พรุ่งนี้ครูจะเล่าให้ฟังนะ”

“ขอบคุณมากนะครับ ครูบยอนแบคฮยอน”

“ครับ” แบคฮยอนก้มหัวเพื่อแสดงความเคารพ“กลับบ้านดีๆนะครับ”

แบคฮยอนยืนส่งเด็กคนสุดท้ายในวันนี้จนสุดสายตา ช่วงที่กำลังเดินออกไปนั้น คุณอาตัวสูงได้หันกลับมาเหมือนรู้ว่าเขามองอยู่ โบกมือให้เขาไปพร้อมกับชานเฮ ก่อนที่จะพากันเดินออกไปจากรั้วโรงเรียนไป

ในฐานะคุณครูอนุบาล วันนี้เป็นวันที่ดีวันนึงเลยล่ะ

 

 

 

 

 

 

วันนี้แบคฮยอนมาเลือกของสำหรับกิจกรรมของเด็ก ๆ

เขามาที่ร้านสำหรับขายอุปกรณ์สำนักงานขนาดใหญ่ มีหลายอย่างที่คิดจะซื้อ ทั้งกระดาษ สีต่าง ๆ หมึกสำหรับตัวปั๊ม ดินสอ สมุด สารพัดของในห้องเรียน

มันเป็นการซื้อที่เขาต้องเอาใบเสร็จไปทำเรื่องเบิกกับคนในธุรการอีกที แต่ว่ามันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรหรอก ทุกอย่างมันก็เป็นไปในกระบวนการของมัน

ช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา การเป็นครูอนุบาลของแบคฮยอนนั้น ก็ผ่านไปด้วยดีเหมือนสี่ปีที่ผ่านมาในการเริ่มต้นชีวิตการเป็นคุณครูอนุบาล แน่นอนว่าทุกคนมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่เราก็สามารถก้าวข้ามผ่านมันไปได้เหมือนกัน

ชานเฮเด็กน้อยของแบคฮยอน เด็กน้อยที่ต้องจุ๊บจุ๊บก่อนนอนกลางวันทุกครั้ง เด็กที่ตอนนี้เป็นสมาชิกกลุ่มบรื้น ๆ อย่างเต็มตัว ตอนแรกก็คิดว่าทุกอย่างเป็นปกติดีแล้ว แต่การที่ฉี่รดที่นอนตอนที่นอนอยู่นั้น ทำให้แบคฮยอนรู้ว่าเด็กคนนี้มีอะไรก็จะไม่ยอมพูด แถมยังมีสีหน้ารู้สึกผิดจนเขาเสียใจไปด้วย

‘ถ้าปวดฉี่ก่อนนอน บอกคุณครูนะครับ ไม่ลำบาก ไม่วุ่นวาย เพื่อเราแล้วครูว่างเสมอ โอเคนะ?

‘ครับ...’

‘ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น เอาไว้หลังเลิกเรียนเราไปซักเบาะกัน โอเค๊?’

‘ครับครู’

ที่จริงมันก็เป็นหน้าที่แม่บ้านของโรงเรียน แต่ถ้ามันจะช่วยให้เด็กคนนี้รู้สึกแย่น้อยลง แบคฮยอนก็ซักได้ ไม่มีปัญหาอะไร

ยังคงเป็นคุณอาตัวใหญ่ที่มารับชานเฮในทุก ๆ วัน ไม่ได้เป็นคนที่ชานเฮไม่รู้สึกคุ้นชินอีกแล้ว เราไม่ได้คุยอะไรกันมาก เพราะกว่าจะมา ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีไปแล้ว เขารู้ว่าคุณอาคนนี้เกรงใจที่จะคุยกับเขานาน ๆ เขาเองก็อยากคุยเรื่องชานเฮเหมือนกัน แต่การที่เด็กจะได้ยินด้วยนั้น มันคงจะไม่ดีเท่าไหร่ เลยยังไม่ได้คุยกันสักที

กับคุณอาที่ชานเฮตะโกนเรียกว่า‘คุณอาชานยอล’ นั่นแหละ

แพ็คกระดาษสีถูกเอาใส่รถเข็นหลายแพ็ค เพราะครูจีอาห้องอนุบาลสองฝากเขาซื้อ รวมถึงกาวน้ำอย่างอ่อนของพี่ยูมินที่สอนอนุบาลสาม จะว่าไปแบคฮยอนก็เป็นครูผู้ชายคนเดียวในระดับอนุบาลเลยนะเนี่ย เคยเขินเหมือนกัน แต่ตอนนี้ชินซะแล้ว

เอ...ลิสต์ที่จดไว้อยู่ไหนนะ

“ครูแบคฮยอน!”

“...”

“ใช่ไหมครับ?”

“อ้าว คุณอาชานยอล” แบคฮยอนจำคนที่ยืนฉีกยิ้มกว้างอยู่ด้านหลังได้ทันที“สวัสดีครับ”

คุณอาที่วันนี้มาในชุดลำลองธรรมดา ไม่ใช่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงแสล็คสีดำสนิทแบบที่แบคฮยอนเห็นทุกวัน ท่าทางดูสบาย ๆ มือถือตะกร้าที่ข้างในมีกระดาษกับกรรไกร รวมถึงพวกคลิปหนีบกระดาษ ตัวหนีบสีดำ

น่าแปลกเหมือนกันที่โดนทัก แต่พอคิดดูแล้ว เขาก็เป็นคุณครูของหลาน มันก็ไม่ได้แปลกอะไรเท่าไหร่

“ไม่ต้องเรียกคุณอาหรอกครับ เรียกชานยอลเฉย ๆ ก็ได้”

“ขอโทษครับ” แบคฮยอนก็ติดเด็กมาเหมือนกัน“คุณชานยอล”

“มาซื้อของหรอครับ?” ชานยอลถามคุณครูตัวเล็กที่เลือกกระดาษอยู่“ชานเฮยังอวดเฟอรารี่ผมไม่เลิกเลยนะเนี่ย”

“เค้าตั้งใจมากเลยครับ เห็นแล้วก็ดีใจ”

“ตอนแรกผมก็ดูไม่ออกนะ เพ่งตั้งนาน โชคดีที่เห็นม้าแปะอยู่ที่หน้ารถก่อน เลยรอดตัวไป คิดว่าจะทำหลานร้องไห้แล้ว”

“ถ้าไม่เห็นม้านี่ กลายเป็นคุณอาใจร้ายเลยนะครับ” แบคฮยอนยิ้มกว้าง เมื่อได้ฟังเรื่องของเด็ก ๆ

“นั่นสินะครับ ถ้าทำเจ้าดื้อร้องไห้ ผมได้รู้สึกผิดไปถึงสิ้นปีแน่ ๆ”

แบคฮยอนหยิบกระดาษแข็งใส่รถเข็น ระหว่างนั้นก็ส่งยิ้มให้คุณอาที่ตัวใหญ่กว่าที่เขาคิดเอาไว้ซะอีก พอได้มายืนในระยะใกล้แบบนี้ ก็รู้สึกว่าตัวใหญ่มากกว่าเดิม

แล้วเขาก็คิดขึ้นมาได้ ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดี ในการที่จะได้ศึกษาและทำความเข้าใจ เด็กนักเรียนคนใหม่ล่าสุดของเขา

“เอ่อ คุณชานยอล พอจะมีเวลาสักสิบนาทีไหมครับ?”

“พูดเหมือนจะขายตรงเลยนะครับเนี่ย”

“...”

“ขอโทษครับ ผมเล่นผิดเวลาเอง” คุณชานยอลคงรู้สึกเก้อเล็กน้อย เพราะแบคฮยอนเผลอทำสีหน้าประหลาดกลับไป“คุณครูมีอะไรรึเปล่าครับ ?”

“ผมอยากคุยเรื่องชานเฮน่ะครับ ถ้าคุณพอจะมีเวลาว่าง อาจจะเป็นวันไหนสักวัน ผมจะดีใจมากเลย”

“วันนี้ก็ได้ครับ” ถ้าเป็นเรื่องของหลาน ชานยอลมีเวลาให้เสมอ“ข้าง ๆ มันจะมีร้านกาแฟ ถ้ายังไง เราต่างคนต่างซื้อของเสร็จ แล้วไปเจอกันที่นั่นก็ได้นะครับ”

“แบบนั้นก็ได้ครับ” แบคฮยอนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง“ผมซื้อเสร็จแล้วล่ะครับ จะรีบเอาของไปเก็บแล้วตามไปนะครับ”

“เอ่อ...ถ้าอย่างนั้น คุณครูพอรู้ไหมครับว่าที่เจาะกระดาษมันอยู่ตรงไหน?”

“ไม่ได้อยู่กับกรรไกรหรอครับ?”

“อ้าว จริงหรอครับเนี่ย?!” คุณชานยอลดูงงงวย“ผมไม่เห็นเลยนะ”

“ถ้าไม่ใช่ตรงนั้นก็แถว ๆ นั้นแหละครับ”

“งั้นเดี๋ยวผมไปดูก่อน เจอกันที่ร้านกาแฟนะครับ”

“ครับ”

ถ้าจำไม่ผิด ถัดจากล็อกของกรรไกรก็จะเป็นคัตเตอร์ ถ้าเดินไปล็อกต่อไป น่าจะเป็นที่เจาะกระดาษ ทำไมคุณชานยอลถึงไม่เห็นนะ มันน่าจะแขวนรวมกันไว้ตรงนั้นนี่หน่า

แบคฮยอนเช็คของตามลิสต์ในกระดาษที่จดมา เมื่อพบว่าทุกอย่างครบเรียบร้อยแล้ว เขาก็เข็นรถไปคิดเงิน จากนั้นก็รีบเอาของไปเก็บที่รถให้เรียบร้อย ตอนที่เขายังคิดเงินไม่เสร็จ เขาแอบเห็นคุณชานยอลเดินมาคิดเงินแล้ว จึงคิดว่าคงต้องรีบกว่านี้ มือเล็กถูกใช้ในการเอาของใส่หลังรถอย่างเร่งรีบ ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ร้านกาแฟที่นัดกับคุณชานยอลเอาไว้

นัดเองแล้วปล่อยให้รอ จะสิบวินาทีหรือห้านาทีมันก็เรียกว่าช้าทั้งนั้น

โชคดีที่แบคฮยอนไปเจอคุณชานยอลกำลังเปิดประตูร้านพอดี เราสองคนจึงได้สั่งอเมริกาโน่กับนมเฮเซลนัทพร้อมกัน ก่อนที่จะเลือกที่นั่งเป็นโต๊ะตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมกระจก

แบคฮยอนไม่แน่ใจว่าควรจะพูดเลยดีไหม หรือว่าควรจะพูดอะไรก่อนดี

“คือ...”

“คุณทำงานมากี่ปีแล้วครับ คุณยังดูเด็กอยู่เลย”

“สี่ปีครับ” แบคฮยอนใจชื้นขึ้นมาเมื่อคุณชานยอลเป็นคนชวนคุย“ผมอายุยี่สิบเจ็ดแล้วครับ”

“ทำไมพูดเหมือนอายุเยอะล่ะครับ ยี่สิบเจ็ดนี่เด็ก ๆ เลยนะ”

“ก็ไม่เด็กนะครับ...” แบคฮยอนไม่แน่ใจนัก“ผมก็อายุเท่าคุณพ่อคุณแม่เด็กหลายคนเลยนะครับ”

“แต่คงอายุไม่เท่าคุณอาอย่างผมหรอกนะครับ” คุณชานยอลหัวเราะ“ผมอายุสามสิบเจ็ดแล้ว”

“หา?!”

แบคฮยอนตกใจจนแทบจะตกเก้าอี้ อย่างคุณชานยอลเนี่ยนะอายุสามสิบเจ็ด คิดว่าอายุเท่า ๆ กันเสียอีก เป็นคุณอาทำไมอายุตั้งสามสิบเจ็ด แล้วพ่อชานเฮจะอายุเท่าไหร่เนี่ย ว่าแต่หน้าเด็กแบบนี้สามสิบเจ็ดจริง ๆ หรอ มันเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด จากหน้าตาแล้วมันเป็นไปไม่ได้

“ทำไมเหรอครับ?”

“ปะ...เปล่าครับ” แบคฮยอนคิดว่าควรจะไม่ทำกระโตกกระตาก มันไม่ใช่เรื่องดี

“ผมดูเด็กเกินกว่าที่จะอายุสามสิบเจ็ดใช่ไหมครับ ใคร ๆ ก็พูดแบบนั้น”

“ก็ใช่แหละครับ” แบคฮยอนไม่รู้จะตอบยังไงให้มันดูไม่ดี

“งั้นมาคุยเรื่องเจ้าดื้อของผมดีกว่า” คุณชานยอลยิ้มให้เขา“เค้าทำอะไรรึเปล่าครับ?”

“ไม่ครับ ไม่ใช่แบบนั้น” แบคฮยอนรีบปฏิเสธ “แต่ว่า...คือ ผมจับสังเกตได้ว่าชานเฮจะไม่ค่อยยอมพูด ในเรื่องที่เค้าต้องการน่ะครับ”

“เรื่องแบบไหนครับ?”

“อย่างเช่นการขอไปเข้าห้องน้ำ ได้สีเทียนที่ได้ไม่ครบ หรืออะไรที่ไม่เข้าใจ ถ้าเกิดว่าไม่พูดเฉย ๆ ผมก็คงจะไม่อะไร แต่การที่เค้ามารู้สึกเสียใจทีหลังนี่มันก็แย่นะครับ น้องฉี่รดที่นอน ไม่พอใจในผลงาน รับความรู้ได้ไม่เต็มที่”

“มันคงจะทำให้คุณครูลำบากมากเลยสินะครับ ขอโทษแทน—”

“ไม่ครับ ไม่ใช่แบบนั้น” แบคฮยอนส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ที่ผมมาบอก เพราะว่าผมอยากจะแก้ไขมันน่ะครับ พอจะมีอะไรที่ผมจะช่วยได้บ้างไหมครับ อะไรที่จะทำให้ชานเฮดีขึ้น เค้าเป็นเด็กของผม ผมปล่อยให้เค้าเป็นแบบนี้ไม่ได้”

กาแฟกับนมที่มาเสิร์ฟทำให้เราสองคนเงียบไปทั้งคู่ แบคฮยอนหันไปขอบคุณพนักงาน เช่นเดียวกับคุณชานยอลที่ทำเหมือนกัน ก่อนที่เราสองคนจะต่างคนต่างดื่มสิ่งที่สั่งมา

“ผมนับถือความจริงจังของคุณนะครับ โชคดีจริง ๆ ที่ชานเฮได้ครูอย่างคุณ ผมชักไม่อยากให้เค้าขึ้นอนุบาลสองแล้วสิ”

“คุณชานยอลก็เอาแต่พูดเล่น...”

“ขอโทษครับ ขอโทษ” ชานยอลหัวเราะ“ที่จริง...ผมก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม แต่ก็คิดว่าคุณคงไม่บอกใคร แล้วก็เพื่อชานเฮด้วย”

“ครับ...”

“ครอบครัวของเค้าไม่อบอุ่นเท่าไหร่ พ่อกับแม่แยกทางกัน ไม่มีใครต้องการเค้า เอะอะก็รำคาญ บอกว่าหนวกหูบ้างล่ะ ไม่อยากเห็นหน้าบ้างล่ะ เค้าก็เลยเป็นแบบนั้นน่ะครับ มันเหมือนเป็นปมในใจ นี่ผมเองก็พยายามมากแล้ว แต่มันก็ยากอยู่เหมือนกัน”

แบคฮยอนนิ่งไปเมื่อได้ยิน มันเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่เขาคิด รู้สึกแย่ขึ้นมาทันทีที่ทำให้คุณชานยอลพูดมันออกมา เพราะว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนภายในครอบครัว เรื่องที่คนนอกอย่างเขาไม่ควรได้รู้

“แล้ว...แล้วตอนนี้เค้าอยู่กับใครหรือครับ ?”

“อยู่กับผมเนี่ยแหละครับ” ชานยอลยิ้ม“ผมเป็นผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฏหมายเลย พ่อเค้าไม่เอา แม่เค้าก็ไม่เอา แต่ผมก็ดีใจนะ เพราะว่าผมรักหลาน มาเป็นของผมก็ดีเหมือนกัน”

“แบบนั้นมันไม่ดีหรอกนะครับ นานไปเค้าจะคิดว่าเค้าขาด...”

“มันก็คงต้องขาดนั่นแหละครับ” ชานยอลคิดเรื่องนี้มาดีแล้ว และมันเป็นสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้วด้วย “ดีกว่ามีอยู่แล้วเจ็บปวด มีแล้วเหมือนไม่มี สู้ไม่มีจริงๆไปเลยดีกว่านะครับ”

แบคฮยอนเองก็เป็นแค่คุณครู คงไม่มีสิทธิจะยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องครอบครัวของใครเค้า แต่ตัวเขาเองก็คิดเหมือนกัน ว่าคุณชานยอลพูดเหมือนมันเป็นเรื่องเล่น ๆ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในชีวิตเลย

แต่บางที...เวลาก็อาจจะทำให้ปัญหานี้เบาบางลงไปแล้วก็ได้

“แล้วคุณชานยอลทำยังไงหรอครับ?”

“ช่วงแรกก็ต้องจับสังเกตแหละครับ แต่พอเราอยู่ด้วยกันทุกวัน หลานก็เริ่มไว้ใจผม เราก็เลยซี้ปึ้กกันเหมือนเพื่อน ตอนนี้เลยบอกผมทุกเรื่องเลย บอกว่าชอบคุณครูแบคฮยอนมาก ๆ ก็บอก”

“พูดเล่นอีกแล้วนะครับ ผมกำลังซีเรียสอยู่”

“ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ ไอ้ดื้อมันพูดจริง ๆ” คุณชานยอลยืนยันสิ่งที่ตัวเองพูด“ชานเฮบอกว่าครูแบคฮยอนน่ารัก แล้วก็เป็นเหมือนคุณอาเลย ผมได้ยินก็แอบเสียใจนะ โดนหลานเอาไปเปรียบเทียบซะแล้ว”

“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะครับ...” แบคฮยอนยกนมขึ้นดื่ม รู้สึกอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ผมก็แค่รักเด็ก...”

“ผมล้อเล่นครับ ไม่เห็นจะต้องจริงจังเลย”

“คุณชานยอล...”

“ผมดีใจนะครับ ขอบคุณที่คุณใส่ใจในทุกรายละเอียดของหลานผม คุณน่ะ...ดีกว่าพ่อกับแม่ของเค้าซะอีก” คุณชานยอลมีสีหน้าที่ทำให้แบคฮยอนรู้ว่าพูดความจริงจากใจ“มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาผมได้นะครับ ยังไงผมก็ไปรับเค้าทุกวันอยู่แล้ว”

“ครับ” แบคฮยอนตอบ“ผมจะคอยสังเกตให้ดีที่สุดครับ ไม่ต้องเป็นห่วงเลย”

“ไม่ห่วงหรอกครับ คุณครูห่วงขนาดนี้แล้ว เหลืออะไรให้ผมห่วงอีกล่ะครับ”

“คุณนี่ก็พูดเล่นไปเรื่อย...”

“ผมไม่ได้—”

‘ครืด...ครืด...’

เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะนั้น ส่งเสียงดังขึ้นมาจนบทสนทนาต้องหยุดลง เพราะมันเป็นโทรศัพท์ของคุณชานยอล แบคฮยอนจึงเลือกที่จะมองออกไปนอกกระจก ยกนมขึ้นจรดริมฝีปากเพื่อดื่มมัน

เขานึกปวดใจที่เด็กอย่างชานเฮต้องมาเจออะไรแบบนี้ แถมยังเกิดเป็นความรู้สึกแย่ ๆ ในใจ จนกลายเป็นนิสัยที่นิ่งเงียบตลอดเวลา

อาจเพราะเคยพูด แต่ไม่มีใครต้องการจะรับฟัง

“ครับ...ได้ครับ...สวัสดีครับ”

“...”

“คุณแบคฮยอนครับ ขอโทษที แต่ว่าผมมีธุระ...”

“อ้อ ตามสบายเลยครับ” แบคฮยอนไม่ขัดข้อง“สวัสดีครับคุณชานยอล”

“ครับ ผมขอโทษจริง ๆ นะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ” แบคฮยอนยิ้มให้ เชิงว่าไม่เป็นไรจริง ๆ“เดินทางดี ๆ—ระวังครับ !”

คุณชานยอลเกือบเดินชนประตูร้านที่มีคนเปิดสวนเข้ามา ระหว่างที่กำลังบอกลาแบคฮยอนอยู่ แน่นอนว่านั่นทำคุณชานยอลนึกอายขึ้นมาเล็กน้อย จึงได้แต่ก้มหัวเชิงบอกลาแบคฮยอนที่นั่งอยู่ ก่อนจะเดินออกจากร้านเพื่อไปทำธุระ

แบคฮยอนเองก็นั่งมองคุณชานยอลที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินจนหายจากสายตาไป

คุณชานยอลที่อายุสามสิบเจ็ด...มอง ๆ ไปก็เหมือนหลานที่อายุสามขวบ

เป็นคุณอาที่บอกว่าเขาดีกว่าพ่อของชานเฮ เขาเองก็อยากจะบอกเหมือนกัน ว่าถึงคุณชานยอลจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ไม่มีทางดีไปกว่าคุณอาของชานเฮได้เลย

เพราะคุณชานยอลเป็นคุณอาที่ดีที่สุดในโลกแล้ว

 

 

 

 

 

 

“ครูแบคครับ...”

“ครับผม” แบคฮยอนที่ง่วนอยู่กับการจัดกล่องนม ก้มลงไปมองเด็กน้อยที่กอดขาเขาแน่น

“คุณอาฝากอันนี้มาให้ฮะ” ชานเฮยื่นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ให้เขาที่ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าคุณอาที่ส่งยิ้มให้กันทุกวันนั้นจะฝากอะไรมาให้แบบนี้

หลังจากวันนั้น เราก็ไม่ค่อยได้พูดคุยอะไรกันมากนัก จะมีก็แต่ถามไถ่ว่าหลานจอมดื้อซนรึเปล่า เข้ากับเพื่อนได้ดีไหม แต่มากกว่านี้ก็ไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะชานเฮติดคุณอาชานยอลมาก ร้องให้อุ้มแล้วซบอยู่ที่ไหล่ตลอดเวลา ไม่ยอมผละไปไหนเด็ดขาด

“ขอบคุณนะครับ” แบคฮยอนลูบหัวเด็กน้อย“แอบเปิดดูรึยังเอ่ย?”

“เปิดแล้วครับ แต่ว่าอ่านไม่ออก” ชานเฮยิ้มเขิน“อาบอกว่าให้ให้ครูแบคตอนกินนม”

“เอ๊ะ...อะไรกันนะ?” แบคฮยอนยิ้มกับเด็กน้อย ที่ดูเหมือนอยากจะรู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร “เดี๋ยวเรามาเปิดกันนะ ครูขอเก็บของก่อน เราไปเล่นกับเซฮุนก่อนนะ”

“ครับ!”

ชานเฮส่งเสียงบรื้น ๆ ไปก่อนตัวเมื่อวิ่งเข้าไปหาเพื่อนรักโอเซฮุน ใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ เด็กสองคนนี้ก็ตัวติดกันเหมือนฝาแฝด เพราะความชอบในรถของเล่นเหมือนกัน ผู้ปกครองมารับช้าเหมือนกัน เปลี่ยนที่ไปนอนข้าง ๆ กัน ทำอะไรก็ทำด้วยกัน

อย่าว่าแต่โอเซฮุนเลย แบคฮยอนเองก็รู้สึกสนิทใจเมื่อได้ใกล้ชิดกับเด็กคนนี้เหมือนกัน

หลังจากที่เก็บของทุกอย่าง และปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นกันแล้ว แบคฮยอนก็ตัดสินใจแอบเปิดจดหมายน้อยดูก่อน เผื่อว่ามันจะมีข้อความที่ชานเฮเห็นไม่ได้ เห็นแล้วอาจจะรู้สึกไม่ดี เขาจำเป็นจะต้องตรวจเช็คก่อน จากนั้นค่อยไปอ่านให้ชานเฮฟังก็ยังไม่สาย

ผมอยากจะไถ่โทษที่ไม่ได้อยู่คุยกับคุณครูจนจบเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ถ้ายังไงวันนี้ เราไปทานข้าวเย็นด้วยกันสามคนนะครับ

ปล. ถ้าคุณครูว่าง และตกลงที่จะไปกับเราสองคนอาหลาน รบกวนสะพายกระเป๋าเตรียมพร้อมให้ผมเห็นทีนะครับ

ชวนเขาไปทานข้าว...

ตั้งแต่ทำงานเป็นคุณครูอนุบาลมา ไม่เคยมีผู้ปกครองคนไหนชวนเขาไปทานข้าวมาก่อนเลย

หรือว่าคุณชานยอลจะมีเรื่องเกี่ยวกับชานเฮบอกเล่าให้เขาฟังกันนะ เป็นเจตนาแอบแฝงในการชวนกินข้าวครั้งนี้ แต่ถ้ามันเป็นแบบนั้น ในจดหมายน้อยอันนี้บอกว่าไปกินข้าวกันสามคน การที่เด็กจะได้ยินเราพูดปัญหาของเค้าที่เราต้องการแก้ไขแบบนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยนะ

แต่ใจเขามันก็เต้นเสียงดัง สั่งให้ในสมองคิดแต่ว่าอย่าปฏิเสธคำชวนนี้เลย

แบคฮยอนหันไปสบตากับชานเฮที่เล่นรถบรื้น ๆ อยู่กับเซฮุนและเพื่อนอีกหลายคน พอเจ้าตัวเห็นแบบนั้นก็รีบทิ้งรถของเล่นแล้ววิ่งมาเกาะขาเขา เขาเองก็นั่งลงที่พื้น ปล่อยให้ชานเฮปีนขึ้นมานั่งตักเหมือนที่ชอบทำทุกเย็น เวลาที่เราอยู่กันสองคน

“ไหนมาดูกันซิ คุณอาชานยอลเขียนมาว่ายังไงนะ...” แบคฮยอนกางจดหมายออก มีชานเฮดิ้นอยู่บนตัก “วันนี้...เราไปกินข้าวด้วยกันสามคนนะครับ ป.ล. ถ้าคุณครูว่าง—”

“ผมอยากไปกินข้าวกับครูฮะ!” ชานเฮส่งเสียงดัง “คุณอาบอกว่าถ้าชอบใคร ให้ชวนเค้าไปกินข้าวฮะ”

“หา...”

“ครูแบคจะไปใช่ไหมครับ?”

“...ครูก็คิดว่าจะไปครับ” แบคฮยอนไม่รู้ว่าตัวเองอยากไปรึเปล่า แต่ถ้าบอกว่าไม่อยากมันก็ไม่ใช่เลย

แต่ว่าไอ้ชอบใครแล้วให้ชวนไปกินข้าวนี่มัน...

ชานเฮพิงตัวเข้ากับอกของเขา เขาเลยจุ๊บขมับเด็กน้อยไปหนึ่งที บอกให้ไปเล่นกับเซฮุนที่ชะเง้อมองจนคอยาว หาว่าเพื่อนบรื้น ๆ หายไปอยู่ไหน เจ้าตัวเลยรีบวิ่งไปหาเพื่อน ส่งเสียงไปก่อนตัว

แบคฮยอนใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการดูแลเด็ก ๆ ที่ใช้เวลาเรียนรู้และมีพัฒนาการผ่านของเล่นที่ทางโรงเรียนนั้นประเมินมาแล้วว่าจะช่วยในการเสริมสร้างการเรียนรู้ เขาไปช่วยเด็ก ๆ ตามหาคุณแมวที่หายไป ไข่ดาวที่ไม่อยู่บนกระทะ ตลอดจนเพื่อนของเด็ก ๆ ที่เขามองไม่เห็น แต่จะไม่บอกหรอกว่ามันไม่มี เพราะจินตนาการสำคัญกว่าความรู้

เอาเข้าจริง...แบคฮยอนเอาแต่คิดถึงคุณอาคนนั้นไม่หยุดเลย

เขาดูแลเด็ก ๆ ไป คิดเรื่องของคุณชานยอลไป นอกจากจะอายุสามสิบเจ็ดแล้วหน้าเด็กเหมือนอายุยี่สิบห้ากับรักหลานยิ่งชีพแล้ว เขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณอาคนนี้เลย มันคงจะเป็นเรื่องปกติ ถ้าเราอยู่ในฐานะคุณครู-ผู้ปกครอง แต่ผู้ปกครองที่ไหนจะชวนคุณครูไปกินข้าว มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในชีวิตของบยอนแบคฮยอน

หรือว่าจะไม่ไปดีนะ มันจะดูไม่เหมาะสมรึเปล่า แต่ว่าก็ตอบชานเฮไปแล้วว่าไป จะไม่ไปตอนนี้ หนูน้อยของเขาจะเสียใจไหม จะบอกว่าไม่เป็นไรแล้วคิดว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการอีกรึเปล่า ยิ่งคิดก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ได้แต่ยิ้มให้ยอนอาที่มาจับมือเขาไว้ บอกว่าครูขา แทมมี่บอกว่าอยากคุยกับคุณครูค่ะ

ผู้ปกครองเริ่มมารับลูกของตนเองเมื่อถึงเวลา แบคฮยอนเองก็ยืนรอต้อนรับหน้าประตูห้อง บอกเด็ก ๆ ให้หยิบกระเป๋าที่ล็อกเกอร์ แจ้งคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำวันนี้ ยิ้มแย้มส่งเด็ก ๆ กลับบ้าน มันเหมือนเป็นหน้าที่ แต่สำหรับเขามันเป็นเหมือนชีวิตประจำวันไปแล้ว และเขาก็มีความสุขที่ได้อยู่กับเด็ก ๆ มองเห็นรอยยิ้มของความไร้เดียงสา ที่เขาอยากจะรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ไปนาน ๆ

มันเป็นเหมือนเดิมทุกวัน ที่สุดท้ายแล้วจะเหลือเพียงเขากับชานเฮอยู่ในห้องเรียนอนุบาล 1/3 ด้วยกัน เรามีกิจกรรมทำร่วมกันมากมาย วาดรูประบายสี เล่านิทาน พับกระดาษ เล่นชิงช้า วิ่งไล่จับ รวมถึงกิจกรรมในวันนี้ อย่างการช่วยกันเก็บของเล่นที่เกลื่อนพื้น โดยที่ชานเฮคิดว่ามันเป็นการละเล่นอย่างหนึ่ง

“ครูแบคฮะ”

“ครับผม”แบคฮยอนอุ้มหนุ่มน้อยขึ้นจากพื้น “ฮึบ!”

“ถ้าขึ้นเครื่องบินแล้ว จะได้เห็นวังมังกรไหมฮะ?”

“เราก็ต้องลองขึ้นดูแล้วล่ะ แล้วมาบอกครูด้วยนะ ว่าเห็นวังมังกรรึเปล่า”

“ครูไม่เคยขึ้นเครื่องบินหรอฮะ”

“ก็เคยนะครับ แต่หลับทุกที ไม่ทันได้มองเลย”

“เป็นคนขี้เซา ต้องจุ๊บจุ๊บให้ตื่นเลย!”

“ครับ?”

“คุณอาบอกว่า ถ้าขี้เซาไม่ยอมตื่น จะจุ๊บให้แก้มช้ำไปเลย”

แบคฮยอนนึกถึงคุณอาตัวโต ที่ดูท่าไม่น่าจะเล่นกับหลานแบบนี้แต่ก็เล่น

“ครูง่วง ๆ ด้วยเนี่ย ทำยังไงถึงจะตื่นนะ?”แบคฮยอนทำแก้มป่อง เอียงหน้าเข้าหาเด็กที่จุ๊บแก้มเขาเสียเต็มฟอดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้ เขาเลยจุ๊บกลับไปจนชานเฮหัวเราะเสียงดัง

แบคฮยอนทั้งรักทั้งเอ็นดูชานเฮ รักจนไม่อยากคลาดสายตาไปไหน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ

“ไหน แก้มช้ำรึยัง?”

“ไม่ช้ำ!”

“ไม่ช้ำก็จุ๊บอีก นี่แหน่ะ ๆ”

“ฮะ ๆ ครูแบคฮะ ฮะ ๆ”

‘ครืด...’

เสียงประตูเลื่อนทำให้เราหยุดเล่นกัน แบคฮยอนเองก็หันไปมองว่าใครที่เดินเข้ามา แน่นอนว่ามันคงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากคุณอาตัวโตที่ทำให้ชานเฮดิ้นลงจากอ้อมแขนของเขา แล้วร้องให้คนมาใหม่นั้นอุ้มแทน ผลัดกันจูบแก้มซ้ายแก้มขวา แบบที่เขาเพิ่งทำไปไม่มีผิด

เห็นแบบนั้นแล้วเขาก็ได้แต่เดินไปหยิบกระเป๋าของชานเฮที่ล็อกเกอร์ ส่งมันให้คุณอาชานยอลพร้อมกับรอยยิ้ม โดยที่อีกฝ่ายก็ยิ้มกลับมาเหมือนกัน รวมถึงกิริยาท่าทางเหมือนมองหาอะไรบางอย่าง จนคิ้วขมวดเป็นปมแน่น

“มีอะไรรึเปล่าครับ?”

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร”คุณชานยอลมองหน้าเขา แขนขวาเป็นชานเฮ แขนซ้ายเป็นกระเป๋าสะพายของเด็ก“ถ้าอย่างนั้น...ผมกับชานเฮ...”

“ครับ?”

“เรากลับก่อนนะครับ สวัสดีคุณครูเร็ว เจ้าดื้อ”

ชานเฮโค้งลำตัวส่วนบนให้แบคฮยอนที่ทำท่าโค้งกลับไป รวมถึงโค้งให้คุณชานยอลด้วย เขายืนมองอาหลานเดินออกจากห้องของเขาไป ก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะ เพื่อเก็บของเตรียมกลับบ้าน

แล้วเขาก็เห็นจดหมายน้อย ที่มีลายมือของคุณชานยอลอยู่บนนั้น

ให้ตาย...เขายุ่งจนลืมเสียสนิท ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไปกินข้าวด้วยแท้ ๆ จะเหมาะสมไม่เหมาะสมเขาไม่รู้ แต่นอกเวลางานเขาคือผู้ชายธรรมดาชื่อบยอนแบคฮยอน มันจะไปกินข้าวกับใครไม่ได้เลยรึอย่างไร

พอรู้ตัวว่าพลาดอะไรไป เขาก็รีบวิ่งออกไปจากห้อง ตะโกนเรียกคุณอาตัวใหญ่ที่เดินใกล้ถึงหน้าประตูโรงเรียนแล้ว

“คุณชานยอลครับ !”แบคฮยอนหอบหายใจ “เรื่องกินข้าว...”

“ครับผม”คำตอบรับนั่นมาพร้อมกับรอยยิ้ม

“ช่วยรอสักครู่ได้ไหมครับ ผมยังเก็บของไม่เสร็จ...”

“ได้สิครับ”คุณชานยอลยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินย้อนกลับมาหาเขา“ไปกันครับ ไปเก็บของกัน”

ตอนแรกคุณชานยอลเดินตามเขากลับมา แต่เพราะช่วงก้าวเดินที่แตกต่างนั้น ทำให้เราได้เดินไปพร้อมกัน มีเด็กน้อยที่เมื่ออาทิตย์ก่อนคือคนที่เงียบที่สุดในห้อง แต่ในวันนี้นั้นเป็นเด็กที่พูดเก่งเกินใคร

“ครูแบคอุ้มเค้าหน่อย!”

“ครับ?”แบคฮยอนประหลาดใจกับสรรพนามที่เด็กใช้แทนตัวเอง “อุ้มเค้าหรอครับ?”

“ฮะ!”

“อ้าว แล้วอาอ่ะ ตกกระป๋องแล้วดิ ตอนแรกไหนบอกรักมากไง”คุณชานยอลมองหน้าหลานที่อยู่ในอ้อมแขนตัวเอง

“ก็รักครูแบคด้วยอ่ะ ครูแบค!”

“ครับ ๆ แปปนึงนะครับ”แบคฮยอนรีบเร่งเก็บของ ทั้งกระเป๋าใส่ของจิปาถะ ของสำหรับสอนเด็ก ๆ

เขามองตรงไปยังอาหลานที่ยิ้มกว้างกลับมาให้ แล้วมันก็รู้สึกใจเต้นไม่น้อยเลย เพราะว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของแบคฮยอน ไม่เคยมีใครมารอเขาแบบนี้เลย

“เสร็จแล้วครับ ไปกันเถอะ”

“อุ้มนะครับ นะครับครูแบค”

“โอ๋ ชานเฮของครู”แบคฮยอนอยากอุ้ม แต่ติดของที่พะรุงพะรังไปหมด“คือว่า...”

“ส่งของมาครับ เดี๋ยวผมถือให้” คุณชานยอลบอกแบคฮยอนที่มีท่าทีเงอะงะเล็กน้อย“มาครับ”

“เอ่อ...รบกวนด้วยนะครับ”

กระเป๋าของแบคฮยอนทั้งสองใบจึงอยู่ในมือของคุณชานยอล ส่วนเด็กน้อยชานเฮนั้นอยู่ในอ้อมอกอ้อมแขนของคุณครูที่ออกแรงเต็มที่ในการอุ้ม

“ครูอยากกินอะไรครับ?”

“ครูเหรอ?”แบคฮยอนไม่ทันคิด “ไม่รู้เหมือนกันสิ เราอยากกินอะไรละครับ?”

“ให้คุณอาคิดฮะ”

“ทุกที”ชานยอลยกมือขึ้นดึงแก้มหลาน “เรากินหรืออากิน”

“กินด้วยกัน ครูแบคก็ด้วยนะ!”

“ครับ ครูแบคก็กินด้วยครับ”

เราเดินมาจนถึงรถที่แบคฮยอนเข้าใจว่าเป็นรถของคุณชานยอล ตอนแรกเขามีความคิดว่าจะไปนั่งเบาะด้านหลัง แต่หนังสือสารพัดเล่มกับเสื้อที่แขวนอยู่นั้นทำเอาคุณอาตัวสูงยิ้มเพราะรู้สึกอายที่รถรกไปหน่อย บอกให้เขานั่งด้านหน้า มีชานเฮนั่งบนตัก คาดเข็มขัดนิรภัยทับไปอีกที เขาเองก็กอดเด็กน้อยไว้แน่น เพื่อความปลอดภัยของตัวเด็กคนนี้

“ขอโทษนะครับ รถรกไปหน่อย”คุณชานยอลพูดขึ้น ขณะที่เรากำลังติดไฟแดงอยู่บนถนน

“ไม่เป็นไรครับ ปกติ”แบคฮยอนเข้าใจดี รถพี่สาวของเขาก็รกเหมือนกัน

“งั้น...วันนี้เราไปกินอะไรกันดีครับ ?”

“ผมไม่รู้ว่าชานเฮชอบกินอะไร...”

“กินทุกอย่างแหละครับ ไม่เคยเห็นเลือกสักที”ชานยอลหันไปมองหน้าหลาน“ซุปข้าวใส่ไส้กรอกได้ไหมครับ คุณครูทานได้รึเปล่า?”

“ได้ครับ ของชอบเลย”

“ชอบไส้กรอก”ชานเฮพิงตัวกับอกของครูแบค มองรถที่แล่นผ่านไปมา“ไส้กรอก”

“ครูก็ชอบไส้กรอกเหมือนกัน ไปกินกันให้เต็มคราบเลย!”

“ครับ!”

คุณครูแบคฮยอนไม่รู้ตัวเลย ว่าสายตาเอ็นดูที่คุณอาตัวโตมองมานั้น มันไม่ได้ส่งไปถึงชานเฮคนเดียว แต่สายตานั้นกลับมีให้เขาด้วยเหมือนกัน

คุณชานยอลบอกว่าร้านซุปข้าวขึ้นชื่อนั้นอยู่ในตลาด รถจึงถูกจอดไว้ด้านนอก ก่อนที่พวกเขาจะข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อเข้าตลาด แขนขวาของคุณชานยอลนั้นอุ้มชานเฮเอาไว้ ส่วนมือซ้ายนั้นแตะหลังเขาเบาๆ ตอนที่เรากำลังข้ามถนน บอกว่าระวังนะครับ เขาเองก็พยักหน้ากลับไป ระวังตัวเองอย่างดีตามที่คุณชานยอลบอก

แอบเกร็งขึ้นมาเหมือนกันแฮะ รู้สึกติดขัดไปหมด แต่ก็รับรู้เหมือนกันว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกแย่เลยสักนิด แบคฮยอนกำลังรู้สึกดีมาก ๆ แต่ทำไมอาการถึงได้ออกมาเป็นแบบนี้นะ

“คุณครูครับ?”

“คะ...ครับ!”แบคฮยอนสะดุ้งสุดตัว จนคุณอาตัวโตหัวเราะเป็นการใหญ่

“ถึงแล้วครับ”มือใหญ่ชี้เข้าไปทางร้าน “ครูพอจะนั่งเบาะได้ไหมครับ ชานเฮจะได้ไม่ต้องเสริมเก้าอี้”

“ได้ครับ สะดวกสุด ๆ”แบคฮยอนไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น เขาหันไปยิงปืนปิ้ว ๆ ใส่ชานเฮที่หัวเราะคิกคัก หลบซ้ายหลบขวาอยู่กับอกของคุณอา

“ตกกระป๋องจริง ๆ ด้วยสินะ อาน้อยใจแล้วนะเนี่ย”

“ทำไมต้องน้อยใจ อายังบอกว่าครูแบคน่ารั—”

แบคฮยอนมองชานเฮถูกปิดปาก โดนอุ้มเข้าร้านไป ส่วนเขากำลังขมวดคิ้ว คุณอาบอกว่าครูแบคทำไมนะ นี่เขาโดนคุณอาหน้าเด็กคนนี้นินทาลับหลังกับร้านหรือนี่ มันเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีกันละเนี่ย

เขาเดินตามเข้าไปในร้าน คุณอาคุณหลานนั่งกันคนละฝั่ง เขาเลยตามเข้าไปนั่งข้างชานเฮ คุณชานยอลเองก็บอกให้หลานย้ายไปนั่งข้าง ๆ แต่ชานเฮกลับปีนขึ้นตักของเขา ไม่ยอมไปนั่งข้างคุณอาตัวเอง

“เมื่อวานยังบอกรักอาอยู่เลย ดูทำเข้า”

“อาเป็นคุณจิ้งจอกขี้อิจฉา ใช่ไหมครับครู !?”

“เอ่อ...ก็คงใช่ล่ะมั้งครับ”

“อ้าว คุณครูทำไมเข้าข้างเด็กอย่างนั้นล่ะครับ แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะครับเนี่ย”

“ไม่เอา ครูแบคอยู่กับเค้านะ”

“อยู่ครับอยู่ ไม่ไปไหนเลยครับ”

คุณอาชานยอลกับหลานแข่งกันทำหน้ายักษ์ใส่กัน แบคฮยอนพยายามกลั้นขำแทบตาย เพราะรู้สึกว่ามันคงไม่สุภาพถ้าจะหัวเราะคนที่อยู่ในฐานะผู้ปกครอง หรือถ้าแบบคนรู้จักก็คงจะเป็นรุ่นพี่ที่อายุมากกว่าถึงสิบปี

พอคุณอาชานยอลเอาตะเกียบเคาะหัวหลาน เจ้าหลานตัวดีก็เอาช้อนที่มาพร้อมกับซุปข้าวใส่ข้าวน้อย ๆ ใส่ไส้กรอกเยอะ ๆ ตามฉบับเด็กกิน เคาะหลังมือคนเป็นอาจนดังปั่ก

“เจ็บไหมครับ?!”แบคฮยอนถามไปยิ้มไป เสียงช้อนเคาะกระดูกมันดังมากจริง ๆ

“คุณขำผมอยู่สินะ?”

“มะ...เอ่อ...ก็ครับ”เขาไม่กล้าโกหก “มันก็ตลกดีครับ น่ารักดี”

“เหมือนครูแบค!”ชานเฮขยับไปมาบนตักของเขา “คุณอาบอกว่าครูแบคน่า—”

“อะแฮ่ม! กินกันเถอะ เดี๋ยวชืดแล้วจะไม่อร่อย”คุณอาชานยอลกระแอมไอ เอาผักที่ขอให้ทางร้านซอยให้ใส่ชามของหลาน จนชานเฮเบะปาก ร้องงอแงบอกว่าไม่เอา“อะไรกัน ปกติก็กินนี่”

“ก็ทำไมต้องใส่ผักด้วย!”

“ไม่เอาครับคนเก่ง อย่าเสียงดังใส่คุณอานะ”แบคฮยอนลูบหัวเด็กน้อย“ผักมีประโยชน์ กินแล้วหนูจะเติบโต แข็งแรงเป็นไอรอนแมนเหมือนคุณอาเลยน้า~”

“ผมไม่อยากกินฮะ...”

“ครูก็ไม่ชอบผักเหมือนกัน แต่เดี๋ยวใส่เป็นเพื่อน ขมปี๋ไปด้วยกันนะครับ”แบคฮยอนบอกชานเฮ“นะครับคนเก่งของครู”

“...ก็ได้ครับ”

คุณอาชานยอลเป็นคนคลุกซุปข้าวกับผักของชานเฮให้เข้ากัน ใส่ไส้กรอกที่สั่งแยกมาเพิ่มลงไปอีก ก่อนจะยื่นชามมาตรงหน้าเด็กที่แบคฮยอนใส่ผ้ากันเปื้อนให้ คอยบอกให้เป่า ๆ เพราะว่าไส้กรอกมันร้อน เช็ดปากให้เมื่อเห็นว่าเลอะ แถมยังเสียสละตักให้จนตัวเองกินลำบากนิดหน่อย แต่มันก็ไม่เป็นไรเลย แบคฮยอนไม่ได้รู้สึกว่าแย่เลยสักนิด เขามีความสุขมากกว่า

สายตาของคุณอาตัวโตนั้นแสดงออกถึงการขอโทษเขาทุกครั้งที่สบตากัน เขาเองก็ยิ้มกลับไป ส่ายหน้าเชิงว่าไม่เป็นไร แล้วตักไส้กรอกขึ้นมาเป่า ส่งเข้าปากเด็กน้อยที่อ้าปากรอรับด้วยความยินดี

“คุณครูฮะ...”

“ครับผม”

“บนวังมังกรมีไส้กรอกไหมฮะ ?”

“ไส้กรอกทำมาจากคุณหมู แต่ว่าที่วังมังกรน่ะกินปลานะครับ ถ้ามันเป็นแบบนั้นแล้ว...”

“ไส้กรอกปลา !”

“ครับ ไส้กรอกปลา”แบคฮยอนเอาทิชชูเช็ดเศษข้าวที่มุมปากของชานเฮ

“คุณครูอิ่มไหมครับ สั่งเพิ่มได้นะ”คราวนี้เป็นทีคุณอาที่ถามไถ่เขา “เอาไส้กรอกอีกไหม แบ่งกันครับ”

“ก็ได้ครับ”แบคฮยอนไม่ปฏิเสธ เพราะคุณชานยอลยกจานขึ้นมาเตรียมแบ่งใส่ถ้วยของเขาแล้ว

“ตอนแรก...ผมคิดว่าคุณครูปฏิเสธ ไม่มากินข้าวกับเราอาหลานซะแล้ว”คุณอาชานยอลพูด“แต่พอคุณวิ่งมาตาม...”

“ผมตั้งใจจะมาอยู่แล้วล่ะครับ แต่ว่าก็ยังไม่ได้เก็บของ แล้วคุณชานยอลก็ไม่พูดเตือนอะไรเลย ผมเองก็คิดถึงเรื่องกิจกรรมวันพรุ่งนี้อยู่ ลืมเสียสนิทเลยครับ”แบคฮยอนพูด“ขอโทษจริง ๆ ครับ”

“อย่าขอโทษเลยครับ ตอนนี้คุณก็มีไอ้ดื้ออยู่บนตักแล้ว”คุณชานยอลยิ้มให้เขา“ผมต่างหากที่ควรจะขอโทษคุณ ที่ทำให้ต้องมาเป็นครูล่วงเวลาแบบนี้”

“ผมเต็มใจครับคุณชานยอล อย่าพูดแบบนั้นเลย ผมมีความสุขที่ได้ทำครับ อ้าม...น่ารักมาก คนทานผักเก่งที่สุดในโลกเลย”

“คุณซุปเปอร์แมนก็ทานผักด้วยนะครับ ตัวยังเท่าแขนซุปเปอร์แมนอยู่เลย”

“หา...”แบคฮยอนรู้ตัวดีว่าโดนแซวเข้าให้แล้ว ยิ่งเป็นอาหลานกันแบบนี้ เขาคงเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าสู่กันฟังก่อนนอน“แขนมันเล็กไปครับ ผมตัวเท่าขาต่างหาก”

“ขาก็ขาครับ”คุณอาหัวเราะ“อย่าเขี่ยขิง อาเห็นนะ”

“ครูแบคยังเขี่ยเลย”

“อ้าว ครูครับ ทำแบบนี้ไม่ถูกนะครับ”คุณอาชานยอลมองตรงมาที่เขา ที่พูดอะไรไม่ออกเพราะกำลังเขี่ยเหมือนกัน แบคฮยอนไม่ชอบกินขิงเลย มันเผ็ดแถมทำให้แสบลิ้น ถึงจะมีสรรพคุณที่ดีแต่มันไม่อร่อย

“คือผม...ไม่ชอบครับ”แบคฮยอนไม่อยากกิน

“แต่ซุปเปอร์แมนไม่เลือกกินนะครับคุณครู”

โถ่ ไม่เป็นแล้วได้ไหม

“ผมก็ไม่ชอบฮะ”ชานเฮเอาช้อนเขี่ย “ไม่อร่อย”

“กินครับ ทั้งคู่เลย”

คุณอาชานยอลหัวเราะออกมาเมื่อได้รับสายตาตัดพ้อจากทั้งคุณครูและหลาน ริมฝีปากล่างยื่นออกมานิด ๆ ทั้งคู่ แก้มก็ยังกลมเหมือนกันไม่มีผิด

น่ารักเหมือนกันเลย...

“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น อาไม่ใจอ่อนหรอกนะ คุณครูก็ด้วยนะครับ”

“ฮึ!”

“เดี๋ยวอาก็ตีเข้าให้ ฮึเฮอะอะไร เพิ่งจะเรียนอนุบาลหนึ่ง ขอโทษอาเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นอาจะงอนแล้วนะ”

“ขอโทษครับ”ชานเฮทำหน้าหงอย เมื่อรู้ตัวว่าทำนิสัยไม่น่ารักออกไป“ครูฮะ กินขิงกันเถอะ”

“เอ่อ...ครับ”แบคฮยอนไร้ทางเลือก คงต้องกินขิงจริง ๆ“กินขิงกันนะ”

ปกติแล้วมันก็ไม่มีขิงหรอก แต่เขาไม่ทันมองว่าที่นี่ใส่ขิงมากับผักด้วย รู้ตัวตอนที่คลุกเสร็จไปแล้วว่ามีขิงอยู่ในชามของตัวเอง สุดท้ายเลยต้องมากล้ำกลืนฝืนทนกินขิงที่ตัวเองไม่ชอบ แถมยังต้องมาเขินอายกับสายตาของคุณอาตัวใหญ่ที่เหมือนลุ้นให้เขากินขิงให้ได้ เหมือนเขาเป็นหลานชายอีกคน

“ครูแบคกับชานเฮเก่งมาก!”

ดูสิ ดูทำเข้า แบคฮยอนก็เขินเป็นเหมือนกันนะ อีกสามปีจะสามสิบแล้ว ยังโดนบังคับให้กินขิงเป็นเด็กอนุบาล แถมยังโดนหัวเราะตอนที่คว้าแก้วน้ำมาดื่มอึก ๆ ทั้งที่ชานเฮเองก็ทำเหมือนกัน

หลังจากที่อาหารเกลี้ยงจานหมดแล้ว คุณอาตัวใหญ่ก็เป็นคนอุ้มหลานออกจากร้าน ที่ไม่ให้เดินเพราะแถวนี้คนเยอะ กลัวจะหลงกลัวจะสะดุดล้มแล้วจะเจ็บตัว เขาเองก็เดินตามไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไปหยุดอยู่หน้าร้านขนมปังที่อาหลานคู่นี้ยืนเลือกกันไม่หยุด

“อันนั้นน้ำตาลเยอะไป เอาอันนี้ดีกว่า”

“แต่ผมอยากกินโดนัทน้ำตาล”

“ก็ได้ ๆ แต่อาจะเคาะน้ำตาลออกนะ...คุณครูกินอะไรดีครับ?”คุณอาหันมาถามเขาที่กำลังมองนั่นมองนี่อยู่

“ไม่ครับ...ไม่เป็นไร”

“เป็นรางวัลที่ทานขิงได้ครับ เลือกได้เลย”

“โถ่...ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ”

“ก็คล้ายอยู่ครับคุณครู เลือกเร็วครับ”

สุดท้ายแบคฮยอนก็ได้ขนมปังไส้ช็อคโกแลตมาหนึ่งชิ้น ถึงตอนแรกจะบอกว่าไม่ใช่เด็ก แต่ตอนนี้เขากินมันคำเบ้อเริ่ม ช็อคโกแลตเลอะปากแข่งกับชานเฮ จนขึ้นรถมานั่นแหละถึงได้ผลัดกันเช็ดให้กัน ชานเฮเองก็เช็ดให้เขาไปถึงแก้ม ลากไปเกือบถึงหน้าผาก หัวเราะคิกคักไม่หยุด

“ปกติแล้วคุณครูกลับบ้านยังไงหรือครับ?”

“กลับกับพี่สาวครับ...เอ๊ะ คุณจะไปส่งผมที่บ้านหรอครับ ผมว่าผมลงรถตรงนี้...”

“เสียใจครับคุณครู ถ้าขึ้นมาแล้ว ไม่ถึงบ้านไม่ให้ลงนะครับ”คุณชานยอลหันมายิ้มให้“บอกทางมาเลยครับ”

แบคฮยอนพูดอีกรอบว่ากลับเองได้ แต่คุณชานยอลก็ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น สุดท้ายเขาเลยต้องบอกทางไปบ้านตัวเองให้อีกฝ่ายรับรู้ ดีที่ถนนหนทางไม่ซับซ้อน ไม่ต้องกลับรถไม่ต้องอะไร ไม่อย่างนั้นเขาคงเกรงใจมากกว่าเดิม

ส่วนหนูน้อยชานเฮนั้น หลับพิงอกเขาไปตั้งแต่ขึ้นรถยังไม่ถึงสิบนาที แล้วก็หลับยาวมาจนถึงตอนที่รถของคุณชานยอลหยุดลงที่หน้าบ้านของแบคฮยอน ระหว่างทางเราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันเลย และแบคฮยอนก็คิดว่า วันนี้ที่คุณชานยอลพามาด้วยกัน มันคงไม่มีอะไรมากไปกว่าวันนั้นที่คุณชานยอลต้องขอตัวกลับไปก่อน ทั้งที่เรายังพูดคุยกันไม่จบด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ปัญหาทางด้านการเข้าสังคมของชานเฮนั้นจางหายไปมากแล้ว เขารู้สึกว่าชานเฮเปิดใจมากขึ้น เพราะเจ้าตัวไปช่วยแทรินหาหมอน ตอนที่เขากำลังยุ่งอยู่กับเบาะที่หายไป

“เอ่อ...เดี๋ยว...”

“คุณครูแบคฮยอนครับ”

“ครับ?”แบคฮยอนที่กำลังคิดว่าจะลงรถยังไงดีไม่ให้ชานเฮตื่น หันไปตามเสียงเรียกของคุณอาตัวโต

“คือ...อาทิตย์หน้าผมมีประชุมทุกเย็น ผมอาจจะมารับไอ้ดื้อมันช้าหน่อย ถ้ายังไง...”

“อ๋อ ไม่มีปัญหาครับคุณชานยอล ผมอยู่ได้ถึงสองทุ่มเลย ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ”

“รบกวนขอเบอร์โทรศัพท์ได้ไหมครับ เผื่อว่ามันจะยาวถึงสองทุ่มจริง ๆ ผมจะได้บอกคุณครูได้”

“ได้ครับได้”แบคฮยอนรับโทรศัพท์มากดเบอร์ของตัวเองลงไปด้วยความยินดี “มีปัญหาหรือมีธุระอะไรติดต่อผมได้เลยนะครับ”

“ขอบคุณมากครับ”

คุณอาชานยอลรับโทรศัพท์คืนไป ก่อนจะอุ้มชานเฮไปไว้บนตักตัวเอง เพื่อให้เขาลงรถได้สะดวก เขาเห็นคุณอาทำท่าจะลงมาช่วยเขาถือของ แต่เขาก็ห้ามเอาไว้ก่อน บอกว่ามันเล็กน้อยมาก ๆ เขากล่าวขอบคุณถึงเรื่องวันนี้ บอกว่าสนุกมาก ๆ เลยครับ ก่อนจะปิดประตูรถให้เบาที่สุด แล้วหันไปหากุญแจบ้านในกระเป๋าแทน

“ครูแบคฮยอนครับ!”

พอหันไปตามเสียงก็เห็นคุณชานยอลลงมายืนอยู่ข้างรถ เดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันหมายความว่ายังไง

“ครับ...”

“ถ้า...ถ้าไม่ได้มีปัญหาหรือว่าไม่ได้มีธุระ”คุณอาชานยอลเม้มปากแน่น “ผม...โทรหาคุณครูได้ไหมครับ?”

“...”

“แบบ...กินข้าวรึยัง วันนี้เหนื่อยไหม มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่า อะไรแบบนั้น”

แบคฮยอนกำกุญแจบ้านในมือแน่น รวมถึงลมหายใจที่กำลังถี่ขึ้นเพราะหัวใจทำงานหนัก เลือดสูบฉีดไปทั้งทั้งร่างกาย สมัยเรียนเขาก็มีแฟนบ้าง ไม่ได้ไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้ด้วย และมันก็ทำให้เขารู้ว่าแบบนี้น่ะ...จีบกันชัด ๆ เลย

เรื่องที่บ้ากว่านั้น คือบยอนแบคฮยอนกำลังหัวใจเต้นแรงที่สุดในชีวิตแล้ว

“ครับ”

“...”

“คุณชานยอล...โทรหาผมได้ทุกเรื่องเลย”

ปกติแล้ว แบคฮยอนไม่เคยคิดถึงใครนอกจากเด็ก ๆ เลย

แต่นับจากวันนี้ไป มันคงไม่ใช่แบบนั้นแล้วล่ะมั้ง

 

 

 

 

 

 

ตอนแรกแบคฮยอนคิดว่าคุณชานยอลคงเป็นประธานบริษัทอะไรสักอย่าง เพราะคำสันนิษฐานของพี่สาวที่บอกว่าเป็นครอบครัวทุ่มเงินไม่อั้น

แต่พอได้คุยจริง ๆ เขาก็มารู้ทีหลังว่าคุณชานยอลเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย สอนอยู่ภาควิชาวิศวกรรมโยธา ที่ประชุมยาวถึงสองทุ่มนั้น ประชุมเรื่องพัฒนาหลักสูตร ไม่ได้มีบริษัทอะไรเลย

ตอนเจ้าตัวรู้ว่าเขาคิดแบบนั้นก็หัวเราะเสียงดัง จนเขานึกเขินไปเหมือนกัน ที่คิดอะไรเป็นไปแบบในละครภาคค่ำ

‘โถ่ เลิกหัวเราะเลยนะครับ’

(ทำไมล่ะครับ ก็มันตลกนี่)

‘ผมไม่รู้นี่หน่า หยุดเลยนะคุณชานยอล!’

(หยุดแล้วครับ หยุดแล้ว เป็นคุณครูอนุบาลทำไมตวาด—)

‘ขอโทษครับอาจารย์ ผม...’

(ทำไมตวาดได้น่ารักจังครับ จะพูดแบบนี้ต่างหาก)

‘จะไปแก้สไลด์ไม่ใช่หรอครับ ไปทำได้แล้ว’

เป็นคนที่เก่งมาก ๆ เก่งจนเขารู้สึกอายเหมือนกัน เรียนจบมาทั้งวิศวกรรม ทั้งคณิตศาสตร์ แต่คุณชานยอลกลับบอกว่าเค้าไม่ได้เก่งอะไรหรอก แค่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรมากกว่า

เขาเคยถามไปว่าชานเฮมีพี่เลี้ยงไหม คุณชานยอลก็ตอบว่าแม่บ้านที่บ้านนั่นแหละ อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่ ตอนนี้ก็ยังมาเลี้ยงหลานต่อให้ แต่ส่วนมากคุณชานยอลก็เลี้ยงเอง ทำงานก็ทำในห้องนอนหลานนั่นแหละ แค่ต้องแยกแยะประสาทให้ถูก

ความสัมพันธ์ของเราเหมือนก้าวกระโดด ตอนที่เจอหน้ากันตอนมารับชานเฮก็ไม่ได้คุยอะไรกันนักหรอก เพราะเจ้าตัวเล็กร้องจะกลับบ้าน มาได้คุยกันตอนที่คุณชานยอลโทรมาหาก่อนนอน วันแรกที่โทรมาเราก็แข่งกันเงียบ แบคฮยอนไม่รู้หรอกว่าคุณชานยอลรู้สึกยังไง แต่ถ้าเป็นเขาล่ะก็ เขาเขินสุดใจขาดดิ้นเลย หน้าแดงจนยังนึกอายตัวเองว่าไปเขินอะไรเค้าขนาดนั้น

เขาคุยกับคุณชานยอลก่อนนอนทุกวัน คุยกันเรื่องสัพเพเหระทั่วไป มีเรื่องไร้สาระตามประสาผู้ใหญ่บ้าง แบคฮยอนยอมรับไว้ตรงนี้เลยว่าเขามีความสุขที่ได้คุยกับคุณชานยอล คนที่มีมุมผู้ใหญ่วัยสามสิบเจ็ดให้เขาได้พักพิงเวลามีปัญหาเรื่องงาน หรือเวลาที่ทะเลาะกับพี่ แต่ก็มีมุมน้อยใจเหมือนเป็นฝาแฝดหลานตัวเอง ให้เขาได้หัวเราะอยู่เสมอ

‘ครับ คุณชานยอล’

มีวันหนึ่งที่คุณอาคนเก่งโทรมาตอนหกโมง ตอนที่เขากำลังพับกระดาษเป็นรูปน้องหมาอยู่กับชานเฮ

(ผมกำลังไปรับแล้วครับ ว่าจะชวนคุณครูไปกินด้วยกันด้วย พอจะว่างไหมครับ)

‘เดี๋ยวหลานงอแงจะกลับบ้านนะครับ ลำบากคุณเปล่า ๆ’

‘อาหรอฮะ?’ชานเฮตาโต‘อาฮะ! ผมอยากกลับบ้านแล้ว!’

‘นั่นไงครับ ได้ยินรึเปล่า’

(ผมเสียใจนะ)

‘กลับบ้านเถอะครับ กินข้าวเนี่ย...กินวันไหนก็ได้’

(ถ้างั้น...วันพรุ่งนี้ไปเที่ยวกันนะครับ)

‘ครับ?’

(ไปเที่ยวไงครับ เดี๋ยวคืนนี้คุยกันอีกที ผมไม่อยากให้ไอ้ดื้อมันได้ยิน เดี๋ยวมันร้องตามมาด้วย)

‘เอาไว้ค่อยคุยกันก็ได้ครับ’

แต่ถึงมันจะเป็นเรื่องที่คุยกันเมื่อวาน มาจนถึงวันนี้ที่เขามายืนรออยู่ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าตอนบ่ายโมงนั้น ก็ต้องหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นคุณอาทำหน้ายุ่ง อุ้มหลานที่โบกมือทักทายเขาเสียยกใหญ่

“ครูแบคคคค!”

“ครับผม...”

“หัวเราะเลย เอาเข้าไป”คุณชานยอลหน้าบึ้งตึง ตรงข้ามกับหลานที่ร่าเริงเหลือเกิน

“ไหนบอกว่ามีแผนไงครับ ยังไงก็ตามมาไม่ได้”

“ผมหลุดชื่อครูไปน่ะสิ พอได้ยินก็ร้องลั่นบ้านเลย จะไม่ให้มาด้วยผมก็...ทำไม่ลง”

“คุณชานยอลทำถูกแล้วล่ะครับ”แบคฮยอนรู้สึกดีด้วยซ้ำที่เจอชานเฮ ถึงแม้ว่าวันจันทร์ถึงศุกร์ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดก็ตาม“โอ๋ สุดหล่อของครู”

“ครูครับ”ชานเฮเปลี่ยนมาอยู่ในอ้อมกอดของเขา หอมแก้มกันยกใหญ่

พอมีหลานมาด้วย คุณชานยอลก็บอกว่าวันนี้มีแพลนจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้หลาน มาดูแว่นกรองแสงให้ตัวเอง แล้วก็กระเป๋าใบใหม่ให้ครูแบคฮยอน

“กระเป๋าอะไรนะครับ ?”

“กระเป๋าไปทำงานเนี่ยแหละครับ”คุณชานยอลตอบ“ผมเห็นว่ากระเป๋าเก่าคุณ ตรงก้นกระเป๋ามันขาด...”

“เดี๋ยวผมมาซื้อเองก็ได้ครับ ไม่ต้อง...”

“ผมอยากซื้อให้ครับ ถ้าไม่ได้ซื้อต้องร้องไห้เหมือนไอ้ดื้อเมื่อเช้าแน่ ๆ”

“พูดเป็นเล่น...”

“ทำไมครับ ผู้ชายอายุสามสิบเจ็ดก็ยังผลิตน้ำตาได้นะครับ”

“คุณอาร้องไห้เก่งฮะ ดูการ์ตูนด้วยกันก็ร้องไห้”ชานเฮยืนยันความจริงในข้อนี้“ใช้ทิชชูเยอะเลยฮะ”

“พอเลย”คุณชานยอลผลักหัวหลานเบา ๆ “พูดมากนัก”

เราเดินไปดูเสื้อผ้าเด็กที่แผนกสำหรับเด็กด้วยกัน แบคฮยอนสังเกตว่าคุณชานยอลดูเนื้อผ้าก่อนดูอย่างอื่นเสียอีก มีคอตตอนกี่เปอร์เซ็นต์ มีผ้าผสมอะไรบ้าง เนื้อผ้านุ่มไหม ใส่แล้วจะคันคะเย้อรึเปล่า แต่ยี่ห้อที่เลือกดูก็เป็นยี่ห้อที่ไว้ใจได้ แถมราคาก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย

“ชานเฮชอบตัวไหนครับ ?”

“ชอบสีน้ำเงิน...”

“กะลาสีไหม ไปเดินทะเลด้วยกัน”แบคฮยอนหยิบเสื้อขึ้นมาดู“กัปตันชานเฮ”

“เมืองบาดาล !”

“ใช่เลย เมืองบาดาลของคุณปลาคุณปูทั้งหลาย”

“อาเป็นเจ้าเมืองนะ บอกไว้ก่อน”

“ได้ไง ไม่ยอมนะ!”ชานเฮยกกำปั้นทุบคุณอา แต่ก็ไม่ได้เจ็บอะไรหรอก คนโดนทุบเอาแต่หัวเราะ

“หล่อสุดก็อย่างนี้แหละ ยังไม่โตก็แพ้ไป”

“โตแล้วนะ !”

“ตัวเท่าเข่าอาอยู่เลยเนี่ย โตอะไร”

“ครูแบคคค!”

“ตีเลยครับ เดี๋ยวครูตีคุณอาให้”

คนเป็นครูฟาดเพียะไปที่แขนคนเป็นอาแบบพอเป็นพิธี แต่ที่ไหนได้กลับโดนแกล้ง โดนคนเป็นอาจับมือเอาไว้แน่น ก่อนะสอดประสานนิ้วมือเข้ามา ทำเอาคุณครูไปไหนไม่ได้ ได้แต่ยืนหน้าแดงอยู่กับที่แบบนี้

เราไม่เคยจับมือกันมาก่อน นี่ครั้งแรกเลย

ปกติแล้วเราโดนตัวกันบ้างเพราะต้องผลัดกันอุ้มชานเฮ ช่วยกันถือของ หรือไม่ก็จูงมือน้องคนละข้าง แต่แบบนั้นมันอยู่ในสถาณการณ์จำเป็น แบคฮยอนไม่ได้มีอารมณ์มาเขินอะไร พอรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจจับมือกันแบบนี้ จะไม่ให้เขินก็คงเป็นไปไม่ได้

“เอ่อ...ตกลงเอาชุดไหนดีครับ”

“เอากะลาสี!”

“แล้วแบบอื่นล่ะครับ?”แบคฮยอนเดินไปตามทางที่ชานเฮชี้ มือที่จะกันอยู่รั้งคนตัวใหญ่ให้เดินตามมาด้วยกัน มือของเราจับกันค่อนข้างแน่น และมันก็ทำเอาแบคฮยอนเขินกว่าเดิม

“อาว่าสีเหลืองก็สวยนะ ดื้อว่าไง?”

“ครูแบคว่าไงฮะ?”

“ครูก็ชอบสีเหลืองครับ สีเหลืองก็น่ารักดี”

“...ใจตรงกันเลยนะครับคุณครู”

“คุณอย่าแกล้งผมสิ”

“ผมแกล้งที่ไหน ก็มันจริงนี่”คุณชานยอลหัวเราะก่อนจะบีบมือของเขาแน่น สายตาที่ส่งมาให้พร้อมกับรอยยิ้มนั้นทำให้เขาไม่ลังเลใจที่จะยิ้มกลับไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน

สุดท้ายชานเฮก็ได้ชุดใหม่มาสามชุด เป็นชุดกะลาสีเรือ แบคฮยอนบอกว่าชานเฮเป็นกัปตัน แต่คุณอาก็บอกว่าอย่างไอ้ดื้อนี่ก็เป็นได้แค่ต้นหนเรือเท่านั้นแหละ มีชุดสีเหลืองสดอีกหนึ่งชุด แล้วก็ชุดสีน้ำตาลลายหมีด้วยอีกหนึ่งชุด แบคฮยอนเองก็ไปซื้อหมวกแก๊ปให้อีกใบ บอกว่าเป็นของขวัญที่วันนี้เราได้มาเที่ยวด้วยกัน

“แล้วของผมล่ะครับ?”

“ครับ?”แบคฮยอนเกือบสะดุ้งเพราะเสียงกระซิบที่ข้างหู

“ของขวัญผมล่ะ มีให้หลานแล้วไม่มีให้อาแบบนี้ ไม่เท่าเทียมเลยนะครับ”

“เอ่อ...”

“ครูแบคครับ อยากกินไอศกรีมครับ”

“ไม่ต้องเลย ไปกินข้าวก่อน”

“ผมไม่ได้บอกอาสักหน่อย”เด็กน้อยงอนต่อเนื่อง ตั้งแต่ไม่ได้เป็นเจ้าเมืองบาดาล กัปตันเรือโจรสลัด แล้วตอนนี้ยังไม่ให้กินไอศกรีมอีก

“เหรอ ไม่ได้บอกอาเหรอ มานี่เลย มานี่!”

ชานเฮถูกอุ้มไปจากอ้อมแขนของแบคฮยอน เขาเองก็ยืนหัวเราะ มองอาหลานฟัดกันไปหัวเราะกันไป ชานเฮส่งเสียงเอิ้กอ้าก หลบซ้ายหลบขวาเป็นพัลวัน โชคดีที่ไม่ค่อยมีใครอยู่แถวนี้ เราเลยไม่รบกวนคนอื่นมากนัก

“หิวข้าวแล้วครับ”ชานเฮพูดเสียงอ่อย

“คุณครูทานข้าวมารึยังครับ ผมลืมถามเลย”

“ทานขนมปังมาเมื่อตอนสิบโมงนะครับ”แบคฮยอนตอบคำถามคุณชานยอล

“งั้นเราไปทานข้าวกันดีกว่าครับ ผมเลือกร้านเลยละกัน แล้วแต่ผมทุกที”

เราไปจบกันที่ร้านไก่ทอดคลุกซอส กับข้าวผัดในกระทะร้อน ๆ อีกชุดใหญ่ เขาได้ยินคุณชานยอลสั่งเพิ่มสาหร่ายเพราะชานเฮชอบ ขอให้ทางร้านผัดมาตั้งแต่ในครัวเพราะมีเด็กเล็ก แถมยังอยู่ในวัยกำลังซน

ชานเฮร้องจะมานั่งกับเขา คุณชานยอลก็เลยต้องปล่อยให้มา เจ้าตัวเคยพูดกับเขาเหมือนกันว่าแปลกใจมาก ๆ ไม่เคยเห็นไอ้ดื้อติดใครมาก่อน กับพ่อแม่ก็ไม่เป็นแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้อะไร ๆก็ครูแบคฮยอน พอถามว่าทำไม ไอ้ดื้อมันก็ตอบว่าเพราะครูแบคฮยอนเป็นซุปเปอร์แมน

‘ผมเปลี่ยนจากไอรอนแมนเป็นแบทแมนดีไหมครับ เราจะได้เป็นคู่กัดกัน’

‘ทำไมอย่างนั้นล่ะครับ คุณชานยอลอยากทะเลาะกับผมหรอครับ?’

‘ไม่ครับ ผมไม่มีวันอยากทะเลาะกับคุณครูหรอก โดนหลานโกรธตายเลย’

“ผมอยากกินแล้ว!”

“รอก่อนนะครับ เดี๋ยวครูเป่าให้ก่อน ถ้าไม่เป่าแล้วเราจะเจ็บนะ ลิ้นจะพองเลย”แบคฮยอนเป่าข้าวบนช้อนจนมั่นใจว่ามันเย็นแล้ว จึงส่งเข้าปากเด็กที่อ้ากว้างรอกิน เคี้ยวข้าวคำโตตุ้ย ๆ เคี้ยวข้าวเสร็จก็ส่งไก่เข้าปากให้อีกชิ้น

แบคฮยอนอาศัยช่วงเวลาที่ชานเฮเคี้ยวนั้นกินส่วนของตนเอง รวมถึงอ้าปากรับไก่จากตะเกียบของคุณชานยอลด้วย ตอนแรกที่เห็นว่าอีกฝ่ายจะป้อนนั้นเขาอึ้งไปเลย อีกอักทำอะไรไม่ถูก แต่สุดท้ายก็อ้าปากรับมา ก่อนจะก้มหน้าก้มตาป้อนข้าวชานเฮเป็นพัลวัน ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับคำถามว่าเขินเหรอครับ ทำเอาเขาเผลอค้อนขวับ จนคุณชานยอลหัวเราะดังกว่าเดิม

เสร็จจากร้านอาหาร เราสามคนก็ไปดูแว่นตาของคุณชานยอลกันต่อ ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะมาเลือกเป็นเรื่องเป็นราว แต่คุณชานยอลก็บอกว่า ความจริงแล้วตัวเองมาเลือกไว้ตั้งนานแล้ว ให้ทางร้านทำแว่นให้เกือบจะเป็นอาทิตย์ เพิ่งจะว่างมารับวันนี้

“อยากให้คุณครูช่วยดูด้วยว่าเหมาะกับผมไหม”

“แบบนั้นก็ต้องพามาดูก่อนตัดสิครับ”

“นั่นสินะครับ แต่ถ้าครูบอกว่าไม่ชอบ ผมยอมตัดใหม่เพื่อครูก็ได้นะครับ”

“เกินไปแล้วครับคุณ อีกอย่างมันก็แค่แว่นกรองแสง ใส่แบบไหนมันก็เหมือนกันแหละครับ”

“งั้นเดี๋ยวตอนอายุสี่สิบ ผมจะพาคุณครูมาเลือกแว่นสายตายาวนะครับ”

พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงกันนะ หมายความว่า ตอนที่ชานเฮขึ้นประถมหนึ่งแล้ว เราก็จะยังได้มาเที่ยวด้วยกันแบบนี้อีกใช่ไหม

“อ่า...คุณชานยอลสามสิบเจ็ดแล้วสินะครับ”

“แต่ผมว่าหน้าเราก็รุ่นเดียวกันอยู่นะ”

“คุณหน้าเด็กครับ”

“รีบตอบเชียว กลัวผมว่าคุณหน้าแก่สินะ”

“ผมเปล่านะครับ!”

“คุณน่ารักครับคุณครู ไป ๆ ไอ้ดื้อ อย่าไปเล่นแว่นเค้า มันไม่ใช่ของเล่น”

โดนยิงหลายรอบแล้ววันนี้ วันจันทร์จะมีแรงไปดูแลเด็กไหมเนี่ย...

ที่ร้านแว่นนั้น คุณชานยอลลองแว่นตาให้เขาดู เขาก็พูดตามความจริงว่ามันดูภูมิฐานและเหมาะกับคนวัยทำงานอย่างคุณชานยอล คนใส่เลยไม่เปลี่ยนใจ รับแว่นตามาพร้อมกับจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นเองที่ชานเฮร้องอยากกินไอศกรีมขึ้นมา เขาเลยพาเดินจูงมืออกไปซื้อที่ร้านฝั่งตรงข้าม ซื้อไอศกรีมรสช็อคโกแลตแบบถ้วยให้ ไม่ทันสังเกตว่าคนเป็นอานั้นเดินตามมาอยู่ข้างหลังกัน

“คุณครูนี่ตามใจเก่งแบบนี้ทุกคนเลยรึเปล่าครับ?”

“คะ...ครับ?”แบคฮยอนไม่ทันตั้งตัว “ขอโทษครับ คือผมเห็นว่า...”

“ผมไม่ได้ว่าอะไรครับ ไม่ต้องตกใจ”คุณชานยอลยิ้ม“ตกใจเก่งจริง ๆ”

“ก็คุณมาไม่ให้สุ้มให้เสียง ผมก็ต้องตกใจสิครับ”

“งั้นวันหลังผมจะตะโกนมาตั้งแต่—”

“อย่าแกล้งกันสิครับ!”

แบคฮยอนเอาถุงแว่นตากับเสื้อผ้าของชานเฮมาถือไว้ ส่วนคุณชานยอลนั้นอุ้มเจ้าตัวเล็กที่ง่วงอยู่กับการตักไอศกรีมเข้าปาก คนเป็นอานั้นชวนเขาไปแผนกขายกระเป๋าภายในห้างสรรพสินค้า มีหลายแบรนด์ที่มีบูธอยู่ที่นั่น เขาเองไม่กล้าปฏิเสธ เพราะรู้ว่าคุณชานยอลคงไม่ยอมเหมือนกัน

“ทำไมถึงต้องซื้อให้ด้วยล่ะครับ?”แบคฮยอนถาม ขณะที่กำลังดูกระเป๋าอยู่“ผมคิดไม่ออกว่าอยากได้แบบไหน...”

“คุณก็ยังซื้อของให้ชานเฮเลย”

“มันเหมือนกันเหรอครับ?”

“ก็คงคล้ายล่ะมั้งครับ”คุณชานยอลยักไหล่ “หรือว่าคุณยังไม่อยากได้?”

“ก็...ไม่เชิงครับ ผมยังไม่ได้มีความคิดว่าจะซื้อ ถ้าให้เลือกตอนนี้ก็คิดไม่ออกแหละครับ”

“ถ้างั้น...ถ้าวันไหนอยากได้กระเป๋าขึ้นมา คุณจะกล้าบอกผมไหมครับว่าอยากได้”

“ผมว่าแบบนั้นก็คงไม่ดี...”

“ผมจะซื้อให้เลยละกัน คุณก็มีหน้าที่ใช้ เดี๋ยวผมเลือกให้เลย”

แบคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองขัดคุณอาคนนี้ไม่ได้สักที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม มันไม่ได้รู้สึกลำบากใจหรอก แต่ว่าเกรงใจมากถึงมากที่สุด ข้าวก็เลี้ยง กระเป๋าก็ซื้อให้อีก รู้จักกันมาแค่เดือนกว่า ๆ ก็ทำให้ขนาดนี้ เขายังไม่เคยทำอะไรให้คุณชานยอลเลยสักครั้ง

“ไอ้ดื้อ ใบไหนสวย?”

“ฟุตบอล!”

“ไม่ได้ดิ อันนั้นมันเอาไว้ไปออกกำลังกาย”คุณชานยอลคุยกับหลาน“ใบนี้สวยไหม เหมาะกับคุณครูรึเปล่า?”

“ครูแบคหรอ?”ชานเฮหันมามองเขา “ใช้ได้!”

“เออ นั้นเอาใบนี้แหละ คุณครูว่ายังไงครับ?”คุณชานยอลส่งกระเป๋าให้เขาดู มันก็คล้ายกับใบเก่าแต่กว้างกว่า ใส่ของได้เยอะกว่าใบเดิม

“ใบไหนก็ได้ครับ ผมไม่มีปัญหา”

“แปลว่าไม่ชอบ งั้นเดี๋ยว—”

“ชอบแล้วครับคุณชานยอล ใบนี้ดีมากแล้ว”แบคฮยอนโอเคกับกระเป๋าใบนี้จริง ๆ “เอาใบนี้แหละครับ”

“เดี๋ยวห่อของขวัญให้ด้วย...”

“คุณชานยอลครับ”

“ชานเฮ แบ่งไอศกรีมให้คุณครูกินด้วย งอนใหญ่แล้วนั่น”

“คุณชานยอลครับ!”

และแล้วแบคฮยอนก็ได้ถึงใบใหญ่ที่มีกระเป๋าใบโตอยู่ข้างในมาถือไว้ ตอนแรกเขาคิดจะถือกระเป๋าข้างหนึ่ง ที่เสื้อผ้ากับแว่นตาข้างหนึ่ง แต่เพราะว่าคุณชานยอลไม่ยอมปล่อยให้มือขวาของเขาว่าง เขาจึงได้แต่เลยตามเลย เดินตามคุณชานยอลที่พาชานเฮเดินเที่ยวดูนั่นดูนี่ พอเขาเผลอเดินห่างมาหน่อยก็ดึงเข้าไปใกล้ เขานึกอายคนอื่นเหมือนกัน คิดอยู่ในใจว่าคุณชานยอลคิดอะไรอยู่นะ จับมือเขาในที่สาธารณะแบบนี้

แบคฮยอนยอมรับอย่างเต็มตัวเลย ว่าตอนนี้หัวใจของเขากำลังเต้นแรงมาก มันเต้นเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น และเร็วขึ้นอีกเมื่อคุณชานยอลหันมายิ้มให้เขา หรือตอนที่ผละมือมาลูบผมเขาเบา ๆ ก่อนจะคว้าไปจับใหม่ สอดประสานนิ้วมือเข้ามา ทำให้มือของเขาตกอยู่ในมือใหญ่ ๆ ข้างนี้

เขาเคยคิดว่าคุณชานยอลโชคดีที่มีหลานอย่างชานเฮ แต่ตอนนี้เขาก็คิดว่าชานเฮโชคดีเหมือนกันที่มีอาอย่างคุณชานยอล

“อาจารย์ครับ!”

“ว่าไงครับ นักศึกษา”

คำว่าอาจารย์กับนักศึกษาทำให้แบคฮยอนดึงมือของตัวเองออกจากการเกาะกุมของคุณชานยอลทันที ก่อนจะถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวเพื่อไม่ให้ใกล้ชิดกันมากเกินไป

เขากลัวว่าคุณชานยอลจะโดนลูกศิษย์มองไม่ดี เพราะว่าเขาก็เป็นผู้ชาย และคุณชานยอลก็เป็นผู้ชาย...ที่มีหน้ามีตาในสังคมมากกว่าเขา

เด็กที่เดินมากลุ่มใหญ่คงเป็นลูกศิษย์ของคุณชานยอล เด็กโค้งทำความเคารพกันใหญ่ ก่อนจะพูดคุยโอดครวญให้อาจารย์ของตัวเองได้ฟัง

“กำลังพูดถึงอาจารย์พอดีเลยครับ ว่าปีนี้จะสอบกลางภาครึเปล่า”

“ว่าจะหนึ่งร้อยคะแนนไฟนอลเลยครับ นักศึกษาคิมจงอินจะได้อยู่เรียนกับผมอีกปี”

“โถ่ อาจารย์ค้าบบบ”คนที่ชื่อคิมจงอินโอดครวญ “ปล่อยผมไปเถ้ออ”

“คลาสผมเรียนกี่โมงครับ ?”

“เก้าโมงครับอาจารย์”นักศึกษาคนนึงตอบ

“ถ้าคิมจงอินมาเรียนตรงเวลา จะพิจารณาสอบกลางภาคให้อีกที”

เสียงบ่นกันระงมของกลุ่มนักศึกษาทำให้แบคฮยอนอดยิ้มออกมาไม่ได้ แต่รอยยิ้มของเขาก็ต้องเลือนไป เมื่ออยู่ดี ๆ คุณชานยอลก็ก้าวเท้าออกเดินโดยไม่รอเขาที่อยู่ข้างหลังเลย เขารู้ว่าคุณชานยอลพูดอะไรสักอย่างกับชานเฮ เพราะเรื่องการจับสังเกตเด็กนั้น เป็นเรื่องที่เขาต้องรู้อยู่แล้ว เขาเห็นชานเฮพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะซบลงที่ไหล่ของคนเป็นอา แบคฮยอนพยายามก้าวเท้าให้ทัน ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าคุณชานยอลจะไปไหน แต่พอเจ้าตัวเดินเลี้ยวไปที่ประตูทางออก เขาเลยรู้ว่าอาหลานคู่นี้คงจะกลับแล้ว ตอนแรกเขาคิดว่าจะกลับช้ากว่านี้ เลยนัดพี่สาวของตัวเองให้มาที่นี่ตอนเย็น เพื่อที่จะซื้อของกินของใช้เข้าบ้านด้วยกัน

“เอ่อ คุณชานยอล คุณชานยอลครับ!”

“ครับ?”คนที่เดินนำไปหันกลับมามองเขาที่ชะงักไปนิดหน่อย เพราะสายตานั้นมันดูเหมือนคนที่อารมณ์ไม่ดีสักเท่าไหร่

“คุณจะกลับแล้วใช่ไหมครับ คือผมนัดพี่สาวเอาไว้...”

“เข้าใจแล้วครับ”มือใหญ่เอื้อมมือมารับของที่เขาส่งให้ “ขอตัวนะครับ”

“ครับ...”แบคฮยอนไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากตอบรับสิ่งที่คุณชานยอลบอกมา“บ้ายบายน้าชานเฮ”

“บ้ายบายครับครูแบค”

เขามองแผ่นหลังของคุณอาตัวใหญ่ไปจนลับสายตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อตรงนี้เหลือเพียงเขาแค่คนเดียว

ทำไมถึงได้รู้สึกแย่แบบนี้นะ ทำไมกัน...

 

 

 

 

 

 

“...พับไปด้านซ้าย แบบนี้!” แบคฮยอนเอากระดาษสีน้ำตาลของตัวเองทาบบนกำแพง พับให้เป็นรูปคุณวาฬ “แล้วก็ด้านขวาแบบนี้ครับ”

หลังจากที่เขาเล่านิทานเรื่องวาฬผู้ปกป้องท้องทะเลจบแล้ว จุนฮีก็ยกมือขึ้นมา บอกว่าอยากมีคุณวาฬเป็นของตัวเอง คราวนี้ก็เลยส่งเสียงดังเซ็งเซ่กันทั้งห้อง เพราะทุกคนต่างก็อยากได้คุณวาฬกลับบ้านไปด้วยทั้งนั้น

คลาสเรียนพับกระดาษของเราจึงเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ครูฮะ มันเป็นแบบนี้อ่ะ” เซฮุนชูกระดาษขึ้นมาให้เขาดู มันคืออะไรก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่คุณวาฬเลย แต่เพราะว่าแบคฮยอนเป็นครูอนุบาล ทุกปัญหาของเด็กๆนั้น เขาแก้ไขได้เสมอ

“ไหนดูซิคนเก่ง เราต้องพับมาด้านซ้าย ไม่ใช่ด้านขวาครับ”

“อ้าว อันนี้ไม่ใช่ซ้ายหรอฮะ”

“ไม่ครับ อันนี้ขวา”

“แยกไม่ออกอ่ะ งงอ่ะครับครู” เซฮุนทำหน้าไม่เข้าใจ แบคฮยอนเลยได้แต่ลูบหัวด้วยความเอ็นดู

เขาสอนเด็กพับคุณวาฬซ้ำ ๆ สอนไปเรื่อย ๆ แก้ไขในสิ่งที่เด็ก ๆ ทำผิดพลาด บอกในจุดที่เด็ก ๆ ต้องทำใหม่ สุดท้ายแล้วทุกคนก็มีคุณวาฬเป็นของตัวเอง

ส่วนคุณวาฬที่เขาพับนั้น เขาหยิบปากกาที่อยู่บนโต๊ะ มาเขียนชื่อเด็กที่ไม่มาโรงเรียนได้สามวันแล้ว

‘ชานเฮ’

พี่สาวเขาที่เป็นครูใหญ่ บอกกับเขาว่าทางผู้ปกครองของปาร์คชานเฮแจ้งมาว่ามีธุระเร่งด่วน จำเป็นจะต้องลาหยุดโรงเรียนให้สามวัน เขาเองก็ได้แต่รับรู้ด้วยสีหน้าเหวอ ๆ จนพี่สาวถามซ้ำไปซ้ำมาว่ามีอะไรรึเปล่า ก่อนจะทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ ถามเขาว่าคุณอาคนดีไม่บอกหรอ ว่าพาหลานตัวน้อยไปไหน

‘ไม่ได้บอกอ่ะพี่ แล้วก็...เฮ้อ’

‘แล้วก็อะไร บอกมาเลยนะ หัดมีความลับกับคนในครอบครัวรึไง’

‘ตั้งแต่ไปห้างวันนั้น เค้าก็ไม่โทรมาเลย’

‘โดนทิ้งแล้วงี้’ พี่สาวของเขาพูด‘งั้นทำไมแกไม่โทรไปอ่ะ’

‘ไม่เคยโทรเลยนะ จะให้โทรไปมันก็...’

แบคฮยอนไม่เคยโทรหาคุณชานยอลมาก่อน จะให้โทรไปตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรก่อนดี แล้วก็คิดไปอีกว่า ถ้าคุณชานยอลมีเรื่องโกรธเคืองอะไรกันจริงๆ เขาก็ยิ่งไม่กล้าโทรหาขึ้นไปอีก กลัวจะไปทำให้ไม่พอใจ ว่าแต่เขาไปทำอะไรกันนะ ทำไมถึงได้เมินกันขนาดนี้ เขาทำผิดอะไรมากมาย ทำไมถึงได้ไม่ติดต่อ ไม่โทรหากันบ้าง ทั้งที่บอกว่าจะโทรมาว่ากินข้าวรึยัง วันนี้เหนื่อยไหม มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่า

ทำไมอยู่ดี ๆ ก็หายไปแบบนี้...

เขาใช้เวลาช่วงเย็นเหมือนกับทุกวันที่มันเคยเป็น ส่งเด็ก ๆ กลับบ้านด้วยรอยยิ้ม แต่ที่ผิดแปลกไปก็คงจะเป็นเด็กคนสุดท้ายที่เขาส่งกลับบ้านนั้นเป็นโอเซฮุน เด็กที่วิ่งมากอดเขา ก่อนจะวิ่งไปหาคุณแม่ของตัวเอง จะบอกว่าผิดแปลกจากที่เป็นไปเต็มปากก็ไม่ได้ เพราะก่อนจะมีชานเฮเข้ามา มันก็เป็นเซฮุนมาก่อน

แต่แบคฮยอนคิดถึงชานเฮ แล้วก็คิดถึงคุณอาคนนั้นมาก ๆ ด้วย

เขานั่งลงที่โต๊ะเมื่ออยู่ตัวคนเดียว หยิบกระดาษแผ่นใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะมาพับเป็นคุณวาฬตัวที่โตกว่าตัวไหน ๆ ตั้งใจพับมันอย่างดี พับมันด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจที่เชื่องช้าเพราะความรู้สึกในด้านลบ ก่อนจะเอาปากกาจรดลงที่มุมกระดาษ เขียนลงไปว่า‘คุณชานยอล’

แบคฮยอนอดทนรอคอยอยู่กับความรู้สึกแย่ ๆ นี้ไม่ไหวแล้ว เขาไม่เข้าใจ ไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิดไป มีแต่คำถามอยู่ในหัวใจว่าทำไม หรือว่าเขาเข้าใจผิดไปคนเดียว เรื่องระหว่างเรามันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าการเป็นคุณครูกับผู้ปกครอง แต่ถ้ามันเป็นอย่างนั้น ทำไมคุณชานยอลต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องโทรหาเขาทุกวันเหมือนอยากจะรู้เรื่องราวระหว่างกัน ทำไมต้องจับมือกันแบบนั้น จับเหมือนว่าอยากจะจับมือเขาไปตลอด ยิ้มให้เขาเหมือนกับว่าเขาสำคัญที่สุดในโลกใบนี้

จนเขาเองก็คิดไปไกล คิดว่าเรื่องของเขากับคุณชานยอลนั้นไม่ใช่ความฝัน

โทรศัพท์ของแบคฮยอนที่สั่นครืดคราดทำเอาหลุดออกจากภวังค์ เขาหันไปดูว่าใครโทรเข้ามา ก่อนที่จะเบิกตากว้าง ลุกลี้ลุกลนจนเผลอทำมันตก แต่ก็รีบคว้ามันขึ้นมา กดรับสายด้วยหัวใจที่สั่นระรัว

“ครับ!”

(ครูแบคครับ!)

“ชานเฮหรอ...” แบคฮยอนยิ้มกับตัวเอง “ชานเฮ”

(ครูครับ ผมคิดถึงครูมากเลย ไม่ได้เจอกันตั้ง...หนึ่งสองสามวันแล้ว)

“ครูก็คิดถึงชานเฮครับ ตัวเล็กของครูหายไปไหนมา ครูคิดถึงมากเลย”

(คุณอาไปทำงานที่ญี่ปุ่นฮะ ก็เลยเอาผมไปด้วย มีช็อกโกแลตมาให้ครูด้วยฮะ!)

“ฮึก...ขอบคุณนะครับ ขอบคุณมาก ๆ เลย”

(ครูแบคร้องไห้หรอครับ ใครแกล้งอะไรครูรึเปล่า อาฮะ อาฮะ ครูแบคร้องไห้!)

แบคฮยอนได้ยินเสียงกุกกักผ่านสายโทรศัพท์ ก่อนจะได้ยินเสียงคนที่ทำให้เขาร้องไห้ออกมาจริง ๆ

(ร้องไห้ทำไมครับ มีอะไรรึเปล่า?!)

“คุณชานยอล...” แบคฮยอนสะอื้นไม่หยุด ห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้ไม่ได้เลย “คุณชานยอลครับ”

(ใครทำอะไรคุณครับ บอกผมมาเลย คุณร้องไห้ทำไม?!)

“คุณนั่นแหละ คุณ...ชานยอล ทำไม...คุณหายไปไหนมา ฮึก ไม่บอกอะไรผมสักอย่าง ไม่โทรมาหา...ทั้งที่...ทั้งที่บอกว่าโทรหาผมทุกวัน”

(แบคฮยอน...)

“ผมทำอะไรผิดหรอครับ หรือว่า...ว่าคุณไม่อยากโทรหาผมแล้ว...”

(ผมอยากโทรหาคุณครับ ผมอยากโทรหาคุณทุกวินาทีด้วย—ไอ้ดื้อ อย่าเพิ่งมากวนได้ไหมเนี่ย...)

ถึงแบคฮยอนจะสะอื้นไม่หยุด แต่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เมื่อได้ยินเสียงคุณอากับคุณหลานตีกันไม่หยุด

(ผมคุยก่อนอ่ะ อาเอาไปคุยคนเดียวได้ไง!)

(ก็นี่มันโทรศัพท์อานะ แอบเอาไปโทรยังไม่ได้ทำโทษเลย—คุณครูแบคครับ ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ?)

(อาจะไปหาครูแบคหรอ ผมไปด้วย)

(ก็เห็นไปทุกงาน—คุณครูครับ?)

“ผม...ผมอยู่ที่โรงเรียนครับ”

(กำลังไปครับ ไม่เกินยี่สิบ—ไอ้ดื้อ อย่าดึงกางเกงอา!)

สายโทรศัพท์ถูกตัดไปแล้ว แบคฮยอนได้แต่นั่งเอามือปิดหน้า เช็ดน้ำตาที่กำลังไหลลงมา เลือกที่จะส่งข้อความไปหาพี่สาวว่าวันนี้จะกลับเอง โดยที่ไม่ได้รอตอบข้อความที่พี่ส่งกลับมา

คุณชานยอลกำลังจะมาหาเขาภายในยี่สิบนาที และเขาเองก็ทำได้เพียงแค่นั่งรอเท่านั้น ชานเฮบอกว่าไปญี่ปุ่นกันมา แล้วคุณชานยอลก็บอกว่าอยากโทรหาเขาทุกวินาที แต่ถ้าพูดแบบนั้นแล้วทำไมไม่โทรล่ะ ที่ญี่ปุ่นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์รึไง

แต่แบคฮยอนก็พูดแบบนั้นออกไปไม่ได้หรอก เชื่อตัวเองเลยว่าตอนที่เขาเห็นหน้าคุณชานยอลแล้วเขาคงจะร้องไห้ ถลาเข้าไปกอดชานเฮแน่ ๆ เพราะว่าเขาไม่กล้าแตะต้องคุณชานยอล ไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ตาม ถ้าคุณชานยอลจับมือเขาก่อนเขาก็จะจับตอบ แต่ถ้าจะให้เขาลงมือเดินหน้าก่อนนั้น เขารู้ตัวว่าเขาไม่มีทางทำได้

แบคฮยอนเก็บของทุกอย่างในห้องจนเรียบร้อย ถึงจมูกจะแดงอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ร้องไห้แล้ว เขาเอาของใช้ส่วนตัวรวมถึงกระดาษที่เอามาจากบ้านใส่กระเป๋าที่คุณชานยอลซื้อให้ เตรียมคุณวาฬเอาไว้ให้สองอาหลาน เป็นของขวัญในการเจอกัน

ไม่รู้ว่าจะชอบรึเปล่า แต่ตอนนี้แบคฮยอนไม่มีอะไรนอกจากกระดาษสองแผ่นนี้แล้ว

“ครูแบคครับบบบ!”

“ชานเฮ!”

แบคฮยอนวิ่งไปหาชานเฮที่วิ่งตรงมาหาเขาเช่นเดียวกัน เขาย่อตัวลงรับอ้อมกอดนั้น กอดชานเฮเอาไว้แน่น ก่อนจะยกขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมแขน จูบแก้มเด็กที่พูดชื่อเขาไม่ยอมหยุด

“ครูแบคครับครูแบค ครูแบค...”

“ชานเฮของครู คิดถึงจังเลยครับ”

“ผมก็คิดถึงครูฮะ ผมซื้อของมาฝากครูเยอะเลยฮะ ให้อาชานยอลถือ—อาฮะ! มานี่สิ”

แบคฮยอนทำตัวไม่ถูกตอนเห็นหน้าคุณชานยอล ยิ่งตอนที่มีถุงของฝากเต็มมือแล้วยื่นมันมาให้เขานั้น เขาทำตัวไม่ถูกนอกจากรับมันเอาไว้ แล้วไม่พูดอะไรออกไปทั้งนั้น เพราะว่าเขาไม่รู้จะพูดอะไร แล้วก็ไม่รู้อีกนั่นแหละว่าควรจะทำตัวยังไงดี

“พรุ่งนี้จะมาเรียนไหมครับ?”

“มาฮะ จัดกระเป๋าเอาไว้แล้ว”

“ดีใจจังเลย...วันนี้ครูสอนเพื่อน ๆ พับคุณวาฬด้วย มีให้เราด้วยนะ ครูเขียนชื่อเอาไว้แล้ว” แบคฮยอนส่งกระดาษให้ชานเฮที่ยิ้มกว้าง ก่อนจะเห็นกระดาษในมือเขาอีกแผ่น ถามเขาว่าอีกอันของใคร ของคุณครูเองรึเปล่า

“ไม่ใช่ครับ อันนี้ของคุณชานยอล” แบคฮยอนตัดสินใจส่งให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นเอง เขาก็ถูกดึงเข้าไปกอดไว้ ทั้งที่อุ้มชานเฮอยู่ในอ้อมแขน “คุณชานยอล...”

“ผมขอโทษที่ผมไม่ได้โทรหาคุณเลย ผม...”

“คุณอาน้อยใจฮะ ที่ครูแบคดึงมืออกจากมือคุณอา”

“อย่าขัดสิ อาบอกว่าจะพูดเองไง!”

“คุณน้อยใจ...ที่ห้างวันนั้นหรอครับ” แบคฮยอนจำมันได้ดี เพราะว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านไปไม่นาน “แต่เพราะว่านั่นเป็นนักศึกษา ถ้าเกิดว่าคนอื่นมองไม่ดี เด็ก ๆ มองคุณไม่ดี คิดกับคุณไม่—”

“แล้วคุณครูไม่สนหรอครับ่วาผมจะคิดยังไง” เสียงของคุณชานยอลดังอยู่ข้างหูเขา “ถ้าคุณถามผมสักนิด ผมจะบอกไว้เลยว่าผมไม่สน”

“...”

“ผมคิดมาก่อนแล้ว ตั้งแต่บอกว่าอยากจะคุยกับคุณ แม้ว่ามันจะมีผลกระทบอะไรตามมาบ้าง แต่คนที่เราต้องสนใจจริง ๆ คือไอ้ดื้อนี่ ถ้าหลานผมโอเค ทุกอย่างมันก็โอเค”

“ผมโอเคฮะ”

“นั่นไง ไม่เห็นมีอะไรต้องห่วงเลยครับ...แบคฮยอน”

“คุณชานยอล...”

“ครูแบคกังวลเรื่องอายุใช่ไหมครับ เพราะว่าอาเป็นคนแก่”

“คุณครูกังวลเรื่องที่ผมแก่กว่าเยอะ...”

“ไม่ครับ ผมไม่กังวลเรื่องนั้น ไม่เคยกังวลเลย” แบคฮยอนตอบเสียงดังฟังชัดอยู่ในอ้อมกอดของคุณชานยอล “ที่ผมกังวลที่สุด คือคุณไม่โทรหาผม”

“ผมขอโทษครับ คุณแบคฮยอน” คุณชานยอลพูดกับเขา “ผมคิดไปว่าคุณคงไม่ชอบผม ไม่อยากคุยกับผมแล้ว ที่ผมจับมือคุณก็อาจจะทำให้อึดอัด...”

“ผมชอบคุณนะครับ อยากคุยกับคุณ แล้วก็อยากให้คุณจับมือด้วย!”

“...”

“เอ่อ...ครับ ผมรู้สึกแบบนั้น”

“ผมก็ชอบครูแบคครับ!”

“ครูก็ชอบชานเฮนะ ไหนมาจุ๊บจุ๊บกันหน่อย” แบคฮยอนจูบหน้าผากเด็กที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา

ก่อนที่เขาเองจะโดนคุณอาที่กอดเขาอยู่จูบหน้าผากเข้าเหมือนกัน

“ผมเชื่อว่า...ผมชอบคุณแบคฮยอนที่สุดแล้วครับ จะไม่เรียกว่าคุณครูแล้ว ไม่อยากเรียกซ้ำกับไอ้ดื้อ”

“อาขี้โกงอ่ะ”

“โกงอะไร” คนเป็นอาจูบหน้าผากหลานด้วยอีกคน “ลบรอยครูแบค อาหวงหรอก ไม่ให้”

“ไม่เอานะ ครูแบคจุ๊บผมใหม่...”

แบคฮยอนรู้สึกเขินขึ้นมา เลือดสูบฉีดไปทั้งตัว ได้แต่ยืนหน้าแดงอยู่ในอ้อมกอดของคุณอาตัวใหญ่ ที่บอกว่าชอบกันมากที่สุด แถมยังจูบหน้าผากเขาด้วย สัมผัสอุ่นๆเมื่อครู่ประทับลงไปตรงใจของแบคฮยอนเลย

“แบคฮยอนครับ...”

“คะ...ครับ”

“ไปกินข้าวเย็นด้วยกันนะครับ”

“ครับ...”

“วันนี้เป็นที่ร้านสักร้าน พรุ่งนี้เป็นบ้านผม แล้ววันต่อไปก็เป็นบ้านคุณ”

“บ้านผมไม่ได้ครับ พี่สาวล้อตายเลย กินข้าวไม่อร่อย”

“งั้นบ้านผมแต่เป็นฝีมือคุณละกัน ชานเฮมันอยากอวดบ้านจะแย่ บอกว่าเป็นบ้านผมมันก็ไม่ฟัง”

“อะไรของอาอ่ะ ครูแบคอย่าไปฟังนะ”

“ไม่ฟังครับ คุณอาชอบขี้โม้ แถมยังขี้น้อยใจเป็นเด็ก ๆ ครูชอบชานเฮดีกว่า ไม่เคยน้อยใจครูเลยใช่มั้ยครับ?”

“ไม่เคยครับ!”

“คุณแบคฮยอนครับ ทำไมอย่างนั้นล่ะครับ เมื่อกี้ยังบอกชอบผมอยู่เลย”

เขาเดินหนีอีกฝ่ายมาพร้อมกับกระเป๋าใบโต และเด็กน้อยที่เขารักมากที่สุดในอ้อมแขน ทิ้งคนเป็นอาเอาไว้กับบรรดาถุงของฝากที่หอบหิ้วมา แต่ก็ต้องหอบกลับไปที่รถเหมือนเดิม เพราะว่าเราจะไปกินข้าวด้วยกัน

แบคฮยอนรู้ว่าเรายังไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก มันอาจจะยังไม่ใช่โอกาสที่เหมาะสมเพราะมีชานเฮอยู่ด้วยเสมอ แต่แบคฮยอนก็ไม่ได้คิดที่จะไขว่คว้าโอกาสที่จะได้อยู่กับคุณชานยอลสองต่อสองหรอก มันคงจะมีเวลาที่เหมาะสมสักครั้ง อย่างตอนที่เรายังเอิญเจอกันที่ร้านขายของเกี่ยวกับสำนักงาน มันคงจะเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันสามคนแบบนี้ แบบที่คุณชานยอลนั่งอยู่ตรงข้ามเขา ด้านข้างว่างเปล่า เพราะคนเป็นหลานสุดที่รักนั้นมานั่งข้างเขาแทน คอยให้เขาได้ดูแลเอาใจใส่แบบที่ชอบทำเสมอ

ชานเฮชอบกินข้าวผัด เขาเพิ่งรู้เพราะเจ้าตัวพูดขึ้นมาว่าชอบครูแบคมากกว่าข้าวผัดอีกครับ

“เกินไปไอ้ดื้อ ให้มันเบา ๆ หน่อย” คุณชานยอลบอกหลาน “กินหัวหอมด้วย มันไม่เผ็ดแล้ว”

แบคฮยอนคีบหัวหอมที่ผัดจนสุกแล้วใส่ในช้อนข้าวผัดให้ชานเฮ ก่อนจะป้อนมันเข้าปากเด็กที่แม้แต่ดวงตาก็ยังส่งยิ้มให้เขา

“คุณครูครับ...”

“ครับ?” แบคฮยอนเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ผมลืมทักไป...แต่ว่ากระเป๋าสวยดีนะครับ”

คุณชานยอลหมายถึงกระเป๋าที่ตัวเองเป็นคนซื้อให้เขา เจ้าตัวเอาแต่มองกระเป๋าสลับกับมองหน้าเขา ยิ้มออกมาอย่างไม่ปิดบังว่าคิดอะไรอยู่ในใจ

เจ้าตัวเล็กพูดถึงการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็ได้อะไรมากมายกลับมา ชานเฮบอกว่าคุณอาทำงานแค่ครึ่งวันเช้า เรื่องสัมมนาอะไรสักอย่างที่เด็กน้อยก็อธิบายมันออกมาไม่ถูกเหมือนกัน แต่ชานเฮก็เล่าต่อไปว่าช่วงบ่ายได้ไปเดินเที่ยวกับคุณอา ได้กินอะไรที่ไม่เคยกินมากมาย เล่าต่อไปถึงเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว เขาเองก็รับฟังมันด้วยความสนุกสนาน รวมถึงเล่าเรื่องกิจกรรมในห้องเรียนที่เขาทำร่วมกับเพื่อน ๆ ของเจ้าตัว แน่นอนว่าเขาต้องพูดถึงเซฮุน เพื่อนรักบรื้น ๆ ของชานเฮ

“ผมมีรถมาฝากเซฮุนด้วยฮะ!”

“พรุ่งนี้ก็เอาไปให้เซฮุนนะ จะต้องดีใจมากแน่ ๆ”

“ครับ!”

เขาหันไปสบตากับคุณอาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเข้า เจ้าตัวส่งรอยยิ้มมาให้เหมือนที่เคยเป็น เขาเองก็ส่งกลับไปเหมือนกัน ราวกับว่าเราพูดคุยกันผ่านสายตา สาเหตุหลักอาจจะเป็นเพราะเด็กข้าง ๆ เขา เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่เขาจะมีส่วนร่วมไม่ได้ และมันก็ต้องอาศัยช่วงเวลาอย่างตอนที่ชานเฮผล็อยหลับไปบนตักเขา ในขณะที่คุณชานยอลกำลังขับรถพาเขากลับบ้าน

“คุณแบคฮยอนครับ”

“ครับ...”

“เรื่องของเรา...คือผมไม่ใช่คนชอบอ้อมค้อมมากนัก แต่คุณรู้ใช่ไหมครับ ว่าผมกำลังจีบคุณอยู่”

สมัยเรียนแบคฮยอนก็เคยโดนจีบมาบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดประโยคนี้กับเขา

“ครับ...ผมรู้”

“แล้วคุณ...ที่คุณบอกว่าคุณชอบผม คุณชอบแบบที่ผมชอบคุณหรือว่า...”

“แล้วคุณชานยอลชอบผมแบบไหนหรือครับ ?”

“รู้สึกเหมือนโดนย้อนเลยนะครับ เสียรู้เด็ก”

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ ก็คุณชานยอลถามมาก่อน”

แบคฮยอนมองเห็นคุณชานยอลเปิดไฟเลี้ยวเพื่อจอดรถริมข้างทาง ถึงจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไป ได้แต่มองความเป็นไปบนท้องถนน รวมถึงหันไปมองคนที่จอดรถแล้วเรียบร้อย คุณชานยอลเองก็มองหน้าเขาเหมือนกัน ก่อนที่จะเอนตัวเข้ามาหา โดยที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวออกห่าง หรือไม่...หัวใจของเขาก็บอกว่าอย่าได้ทำแบบนั้นเลย

ริมฝีปากของคุณชานยอลประทับลงมาเบา ๆ ก่อนที่จะผละออกไป มันไม่ได้เป็นจูบที่หวือหวา แต่ก็ทำให้หัวใจเต้นแรงได้อย่างเหลือเชื่อ

“ผมชอบคุณ...แบบนี้ครับ”

“...”

“คุณหน้าแดงนะ”

“เรื่องแบบนี้เค้าไม่ทักกันนะครับ คุณชานยอล”

“ขอโทษครับ ก็คุณน่ารักนี่”

“พูดอะไร...”

“ผมคิดว่าคุณน่ารักตั้งแต่เราเจอกันครั้งแรก แต่คุณน่ารักที่สุดตอนที่คุณแสดงออกมาว่ารักหลานของผมมากแค่ไหน”

“...”

“แล้วก็ตอนที่คุณบอกว่าผมเป็นคนเดียวที่คุณอยากพึ่งพิง”

“ผมไปพูดตอนไหนกันครับ!”

“ทำเป็นจำไม่ได้อีก นอกจากจะเขินเก่งแล้วยังลืมเก่งอีกนะครับ”

แบคฮยอนถอนหายใจเสียงดัง จนคุณชานยอลหัวเราะออกมา และนั่นทำให้ชานเฮตื่นขึ้นมาจากการงีบหลับหลังทานข้าว

“อะไร...กันฮะ...”

“ไม่มีอะไรครับ นอนต่อเถอะ”

“อาฮะ...”

คุณชานยอลโน้มตัวเข้ามาจุ๊บจุ๊บหลานชายเพื่อให้หลับต่อ รวมถึงการจูบที่ริมฝีปากของเขาเบา ๆ ก่อนจะออกรถเพื่อไปส่งเขาที่บ้าน ด้วยสีหน้าและแววตาที่ทำให้เขายิ้มตามไปด้วย

คิดเหมือนกันว่าคงไม่จำเป็นต้องตอบแล้วว่าชอบคุณชานยอลแบบไหน

เพราะการที่แบคฮยอนเอื้อมมือไปจับมือของคุณชานยอลเอาไว้

มันก็เป็นการกระทำที่บอกว่ารู้สึกอย่างไรได้ดีที่สุดแล้ว

 

 

 

 

 

 

(พรุ่งนี้ผมจะเอาไอ้ดื้อไปฝากไว้กับแม่ เราไปเดทกันนะครับ)

“แบบนั้นจะดีหรอครับ ถ้ารู้ขึ้นมาก็จะงอแง ถ้าชานเฮงอนผม ผมจะโกรธคุณชานยอลนะครับ”

(แบบนั้นมันยุติธรรมสำหรับผมตรงไหนครับ คุณครู)

“ทิ้งหลานแล้วมาเที่ยวก็ไม่ดีเหมือนกันนะครับ”

(จันทร์ถึงศุกร์ก็อยู่ด้วยกันแล้ว เจอผมก็แค่ตอนกลับบ้าน ผมอยากใช้เวลาส่วนตัวกับครูแบคบ้างนี่ ผิดตรงไหนไม่ทราบครับ ?)

“คุณนี่...” แบคฮยอนถอนหายใจ “ก็ได้ครับ แต่ตอนเย็นต้องไปกินข้าวด้วยกันนะ”

(รักชานเฮมากกว่าผมหรอครับคุณแบคฮยอน คุณอาน้อยใจนะครับเนี่ย)

“คุณอาจะน้อยใจอะไรครับ” แบคฮยอนยิ้มเขินกับตัวเอง “เมื่อวานกว่าจะยอมกลับบ้าน ทิ้งหลานไว้ในรถตั้งนานสองนาน...”

(แค่สิบห้านาที...)

“ตั้งสิบห้านาทีครับ”

(ก็ผมอยากจูบคุณ...)

“ผม...ก็อยากถูกคุณจูบเหมือนกัน”

(...)

“เอาเป็นว่าเราค่อยคุยกันอีกทีนะครับ ขอสายชานเฮหน่อยนะครับ อยากบอกฝันดีก่อนนอน”

(ก็ได้ครับ เห็นแก่ที่คุณบอกว่าอยากถูกผมจูบ วันนี้จะยอมไอ้ดื้อมันวันนึงก็ได้)

“คุณนี่ แซวเก่งจริง ๆ”

(เพราะว่าผมชอบคุณไงครับ อยากให้คุณได้หัวเราะ)

“พอเลยครับ ขอสายชานเฮ”

(ไม่ครับ ผมขี้อิจฉาแล้วตอนนี้ ฝันดีครับคุณแบคฮยอนของผม)

“คุณชานยอล คุณ—” แบคฮยอนโดนคุณชานยอลตัดสายใส่ คาดว่าอีกฝ่ายคงหัวเราะเสียงดังอยู่ตอนนี้ เพราะว่าเอาชนะเขาได้ ในการไม่ให้เขาคุยกับหลานของตัวเอง

คอยดูเถอะ ต่อให้เรียกว่าคุณครูแบคฮยอนครับ ก็จะไม่หัน

ถึงบอกว่าอยากจูบก็จะไม่ให้จูบด้วย

คนแก่ขี้แกล้ง นิสัยไม่ดี!

 

 

 

 

(never ending.)

#ดซชานแบค

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 919 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,131 ความคิดเห็น

  1. #6006 maprawpao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 22:34



    คุณอาน่ารักจังเลยค่ะ
    #6,006
    0
  2. #5999 ppxbbh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 00:03
    อ่านแล้วอยากไปเป็นครูอนุบาลเลยค้าบบ อยากเจอคุณอาชานยอล ;-; มุแงงง เขินน้วยยยยย
    #5,999
    0
  3. #5987 haneul_o4 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 20:48
    น่ารักมากๆๆๆๆๆ อบอุ่นหัวใจสุดๆเลยค่าา
    #5,987
    0
  4. #5985 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 00:07
    งื้อออออ คุณครูอนุบาลกับอาจารย์มหาลัยอ่ะ อบอุ่นสุดๆ ให้ฟีลครอบครัวมากๆ
    #5,985
    0
  5. #5967 pcy__somsom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:29
    น่ารักมากค่าเรื่องนี้!
    #5,967
    0
  6. #5944 ggggg-ns (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 14:28
    แง้น่ารักมากมากเลยมั้งอาทั้งหลาน คุณอาเนี่ยก็เหมือนพ่อไมโครเวฟเลยนะคะ อบอุ่นเหลือเกิ้นนนน
    #5,944
    0
  7. #5936 jijinwan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 14:15
    น่ารักมากกกกกกาาดเาาเสเาเาเา
    #5,936
    0
  8. #5919 IPINOCKIO (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 16:49
    น่าร๊ากกกกกกกกกกกกก ครูแบคฮยอนกับคุณอาชานยอลแล้วก็น้องชานเฮน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชานเฮเหมือนเป็นคิวปิดเลยอ่ะ อ่านแล้วรู้สึกละมุนหัวจายยยยย
    #5,919
    0
  9. #5811 deereastsea (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 13:16
    แง ทำไมไม่เคยอ่านเรื่องนี้ ทำไมข้าม งงตัวเอง
    มันน่ารักมากกก อ่านไปเขินไป แงงงง นึกถึงตอนฝึกสอนเลย อยุ่กับเด็กๆ สนุกมากๆๆๆๆ ชอบไปขลุกกับเด็กอนุบาล แต่ไม่ยักกะมีผปคสุดแซ่บมารับแบบนี้เลยอ่่า 5555555
    อิจฉาแบคฮยอนมากกกกก เขินมาก ตอนจูบ แงงงง
    ชานเฮนี่เป็นคิวปิดของคุณอานะเนี่ย ทำให้อามีแฟน กรี๊สๆๆ อิอิ ยาวมากกก อ่านเป็น ชม.เลย ฮาาาาา ลุ้นกับคุณอาทุกฉาก ตอนงอนเค้านี่แบบ เอ้อออ แค่ดึงมือออก ถึงกับงอนเลยเรอะ ยัวน้องก้เครียดไปดิ ผช.ไม่โทรหา แงงง แต่ก้ดีแล้ว งอนทีหายปากแข็งเลย มันต้องแบบนี้สิเนอะ
    ขอบคุณมากนะคคะ ยังคงงงตัวเองอยู่ ทำไมอ่านข้าม แงงง มาอ่านแล้วนะคะ ชอบมากๆเลย
    #5,811
    0
  10. #5781 Nimuyk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 11:21

    ละมุน และอบอวลไปด้วยความน่ารักและความรู้สึกดีๆมากมายเลยค่ะ

    อ่านไป อมยิ้มตลอดทั้งเรื่องเลยค่ะ ^_^

    #5,781
    0
  11. #5679 yourdecemberr (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 00:42
    แสนน่ารักมากจริงๆเลยค่ะแง
    #5,679
    0
  12. #5657 เด็กสามัญ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 23:54
    น่ารักแบบเขินตัวแตกแล้วแตกอีก หืออออ ฟินเว่อร์วัง อ่านไปคือหนุดยิ้มไม่ได้เลย ชอบมากค่ะ
    #5,657
    0
  13. #5654 panmileBH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 02:09
    น่ารักน่าร้ากกกกกก น่ารักแบบๆม่ไหวแล้วฮืออออ
    #5,654
    0
  14. #5569 ppxleu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 18:52
    น่าร้ากกกกกกกกกก
    #5,569
    0
  15. #5564 Baiwannn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 07:35
    น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #5,564
    0
  16. #5549 KaRToon_HH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 23:23
    น่ารักมากจริงๆ
    #5,549
    0
  17. #5308 ttarn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 18:20
    น่ารักมากกกกกกทั้งคุณอา คุณหลาน คุณครูเลยย ครูแบครักเด็กมากๆๆ อยากเข้าไปช่วยพับคุณวาฬเลย
    #5,308
    0
  18. #5297 พูลิน พูลิน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 21:04
    โอ้ยยยยยยยยย น่ารักมากมายหัวใจพันดวงเลย คุณอาชานยอลคุณครูแบค หนูชานเฮด้วยน้าาาาา
    #5,297
    0
  19. #5271 KEYYY_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:03
    เขินนนนมากกก แงงงง ฮือออ เขินน แต่งได้ชวนเขินมากกกก ????????????
    #5,271
    0
  20. #5229 ByunMe__ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:41
    แง น่ารัก ฟีลโซกู้ดดดดดดดด อาหลานน่ารักแข่งกันมากๆ
    ชอบความรักเด็กเอาใจใส่ของครูแบคมากๆ อ่อนโยนจังเลย
    ยิ่งอยู่กับคุณอาและคุณหลาน ยิ่งน่ารักเข้าไปอีก
    ชอบจังเลยยย อ่านแล้วยิ้มมากๆ
    #5,229
    0
  21. #5228 Anchachan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 01:16
    ไม่ไหวแล้วววววว เนี่ย แก่แต่เด็ด ดูออก จะบ้าตายน่ารักมากกกกก ก ไก่ล้านตัว
    #5,228
    0
  22. #5207 miaJongin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 19:22

    อยากมีแฟนแก่บ้างอ่ะค่ะ แต่ต้องแก่แล้วต้องชื่อ ปาร์ค ชานยอลนะคะอริ้อริ้

    #5,207
    0
  23. #5200 NewIsneww (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 22:38
    งุ้ยยย อันนี้อบอุ่นหัวใจมากกก ใจกระตุกหลายช่วงเลยค่ะ ฮืออ ชอบมากๆเล้ยยย
    #5,200
    0
  24. #5129 pupe. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 00:04
    โถ่เอ้ย คนแก่ขี้น้อยใจ 555555555555555 ตาลุงเอ้ยยยย
    #5,129
    0
  25. #5122 sainam_ww (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 17:00
    คุณอาน่ารัก คุณครูก็น่ารัก ยิ่งน้องชานเฮนี่ขัดตลอด😍😍
    #5,122
    0