----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 6 : The Problem from Broken Glasses (IV) <END>

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,074
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    31 ธ.ค. 55

ก่อนอื่นก็...
 
 
 
สวัสดีปีใหม่ 2013 (ล่วงหน้า) ค่ะ
 
 
 
ขอให้ปีหน้าเป็นที่ดีนะคะ (แล้วก็มีฟิคออกมาให้อ่านเยอะๆด้วย)
 
 
แล้วก็ขอส่งท้ายปีนี้ด้วยตอนจบของฟิคนี้เลยละกัน
(ส่วนฟิคต้อนรับปีใหม่ขอคิดดูก่อน)
 

 

 

ส่วนตอนที่สามลงเนื้อหาต่อจนจบให้แล้วนะคะใครที่ยังไม่ได้อ่านต้องย้อนกลับไปอ่านก่อนถึงจะเข้าใจนะคะ


ถ้าอ่านแล้วก็เริ่มได้เลยค่ะ

 
 
 
The Problem from Broken Glasses (IV)

Fushimi Saruhiko x Yata Misaki

(From K Project)

Warning !!! : ฟิคนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายท่านใดที่หลงผิดเข้ามาหรือไม่รู้จักศัพท์คำนี้ก็กรุณากดปิดนะคะ เหตุการณ์ในเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติตามจินตนาการของผู้แต่งไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของเรื่อง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

 

 
เป็นเรื่องเหลือเชื่อ(หรือปกติ)ที่ฟุชิมิสามารถทำรายงานเสร็จภายในครึ่งชั่วโมง พวกเขาจึงได้ออกจากหอสมุดก่อนที่บรรณารักษ์สาวจะมาไล่


เมื่อออกมาข้างนอกแล้วฟุชิมิก็แบมือมาข้างหน้ายาตะให้ร่างเล็กได้งงเล่น “ ขอมือ ”


“เฮ้ ฉันไม่ใช่หมานะเฟ้ย” พูดอย่างนี้แต่การกระทำกลับตรงข้าม ยาตะส่งมือให้ฟุชิมิจับโดยดีแล้วตนก็เริ่มเดินนำก่อน

……………………….


พวกเขาเดินมาเรื่อยๆในเมือง ระหว่างที่เดินแน่นอนว่ามีคนมองมือที่จับกันของทั้งคู่ตลอดทางแต่ยาตะชินซะแล้วล่ะและต่อให้ขัดขืนเจ้าของมืออีกข้างมันก็ไม่ยอมปล่อยเขาอยู่ดี ดีไม่ดีจะเจ็บตัวเพิ่มด้วย


“หือ? ยาตะร้องขึ้นมาเมื่อพวกเขาเดินผ่านร้านหนึ่งร้านแว่นตา


ฟุชิมิเหลือบมองแล้วก็ออกแรงดึงมือที่จับกันเป็นฝ่ายลากยาตะแทนเหมือนกับจะรีบให้ออกจากตรงนั้น “ ฉันมีร้านแว่นประจำอยู่แล้ว ” เขาชิงตอบก่อนเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะถามอะไรต่อ


“เฮ้! ซื้อที่นี่แหละ ” ยาตะออกแรงกระชากมือกลับทำให้เจ้าของมืออีกข้างถูกกระชากกลับมาตามแรงด้วย “ จะได้ไม่ต้องเดินจับมือกันไปตลอดทางอย่างนี้ มันน่าอายจะตาย ”


“ชิ” ฟุชิมิจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์ “ฉันไม่ได้เอากระเป๋าเงินมา”


“นายเอามา ฉันเห็น” ยาตะเริ่มมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย


“ฉันเอากระเป๋ามาแต่ไม่มีเงิน” ฟุชิมิเถียง


“โธ่เอ๊ย! เรื่องแค่นี้เอง ไม่เป็นไรท่านยาตะคนนี้จะให้นายยืมก่อนละกัน ไม่คิดดอกเบี้ยด้วย ” ยาตะว่าแล้วยืดอกอย่างภูมิใจท่าทางนั้นทำให้ฟุชิมิแค่นยิ้ม


“นายลืมแล้วเหรอว่าเป็นคนทำของฉันพังน่ะมิซากิ”


ยาตะชะงักกึก เขาพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองเป็นต้นเหตุนี่แสดงว่าเขาต้องรับผิดชอบสินะ

แล้วการสู้รบเล็กๆหน้าร้านก็เริ่มขึ้นก่อนจะจบลงที่คนตัวเล็กกว่าดันร่างสูงให้เข้าร้านได้สำเร็จ


“ แล้วอย่าเสียใจทีหลังละกัน” ฟุชิมิพึมพำเบาๆ


………………………………


เจ้าของร้านรีบออกมาต้อนรับพวกเขาทันทีที่ก้าวเข้าไปภายใน ฟุชิมิกับเจ้าของร้านพูดคุยกันเล็กน้อยแล้วเจ้าของร้านก็พาฟุชิมิไปที่เครื่องตรวจวัดสายตา ทุกอย่างดูจะผ่านไปอย่างเรียบร้อยจนกระทั่ง


“ หืม ? เจ้าของร้านครางในลำคอขณะที่ดูผลการวัด “ ข้างซ้ายสั้น 100 ข้างขวาสั้น 125 ไม่ค่อย


“ ขอผมเลือกกรอบเลยละกัน” ฟุชิมิตัดบทอย่างรวดเร็ว


“อ้อ ได้สิ ” เจ้าของร้านรีบลุกแล้วพาฟุชิมิไปยังตู้กระจกด้านข้าง


ยาตะที่อยู่อีกฝั่งของร้านไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็มีความรู้สึกและสังหรณ์แปลกๆบางอย่าง


“นี่พี่ชาย สายตาสั้น 100 กับ 125 นี่สั้นมากไหม ” ร่างเล็กหันไปถามพนักงานอีกคนหลังเคาน์เตอร์


“ก็สั้นอยู่” พนักงานตอบ


“ขนาดไหน?” ยาตะถาม


“ขนาดไหน?” อีกฝ่ายทวนคำอย่างไม่เข้าใจ


“ก็สมมติว่าพี่ชายยืนอยู่ตรงนั้น แล้วมองเห็นหน้าผมชัดไหม ” ยาตะหมายถึงระยะห่างระหว่างเคาน์เตอร์


“ แน่นอน” ยาตะเริ่มรู้สึกไม่ดี


“แล้วถ้ายืนห่างไปอีกนิดไม่ ห่างไปสักระยะ ใช่ๆนั่นแหละประมาณนั้น ” ยาตะประมาณถึงระยะของห้องที่บ้านฟุชิมิ ระยะห่างระหว่างประตูกับตัวเขา “ถ้าเป็นพี่ชายจะมองเห็นของที่วางอยู่ไหม”


“ ถ้าระยะนี้ก็ขึ้นกับดวงตาของแต่ละคนแล้วก็ขนาดวัตถุล่ะนะแต่คิดว่ามองเห็นอยู่ ”


“ ถ้าของนั้นใหญ่มากล่ะ เอาประมาณตัวผม”


“ โอ๊ย! เห็นแน่นอน” อีกฝ่ายยืนยันหนักแน่น ยาตะหน้าซีด มาลองนึกดูดีๆถ้าซารุมองเขาไม่เห็นก็ต้องมองไม่เห็นสิว่าเขาทำแว่นอีกฝ่ายตก!!!


“ แล้วๆๆ เดินล่ะเดินได้ไหม คือเดินธรรมดาบนถนนเนี่ย”


“ได้สิ” รู้สึกตัวชาวาบ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านๆมาแปลว่าซารุมันแกล้งทำ!!!


แล้วเหตุการณ์สำคัญล่าสุดก็ผุดขึ้นมา


“ เอ่อ แล้วถ้าตัวอักษรเล็กประมาณนี้ (ทำมือเป็นรูปจีบเล็กๆ) ด้วยระยะห่างกันอย่างนี้บอกได้ไหมว่าเห็นไหม”


“ อันนี้ไม่แน่ใจนะ ก็อย่างที่บอกมันขึ้นกับตาของแต่ละคนด้วย ”


“ เอาให้แน่สิฟะ! นี่สำคัญนะ! เห็นหรือไม่เห็น ! ยาตะตวาดจนพนักงานผงะถอยหลังไปแต่ยังไม่ทันที่จะตอบเสียงของเจ้าของร้านก็ดังขึ้นเสียก่อน


“ เอากรอบสีดำนี้นะครับแล้วไม่ทราบว่าจะรอเอาหรือกลับมารับครับอ้อกลับมารับนะครับ ขอบคุณมากครับ ”


ยาตะมองดูฟุชิมิที่เดินออกจากร้านอย่างรวดเร็ว เขาไม่รอช้ารีบตามออกไป


“ซารุ!”ยาตะตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายพร้อมออกหมัดแต่ฟุชิมิกลับรับหมัดไว้ได้เท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่า

ไอ้ลิงมันตอแหล!!!


“ ไอ้ลิงชั่ว! ไอ้ลิงเลว!ไอ้ลิงตอแหล! ยาตะด่าเป็นชุด


“ อะไร ฉันไม่ผิดนะฉันไม่ได้บอกสักคำว่าฉันสายตาแย่ขนาดมองไม่เห็นนี่ นายเข้าใจผิดไปเองนะ มิ-ซา-กิ” ยิ่งพูดเหมือนยิ่งเพิ่มความโมโหให้


“ แก๊! ยาตะใช้มืออีกข้างที่ว่างตบหัวของคนตอแหลตรงหน้า หวังว่ามันจะช่วยให้อีกฝ่ายนิสัยดีขึ้นได้บ้างแต่ดูจะเปล่าประโยชน์เพราะอีกฝ่ายยังหัวร่าอยู่เลย


“ มิซากินี่ใจดีจริงๆเลยนะ ”


“ อย่าเรียกชื่อต้นฉัน! แล้วต่อไปฉันจะไม่เชื่อแกแล้ว ไอ้ลิงชั่ว !


“จริงๆฉันอยากจะบอกอะไรอย่างนะมิซากิ ” ฟุชิมิไม่สนใจ “มือนายเล็กมากเลยรู้ไหม แต่ก็เหมาะกับรูปร่างส่วนสูโอ๊ย !


ยาตะเหยียบเท้าอีกฝ่ายอย่างแรงทำให้ฟุชิมิเผลอปล่อยมือเล็กๆให้เป็นอิสระ


“แล้วนั่นจะไปไหน”


“กลับบ้านฉันน่ะสิแกเดินเองได้แล้วนี่”


ฟุชิมิไม่ได้ห้ามอะไรยาตะจึงออกเดินไปคนละทางกับฟุชิมิ


“ เฮ้ ! มิซากิ ” ฟุชิมิร้องเรียกอีกฝ่ายเมื่อห่างกันระยะหนึ่ง


“ อย่าเรียกชื่อต้น!!! ตวาดตามสัญชาตญาณ “ อะไรอีกล่ะ!


“ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ฉันว่างไว้จะไปรับ” ฟุชิมิทิ้งไว้แค่นั้นแล้วออกเดินไป ยาตะมองหลังอีกฝ่ายที่ค่อยๆห่างออกไปพยายามนึกถึงคำพูดของฟุชิมิพลันหน้าของยาตะก็แดงวาบ พูดอะไรไม่ออก เขารู้แล้วว่าอีกฝ่ายพูดถึงอะไร


….ครั้งหน้าไว้ว่างเราไปกินเค้กแครอทกัน….


ข้อความที่เขียนไว้คิดจะแกล้งอีกฝ่ายกลับย้อนมาเล่นงานเขาเสียแล้ว


ไอ้ลิงชั่วนั่นมันเห็นทุกข้อความแต่แรกแล้วนี่!!!


จะตะโกนด่าหรือบอกปฏิเสธเจ็บๆก็สายไปเมื่อหันมาเจ้าลิงบ้าก็หายไปแล้วเดินไวชะมัดแล้วบอกว่ามองทางไม่เห็น ไอ้ลิงตอแหล!!!



แล้วพรุ่งนี้เขาจะทำยังไงดีล่ะ ….



……………………The enD……………………….


แถมท้ายกันสักนิด


วันต่อมายาตะต้องตื่นเช้ากว่าปกติเพราะมีมารผจญ


“ ตื่นได้แล้วมิซากิ” เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดขวางความสุข


“ยังเช้าอยู่เลย” โอดครวญแล้วก็ซุกตัวกลับเข้าไปในผ้าห่ม


“มันจะ 10 โมงแล้วนะ”


“นั่นแหละยังเช้าอยู่” เถียงกลับไปอย่างไร้เหตุผล


“ มิซากิ ” เสียงนั่นเรียกอีก


“ อีกแป๊บนะแม่ ” พึมพำตอบยังไม่ทันจบสมองก็ดันนึกขึ้นมาได้ว่า แม่เรียกเขาว่า มิซากิจังเช่นเดียวกับพ่อและคนบนโลกนี้ที่กล้าเรียกเขาว่ามิซากิก็……….มีแค่คนเดียว


“ซารุฮิโกะ!!!” ตะโกนออกมาพร้อมกับเปิดผ้าห่มเผยให้เห็นร่างสูงเจ้าของเสียงข้างเตียง


ร่างสูงยิ้ม “อรุณสวัสดิ์มิซากิ”


“ อรุณ..ไม่ใช่สิ! แกเข้ามาได้ยังไง ” ยาตะที่ตอนนี้ตื่นเต็มตารีบสำรวจเนื้อตัวของตัวเองโดยสัญชาตญาณ ท่าทีตลกๆนั่นทำให้ฟุชิมิหลุดขำ


“ แม่นายเปิดประตูให้ฉันเข้ามาแล้วฉันก็ไม่ได้ทำอะไรนายด้วย สบายใจได้มิซากิจังยังเวอร์จิ้นอยู่แน่นอน” หมอนใบหนึ่งลอยมาโปะที่หน้าเต็มๆแต่เจ้าของใบหน้าดูไม่ใส่ใจนักแถมยังยิ้มกวนประสาทมากขึ้นอีก


ตอนนั้นเองที่ยาตะพึ่งสังเกตเห็นแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินที่อีกฝ่ายใส่อยู่


“ นายไปเอาแว่นจากร้านแล้วเหรอ ”


ฟุชิมิเงียบกลอกตาไปมา


“ นายนี่ตื่นเช้าจริงๆเลยนะ” ยาตะว่า “แล้วมีธุระอะไร ไม่งั้นฉันจะนอนต่อ”


“มิซากินี่ความจำสั้นจริงนะ สมองเป็นปลาทองหรือเปล่า หรือเล็กกว่าปลาทอง ” ฟุชิมิพูดพร้อมเขย่าหัวอีกฝ่าย


“หนวกหู” ยาตะแกะมืออีกฝ่ายออก “ตกลงมาทำไม”


“ มิซากินัดฉันไปเดทไม่ใช่เหรอ ”


หา!!!!!!! ยาตะอุทานเสียงดังลั่นจนแม่ที่อยู่ชั้นล่างตะโกนบอกให้เบาเสียงหน่อย “ ใครนัดแกอย่ามาโมเมนะเฟ้ย “


“ นายนัดฉันไปกินเค้ก ลืมหรือไง ”


“อ๊า! เขานึกออกแล้วถึงความอับอายเมื่อวานและคำพูดส่งท้ายของเจ้าลิงนี่แต่ว่ามีเหรอที่คนอย่างยาตะ มิซากิผู้นี้จะยอม “ นายเข้าใจผิดมั้ง นายอาจจะมองผิดก็ได้ก็นายไม่ได้ใส่แว่นเมื่อวานนี่ มีหลักฐานไหมล่ะ ” เมื่ออีกฝ่ายใช้ประโยชน์จากการมองไม่เห็นเขาก็ต้องใช้บ้าง ยาตะหัวเราะในใจแต่แล้วก็หยุดทันทีเมื่ออีกฝ่ายชูสมุดจดเล่มเมื่อวานขึ้นมา


ทั้งลายมือเนื้อหาต่างๆล้วนเป็นหลักฐานอย่างดี


“ นายควรจะลบมันก่อนที่จะคืนสมุดให้ฉันนะ มิ-ซา-กิ ฟุชิมิโบกสมุดไปมาต่อหน้าย้ำเตือนความอับอายของร่างเล็กที่ตอนนี้หน้าซีด อ้าปากค้างไปแล้ว


พลาดแล้ว เขาพลาดจริงๆ ไม่น่าไว้ใจไอ้ลิงเจ้าเล่ห์นี่เลย


“ อย่าให้ฉันต้องเทียบลายมือ ไปๆ ไปอาบน้ำได้แล้วฉันจะรอด้านล่าง ” ฟุชิมิดันตัวยาตะที่ยอมเดินอย่างว่าง่ายหรือไม่มีสติที่จะขัดขืนก็ไม่รู้เข้าห้องน้ำไป


แต่ก่อนที่ฟุชิมิจะออกจากห้อง ร่างเล็กก็พึมพำบางอย่างออกมา “ รู้ไหม แวบหนึ่งฉันเผลอคิดว่าจริงๆแล้วคนที่เตรียมพร้อมและเจ้าเล่ห์อย่างนายน่าจะมีแว่นสำรองอยู่ด้วยแต่แกล้งว่าไม่มี


ฟุชิมิไม่ตอบอะไรแล้วเดินออกมา เมื่อปิดประตูห้องเขาก็เอาหลังผิงกับประตูไว้เผลอนึกโล่งอกขึ้นมา



บางทีมิซากิก็ฉลาดแฮะ ….’



………………The real enD……………………….



ในที่สุดก็จบหลังจากยืดเยื้อกันมาอย่างยาว


เข้าใจเรื่องกันอยู่ใช่ไหมคะ ถ้าใครสงสัยตรงช่วงสุดท้ายล่ะก็ใบ้ให้ลองกลับไปตรงที่กรอบแว่นที่ลิงเลือกในร้านกับที่ใส่มาบ้านมิซากินะคะ


พูดถึงบ้านแล้วก็ไม่รู้หรอกว่ามิซากิอยู่ที่ไหน อย่างไรแต่สมมติว่าอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านละกัน



มีใครคิดว่าลิงมันแกล้งไหมคะ ถ้าคิดว่ามันสั้นจริงก็ไม่ต้องแปลกใจหรือสงสัยเลยค่ะว่าทำไมมิซากิยังเชื่อก็เนียนซ้า------จริงไหมคะ^^

 
 
 
 
 
 

อาจจะแต่งไม่ค่อยดีนัก วนไปวนมาแต่ก็ขอบคุณสำหรับผู้อ่านทุกคนและคอมเมนต์ทุกอันเลยนะคะ

ขอบคุณจริงๆค่ะ

 
ขอให้มีความสุขกับเทศกาลปีใหม่นะคะ --^^---
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #461 Swag_1011 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 19:08
    บางทีจะฉลาด55555 แต่ส่วนใหญ่เป็นอ๊อง น่ารักกกกกกค่าาาาา ไม่หวือหวาแต่น่ารักมากๆ
    #461
    0
  2. #416 Killer_shadow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2556 / 21:09
    ระ..ร้ายกาจ
    #416
    0
  3. #368 I_am_Hana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 17:02
    น่ารักเกินไปแย้ววววววววว>///<
    #368
    0
  4. #256 •loส x boys• (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2556 / 16:41
    ลิงเป็นสัตว์ที่ฉลาดจริงๆ..จริงๆนะ 5555
    #256
    0
  5. #112 HoodRed*USUK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 15:56
    ลิงร้ายจริง = =
    #112
    0
  6. #103 ` แดนเจอรัส(?)เกิร์ล:) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 12:11
    555. สั้น125เท่าเราเลย ลิงเจ้าเล่ห์มาก555.
    #103
    0
  7. #79 KanataAkito (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 19:16
    ร้ายได้ใจจริงๆ
    #79
    0
  8. #70 Caline (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 13:49
    ลิงสายตาสั้นเท่าเราเลย
    #70
    0
  9. #49 `•Sevenpm•`๛ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 00:42
    ลิงนี่มันร้ายจริงๆเลยแฮะ สั้นก็ไม่ค่อยจะสั้น แถมยังมีแว่นสำรองอีก เจ้าเล่ห์มากพ่อคุณ !

    แต่ก็ดีแล้วล่ะที่ลิงมันเนียน ไม่งั้นก็ไม่สวีทสิ >/< ~
    #49
    0
  10. #35 Zepryrus (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 00:23
    ความจริงจับทางเนื้อเรื่องที่ไรท์เตอร์แต่งไว้ได้นิดหน่อยอย่างเช่น ตั้งแต่ตอนที่แว่นแตกแล้วมองไม่เห็น อยู่ๆ ล้มโครมใส่ แล้วยังมีหน้าเอาหน้ามาใกล้อีกต่างหาก XD

    มันก็ให้ความรู้สึกว่าจะจริงหรอออ ฟูชิมิมันออกจะเจ้าเล่ห์ ต้องแอบแกล้งมิซากิว่ามองไม่เห็นแน่ๆ เลย

    พออ่านมาถึงตรงนี้ก็ จริงๆ ด้วยแฮะ !! 55555+ ร้ายได้ใจ

    ความจริงแล้วมิซากิเป็นคนฉลาดนะ แต่แค่สมองช้าไปหน่อยแค่นั้นเอง 555+ (รึป่าว?)
    #35
    0
  11. #24 blood_hana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 21:47
    5555555555555555555

    ฮาตั้งแต่สั้น 125 กับ 100 แล้ว คนตาไม่สั้นอาจจะงงๆ แต่บลัดขำฮาเลย อันนั้นมันสั้นแบบว่านิดเดียวจริงๆนะ พอมองเห็น ถ้าถึงขนาดต้องขอมือต้องประมาณ 400 ขึ้นไป  


    รู้เลยว่า ยาตะ นายน่ะ โดนลิงหลอกเจ้าแล้วล่ะ 

    ร้ายจริงๆซารุ และก็ร้ายถึงที่สุด เอ็งมีแว่นสำรองนี่หว่าหลอกกินเงินมิซากิอีกกกกก

    สรุปแว่นกรอบดำนั่น ค่าขนมของมิซากิจังสินะ  ฮิ้วววว ใส่มาจนทุกวันนี้เลย


    สนุกมากๆเลยค่ะ ติดตามฟิคท่านต่อไปนะ ^^


    #24
    0
  12. #21 ~.oOBaM...bAmOo.~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 15:22
    น่ารักมากๆๆๆ ยาตุคุงพึ่งมาฉลาดตแนท้าย 555
    #21
    0
  13. #20 FUNAMI-SAN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 15:01
    น่ารักจริงๆคู่นี้ ><
    #20
    0