----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 29 : Amnesia (XV)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    19 ก.พ. 56


 

XV

 

Responsibility !?

 

 

                ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย

 

                สภาพอากาศในวันนี้ดูสดใสอย่างมากนั่นทำให้บรรยากาศของผู้คนในวันนี้แลดูสดใสไปด้วยแต่ต่อให้อากาศดีแค่ไหนก็คงใช้ไม่ได้กับบรรยากาศตึงเครียดชวนอึดอัดภายในห้องทำงานของมุนาคาตะ  เรย์ชิหรือบลูคิงแห่ง Scepter 4

 

                อาวาชิมะที่ยืนขนาบใกล้ฟุชิมิรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากชายที่อายุน้อยกว่าใส่ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในที่แห่งนี้โดยไม่เกรงกลัว

 

                “ เรื่องที่พูดหมายความว่าไงครับ”  น้ำเสียงเย็นเยียบไม่เหมือนการพูดกับผู้ที่อยู่สูงกว่าสักนิด

 

                “ผมพูดชัดเจนแล้วนะฟุชิมิคุง”  ทว่าผู้ฟังยังคงใจเย็นยิ้มเหมือนเป็นปกติ  “ อาวาชิมะคุง” แล้วผายมือไปทางคนสนิทให้หยิบชุดกระดาษรายงานชุดหนึ่งขึ้นมา

 

                มุนาคาตะพลิกมันดูแวบหนึ่ง

 

                “ จากรายงานที่ผมได้รับแสดงให้เห็นว่าการที่ผู้ร้ายในคดีนี้สามารถหลบหนีไปได้เป็นเพราะความเอาแต่ใจของฟุชิมิคุง”

 

                “ ความเอาแต่ใจ!?  ฟุชิมิมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อย

 

                “ ถ้าพูดให้ชัดก็คือเธอเอาแต่ใจตัวเองออกไปตามหาตัวยาตะ มิซากิโดยไม่สนใจคนร้าย ไม่สนใจคนอื่น” ราชาพูดนิ่งๆแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ

 

                “ นั่น  ฟุชิมิหรี่ตาหลังกรอบแว่นลงมองผู้ที่ตำแหน่งใหญ่กว่า “ สำหรับผมการช่วยเหลือยาตะ  มิซากิต้องมาก่อนก็ถูกแล้วนี่ครั 

 

                โป๊ก!

 

                พูดไม่ทันจบประโยคก็โดนท่านรองที่ยืนข้างเขกหัวเข้าเต็มๆ ฟุชิมิขมุบขมิบปากสบถบางอย่างเบาๆแต่ทำอะไรไม่ได้เนื่องจากอาวาชิมะตำแหน่งสูงกว่า

 

                “ นั่นก็ใช่แต่ว่านะฟุชิมิคุงเธอเป็น Scepter 4 คนหนึ่งเหมือนกันแล้วก็ไม่ใช่ตำแหน่งเล็กๆด้วยเป็นถึงหัวหน้า  เธอควรรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเพื่อเป็นแบบอย่างให้คนอื่นจริงไหม”  มุนาคาตะเทศนาด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่ใบหน้ายังยิ้มอยู่ 

 

                ฟุชิมิเพียงกรอกตาแต่ไม่เถียงก็เท่ากับว่าฟังและยอมรับ

 

                “ เพราะงั้นถึงให้ผมรับผิดชอบ”

 

                “ ใช่เพราะงั้นฉันถึงให้เธอรับผิดชอบโดยการตามหาตัวเด็กสาวคนนั้นให้เจอให้ได้”  มุนาคาตะดันแว่นของตนตามความเคยชินแล้วส่งแผ่นข้อมูลให้ฟุชิมิ

 

                เขารับแล้วกวาดตามองผ่านๆก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อสะดุดกับประโยคหนึ่งเข้า

 

                เธอออกนอกประเทศไปแล้ว …?   เขาพูดคำนั้นให้มุนาคาตะได้ยิน  “นี่แสดงว่าไม่ใช่งานผมแล้วไม่ใช่เหรอ” 

 

                เงยหน้าขึ้นมองหวังจะได้รับคำตอบว่าใช่แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงสายตาจริงจังผ่านกรอบแว่น

 

                “ นั่นก็ใช่แต่ผมต้องการให้เธอแสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่และเป็นการลงโทษที่เธอขัดคำสั่ง ไม่รวมการที่เธอลาป่วยเกินความเป็นจริงด้วยนะ”

 

                ฟุชิมิเผลอหลุดจิ๊ปากออกมาจนได้

 

                “ อาวาชิมะคุงจะช่วยจัดการเรื่องพาสปอร์ต วีซ่ารวมถึงเอกสารจำเป็นให้สิ่งที่เธอต้องทำก็เพียงแค่

 

                หนุ่มแว่นวัยอ่อนกว่ามองหนุ่ม(?)แว่นผู้อาวุโสอย่างตั้งใจ

 

                แค่ไปเก็บเสื้อผ้าและบอกลาภรรยาซะ

 

                ปัง!

 

                ประตูห้องถูกปิดอย่างแรงโดยร่างที่พึ่งเดินออกไป

 

 

…………………………….

 

 

“ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

 

                ฟุชิมิว่าเรียบๆแล้วหยุดอยู่แค่นั้นไม่ยอมพูดอะไรอีกจนร่างเล็กเกิดความสงสัยต้องเอ่ยถามออกไป 

 

                “ แกมีเรื่องอะไรกันแน่ ?

 

                ฟุชิมิยังคงนิ่ง  ตอนนี้ยาตะเริ่มรู้สึกไม่ดีการที่ฟุชิมิกลับมาในเวลาทำงานเพื่อบอกบางอย่างกับเขาก็แสดงว่าเป็นเรื่องสำคัญน่าดูซึ่งบางทีมันอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีด้วยสิ

 

                “ ว่าไงล่ะ”  เขาเริ่มเร่งอย่างคนใจร้อน

 

                คนที่เกริ่นนำให้อยากรู้ถอนหายใจเบาๆพร้อมทรุดนั่งบนโซฟาตัวใหม่

 

เขาหรี่ตามองร่างเล็กตรงหน้าแล้วเริ่มพูด  “ ฉันแค่กลับมาดูเพราะรู้สึกเหมือนว่าภรรยาจะนอกใจฉัน

 

ผัวะ!

 

หมอนอิงบนโซฟาถูกนำมาขว้างใส่ทันที ฟุชิมิไม่ทันตั้งตัวจึงโดนหมอนเข้าเต็มๆแต่จริงๆแล้วก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย

 

“ ใจร้ายจังน๊ามิซากิ แต่โชคดีแล้วแหละที่ฉันคิดผิดไม่งั้นคงมีข้าวหน้าหนึ่งเรื่องสามีเผาภรรยานอกใจตายไปแล้ว”  ฟุชิมิว่าล้อๆแล้วแสร้งถอนหายใจให้คนที่ฟังรู้สึกหมั่นไส้จนต้องยกหมอนขึ้นมาขว้างใส่อีกใบ

 

“ ว่าแต่คุยอะไรกับคุณแม่เหรอมิ-ซา-กิ”

 

เฮือก!

 

ยาตะสะดุ้งวาบ คำถามที่น่ากลัวมาแล้ว

 

“ เอ่ออออ ฉัน เอ่อๆๆ เอ่อออออ ฉัน  พยายามนึกข้ออ้างที่พอเป็นไปได้ที่สุด “ ฉันคุยเรื่องเอ่อ..เรื่อง..เรื่องที่เจ้าคามาโมโตะคิดจะลดความอ้วน!!!

 

เงียบบบบบบบบบบบบ

 

ทุกอย่างเงียบสนิทแม้แต่ตัวคนพูดเองก็ยังเงียบ  อดอายตัวเองไม่ได้ที่โกหกได้ห่วยแตกเหลือเกิน

 

“ มิซากิ”  ฟุชิมิเรียกเขาเสียงเรียบ

 

“ครับ” เผลอตอบกลับเสียงอ่อย

 

“ ถ้านายโกหกว่ามิโกโตะซังกับโทสึกะซังฟื้นยังจะน่าเชื่อเสียมากกว่า ”

 

นี่การที่เจ้าคามาโมโตะคิดจะลดความอ้วนมันดูเป็นเรื่องไม่น่าเป็นไปได้ขนาดนั้นเลยเหรอฟะน่าสงสาร(หรือสมเพช?) จริงๆเล้ยยยยย

 

“ เอ่อ-  อ่า-  จนแต้มด้วยคำพูด  สมองน้อยๆรีบหาทางเอาตัวรอดอย่างอื่นแทน

 

แต่ทว่า

 

“ ช่างเถอะ” 

 

ห๊ะ!

 

“ ช่างมันเถอะ ยังไงนายก็ไม่บอกฉันอยู่แล้วอย่าพยายามหาข้ออ้างเลย ”  ฟุชิมิว่าด้วยใบหน้าและน้ำเสียงนิ่งๆดูไม่เหมือนการเสแสร้งแต่นั่นแหละที่ทำให้ยาตะประหลาดใจ

 

คนอย่างฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ ไม่มีทางยอมถอยเรื่องแบบนี้ง่ายๆแน่ ปกติจะต้องเค้นคอถามด้วยสารพัดวิธีทั้งขู่ ทั้งหลอก ทั้งล่อจนเขาพูดนี่แต่ทำไมครั้งนี้

 

ยาตะค่อนข้างจะเชื่อมั่นในลางสังหรณ์ของตนและครั้งนี้ลางสังหรณ์ก็บอกเขาอย่างชัดเจนว่ามีบางอย่างผิดปกติ

 

“ เฮ้ แกเป็นอะไรหรือเปล่า”  เขาเอ่ยถามอย่างหวาดๆ

 

ฟุชิมิเหลือบตาขึ้นมองร่างเล็กที่ยืนค้ำตัวเขา 

 

“ ก็ไม่มีไข้นี่หว่า”  มือเล็กยกขึ้นมาจับตามหน้าผากและแก้มทั้งสองข้างเพื่อวัดอุณหภูมิโดยไม่รู้ตัว “ตัวก็ไม่ร้อนนี่ ที่ทำงานมีใครแกล้งแกหรือไง ”

 

ถามโดยลืมไปเลยว่าถ้ามีใครแกล้งเจ้าลิงนี่ในที่ทำงานได้วันนั้นก็คงโลกแตกแล้ว

 

ฟุชิมิหลุดขำ

 

“ รู้ตัวไหมว่าพึ่งจะพูดอะไรโง่ๆออกมาน่ะมิซากิ โอ๊ย-  มือที่จับที่แก้มเปลี่ยนมาตบเบาๆตอบแทนคำด่านั้น  ถ้าเป็นปกติฟุชิมิคงจะโกรธและลุกมาทำอะไรสักอย่าง(?)กับเขาแล้วแต่นี่ยังนิ่ง ทำเพียงแค่ลูบแก้มที่ถูกทำร้ายเบาๆ

แปลก

 

แปลกจริงๆ

 

แปลกจนเขารู้สึกกลัว

 

“ ฉันจะกลับไปทำงานแล้ว หนีออกมาอย่างนี้เดี๋ยวจะโดนผู้หญิงน่ารำคาญบางคนตาม”  ฟุชิมิถอนหายใจแล้วลุกขึ้น ยาตะหลบให้อีกฝ่ายตามสัญชาตญาณ

 

“ เฮ้”  ยาตะเรียกร่างสูงที่ยืนอยู่ที่ทางเดินหน้าประตู  ฟุชิมิหันมาตามเสียงเรียกทันทีผู้ที่เรียกชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพูดบางอย่าง “ ถ้าแกมีเรื่องอะไรก็บอกฉันได้นะ”

 

ดวงตาหลังกรอบแว่นโตขึ้นเล็กน้อยเหมือนประหลาดใจ

 

“ ฉันจะรอแก  อยู่ที่นี่ เข้าใจใช่ไหม”   คนพูดหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย  เขาไม่ชินกับการพูดอะไรแบบนี้เลย จากนั้นใบหน้าก็ยิ่งแดงกว่าเดิมเมื่อคนที่รับฟังยิ้มออกมา

 

รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะดีใจไร้การเสแสร้งใดๆนั่นทำเอาหายใจสะดุดไปชั่วขณะ

 

ฟุชิมิไม่พูดอะไรแต่ออกไปพร้อมรอยยิ้มแบบนั้น

 

 

………………………………….

 

ยาตะรู้สึกได้เลยว่าพื้นห้องคงจะยุบลงในไม่ช้าถ้าหากเขายังเดินวนที่เดิมแม้อีกเพียงครั้งเดียว  ตอนนี้มันเลยเวลาเลิกงานมาหลายชั่วโมงแล้วแต่คนที่อาศัยร่วมอีกคนก็ยังไม่กลับมาสักทีจนอดหวั่นใจไม่ได้

 

ยิ่งวันนี้เจ้าลิงนั่นท่าทางแปลกๆซะด้วย

 

ยาตะพยายามจะคิดในแง่ดีว่าเจ้านั่นติดงานกะทันหันแต่อีกใจก็อดคิดฟุ้งซ่านไปมากมายไม่ได้ว่าอาจเกิดอะไรขึ้น อะไรที่ไม่ดีเอาเสียเลย

 

อ๊ะ!

 

แล้วทำไมเขาต้องมาคิดเล็กคิดน้อยเหมือนผู้หญิงแบบนี้ด้วยฟะ!

 

ร่างเล็กกุมหัวตัวเองให้เลิกคิดฟุ้งซ่าน

 

รู้สึกเหมือนภรรยาที่กำลังกังวลที่สามีกลับบ้านไม่ตรงเวลาว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก !!! ไม่ใช่นะ  ไม่ใช่ ไม่ใช่!

 

คราวนี้ทึ้งผมตัวเองอย่างหนักจนมันยุ่งไปหมด

 

ออดดดดดดดด

 

                เสียงออดที่ประตูหน้าหยุดความคิดทั้งหมดลงยาตะรีบวิ่งมาที่ประตูหน้าทันที

 

                “ ทำไมกลับช้า  ตั้งท่าจะด่าทันทีแต่ชะงักเมื่อเห็นว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ผู้ที่เฝ้ารออยู่แต่เป็น Scepter 4 คนหนึ่ง

 

                “ เอ่ ภรรยาหัวหน้าใช่ไหมครับ”

 

                “ ไม่ใช่เฟ้ย !  โต้กลับเสียงดังลั่น  ทำไมไม่ว่าหน้าไหนก็ชอบเรียกเขาว่าภรรยาของเจ้าลิงนั่นฟะไม่เห็นหรือไงว่าเขาเป็นผู้ชายน่ะ  ไอ้พวกตาถั่วนี่!

 

                “ มีธุระอะไร”  ยาตะถามเมื่อเริ่มควบคุมอารมณ์ได้แต่ติดที่น้ำเสียงดูจะไม่เป็นมิตรจึงทำให้ผู้ที่มาเยือนดูหวาดๆ

 

                “ เอ่อ ผมแค่เอาเอกสารมาให้หัวหน้าฟุชิมิครับ”

 

                “ เอกสาร?” ยาตะทวนคำอย่างสงสัย 

 

                “ ครับ เห็นว่าหัวหน้าฟุชิมิไม่ได้กลับมาที่ทำงานในช่วงบ่ายท่านรองเลยให้ผมนำเอกสารมาให้ ”

 

                ไม่ได้กลับไปที่ทำงาน ?

 

                แต่ตอนนั้นเจ้าลิงบอกชัดๆนี่ว่า

 

ฉันจะกลับไปทำงานแล้ว หนีออกมาอย่างนี้เดี๋ยวจะโดนผู้หญิงน่ารำคาญบางคนตาม

 

แต่เจ้าชุดน้ำเงินนี่กลับบอกว่ามันไม่ได้กลับไปที่ทำงานแล้วมันไปไหนนะ

 

แวบแรกความคิดที่ผุดขึ้นมาก็คือ

 

นอกใจ!

 

ยาตะรีบสะบัดหัวไล่ความคิดนั้น

 

เป็นไปไม่ได้พันล้านเปอร์เซ็นต์ไม่รู้เหตุผลแต่คิดว่าไม่มีทางแน่นอน

 

ฆ่าตัวตาย!

 

สะบัดหัวอีกครั้ง

 

ไม่มีทางเด็ดขาดคนอย่างเจ้าลิงนั่นถ้าจะฆ่าตัวคงมาฆ่าเขาก่อน(?)แล้วจึงฆ่าตัวตายตาม เดี๋ยวสิแล้วเราจะคิดเรื่องให้ตัวเองตายทำไมฟะ

 

“เอ่อ”บุคคลที่ถูกลืมมองเจ้าของบ้านที่เริ่มทึ้งหัวเหมือนประสาทแถมยังแผ่รังสีดำทะมึนออกมาอย่างหวาดกลัวมากขึ้น    งั้นฝากเอกสารให้หัวหน้าหน่อยนะครับ”

 

ยาตะยื่นมือไปรับมา สายตามองดูเอกสารนั้นเล็กน้อยอย่างไม่สนใจแต่ดูท่าเจ้าหน้าที่คนนั้นจะเข้าใจท่าทางผิดจึงได้บอกยาตะออกมาว่า “ นั่นเป็นเอกสารเกี่ยวกับพาสปอร์ต วีซ่ากับข้อมูลของคนร้ายน่ะครับ”

 

ยาตะรู้สึกเหมือนสติทั้งหมดดับไปแวบหนึ่ง

 

รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ตนเอ่ยถามย้ำออกไปว่าเอกสารอะไรนะ อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าพาสปอร์ต วีซ่าและเอกสารเกี่ยวกับคนร้ายเช่นเดิม

 

พาสปอร์ต

 

วีซ่า

 

คนร้าย

 

นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่?!!!

 

 

…………………………

 

ช่วงนี้วงจรชีวิตวนกลับมาที่ final แล้ว งานที่ทับถมตั้งแต่ต้นเทอมรวมกับงานใหม่กำลังจะกองทับจนแบนแล้วแถมยังต้องเตรียมตัวสอบอีก โถชีวิตตตตตตตตตตตต

 

เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจนะคะหากผู้แต่งหายไปหลายวัน

 

ถ้ามีเวลาว่างจะรีบมาอัพตอนใหม่ให้ทันทีนะคะ

 

ขออภัยและขอบคุณค่ะ

 

ปล.ตอนเห็นภาพนี้กรี๊ดดดดมากค่ะรู้สึกได้เลยว่าอิมเมจเหมือนมิซากิตอนโตจังนะฉะนั้นขออนุญาตยืมมาให้คนอ่านดูหน่อยนะคะ

เครดิต : http://www.zerochan.net/1428841

 

ดูแล้วลูกสาวตอนโตเหมือนคุณพ่อเลย (?)

ปล.อีกสักข้อ เห็นบอกกันบ่อยว่าผู้แต่งมาลงเร็วจังเลยอยากบอกเหมือนกันค่ะว่าคนอ่านเร็วกว่าเยอะ คนแต่งลงปุ๊บสักพักเม้นขึ้นเลย 555+ อันนี้ชอบนะ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #394 I_am_Hana (@aong009) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 15:27
    T__________T
    #394
    0
  2. #306 Twin (@123rabbit123) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 18:55
    ซารุห้ามทิ้งมิซากิไปไหนน้า
    #306
    0
  3. #206 Sou (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:40
    มิซากิก็คิดมาก คิดแต่ละทีบางเรื่องทำคนอ่านฮา

    ฟุชิมิดูหมองๆไปเลยค่ะ แต่ยังยิ้มให้มิซากิรู้สึกอบอุ่นมาก ;w;

    #206
    0
  4. #205 ChomPoo (@love-kxa-txr) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 09:03
    เพิ่งกดติมตามเมื่อวาน ก็อัพเลย ต่เน็ตล่มทำให้ไม่ได้อ่าน.....
    ซารุอย่าไปเลย ถ้าจะไปเอายาตะจังไปด้วย ถือว่าไปฮันมีมูนก็ได้ TwT
    #205
    0
  5. #203 iiFreedomii (@oilzamf) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:13

    อิอิอิ
    ก็คนแต่งลงเร็วซะขนาดนี้
    แฟนขับ(?)ก็ต้องติดตามกันเหนียวแน่นสิ!? 55555

    บอกตรงๆ ว่าบางเรื่องที่ไม่ได้มาอัพนานเป็นเดือนก็ลืมเนื้อเรื่อง
    อัพใหม่อีกทีก็ต้องไล่อ่านใหม่ เลยขี่เกียจ... =w= (เลววว)
    ไว้ว่างๆ จะค่อยมาตามไล่อ่านรวดเดียวราวๆ นั้น

    แต่อัพเร็วแบบนี้ไม่ลืมเนื้อเรื่องเลยติดตามได้สะใจ อารมณ์ต่อเนื่อง 5555

    ตอนนี้ทั้งคู่ดูใส่ใจกันมากๆ เลยอ้ะ
    อาจจะไม่ได้แสดงออกแบบหวานๆ แต่คือดูพัฒนากว่าตอนแรกที่ความจำเสื่่อมมาก
    ทั้งคู่ดูอ่อนโยนขึ้นละมั้ง? ... หว่ายยยยย ข่วนหมอนน!!

    ว่าแต่ไม่บอกหมาน้อยแบบนี้.. บ้านไม่แตกเรอะ!? 
    เจ้าลิงมันทำอะไรอยู่น่ะ? แอบขำกับความคิดแรกที่แวบเข้ามา.. นอกใจ!! 55555
    แหม มีมารู้ใจกันด้วยนะว่าไม่มีทางทำแบบนั้น เชื่อใจกันสุดๆ เหอะ

    เรื่องรูปตอนโต.... คือน่ารักม้ากกกกกกกกก ยิ่งโตยิ่งสวยป้ะะ!? 55555

    ตอนนี้อยากบอกว่าเราสอบเสร็จแล้วววว!!! เฮ!
    ขอให้ตั้งใจอ่านหนังสือ ขอให้สอบได้คะแนนดีๆ นะคะ ^^
    #203
    0
  6. #202 Noey_Jun (@nunei) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:47
    โอ้ยยย ห้ามดราม่านะ TT แงๆ ไม่อยากให้ซารุไปเลยยย
    #202
    0
  7. #201 Zepryrus (@omsinzaza) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:12
    ไม่นะ อย่าทิ้งมิซากิไว้แบบนี่สิ เจ้าบ้าซารุ =[]= !!

    //สภาพรีดเดอร์ตอนนี้ก็ตกอยู่ในวงจรเดี๋ยวกับไรท์เตอร์ค่ะ ฮาาา
    #201
    0
  8. #200 $aBA★SaMA (@talatoon) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:14
    ไม่อยากให้ซารุไปเลยแฮะTwT
    #200
    0