Nomophobia No Love

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 รับผิดชอบไม่ไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ก.พ. 59




สามสิบนาทีผ่านไป

กึกกัก กึกกัก กรอกแกรก กรอกแกรก

ขณะที่ใจเด็ดกำลังตั้งใจเรียนรู้งานใจดีก็ได้แต่นั่งยึกยักเลื่อนโทรศัพท์ขึ้นลงด้วยความหงุดหงิดเมื่อโปรเสริมอินเทอร์เน็ตหมดอายุการใช้งานไปแล้วและตอนนี้เธอก็ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียวที่จะนำไปเติมเงินมาสมัครอินเทอร์เน็ตเล่นต่อ

สัญญาณไวไฟน่ะหรือ? ไม่ต้องพูดถึง ใจดีหันซ้ายมองขวาอย่างกระสับกระส่าย เธอหันไปมองใจเด็ดกับน้ำขิงอีกครั้งแล้วถอนหายใจก่อนจะฟุบหน้าลงพลางเคาะนิ้วสลับกับย่ำเท้า

เฮ้อ...ทำไมไม่มีสัญญาณเล็ดลอดมาบ้างเลยนะ

กรอกแกรก กรอกแกรก

ฝ่ามือและขมับของเธอเริ่มชื้นเหงื่อ  

“ฮืมมม”

อึดอัด อยากเล่น อยากรู้ว่าตอนนี้มีใครมากดไลก์บ้าง

            ตึกตัก ตึกตัก กึกกัก กึกกัก

ครืด...!

ไม่ไหวแล้ว! ใจดีลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ถลาไปข้างหลัง

“ฉันพยายามแล้ว แต่มันทนไม่ได้จริงๆ ขอร้องล่ะ แค่ได้เห็นหน้าฟีดข่าวก็ยังดี”

เป็นอีกครั้งที่ใจเด็ดกับน้ำขิงต้องหันมามองที่เธอเป็นตาเดียว

“ฉันตอบคอมเม้นค้างไว้อยู่เลย อีกฝ่ายอาจจะกำลังรอ อย่างน้อยกดไลก์ความเห็นไว้ก่อนก็ยังดี คืออยู่ๆ ฉันก็หายไปไม่ตอบแบบนี้มันดูเสียมารยาท...”

 “แล้วตอนนี้ไม่เสียมารยาทหรือไง ฉันก็นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคน แถมยังกำลังใช้สมาธิสอนงานพี่ชายเธอด้วยนะ”

“นี่! น้องฉันเป็นโรคนะ เข้าใจหน่อย”

ใจเด็ดทักท้วงถ้อยคำรุนแรงของน้ำขิงที่แม้จะเป็นความจริงแต่ก็ยังถือว่าแรงอยู่ดีสำหรับคนที่กำลังป่วยอย่างเธอ ทั้งคู่สื่อสารกันด้วยสายตาก่อนที่น้ำขิงจะเป็นฝ่ายที่ต้องถอนหายใจ

“เฮ้อ...เธอต้องหัดอยู่กับโลกความเป็นจริงนะใจดี ที่จริงก็ทั้งคู่นั่นแหละ”

น้ำขิงกลอกตา และกลายเป็นใจเด็ดที่ต้องโดนสายตาคาดโทษแทนเธอ

“อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าพวกนายจะเอาค่าแรงไปลงกับร้านเน็ต...”

 “จะยังไงก็ช่างเถอะ! ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปสิ เธอจะหักดิบกับฉันก็ได้แต่ใจดีน่ะมันไม่เหมือนกัน เพราะหมอบอกว่า...บอกว่าไงนะใจดี”

“ต้องค่อยๆ ลด”

“เหมือนพวกติดยาน่ะเหรอ?”

“...”

“ไม่ขำเลยนะน้ำขิง”  

ใจเด็ดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเมื่อน้ำขิงยิ้มมุมปากล้อเลียนเรื่องของเธอราวกับเป็นเรื่องขำขัน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเข้มขึ้นยามจับจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความจริงจังไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย ทำเอาบรรยากาศเริ่มมาคุและกดดันยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

“คิดว่าตลกนักรึไง”

พี่ชายจะรู้บ้างไหม ว่าเธอเริ่มจะหายใจไม่ออกจริงๆ ก็เพราะความเอาจริงเอาจังเกินเหตุของเขานี่แหละ ใจดีรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ เธอได้แต่เหลือบตามองนิ้วมือที่บีบพันกันอยู่สลับกับช้อนตามองใจเด็ดที น้ำขิงที

“โอเค! ให้ยืมโทรศัพท์ฉันก่อนก็ได้”

“ไม่ได้บังคับหรอกนะ ถ้าไม่เต็มใจช่วยก็ไม่เป็นไรหรอก ฉันกับน้องไปหางานที่อื่นได้”

ใจเด็ดเบือนหน้าไปทางอื่นพร้อมกับถอดเอี๊ยม ใจดีทั้งตกใจและใจหายวูบ กลัวว่าพี่ชายจะไปจริงๆ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วตัวเธอเองก็ไม่มีสิทธิค้านนอกจากตามพี่ไป

“เฮ้! แค่นี้ต้องน้อยใจด้วย ฉันขอโทษพอใจยัง?”

น้ำขิงโพล่งขึ้นก่อนที่คนขี้หงุดหงิดและห่วงความรู้สึกของน้องสาวยิ่งกว่าอะไรจะถอดใจ ใจเด็ดนิ่งคิดคำนวณอย่างชั่งใจก่อนจะหันมามองใจดีผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องแล้วยักไหล่ราวกับจะบอกเป็นนัยว่า ช่วยไม่ได้นี่นะ ก็ยัยนี่ติดเฟซบุ๊กยิ่งกว่าอะไรดี ถ้าไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ก็ไม่รู้จะไปเพิ่งใครแล้ว เพราะความจริงก็คือ ถึงยังไงเธอกับพี่ชายก็ยังต้องพึ่งพาคนข้างบ้านอีกหลายเรื่องและอีกนาน...

“ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ ฝากใจดีด้วยแล้วกัน”

ใจเด็ดวางชุดกันเปื้อนทิ้งไว้ที่เคาน์เตอร์แล้วเดินจากไปอย่างวางมาด ขณะที่ใจดีแอบเห็นว่าคล้อยหลังใจเด็ดไปไม่กี่วินาทีน้ำขิงลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาให้เธอ สีหน้าไม่ยินดียินร้าย

“ต้องสัญญานะว่าจะไม่เอามาเล่นเวลางาน”

แม้เหตุการณ์เมื่อครู่จะทำให้ใจดีกระอักกระอ่วนและรู้สึกละอายไปบ้าง แต่ความรู้สึกเหล่านั้นก็ราวกับมลายหายไปสิ้น โรคบ้าโซเชียลกำเริบอีกครั้งเมื่อสมาร์ทโฟนที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต4Gตกมาอยู่ในมือ ใจดีมองโทรศัพท์มือถือตาเป็นประกายราวกับเพิ่งได้ของล้ำค่า

“รับทราบค่ะ! พี่น้ำขิงใจดีที่สุดเลย!

เธอกระโดดกอดน้ำขิงสุดตัวแล้วหลังจากนั้น...ใจดีก็กลับมาก้มหน้าจมจ่อมอยู่กับจอโทรศัพท์โดยไม่เงยหน้าขึ้นมาอีกเลย

กรุ๊งกริ๊ง~

เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นเป็นสัญญาณเปิดร้านอย่างเป็นทางการ ลูกค้าคนแรกของวันก้าวเท้าเข้ามาในร้าน จากนั้นประตูกระจกซึ่งล้อมกรอบด้วยสีเขียวใบไม้ก็ปิดลงพร้อมกับเสียงกรุ๊งกริ๊งอีกครั้ง

“ไงยูอิน วันนี้มาแต่เช้า”

 “อเมริกาโน่ร้อน”

“หอบอะไรมาด้วยเยอะแยะ”

“แบบDesignกับConstructionที่ต้องแก้ เลยกะจะเอาไปส่งพร้อมกันวันนี้”

“โอ๊ย เด็กถาปัตย์~

แม้เสียงของคนมาใหม่จะนุ่มทุ้มและกังวานสักเพียงใดก็ไม่อาจทำให้ใจดีละสายตาจากหน้าฟีดข่าว แต่ก็ไม่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เธอเสียสมาธิไปชั่วครู่ และเพราะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนมาดนิ่งที่กำลังยิ้มมุมปากให้คู่สนทนาอย่างอ่อนโยน ใจดีจึงสรุปผ่านๆ ว่ามันเป็นบทสนทนาที่เริ่มขึ้นอย่างจืดชืด ไร้อรรถรสที่เธอไม่ควรจะเสียเวลาใส่ใจ

กระทั่งมีลูกค้ากลุ่มใหญ่เข้ามาในร้าน  

“ใจดีมาทางนี้หน่อย!”   

ใจดีถูกวานให้นำกาแฟไปเสิร์ฟให้ลูกค้าคนแรกซึ่งปลีกตัวออกไปที่สวนด้านนอก

คนที่เสียงนุ่มทุ้มกังวานเหมือนเจ้าชายในเทพนิยายแบบนั้นจะหน้าตาเป็นยังไงนะ เธอคิดขณะรับถาดมาไว้ในมือพร้อมกับชะเง้อมองทะลุกระจกไปที่สวนสไตล์อังกฤษ ซึ่งตรงกลางมีบ่อน้ำพุเล็กๆ ล้อมรอบด้วยกุหลาบหินสีชมพู    

 “แค่เดินไปเสิร์ฟ ใกล้ๆ แค่นี้ ทำได้ใช่ไหม”

น้ำขิงย้ำอย่างอดห่วงกังวลไม่ได้ขณะกำลังสาละวนชงกาแฟให้ลูกค้ากลุ่มใหม่    

“สบายมากค่ะ!

ใจดีรับคำด้วยท่าทางสดใสร่าเริงพร้อมกับเดินถือถาดตรงไปที่สวนอย่างกระตือรือร้น มองเผินๆ แล้วไม่มีอะไรน่าห่วงเลยถ้าหากเธอไม่หยุดกลางทางเมื่อเสียงแจ้งเตือนเฟซบุ๊กดังขึ้น

กริ๊ง!

ใจดีหยุดกึกลังเลเล็กน้อย หน้าที่ต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัวนี่นะ

แต่ว่า...แค่เปิดดูซักหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง สวนอยู่ใกล้แค่นี้เอง แล้วกาแฟถ้วยนี้ก็ไม่ได้หนักขนาดที่ถือด้วยมือข้างเดียวไม่ได้ ใจดีล้วงมือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

ทักษะการเล่นโทรศัพท์มือถือขณะทำกิจกรรมอย่างอื่นควบคู่ไปด้วยต้องยกให้เธอ เพราะเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นระดับมือโปรที่ไม่เคยพลาดพลั้งกับเรื่องแค่นี้

ฮ่าๆ แค่ส่งสติ๊กเกอร์เองเหรอเนี่ย ใจดีกดไลก์แล้วตั้งใจจะตอบกลับด้วยสติ๊กเกอร์เช่นกัน  เธอสัมผัสตรงรูปอีโมติค่อนยิ้มเพื่อหาสติ๊กเกอร์ที่น่ารักและสอดคล้องเหมาะสมกับสติ๊กเกอร์ของอีกฝ่าย

เอ...เอาอันไหนดีนะ

“อาเมริกาโน่ร้อนใช่มั๊ยครับ”

“ใช่ๆ แปบนะ”

ในที่สุดใจดีก็เลือกสติ๊กเกอร์ที่ถูกใจได้ซักที  

“กาแฟร้อนระวังนะครับ ถือมือเดียวแบบนั้น...”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันน่ะโปรแล้วค่ะ”

ใจดีส่งสติ๊กเกอร์ตอบกลับเพื่อนในเฟซบุ๊กพลางเดินดุ่มๆ ตรงไปที่ลูกค้าหน้าระรื่น และในขณะเดียวกันก็ยัดโทรศัพท์กลับลงไปในกระเป๋าด้วย

“อเมริกา...”

 ปึด!

ทันใดนั้นเองปลายเท้าของใจดีก็สะดุดกับร่องพื้นอิฐ แก้วกาแฟลอยละลิ่วกระเด็นออกไปข้างหน้าพร้อมกับร่างกายที่โถมตามไปโดยอัตโนมัติ ใจดีเอื้อมแขนออกไปหวังจะคว้าแก้วกาแฟ หวังว่ามันจะไม่หก หวังว่ามันจะไม่เลอะคนตรงหน้าที่ลุกพรวดขึ้นมารับเธอไว้ได้ทันก่อนที่จะหกล้มหน้าคะมำตามแก้วกาแฟที่หล่นกระแทกลงกับม้านั่ง

เพล้ง!

ใจดีหน้าซีด หัวใจล่วงหล่นไปที่ตาตุ่มเมื่อตัวเองเพิ่งหวิดจากการล้มหน้ากระแทกพื้น และกว่าที่เธอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ตอนที่คนตัวสูงกำลังพยุงตัวเธอขึ้นให้ทรงตัวได้เอง แม้ว่าใจดีจะไม่ได้ตกอยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่งของคนตรงหน้าแล้วแต่ระยะห่างระหว่างเขากับเธอก็ยังใกล้ชิดกันในระดับสายตาประสานสายตา  อาการตกใจกลายเป็นตกตะลึงเมื่อได้สบตากับยูอินตรงๆ

นัยน์ตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นนิ่งสงบไม่สื่ออารมณ์หรือความหมายใดๆ แต่ถึงกระนั้นดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหา ใบหน้าเรียวคมมีทั้งความหล่อและความสวยผสมกลืนกันอยู่ในหน้าเดียวอย่างลงตัวเหมือนกับนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสาร เหมือนกับหนุ่มอนิเมะที่คอสเพลย์เป็นตัวเองอีกที ผมสีดำสนิทที่มัดรวบเป็นมวยไว้กลางศีรษะยิ่งทำให้เขาดูดีเด่นสง่าราวกับศิลปินที่ปรากฏตัวท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามเช้าซึ่งยากจะละสายตาได้  แม้แต่สวนสไตล์อังกฤษก็ไม่น่ามองเท่ากับเขา...

“ถ้าติดโทรศัพท์ขนาดนี้ก็ไม่ควรมาทำงานเสิร์ฟนะครับ”

ราวกับเสียงระฆังดับความเพ้อฝันเมื่อหนุ่มผมยาวที่ใจดีกำลังชื่นชมด้วยความหลงใหลขยับออกห่าง ทุกอย่างกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ยูอินปรายตาไปที่เศษแก้วและแอ่งน้ำเจิ่งนองบนแผ่นกระดาษซึ่งเป็นแบบร่างคอนสทรัคชั่นที่เขาเพิ่งจะเอาออกมากางดูความเรียบร้อยพลางเก็บของพร้อมกับสะพายกระเป๋า เขาหันมาจ้องเธอด้วยสายตาคมกริบและนิ่งยิ่งกว่าเดิม

“เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับคนอื่น...เธอคงรับผิดชอบไม่ไหว”

ยูอินเดินหน้าตึงกลับไปที่เคาน์เตอร์โดยไม่หันกลับมามองเธออีก เขาชำระเงินแล้วเดินออกจากร้านไปไม่สนใจแบบร่างที่เปียกชุ่มอเมริกาโน่ร้อนแม้แต่น้อยทำเอาแคชเชียร์กับพนักงานเสิร์ฟมือใหม่อย่างเธอถึงกับหน้าเหวอไปตามๆ กัน  

“เกิดอะไรขึ้นใจดี”

ใจเด็ดวิ่งหน้าตั้งมาหาเธอที่ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นน้ำแข็ง อาการเหมือนคนกำลังช็อกจนทำอะไรไม่ถูก...

นี่เป็นครั้ง ครั้งแรกจริงๆ ที่เธอถูกตำหนิตรงๆ ด้วยคำพูดที่เหมือนไม่ถือโทษโกรธเคืองแต่ทำเอาคนฟังเจ็บไปถึงกระดองใจ

เพราะว่ามันจริง จริงทุกอย่างเลย งานของเขา...น้ำหน้าอย่างเธอน่ะ คนไม่มีประโยชน์อย่างเธอคงไม่มีปัญญาชดใช้ให้ได้จริงๆ  

“ใจดี! เกิดอะไรขึ้น! พูดกับฉันสิอย่าเอาแต่เงียบแบบนี้”

คนเป็นพี่เขย่าเธอเพื่อเรียกสติ เธอมีสติดี แต่แค่...ความรู้สึกจนชาไปทั้งตัวมันเป็นแบบนี้นี่เอง  

“ฉันขอโทษใจเด็ด ฉันก็แค่...แค่คิดว่ามันจะไม่เป็นไร”  

ใจดีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นน้ำตาคลอนึกภาพที่ตัวเองทำพลาดในวันนี้

“ฉันทำอเมริกาโน่หกใส่งานของเขา...”

 “งะงานอะไรเหรอ?”

“ฮึก ไม่รู้ แต่เขาบอกว่าฉันคงรับผิดชอบไม่ไหว...”  

 “ใจดี...”

ใจเด็ดมองผู้เป็นน้องที่กำลังปล่อยโฮด้วยสีหน้าราวกับจะร้องไห้ตามไปด้วย

“ฉันขอโทษ...ไม่น่าตามพี่มาเลย ไม่น่าสร้างปัญหาให้เลย”

มันคงไม่หนักหนาสาหัสขนาดนี้ถ้าเธอไม่ผิดสัญญากับน้ำขิงแอบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นในเวลางาน ถ้าเขาไม่หล่อหน้าตาดีจนทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหว ถ้าเขาไม่ช่วยเธอไว้ทั้งที่เธอไม่ฟังที่เขาเตือน ทั้งที่เธอทำแบบร่างของเขาเยินไม่เป็นท่าแต่เขาก็ไม่โวยวายซักคำ 

แต่การที่เขาไม่โวยหรือด่าเธอนั้นกลับทำให้ใจดียิ่งรู้สึกผิด ความจริงที่ว่าเธอชดใช้ให้เขาไม่ไหวทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ค่า...

 “เฮ๊ย เรื่องมันแล้วไปแล้วน่า...เธอไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”

ใจเด็ดกอดปลอบเธออย่างเก้ๆ กังๆ 

นอกจากติดโซเชียลแล้วคนอย่างเธอก็ทำอะไรไม่ได้เลย...




Talk จากใจไรเตอร์ 

ตอนนี้คงพูดได้แค่สั้นๆ ว่า 'อดทนอีกนิด' ใจดีช่วงแรกๆ เป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดที่สุดในสามโลกเลยใช่ไหม ฮือ...เพราะโรคบ้าโซเชียลแท้ๆ เลย ตอนหน้าสัญญาว่าใจดีจะต้องดีขึ้น คนเราเมื่อได้รับบทเรียนแล้วมันต้องเปลี่ยนแปลง! ว่าแต่ยังมีคนอ่านรึเปล่าเนี่ย ยู้ฮู...เงียบเหงามาก แง...T_T   



5 ความคิดเห็น

  1. #5 รีดเดอร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 04:04
    ไรท์ขาาาา หนูคิดถึงยุนนนนนน อยากอ่านต่อมากมายเลยค่ะ พึ่งมาเรื่องของยุน อยากบอกว่าติดตามตั้งแต่เปโซภาคแรกเลยยยย ชอบยุนมากกกก หนูชอบเค้าาาา 😭😭😭😝😝😘😘😘 มาต่อไวๆน่ะค่ะไรท์เตอร์ผู้น่ารัก #นิยายไรท์สนุกมากที่สุดที่เคยอ่านมา (ไม่นับเรื่องที่มีnc อิอิ)
    #5
    0
  2. #3 IAMELFSONE (@jjes7) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 19:49
    ไม่มาต่อเเล้วเหรอค่ะ
    #3
    1
    • #3-1 Snowy_Owl (@snowy_owl) (จากตอนที่ 3)
      11 กันยายน 2559 / 15:22
      ช่วงนี้ไม่ว่างเลย ขอโทษที่ไม่ได้แจ้งนะคะ
      #3-1