เสน่หาคู่กัด (ภาคต่อดวงใจเเสนเสน่หา) ฉบับ E-BOOK เลิฟซีนจัดเต็ม

ตอนที่ 7 : ปากว่าไม่เเต่ใจแอบคิดถึง (100%)...หุหุหุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    7 ส.ค. 59




ขณะนี้สารวัตรภาคินัย กำลังนั่งเปิดแฟ้มอ่านสำนวนคดีเก่าเกี่ยวกับคดียาเสพติด เขากำลังสงสัยว่าผู้ร้ายที่จับได้ในคุกอาจจะเป็นเครือข่ายเดียวกันกับพ่อค้ารายใหญ่ที่เขายังหาหลักฐานมามัดตัวไม่ได้ ดีไม่ดีนักโทษในเรือนจำอาจจะเป็นคนสั่งการหรือไม่ก็ตั้งตนเป็นหัวหน้าใหญ่เสียด้วยซ้ำ

ก๊อกๆๆ

สารวัตรครับ ขออนุญาตครับ จ่าสมหมายเคาะประตูติดๆ กันสามที ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัดขออนุญาตเจ้าของห้องอย่างสุภาพ

เชิญ เสียงทรงอำนาจเอ่ยให้ลูกน้องได้ยิน อึดใจต่อมาจ่าสมหมายก็เปิดประตูเข้ามา แล้วพาร่างท้วมของตนมายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของสารวัตรหนุ่ม

มีอะไรจ่า?” สารวัตรภาคินัยเอ่ยถามลูกน้องวัยใกล้เกษียณ ทั้งที่ยังไม่เงยหน้าจากกองเอกสารที่เขากำลังให้ความสนใจอยู่ก่อนที่จ่าสมหมายจะเข้ามา

มีคนต้องการพบสารวัตรครับ จ่าสมหมายรายงานด้วยท่าทางนอบน้อม

ใคร วันนี้ผมไม่ได้นัดใครไว้นี่นา สารวัตรมือฉมังขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ท้ายประโยคพูดเหมือนจะทวนความทรงจำของตัวเองซะมากกว่า

ผมเองก็ไม่ทราบครับ เพราะไม่คุ้นหน้า ว่าแต่สารวัตรจะให้เขาเข้าพบไหมครับ จ่าสมหมายตอบตามความเป็นจริง เพราะผู้ชายหน้าเหี้ยมทั้งสองที่ยืนรออยู่หน้าห้องไม่เคยมาเยือนที่นี่มาก่อน

อืมเชิญเขาเข้ามาได้เลย หลังจากคิดอยู่อึดใจสารวัตรหนุ่มก็พยักหน้าอนุญาต จากนั้นลูกน้องก็ออกไปทำตามคำของผู้บังคับบัญชา เชิญให้แขกทั้งสองเข้าไปในห้องทันที

สวัสดีครับ สารวัตรภาคินัย ผู้เข้ามาใหม่เอ่ยทักราวกับคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับเจ้าของห้อง ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายไม่เคบพบหน้าคร่าตากันมาก่อนด้วยซ้ำ สารวัตรหนุ่มใช้สายตาคมกริบมองคนทั้งคู่อย่างพินิจพิจารณาตามนิสัยของตำรวจ ก่อนจะผายมือเป็นเชิงเชิญให้นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

สวัสดีครับ เท่าที่ผมจำได้ เราไม่เคยมีเรื่องติดต่อหรือทำงานร่วมกันมาก่อนนี่ครับ เอ่ยทักทายด้วยเสียงสุภาพพลางมองหน้าแขกทั้งสองนิ่งแน่วด้วยความสงสัย

ก่อนหน้านี้ไม่ครับ แต่วันนี้มีแน่ ตอบอย่างมีเลศนัย จนคนฟังต้องขมวดคิ้วมุ่น แต่เขารู้สึกว่าภายใต้น้ำเสียงที่ฟังดูสุภาพนั้นมันดูไม่ชอบมาพากล

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เข้าเรื่องของคุณเลยดีกว่า สารวัตรภาคินัยเปิดประเด็นทันที เพราะเขาไม่ชอบการชักแม่น้ำทั้งห้า มันพลอยทำให้เสียเวลาอันมีค่าซะเปล่าๆ

นายของผมต้องการของที่สารวัตรได้มาเมื่อสามวันก่อนคืน ชายหน้าเหี้ยมมองสารวัตรหนุ่มด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แล้วเอ่ยในสิ่งที่ตนต้องการ

ของพวกนั้นมันเป็นของผิดกฏหมาย ผมคงจะคืนให้ไม่ได้ สารวัตรหนุ่มปฏิเสธเสียงเข้ม จนคนที่รอฟังคำตอบหันมาสบตากันด้วยความไม่พอใจ แต่ก็พยายามระงับอารมณ์ไว้อย่างสุดความสามารถ

อย่าเพิ่งปฏิเสธสิครับสารวัตร ดูนี่ซะก่อน ยังคงปั้นเสียงให้ฟังดูสุภาพ เจ้าของหน้าเหลี่ยมๆ แสยะยิ้มให้สารวัตรหนุ่ม ก่อนจะยกกระเป๋าสีดำใบเขื่องขึ้นมาวางตรงหน้า จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาทำให้สารวัตรภาคินัยรู้ได้ทันทีว่าทั้งสองคนกำลังจะเสนออะไรให้แก่ตน

คงไม่จำเป็นหรอกมั้งครับ บอกเสียงเรียบ แล้วเลิกสนใจกระเป๋าสีดำใบนั้น เพราะไม่คิดว่ามันจะมีความสำคัญอะไรกับเขา

สารวัตรจะไม่เปิดดูของฝากจากนายผมก่อนเหรอครับ เผื่อจะเปลี่ยนใจ หนึ่งในสองยังคงตื้อให้สารวัตรภาคินัยเปลี่ยนใจยอมรับในข้อเสนอของตน เพราะนายสั่งมาว่างานจะต้องสำเร็จเท่านั้น ลูกค้าจะต้องได้รับของตามวันและเวลาที่นัดหมายไว้

ไม่ล่ะ ฝากไปบอกเจ้านายของพวกคุณด้วยนะ ผมทำงานอยู่บนความถูกต้องและเถรตรง ไม่ชอบเป็นสุนัขรับใช้ให้ใคร สารวัตรหนุ่มเหยียดยิ้มที่มุมปาก พร้อมย้ำในความตั้งใจของตน ท้ายประโยคไม่วายฝากข้อความกวนๆ ไปหาคนเป็นเจ้านายของผู้ชายทั้งสองให้ได้เจ็บใจเล่น

เหรอครับ งั้นสารวัตรก็ควรระวังตัวให้ดี เพราะอาจจะตายอย่างหมาข้างถนนก็ได้ ดวงตาดุดันจ้องใบหน้าของสารวัตรภาคินัยด้วยความไม่พอใจ ก่อนเสียงเหี้ยมจะข่มขู่อย่างกลายๆ แต่คนอย่างสารวัตรภาคินัยหาได้กลัวกับคำขู่นั้นไม่ ซ้ำยังส่งยิ้มยั่วยุอารมณ์ให้คนทั้งคู่

งั้นก็เชิญคุณสองคนออกไปจากห้องทำงานผมได้แล้ว ก่อนที่จะโดนตั้งข้อหาติดสินบนและขมขู่เจ้าพนักงาน น้ำเสียงฟังดูสุภาพทว่าดุดันในที นัยน์ตากร้าวกระด้างมองที่ชายทั้งคู่อย่างท้าทาย ซึ่งกริยาถือดีของสารวัตรหนุ่มทำให้ชายหน้าเหี้ยมพากันกำหมัดกัดฟันแน่น

แล้วสารวัตรจะเสียใจ ที่ปฏิเสธข้อเสนอของเรา หนึ่งในสองเอ่ยกับเจ้าของห้องด้วยท่าทางคุกคาม ก่อนจะเปิดประตูเดินจากไป

สารวัตรหนุ่มไม่จำเป็นต้องถาม ว่าเจ้านายของชายที่มายื่นข้อเสนออันน่าสะอิดสะเอียนให้เขาเมื่อสักครู่นี้เป็นใคร เพราะรู้ดีว่าของล็อตใหญ่ที่ตนและลูกน้องเพิ่งซ้อนแผนจับและยึดเอาของกลางมาได้ เป็นของแก๊งยากูซ่าเอโดะของญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นคนที่มาเจรจากับเขาก็ต้องเป็นคนของมาซาโตะ เอโดะ อย่างแน่นอน

เดี๋ยวนี้ยากูซ่าแก๊งนี้ชักจะเหิมเกริมขึ้นทุกวัน ซ้ำร้ายตอนนี้ลูกชายของมัน ไอ้อันธพาลตัวพ่อของญี่ปุ่น กำลังคุกคามครอบครัวของพี่ชายเขาอยู่ มันอ้างว่าชอบหลานสาวของเขา แต่สารสัตรหนุ่มก็ไม่เชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริง มันน่าจะมีตื้นลึกหนาบางหรืออะไรแอบแฝงจากการกระทำมากกว่านั้น ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาจะต้องรู้ให้ได้ในเร็ววัน

ร่างท้วมของจ่าสมหมายลุกขึ้นยืนตัวตรงทำความเคารพทันที เมื่อเห็นว่าร่างผึ่งผายของสารวัตรภาคินัย มาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของตน

จ่า บ่ายนี้ผมจะไม่อยู่นะ ภาคินัยบอกผู้ใต้บังคับบัญชาเสียงเข้ม

ครับผม จ่าสมหมายรับคำด้วยน้ำเสียงแข็งขัน ก่อนจะตะเบ๊ะท่าทำความเคารพอีกครั้ง เมื่อสารวัตรหนุ่มก้าวขาผ่านหน้าโต๊ะทำงานของตนไป


รถโฟร์วีลสมรรถนะสูงของสารวัตรภาคินัยมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา เขาต้องไปดูพื้นที่คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว เพื่อจำลองภาพเหตุการณ์ว่าเป็นไปตามที่จำเลยได้ให้การไว้หรือไม่ ขับรถออกมาจนเกือบจะถึงที่หมายก็รู้สึกไม่ชอบมาพากล จากสัญชาตญาณของตำรวจมือดีทำให้เขารู้ได้ทันทีว่ามีคนสะกดรอยตามตนมา และยิ่งแน่ใจมากขึ้นเมื่อชะลอให้แซงแต่รถคันดังกล่าวกลับไม่แซง มือหนาหยิบปืนออกจากเอวเพรียวมากำไว้แน่น ทันใดนั้นรถคันข้างหลังก็เหยียบคันเร่งขึ้นมาตีคู่ ก่อนจะมีเสียงปืนรัวกระหน่ำใส่รถเขาไม่ยั้ง

ปังๆๆๆๆ

สารวัตรภาคินัยยกปืนขึ้นยิงตอบโต้คู่ต่อสู้เช่นกัน เสียงปืนยังดังสนั่นไปตามความยาวของถนนอย่างต่อเนื่อง โชคดีที่บริเวณนี้ไม่ใช่เขตชุมชน เพราะไม่งั้นคงจะมีประชาชนตาดำๆ ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ต้องพลอยได้รับความเดือดร้อนจากน้ำมือคนชั่วพวกนี้เป็นแน่ หรือคิดอีกทีก็อาจจะเป็นโชคดีของเขา หากเป็นเขตชุมชนเขาก็คงจะเร่งความเร็วแบบนี้ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นเป้านิ่ง ง่ายต่อการสังหารของพวกคนเลว

ภาคินัยจำได้ดีว่าหนึ่งในสามของคนร้ายที่อยู่ในรถคือคนที่มาเจรจาต่อรองกับตนเมื่อเช้านี้ พอตาคมกริบชำเลืองกลับไปมองยังถนนเบื้องหน้าอีกครั้ง ก็ปรากฏว่าอีกหนึ่งร้อยเมตรจะเป็นทางโค้ง ชายหนุ่มจึงตัดสินใจขับรถของตนเข้าเบียดรถของคนร้าย ส่งแรงเหวี่ยงให้รถคันนั้นเสียการควบคุม ส่วนรถของเขาก็หักหลบมาอีกทางและชะลอความเร็วลง เมื่อเห็นว่าข้างหน้าตนคือทางโค้ง แต่ดันไม่สามารถเหยียบเบรคชะลอความเร็วเพื่อจะเข้าโค้งได้ทัน ชายทั้งสามก็เบิกตาโพลง ใบหน้าที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือดฉับพลัน

เอี๊ยด!!!

โครม!!!

เสียงเหยีบเบรคดังสนั่นหวั่นไหว แต่ถึงจะเบรคจนตัวโก่งอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งอะไรได้ในวินาทีนั้น รถของผู้ร้ายทั้งสามแหกโค้ง เสียหลักตกลงไปข้างทาง ที่บริเวณนั้นมีลักษณะเป็นความลาดชันเหมือนกับหน้าผาลูกย่อมๆ พอดี จากนั้นไม่นานก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น ก่อนจะมีควันผสมกับเปลวไฟลอยโขมงขึ้นมา

คนอย่างพวกแกพบจุดจบแบบนี้ก็ดีแล้ว แผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้น พึมพำอยู่คนเดียว

สารวัตรภาคินัยลงมายืนมองรถของคนร้ายด้วยแววตาเฉยชาไร้อารมณ์ จนเวลาผ่านไปสักระยะเขาถึงต่อสายประสานไปยังหน่วยกู้ภัยให้มาดูที่เกิดเหตุ จากนั้นก็ก้าวขาขึ้นรถที่จอดขวางทางการจราจรอยู่ หักพวงมาลัยกลับเข้าสู่วิถีของท้องถนน มุ่งตรงไปยังจุดหมายที่ตนได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนแรก


บ้านอัศวโพคิน ย่านสาทร

ไม่น่าเชื่อว่าในย่านที่ที่ดินแพงหูฉี่ขนาดนี้จะยังมีบ้านไทยทรงโบราณแฝงตัวอยู่ ท่ามกลางบ้านเศรษฐีในละแวกเดียวกัน บ้านอัศวโพคินถูกสร้างขึ้นตามแบบบ้านโบราณในยุคล้านนาตอนต้นซึ่งทำจากไม้พะยูงทั้งหลัง ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว่าสามไร่ มองดูเผินๆ คล้ายกับหมู่บ้านล้านนาขนาดย่อม เพราะทุกอย่างดูสวยงามและคงเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมเก่าแก่สไตล์ล้านนาดั้งเดิม ภายในอาณาบริเวณดูกว้างขวาง ร่มรื่นน่าอยู่ และอบอวลไปด้วยมวลดอกไม้นานาพันธ์ การวางผังของบ้านก็เป็นสัดเป็นส่วนชัดเจน

เนื่องจากตระกูลอัศวโพคินเป็นตระกูลผู้ดีเก่า บรรพบุรุษหลายต่อหลายชั่วอายุคนเข้ารับราชการในราชสำนัก เป็นขุนนางชั้นสูงก็หลายคน แต่เส้นทางสายข้าราชการของตระกูลอัศวโพคินก็มีอันต้องสิ้นสุดลงที่รุ่นปู่ของมณีญา เนื่องจากคุณปู่ของเธอ นายภาคภูมิ อัศวโพคิน ได้มีโอกาสไปศึกษาและใช้ชีวิตในอังกฤษ ทำให้โลกทัศน์ของท่านดูจะกว้างขวางกว่าพี่น้องคนอื่นๆ กลายเป็นคนหัวสมัยใหม่ ไม่คิดจะยึดติดกับหน้าที่การงานอันมั่นคงเช่นอาชีพข้าราชการ

นายภาคภูมิมีความสนใจเกี่ยวกับการทำเครื่องหนัง จึงพยายามศึกษาหาความรู้ เมื่อสำเร็จการศึกษาด้านการดีไซน์และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษ เขาก็กลับมาเปิดกิจการทำเครื่องหนังเล็กๆ เป็นของตัวเองโดยแรกเริ่มเดิมทีจะทำกระเป๋าหนังจระเข้และหนังปลากระเบนจำหน่าย

จากความสามารถในเรื่องของการดีไซน์ ประกอบกับการขวนขวายเรียนรู้ของนายภาคภูมิ ทำให้ทุกอย่างไปได้สวย จากกิจการเล็กๆ ก็ขยายออกไปเรื่อยๆ สินค้าภายใต้ชื่อที่นายภาคภูมิสร้างสรรค์ขึ้น เป็นที่รู้จักในแวดวงของผู้ที่ชื่นชอบเครื่องหนัง หลังจากนั้นเพียงสามปี เขาก็เปิดบริษัทเป็นของตัวเอง มีโรงงานตัดเย็บในเครือมากมาย มีพนักงานในปกครองหลายพันชีวิต สินค้าส่วนใหญ่ที่ผลิตออกมาจะถูกนำไปวางขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในแถบยุโรปและอเมริกาแทบทั้งสิ้น

เมื่อปู่ของเธอแก่ชราจนคิดว่าตัวเองจะไม่สามารถดูแลกิจการต่อไปได้ ท่านก็เรียกตัวภาฤทธิ์ อัศวโพคิน บิดาของเธอที่ทำไร่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมากับมารดาของเธอกลับไปสานต่อกิจการ สอนให้เรียนรู้งานทุกอย่างจากท่าน จนเมื่อท่านจากไปอย่างสงบ บิดาของเธอก็ได้ขึ้นนั่งแท่นผู้บริหารแทนปู่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ถึงแม้จะเป็นมือใหม่ภาฤทธิ์ก็ไม่ทำให้ทุกคนในตระกูลอัศวโพคินผิดหวัง แถมยังทำมันได้ดีแทบไม่มีที่ติ เหตุก็เพราะว่าได้ทั้งกำลังใจและความช่วยเหลือจากมารดาของเธอ ซึ่งอดีตเคยเป็นลูกสาวเจ้าของกิจการทำเครื่องหนังเล็กๆ จากความรู้ที่นางวาสนาได้รับการถ่ายทอดมาจากบุพการีทำให้เอื้อต่องานของสามีได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ความรักมักมีอุปสรรค์ ทำให้แม่กับพ่อของเธอต้องหย่าขาดจากกัน แม่จากไปทั้งที่เธอยังอยู่ในครรภ์

ด้วยเหตุนี้มณีญาจึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับประเทศไทยเลย รู้เพียงจากการบอกเล่าของแม่ว่าพ่อพบรักกับแม่ตอนเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง สาวน้อยนัยน์ตาหวานซึ้งนามว่าวาสนา การะเกด สามารถทำให้หนุ่มเพลย์บอยผู้มากรักอย่างภาฤทธิ์ อัศวโพคิน ต้องยอมสยบอยู่แทบเท้า หลังจากที่ทั้งสองคบหาดูใจกันเป็นเวลากว่าสองปี ก็ตัดสินใจแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน โดยพร้อมใจย้ายมาทำไร่ในแถบเขาใหญ่ เพราะต่างก็ไม่ชอบความวุ่นวายในเมืองเหมือนๆ กัน

ปัจจุบันมณีญาย้ายจากเกาหลีมาอยู่ที่ประเทศไทยเป็นการถาวรได้ห้าปีแล้ว หลังจากรู้ความจริงว่าตนไม่ใช่เลือดผสมแต่เป็นไทยแท้ ซึ่งความเข้าใจผิดเป็นเหตุให้พ่อกับแม่ต้องพลัดพรากจากกัน แม่หอบเธอหนีไปอาศัยอยู่ที่เกาหลีกับพ่อบุญธรรมนานกว่ายี่สิบปี หลังจากพ่อบุญธรรมจากไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อห้าปีก่อน พ่อของเธอก็ออกตามหาแม่จนเจอ หลังจากนั้นก็พยายามงอนง้อขอคืนดี จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ และตอนนี้พวกท่านทั้งสองก็เข้าใจกันดี กลับมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จดทะเบียนสมรสใหม่อีกครั้ง ทำให้เธอต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลอัศวโพคินตามพ่อแท้ๆ จวบจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

เมื่อไม่นานมานี้พ่อของมณีญาก็ได้เปิดกิจการใหม่ในเครืออัศวโพคิน ซึ่งก็เป็นการทำกระเป๋าเหมือนกันแต่จะไม่ใช้หนังจระเข้และหนังปลากระเบนอย่างที่แล้วมา หันมาใช้เส้นใยธรรมชาติแทน เพราะในปัจจุบันคนหันมาให้ความสำคัญและใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้นายภาฤทธิ์ต้องหาสินค้าเอาใจคนรักษ์โลก เพื่อไม่ให้เสียพื้นที่ส่วนแบ่งทางการตลาด อีกอย่างสินค้าประเภทนี้ก็สามารถบุกตลาดไฮเอนด์ได้เป็นอย่างดี เพราะไฮโซผู้ดีมีเงินส่วนมากมักจะทำตัวไปตามกระแส เห่อเหมือนเป็นแฟชั่น แต่ใช่ว่ากิจการกระเป๋าหนังจะซบเซาแต่อย่างใด สินค้าเกรดเอ คุณภาพเยี่ยม การันตีด้วยแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ยังไงมันก็ขายตัวมันเองได้อยู่แล้ว

หลังจากที่มณีญาสาละวนนำอาหารที่เพิ่งทำเมื่อเช้าจัดลงในตะกร้าเพื่อนำไปเยี่ยมมารดาของเธอที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาล ร่างบางก็มาหยุดยืนคว้างอยู่กลางห้องโถงของบ้าน นัยน์ตาหวานเฝ้ามองไปรอบๆ ด้วยความอาลัยอาวรณ์ กวาดสายตาไปทั่วบริเวณเหมือนจะเก็บรายละเอียดบรรยากาศภายในให้บันทึกตราตรึงในสมองไม่รู้ลืม เธอแสนจะผูกพันธ์กับบ้านหลังนี้ แม้จะย้ายเข้ามาอยู่ได้เพียงห้าปี แต่มันคือห้าปีที่แสนอบอุ่น เพราะได้รับการเติมเต็มด้วยไอรักจากทั้งบิดาและมารดา

ต้องจากบ้านอีกแล้วสินะน้ำเสียงผาดแผ่วรำพันกับตัวเองเบาๆ

เฮ้อมณีเอ๋ย ทีนี้ชีวิตแกก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้วจริงๆ เจ้าของร่างบางถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ มันไม่ใช่กริยาที่แสดงออกถึงความโล่งใจ แต่เป็นเพราะต้องการระบายความหนักอึ้งในหัวอกจนแทบมอดไหม้ ให้บรรเทาเบาบางลงบ้างก็เท่านั้น

ตั้งแต่หมดสัญญาที่มีระยะเวลาสองปีกับบริษัท Professional Enterprise and Development องค์กรชั้นนำของฝรั่งเศส ที่เธอถูกซื้อตัวไปทำงานในทีมเดียวกันกับเพื่อนซี้อย่างบุปผชาติ มณีญาก็คิดว่าจะย้ายกลับมาอยู่กับพ่อและแม่ที่ประเทศไทยเป็นการถาวร ดังนั้นตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาเธอจึงเรียนรู้งานจากผู้เป็นพ่อจนหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง หนักเอาเบาสู้ ไม่เคยบ่นสักคำ สาวน้อยจอมอัจฉริยะช่วยสานต่อธุรกิจของครอบครัว งานหลักๆ ที่เธอรับผิดชอบคือไลน์การผลิตใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสามเดือนที่แล้ว เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้ผู้เป็นพ่อที่แก่ตัวลงทุกขณะ

นายภาฤทธิ์ไม่เคยคาดหวังว่าจะให้ลูกสาวเพียงคนเดียวมารับช่วงกิจการต่อจากตน เพราะคิดว่าตัวเองยังพอมีกำลังวังชาที่จะบริหารงานอยู่ อีกอย่างหากวันใดที่เขาไม่มีแรงพอจะทำงานที่ตัวเองรักแล้ว ก็จะวางมือให้พี่น้องคนอื่นดูแลต่อ ส่วนเขาก็หันมาใช้บั้นปลายชีวิตกับภรรยาสุดที่รัก กินเงินปันผลจากหุ้นของบริษัท

ส่วนมณีญาหากเธอคิดจะเอาดีทางด้านงานวิจัย เป็นนักวิทยาศาสตร์หรือวิศวกร ผู้เป็นพ่อและแม่ก็ไม่คิดจะ ขัดข้องลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอยู่แล้ว อะไรที่เป็นความปรารถนาและความฝันของลูกสาว นายภาฤทธิ์และนางวาสนาก็พร้อมที่จะสนับสนุนเต็มที่ แต่สุดท้ายทรัพย์สมบัติทุกอย่างที่สองสามีภรรยาได้ร่วมกันสร้างมา ก็ต้องตกเป็นของมณีญาผู้เป็นทายาทแต่เพียงคนเดียวอยู่ดี

จากที่คิดว่าจะไม่กลับไปฝรั่งเศสอีกแล้ว ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อโชคชะตาได้เล่นตลกกับมณีญาเข้าอย่างจัง เธอกับครอบครัวโดนพวกยากูซ่าคุกคาม สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่มันดูหนักหนาสาหัสพอตัว โดยเฉพาะพ่อและแม่ของเธอ ชีวิตอันสงบสุขของพวกท่านกลับต้องมาปั่นป่วน ดูเหมือนว่าหากแก๊งยากูซ่ายังไม่ได้ตามที่ต้องการ มันก็ยังจะตามจองล้างจองผลาญเธออยู่อย่างนี้

แค่เพียงไพล่คิดไปถึงหน้าลูกชายยากูซ่าที่อยากได้เธอไปเป็นเมีย มณีญาก็อยากจะกลั้นใจตายสักวันละหลายๆ รอบ เธอไม่ได้สวย เซ็กซี่หรือโดดเด่นอะไร เทียบไม่ได้กับพวกดารานางแบบที่เคยมีข่าวควงกับมาซากิ แล้วทำไมไอ้หน้าเหลี่ยมนั่นถึงอยากได้เธอกันนะ ยิ่งคิดมณีญายิ่งสงสัยเหลือประมาณ

แต่สิ่งที่ทำให้มณีญาทั้งเครียดและโมโหในเวลาเดียวกัน คือไอ้พวกบ้านั่นบังอาจมาข่มขู่พ่อและแม่ของเธอถึงที่บ้าน จนนางวาสนาช็อกหมดสติ ต้องหามส่งโรงพยาบาลในค่ำวันหนึ่ง ถึงแม้ตระกูลอัศวโพคินจะเป็นผู้ดีเก่า มีผู้คนมากมายนับหน้าถือตาและยำเกรง แต่บุญบารมีเหล่านั้นกลับไม่ทำให้พวกยากูซ่าเกรงกลัวเลยสักนิด อย่างว่าล่ะนะยากูซ่าคือพวกไม่มีลัทธิ เป็นอันธพาล นักเลง ค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ทำตัวไม่ต่างจากพวกกุ๊ยข้างถนน

ในเมื่อพวกยากูซ่ายังตามรังควานเธอไม่เลิก ทางเดียวที่จะทำให้มณีญาหลุดพ้นจากวงจรอุบาทนี่ไปได้ ก็คือการสมัครเข้าไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ในองค์การนาซ่า เพราะข้อมูลทุกอย่างของเธอจะถูกเก็บเป็นความลับสุดยอด ไม่ว่าเรื่องใดก็จะไม่ถูกแพร่งพรายหรือเปิดเผย หากเป็นความต้องการของนักวิทยาศาสตร์ท่านนั้น บางทีเธออาจจะสมัครขึ้นยานไปสำรวจดาวอังคารในรอบสองก็เป็นได้ พวกบ้านั่นจะได้ตามตัวเธอไม่เจอไปตลอดปีตลอดชาติ หากมันอยากจะตามมารังควานเธอมีทางเดียวที่มันจะทำได้คือสร้างยานอวกาศไปดาวอังคาร

มณีญาตั้งใจว่าจะไปขอหลบลี้หนีภัยกับบุปผชาติและสามีที่ฝรั่งเศสเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอการตอบรับเข้าทำงานจากองค์การนาซ่า แต่ถ้าหากเธอพลาดโอกาสในครั้งนี้ มณีญาก็คงต้องสมัครเข้าทำงานในสถาบันวิจัยแห่งชาติของรัฐบาลฝรั่งเศสในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เพราะอย่างน้อยการทำงานในองค์กรระดับสูงของประเทศ ก็ยังพอเป็นเกราะคุ้มภัยจากพวกยากูซ่าได้บ้างไม่มากก็น้อย

แต่หากสุดท้ายแล้วยังไม่อาจหลุดพ้นไปจากเรื่องบ้าบอคอแตกที่กำลังเผชิญอยู่นี้ได้ เธอก็คงต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากมาเฟียปากเสียผู้ยิ่งใหญ่แห่งฝรั่งเศสอย่างมาร์เวล ดิมิเทียส เพราะอำนาจของมาเฟียเท่านั้นที่จะสามารถคะคานยากูซ่าให้ไม่กล้าทำอะไรเธอ ซึ่งวิธีหลังนี้ใครๆ ต่างก็สนับสนุนกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นบุปผชาติ มาร์โค หรือแม้กระทั่งบิดาของเธอเอง

แต่สำหรับมณีญาแล้วหากไม่ถึงที่สุดของที่สุด อย่าหวังเลยว่าคนอย่างเธอจะบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากไอ้มาเฟียขี้เต๊ะ ปากเสีย ไอ้คนเถื่อนที่ปล้นเอาจูบแรกของเธอไปอย่างหยาบคาย ไม่มีทาง! แค่คิดถึงคำพูดและการกระทำของเขา เมื่อคราวที่ทั้งสองปะทะคารมกันในงานแต่งของบุปผชาติและมาร์โค มันก็ทำให้เธอปรี๊ดแตกจนอยากจะตะบันหน้ากวนโอ๊ยนั่นให้หงายเงิบสักที

ห้าปีแล้วที่เธอไม่ได้พบหน้าคู่อริปากร้ายอย่างเขา มณีญาไม่ได้ติดตามข่าวคราวของเขาเลย ถึงแม้ส่วนตัวหญิงสาวจะคลั่งไคล้และชอบอ่านข่าวซุบซิบของคนหล่อทั่วทุกสารทิศ แต่เธอก็ไม่เคยสนใจเรื่องราวของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่อย่างมาร์เวล ดิมิเทียส ปากบอกไม่สนใจแต่เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนั้น กลับยังตราตรึงในความทรงจำราวกับจะไม่มีวันลบเลือน ทั้งที่หลังจากวันนั้นเส้นทางชีวิตของทั้งสองก็ไม่เคยมาบรรจบ แต่เธอก็ยังจดจำใบหน้าดุดันและท่าทางที่พยายามข่มกลั้นอารมณ์ไม่ให้หลุดขย้ำเธอได้เป็นอย่างดี

ห้าปีแล้วสินะที่เราไม่ได้พบกัน ตอนนี้คุณจะเป็นยังไงบ้างนะ คงจะแก่ขึ้นเป็นกองและหน้าคงจะเหี่ยวไปเยอะ เพราะวันๆ ชอบแต่ตีหน้ายักษ์ใส่คนอื่น มณีญาพึมพำกับตัวเองเบาๆ คิ้วเรียวของยัยเชยที่มีความสวยหลบในขมวดมุ่น แล้วจินตนาการถึงมาเฟียหนุ่มในสภาพหน้าเหี่ยวด้วยความซุกซน

หวังว่าโชคชะตาคงจะไม่เล่นตลก ส่งฉันไปอยู่ในอุ้งมือคุณหรอกนะคุณมาเฟีย มณีญารำพึงรำพันกับตัวเองด้วยความหวาดหวั่น เพียงแค่คิดถึงเขาเธอก็รู้สึกหัวใจกระตุกวาบโดยไม่ทราบสาเหตุ


ฮิ้วววววตอนนี้คุณมาเฟียคิดถึงรสจูบแม่มณีแบบว่าลืมไม่ลง และแม่มณีก็แอบคิดถึงคุณมาเฟียอยู่ลึกๆ ขอบอกว่าตอนหน้ามันจ้า เพราะคุณมาเฟียจะมาปะทะกับแม่มณีแล้ว เหตุการณ์ชวนฟินกระจายสุดๆ เอ้าใครอยากอ่านก็เม้นท์และโหวตมาให้กำลังใจกันหน่อยจ้า อย่าทำตัวเป็นนักอ่านเงานะจ๊ะวันนี้ก็มาให้เต็มตอนแบบ 100% อีกหนึ่งตอน เพราะอยากให้สาวกขาหื่นทุกท่านได้อ่านตอนพระนางปะทะกันเร็วๆ อิอิ ^^

***ขออนุญาตเลื่อนอัพ ดั่งต้องมันตร์อสูร ไปเป็นวันที่ 1 กันยายน 59 นะคะ เนื่องจากเอเหนื่อยมากและโรคกำเริบบ่อย จึงไม่สามารถอัพนิยายพร้อมกันหลายๆ เรื่องได้จ้า ^^


อัพให้อ่านประมาณ 60% นะจ๊ะ


ฝาก E-BOOK…ดวงใจแสนเสน่หา (นายโคแก่+ยัยหนูแก้ม) ร้อนแรงแซบเวอร์ NC25+++


ฝากเพจของไรเตอร์ด้วยนะจ๊ะ เข้ามาทักทายพูดคุย หรือทวงนิยายได้จ้า ^^

http://www.facebook.com/pages/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2/500058036687301


ฝากด้วยจ้า...E-BOOK 'อเวจีขยี้สวาท' กดเลยจ้า

(นิยายสุดซี๊ด เเนวโคแก่กินหญ้าอ่อน เลิฟซีนร้อนเเรงจัดเต็ม NC25+++)

https://www.mebmarket.com/?action=BookDetails&book_id=39494



        พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

206 ความคิดเห็น

  1. #7 rinda713 (@0823936187) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 19:52
    ตามติดและติดตามคะ
    #7
    0