----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 9 : Amnesia (II)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 ม.ค. 56

 

II

 

Beginning in the Past

 

 

                        “ อ๊ากกกกก!!! ไม่จริง  เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่มีทาง ไม่ใช่เรื่องจริง !  

 

                        “เธอไม่น่าทำอย่างนั้นเลยนะ ”  คุซานางิเอ่ยเสียงแห้งมองไปที่ประตูห้องที่คนๆหนึ่งพึ่งเดินปึงปังออกไปแล้วย้อนกลับมามองที่ร่างอีกร่างบนเตียงที่ตะโกนไปมาใบหน้าซีดเผือด มือจับหัวเหวี่ยงไปมาอย่างปฏิเสธสิ่งที่พึ่งได้ยินไปดูแล้วเหมือนคนบ้า และคนบ้าที่ว่าก็พึ่งทำสิ่งที่โง่ที่สุดลงไปนั่นคือการชกที่ใบหน้าของฟุชิมิ

 

แต่เขาก็พอเข้าใจได้ล่ะนะ ว่าการกระทำนั้นเป็นการตอบสนองอัตโนมัติ  ก็เล่นประกาศเรื่องแบบนั้นออกไปโดยไม่ได้ดูสถานการณ์สักนิดนี่  ฝ่ายฟุชิมิเองก็ชะงักไปครู่หนึ่งพอได้สติก็เดินปึงปังออกไปอย่างที่ว่า

 

                ยังโชคดีเขานึกว่าจะเกิดการสู้รบในห้องนี้แล้วเสียอีก

 

                “ จริงๆเหรอ

 

                “เหอ” เสียงนั่นเรียกให้คุซานางิกลับมาสนใจคนที่อยู่ด้วยตอนนี้

 

                “ จริงๆเหรอครับที่เจ้านั่นพูด”  ยาตะถามเสียงสั่น

 

                “ ถ้าฉันพูดว่าจริงเธอจะเชื่อฉันไหม”

 

                “ ไม่เชื่อ!” บอกอย่างนั้นแต่ในใจกลับรู้ดีว่าคุซานางิซังไม่โกหกแน่ ยาตะย้อนกลับมามองที่มือตัวเอง มองนิ้วที่สวมแหวน เขาพยายามจะแกะแหวนออกแต่ไม่รู้ทำไมแหวนมันถึงติดแน่นเหลือเกิน เจ้าลิงชั่วนั่นแอบเอากาวมาทาไว้หรือเปล่านะ

 

                “เธอรู้อยู่แก่ใจนะยาตะจังว่าฉันไม่ได้โกหก อย่าพยายามปฏิเสธเลย ” คุซานางินั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆเตียงคนเจ็บ

 

                        “ ปกติผมจะเชื่อนะถ้าคุซานางิซังพูดแต่นี่มันเป็นเรื่องเหลื่อเชื่อเกินไปแล้ว  มันทรยศผม ทรยศมิโกโตะซัง (พูดถึงตรงนี้ยาตะก็ซึมลง)  ทรยศกลุ่มแล้วไปเข้ากับพวกชุดน้ำเงิน แล้วมาตอนนี้จะบอก….โอ๊ย !!! ไม่มีทาง ! เป็นไปไม่ได้! ” พูดแล้วก็กุมศีรษะอีก คุซานางิสาบานได้ว่าเขาได้ยินเสียงพึมพำว่า นี่เป็นความฝัน ไม่ใช่ความจริงอะไรทำนองนั้นด้วย

 

 “ ถ้าฉันบอกเธอว่าซารุเป็นห่วงเธอมากแล้วก็เป็นคนนั่งเฝ้าเธอตลอด จะช่วยให้อะไรดีขึ้นไหม ”

 

                ยาตะเพียงทำหน้าแหยๆบ่งบอกว่าไม่เชื่อ 100%

 

                “ เอาเถอะ  เรื่องนี้ช่างมันเอาเป็นว่าถึงเธอจะปฏิเสธตอนนี้ยังไง ฉันก็อยากให้เธอรู้เอาไว้นะว่าเธอเป็นคนเลือกซารุเอง”  ชี้ที่แหวนในมือเพื่อย้ำอีกฝ่าย

 

                “ ไม่จริงแน่ๆ  ผมว่าผมต้องถูกบังคับแน่นอน เจ้านั่นอาจจะมัดมือมัดเท้า กรอกยาบังคับให้ผมใส่แหวนก็ได้ แล้วก็ๆๆๆ ” ยาตะเถียง คุซานางิหัวเราะแห้งๆไม่รู้จะพูดอะไรให้อีกฝ่ายเข้าใจได้แต่ก่อนที่ร่างเล็กบนเตียงจะสติหลุดไปมากกว่านี้เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น

 

                ตึงๆๆๆๆๆ 

 

ปัง!!!

 

เสียงฝีเท้าหนักๆดังมาตามทางก่อนจะตามด้วยการเปิดประตูอย่างแรงจนคนในห้องนึกว่าบานประตูจะหลุดออกมาเสียแล้ว

 

“ ยาตะซัง!!!  ร่างใหญ่ยักษ์ของคามาโมโตะที่ไม่ค่อยจะเปลี่ยนจากเดิมพลันถลาเข้ามาและแทบจะพุ่งเข้าใส่ร่างคนเจ็บบนเตียงถ้าคุซานางิไม่เอ่ยห้ามเสียก่อน

 

“ ฟื้นแล้วสินะ”  ด้านหลังของคามาโมโตะคือเด็กสาวคนหนึ่งเธอมีใบหน้าน่ารักและมีผมสีเงิน การแต่งตัวด้วยชุดแบบโลลิต้าโกธิคทำให้เธอดูเหมือนตุ๊กตามากขึ้น ยาตะหน้าแดงเมื่อสบตากับเธอ

 

“ อย่า ….อย่าบอกนะว่าเธอคือ…. ยาะตะเอ่ยเสียงสั่น  เด็กสาวก้าวมายืนข้างๆคุซานางิ

 

 “ฟื้นแล้วสินะยาตะ”  ไม่ผิดแน่เธอคือ คุชินะ  แอนนา

 

“ เอ่อๆๆ ใช่ ” ไม่รู้ทำไมต้องหน้าแดงและประหม่าด้วยทั้งๆที่อีกฝ่ายรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแท้ๆ

 

“ ยาตะซังนี่กลัวผู้หญิงจริงๆสินะ ”

 

“ ไม่ได้กลัวเฟ้ย ! แค่ให้เกียรติ ” ยาตะเขกหัวของคามาโมโตะอย่างแรงโดยไม่คำนึงอาการของตนอีกแล้ว

 

“ อ๊า! ระวังหน่อยสิยาตะซังเดี๋ยวแผลเปิดนะ ”

 

“ หนวกหู!!!

 

“ ผมแค่พูดความจริงเอง”

 

“ บอกว่าหนวกหู!!!” เขกหัวอีกที

 

ภาพความวุ่นวายและการทะเลาะตรงหน้า ทำให้คุซานางิรู้สึกเหมือนวันก่อนๆแม้จะขาดหายไปหลายสิ่งก็เถอะ พลันดวงตาของเขาก็หรี่ลงเมื่อนึกถึงการสูญเสียที่ผ่านมา

 

กึก

 

แอนนากระตุกเสื้อคลุมของคุซานางิเธอมองเขาอย่างเข้าใจ  ร่างสูงยิ้มอ่อนแล้วลูบหัวเธอเบาๆ 

 

“ เขายังอยู่ไหม ” คุซานางิถามขึ้นโดยไม่เอ่ยชื่อแต่แอนนารู้ดีว่าเขาที่ว่าหมายถึงใคร  “ อยู่ข้างล่าง ” เธอตอบ

 

“งั้นฉันฝากทางนี้หน่อยนะ” เขาว่าแล้วเดินออกมา

 

 

…………………………………………

 

 

เมื่อลงมายังเคาน์เตอร์ยาด้านล่างคุซานางิใช้เวลาไม่นานก็พบคนที่เขาตามหา

 

“ เป็นยังไงมั่ง” เขาทักออกไป แล้วถือวิสาสะนั่งลงตรงข้าม  อีกฝ่ายเพียงมองเขาผ่านแว่นตาแต่ไม่ตอบอะไร  “ เธอคงต้องเหนื่อยมากกว่าจะทำให้ยาตะจังกลับมายอมรับเธอได้”

 

ฟุชิมิยังคงเงียบ แสร้งมองไปทางอื่นเขามักจะทำอย่านี้เวลาทีคนอื่นมองเขาออก

 

“ แต่ฉันคิดว่าเธอทำได้อยู่แล้ว เหมือนเมื่อหกปีที่แล้วไง” 

 

ฟุชิมิหรี่ตามองอีกฝ่ายในที่สุด  มือเผลอกุมที่แก้มข้างที่โดนชกโดยไม่รู้ตัว มันช่างบังเอิญเหลือเกินที่เขาโดนชกแถมยังโดนข้างเดิมกับวันนั้นเมื่อหกปีก่อน……..

 

……………………………………………

 

วันนั้นเกิดขึ้นหลังจากราชาสีแดงสุโอ  มิโกโตะจากไปไม่นาน

 

การสูญเสียนี้ส่งผลกระทบมากมายต่อกลุ่มโฮมระโดยเฉพาะจิตใจของสมาชิกทุกคนแต่ผู้ที่เจ็บปวดมากก็คงไม่พ้นสมาชิกหลักอย่างคุซานางิ  แอนนาและยาตะ

 

สำหรับคุซานางินั้นยังไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเพราะมีความเข้มแข็งเพียงพอเช่นเดียวกับเด็กน้อยแอนนาที่เข้มแข็งผิดกับอายุและรูปร่างแต่กลับกันเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวกลับอ่อนไหวกว่ามาก

 

ยาตะ  มิซากิเสแสร้งว่าเป็นปกติแต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่ใช่อย่างนั้นแต่ก็ไม่มีใครกล้าทักเพราะไม่งั้นแล้วกำแพงที่ยาตะพยายามสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองจะพังทลายลงได้แต่นั่นไม่ใช่กับฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ

 

หลังจากที่โฮมระสูญเสียราชาไปนั่นก็เท่ากับว่าสูญเสียพลังไปด้วย การปะทะกับพวกสแค็ปเตอร์ 4 จึงไม่เคยเกิดขึ้นและนั่นทำให้ฟุชิมิเกิดอาการเบื่อมากที่สุด

 

การที่ไม่เจอและได้ปะทะกับยาตะ มิซากิทำให้เขาเบื่ออย่างที่สุดและไม่ต้องสงสัยว่าเขาต้องแก้ไขเรื่องนี้ ดังนั้นในวันนั้นเขาจึงเดินเข้าไปที่บาร์ที่เขาไม่เคยได้ไปเหยียบนานแล้วและไม่เคยคิดว่าจะได้กลับไปอีกครั้งหนี่ง

 

แน่นอนว่าถึงจะสูญเสียพลังแต่ทุกคนในนั้นก็ยังได้ชื่อว่าโฮมระจึงได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมต้อนรับเขาอย่างดีแต่ก่อนที่จะเกิดการปะทะเข้าจริงๆคุซานางิซังก็เอ่ยห้ามเสียก่อนและถามถึงเหตุผลของการปรากฏตัวของเขา  พอเขาบอกว่ามาพบมิซากิ คุซานางิซังไม่เพียงไม่ห้ามแต่ยังบอกเขาด้วยว่ามิซากิอยู่ชั้นสองของร้านซึ่งถูกทำเป็นห้องนั่งเล่นชั่วคราว เขาไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายไม่ห้ามหรือขัดขวางแต่ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะถาม

 

เป็นอย่างที่เจ้าของบาร์ว่า เขาพบร่างเล็กกำลังนั่งเอาหน้าฟุบกับโซฟาตัวใหญ่ในห้องเพียงคนเดียว  เขาจัดการปิดประตูและไม่ลืมที่จะล็อคเพื่อป้องกันพวกตัวปัญหาด้านล่าง

คามาโมโตะเหรอ   ร่างเล็กส่งเสียงอู้อี้ผ่านเนื้อผ้าแต่เขารู้ดีว่าเสียงนั่นไม่ได้เกิดจากการฟุบหน้ากับโซฟาเท่านั้น

 

คา….!!! ’  ยาตะตกตะลึงเมื่อมองขึ้นมาเห็นว่าใคร  เขารีบปาดน้ำตาที่อาบแก้มออกแต่มันก็ไม่พ้นสายตาของเขาอยู่ดี

 

น่าขำนะ ยาตะการาสุแห่งโฮมระกำลังร้องไห้เสียใจเป็นเด็กๆ ว่าด้วยน้ำเสียงยียวนก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนโซฟาข้างๆ

 

ไม่เกี่ยวกับแก เจ้าคนทรยศ !  ยาตะใช้มือขยี้ดวงตาจนแดงแล้วลุกขึ้นเตรียมตัวเดินหนีอีกฝ่ายเพราะรู้ดีว่าตอนนี้ตนไม่มีพลังอีกแล้วขืนปะทะด้วยก็มีแต่จะเจ็บตัวและที่สำคัญกว่าก็คือเขาไม่ต้องการให้ฟุชิมิเห็นความอ่อนแอของเขา

 

วันนี้นายทำให้ฉันแปลกใจหลายครั้งนะ ยาตะแห่งโฮมระกำลังเดินหนีพวกชุดน้ำเงินที่เกลียดแสนเกลียด  ยาตะชะงักฝีเท้าแต่ต้องข่มความโกรธเอาไว้

 

อ้อ ไม่ใช่สินะที่ต้องเดินหนีก็เพราะไม่มีพลังแล้วใช่ไหมล่ะ เพราะสุโอ  มิโกโตะ ตายไปแล้ว ทนไว้ยาตะ

 

ตายอย่างน่าสม…’  คำพูดถูกตัดบทด้วยหมัดที่เหวี่ยงมา 

 

อย่า  บัง  อาจ    ยาตะมองมาด้วยสายตาเคียดแค้นและโกรธจัดอย่างไม่ปิดบัง

 

หึ ฟุชิมิขำในลำคอ แต่ไม่ใช่หัวเราะยาตะเขาหัวเราะตัวเอง  แม้สุโอ  มิโกโตะจะตายไปแล้วแต่เขาก็ไม่เคยตายจากใจของสมาชิกโฮมระ  จากใจของมิซากิ 

 เขายึดข้อมือที่ใช้ชกเขาไว้

 

ฟู่-

 

เสียงของไฟเผาเนื้อดังขึ้นกระทบหู ฟุชิมิกำลังใช้ไฟและมันก็เผาเนื้อสดๆบริเวณข้อมือของยาตะ

 

ตอนนี้ยาตะไม่มีพลังอีกแล้วการทำอย่างนี้จึงไม่ต่างจากเผาเนื้อคนธรรมดาแต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็นโฮมระเขาจะไม่ร้องออกมาเด็ดขาด

 

ฉันกำลังเบื่อ   เบื่อที่จะต้องรอนายแล้ว   เบื่อมาก 

 

และฉันก็เกลียด   เกลียดที่นายไม่เคยมองมาที่ฉันตรงๆ

 

  เกลียด เกลียดที่นายไม่เคยเข้าใจฉัน

 

  เกลียดจริงๆ  เกลียดที่นายยังคงเสแสร้งใช้ชีวิตอย่างปกติ

 

ฟู่---

 

ไฟค่อยๆมอดแต่ก็ทิ้งรอยและกลิ่นไหม้บนข้อมือเล็กๆ

 

แกต้องการอะไรกันแน่   ยาตะกัดฟันกรอดข่มความเจ็บปวด

 

ต้องการอะไร   ฟุชิมิทวนคำช้าๆ  นั่นสินะเขาต้องการอะไรกันแน่  เขาบอกอยู่ตลอดว่าสิ่งที่เขาต้องการคือเลือดและเนื้อสดๆแต่นอกเหนือจากนั้น……

 

ใช่!

 

เขาต้องการ….ยาตะ   มิซากิ

 

ฟุชิมิยิ้ม  ฉันแค่มาประกาศสงคราม    ยาตะขมวดคิ้วนึกหวั่นๆว่าหมายถึงการประกาศสงครามของสแค็ปเตอร์กับโฮมระ….โฮมระที่ไม่มีราชาแล้ว

 

ฉันไม่สนใจโฮมระ เขาเอ่ยเหมือนอ่านใจอีกฝ่ายออก  สิ่งที่เขาสนใจตอนนี้มีแค่เลือด เนื้อสดๆและยาตะ  มิซากิ นี่เป็นการประกาศสงครามระหว่างฉัน และ นาย ‘’

 

หมายความว่าไง   ร่างเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวั่นระแวงอย่างไม่ปิดบัง  แต่แล้วจู่ๆร่างสูงกว่าก็ทำสิ่งที่ยาตะไม่เคยคาดคิดมาก่อน

 

ฟุชิมิก้มลงประทับริมฝีปากบนแผลไฟไหม้

 

ทะ.ทะ...ทำบ้า …’  ยาตะไม่อยากจะเชื่อในการกระทำของอีกฝ่ายและไม่อยากจะยอมรับว่าจูบนั้นมันอ่อนโยนเสียจนเขาลืมความเจ็บปวดบนข้อมือ  ทำไมหมอนี่ชอบทำอะรแบบนี้นะ

 

หนีไปให้ไกลเท่าที่จะทำได้ ไม่งั้นฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีกมิซากิ   ฟุชิมิกระซิบบอกขณะละริมฝีปากออกมา

 

ฟุชิมิปล่อยมือนั้น

 

นั่นคือจุดเริ่มต้นเมื่อหกปีก่อน

……………………………………

 

“ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอพูดอะไรกับยาตะจังแต่หลังจากเธอกลับไปแล้ววันนั้นยาตะจังก็ดูกระตือรือร้นขึ้นนะ หมายถึงเอาแต่จ้องบอกว่าจะฆ่าเธอ  จะฆ่าเจ้าลิงน่ะ    คุซานางินึกขำเมื่อนึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมาได้ตอนนั้นพอซารุกลับไปยาตะจังก็อาละวาดใหญ่ บอกว่าจะฆ่าเจ้าลิงบ้าให้ได้ แต่เจ้าตัวคงจะไม่รู้ว่าตัวเองหน้าแดงขนาดไหนแน่ เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำหรือพูดอะไรแต่มันไม่สำคัญถ้ามันทำให้ยาตะจังกลับมาร่าเริง(?)ขึ้นได้สักนิดก็พอ

 

“ แต่เธอคงต้องเหนื่อยมากถึงจะทำให้

 

“ ผมคุยกับหมอแล้วเขาบอกว่าให้มิซากิกลับบ้านได้แล้วผมก็รับยาแล้ว”

 

“ อ้อ โอเค กลับบ้านได้ งั้นต่อไปก็เป็นงานที่ยากแล้วล่ะ”  บ่นพึมพำแล้วลุกขึ้นกลับห้องคนป่วยซึ่งเขาเชื่อมั่นว่าอีกเดี๋ยวจะต้องเกิดปัญหาแน่ๆ

 

…………………………………..

 

 

จะว่าไปคุซานางิซังนี่เหมือนคุณแม่ประจำกลุ่มเลยน้า  อยากจับจิ้นกับมิโกโตะจังแต่ราชินี(?)สีน้ำเงินก็มาแรงแซงโค้งโดยเฉพาะตอนที่ 13 นี่คงเป็นแผลใจไปอีกนาน TT^TT

 

แต่ยังไงคู่อันดับหนึ่งก็ยังเป็น SaruMi ล่ะนะ

(เน้นๆๆๆๆๆๆๆ      )

 

(แอบบอกว่าพึ่งจะสังเกตหลังจากอ่านในบล็อกท่านหนึ่งว่ามันเป็น SM  ฮ่ะๆๆๆ)

 

ฟิคนี้ท่าจะอีกยาวถ้าไม่ขี้เกียจ หมดไฟ  หมดกระแสและคนอ่านหมดไปเสียก่อนนะ =^^=

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #429 งง งง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 02:52
    หนีไปให้ไกลก่อนที่ชั้นจะไม่ปล่อยนายไปอีก

    คำนี้มันฟินเจ้าค่ะ
    #429
    0
  2. #371 I_am_Hana (@aong009) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 17:26
    สนุกมากค่ะซารุโรแมนติกอีกแล้วชอบมากกกกกกกกกกก
    #371
    0
  3. #292 Twin (@123rabbit123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 16:43
    นี้สินะ  ความฟินนนนนน
    #292
    0
  4. #268 Mint-noi (@penlovehibari) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 16:24
    กระตือตือต้น มิซากิกระตือรือร้น มิซากิกระตือรือร้นบนฟูกนุ่มๆ
    //ปล.ไรเตอร์เกือบจิ้นคู่คุซะกับกับมิโคสินะ = = น่าคิดๆ
    #268
    0
  5. #83 KanataAkito (@silvermoon123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 19:33
    ฟินจุงเบย
    #83
    0
  6. #52 CutieZ Writer >[]< (@cutepimmy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 20:32
    กดไลค์ให้กับไรค์เตอร์ตอนสุดท้าย ยังไงก็นะ...ต้องมิโคโตะกับมุนาคาตะอ่ะ ไม่งั้นมันแปลกๆ
    (แต่ก็ชอบคู่นี้พอๆกันเลยนะ ><)
    #52
    0
  7. #38 Zepryrus (@omsinzaza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 01:22
    เออแฮะ ถ้าไรท์เตอร์ไม่ทักเรื่องชื่อ ก็คงไม่เอะใจว่าชื่อคู่นี้มันย่ออ่านเป็น SM ได้ (โอ้ มันจะเหมาะเจาะอะไรขนาดนี้...)

    ยังไงเค้าก็ไม่ให้ไรท์เตอร์หยุดแต่งแน่นอน >w<
    ต้องแต่งต่อไปน้าา ต่อให้กระแสหมดแล้วก็ตามที เพราะชอบมากกกกกกก ~~
    ยิ่งยาวยิ่งดี เรื่องราวในอดีตมันทำให้ฟินมาก 555+
    อยากรู้จริงๆ เลยย ไปลงเอยได้กันตอนไหน อร๊ายยย ชักอยากอ่านตอนต่อแล้วล่ะ !!
    สู้ๆ ค่าไรท์เตอร์อย่าหมดไฟไปก่อนเรื่องนี้จะจบนะ ;w;
    #38
    0
  8. #33 Doodo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 23:44
    ภารกิจพิชิตหนุ่มซึนครั้งที่สองสินะ ฟุชิมิ - -+++



    ขอให้หฯุยาตะหายซึนเร็วๆ จะได้มาหวานกับหนุ่มแว่นขี้หวงซะที >
    #33
    0
  9. #30 ✖ Nm'mi ✖ (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 11:45
    หนุกๆๆๆ อัพไวไวน้าเฮารออยู่
    #30
    0
  10. #29 Annular eclipse (@applejack) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 08:30
    สนุกมากเลย!!!
    #29
    0