แพ้คุณ (BL)

ตอนที่ 11 : แพ้ครั้งที่ 9 แพ้คำพูด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,082
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 203 ครั้ง
    23 เม.ย. 61


Cha Part


            “ผิง เฮียยืมระเบียง”


            ข้อมือของผมถูกมือหนาลากออกไปอย่างรุนแรง แรงบีบที่ข้อมือทำให้ผิวของผมแดงขึ้นมาเป็นรอยและแน่นอนว่าผมก็ไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะขัดขืนเจ้าของแรงนั้นด้วยเช่นกัน แต่ถึงผมมีแรงเพียงพอที่จะขัดขืนก็เถอะ ตอนนี้ใจผมมันก็ไม่มีแรงพอที่จะสั่งให้ร่างกายตัวเองขัดขืนหรอกครับ



            ...ในเมื่อใจผมมันเหนื่อย เหนื่อยเต็มที่แล้ว...



            เกมจ้องตาที่แสนอึดอัดลากยาวอยู่นาน ตลอดระยะเวลาที่พี่เขาเดิมเข้ามาจนถึงตอนนี้เกมนั้นดันมาดำเนินต่อที่ระเบียงชวนให้อึดอัดอีก เจ้าของร่างสูงในเสื้อฮาวายจุดบุหรี่ขึ้นสูบอัดเข้าปอดเต็มที่แล้วค่อยพ่นออกมาแรงๆ ตาคมๆจ้องเข้ามาในแววตาผมด้วยสายตากรุ่นโกรธ


            “จะพูดได้ยัง”


            ผมแค่นหัวเราะในใจกับเสียงห้วนแข็งที่ตวัดมาหาผมอย่างคนเอาแต่ใจ ความรู้สึกที่ฉายฉัดอยู่ตอนนี้คือความเจ็บบริเวณริมฝีปากที่โดนตัวผมเองกัดเม้มจนเลือดซึมและผมก็ยังคงกัดอยู่อย่างนั้นไม่คิดที่จะคลายออกแต่อย่างใด


            “มีอะไร มึงเป็นอะไร”


            ...แล้วพี่รู้อะไรบ้าง


            “รู้สึกอะไรก็พูดกับกูดิหว่ะ”


            ...นั่นสิ่ผมรู้สึกอะไร ผมยังไม่รู้เลย


            ...มันชาจนผมไม่รู้สึกอะไรซะแล้วสิ่


            “มึงอย่าเงียบ มึงพูดดิ่”


            ...แล้วจะให้ผมพูดอะไรหล่ะ


            “สามเดือนแล้วนะ”


            ...ใช่ สามเดือนแล้ว


            “สามเดือนแล้วนะที่มึงทิ้งกู โดยที่กูไม่รู้เหี้ยอะไรเลย”


             ...ผมหรอ ผมอีกแล้วสินะ ผมที่เป็นคนทิ้งสินะ ผมผิดอีกแล้วสินะ


            “แม่งเอ้ย!!!” ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อคนตรงหน้าต่อยกำแพงอย่างแรงจนเลือดไหลออกมาตามไรมือ แล้วเขาก็หันกลับมามองผมอีกครั้ง


            ร่างหนาทรุดลงไปนั่งกับพื้น หลังพิงกำแพงที่เขาพึ่งต่อยจนเลือดอาบแต่ตาของเขาก็ยังไม่ละสายตาจากผมแม้สักนิดเดียว ตาของเขาที่เคยเป็นประกาย ที่เคยเต็มไปด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธมันเปลี่ยนไป ผมไม่แน่ใจว่าในตานั้นมันคือความรู้สึกอะไร มันจะเรียกได้ไหมว่านั่นคือแววตาของคนที่...เจ็บปวด


            “ชา พี่ขอร้อง พูดกับพี่เถอะ”


            “ด่าพี่เถอะ ด่าพี่ว่าพี่เลว พี่เหี้ย อะไรก็ได้ ด่าพี่มาเถอะ”


            “แต่อย่าร้องไห้โดยที่พี่ไม่รู้อะไรเลยอย่างนี้ได้ไหม พี่ขอร้อง”


            ผมหรอ ผมร้องไห้หรอ ผมยกนิ้วขึ้นมาปาดตรงหางตาของตัวเองตามคำที่พี่เขาพูดและก็พบกับน้ำตาจริงๆด้วย ผมไม่รู้สักนิดว่าผมร้องไห้อยู่


            “ให้ผมพูดอะไร”



            ผมพูดออกไปสั้นๆเบาๆแต่พี่เขาก็ยังได้ยิน ร่างที่ทรุดอยู่กับพื้นรีบเขยิบเข้ามาหาผมและเอามือที่เต็มไปด้วยเลือดของเขามากุมมือผมเอาไว้ซึ่งผมก็ยอมปล่อยให้เขากุมแต่โดยดีไม่ได้สะบัดทิ้งอะไร


            ผมไม่ได้อยากปล่อยให้พี่เขากุมมือของผมอย่างนี้เท่าไหร่เพราะตอนนี้สถานะของเรามันก็ยังไม่ได้ดี ความสัมพันธ์ตอนนี้ก็กำลังทะเลาะกันอยู่ แต่ผมก็ไม่สามารถเอามือออกจากการเกาะกุมของเขาได้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการกุมเบาๆก็ตาม แต่ความรู้สึกของผมกลับเรียกร้องมันจนไม่อยากที่จะเอามือของตัวเองออกมา


            ...จริงๆผมอาจจะแค่กลัวแผลพี่เขาเจ็บหนักกว่าเดิมถ้าผมเอามือออกหละมั้ง


            “พูดอะไรก็ได้ครับ แค่พูดกับพี่นะ นะครับ”


            ...เห้อ แล้วผมควรพูดอะไรหล่ะ ควรเริ่มจากตรงไหน


            “พี่พาย เลิกยุ่งกับผมนะครับ”


            ...ผมว่า อันนี้ก็ชัดเจนดีนะ


            ...ดีสำหรับเขา และดีสำหรับผมด้วย จริงๆ


            “ทำไม ทำไมพูดแบบนี้” อารมณ์ที่เหมือนจะมอดลงของพี่เขาดูจะเข้มขึ้นมาอีกครั้งตามน้ำเสียงที่แสดงออกมา


            “มันเป็นใคร” พี่เขาพูดต่อ


            “ใครครับ?”


            “มีคนอื่นใช่ไหม บอกมามันเป็นใคร มันดีกว่าพี่ยังไง กูจะไปกระทืบมัน” และแล้วคนตรงหน้าก็เดือดขึ้นมาอีกครั้ง ใช่ครับ เขาก็เป็นคนอย่างนี้แหละอารมณ์รุนแรง เอาแต่ใจ คิดแต่สิ่งที่ตนเองอยากคิดและสนใจ แต่มันก็เท่านั้นแหละครับ


            “อ่อ ไอ้นั้นใช่ปะ สรุปที่กุเห็นวันนี้มันจริงใช่ปะ มึงไปชอบมันจริงๆใช่ไหม” พอพี่เขาพูดถึงตรงนี้อารมณ์ที่สงบลงของผมก็ทำท่าจะไม่สงบอีกครั้ง ความรู้สึกทั้งหมดที่พึ่งจะเก็บลงไปได้ก็เริ่มที่จะพุ่งขึ้นมาให้รู้สึกแย่


            “พี่เลิกโทษคนอื่นเหอะ” เขามองผมด้วยสายตากรุ่นโกรธและผมก็มองกลับ ผมไม่เข้าใจว่าเขาเอาสิทธิอะไรมาโกรธผมนักหนา แต่ถ้าเขาโกรธผมได้ ผมก็โกรธเขาได้เช่นเดียวกัน สักพักแววตาของพี่เขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้งมันดูเป็นความสับสน ไม่เข้าใจ น้อยใจ ปะปนกันไปหมด


            “แต่เราเป็นแฟนกัน”


            ...อ่อใช่ เป็นแฟนกันนี่เอง ผมก็คิดว่าเขาลืมไปแล้วเสียอีก


            “งั้นเราเลิ....อุ้บ!!!!


            ตาผมเบิกกว้างและเห็นอะไรไม่ชัดมากไปกว่าดวงตาของอีกคนที่ยังจ้องกันอย่างไม่ลดละแต่อยู่ใกล้จนเหมือนผมถูกดูดเข้าไปในดวงตานั้น ผมรีบหลับตาหนีดวงตาร้อนๆคู่นั้นและพยายามที่จะเขยิบหนีออกมาแต่ถึงผมจะหนีจากดวงตาคู่ร้อนนั้นได้ผมกลับหนีจากริมฝีปากที่ร้อนยิ่งกว่าที่จู่โจมมาอย่างไม่ลดละไม่ได้



            “คิดจะพูดอะไร” พี่เขาพูดกับผมเสียงแผ่วทั้งๆที่หน้าเรียบเนียนยังไม่ได้ขยับออกไปไหน ผมพยายามที่จะผลักเขาออกแต่ร่างที่หนากว่าก็ดูจะไม่สะทกสะท้าน



            “โกง”

            “พูดไม่คิดก็ต้องถูกทำโทษ”


            ผมฮึดแรงที่มีทั้งหมดดันพี่เขาออกไปจนได้ ใช่ครับ พี่พายเป็นคนเจ้าอารมณ์มากอย่างที่ผมบอกไปแต่ผมเนี่ยดันต้องมาหน้าแดงกับอารมณ์ของเขาแทบทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกระทำที่พึ่งเกิดขึ้นหรือประโยคเมื่อสักครู่ที่เขาใช้น้ำเสียงหยาบๆพูด


            “พี่ไม่มีสิทธิ เราเลิกกันอยู่” ดูเขาจะไม่ชอบใจกับคำพูดของผมเท่าไหร่ หน้าหล่อเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง


            “เราไม่ได้เลิกกัน เราแค่ห่างกัน”


            จากระยะเวลาที่ผ่านมามันก็ถูกอย่างที่เขาว่านั่นแหละครับ เพราะเราไม่เคยพูดออกมาว่าเราเลิกกันแต่การกระทำทั้งหมด ระยะห่างที่มีมันทำให้ผมเองที่แสนมั่นใจว่าเราคงไม่มีวันเลิกกัน ยังแทบจะยอมรับเสียแล้วว่าเรื่องของเรามันจบลงไปแล้ว


            “ทำให้มันชัดเจนเสียทีเหอะ ผมเหนื่อย” ผมมองหน้าพี่เขานิ่ง และพี่เขาก็มองกลับมานิ่งๆเหมือนกัน เรามองหน้ากันอย่างนั้นอยู่สักพักจนเขาถอนหายใจออกมาแล้วดึงผมให้นั่งลงกับพื้น


            “คุยกันก่อนไหม”


            ผมลังเลสักพักกับสิ่งที่พี่เขาพูดออกมาเขาดูมีสติมากกว่าคนที่ผมรู้จักที่เอาแต่ใช้อารมณ์ แต่ถ้าถามว่าจะให้คุยกันไหมผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าการคุยกันจะช่วยอะไรได้ไหมในเมื่อที่ผ่านมาคนที่คอยรับฟังก็มีแต่ผมเพียงคนเดียว แต่ที่สุดแล้วผมก็ยอมพยักหน้าตอบกลับไป


            “เอาไงดีวะ คือพี่ก็พูดไม่เก่ง แม่งเอ้ย ชาก็พูดไม่เก่งใช่ปะ แต่ถ้าพี่ขอให้ชาพูดก่อนจะได้ปะ” ผมว่าพี่เขาดูงุ่นง่านจัง


            “ผมเริ่มก็ได้”



            เห้อ

            ….มันควรเริ่มจากตรงไหนดีหล่ะ

 



3 เดือนก่อน


            วันอาทิตย์ถือเป็นหนึ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่หลายคนรอคอยและผมเองก็เช่นเดียวกัน เพราะงานอดิเรกของผมในวันอย่างนี้คือการที่ได้มาทำกิจกรรมกับน้องๆที่พิการทางสติปัญญาฟังที่ศูนย์หนึ่งที่ครอบครัวผมมักจะให้ทุนเป็นประจำ มันดูเป็นกิจกรรมที่น่าเบื่อสำหรับใครหลายๆคนใช่ไหมครับแต่สำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก เพราะผมเป็นคนมีเพื่อนน้อย พูดก็ไม่ค่อยเก่ง การที่ได้มาทำกิจกรรมอย่างนี้มันทำให้ผมรู้สึกมีตัวตนและมีคุณค่ามากๆ แถมน้องๆก็น่ารักมากด้วย


            “เอาหล่ะครับๆ เด็กๆวันนี้เราจะมาเล่นปั้นดินกัน ไหนใครสนใจบ้าง”


            น้องบางคนก็ยกมือตามผมที่ยกมือขึ้นแต่น้องบางคนก็นั่งมองผมตาปริบๆ รวมถึงมีบางคนส่งเสียงโวยวายเห็นด้วยขึ้นมาอย่างดัง ซึ่งผมก็ตีความเองแหละครับว่าน้องเขาเห็นด้วยเพราะอารมณ์ความรู้สึกที่แสดงออกมามันคือความดีใจนี่นา


            “งั้นพี่แจกนี่ให้คนละก้อนนะ”


            ผมหยิบก้อนดินเหนียวที่เตรียมขึ้นมาไว้เป็นก้อนกลมๆขนาดเหมาะมือแจกจ่ายให้เด็กๆแต่ละคน ซึ่งก้อนดินที่ผมเตรียมเอาไว้เป็นก้อนดินที่ผมนวดมาอย่างดีให้นิ่มเหมาะให้เด็กๆได้เล่นอย่างง่ายๆ ผมเดินแจกจนเด็กๆทุกคนมีก้อนดินอยู่ในมือและคลาสที่ผมรับผิดชอบก็เริ่มขึ้น


            การให้เด็กที่มีภาวะทางปัญญาได้เล่นกับก้อนดิน ได้ทำกิจกรรมปั้นและเห็นหลายๆคนพยายามที่จะช่วยกันมันทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาทักษะหลากหลายอย่างในตัวของพวกเขาเองได้ ทั้งการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ การแสดงออกของอารมณ์ ความรู้สึก แถมยังได้เข้าสังคมกับเพื่อนๆเองอีกด้วย


            ผมนั่งปั้นดินเล่นอยู่กับเด็กๆและคอยเชื่อมโยงจินตนาการของพวกเขากับก้อนดินในมือ ช่วยเหลือเท่าที่เขาต้องการและอยากให้ผมช่วย ผมมีความสุขมากเลยครับที่ได้เห็นความตั้งอกตั้งใจของเด็กๆแต่ละคน แต่ดูเหมือนว่าความสุขของผมจะถูกขัดเสียแล้วเมื่อโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงต้องให้ผมหยิบขึ้นมามองและพบว่าเบอร์ที่ถูกบังคับให้เมมไว้ด้วยรูปหัวใจหนึ่งตัวกำลังโทรเข้ามา ผมอมยิ้มนิดๆก่อนจะสไลด์โทรศัพท์รับสาย


            “ครับพี่พาย”


            (ทำไรอยู่ ทำไมรับช้า)


            ผมขมวดคิ้วนิดๆกับประโยคคำถามนั้น จริงๆพี่พายก็น่าจะร็อยู่แล้วว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์และกิจวัตวันอาทิตย์ของผมทุกๆครั้งก็เหมือนเดิม จนบางทีผมก็เริ่มคิดเสียแล้วว่าพี่เขาลืมหรือไม่ค่อยใส่ใจกันแน่


            “ผมอยู่กับน้องๆไงครับ”


            (เหอะ ไม่ใช่อยู่กับคนอื่นรึไง)


            “อะไรของพี่”


            (ไปดูในไลน์)


            ผมดึงโทรศัพท์ออกจากหูแล้วกดเข้าแอพลิเคชั่นสีเขียวที่แจ้งเตือนว่าคนในสายพึ่งส่งรูปอะไรสักอย่างเข้ามา เมื่อผมกดเข้าไปดูจึงพบว่าเป็นรูปภาพของผมที่กำลังถูกพี่เดือนเดินกอดคออยู่ในห้าง ซึ่งมันเป็นรูปเมื่อสองวันที่แล้ว


            (เงียบดิ่ สรุปอยู่กับใคร)


            “อยู่กับน้องๆครับ” ผมถอนหายใจและตอบกลับไปนิ่งๆ ผมไม่ได้สนใจว่าใครเป็นคนส่งรูปนี้ให้พี่เขาแต่ที่ผมสนใจมากกว่าคือทำไมเขาถึงเลือกที่จะเชื่อคนอื่นมากกว่าผมเนี่ยแหละ


            (อย่าโกหก)


            “เห้อ ถ้าพี่จะโทรมาแบบนี้งั้นผมวางนะครับ”


            (เดี๋ยวๆ อย่าหนีดิ่วะ แล้วในภาพมันเป็นใคร)


            “พี่เขาชื่อเดือนครับ อยู่ปีเดียวกับพี่นั่นแหละ เป็นพี่โรงเรียน เท่านี้นะครับ”


            ผมเตรียมจะกดวางสายนอีกรอบแต่เสียงตะโกนจากคนในสายทำให้ผมต้องงยกโทรศัพท์ขึ้นมาประกบกับหูอีกครั้ง


            “ครับ”


            (แล้วสรุปไปอยู่กับมันได้ไง)


            “สองวันก่อน ผมบอกพี่ว่ากินเลี้ยงโรงเรียนไง” ผมชักฉุนทำให้เสียงของผมติดจะห้วนขึ้นมานิดๆและท่าทางปลายสายก็จะรู้สึกได้เช่นกัน ทำให้เสียงของเขาดูจะเบาลงไปได้บ้าง


            (เออๆ มากินข้าวสยามกัน)


            ผมว่าสักวันถ้าผมว่างๆผมจะพาพี่เขาไปตรวจสภาวะอารมณ์หน่อย ตั้งแต่ที่ผมคบกับเขามาเกือบปีมันทำให้ผมได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็วแค่ไหน


            “ผมติดสอนเด็กๆอยู่”


            (ฝากใครไว้ไม่ได้หรอ นะ ไม่เจอกันตั้งนานแล้วเนี่ย)


            “อาทิตย์เดียวเนี่ยนะ”


            (โคตรนานเลยเถอะ)


            (นะ นะครับ)


            “เห้อ ครับๆ ครึ่งชั่วโมง”


            (ได้เลยครับผม)



            แล้วสุดท้ายเขาก็เป็นคนกดตัดสายไป ผมได้แต่ถอนหายใจและมองเด็กๆที่กำลังปั้นดินกันอย่างเมามันส์ จริงๆแล้วผมก็แอบอิจฉาน้องๆเขานะครับถ้าผมสามารถย้อนเวลาได้ผมอยากจะย้อนเวลาและหยุดตัวเองให้อยู่แค่ตอนที่ผมยังเป็นเด็กและขอเลือกไม่โตอีกเลย เพราะยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งเจอเรื่องที่ยุ่งยาก และยิ่งเจอกับคนที่ยุ่งยากด้วยเช่นกัน


            “เด็กๆครับ ปั้นดินกันไปก่อนนะ”


            ผมบอกน้องๆแต่ก็ไม่มีใครหันมาสนใจผมสักคน แต่ละคนยังคงตั้งสมาธิอยู่กับดินในมือ แต่เมื่อผมกวาดสายตาดูไปรอบๆก็พบว่ายังเรียบร้อยดีผมจึงเดินออกมา เพื่อตรงไปหาคนที่พอจะช่วยเหลือผมได้


            “พี่ปาล์มครับ เดี๋ยวผมต้องไปธุระ ฝากพี่ดูน้องๆต่อได้ไหมครับ”


            พี่ปาล์มคือหนึ่งในคนที่ผมเจอประจำในสถานที่แห่งนี้ เขาเป็นรุ่นพี่ผมที่มหาวิทยาลัยแต่ผมรู้จักกับเขามานานมากแล้วเพราะการเจอกันบ่อยครั้งเมื่อมาสอนเด็กๆ พี่ปาล์มเป็นผู้ชายตัวสูงที่มีบรรยากาศนุ่มๆดูสะอาดแผ่ออกมาจากตัวเขาตลอดเวลา


            “ได้ๆ เดี๋ยวพี่ดูต่อเอง”


                พี่เขาหันมายิ้มให้ผมบางๆผมจึงยกมือไหว้ขอบคุณเขาและคว้ากระเป๋าออกมาจากศูนย์ทันที เดินออกมาไม่นานก็ถึงรถไฟฟ้าผมจึงกดบัตรและมุ่งหน้าไปยังสยามตามสถานที่นัดหมายระหว่างผมกับแฟน


            เมื่อผมมาถึงผมเดินเข้าห้างชื่อดังที่อยู่ตืดกับสถานีที่ๆผมมาเยือนเป็นประจำและถ้าถามว่าผมรู้ได้ยังไงว่าคนที่เขานัดผมจะอยู่ในห้างแทนที่จะอยู่อีกฝั่งผมก็สามารถตอบได้ง่ายๆเลยว่าคนขี้ร้อนอย่างเขาไม่มีทางที่จะไปนัดผมอีกฝั่งแน่


            ผมกดโทรศัพท์หาพี่พายแต่อีกฝ่ายกลับไม่รับผมจึงคาดเดาว่าเขาน่าจะกกำลังขับรถมาอยู่ทำให้ผมตัดสินใจหาสถานที่ใหม่ในการรอ คือการที่เดินไปดูหนังสือในร้านขนาดใหญ่ประจำห้างแทน ตอนนี้ผมกำลลังสนใจเรื่องการทำอาชาบำบัดสำหรับเด็กที่มีภาวะทางสติปัญญามากผมจึงอยากหาหนังสือที่เกี่ยวข้องลองมาอ่านดู ถ้ามันน่าสนใจและได้ผลจริงๆผมคิดว่าแม่ของผมจะต้องเห็นด้วยและขยายโอกาสอะไรอีกหลายอย่างให้เกิดขึ้นได้แน่นอน


            สายตาของผมไล่ดูชั้นหนังสือที่มีแต่ภาษาอังกฤษไปเรื่อยๆแต่ละเล่มดูน่าสนใจไม่น้อยแต่เมื่อผมหยิบมาเปิดอ่านกลับพบว่าภายในมีศัพท์เฉพาะทางค่อนข้างสูงที่บางประโยคผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ หรือผมควรที่จะปรึกษาใครสักคนที่น่าจะพอรู้เรื่องนี้บ้างดีนะ


            แต่แล้วการหาหนังสือของผมก็ต้องหยุดลงเมื่อสายตาของผมเหลือบไปเห็นคนคู่หนึ่งที่ยืนคุยกันอยู่หน้าร้าน ผู้ชายที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีเพราะเขาเป็นคนที่ผมกำลังยืนรออยู่กับอีกหนึ่งคนคือผู้ชายรูปร่างเล็กที่ดูๆแล้วก็เรียกได้ว่าคนๆนี้เหมาะกับคำว่าน่ารักมากกว่าหล่ออย่างแน่นอน


            ผมวางหนังสือที่ถืออยู่ลงบนชั้นและกำลังจะเดินตรงเข้าไปหาคนที่นัดผมมาแต่ผมก็ต้องชะงักเมื่อร่างของคนตัวเล็กกว่ายื่นหน้าเข้าไปเอาปากแตะปากกับพี่พายอย่างเร็วๆ และแฟนของผม ใช่ครับ แฟนของผมก็ยิ้มตอบเขาก่อนที่ทั้งคู่จะจับมือกันและแยกออกจากกัน


            ผมที่เห็นทั้งคู่แยกออกจากกันแล้วจึงเดินตรงเข้าไปด้วยใบหน้านิ่งเฉยปกติที่ผมทำอยู่ประจำ เมื่อเขาเห็นผมก็หันมายิ้มราวกับว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้นก่อนหน้า


            “ไปหาเด็กๆมาจริงด้วย ดูดิ่มือยังเปรอะดินอยู่เลยเนี่ย”


            พี่เขาจับมือผมพลิกไปพลิกมาแล้วลูบเอาเศษดินที่ติดอยู่บริเวณเล็บออกให้ หน้าหล่อๆยิ้มให้ผมจนตาหยี ผมจึงยิ้มตอบกลับไปบางๆ


            “พี่มาถึงนานยัง”


            “พึ่งถึงเอง ที่รักอยากกินอะไรครับ” ผมยิ้มแกนๆให้กับคำเรียกที่ออกมาจากปากเพราะไม่รู้ว่าคำนี้ถูกเอาไปใช้กับใครบ้างรึเปล่า ถ้าเป็นปกติผมคงเขินพี่เขาไปแล้วแต่ตอนนี้ผมกำลังรู้สึกอย่างอื่นเนี่ยสิ


            “แล้วแต่พี่ละกัน แล้วนี่มาคนเดียวหรอครับ” พี่เขาหันมามองหน้าผมงงๆแต่ผมคาดหวังให้พี่เขาพูดเรื่องเมื้อกี้ออกมานะ


            “แล้วจะให้พี่มากับใคร งั้นซูชินะอยากกินหว่ะ”


     ผมพยักหน้าตอบและเดินตามแรงลากไปยังร้านประจำที่พี่เขาชอบกิน เมื่อเข้ามาในร้านพนักงานก็ยื่นเมนูให้ปกติผมจึงรับมาเปิดๆดูทั้งที่ใจของผมก็ยังไม่นิ่งเท่าไหร่ ผมเป็นคนอย่างนี้แหละครับการกระทำของผมกับความรู้สึกของผมมักจะแสดงออกสวนทางกันเสมอ ผมเป็นคนเก็บอารมณ์เก่งใครๆก็บอกอย่างนั้น และถ้ามันไม่ถึงที่สุดจริงๆผมก็จะไม่บีบให้คนที่ไม่อยากพูด พูดออกมา


            “ว๊าย พี่พายคะ ไม่คิดว่าจะเจอ”


            ผมเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงแหลมๆที่ถูกดัดอย่างมีจริตจึงพบกับสาวเจ้าที่พกอะไรมาหลายอย่างรวมถึงหน้าอกที่พกมาอย่างที่ว่าถ้านับเป็นทรัพย์สินเธอคงเป็นมหาเศรษฐีได้ง่ายๆ


            “อ่าวน้องเฌอ”


            “แหม อยากกินซูชิอีกแล้วหรอคะ เฌอก็อยากกิน กินทีไรนึกถึงพี่พายทุกทีเลย”


            ผมแอบยิ้มขืนๆให้กับบทสนทนาดังกล่าวแต่ไม่มีใครสังเกตเห็นหรอกครับเพราะการยิ้มของผมมันก็เป็นแค่การกระตุกมุมปากนิดๆเท่านั้นหรืออันที่จริงตอนนี้ผมเริ่มที่จะกำลังคิดอล้วว่าไม่มีใครเห็นว่าผมเป็นแฟนของพี่เขา หรือแม้แต่ตัวพี่เขาเองก็อาจจะไม่เห็นผมด้วยซ้ำมั้ง


            “ใช่ครับพี่กำลังอยากกินเลย”


            “ยังไงเฌอขอนั่งด้วยนะคะ นะคะ?”


            ท้ายประโยคเหมือนเธอจะย้ำคำถามมาสองครั้ง ครั้งแรกคือถามผู้ชชายที่เธอกำลังคุยด้วยและอีกครั้งคือหันมาถามผมที่นั่งอยู่ก่อน ผมจึงพยักหน้ารับส่งๆไปเป็นการอนุญาต ผมก้มมองเมนูในมือต่อและไม่สนใจเสียงงุ้งงิ้งของสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอีก


            ผมหยิบมือถือที่สั่นแจ้งข้อความเข้าขึ้นมาดู ซึ่งพบว่ามันมาจากแชทในเฟสบุ๊คจากใครก็ไม่รู้ที่ผไม่ได้เป็นเฟรนกับผม คนๆนั้นส่งรูปภาพมารูปหนึ่ง รูปที่ผู้ชายคนนึงกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงกับรอยแดงบริเวณคอและไหล่หลายจุด ผมเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่วันนี้เลือกใส่เสสื้อสีดำปิดคอแทนที่เสื้อฮาวายที่ใส่ประจำ อืม ผมคงไม่ต้องเดาเลยสินะว่ามันเกิดจากอะไร


            ผมก้มหน้าลงอีกครั้งเพื่อกดเข้าไปดูเฟสของคนที่ส่งมาและพบว่าเป็นหน้าของผู้ชายที่พึ่งแยกออกไปเมื่อสักครู่ก่อนที่ผมจะเจอกับพี่พาย



            ถึงตรงนี้ ผมควรที่จะพูดอะไรออกไปดีนะ


            “ชา ชาๆ สั่งอาหารเร็ว” ผมเงยหน้ามองคนที่เรียกผมและพบว่าร่างของหญิงสาวที่เคยนั่งอยู่ข้างเขาได้หายไปเสียแล้ว


            “ไปไหนแล้วหล่ะครับ” พี่เขามองหน้าผมงงๆก่อนจะร้องอ่อขึ้นมาอย่างนึกออก


            “พี่ไล่ไปละ ใครจะให้คนมาขัดจังหวะเวลาอยู่กับแฟนได้หล่ะ จริงป่าว”


            ผมพยักหน้ารับนิดๆและหันไปบอกพี่พนักงานว่าเดี๋ยวเรียกอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงก็ตามผมคิดว่าตอนนี้ผมไม่สามารถทานอะไรเข้าไปได้ลงแล้ว และไม่อยากแม้แต่จะคิดเรื่องเมนูอาหารหรือเรื่องอะไรอีก


“พี่พาย”


“ฮะ ทำไมไม่สั่งอาหารเลยเนี่ย พี่หิวจะแย่อยู่ละ”



“ผมกำลังคิดว่าผมอยากเลิกกับพี่”






 

“พอแล้ว พี่ไม่อยากได้ยินคำนั้นอีก”


มือหนาๆยกขึ้นมาปิดปากของผมที่กำลังเล่าความจริง ความรู้สึกที่ผมรู้สึกมาตลอดในเหตุการณ์ครั้งนั้น ผมขยับเอามือจากพี่เขาออกจากปาก


“ถ้าอย่างนั้นก็จบเลยนะครับ”


“เดี๋ยวๆ โถ่เว้ย รู้นะว่าคำว่าจบของชาหมายความว่ายังไง พี่ไม่อยากได้ยินคำว่าเลิกอีก พี่ไม่เลิกแต่พี่อยากฟังชาพูดชาเล่าอย่างงอื่นเรื่อยๆ”


ผมพยักหน้าให้พี่เขาพูดต่อเขาดูงุ่นง่านมากขึ้นไปอีกและเริ่มหยิบบุหรี่มาอัดเข้าปอดไปอีกตัว กลิ่นบุหรี่ลอยอวลไปในอากาศส่วนผมก็นิ่งเอาหลังงพิงกำแพงเพื่อที่จะรอให้พี่เขาพูดต่อ


“ไม่เลิกนะ นะพี่ขอร้อง ทำไมชาไม่เล่าให้พี่ฟังตั้งแต่ตอนนั้น”


“ผมไม่เห็นประโยชน์” ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมครับว่าถ้าไม่ถึงที่สุดผมก็ไม่มีทางพูดออกมา และตอนนี้ที่ผมพูดเพราะผมคิดว่ามันถึงที่สุดแล้วและยิ่งมารวมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้อีกผมเหนื่อยที่จะต้องอยู่กับความรู้สึกอย่างนี้แล้ว


                .

                .




“ถ้าชาบอกพี่มาตั้งแต่ต้น มันจะมีประโยชน์”   




.................................................................................................................................................................

กลับมาแล้วค้าบบบ (ขอแอบหลบของที่แต่ละท่านปามา) ขอโทษจริงๆครับที่หายไปอย่างเนิ่นนาน ต่อไปนี้่จะกลับมาอัพเรื่อยๆนะครับ วันนี้ขอทดแทนด้วยคู่คนปากหนักกับคนเจ้าอารมณ์ก่อน อ่านอตนนี้ก็จะงงกับอารมณ์ของพี่พายเค้าหน่อยแหละ ขอบคุณที่ยังติดตามกันนะครับ


ตอนหน้าเราจะมาฟังเรื่องจากปากของคนเจ้าอารมณ์กันบ้างง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 203 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

309 ความคิดเห็น

  1. #222 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 04:17
    ยังรออยู่เด้อ พี่พายใจเย็นๆหน่อย น้องชากลัวไปหมดแล้ว
    #222
    0
  2. #212 You Yoshino (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 21:16
    ค้าง....กระซิกๆๆT^T
    #212
    1
    • #212-1 snowday(จากตอนที่ 11)
      7 มิถุนายน 2561 / 21:19
      เสาอาทิตนี้นะคับ
      #212-1
  3. #211 Bks Bongkiz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 08:19
    ค้างค่าาาาา
    #211
    1
    • #211-1 snowday(จากตอนที่ 11)
      7 มิถุนายน 2561 / 21:19
      เสาอาทิตนี้นะครับ
      #211-1
  4. #209 sirichomdonyai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 15:51
    งืมมมมมเพิ่งเจอเรื่องนี้55555555
    เขียนดีมากเลย ยังไงก้อย่าทิ้งเรื่องนี้น้าาาาา
    #209
    1
    • #209-1 snowday(จากตอนที่ 11)
      1 มิถุนายน 2561 / 15:52
      ไม่ทิ้งนะครับ เดี๋ยวมาอัพทีเดียวหลายๆตอนเลย ขอโทดจริงๆครับช่วงนี้ไรท์ยุ่งมากจริงๆ ขอโทษครับ
      #209-1
  5. #207 sky=yim (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 14:56
    อ่าาาา จบตอนแบบนี้ ค้างมากค่ะ 555
    รอนะคะ เพิ่งได้อ่านเรื่องนี้ ชอบค่ะ รอติดตามๆ ^^v
    #207
    1
    • #207-1 snowday(จากตอนที่ 11)
      15 พฤษภาคม 2561 / 19:16
      ขอโทดที่ให้รอนะคับ เดี๋ยวกลับมาต่อแล้วนา ขอโทดนะๆๆ
      #207-1
  6. #206 ttni♡ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 13:13
    รอจ้าาา
    #206
    1
    • #206-1 snowday(จากตอนที่ 11)
      15 พฤษภาคม 2561 / 19:16
      ขอโทดที่ให้รอน้า เดี๋ยวจะกลับมาแล้วค้าบ
      #206-1
  7. #201 China_97 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 18:42
    ไรท์ค้างอ่าาาาาาาาา
    #201
    1
    • #201-1 snowday(จากตอนที่ 11)
      7 พฤษภาคม 2561 / 09:27
      ไม่เกินสามวันนะงับ สัญญาา
      #201-1
  8. #198 รติพุฒิ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 22:01
    อยากอ่านต่ออ
    #198
    1
    • #198-1 snowday(จากตอนที่ 11)
      7 พฤษภาคม 2561 / 09:26
      แปปนึงน้าา
      #198-1
  9. #197 Realaommii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 14:12
    ค้างงงง อยากอ่านต่อแน้วววคูมไรท์
    #197
    1
    • #197-1 snowday(จากตอนที่ 11)
      29 เมษายน 2561 / 16:02
      เดี๋ยวมาต่อนะค้าบบบบบบบ
      #197-1
  10. #194 Annie03 엑소 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 17:06
    ค้างไปอีก
    #194
    1
    • #194-1 snowday(จากตอนที่ 11)
      29 เมษายน 2561 / 16:01
      รอหน่อยน้า
      #194-1
  11. #191 ricky_blue (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 19:04
    ค้างงงมากกกก ถ้าเหตุผลไม่ดีพอก็เลิกเถอะชา
    #191
    1
    • #191-1 snowday(จากตอนที่ 11)
      29 เมษายน 2561 / 16:01
      เดีทยวมาต่อน้าา
      #191-1
  12. #189 ++Milady++ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 02:12
    โอ้ ตัดจบได้ค้างคา
    ลงแดงมั่กๆ><
    #189
    1
  13. #188 ตะยอนนนน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 23:42
    แงสงสารชาา
    #188
    1
  14. #186 mamieweiei (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 18:37
    รอฟังอีกฝั่งค่าาา
    #186
    1
  15. #185 kimmykk2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 14:27
    สงสารชาแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เคลียร์ให้จบๆตั้งแต่ตอนนั้นเลยง่ะ เก็บไว้มันค้างคาาาาา
    #185
    1
  16. #184 Chrysola (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 14:24
    น้องชา เลิกเลยลูก ผู้ชายตอแหล เอาไปทั่ว ไม่ต้องเอามาทำพันธุ์ เทค่ะเท!!
    #184
    1
  17. #183 < K _ A _ W > (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 12:34
    ชาอย่าไปยอมง่ายๆนะลูก ให้อิเฮียมันง้อให้ตายไปเลยยย
    #183
    1
  18. #181 Kalamall (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 10:49
    ต่างคนต่างปากหนัก หนักปากไปถึงหนักใจ!
    #181
    1
  19. #180 filmfilm12123 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 10:01
    ดูไม่เดือดร้อน น่าจะไปในทางที่ดี
    #180
    1
  20. #179 pp9397 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 07:13
    อย่าบอกนะนังพายมีแฝด!! คิดบวกปลอบใจตัวเองอยู่5555555
    #179
    1
  21. #178 aanya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 06:34
    เจองี้ใครมันจะอยากคุยด้วยคะนังพี่พายยย
    #178
    1
  22. #177 Poom Raweewan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 06:31
    ค้างอยู่บนยอดไม้5555 ไรท์เอาตอนใหม่มาาาาา
    #177
    1
  23. #176 KHUNCHAN (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 05:46
    กลับมาแล้วววววเกร้ดดดดดดดดดดดด จากที่เคยไบแอสพี่พายตอนนี้เริ่มหมั่นไส้ละ อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยยมาโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเฮียนะเว้ย ผิงบิดหูพี่ชายให้ยานเลยฝากด้วย
    #176
    1
  24. #175 NaRuMo_Rin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 02:23
    ค้างงงง ตอนนี้รู้สึกอย่างเดียวเลย
    #175
    1
  25. #174 n_ns13 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 01:24
    งื้ออออออ กลับมาแล้ว เรารออยู่น้าา
    #174
    1