----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 25 : Amnesia (XIV)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    10 ก.พ. 56


 

 

 

XIV

 

Mother (?) And Daughter (?)

 

 

                ยาตะลุกขึ้นมาเปิดประตูห้องทันทีที่เสียงออดหน้าห้องดังขึ้น  เขารู้อยู่แล้วว่าผู้ที่มาคือใครจึงรีบเปิดโดยไม่ถามหรือมองสักนิด

 

                ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูคือคุซานางิ  อิซุโมะ ผู้ดูแล(คุณแม่?)ประจำกลุ่มโฮมระ

 

                คุซานางิยิ้มทักทาย

 

                ยาตะทักตอบแล้วเชิญคนที่เขาเคารพเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้แปรสภาพเป็นห้องรับแขกเฉพาะกิจ

 

                “ เธอซื้อโซฟาใหม่เหรอ ”  สิ่งแรกที่คุซานางิสังเกตเห็นก็คือโซฟาที่ต่างจากครั้งสุดท้ายที่เห็นจึงถามออกไป  เจ้าของห้องเพียงยิ้มแหยๆตอบสั้นๆว่าใช่ครับ

 

                เพราะจะให้บอกตามตรงว่าเจ้าลิงทำอะไรลงไปแล้วสุดท้ายก็รับผิดชอบด้วยการซื้อโซฟาชุดใหม่ทั้งชุดคงไม่ดีแน่

 

                คุซานางิขมวดคิ้วสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้ต่อ

 

                เขานั่งลงขณะที่รอร่างเล็กเจ้าของห้องที่วิ่งไปหาน้ำกับขนมมาให้แม้เขาจะบอกว่าไม่เป็นไรก็ตาม

 

                “ แล้วเธอมีธุระอะไรเหรอ”   คุซานางิถามตรงๆทันทีเมื่อยาตะนั่งลงตรงข้าม

 

                “ เอ่อ”คนถูกถามอ้ำอึ้งเหมือนไม่รู้จะเริ่มอย่างไร  เอ่อช่วงนี้คุซานางิสบายดีไหม” 

 

                “ สบายดี”

 

                “ เอ่อคนอื่นล่ะ แอนนา  เจ้าคามาโมโตะ พวกบันโด”

 

                “ ทุกคนสบายดี”

 

                “ เอ่อ….งั้น

 

                “ ยาตะจัง”

 

                “ ครับ?”

 

                “ วันนี้เธอมีอะไรอยากจะคุยกับฉัน ”

 

               

 

                        ยาตะนิ่งไป สูดหายใจเข้าลึกๆแล้วถอนออกเพื่อเรียกความกล้าก่อนจะพูดสิ่งที่ต้องการออกมาตรงๆ “ ผมกำลังมีปัญหา”

 

                “ ปัญหา ?เรื่องอะไรเหรอ”  คุซานางิดูตื่นเต้นและเป็นกังวลขึ้นมา

 

                “ คือว่าผมสมมุตินะสมมุติ..ถ้าผมไม่ เอ่อ ไม่ใช่ผม ใครสักคนกำลังหลงรักคนอื่นอยู่จะรู้ได้ไง”  ยาตะเล่าวนไปวนมา คุซานางิที่ฟังอยู่พอจะจับใจความสำคัญได้ว่าถ้าหลงรักคนอื่นจะรู้ตัวได้ยังไงสินะ

 

                “ จะรู้ได้ไง? ก็คงรู้สึกดีกับอีกฝ่าย รู้สึกห่วง ไม่ชอบให้อยู่กับคนอื่น ชอบให้อยู่กับตัวเองแล้วก็อยู่ด้วยแล้วมีความสุขล่ะมั้ง”  แต่ละข้อล้วนแทงใจดำทั้งนั้น

 

ยาตะแสร้งกินน้ำหวานเลี่ยงไม่สบกับสายตาอยากรู้อยากเห็นที่มองมา

 

                “ อ้อ- เธอคงรู้ตัวแล้วสินะว่ารักซารุน่ะ”

 

                ประโยคตรงไปตรงมานั้นทำเอาคนฟังพ่นน้ำหวานในปากออกมาดีที่มันไม่โดนโซฟาอีก ไม่งั้นคงต้องซื้อใหม่ยกชุดอีก

 

                คนถูกแทงใจดำตรงๆมองมาคนที่รู้ทันด้วยสายตาเหรอหราเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มได้อย่างดี

 

                “ฉันคงต้องยินดีกับซารุ ” คุซานางิพูดเสียงอ่อนโยนปนขำ “ กว่าพวกเธอจะใจตรงกันได้

 

                “ ใจตรงกัน?”  ยาตะทำหน้างุนงงสุดขีดโดยไร้การเสแสร้งทำเอารอยยิ้มเลือนหายจากปากของคุซานางิ

               

“ ยาตะจัง” คุซานางิทวนเพื่ออีกฝ่ายจะแกล้งทำแม้รู้ว่านั่นไม่ใช่นิสัยของร่างเล็ก แล้วก็จริงเพราะยาตะยังทำหน้างุนงงมากขึ้น

 

จู่ๆก็รู้สึกสงสารซารุขึ้นมา

 

  ยาตะจัง เธอไม่รู้สึกเลยเหรอว่าซารุทั้งหวงทั้งห่วงเธอขนาดไหน”

 

“ ? ”  ยังคงไม่รู้ตัว

 

“ ยาตะจังเธอคิดว่าพวกเธอแต่งงานกันทำไม ไม่สิ เธอคิดว่าคุณพ่อคุณแม่เธอแต่งงานกันทำไม”

 

“แน่นอนก็พวกเขารักกั  เหมือนจะนึกออกแล้วว่าคุซานางิต้องการจะสื่ออะไร  รอยแดงจางๆปรากฏขึ้นที่แก้มทั้งสองข้าง

 

“ยาตะจัง ถ้าซารุเขาไม่รักเธอก็คงไม่แต่งงานหรอกจริงไหม ” คุซานางิย้ำ “ จริงๆฉันว่าเด็กอย่างซารุดูออกชัดเจนเลยนะว่ารู้สึกยังไงกับเธอ”

 

ทั้งหวง ทั้งห่วงแล้วสายตาก็ยังแสดงออกขนาดนั้น

 

“ โลกของเขาวนอยู่รอบตัวเธอ”  

 

“ เอ่อ” ยาตะทำหน้างุนงงอีก

 

“ เอาเถอะๆ ที่สำคัญคือจะบอกเขายังไง”  ดูจากท่าทางของร่างเล็กก็พอเดาได้ว่าคงจะรู้ตัวแต่ยังไม่ได้บอกแน่

 

“ นั่นแหละที่ผมอยากให้คุซานางิซังช่วย”

 

“ ช่วย?”  เขาทวนคำ ช่วยยังไงล่ะถ้าให้ไปบอกรักซารุแทนล่ะก็คงไม่ได้หรอกนะ

 

“ ผมอยากให้คุซานางิซังเล่าให้ฟังหน่อยว่าช่วงที่ผมความจำเสื่อมเกิดอะไรขึ้นบ้างแล้วก็….ผม……………ผมกับเจ้าลิงนั่นเอ่อบอกรั….แต่งงานได้ยังไง”  พูดไปหน้าก็แดงมากขึ้นเรื่อยๆ

 

คุซานางิยกถ้วยกาแฟสำเร็จรูปที่เจ้าบ้านชงให้ขึ้นดื่มพลางนึกถึงเรื่องหกปีที่ผ่านมา

 

“ ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้หรอกนะก็เธอกับซารุไม่ใช่คนประเภทที่ชอบเล่าเรื่องชีวิตของตัวเอง”  หลังจากนึกดูแล้วก็พบว่าตนเองไม่เคยรับรู้เรื่องที่สองคนนี้คบกันหรือคิดจะแต่งงานกันสักนิดที่รู้ก็แค่เรื่องที่ซารุมาขอยาตะจังกับเขาซึ่งได้เล่าไปแล้ว แล้วก็มีเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นการทะเลาะกัน (แต่เกิดทุกวัน)

 

“ ที่จำได้ก็มีแค่เธอที่แวะมาที่บาร์แล้วเล่าเรื่องที่ทะเลาะกันให้ฟังนะ เรื่องอะไรน่ะเหรอ ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเป็นเรื่องเล็กๆอย่างเช่น อืม(นิ่งคิดไปพักหนึ่ง) เธอบอกว่าทะเลาะกันแล้วเธอโดนไล่ไปนอนโซฟา

 

ยาตะเริ่มรู้สึกคุ้นๆ

 

เธอบ่นใหญ่เลยตอนนั้นว่ามีที่ไหนไล่ภรรยา (จริงๆยาตะไม่ได้ใช้คำนี้แต่คุซานางินึกไม่ออกว่าตอนนั้นใช้คำว่าอะไร) ไปนอนด้านนอกทั้งๆที่ตัวเป็นต้นเหตุ ประมาณนั้น”

 

รู้สึกคุ้นเหมือนเพิ่งเกิดไม่นานมานี้แฮะ

 

แล้วก็ต่อด้วยซารุแอบอุ้มเธอตอนหลับกลับไปที่เตียง

 

“ เดี๋ยวๆๆๆ นั่นผมก็เล่าเหรอ”  ยาตะขัดขึ้นมา

 

“ อืม เธอไม่ได้เล่าตรงๆหรอกแต่ฉันจับใจความได้ว่าเป็นอย่างนี้ ต่อจากนั้นเธอก็ตื่นมาโวยวายวันต่อมาซารุเลยเอานมมั้ง ฉันไม่แน่ใจ เอาเป็นว่าเอาอะไรสักอย่างมาเทใส่โซฟาทำให้นอนไม่ได้”

 

เล่าถึงตรงนี้ไม่ใช่แค่คุ้นแล้วแต่ใช่เลยเหตุการณ์ไม่ได้เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ทั้งวิธีการและเรื่องราวก็ไม่ค่อยต่างจากเดิมนัก

 

คุซานางิสังเกตเห็นว่ายาตะทำหน้าแหยๆเลยเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างได้ลางๆ

 

“ อา  เพราะงี้ถึงซื้อโซฟาใหม่ใช่ไหม ครั้งนี้เป็นอะไรล่ะ”

 

“ โค้ก” ยาตะตอบเสียงอ่อยๆ “ สามกระป๋อง”

 

“ งั้นเหรอ เด็กจริงๆเลยนะ”  คุซานางิยิ้มแหยๆบ้าง “จริงๆแล้ว พวกเธอก็ไม่ได้เปลี่ยนจากก่อนเสียความทรงจำเลยนะ”

 

“ หา ?”

 

“ ก็พวกเธอไม่ใช่คู่รักหวานแหววมาแต่แรกแล้วนี้ตรงข้ามชอบทะเลาะกันถ้าหากวันใดไม่ได้ทะเลาะก็คงจะน่าเบื่อ”

 

“ จะบอกว่าก่อนเสียความทรงจำกับหลังไม่ต่างกันเลยเหรอ”

 

“ ก็มีต่างบ้างคือยาตะจังก่อนเสียความทรงจำดูเป็นผู้ใหญ่กว่านิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆแต่ที่เหลือก็เหมือนปัจจุบันนี้แหละ ชอบโวยวาย ใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง หัวก็ช้า  (มีเสียงของยาตะโวยวายแทรกขึ้นมา) แต่ก็นะยาตะจังที่เป็นแบบนี้น่ะดีที่สุดแล้ว ไม่ใช่แค่ในสายตาฉันเท่านั้นแต่ในสายตาคนอื่นก็เห็นว่าเป็นแบบนั้น”

 

ยาตะหยุดโวยวายทันที  “ นั่นรวมเจ้าลิงนั่นด้วยไหม ”  ถามออกไปโดยไม่รู้ตัว

 

คุซานางิยิ้มอีกครั้ง

 

“ สำหรับซารุคงไม่ใช่แค่คิดว่าดีหรอกแต่ทั้งรักทั้งหลงยาตะจังที่เป็นแบบนั้นเลยล่ะ”

 

แต่แทนที่คนฟังจะดีใจกลับทำสีหน้าแปลกๆ

 

“แล้วถ้าเจ้าลิงรักยาตะคนที่ก่อนจะเสียความทรงจำล่ะ ”  เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจังเจือด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด

 

“ยาตะจังเธอ  คุซานางิมองร่างเล็กตรงข้ามด้วยสายตาที่บอกว่าเหลือเชื่อ  “ เธอคิดเล็กคิดน้อยเป็นเด็กสาววัยรุ่นไปได้”

 

“คุซานางิซัง!

 

“ ก็มันจริงนี่ อย่ามัวแต่คิดมากเป็นเด็กสาววัยรุ่นเลยเอาเวลาที่คิดมากไปถามซารุตรงๆสิยาตะจัง”

 

ให้ไปถามเจ้าลิงนั่นตรงๆมีหวังไม่รอด(?)แน่ ถึงจะรู้ตัวว่าไม่ควรเสียเวลาคิดมากเรื่องแบบนี้แต่ก็อดคิดไม่ได้จริงนี่ว่าเจ้าลิงนั่นที่แต่งงานกับเขาก็แสดงว่าต้องรักมั้ง สมมุติว่ารัก แต่นั่นเป็นเขาก่อนเสียความทรงจำ เจ้านั่นอาจจะชอบนิสัยบางอย่างของเขาในตอนนั้นแล้วตอนนี้ล่ะ

 

โอ๊ยยยยยยยยยยยย ทำไงดีล่ะ ยาตะแกก็อย่าคิดมากเป็นสาวน้อยทำตัวให้กล้าสมกับเป็นยาตะการาสุแห่งโฮมระ(?)แล้วเดินไปถามเจ้าลิง

 

“ ถามอะไร”

 

“ ว๊ากกกกกกกกกกก”  ยาตะร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆบุคคลที่กำลังถูกพาดพิงถึงก็มายืนอยู่ข้างหลังโซฟาของคุซานางิซัง เบื้องหน้าเขา  “ ทำไมแกมาอยู่นี่ได้ฟะ !

 

ฟุชิมิขมวดคิ้วไม่เข้าใจ “ มันแปลกตรงไหนที่ฉันจะเข้าบ้านฉัน”  เออจริง  ไม่สิ ทำไมมันมาอยู่นี่ในเวลานี้ได้ล่ะ ถ้าเขาจำไม่ผิดนี่เป็นเวลาทำงานนี่

 

“ แล้วทำไมคุซานางิซังถึงมาอยู่ที่นี่ได้”  เป็นการทักทายที่เป็นมิตรและเหมาะสมเหลือเกิน

 

“ ฉันแค่มาคุยเล่นเป็นเพื่อนยาตะจังน่ะ อย่ามองฉันเหมือนฉันเป็นชู้ที่แอบมาตอนสามีไม่อยู่บ้านได้ไหม” จงใจพูดล้อเลียนสายตาเสียดแทงของคนอายุน้อยกว่า

 

“ ไม่หรอกคุซานางิซังคุณน่ะไม่ใช่ชู้ คุณเป็นคุณแม่ต่างหาก”  อีกฝั่งก็จงใจจิกกัดกลับแต่คนฟังเพียงยิ้มรับ “ แล้วคุยอะไรกัน”

 

“ก็คุยเรื่องที่ยาตะจัง

 

“ ว๊ากกกกกกกก คุซานางิซังอยากได้กาแฟอีกไหม อยากได้สินะเดี๋ยวผมไปเอาให้ ”  พูดรัวเร็วพร้อมขยิบตาส่งซิกว่าไม่ให้พูดไปมากกว่านี้

 

คุซานางิยิ้มให้ท่าทางนั้น

 

……………………………………………

 

 

ยาตะเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นอีกครั้งพร้อมถ้วยกาแฟและกระป๋องโค้กในมือ เขาส่งถ้วยกาแฟให้คุซานางิแล้วโยนโค้กให้ฟุชิมิ

 

คุซานางิรับไว้แล้ววางลงบนโต๊ะ  “ ขอบใจนะยาตะจังแต่ฉันต้องไปแล้ว”

 

“ เอ๊ะ!? งั้นผมไปส่ง”

 

“ ไม่เป็นไรหรอก ซารุเขามีเรื่องจะคุยกับเธอน่ะ ”

 

“ห๊ะ!” ยิ่งแปลกใจมากขึ้น

 

“ งั้นฉันไปนะ อ้อ ยาตะจังเรื่องที่คุยกันฉันขอให้เธอโชคดีนะ ” พูดกับเขาแต่ดันปรายตาไปที่ฟุชิมิเป็นนัยๆ พอทิ้งระเบิดไว้เสร็จก็จากไป

 

“ มิซากิ”

 

คุซานางิพึ่งจะเดินออกไปไม่ถึงนาทีบุคคลอีกคนในห้องก็เรียกชื่อเขาเสียงเรียบ  เจ้าของชื่อสะดุ้งหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้ที่เรียก

 

ใบหน้าของฟุชิมิเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

 

“ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

 

รู้สึกสังหรณ์ไม่ดีชอบกล?

 

……………………………………..

 

 

ช่วงนี้กำลังว่าต้องรีบมาลงอย่างรวดเร็ว  ให้เดากันเล่นๆว่าฟุชิมิจะพูดอะไรกับมิซากิกันแน่นะ

 

เจอกันวันวาเลนไทน์นะคะแต่ครั้งนี้ขอเป็นฟิควาเลนไทน์ก่อน ///^^///

 

 

 

 

 

                       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #451 B.B.E (@0980588245sslncr) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 01:00
    อ้าวเรืื่องงงรัยอ่ะ
    #451
    0
  2. #390 I_am_Hana (@aong009) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 14:53
    เรื่องอะไรหยออออออ
    #390
    0
  3. #305 Twin (@123rabbit123) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 18:45
    อารม.....ค้างงง(ค้างอะไรของหลอนย่ะ)
    #305
    0
  4. #178 Zepryrus (@omsinzaza) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 01:15
    อะไรกันๆ !!
    ค้างแบบนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ ซารุนายจะบอกอะไรมิซากิกันแน่เนี่ย !!
    #178
    0
  5. #177 iiFreedomii (@oilzamf) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:23

    เย้!! เปิดมาทีก็เจอ 2 ตอนรวดเลย 5555
    อ่านแล้วสะใจมากๆ 

    หมาน้อยก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าชอบ แต่ปัญหาจากนั้นมันยังมีอีกเยอะแยะเลยน่ะสิ
    ไหนจะความทรงจำกลับมามั้ย? หรือจะกล้าบอกมั้ย? ซารุจะทำอะไรอีกรึเปล่า? เย้อะะะ แยะะะะ

    ฟิควาเลนไทน์...
    ดีเหมือนกัน เห็นคนอื่นเค้ามีคู่กันแล้วเรายังไม่มี 
    ไม่ง้อหรอก อ่านฟิคเอาก็ได้ 555555


    #177
    0
  6. #174 Noey_Jun (@nunei) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:27
    ชอบอ่ะ บอกรักยาตะใช่เปล่า?? 5555 >////< มาต่อเร็วๆนะคะ คึคึ
    #174
    0
  7. #173 $aBA★SaMA (@talatoon) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:14
    ม...มาต่อเร็วๆเลยนะคะ...//ฟินตายห่าน
    #173
    0