[OS/SF] รวมเรื่องสั้น iKON #สนดiKON

ตอนที่ 2 : [OS] JUNHWAN : Oue Valentine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    18 ก.ค. 62


Title : Our Valentine

Paring : Koo Junhoe X Kim Jinhwan

Rate : R15

Genre : Romantic Drama

Note : เรื่องนี้รีไรท์มาจากเวอร์ชั่นของคู่บินกยุนวง JBJ นะคะ



 

 




1st Valentine…


 

ดูเหมือนว่าในบริเวณมหาลัยจะคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ นักศึกษาหลายๆคนต่างมีดอกกุหลาบและช็อคโกแลตอยู่ในมือ กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกุหลาบลอยตลบอบอวนไปทั่ว คู่รักต่างเดินเคียงข้างกันพูดคุยกันอย่างมีความสุขจนทำให้เหล่าคนที่เป็นโสดต่างอิจฉาตาร้อนจนอยากจะวิ่งราวเอาช็อคโกแลตมากินเสียเอง แต่ตอนนี้เสียงพูดคุยและเสียงโห่แซวดังไปทั่วบริเวณโรงอาหารของคณะนิเทศศาสตร์เนื่องจาก กู จุนฮเว  เดือนบริหารปีสาม กำลังถือช่อดอกกุหลาบสีแดงสดพร้อมกับเอ่ยปากขอเดือนนิเทศปีสี่อย่าง คิม จินฮวาน เป็นแฟน

 

พี่จินฮวานเป็นแฟนกันนะครับ เสียงทุ้มของจุนฮเวเอ่ยซ้ำอีกครั้งเมื่อคนตรงหน้ายังยืนอ้ำอึ้ง ริมฝีปากสวยได้รูปกำลังเม้มเข้าหากันอย่างเขินอายก่อนที่ใบหน้าที่ได้รูปจะเงยขึ้นมาสบตาคนตัวสูงกว่าแล้วยิ้มกว้างออกมา

 

อื้อ ตกลง สิ้นเสียงตอบรับวงแขนแกร่งก็รวบตัวของจินฮวานเข้าไปกอดทันที เสียงโห่แซวดังขึ้นอีกรอบแต่ครั้งนี้มีเสียงปรบมือและถ้อยคำแสดงความยินดีตามมาด้วย จุนฮเวคลายอ้อมกอดก่อนจะยื่นช่อดอกกุหลาบให้แฟนหมาดๆของตัวเองรับเอาไว้

 

ผมรักพี่นะครับ

 

พี่ก็รักเรานะ

 


2nd Valentine…


 

            ตอนนี้จินฮวานเรียนจบแล้วและทำอาชีพเป็นตากล้องฟรีแลนซ์ฝีมือดีที่ทุกคนล้วนต้องการตัว หลังจากทำงานเสร็จจินฮวานยืนฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีขณะรอแฟนหนุ่มของตัวเองมารับไปทานอาหารเย็นด้วยกัน นี่ก็เข้าปีที่สองแล้วที่พวกเขาทั้งคู่คบด้วยกันมานึกย้อนไปถึงตอนที่โดนขอคบกลางโรงอาหารคณะเมื่อวันวาเลนไทน์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเขินออกมาน้อยๆ ระหว่างที่กำลังยืนคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นรถยน์คันสีดำคุ้นตาก็เลื่อนมาจอดที่ด้านหน้าพร้อมกับกระจกเลื่อนลงจนเห็นหน้าของจุนฮเวที่กำลังยิ้มให้ตนเองอยู่

 

มารับแล้วครับคุณแฟน จินฮวานพาร่างของตนเองก้าวเข้าไปนั่งด้านหน้าข้างคนขับอย่างคุ้นเคย ระหว่างที่กำลังคาดเบลล์อยู่นั้นจุนฮเวฉวยโอกาสยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มนิ่มของจินฮวานไปหนึ่งฟอดแบบเต็มๆ

 

เด็กไม่ดี  ชอบฉวยโอกาส ถึงจะพูดบ่นคนชอบฉวยโอกาสแต่ปากก็ยกยิ้มอย่างห้ามไม่ได้ หันไปมองจุนฮเวที่ตอนนี้กำลังยิ้มแป้นอย่างมีความสุขที่ขโมยหอมแก้มของตนเองมาได้ ไม่รอช้าจินฮวานยืดตัวไปขโมยหอมแก้มคืนจากอีกคนก่อนจะหัวเราะคิกคัก

 

คิดว่าจะยอมหรอ เราทำได้พี่ก็ทำได้

 

ถ้าผมไม่ขับรถอยู่นะ จะเอาคืนให้แก้มช้ำเลยคอยดู หลังจากที่ไปทานอาหารกันที่ร้านประจำแล้วจุนฮเวก็ขับรถมาส่งจินฮวานที่หน้าบ้านของอีกคน

 

วันนี้ขอบคุณมากนะ จินฮวานหันไปพูดขอบคุณก่อนจะกดจูบที่ริมฝีปากของคนตัวสูงเบาๆ แต่ไม่มีทางซะหรอกที่จุนฮเวจะปล่อยให้มันหยุดแค่นี้ มือหนาเลื่อนมาจับหน้าอีกคนให้เอียงรับจูบอันร้อนแรงของตนเองลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปากของจินฮวานที่ยอมเปิดให้ได้เข้ามาอย่างรู้งาน ทั้งคู่ต่างโต้ตอบกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนจินฮวานเป็นฝ่ายยกมือขึ้นมาดันหน้าอกของอีกคนเบาๆเป็นเชิงบอกว่าไม่ไหวแล้ว ทั้งสองคนต่างไม่พูดอะไรทั้งรถเงียบจนได้ยินเสียงหอบหายใจและเป็นจินฮวานที่เอ่ยทำลายความเงียบลง

 

คืนนี้...ค้างที่นี่มั้ย

 


3rd Valentine…

 


            วาเลนไทน์ปีนี้จินฮวานเลือกที่จะมาคอนโดของจุนฮเวเพราะไม่อยากออกไปไหน อยากจะนอนดูหนังและพูดคุยกันแบบธรรมดาไม่ต้องการอะไรเป็นพิเศษ โดยทั้งคู่เลือกที่จะดูหนังฟีลกู้ดอย่าง begin again หัวทุยๆของจินฮวานเอนมาพิงไหล่ของของอีกคนไว้ มือของทั้งสองคนสอดประสานกันไว้อย่างหลวมๆ เมื่อถึงฉากที่นางเอกจับได้ว่าแฟนของตัวเองมีคนอื่นนั้นซังกยุนก็พูดขึ้นมา

 

ถ้าแอบไปมีกิ๊กนะพี่ตีจะเราให้ตายเลย ซังกยุนพูดติดตลกแบบไม่ได้คิดอะไรมากเพราะยังไงก็เชื่อใจคนรักว่ายังไงอีกคนก็ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่

 

ผมไม่มีวันทำแบบนั้นหรอก ผมรักพี่ที่สุดเลย จุนฮเวกระชับมือที่จับอีกคนอยู่ในแน่นขึ้นเพื่อบอกว่าเขาไม่มีทางปล่อยมือนี้ไปแน่นอน

 

พี่จินฮวานผมมีอะไรจะให้แหละ กล่องเล็กสีขาวสะอาดตาถูกยื่นมาตรงหน้าของจินฮวานมือเรียวยื่นไปรับมาก่อนจะเปิดดู เมื่อเห็นว่าข้างในกล่องเป็นอะไรจินฮวานก็ถึงกับยิ้มกว้างออกมา กุญแจที่เขาจำได้ขึ้นใจว่าเป็นกุญแจห้องของจุนฮเว

 

นี่มัน...

 

ย้ายมาอยู่ด้วยกันนะพี่

 


4th Valentine…

 


            บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารหลายอย่างซึ่งทุกอย่างนั้นล้วนเป็นของโปรดของจุนฮเวทั้งนั้น จินฮวานถอดผ้ากันเปื้อนออกพร้อมกับมองผลงานบนโต๊ะอย่างภูมิใจริมฝีปากยกยิ้มขึ้นน้อยๆ

 

ใช่แล้ว...วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์และเป็นวันครบรอบสี่ปีของพวกเขา

 

มือเรียวหยิบเอาสมาร์ทโฟนขึ้นมาก่อนจะกดเข้าโปรแกรมแชทสีเหลืองเพื่อส่งข้อความหาอีกคน


 

Jinhwan

วันนี้จะกลับกี่โมงหรอ

JUN

งานยุ่ง คงกลับดึก

Jinhwan

อ่า อย่าหักโหมมากนะ

พี่เป็นห่วง

JUN

-READ-

 


ริมฝีปากที่ตอนแรกยิ้มอยู่ตอนนี้กลับหุบยิ้มลงทีละน้อยความน้อยใจค่อยตีตื้นขึ้นมาจนกลายเป็นหยดน้ำตาที่กำลังคลออยู่ตรงดวงตาสวยของจินฮวาน ไม่เป็นไร เขาเข้าใจว่าโปรเจคนี้สำคาญกับจุนฮเวมากขนาดไหน ช่วงนี้อีกคนแทบไม่มีเวลาว่างเลยทำงานจนดึก ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันแต่แทบไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำพอคุยกันทีไรก็ต้องจบลงด้วยการทะเลาะกันทุกทีเพราะเครียดกับโปรเจคงานทำให้จุนฮเวอารมณ์ไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่ ไม่เป็นไร...เขาเข้าใจ จินฮวานได้แต่บอกประโยคเหล่านี้กับตัวเองวนซ้ำไปซ้ำมา

 

ติ๊ด .. แกร๊ก

 

เสียงประตูดังขึ้นปลุกจินฮวานที่เผลอฟุบหลับไปกับโต๊ะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ให้ตื่นขึ้น ร่างเล็กรีบวิ่งไปล้างหน้าล้างตาเพื่อที่จะไม่ให้อีกคนสักเกตุเห็นตัวเองนั้นร้องไห้ เมื่อเช็คความเรียบร้อยแล้วก็เดินออกไปหาที่อีกคนที่กำลังถอดรองเท้าอยู่ที่หน้าประตู

 

ยินดีต้อนรับกลับ

 

ทำไมยังไม่นอน ทั้งสองคนเอ่ยออกมาพร้อมกันและเป็นซังกยุนที่เอ่ยตอบคำถาม

 

เอ่อคือพี่ได้ยินเสียงประตูเลยน่ะเลยออกมารับ

 

บอกแล้วไงว่ากลับดึกพี่จะรอทำไม จุนฮเวพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง จินฮวานชะงักไปนิดเมื่อตัวเองเผลอทำให้คนรักหงุดหงิดอีกแล้ว

 

ขอโทษ คะ คือพี่เผลอหลับที่ห้องนั่งเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จินฮวานพูดออกมาอย่างตะกุกตะกักเพราะพยายามที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา

 

ร้องไห้ทำไมพี่อย่ามางี่เง่า ผมเหนื่อยงานมาก็พอแล้วทำไมต้องมาทำให้เหนื่อยเรื่องพี่อีกด้วยวะ จุนฮเวพูดจบก็เดินเข้าห้องนอนไปทันทีทิ้งจินฮวานไว้ให้ยืนร้องไห้เงียบๆอยู่ตรงนั้น...

 


Last Valentine…

 


            จินฮวานหันไปมองรอบๆห้องที่เขาอาศัยอยู่กับคนรักมาตลอดสองปีกว่าก่อนจะยิ้มออกมา มันเป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่ก็เศร้าในเวลาเดียว กวาดสายตามองไปรอบๆห้องซึมซับความทรงจำดีๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้องพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเดียวกันกับวันที่ย้ายเข้ามาอยู่

 

            เวลาทุ่มกว่าๆร่างสูงของจุนฮเวเดินมาตามทางเดินของคอนโดที่ตัวเองอาศัยอยู่กับใครอีกคน วันนี้เขาเคลียร์งานทั้งหมดเสร็จเร็วเลยได้กลับมาพักผ่อนเร็วกว่าปกติ แขนยาวเปิดประตูเข้าห้องไปแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบแต่ความมืด กดเปิดสวิตซ์ไฟก่อนจะมองรอบๆเพื่อนหาอีกคนแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า

 

พี่จินฮวาน จุนฮเวเอ่ยเรียกพร้อมกับเดินตรงไปยังห้องนอนเพื่อดูว่าอีกคนเผลองีบหลับอยู่รึเปล่าแต่ยังไม่เจอตัวอีกคน ร่างสูงเดินตรงไปยังห้องครัวเพื่อดูว่าอีกคนทำอาหารอะไรไว้ให้แต่ก็พบเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งกับดอกไฮเดรนเยียวางไว้หนึ่งดอก หัวใจกำลังบีบรัดอย่างรุนแรงในใจกำลังภาวนาว่าขอให้เป็นเพียงกระดาษโน็ตเขียนบอกเอาไว้ว่าจะออกไปข้างนอกเดี๋ยวก็กลับมาเหมือนอย่างทุกครั้ง มือหนาค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน หัวใจของจุนฮเวกระตุกอย่างเจ็บปวดเมื่อเห็นข้อความสั้นๆที่เขียนด้วยลายมือของจินฮวาน...คนที่เขารักสุดหัวใจ

 

Thank you for everything

Take care yourself

Love you and Goodbye

 

ร่างสูงของจุนฮเววิ่งออกจากไปจากห้องทันทีมือนึงกำกระดาษโน็ตแผ่นนั้นไว้แน่น แน่นซะจนเล็บจิกเข้าเนื้อแต่มันก็ไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อยถ้าเทียบกับความเจ็บปวดภายในใจตอนนี้ อีกมือพยายามกดโทรหาอีกคนแต่ก็ได้ยินเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติ เขาออกวิ่งตามอีกคนอย่างกับคนบ้าในใจได้แต่ขอร้องต่อทุกสิ่งขอให้เจอร่างเล็กที่คุ้นตา ร่างเล็กที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดห้าปี ร่างเล็กที่เขาละเลยไม่ใส่ใจมาตลอดสองปีกว่าที่อยู่ด้วยกันมา แต่สุดท้ายก็พบแต่ความจริงที่ว่าจินฮวานนั้นได้จากเขาไปแล้ว...

 

จุนฮเวพาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของตัวเองกลับขึ้นมาบนห้องก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นดอกไฮเดรนเยียที่วางไว้อยู่บนโต๊ะ ฝ่ามืออันสั่นเทาหยิบดอกไม้ขึ้นมาอย่าทะนุถนอมแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา ริมฝีปากหนาของจุนฮเวที่จินฮวานชอบบอกว่าเหมือนเยลลี่กำลังขบเม้มเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ดังออกมาแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว เขาปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างออกมา ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องไห้ให้กับความโง่ของตัวเองที่ทำให้ตัวเองต้องเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป ยิ่งเห็นดอกไม้ที่อีกคนทิ้งไว้ให้ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจ

 

ดอกไฮเดรนเยียนั้นหมายถึง ดอกไม้แห่งหัวใจที่ด้านชา

แต่ก็มีอีกความหมายนึงก็คือ คำขอบคุณ

การที่จินฮวานทิ้งดอกไม้นี้ไว้ให้คงจะตัดพ้อและขอบคุณในเวลาเดียวกัน

 

หลังจากที่ไห้มาอย่างหนักร่างสูงก็พาตัวเองเดินเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตายืนมองดูแก้วที่ใส่แปรงสีฟันของทั้งคู่ไว้แต่ตอนนี้เหลือเพียงของเขาเพียงแค่ด้ามเดียว กระดาษโน็ตแผ่นเล็กสีสดใสมีลายมือที่คุ้นตาเขียนแปะไว้ตรงกระจก

 

‘ ยาสีฟัน สบู่ ยาสระผม ถ้าหมดในตู้ตรงห้องครัวมีสำรองเอาไว้นะ ’

 

จุนฮเวเดินตรงไปยังห้องครัวก็พบกับกระดาษโน็ตอีกแผ่นหนึ่งที่แปะเอาไว้ตรงตู้เย็น

 

‘ ถ้าหิวก็เวฟกินเอานะ ’

 

เมื่อเปิดตู้เย็นออกดูก็พบกับอาหารที่เป็นของโปรดของตัวเองทั้งหมดถูกเก็บใส่ไว้ในกล่องอย่างดี ขายาวก้าวเดินต่อไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็เจอกันกระดาษอีกแผ่นที่แปะเอาไว้ตรงตู้เสื้อผ้าที่ตอนนี้เหลือเพียงแค่เสื้อผ้าเขาเขาเพียงคนเดียว

 

‘ อย่าลืมซักผ้านะ ถ้าไม่มีเวลาเอาไปให้ร้านซักรีดข้างใต้คอนโดก็ได้ ’

 

เมื่อหันหลังไปก็เจอกับกระดาษโน็ตอีกแผ่นที่แปะอยู่ตรงโคมไฟหัวเตียง

 

‘ อย่าเอาแต่ทำงาน พักผ่อนบ้าง เป็นห่วงนะ ’          

 

และกระดาษโน็ตแผ่นสุดท้ายที่แปะไว้ตรงตุ๊กตาหมีที่วางอยู่บนเตียง

 

‘ ต้องยิ้มนะ ห้ามร้องไห้เข้าใจมั้ย นี่คือคำสั่ง ’

 

หลังจากอ่านกระดาษโน็ตแผ่นสุดท้ายจบจุนฮเวก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาถึงแม้ว่าอีกคนจะไม่อยู่แล้วแต่ก็ยังเป็นห่วงเขาซึ้งเขาไม่สมควรได้รับมันจากจินฮวานซะด้วยซ้ำ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาจะไม่ทำแบบนี้ แต่มันก็คงสายไปแล้ว มันไม่มีทางย้อนเวลากลับไปได้....

 


3 years later...

 


            ประเทศอิลาตีคือประเทศที่จุนฮเวเคยให้สัญญากับจินฮวานว่าจะมาเที่ยวด้วย แต่ตอนนี้มีเพียงร่างสูงของจุนฮเวที่กำลังเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆตามถนนที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนัก ถนนเส้นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกแกลลอรี่เสียมากกว่า ที่เขาเลือกมาเดินถนนเส้นนี้เพราะกำลังคิดถึงจินฮวานอย่างน้อยการที่ได้มาเดินในสภาพแวดล้อมแบบที่อีกคนชอบมันทำให้จุนฮเวรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่กับใครอีกคน ตอนนี้มันก็ผ่านมาสามปีแล้วแต่เขาไม่สามารถลืมจินฮวานได้เลย...ไม่เลยสักนิด เขายังคงรักจินฮวานอยู่และยังตามหาอีกคนอยู่ตลอด หลังจากวันนั้นเมื่อสามปีที่แล้วเขาก็พยายามติดต่อเพื่อนของจินฮวานเพื่อตามหาแต่ก็ถูกไล่ตะเพิดพร้อมกับถ้อยคำด่าทออีกมากมาย ตลอดสามปีมานี้เขาไม่เคยได้รับรู้ข่าวคราวของอีกคนเลยแม้แต่น้อย ในใจก็ยังคงภาวนาขอให้ได้เจอคนที่รักอีกครั้ง อยากจะเอ่ยขอโทษอีกคนคำที่เขาไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้พูดมันออกมา

 

nella memoria…ในความทรงจำอย่างงั้นหรอ ร่างสูงหยุดยืนอยู่หน้าแกลลอรี่แห่งหนึ่งและอ่านชื่อแกลลอรี่ที่เป็นภาษาอิตาลีซึ่งเขาพอรู้ภาอิตาลีอยู่บ้างเลยสามารถแปลออก เหมือนโดนอะไรบางอย่างดึงดูดให้ขาวยาวก้าวเข้าไปในแกลลอรี่จุนฮเวจัดการซื้อตั๋วเข้าชมก่อนจะเดินเข้าไปยังบริเวณที่จัดแสดงรูป ในแกลลอรี่มีคนเข้ามาชมอยู่ประมาณสิบกว่าคนรูปที่แสดงส่วนใหญ่จะเป็นพวกรูปวิวตามสถานที่ต่างๆและสิ่งของ จุนฮเวเดินดูภาพไปเรื่อยๆแต่ยิ่งพอยิ่งเดินเข้าไปลึกขึ้นเท่าไหร่ หัวใจเริ่มที่เต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้เพราะสถานที่และสิ่งของในรูปที่จัดแสดงนั้นเขาจำได้ขึ้นใจ รูปของแก้วกาแฟสีดำและสีขาวสองใบที่เขาเป็นคนไปเลือกซื้อกับจินฮวานตอนที่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันใหม่ๆ รูปของกระถางต้นไม้ตรงริมระเบียงที่ตอนนี้เขาก็ยังคอยเฝ้าดูแลอยู่ทุกวัน รูปของหน้าต่างที่มีผ้าม่านลายคุ้นตา และ รูปสุดท้ายถึงแม้ว่าจะเห็นเพียงเสี้ยวหน้า จุนฮเวก็รู้ว่าเป็นใบหน้าของตนเอง

 

จุนฮเวเริ่มรู้สึกหายใจติดขัด หัวใจเต้นเร็วและแรงจนน่ากลัว ความรู้สึกทุกอย่างตีกันมั่วไปหมดเมื่อเห็นร่างคุ้นตาที่กำลังยืนห่างออกไปไม่ไกลนัก ขายาวค่อยๆก้าวช้าๆเข้าไปหาอีกคน รู้สึกว่าแต่ละก้าวนั้นมันช่างหนักเสียเหลือเกิน ดูเหมือนว่าอีกคนจะรู้ตัวแล้วเลยหันมามองร่างสูงที่ตอนนี้มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตนเอง

 

พี่จินฮวาน

 

ไม่เจอกันนานเลยนะจุนฮเว จินฮวานเอ่ยทักทายอีกคนด้วยรอยยิ้มกว้างแบบที่ชอบยิ้มให้จุนฮเว รอยยิ้มที่เฝ้าคิดถึงตามตลอดสามปี...

 


-END-


     .

     .

     .

     .

     .


    สวัสดีค่า อ่านแล้วคุ้นๆก็ไม่ต้องงงไปนะคะ ฟิคนี้เป็นฟิคแปลงมาจากอีกคู่นึงที่เราเคยแต่งไว้ค่ะแล้วก็เราเคยลงเวอร์ชั่นนี้ไว้ในอีกบทความนึงซึ่งตอนนี้เราได้ย้ายฟิคทั้งหมดของไอค่อนมาลงในบทความนี้เป็นหลักแล้วนะคะ อ่านแล้วชอบช่วยกดให้กำลังใจกับคอมเม้นให้ไรท์ด้วยน้าาาาา

#สนดiKON 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #2 Paiz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 23:15
    เป็นการบรรยายที่เจ็บปวดแต่งดงามมากๆค่ะไรท์ เราชอบมากๆอ่ะ //ไรท์อย่าลืมตรวจชื่อตัวละครนะคะเราเห็นว่ามีชื่อตัวละครเดิมติดมานิดนึง สู้ๆค่ะไรท์
    #2
    0