----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 48 : Fic For Halloween 2013

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    31 ต.ค. 56





Fic นี้เกิดขึ้นตามคำขอของน้องแฟนคลับคนหนึ่งนะคะ^^ว่าสนใจจะแต่งรับฮัลโลวีนไหม แล้วก็บังเกิดเป็นฟิคสั้นๆนี้ขึ้นค่ะ เป็นอย่างไรก็ช่วยวิจารณ์ติชมให้ด้วยนะคะ

 

Fic For Halloween 2013

 

Fushimi Saruhiko x Yata  Misaki

 

From  K Project

 

Warning !!! : ฟิคนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายท่านใดที่หลงผิดเข้ามาหรือไม่รู้จักศัพท์คำนี้ก็กรุณากดปิดนะคะ เหตุการณ์ในเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติตามจินตนาการของผู้แต่งไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของเรื่อง

 

PS. เนื้อเรื่องในฟิคนี้เป็นช่วงหลังตอนที่ 13  แล้วหกปีนะคะเพราะฉะนั้นจึงเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งไม่เกี่ยวข้องใดๆกับเนื้อเรื่องหลักทั้งสิ้นและอาจจะขัดแย้งกับเนื้อหาใน season 2 ก็ได้ นอกจากนี้บางตัวละครอาจมีนิสัยเปลี่ยนไปบ้าง

เพราะฉะนั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ

 

P.PS. อันนี้เป็นตอนพิเศษต่อจากเนื้อเรื่องหลักใน Amnesia นะคะ

P.P.PS. เนื่องจากคนแต่งละเว้นจากการแต่งไปนาน ลักษณะนิสัยหรือรายละเอียดบางอย่างอาจผิดเพี้ยนไปบ้างก็ขออภัยด้วยนะคะ

 

31/10/xx

 

                “ ถ้าพวกเธออยากทะเลาะกันนักก็ไปทะเลาะที่บ้านสิ ฉันต้องรอเตรียมเปิดร้านนะ”  คุซานางิซังบ่นอย่างระอา ใครจะไปคิดว่าหลังจากเหตุการณ์ไปฮันนีมูน(?)และแถมด้วยการไปจับตัวคนร้าย(?!) น่าจะทำให้ทั้งสองคนช่วยทะเลาะกันน้อยลงแต่มันดันส่งผลตรงข้ามซะนี่

                วันนี้จึงเป็นอีกวันที่เจ้าของบาร์ต้องมาทนฟังลูกสาวที่ออกเรือน(?)ระบายเรื่องสามี

                “ ก็เจ้าลิงนั่นไม่มีเหตุผล ทำตัวเหมือนเด็กๆ!” ยาตะ มิซากิบอกเสียงดัง

                ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่มองประมาณว่า เธอไม่น่าพูดประโยคนี้ได้นะ

                        “ ครั้งนี้เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ”

                หนุ่มร่างเล็กทำหน้าบึ้งเมื่อนึกถึงเรื่องที่ทะเลาะแต่ก็ยอมเปิดปากเล่าโดยดี

 

…………………………………..

 

29/10/xx

 

                        “ นายถูกหลอกแล้วมิซากิ” ฟุชิมิ  ซารุฮิโกะพูดเสียงเรียบ ขณะที่ดวงตาจ้องไปที่หนังสือเล่มหนาสีดำในอ้อมแขนของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาบนโซฟาฝั่งตรงข้าม

                “ ไม่จริง!  ยาตะโวยวาย “ คุณยายที่ขายนี่บอกฉันเองว่ามันได้ผล แกยังเคยลองกับสามีที่ตายไปแล้วเลย” ว่าพลางยื่นเจ้าหนังสือมนตร์ดำต้นเหตุมาข้าหน้า

                “ นายมันโง่” ด่าย้ำอีกครั้ง “ นายไปต่างประเทศนะ จะบังเอิญมากไปแล้วที่เจอเข้ากับยายแก่ที่พูดภาษาญี่ปุ่นมาขายหนังสือมนตร์ดำที่บอกว่าสามารถปลุกชีพคนตายได้ แถมเนื้อหาข้างในยังเป็นภาษาญี่ปุ่นอีก ถ้ามันเป็นจริงป่านนี้คนตายก็เดินทั่วโลกแล้ว”

                คนฟังสะอึก พยายามจะเถียงกลับตามนิสัย “ คุณยายบอกว่ามันสามารถเรียกได้แค่ในคืนวันฮาโลวีนหรอก”

                “ ไร้สาระ” ฟุชิมิถอนหายใจให้ความซื่อบื้อของคนรัก  เขาคิดว่าจะไม่สนใจอยู่แล้วถ้าไม่ได้ยินประโยคถัดมาเสียก่อน

                “ ฉันจะเอาไปใช้เรียกโทสึกะซังกับมิโกโตะซังขึ้นมา

                “ โทสึกะซังได้แต่ห้ามเรียกสุโอ  มิโกโตะ” ฟุชิมิว่าเสียงเขียว แต่มีเหรอที่คนดื้อด้านอย่างยาตะ  มิซากิจะฟัง อีกฝ่ายแลบลิ้นให้สามีของตน บอกอย่างมุ่งมั่นแน่นอนว่าจะปลุกทั้งสองคน

               

…………………………….

 

30/10/xx

 

                        ฟุชิมิคิดว่าเขาไม่เห็นยาตะกระตือรือร้นเช่นนี้มานานแล้ว ร่างเล็กรีบตื่นนอนแต่เช้า ไม่ทานข้าวด้วย(ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดมาก ประหลาดยิ่งกว่าบอกว่าโลกแตกเสียอีก)  จากนั้นก็ออกไปและกลับมาในตอนบ่ายพร้อมกล่องของใบหนึ่ง ในนั้นมีข้าวของหน้าตาประหลาดจนฟุชิมิยังนึกแปลกใจที่มันมีขายในเมืองนี้(เช่นปีกค้างคาว กระดูกงู และอื่นๆอีกมากมาย)

                มันแสดงว่ายาตะนั้นตั้งใจและจริงจังกับเรื่องการปลุกชีพอะไรนั้นมาก

                มันคงจะดีกว่านี้ถ้าคนที่ร่างเล็กต้องการปลุกไม่ใช่คนที่ฟุชิมิเกลียดที่สุดบนโลกนี้ไม่สิ ต่อให้เป็นโลกอื่น โลกหลังความตายเขาก็ยังเกลียดอยู่ดี

                ดังนั้น

                        เขาต้องขัดขวาง!!!

 

………………………………….

 

                         ยาตะแน่ใจว่าตนวางเจ้าซากปีกค้างคาวไว้บนโต๊ะอาหาร แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว

                เขาลองก้มหาดูใต้โต๊ะ คุ้ยในกล่องแต่ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่มี ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเพียงที่เดียวเท่านั้น

                “ ซารุฮิโกะแกเอาปีกค้างคาวของฉันไปไว้ที่ไหน” หันไปถามร่างสูงที่นั่งสบายใจบนโซฟา  ทำท่าเหมือนไม่ได้ยินที่เขาพูดจึงต้องถามย้ำอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น

                “ เบาๆก็ได้นายลืมซื้อมาเองหรือเปล่า”

                “ ไม่มีทาง! ฉันจำได้ว่าซื้อมาแล้ว จำได้ว่าวางบนโต๊ะด้วย”

                “ บางทีมันอาจจะคืนชีพแล้วบินออกไปแล้วก็ได้นะ”

                “ พูดบ้าๆค้างคาวที่ตายแล้วมันจะคืนชีพเองได้ไง!

                “คนที่คิดจะปลุกชีพคนตายอย่างนายต่างหากที่บ้า” ฟุชิมิมองร่างเล็ก “ มันเป็นไปได้ที่ไหนไอ้การปลุกซอมบี้น่ะ  คิดดูดีๆนะมิซากิ ต่อให้นายปลุกชีพได้จริงแล้วร่างของทั้งสองคนล่ะ ตอนนี้อาจจะเหลือแต่โครงกระดูกไม่ก็เป็นซากเน่าๆ มีหนอนไชก็ได้ นายรับได้เหรอ”

                ยาตะชะงัก เขาไม่เคยนึกเรื่องนี้มาก่อนเลย ยิ่งจินตนาการภาพของซอมบี้เละๆในหนังที่เคยดูก็พลันขนลุกเกลียว ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่คนสองคนที่เคารพรักเคยทำให้ภาพซอมบี้ก็มีอันตกไป

                “ฉันรับได้” เอ่ยอย่างหนักแน่น นั่นทำให้คนที่พยายามโน้มน้าวไม่พอใจ ส่งเสียง ชิในลำคอ

                “ งั้นก็ตามสบายนายละกันแต่ถ้าไม่สำเร็จล่ะก็ฉันจะรอสมน้ำหน้านายแน่”

                “ เอาสิ!” ยาตะท้า “ ฉันจะออกไปหาซื้อปีกค้างคาวใหม่ ถ้ามันหายได้ฉันหาใหม่ก็ได้”

                ทันทีที่ร่างเล็กปิดประตูหน้า ฟุชิมิก็ก้าวไปที่กล่องรวบรวมของจำเป็นในพีธีกรรมปัญญาอ่อนนี้ มือขวาปรากฎเปลวไฟสีน้ำเงินขึ้น

                เผามันให้หมดจะได้จบเรื่องไป

                        แต่ยังไม่ทันจะสัมผัสสิ่งของ ยาตะที่ย้อนกลับมาเอากระเป๋าเงินก็ร้องพร้อมถลาเข้ามาเอากล่องออกห่างจากเขา ฟุชิมิตกตะลึงจึงไม่ทันระวัง  เปลวไฟสลายไปทันที

                หลังจากนั้นก็เป็นการทะเลาะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ในที่สุดยาตะก็ทนไม่ได้และขนข้าวของกลับบ้าน(บาร์?)ของคุณแม่(?)อีกครั้ง

 

…………………………………

 

31/10/xx

 

                        ย้อนกลับมาที่ปัจจุบัน คุซานางิซังถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาหลงนึกไปว่ามีแต่ยาตะจังที่ยอมโต ที่ไหนได้เจ้าลูกเขยที่ปกติก็ฉลาดดีแต่พอเวลาอย่างนี้กลับทำตัวเป็นเด็กยิ่งกว่า

                นิสัยหึงหวงแก้ไม่หาย ยิ่งโตกลับยิ่งเป็นมาก เฮ้ออออออ

                “ แล้วเธอจะทำยังไงต่อล่ะ”  เจ้าของบาร์ถามขึ้น

                “ ผมก็ว่าจะไปทำพิธีตามหนังสือต่อที่สุสานของพวกมิโกโตะซัง หนังสือบอกให้ไปทำที่นั่นครับ “

                “ แม้อาจจะไม่ได้ผลก็ตามน่ะเหรอ” คุซานางิถามตรงๆ

                ยาตะเงียบไปชั่วครู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองคุซานางิด้วยดวงตาที่แน่วแน่ “ ผมรู้ว่ามันอาจเป็นไปไม่ได้อย่างที่เจ้าลิงบอกก็ได้แต่ไม่ว่ายังไงผมก็อยากจะลองดูก่อน ถ้ามันมีโอกาสแม้แต่นิดผมก็อยากจะลอง ผมอยากเจอโทสึกะซังกับมิโกโตะซังมากจริงๆ”

                คนฟังยิ้มเข้าใจ ถ้าพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นและมองด้วยดวงตาแบบนี้ต่อให้ห้ามก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ที่สำคัญไม่ต้องเป็นห่วงสินะ

 

……………………………..

 

                        “ มาช้าจังนะ ยาตะจังพึ่งออกไปเมื่อครู่เอง” เขาบอกชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งเดินเข้ามา ดวงตาเรียวหลังกรอบแว่นกวาดมองทั่วร้านเพื่อยืนยัน เมื่อหาไม่เจอจึงเหลือบขึ้นมองคุซานางิเป็นเชิงถามว่า มิซากิไปไหน

                        “เห็นบอกว่าจะไปที่สุสาน รู้นะว่าสุสานไหน”  

ฟุชิมิพยักหน้า “ขอบคุณครับ” เอ่ยเบาๆแล้วหมุนตัวออกจากร้าน

 

                                                                ………………………………..

 

ยาตะเทส่วนผสมลงไปในหม้อที่มีของเหลวสีเขียวตามลำดับในหนังสือ ไม่รู้เหมือนกันว่าใส่อะไรลงไปบ้างแล้วแต่ยังดีที่มันไม่ระเบิดใส่หน้า

ยิ่งคนยาตะก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าจะได้ผล แต่เมื่อทำขนาดนี้แล้วก็มีแต่ต้องทำต่อ จนมาถึงขั้นตอนสุดท้ายให้เรียกชื่อคนที่อยากจะเจอ ร่างเล็กพูดชื่อคนที่เคารพทั้งสองคน

เงียบ

พูดอีกครั้ง

เงียบ

ลองอีกครั้ง

ยังคงเงียบ

พอพยายามหลายครั้งเข้า ยาตะก็รู้สึกว่าตัวเองโง่มาก เขาโง่อย่างที่ซารุฮิโกะบอกจริงๆ

“ จะหัวเราะเยาะก็เชิญเลย” เขาก้มหน้า ไม่หันไปมองก็รู้ได้ว่าคนรักยืนอยู่ด้านหลัง

แต่ฟุชิมิไม่ได้หัวเราะตามที่เขาเคยพูด ร่างสูงเพียงสวมกอดร่างเล็กเท่านั้น

“ ฉันนี่มันโง่จริงๆ” น้ำเสียงปนด้วยความรู้สึกหลายอย่าง เสียใจ ผิดหวัง โกรธ

“ ช่างมันเถอะ” ฟุชิมิกดจูบลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลแดง เขาย้ำอย่างนั้นไม่ว่ายาตะจะโวยวายหรือตัดพ้ออะไรก็ตาม ในที่สุดร่างเล็กก็ยอมสงบและเป็นฝ่ายหันมากอดร่างสูงจากด้านหน้า

“ เอ้าๆ” ตบหัวร่างเล็กเบาๆ “ ฉันได้ยินเสียงท้องนายร้องแฮะ  ตะกละจริงๆเลยเจ้าอ้วนนี่ ว่าไงจะไปหาขนมในวันฮาโลวีนไหม”

ยาตะรู้ว่าตนไม่ได้ท้องร้องแน่ๆ นี่เป็นความอ่อนโยนของร่างสูงที่ไม่ได้เจอได้บ่อยๆ

“ ใช่ฉันหิว เลี้ยงหน่อยแล้วก็ฉันไม่ได้อ้วนนะเฟ้ย” หลุดหัวเราะเบาๆ ตอนนี้เขาอารมณ์ดีขึ้นแล้วเพราะคนตรงหน้าแท้ๆ

“ อ้วนก็ยอมรับเถอะ” ฟุชิมิล้ออีกแต่แทนที่จะได้รับคำโวยวายกลับหรือโดนชก เขาได้รับจูบแทน ใบหน้าของยาตะแดงก่ำ

“ แค่ครั้งนี้นะเจ้าลิงบ้า” ตอนนี้สีแดงมันลามไปถึงคอด้วย

 

อะแฮ่ม!

 

ชายหนุ่มทั้งสองสะดุ้งเฮือก  พอหันไปยาตะก็ร้องตกใจเสียงดัง ฟุชิมิก็ตกใจไม่ต่างแต่แค่ไม่ร้องอย่างร่างเล็กเท่านั้น

เบื้องหน้าทั้งคู่คือร่างโปร่งแสงของโทสึกะ ทาทาระและสุโอ  มิโกโตะ!!!

ไม่ได้อยากจะขัดจังหวะอะไรหรอกนะแต่มันคงไม่เหมาะถ้าจะดูอยู่โดยไม่บอก…’ โทสึกะว่าเสียงนุ่ม ไม่ต่างจากตอนมีชีวิต

ยาตะลองตบตัวเองหลายครั้งและพบว่ามันเจ็บ นี่ไม่ใช่ความฝัน!

น้ำตาเอ่อขึ้นในดวงตาของร่างเล็ก ยาตะพุ่งเข้าหมายจะกอดคนทั้งสองแต่กลับทะลุไปล้มกลิ้งอยู่ที่พื้น

ใจเย็นๆสิยาตะโทสึกะก้มลงคุกเข่าข้างๆ พวกเราเป็นวิญญาณนะเธอจับต้องพวกเราไม่ได้หรอกเอ้าๆอย่าร้องไห้สิ

ยาตะส่ายหัว เขาไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ควรดีใจหรือเสียใจไม่ต้องดีใจสิ !

นายโตขึ้นหรือเปล่าเนี่ย มิโกโตะที่เงียบมานานเอ่ยขึ้นบ้าง

ยาตะยิ้มทั้งน้ำตา “ เดี๋ยวผมจะเล่าทั้งหมดให้ฟัง

 

ขณะที่…………………ใครคนหนึ่งถูกลืมไป

(May be)  Happy Ending (?)

 

 

อย่าพึ่งว่าอะไรคนแต่งนะ (หลบข้าวของที่ปามา)  จงใจให้จบอย่างนี้จริงๆ 555 ไหนๆเจ้าลิงก็ต้องได้อยู่กับชิวาว่าน้อยตลอดไปแล้วครั้งนี้ก็ขอยกให้ผู้ปกครองทั้งสองละกันนะ ^______^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #425 love-kxa-txr (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 20:32
    //ทำหน้าแบบคนที่เพิ่งเข้ามาเห็น
    อ๊ากกกก เศร้าตามเจ้าค่ะ
    #425
    0
  2. #423 Aumy (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 / 11:39
    ขอต่อได้มั๊ยอ่า....(เริ่มรุสึกสงสารซารุTT_TT) ยังไงก้อยากให้มิซากิสนใจซารุฮิโกะที่สุดอยู่ดีอ่ะ >____< กระซิกๆๆๆๆ
    #423
    0
  3. #422 Aumy (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 / 11:35
    ขอต่อได้มั๊ยอ่า....(เริ่มรุสึกสงสารซารุTT_TT) ยังไงก้อยากให้มิซากิสนใจซารุฮิโกะที่สุดอยู่ดีอ่ะ >____< กระซิกๆๆๆๆ
    #422
    0
  4. #421 por-ngub (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 / 21:27
    อยากอ่านๆ
    #421
    0
  5. #419 anna-chu (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 / 17:59
    น่ารักดีนะ ^___^
    #419
    0