----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 34 : Amnesia (XVIII)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 มี.ค. 56



XVIII

Slender Kamamoto !?

 

 

                “ ยาตะจังดูเหนื่อยๆนะ ขอบตาก็ดูคล้ำๆเป็นอะไรหรือเปล่า”

 

                คุซานางิ อิซุโมะผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณแม่แห่งกลุ่มโฮมระ(ตั้งโดยยาตะ)เอ่ยทักเมื่อเห็นสภาพลูกสาว(?)ที่นั่งบนเคาน์เตอร์เบื้องหน้าตน

 

                “ ผมไม่ได้นอนทั้งคืน”  ยาตะบอกน้ำเสียงเอื่อยๆ

 

                  คุซานางิจ้องมองผู้พูด

 

                ” ยาตะจ้องตอบ

 

                หรือว่าเธอกับซารุ

 

                “ ไม่ใช่ๆๆ !  ยาตะรีบขัด  “ เมื่อคืนผมทะเลาะกับมันเฉยๆแค่นั้น แค่นั้นจริงๆ! ย้ำหนักแน่นรัวเมื่อเห็นสายตาที่หรี่มองตน

 

                จริงๆนะเมื่อคืนตอนแรกนึกว่าจะเสร็จมันซะแต่ด้วยชื่อของ(อดีต)ยาตะการาสุเขาย่อมไม่ยอมง่ายๆ เขาสู้กับมันอยู่นานทั้งด่า ทั้งอ้อนวอน ทั้งใช้กำลัง ในที่สุดเขาก็หนีออกมาได้(ซึ่งที่จริงแล้วน่าจะเป็นเจ้าลิงนั่นยอมปล่อยออกมามากกว่า)แม้ว่าจะเสียผลประโยชน์ไปมากมายก็ตาม(อย่ารู้เลยว่าอะไร)

 

                สรุปเขาก็ต้องไปนอนที่โซฟาและที่สำคัญคือเขาต้องหวาดผวากลัวเจ้านั่นจะมาทำอะไรเวอร์จิ้น(ที่เสียไปนานแล้ว)ของเขาจนไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

 

                ผิดกับเจ้าลิงนั่นที่ดูจะมีความสุขเหลือเกิน จงใจผิวปาก ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีทั้งๆที่เขากลัวแทบตายแล้วมันก็ออกไปทำงานอย่างสบายอารมณ์

 

                ตัวเขาเองก็รีบฉวยโอกาสที่มันไม่อยู่หอบเสื้อผ้าหนีมาที่บาร์โฮมระทันที

 

                โอ๊ะ! เกือบลืมบอกไปว่าตอนนี้ผมจำทางมาที่บาร์ได้แล้วนะ จากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นอย่างต้นเรื่องนั่นแหละ

 

                “ ทะเลาะกัน? อ้อ เธอเลยขนเสื้อผ้าหนีมานี่สินะ” คุซานางิพูดพลางมองไปยังกระเป๋าเดินทางใบเล็กข้างตัว “ แต่ฉันว่าเธอคงไม่ได้ใช้หรอกเพราะเดี๋ยวซารุก็มาตามเธอกลับอยู่ดี”

 

                ความจริงยิ่งตอกย้ำให้เจ็บปวดเขาหนีเจ้าลิงนั่นไม่พ้นจริงๆสินะ

 

                “ แล้วอย่างนี้เมื่อไรจะได้บอกรักล่ะหืมมมม”  ชายผู้เป็นเจ้าของบาร์เอ่ยถามขณะที่วางถ้วยน้ำส้มลงหน้ายาตะและแอนนาที่อยู่ข้างๆ

 

                ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นเหมือนพึ่งนึกขึ้นได้ว่ามันเป็นเรื่องสำคัญคอขาดบาดตายระดับชีวิตสำหรับตน

 

นั่นสิทำไงดีล่ะ

 

ยาตะงึมงำๆชนิดจับใจความไม่ได้  คุซานางิยิ้มขำท่าทางนั้นไม่บ่อยนักหรอกที่จะเห็นยาตเคร่งเครียดกับเรื่องพรรค์นี้น่ะ

 

“ ยาตะจังเธอ  คุซานางิจะเสนอบางอย่างแต่ถูกขัดโดยสมาชิกโฮมระคนอื่นๆที่โผล่เข้ามาในร้านอย่างรีบร้อน นำมาโดยบันโด ต่อด้วยอาคากิ จิโตเสะ  เดวะ  ฟูจิชิมะและปิดท้ายด้วยอีริค

 

บันโดกับจิโตเสะมีสีหน้าแตกตื่น

 

“ เกิดอะไรขึ้น ”  คุซานางิซังที่มีสติมากที่สุดเอ่ยขึ้น

 

“ คามาคามาโมโตะซังน่ะ ….คามโมโตะซัง ”  เจ้าสองตัวนั้นแย่งกันพูดจนฟังไม่รู้เรื่องได้ยินเพียงชื่อของคามาโมโตะเท่านั้น

 

“ แล้วมันอะไรล่ะฟะ พูดจาให้รู้เรื่องหน่อยเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าคามาโมโตะ” ยาตะที่เหลืออดตะคอกออกมาแล้วหันไปเอาคำตอบจากคนที่เหลือที่ดูจะปกติดีกว่า  “ เฮ้ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าคามาโมโตะล่ะ ”

 

“ คือว่า  อาคากิเริ่มด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายพลางเหลือบดูเพื่อนสมัยเด็กของตน ทว่าคำตอบคงไม่จำเป็นเพราะเจ้าของชื่อได้เดินเข้ามาในเวลานั้นเอง

 

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

ร่างเล็กอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นคามาโมโตะ

 

คามาโมโตะ ริคิโอะในร่างผอม !

 

จริงๆมันไม่น่าใช่เรื่องน่าตกใจซะหน่อยเพียงแต่ตอนนี้มันไม่ใช่หน้าร้อนนี่ !

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้นฟะ!!!

 

…………………………………

 

 

“ หา ! ลำไส้อักเสบ”  ยาตะอุทานทวนสาเหตุของเรื่องประหลาดนี้

 

“ ครับก็เลยทำให้ทานได้น้อยแล้วน้ำหนักก็ลดลงไปนิดหน่อย”  คามาโมโตะหัวเราะ

 

ไม่นะ!นี่ไม่ลดนิดหน่อยนะ

 

ยาตะจ้องมองอดีตเจ้าอ้วนเบื้องหน้าอย่างจับผิดแต่ไม่ว่าจะดูยังไงก็เป็นเจ้าคามาโมโตะจริงๆด้วย

 

“ ถ้าแกป่วยแล้ววันนี้มาทำไมฟะ กลับไปพักไป๊ ”  มือเล็กโบกไล่แต่คนถูกไล่เพียงหัวเราะเบาๆ

 

“ ยาตะซังไม่ต้องห่วงหรอก ผมดีขึ้นแล้วล่ะวันนี้เลยมาช่วยที่ร้าน”

 

“ ก็ดีนะ” เจ้าของบาร์หัวเราะชอบใจแต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่ามันมีเลศนัยบางอย่างอยู่ “ยอดขายจะได้เพิ่ม” นั่นไงเขาว่าแล้ว

 

และเป็นอย่างที่คุซานางิซังคาดการณ์พอเจ้าคามาโมโตะร่างผอมเข้ามาปุ๊บไม่นานผู้หญิงทั้งเด็กทั้งสาวและสวยๆก็ตามเข้ามาไม่ขาด แบบนี้ยอดคงพุ่งไม่ยากเลย

 

แต่ว่านะ….

 

ทำไมเขาต้องรู้สึกหมั่นไส้ฟะ! ไม่ได้นะยาตะแกอายุก็ไม่ใช่เด็กๆที่จะมานั่งอิจฉาคนที่หล่อกว่าจนต้องกลั่นแกล้งเหมือนสมัยก่อนหรอกนะ

 

แต่เจ้าสองคนด้านหลังเขาคงไม่คิดอย่างนั้นสินะบันโดกับจิโตเสะเจ้าเก่านั่นเอง

 

“ ยาตะซังทำไงดีล่ะ คามาโมโตะซังยิ่งโตก็ยิ่งดูดีขึ้นเป็นประกายกว่าเก่าทำเอาสาวๆไม่สนใจพวกเราเลย”  บันโดพูดกรอกหูเขาขณะที่จิโตเสะกัดฟันกรอดพยักหน้าเห็นด้วย

 

จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกเลยตั้งแต่เสียความทรงจำนะที่เห็นเจ้าอ้วนนั่นตอนโตผอมน่ะ จริงๆด้วยนอกจากเจ้าลิงนั่นแล้วก็คงมีเจ้านี่แหละที่เขาเห็นว่ายิ่งโตยิ่งดูดียิ่งมีประกายกว่าเก่าอีก

 

“ แล้วพวกแกมาบอกฉันทำไม”  เขาพูดเสียงเนือย ยกน้ำส้มขึ้นจิบไม่สนใจ

 

“ อะไรกันก็คุณเป็นหนึ่งในสามหนุ่มที่ถูกลืมนะ”  จิโตเสะเข้ามาล็อคคอเขา ลามปามไปไหมฟะ! “ อ้อ ลืมไปเลยว่าคุณแต่งงานแล้วคงไม่สนใจเรื่องแบบนี้ ก็รับบทเป็นภรรยา

 

พรวด!

 

น้ำส้มในปากกระจายออกมาทันที ดีที่ไม่โดนใครนะ

 

ยาตะหันมาคว้าคอเสื้อเจ้าคนหาเรื่องตายก่อนวัย “ ขืนแกพูดว่าฉันเป็นภรรยาอีกทีฉันฆ่าแกแน่ ฉันพูดจริงๆนะเฟ้ย”  สำทับด้วยการส่งสายตาอำมหิตให้

 

“ ขะ ขอโทษครับ”  คนถูกข่มขู่รีบเอ่ยขอโทษ

 

ว้าย ! กรี๊ด!

 

เสียงผู้หญิงดังขึ้นกลบเสียงพวกเขาจนหมด ส่วนใหญ่จะตะโกนเรียกคามาโมโตะให้มาบริการที่โต๊ะตัวเองเพิ่มดีดรีความรู้สึกหมั่นไส้มากขึ้นและเขาก็อยากจะลบคำครหาของเจ้าจิโตเสะด้วย

 

“ เอาสิ ฉันจะร่วมมือด้วยก็ได้ ” เขาว่า

 

……………………………………….

 

 

ยาตะ  บันโดและจิโตเสะใช้เวลาในการคิดแผนและกลั่นแกล้งคามาโมโตะต่างๆนานาเหมือนสมัยก่อน แน่นอนว่าทุกแผนนั้นเหลวไม่เป็นท่าเพราะไม่ว่าจะทำเช่นไรสาวๆก็ยังมองว่าคามาโมโตะนั้นเท่และดูดีอยู่ดี

 

ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้มากขึ้นเป็นทวีคูณ

 

“ คามาโมโตะซังแฟนเป็นยังไงบ้างครับ”  จู่ๆจิโตเสะก็ตะโกนขึ้นมากลางร้านเรียกความสนใจของทุกคน สาวๆเริ่มส่งเสียงว่าเสียดายไม่ก็จริงเหรอหรือว่าใครนะ

 

“ อ่า -” คามาโมโตะสีหน้าเศร้าลงทันที “ คือว่าเขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศน่ะ เราก็เลยเลิกกันแล้ว” 

 

เสียงและสีหน้าเศร้าๆทำให้พวกผู้หญิงกรี๊ดกร๊าดกว่าเก่ามีคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่าให้ฉันช่วยดามใจให้ไหม ตามด้วยเสียงปลอบปนเสนอตัวอีกมากมาย

 

ฟึ่บ!

 

ไฟริษยาอิจฉาเลยโหมกระหน่ำท่วมตัวเลยทีนี้

 

“ พอเถอะน่า พวกเธอไม่ใช่เด็กๆกันแล้วนะ มีสติกันหน่อยได้ไหมอายเด็กอย่างแอนนาบ้างเถอะ” คุซานางิเริ่มปราม เขาเกรงว่าจะมีเรื่องยุ่งตามมา “ โดยเฉพาะเธอยาตะจัง”

 

แต่ ณ จุดนั้น เจ้าของชื่อไม่รับฟังแล้ว

 

                คนเตือนถอนหายใจปลงๆแล้วหันไปรับออเดอร์จากสาวสวยวัยทำงานคนหนึ่ง เธอสั่งเบียร์กับเหล้าเพราะตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานแล้ว

 

                “ นั่นไงล่ะ”  จิโตเสะทุบกำปั้นบนมือ

 

                “ อะไร ” ยาตะกับบันโดไม่เก็ท

 

                “ โธ่เอ๊ย! นั่นไงล่ะ ”  เขาชี้ไปที่ขวดเหล้าบนเคาน์เตอร์ “ มอมเหล้าซะเลย แล้วพอคามาโมโตเมาก็จะแสดงอะไรแย่ๆออกมาให้สาวๆเห็น ทีนี้สาวๆก็จะไม่ชอบไง ”

 

                “ แผนแกนี่เลวใช้ได้เลยนะ”

 

                “ ยาตะซังนั่นชมใช่ไหม”

 

                “ ชมๆ”

 

                “ฟังดูไม่ค่อยเหมือนแฮะ”

 

                “เออน่า”

 

                “ งั้นก็จัดการเถอะ”  บันโดตัดบทให้ เขาแอบหยิบขวดเหล้าโดยไม่ให้คุซานางิซังรู้จากนั้นส่งให้จิโตเสะเทใส่แก้วจนแทบล้น

 

                “ เยอะไปมั้ง อย่างนี้มันไม่ยอมกินหรอก”  ยาตะพึมพำ

 

                “ งั้นใส่น้ำส้มผสม”  ว่าแล้วก็ผสมน้ำส้มลงเพิ่มจนสีดูเหมือนน้ำส้มจริงๆ

 

                พวกเขานำแก้วน้ำส้มสูตรพิเศษไปให้คามาโมโตะแต่เจ้านั่นกลับปฏิเสธอย่างสุภาพว่ายังไม่หิว ยาตะเริ่มคะยั้นคะยอบีบบังคับแต่สาวๆโต๊ะหนึ่งดันเรียกมันไปรับออเดอร์เสียก่อน

 

                        “ พวกเธอเลิกเล่นเป็นเด็กซะที ! คามาโมโตะไปรับออเดอร์ซะ ” คุซานางิเอ็ดใส่สามคนทำให้ทั้งสามหงอยไป

 

                จิโตเสะวางแก้วน้ำส้มลงบนเคาน์เตอร์บาร์อย่างยอมแพ้

 

                “ พวกแกทำให้ฉันโดนว่าด้วยเลย” ยาตะหันมาเอ็ดสองคนต่ออีกทอด  สองคนที่ถูกว่าก็ไม่ยอมแพ้เถียงกลับสุดฤทธิ์แต่สุดท้ายก็แพ้ไปตามระเบียบแถมยังโดนยาตะฝากรอยปูดโนบนหัวไปคนละโป๊ก

 

                ยาตะหอบแฮ่กจากการเถียงสู้เลยคว้าแก้วน้ำส้มของตนบนโต๊ะมาดื่มโดยไม่ได้มองจึงได้คว้าผิดคว้าเอาแก้วที่ผสมเหล้าขึ้นมา  เขาดื่มรวดเดียวหมดตามปกติรู้ตัวก็ตอนที่ความขมแผ่ทั่วลิ้นและคอ จะบ้วนทิ้งก็ไม่ทันแล้ว

 

                ทิ้งไว้ไม่ถึงชั่วโมงคนคออ่อนก็เริ่มออกอาการแม้จะไม่ถึงขั้นอาละวาดหรืออ้วกอย่างครั้งก็แต่ก็ทำให้มึนๆ

 

                “ ยาตะซังหน้าแดงมากเลย”  อาคากิทักเป็นคนแรก

 

                “ หนวกหู”  ยาตะท้วง

 

                “ อ่า เมาซะแล้ว ” เดวะย้ำ

 

                “ ไม่ได้เมา แค่มึนๆ”  ยังคงเถียง

 

                “ คออ่อน” อีริคซ้ำให้

 

                “ หนวกหู!

 

                “ แกล้งคนอื่นกรรมเลยตามทันน่ะสิ”  คุซานางิตอกย้ำอีกคน ยาตะครางอย่างไม่ยอมรับ

 

                “ ให้ผมพาไปพักไหมยาตะซัง” คามาโมโตะเสนอด้วยความหวังดี

 

                “ ไม่ต้องเลยฉันหมั่นไส้แกอยู่”

 

                โฮมระทุกคนทำตาโต นี่กลายเป็นว่าพอเมาแล้วก็เลยปากเสียหรือเนี่ย

 

                “ แกตอนผอมนี่น่าหมั่นไส้จริงๆ  นอกจากจะดูดีกว่าตอนอ้วนเยอะแล้วยังเป็นประกาย สาวๆก็มาติดเยอะ น่าอิจฉาจริงๆฟ่ะ” ประโยคด่าแต่ความหมายกลับเหมือนชม “ นอกจากเจ้าลิงแล้วก็มีแกเนี่ยแหละที่ฉันว่ายิ่งโตยิ่งดูดี”

 

                        “ ถ้างั้นระหว่างฟุชิมิซังกับคามาโมโตะซังใครดูดีกว่า ” คนไหนสักคนในกลุ่มถามอย่างนึกสนุก

 

                ยาตะลุกขึ้นชี้หน้าคามาโมโตะสร้างความประหลาดใจให้ทั้งกลุ่ม

 

                “ เจ้านี่ดูดีกว่า”  ยืนยันอย่างหนักแน่น

 

                “ เอ่อออ ยาตะซังพูดอย่างนี้ถ้าซารุ  คามาโมโตเอ่ยค้านพร้อมยกมือปรามร่างเล็ก

 

                “ ไม่ๆ ฉันพูดจริงแกดูดีกว่า”  ยาตะย้ำ    แกหน้าตาดีกว่าเจ้าลิงนั่นเยอะมากๆๆๆ”  จริงๆซารุก็ดีแต่เขาว่าคามาโมโตะมันก็ยังหน้าตาดีกว่าอยู่ดี 

 

เป็นประกายอีกต่างหากต่างจากเจ้าลิงที่มีรังสีทะมึนๆตลอด” ใช่ๆ มีรังสีน่ากลัวๆที่ทำให้คนอื่นรู้สึกขนลุกหรือกลัวได้

 

นิสัยก็ดีกว่า ”  ดูจากการเอาอกเอาใจสาวๆรวมถึงคนในกลุ่มมาโดยตลอด  “ เจ้าลิงนั่นเอาแต่ใจจะตายเคยฟังคนอื่นเขาที่ไหน ชอบทำตามใจตนเอง จ้องจะเอาเปรียบ  มีข้อเสียเป็นร้อยเป็นพันเลย ”  เรื่องพาสปอร์ตก็เอาแต่ใจไปทำโดยไม่ปรึกษาเขาสักคำ  เมื่อคืนก็ทำเขาหวาดระแวงจนไม่ได้นอน แล้วยังจะยิ้มเยาะเขาอีกเหมือน

 

พอได้นินทามันแล้วชักสนุกแฮะ

 

“ เฮอะถ้ามีโอกาสย้อนเวลาแล้วได้เลือกใหม่นะเฟ้ย ฉันคงไม่เลือกมันหรอก ” แสร้งยิ้ม ทำท่าทีเหนื่อยหน่ายเต็มที่ “ พวกแกว่างั้นไหม”

 

ไม่ใครพูดอะไรหรือกล้าวิจารณ์ใดๆ

 

“ เป็นอะไรไป  ยาตะขวดคิ้วเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ถ้านี่เป็นนิยายหรือละครนะยาตะคงจะคิดว่าเจ้าคนที่เขานินทาอยู่มายืนอยู่ด้านหลัง

 

ยืนอยู่ด้านหลัง

 

นี่เป็นเวลาเลิกงานใช่ไหม

 

อย่าบอกนะว่า

 

“ คุซานางิซัง

 

“ ว่าไง” เจ้าของชื่อขานรับแต่สายตากลับจ้องผ่านเขาไปเหมือนมีบางอย่างอยู่ด้านหลังเขา

 

“ ผมค้างที่นี่ได้ไหม” 

 

“ ฉันว่าเธอต้องขออนุญาตคนข้างหลังก่อน” 

 

ชัดเจน

 

“ เอ่อฉันอยู่ค้างที่นี่ได้ไหม”  ถามโดยไม่กล้าหันไปมอง

 

“ คิดว่าคนเอาแต่ใจอย่างฉันจะยอมไหมล่ะ หืมมม มิซากิ”  คำตอบบอกให้รู้เลยว่าไม่ใช่พึ่งมา

 

“ แกมาตั้งแต่เมื่อไร ” หวังว่าจะไม่ใช่ตั้งแต่ต้น

 

“ก็ไม่นาน  ยาตะถอนหายใจอย่างโล่งอกกับคำตอบนั้นทว่าเครียดต่อทันทีเมื่อได้ยินประโยคต่อมา    ตั้งแต่ถามว่าฉันกับเจ้าอ้วนนั่นใครดูดีกว่า” ยังงี้เรียกว่าไม่นานแต่มาตั้งแต่ต้นเลยนี่หว่า !

 

 แล้วนายให้ฉันค้างไหม”  ยังกล้าถามต่อ

 

“ นายกล้าค้างไหมล่ะ”  ไม่น่าถามไม่กล้า!!! เจ้าลิงที่มานิ่งๆแบบนี้ยาตะคิดว่าน่ากลัวกว่ามันจะทำอะไรเขาเสียอีก ถ้ามันแกล้งเขา นั่นยังเข้าใจได้ว่าสนุกแต่นี่เสียงเรียบๆ นิ่งๆโมโนโทน ไม่บอกอารมณ์แต่แทบแช่คนทั้งเป็นได้เลย นี่ยังดีนะเขาไม่หันไปมองหน้า

 

ปัง

 

ยาตะหันหน้ากลับมาตามเสียงนึกว่าเจ้าลิงนั่นจะฆ่าเขาซะแล้ว  โชคดีเป็นแค่เสียงปิดประตูเท่านั้นแต่โชคร้ายที่เจ้าคนเปิดประตูนั่นเดินลิ่วออกไปโดยไม่เรียกเขาสักคำ เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเอาเสียเลย

 

มันโกรธเขาเหรอ

 

พวกโฮมระที่ได้สติก่อนเจ้าตัวรีบสั่งให้ยาตะตามสามี(โวยวายว่าไม่ใช่ตามนิสัยติดตัว)ออกไปเดี๋ยวนี้  ร่างเล็กยังนิ่งทิฐิบวกศักดิ์ศรีบวกความสับสนกำลังตีกันมั่วในหัวจนไม่รู้ว่าควรทำอะไรดี

 

“ หย่าแน่”  อีริคพึมพำขึ้นเบาๆแต่ดังพอให้ทุกคนได้ยิน ยาตะตวัดสายตาอำมหิตมาที่คนที่แช่งชีวิตคู่ของตนยังดีที่ฟูจิชิมะจัดการปิดปากเจ้าคนปากเสียเรียบร้อยแล้ว

 

“ ตามไปสิยาตะจัง”  คุซานางิซังว่าพร้อมยื่นกระเป๋าเดินทางให้ ยาตะเอ่ยขอบคุณพร้อมยื่นมือรับไว้ก่อนจะวิ่งตามเจ้าคนที่ออกไปก่อนนั้น

 

……………………………

 

 

“ เฮ้ ซารุๆ ซารุฮิโกะ!รอฉันด้วย”  คนวิ่งตามด้านหลังตะโกนเรียกแต่คนข้างหน้าก็ไม่มีท่าทีจะหยุดหรือชะลอสักนิด

 

ยาตะเริ่มทนไม่ไหวจึงตัดสินใจปากระเป๋าเดินทางในมือหวังว่าจะช่วยหยุดได้  ฟุชิมิไหวตัวทันจึงหลบได้กระเป๋าจึงไปชนกำแพงใกล้ๆแทน

 

สีหน้าของฟุชิมิยังคงเรียบเฉย เขายอมหยุดทำให้ยาตะเดินมาถึงตัวจนได้

 

“ โทษที ”  ร่างเล็กเอ่ยก่อน

 

“ เรื่องอะไรล่ะ”

 

“ เรื่องเมื่อกี้”

 

“ ไม่เห็นต้องขอโทษมันเป็นเรื่องจริงไม่ใช่เหรอ”

 

“ แต่แกโกรธนี่หว่า”

 

ฟุชิมยักไหล่เล็กน้อย “ ไม่ใช่โกรธแค่ไม่พอใจที่นายพูดอย่างนั้น เอาสามีไปเปรียบกับผู้ชายคนอื่นใจร้ายจริงๆเลยนะนายเนี่ย” นิ้วเรียวยกขึ้นหยิกแก้มนุ่มของอีกฝ่ายอย่างหมั่นเขี้ยว

 

มือเล็กตีมือที่ทำร้ายตน

 

“ ฮ่ะ ! งั้นแกก็เข้าใจความรู้สึกฉันตอนที่โดนเอาไปเปรียบกับอดีตแล้วใช่ไหม”  ยาตะพึ่งนึกออกว่าทำไมประโยคที่ฟุชิมิพูดมาแลดูคุ้นหูชอบกล ที่แท้ก็เพราะมันคล้ายประโยคที่หลอกหลอนเขาตลอดเมื่อวาน

 

“ ฉันว่าไม่เหมือนนะ ที่ฉันพูดมันก็คือตัวนายไม่ใช่เหรอมิซากิ”  ฟุชิมิเถียง

 

“ เหมือนสิวะ ก็ฉันเปรียบแกกับเจ้าคามาโมโตะ แล้วแกก็เปรัยบฉันกับตัวฉันในอดีต เอ๊ะ? ” ตกลงมันเหมือนไหมฟะ เขาเริ่มงงตัวเองซะแล้ว “ เอาเถอะ ฉันว่าเหมือนก็เหมือนสิ”

 

ฟุชิมิยิ้มจางๆแล้วเดินไปที่กระเป๋าเดินทางที่ถูกทิ้งขว้างมาอย่างใจร้าย

 

“ ดีนะที่ไม่โดนคนอื่น ก่อนทำอะไรคิดหน่อยสิ”  ฟุชิมิว่าแล้วยื่นกระเป๋าคืนให้

 

“ เออน่า” ยาตะยื่นมือรับ

 

ตุบ!

 

เอ๊ะ !?

 

กระเป๋าร่วงลงตรงกลางระหว่างพวกเขา

 

“ อา- ระวังหน่อยสิมิซากิ” ฟุชิมิก้มลงหยิบให้อีกครั้งแล้วยัดลงในอ้อมแขนของยาตะก่อนจะหมุนตัวเดินนำหน้าออกไป

 

ยาตะยังนิ่ง

 

เมื่อกี้เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้รับพลาดแน่นอน  แม้จะยังมึนๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่ได้รับพลาด เมื่อกี้เจ้าลิงนั่นจงใจปล่อยมือชัดๆ

 

เขารู้สึกว่าบางอย่างแปลกๆ

 

ยาตะวิ่งขึ้นมาจนทันฟุชิมิที่ดูจะเดินชะลอกว่าตอนแรกมาก  เขาแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายที่ไม่ปรากฏอาการแปลกๆแม้แต่นิด

 

บางทีเขาอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้เ มื่อกี้เขาอาจจะเมาจริงๆ

 

จะว่าไปเขายังไม่ได้ถามวันเดินทางเลยนี่ ถามตอนนี้คงจะได้มั้ง

 

ยาตะยื่นมือออกไปหมายจะจับข้อมืออีกฝ่าย

 

เฮือก!

 

ฟุชิมิสะดุ้งเบาๆแล้วชักมือออกห่างจากมือเล็ก ยาตะชะงักทันที ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างมองคนข้างตัวแต่ฟุชิมิไม่ยอมสบตากับเขาซ้ำยังเดินเร็วขึ้นจนนำหน้าเขา

 

เขาไม่ได้รู้สึกไปเอง เจ้าลิงนั่นแปลกไปจริงๆแล้วเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็เป็นการจงใจปล่อยกระเป๋าจริงๆด้วย

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?

 

งานเข้าเขาอีกแล้วใช่ไหม !?

 

……………………………………….

 

                        ไม่ผิดแน่ๆ เจ้าลิงกำลังโกรธเขา(ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าไม่ใช่ก็เถอะ)เล่นเอาเขาสร่างเมาเลย

 

                        “ แกเลิกงอนเป็นเด็กสักที มันไม่น่ารักหรอกนะ”  เมื่อเขาอุตส่าห์ขอโทษไปแล้วมันยังไม่หายก็อย่าหวังจะให้เขาพูดดีๆง้อมันเลย  เรื่องง้อคงจะเป็นไปได้ยากพอๆกับที่จะบังคับให้กินนมนั่นแหละ

 

                “ นายก็ง้อดีๆสิ แบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ”  ฟุชิมิมองทางข้างหน้าอยู่จึงไม่ได้หันมามองคู่สนทนาที่นั่งข้างๆ

 

                “ แกนั่นแหละที่ไม่น่ารัก ไหนบอกว่าไม่โกรธไงฟะ”

 

                “ ไม่โกรธแค่ไม่พอใจ”  เขาย้ำอีกครั้ง

 

                “ งั้นก็ตามใจแก”  ยาตะหันหน้าหนีไปอีกทาง บอกแล้วไงว่าเขาไม่ง้อแน่นอน

 

 

…………………………………

 

                        ทำไมนะ ? ทำไมบรรยากาศมันชวนอึดอัดอย่างนี้

 

                ยาตะคิดในใจขณะที่ดวงตาเหลือบมองบรรยากาศในห้องนอนผ่านช่องประตูที่แง้มไว้  ทั้งห้องปิดไฟจนมืดสนิทจึงเห็นแค่ลางๆว่าเจ้าลิงนั่นกำลังนอนอยู่ด้านหนึ่งของเตียง

                แต่ทำไมบรรยากาศมันทะมึนๆแปลกๆล่ะ

 

                วันนี้นอกจากตอนเย็นแล้วตอนค่ำที่ผ่านมาก็แปลก เจ้านั่นไม่รบเร้าเขาให้เข้าไปนอนด้วยหรือก่อกวนเขาอย่างปกติ

 

                เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยให้ตายสิ!

 

                ยาตะค่อยๆแง้มประตูกว้างขึ้นให้พอลอดเข้าไปได้  เขาคลานช้าๆ พยายามให้เงียบที่สุดไปจนถึงขอบเตียงฝั่งของเขา

 

                ฟุชิมิยังคงนิ่ง

 

                ทำไงดีล่ะ ? ขึ้นไปนอนดีไหมเอามือเกาะขอบเตียงทำท่าจะปีนขึ้น

 

หรือกลับไปนอนที่โซฟาดีล่ะปล่อยมือจากขอบเตียง

 

แต่ก็คลานมาถึงนี่แล้วนะ หรือนอนพื้นห้องเลย ทิ้งตัวลงนอนบนพื้น

 

อืมมมม ไม่สบายเลยอย่างน้อยก็ต้องเอาหมอนกับผ้าห่มลุกขึ้น เกาะขอบเตียงใหม่

 

เฮือก!

 

สะดุ้งตกใจเมื่อหันกลับมาเจอฟุชิมินอนหันมาเผชิญหน้า  สีหน้ายังคงเรียบเฉยผิดกับยาตะที่ลนลานคิดหาข้อแก้ตัวยกใหญ่

 

“ ถ้านายจะนอนก็ขึ้นมาแต่เงียบๆหน่อย”  ว่าแล้วก็พลิกตัวเอาหลังให้เขา

 

ร่างเล็กยังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรแต่ครู่หนึ่งก็ยอมขึ้นไปนอนเขาไม่อยากเสียเปรียบหรอกเพราะนี่ก็เตียงเขาเหมือนกันนี่

 

……………………………..

 

 

เป็นความผิดพลาดขั้นร้ายแรงจริงๆ

 

เขาไม่น่าขึ้นมานอนบนเตียงเลย ไม่ใช่เพราะมันก่อกวนเขานะแต่เป็นเพราะเขาไม่สามารถข่มตาหลับได้ตราบใดที่ผู้ร่วมเตียงกับเขายังอยู่ก้ำกึ่งระหว่างทะเลาะกับคืนดี

 

เอาไงดีล่ะคุยอะไรดีไหมแต่ต้องไม่ใช่ง้อนะ แต่ว่ามันหลับไปหรือยังเนี่ย (เหลือบมองร่างนิ่งๆใกล้ๆ) หลับแล้วมั้ง

 

“เอ่อ

 

“ ถ้านายได้โอกาสอีกครั้งนายจะเลือกแต่งกับฉันไหม” จู่ๆก็โดนคนที่นึกว่าหลับไปแล้วถามขึ้นยาตะจึงตั้งตัวไม่ทัน

 

“ หมายความว่าไง” 

 

“ ก็ตามที่พูดถ้านายได้โอกาสอีกครั้งนายจะเลือกแต่งงานกับฉันไหม” ฟุชิมิพูดทวนคำถามเดิม

 

ยาตะพยายามจะมองสีหน้าของคนถามแต่เห็นแค่เพียงแผ่นหลังของอีกฝ่ายเท่านั้น

 

อ่าเจ้านี่มันคิดมากเรื่องที่เขาพูดงั้นเหรอเนี่ย พึ่งจะรู้ว่าเจ้านี่ก็คิดเล็กคิดน้อยเป็นเหมือนกันแฮะ แต่เล่นถามออกมาอย่างนี้จะให้เขาตอบยังไงล่ะแต่งแน่นอนเพราะฉันรักแกงั้นเหรอไม่มีทางให้ตายเขาก็ไม่พูด

 

พูดยังไงดีล่ะให้มันหายงอนแต่เราไม่เสียเปรียบ อืมมมม ตอบแค่แน่นอนพอไหมไม่ดีๆเจ้านี่ได้ใจพอดี งั้นก็

 

“ ฉันจะไปรู้ได้ไงฟะก็ฉันไม่มีโอกาสเลือกใหม่นี่” น่าจะเป็นคำตอบเอาตัวรอดที่ดีที่สุด

 

“งั้นเหรอ” ฟุชิมิขานรับ หลังจากนั้นความเงียบก็เข้ากลืนกินห้องสนิทไม่มีคำพูดใดๆหลุดมาจากปากทั้งคู่อีก ใช้เวลาไม่นานความเหนื่อยล้าจากการอดนอนรวมกับอาการมึนๆจากแอลกอฮอล์ก็ดึงยาตะเข้าสู่ห้วงนิทราได้อย่างไม่ยากเย็น

 

……………………………………….

 

 

ร่างเล็กพลิกตัวบนเตียงอยู่หลายรอบเพื่อหาท่าที่นอนแล้วสามารถหลบแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาให้มากที่สุดแต่จนแล้วจนรอดก็หาไม่ได้จึงต้องตื่นขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจนัก

 

มือสัมผัสที่นอนเย็นๆข้างตัว

 

อืมมมม  เจ้าลิงนั่นคงไปทำงานแล้วมั้ง

 

ยาตะลุกจากเตียงในสภาพสะลืมสะลือจนเกือบสะดุดผ้าห่มล้ม เขามุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำตามความเคยชิน

 

ซ่าๆๆๆ

 

น้ำอุ่นถูกปล่อยจากก๊อกที่อ่างล้างหน้า  มือเล็กยื่นไปรองแล้ววักใส่หน้าตามปกติ  ดวงตาสีน้ำตาลเริ่มตื่นเต็มที่เมื่อใบหน้าสัมผัสกับน้ำตอนนั้นเอง

 

!!!

 

ดวงตาเบิกกว้างทันทีเมื่อเห็นความผิดปกติเกิดขึ้น

 

แหวนแหวนแต่งงานเขาหายไปไหน!!!

 

…………………………………….



 

พึ่งจะคืนดีก็ทะเลาะกันอีกแล้วสงสัยยาตะจังจะเกิดในดาววิบัติเรื่องชีวิตคู่นะเนี่ย >>>ได้ข่าวว่าแต่งเอง

 

เรื่องเรท อย่าทำร้ายเขานะก็แต่งไม่เก่งเลยไม่มีง่ะ TT ^TT

 

ช่วงนี้ปิดเทอมแล้วค่ะเพราะฉะนั้นเลยจะมาลงให้เร็วหน่อยนะคะ ประมาณสองสามันต่อตอน>>>ข่าวดีใช่ไหม และข่าวดีที่สำคัญอีกเรื่องคือ Amnesia ใกล้จบแล้วค่ะ^^  (น่าจบมานานแล้วล่ะ = =) ส่วนcalendar ก็ต้องรอลุ้นต่อว่าอยากจะแต่งวันไหนก่อนน่ะนะ

 

วันนี้เขาอัพตอนสิบแบบภาษาอังกฤษแล้วด้วยค่ะที่นี่  http://mangafox.me/manga/k_memory_of_red/v02/c010/1.html

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #453 B.B.E (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 01:49
    อ้าววฃวฃหปมททายความททวฃ่าไงงงง
    #453
    0
  2. #401 I_am_Hana (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 21:32
    แหวนหายไปไหนอ่ะ ถอดออกไปได้งายยยยยยยยยย
    #401
    0
  3. #342 Kurosaki__Ichigo (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 15:46
    อะ... เร๊ะ? (' ')
    #342
    0
  4. #279 Mint-noi (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 17:12
    ซารุหึง หึง หึง//โดนถีบ

    หรือว่าซารุจะเอาแหวนออกเพราะงอนนน
    #279
    0
  5. #249 iiFreedomii (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 14:27
    เฮ้ยยยยย =[]= วัวยังไม่หาย ความควายก็เข้ามาแทรก... หมาน้อยงานเข้าแล้วมั้ยละ!! 555 สมน้ำหน้า!! ดีจังเลยที่ปิดเทอมแล้ว ดีใจด้วยนะ!! ต่อจากนี้เราก็ติดตามยาวๆ ถี่ๆ ล่ะ
    #249
    0
  6. #248 AaEe★SaMA (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 14:19
    ไรท์ทำร้ายยยยยยยยยยยยย  T^T
    #248
    0
  7. #247 ChomPoo (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 07:10
    ม่ายยยยยยย อย่าจบ อย่าพึ่งจบ เอานานๆ เอานานๆกว่านี้
    จบค้างมาก ต่อด่วเลยค่ะ~~!!!!
    #247
    0
  8. #246 Zepryrus (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 02:58
    ง่ะ.... ไปทำแหวนหายที่ไหนน่ะ ไปทำหายที่ไหนน่ะ =[]= !!

    เหมือนแอบเข้าใจได้ลางๆ แล้วว่าทำไมซารุถึงได้งอนแบบนั้น + ตอนทำกระเป๋าร่วงด้วย !

    ไม่ใช่ว่ามิซากิทำแหวนหลุดตอนปากระเป๋าหรอกนะ ?

    อย่านะๆ ที่ซารุบอกว่าถ้ามีโอกาสเลือกอีกนี่ คงไม่ใช่.... << คิดมากแทนไปแล้ว ฮาาา ~
    #246
    0
  9. #245 Sou (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 มีนาคม 2556 / 19:41
    มิซากินินทาซะเมามัน (ฮา) หลังๆบรรยากาศเริ่มมาคุ

    แหวนมิซากิหายไปไหนจะรอติดตามต่อค่า>_
    #245
    0