----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 23 : Amnesia (XII)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    5 ก.พ. 56


 

 

XII

 

The Little Chihuahua And Unexpected Situation

 

 

                ให้ตายเถอะ !

 

ใครก็ได้ช่วยบอกเขาทีเถอะว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเขาถึงมาอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้!?

 

                สถานการณ์ที่ว่าก็คือเขากำลังถูกล็อคคอเอาปืนจ่อหัวโดยเด็กสาวที่มาด้วยน่ะเซ่!!!

 

                ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมองเด็กสาวเบื้องหลังแล้วเลื่อนสายตามาที่ร่างสูงที่กำลังยืนกวนประสาท(ในความคิดเขา)เบื้องหน้า

 

                อย่ามัวแต่ยืนกวนประสาทอย่างนั้นช่วยอธิบายอะไรให้เขาเข้าใจหน่อยได้ไหมฟะ!

 

                เมื่อครู่พอรับโทรศัพท์เด็กสาวก็สีหน้าไม่ดีจนน่าเป็นห่วง แล้วจู่ๆเจ้าลิงนี่ก็เดินเข้ามาพร้อมบอกอะไรสักอย่างทำให้เด็กสาวหันมาคว้าคอเขาพร้อมล้วงปืนที่ซ่อนออกมาจ่อหัวทันที

 

                ทำไมช่วงนี้เขาถึงต้องเจอแต่เรื่องร้ายๆแบบนี้นะ!

 

                “ นี่  ยาตะกระซิบพลางเหลือบมองเด็กสาว  “ แนะนำว่าทางที่ดีปล่อยฉันเถอะ คนที่อยู่ตรงหน้าเรามันโหดผิดมนุษย์นะ(?) ต่อให้เป็นผู้หญิงอย่างเธอมันก็ไม่ละเว้นแน่”  ถึงจะเป็นคนร้ายยังไงเขาก็ไม่อยากให้ผู้หญิงถูกทำร้ายอยู่ดีและไม่อยากให้เจ้าลิงนั่นทำร้ายผู้หญิงด้วย

 

                “ นายพูดอย่างนี้แสดงว่ารู้จักกันสินะ งั้นคงต้องให้ช่วยเป็นตัวประกันให้หน่อย”

 

                ขุดหลุมฝังตัวเองซะงั้น!

 

                “ ไหนบอกว่าเป็นผู้ชายต้องช่วยผู้หญิงที่เดือดร้อนไง” เด็กสาวกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงปนเยาะนิดๆ ยาตะจึงโวยกลับด้วยเสียงค่อนข้างดังว่า “ ช่วย!แต่ไม่ใช่แบบนี้ ! 

               

ถ้าเป็นสถานการณ์ตามปกติที่ผู้หญิงเดือดร้อนล่ะก็ ช่วยแน่! แต่นี่…!

 

                “ เฮ้อ ” เสียงถอนหายใจยาวของบุคคลที่ถูกลืมเรียกความสนใจของทั้งคู่    นายเคยคิดที่จะไม่หาเรื่องใส่ตัวไหม มิ-ซา-กิ ”

 

                เสียงเย็นๆเอ่ยถามแต่ไม่ต้องการคำตอบและผู้ถูกถามก็คงไม่กล้าตอบในเวลานี้ด้วย

 

                “ เฮ้ๆ ”  ยาตะที่พึ่งเรียกสติกลับมารีบร้องออกไป “  แกแก..ไม่ต้องเข้ามาช่วย ฉันช่วยตัวเองได้เฟ้ย”  พยายามพูดเสียงให้ดูน่าเชื่อถือว่าสามารถแก้ปัญหาได้แต่รอย(เหยียด)ยิ้มกว้างของอีกฝ่ายก็ทำลายความเชื่อมั่นในตัวเองแทบหมดสิ้นและหมดทันทีเมื่อเจอประโยคต่อมา

 

                “ คนไร้พลัง แพ้กระทั่งผู้หญิงแถมยังอ่อนแอจนถูกผู้หญิงจับเป็นตัวประกันอย่างนายทำไม่ได้หรอก

 

                ปึด!

 

                ถึงความเชื่อมั่นจะหมดแต่ศักดิ์ศรีหรือทิฐิที่มีทำให้ไม่ยอมง่ายๆ

 

                “ หนวกหูเฟ้ยอย่ามาดูถูกกันนะ ยังไงฉันก็เป็นถึงยาตะการาสุแห่งโฮมระ ”  ร่างเล็กขึ้นเสียงดัง “ ให้ตายก็ไม่ยอมให้พวกชุดน้ำเงินอย่างนายช่วย ”

 

                ฟุชิมิจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดแล้วตอกกลับคำพูดของอีกฝ่ายง่ายๆว่า “ นายตาถั่วหรือไง วันนี้เป็นวันหยุดของฉันเพราะงั้นฉันไม่ได้ใส่เครื่อง Scepter 4

 

                เป็นคำตอบกวนๆที่ไม่ได้ดูสถานการณ์สักนิด ยิ่งสังเกตก็พบว่าอีกฝ่ายไม่มีดาบประจำตัวที่เขาเคยเห็นและถ้าเขาเดาไม่ผิดก็คงไม่มีมีดสั้นหรืออาวุธลับใดๆด้วยสินะ งั้นมันก็จะอันตรายกับตัวเจ้าลิงด้วยสิ

 

                ปากเตรียมจะเอ่ยไล่อีกฝ่ายแต่ช้าไป ฟุชิมิเอ่ยขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

                แล้วก็ ฉันไม่ได้มายืนตรงนี้เพราะปฏิบัติหน้าที่ของ Scepter 4 แต่มาเพื่อรับหมาของฉันคืน

 

                ช็อค!

 

                ชะงัก!!

 

                พูดไม่ออก!!!

 

                “ ฉันไม่ใช่หมาเฟ้ยไอ้ลิงบ้า!!!  ทันทีที่ได้สติก็โต้กลับอย่างรวดเร็ว

 

                มือของฟุชิมิมีไฟสีน้ำเงินผุดขึ้นทำให้ทั้งยาตะและเด็กสาวสะดุ้งเฮือก  เด็กสาวเมื่อเห็นอย่างนั้นก็พยายามเรียกสติกลับมาแล้วกระชากตัวประกันเข้ามาใกล้ๆพร้อมจ่อปืนเข้าไปทำท่าราวกับจะยิง

 

                “ หยุดเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่อยากให้หมอนี่ตายก็อย่าเข้ามา!  เธอชี้ปืนไปที่ฟุชิมิเพื่อข่มขู่แต่ไม่อาจควบคุมมือและเสียงที่สั่นจนยาตะรู้สึกได้  ทว่าฟุชิมิไม่ทีท่าที่จะหยุดตรงข้ามกลับก้าวเข้ามาช้าๆ  เด็กสาวลากยาตะถอยออกมาดูเชิง

 

                “ แกไม่กลัวหมอนี่เป็นอะไรหรือไง” เธอกรีดร้อง

 

                “ แล้วไง โทษฐานที่สัตว์เลี้ยงขัดคำสั่งก็สมควรโดนลงโทษไปพร้อมกันไม่ใช่เหรอ” ว่าเสียงเย็นแล้วก้าวเข้ามาอีก “ ว่าไหม มี่-ซา-กี้ ”

 

                การเรียกนั่นทำเอาขนลุกชัน ไม่รู้ตอนนี้ควรกลัวเด็กสาวที่เป็นคนร้ายหรือไอ้ลิงที่กำลังจะมาช่วย(หรือเปล่า?) ดี

               

                ยาตะเผลอถอยหลังเองโดยไม่รู้ตัว

 

                เขาหนีไปกับเด็กสาวนี่เลยดีไหมเนี่ย!  บางทีนั่นยังปลอดภัยกว่าอยู่กับเจ้าลิงนี่ก็ได้ ไม่สิ! ขืนหนีไปมีหวังศพไม่สวยแน่ ทำไงดีล่ะ ทำไงดี๊-!  คุซานางิซัง ! คามาโมโตะ ! ใครก็ได้ช่วยที!

 

                เฮือก !

 

                ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อเด็กสาวนำปืนจ่อที่หัวเขาอีกครั้ง แต่ที่เขานึกหวั่นกว่าก็คือมือที่สั่นไม่หยุดและท่าทางที่กลัวจนแทบแย่ของเด็กสาว

 

                เขาควรทำอะไรสักอย่างไม่งั้นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอาจจะเกิดขึ้น

 

                ยาตะสูดหายใจเรียกความกล้าแล้วกลับมาเผชิญหน้าฟุชิมิ “ เจ้าลซารุช่วยถอยไปก่อนได้ไหมนายกำลังทำให้เด็กผู้หญิงกลัวนะ เฟ้ย ”

 

                ฟุชิมิหยุดเดินไปข้างหน้าแต่ไม่ถอยหลังกลับ

 

                “ ใช่! ขืนเข้ามาฉันฆ่าหมอนี่แน่”  เด็กสาวว่า

 

                “ เธอลองแตะต้องเขาสิฉันจะฆ่าเธอให้ตายแล้วตามไปเผาแม่ของเธอถึงในคุกเลย”  คนน่ากลัวถลึงตามองพูดด้วยน้ำเสียงเย็นแต่เฉียบขาด บ่งบอกว่าทำจริงแน่ทำให้เด็กสาวผงะไปอีกครั้ง

 

                โหดชิบ!

 

                ยาตะคิดแต่ทว่าหัวใจกลับกำลังเต้นแรงขึ้น รู้สึกดีใจกับคำพูดนั้นบอกไม่ถูก

 

                เขาคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมว่าเจ้าลิงนี่เป็นห่วงเขา

 

                “ เอ่อ เอางี้ดีมะ เธอปล่อยฉันแลกกับให้มัน(ชี้ไปที่ฟุชิมิ) ปล่อยเธอไป”  ยาตะเหลือบมองเด็กสาว เด็กสาวจ้องตอบ ดูแล้วนี่คงเป็นทางที่ดีที่สุดในตอนนี้ แต่

 

                “ ฉันจะรู้ได้ไงว่าพวกนายจะไม่จับฉันหลังจากฉันปล่อยนาย แม่ฉันสอนว่าสัญญาปากเปล่าน่ะเชื่อถือไม่ได้ ” เธอว่าอย่างไม่เชื่อ เด็กสาวเงยหน้ามองฟุชิมิแล้วเอ่ยแบบนั้นอีกครั้ง

 

                ฟุชิมิถอนหายใจเสียงดังต่อด้วยจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดปนรำคาญ “ อย่าหลงตัวเองได้ไหมยัยอัปลักษณ์ (เน้นคำนี้อย่างชัดเจน)  คนที่ฉันสนใจมีแค่มิซากิ (คำนี้ยิ่งเน้น)  เธออยากจะไปไหนก็ไป ”

 

                ปึด!

 

                ยาตะสาบานได้ว่าเขาได้ยินเสียงเหมือนสติหลุดของคนที่จับเขาอยู่

 

                ไอ้ลิงนี่มันจะช่วยเขาหรือฆ่าเขากันแน่ฟะ!

 

                จะยังไงก็เถอะอย่าเอาเขาเข้าไปเกี่ยวในสถานการณ์นี้เลย

 

                ตอนแรกนึกว่าจะโดนยิงซะแล้วแต่เด็กสาวก็เพียงเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะบอกออกมาว่า “ ก็ได้ฉันจะปล่อยหมอนี่”

 

                คำนี้ที่รอมานาน!

 

                ยาตะเผลอยิ้มจางๆออกมาอย่างโล่งอก  เด็กสาวลากตัวยาตะออกมาพร้อมกับเธอจนห่างพอประมาณจึงค่อยๆคลายมือที่จับยาตะไว้ 

 

                “ เดินไปสิ”  เธอกระซิบบอก มือยังคงถือปืนชี้มาที่หลังของยาตะเพื่อเป็นหลักประกัน  ร่างเล็กรับคำสั่งอย่างว่าง่ายค่อยๆเดินไปจนระยะของเขากับฟุชิมิใกล้กันมากขึ้น ทันใดนั้นเอง เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

 

                พวก Scepter 4 คนอื่นๆมาจากไหนก็ไม่รู้กรูกันเข้ามาพร้อมส่งเสียงว่าให้จับเด็กสาว ผู้ที่ถูกประกาศจับตกใจ หันมามองทางพวกยาตะอย่างเคียดแค้น เธอตะโกนว่าพวกโกหก จากนั้น

 

                ปัง !

 

                เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่ล้มลงทับบนร่างสูงกว่าที่เข้ามาช่วย  ยาตะชะงักไปด้วยความตกใจเขาคิดว่าตัวเองถูกยิงซะแล้วแต่พอได้สติอีกทีก็รีบสำรวจตัวเองแต่ไม่พบบาดแผลแม้แต่นิดเดียวทว่า

 

                มือเล็กเปื้อนเลือดสีเข้ม !

 

                แต่นี่ไม่ใช่เลือดของเขางั้นก็แปลว่า…!!!

 

                เขารีบก้มลงมองคนที่เข้ามาช่วย  ฟุชิมิที่อยู่ใต้ร่างเขาหลับตาสนิทไม่ว่าพยายามเรียกยังไงก็ไม่ยอมลืมตา “ เฮ้! เจ้าลิงบ้าลืมตาสิฟะ ! เวลานี้ฉันไม่เล่นนะเฟ้ย ! เจ้าลิงบ้า! เจ้าลิง! ซารุ! ซารุ! ซารุฟื้นสิวะ !  ซารุฮิโกะ!!!

 

                ไม่ว่าจะเรียกดังขนาดไหน ตบแก้มแรงขนาดไหน ร่างสูงก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้

 

                “ ซารุฮิโกะ !!!  ยังคงนิ่งสนิท

 

                “ ถ้าแกตายตอนนี้ฉันไม่ให้อภัยจริงๆนะเฟ้ย !  ยังไร้ปฏิกิริยาตอบโต้

 

                ยาตะรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เลือดในกายพลันเย็นเฉียบ ปากที่เอาแต่เรียกชื่อและด่าอีกฝ่ายอ้าค้าง เสียงทั้งหมดติดอยู่ในลำคอ

 

                ไม่จริงน่าคนอย่างฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ คนนั้นเนี่ยนะจะมาตายง่ายๆด้วยเรื่องแบบนี้ ไม่มีทางหรอก ไม่มีทาง ! เป็นไปไม่ได้!

 

                แปะ

 

                น้ำตาอุ่นๆหยดลงบนใบหน้าดูดีของอีกฝ่ายที่บัดนี้เปื้อนเลือดสีแดงเข้มจากมือเล็ก

 

                  เป็นไปไม่ได้หรอกคนอย่างฟุชิมิ ซารุฮิโกะไม่ตายง่ายๆหรอก ” เขากอดอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขน พึมพำคำนั้นซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้ตัวแม้กระทั่งตอนที่เจ้าหน้าที่  Scepter 4 คนหนึ่งเข้ามาดูอาการฟุชิมิ

 

 

                แต่แล้ว

 

                หึๆๆๆ

 

                ยาตะคิดว่าตนหูฝาดแต่พักหนึ่งก็รู้ว่าไม่ใช่ เขาดันร่างที่กอดอยู่ออกและพบว่าคนที่เขาเป็นห่วงแทบตายกำลังพยายามก้มหน้ากลั้นเสียงหัวเราะ ตอนนั้นเองที่ยาตะรู้สึกตัวว่าตน..โดนหลอก !!!

 

                เขาผลักร่างสูงออกแต่ไม่เป็นผลเพราะแขนยาวๆนั่นรัดเอวเขาเอาไว้แน่น เกิดการต่อสู้เล็กๆ (?) ขึ้นโดยไม่รู้สึกตัวกันเลยว่ากำลังอยู่กลางเมืองแถมอยู่ท่ามกลางพวก Scepter 4 และคนมากมาย

 

                “ พวกนายหยุดทะเลาะกันได้แล้ว”  เสียงเรียบๆของอาวาชิมะเอ่ยเพื่อหยุดการตีกันของทั้งคู่แต่ดูจะไม่เป็นผลเท่าไรเพราะฟุชิมิยังกอดเอวเล็กเอาไว้แน่น ส่วนอีกฝ่ายที่โดนแกล้งก็พยายามดันตัวออกสุดความสามารถ

 

                “ ฟุชิมิ นายควรลุกขึ้นแล้วตามคนร้ายไปนะ ” อาวาชิมะทำเป็นไม่สนใจแล้วเอ่ยต่อ

 

                “ คนตั้งเยอะแยะกลับไม่มีความสามารถพอจะไล่ตามเด็กสาวแค่คนเดียวเนี่ยนะ”  ฟุชิมิเอ่ยลอยๆด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

 

                “ เด็กนั่นรู้จักทางหนีในเมืองนี้อย่างดีน่ะสิแล้วอีกอย่างที่เธอหนีไปได้ก็เพราะนายออกมาเจอกับคนร้ายโดยไม่บอกใครน่ะสิ”

 

                ฟุชิมิยักไหล่ไม่ใส่ใจ “ ไม่เกี่ยวกับผมนี่ผมแค่มารับหมาของตัวเองคืนเท่านั้น ” ว่าพลางรูปหัวร่างในอ้อมแขนเลยโดนหมัดชกเข้าให้

 

                “งั้นก็ออกไปตามคนร้ายได้แล้ว” อาวาชิมะเริ่มหงุดหงิด

 

                “ เฮ้อ ไม่ได้หรอกวันนี้เป็นวันลาหยุดของผม”

 

                อาวาชิมะมองคนแก้ตัวน้ำขุ่นๆตาเขียวแต่แล้วก็ถอนหายใจออกมาหันกลับไปสั่งคนอื่นแทนแต่ก็ไม่วายหันกลับมาสั่งให้ฟุชิมิเขียนรายงานสำนึกผิดมาด้วย คนโดนสั่งเพียงรับคำลอยๆ

 

                “ ปล่อยฉันสิฟะ! หัดอายคนอื่นบ้างเหอะไอ้ลิงตอแหล!   ร่างเล็กเริ่มออกหมัดชกอีกฝ่าย

 

                “ เรียกชื่อฉันอีกสิ มิซากิ ”  คนกอดไม่สนใจ

 

                “ ไม่ต้องเรียกชื่อต้นฉัน ! ไอ้ลิงชั่ว! ไอ้ลิงตอแหล ! ไอ้ลิงหน้าด้าน!  ดิ้นอย่างแรงออกทั้งหมัด ทั้งเข่า ทั้งเตะจนหมัดพลาดไปโดนบริเวณแผลที่ไหล่ของฟุชิมิซึ่งยาตะมองไม่เห็นเนื่องจากชุดสีเข้มปิดบังไว้

 

                ร่างสูงละมือจากเอวเล็กทันที

 

                ยาตะเองที่พึ่งเห็นแผลรีบสั่งให้ฟุชิมิไปทำแผล เจ้าหน้าที่ Scepter 4 คนที่อยู่ใกล้ที่สุดรับหน้าที่ทำให้

 

                โชคดีที่กระสุนนั้นไม่ได้ฝังในหรือทำให้เกิดบาดแผลร้ายแรง  ยาตะโล่งอกแต่ก็ไม่วายด่าคนที่บาดเจ็บแท้แต่ยังแกล้งตนได้สารพัด คนที่ถูกว่าทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยิน

 

                อาวาชิมะที่กลับจากการตามคนร้ายกลับเข้ามาบอกกับฟุชิมิและยาตะว่ายังไม่พบตัวคนร้าย เธอขอ( ที่จริงๆแล้วคือสั่ง)ให้ยาตะช่วยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง ยาตะทำหน้าตาเบื่อหน่ายแต่เมื่ออาวาชิมะเอ่ยทำนองขอร้องเขาก็ปฏิเสธไม่ได้

 

                ยาตะตามอาวาชิมะมาชี้บริเวณที่เกิดเรื่อง เธอซักเขาอย่างละเอียดไม่พลาดแม้เรื่องเล็กๆจนยาตะเริ่มเข้าใจว่าทำไมฟุชิมิถึงได้เรียกผู้หญิงน่ารำคาญ

 

                “ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ”  เธอเอ่ยเมื่อการสอบสวน(?)เสร็จสิ้น ยาตะบอกอืมสั้นๆแล้วเกาแก้มแก้เขิน ดูเหมือนเขาจะแพ้ผู้หญิงจริงๆอย่างที่คนอื่นว่าสินะ

 

                “ อีกอย่าง” อาวาชิมะเกริ่น “ ฝากบอกฟุชิมิด้วยว่าเลิกทำตามใจตัวเองทีเถอะ ถึงจะพอรู้ว่าคนร้ายอยู่กับนายก็ไม่ควรแอบออกมาโดยไม่บอกใคร มันอันตรายต่อนายและต่อตัวเอง เข้าใจไหม”  เธอว่าแล้วเดินออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบ

 

                ยาตะยืนนิ่ง

 

…………………………………….

 

 

                เมื่อเสร็จเรื่องแล้ว อาวาชิมะก็ไล่ให้ยาตะกับฟุชิมิกลับบ้านไปพักส่วนตนจะจัดการเรื่องติดตามคนร้ายเองแต่เธอก็ไม่วายสำทับอีกครั้งให้ฟุชิมิเขียนรายงานสำนึกผิดและมาทำงานด้วยในวันพรุ่งนี้

 

                ฟุชิมิจิ๊ปากเมื่อได้ยินแต่เถียงอะไรไม่ได้

 

                เจ้าหน้าที่ Scepter 4 คนหนึ่งถูกอาวาชิมะเรียกมาให้ขับรถไปส่งพวกเขาโดยเธอบอกว่าถึงยังไงฟุชิมิก็บาดเจ็บอยู่ไม่ควรขับรถเดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุได้ แน่นอนว่าฟุชิมิเถียงกลับแต่สุดท้ายก็แพ้ไป พวกเขาให้เจ้าหน้าที่ช่วยขับรถให้และย้ายตัวเองทั้งคู่จึงไปนั่งที่เบาะหลังแทน ในตอนแรกยาตะพยายามไล่ฟุชิมิให้ไปนั่งที่ข้างคนขับแต่ฟุชิมิไม่ไป ยาตะจึงจะลุกเองแต่ก็โดนฟุชิมิยึดตัวไว้

 

                เมื่อรถเคลื่อนไปได้สักพักยาตะก็รับรู้ถึงสิ่งหนักๆทิ้งลงบนไหล่ของเขา  สิ่งนั้นคือหัวของฟุชิมิ

 

                “ พิงฝั่งนู้นไป ” ว่าพลางผลักไสหัวของอีกฝ่ายไปอีกด้านของรถ

 

                ฟุชิมิดันหัวตัวเองกลับมาซบร่างเล็กอีกครั้ง เขายึดมือของอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ดันหัวตัวเองอีก

 

                “ วันนี้ฉันต้องวิ่งวุ่นตามหานายจนเหนื่อยแล้วยังต้องเจ็บตัวอีกแท้ ” ฟุชิมิหลับตาเอ่ยลอยๆเหมือนละเมอแต่คำที่พูดออกมากลับแทงใจดำคนที่ถูกเอาเปรียบจังๆจึงได้แต่นิ่งให้ร่างสูงเอาเปรียบ

 

                ฟุชิมิยิ้มจางๆ

 

                ยาตะเหลือบมองแล้วเสมองไปด้านนอกหน้าต่าง เขาพยายามจะคิดอะไรก็ได้เพื่อเลี่ยงไม่สนใจสายตาของเจ้าหน้าที่ที่มองผ่านกระจกหลัง

 

                หมอนี่น่ะมีเจ้าของแล้ว

 

                สิ่งที่นึกขึ้นมาได้ไม่พ้นเรื่องวันนี้  

 

                เป็นพวกเจ้าเล่ห์ โรคจิต นิสัยไม่ดี  ไม่ชอบกินผัก  ชอบเอาเปรียบ  คิดมาก พูดก็น้อย พูดแล้วก็ไม่ตรงกับใจ  ชอบแกล้งคนอื่น ขี้รำคาญ เบื่อก็ง่าย  ชอบทำเรื่องที่คนอื่นไม่เข้าใจ

 

                ข้อเสียมากมายของเจ้าลิงนี่ที่เขาบอกเองแต่

 

                ถ้าไม่ชอบก็คงไม่นั่งสังเกตนิสัยอีกฝ่ายขนาดนั้นหรอก

 

                ชอบงั้นเหรอถ้าบอกว่าชอบจะชอบตรงไหนล่ะ ก็เล่นนิสัยเสียเยอะขนาดนั้น

 

                ทำให้มีความสุขไม่สามารถอธิบายได้ชัดแต่มันเป็นแบบนั้น

 

                แล้วก็ขาดไม่ได้  ในหลายๆความหมาย

 

                เธอลองแตะต้องเขาสิฉันจะฆ่าเธอให้ตายแล้วตามไปเผาแม่ของเธอถึงในคุกเลย

 

                คนที่ฉันสนใจมีแค่มิซากิ..                

 

                ..เลิกทำตามใจตัวเองทีเถอะ ถึงจะพอรู้ว่าคนร้ายอยู่กับนายก็ไม่ควรแอบออกมาโดยไม่บอกใคร มันอันตรายต่อนายและต่อตัวเอง เข้าใจไหม

 

 

                นึกขึ้นมาแล้วก็ใจเต้นแรงโดยไม่รู้สาเหตุ  คำเหล่านั้นชวนให้คิดว่าตนสำคัญสำหรับอีกฝ่าย

 

                ภาพฟุชิมิที่แน่นิ่งไปและมือที่เปื้อนเลือดผุดขึ้นมาในความทรงจำ  พร้อมๆกับความรู้สึกใจหายและเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นในวินาทีนั้น

 

                บอกได้เลยว่าเขาไม่อยากเสียอีกฝ่ายไป

 

                ลึกๆรู้ว่าทั้งหมดแทบจะชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำให้เขาและสิ่งที่เขารู้สึกคืออะไร

 

                แต่เพราะทิฐิหรืออะไรก็แล้วแต่ทำให้เขาไม่ยอมรับว่า

 

                นายเลิกปากแข็งเสียที่ได้ไหม ..

 

                สิ่งที่เด็กสาวเตือนดังก้องในหัว

 

                มันยากนักเหรอที่จะพูดความจริง

 

                เขาบอกฟุชิมิไปอย่างนั้นแต่ไม่เคยคิดว่าจะย้อนกลับมาหาตน  บางครั้งการพูดความจริงก็ยากเหลือเกิน

 

                ใช่

 

                ยากจริงๆ..

 

                นี่ไม่เกี่ยวกับอดีต ไม่เกี่ยวกับอดีตที่เสียไป

 

                ไม่เกี่ยวกับคำว่าสามี-ภรรยา

 

                ไม่เกี่ยวกับคำว่าแต่งงาน

 

                ไม่เกี่ยวกับที่ใครๆบอกเขาว่าพวกเขารักหรือดีต่อกันยังไง..

 

                แล้วนี่ก็ไม่ใช่ความรู้สึกเดียวกับที่เขารู้สึกกับคนอื่นๆ

 

                ไม่ใช่ความเคารพอย่างมิโกโตะซังหรือคุวานางิซังหรือโทสึกะซัง

 

                 ไม่ใช่รู้สึกอย่างเพื่อนแบบเดียวกับคนในโฮมระ

 

                 ไม่ใช่แม้กระทั่งรู้สึกแบบเพื่อนแบบที่เคยมีให้ซารุฮิโกะในอดีต

 

                ตัวเขาในตอนนี้เพียงแค่

 

                มือเล็กที่ถูกยึดไปขยับเล็กน้อยให้สอดนิ้วประสานกับมือที่ใหญ่กว่า  หัวเล็กๆเอียงเข้าหาให้อีกฝ่ายหนุนได้สบายขึ้น

 

                ยาตะถอนหายใจเบาๆให้ตัวเอง

 

               

 

 

                ตัวเขาในตอนนี้เพียงแค่กำลังหลงรักซารุฮิโกะคนปัจจุบันที่เป็นอยู่แบบนี้ก็เท่านั้น

 

 

………………………..

 

ตอนแรกจะแต่งจริงจังนะตอนนี้แต่ไปๆมาๆกลายเป็นฮาซะงั้น

 

เอาเถอะเขาแต่งดราม่าไม่เก่ง =  =

 

ในตอนนี้ชิวาว่ายอมรับกับตัวเองซะแล้วว่ารัก

 

แต่จะบอกลิงเมื่อไร ต้องตามต่อไป 555+

 

 

ปล.ขอแก้เป็น Scepter 4 นะคะหลังจากใช้ผิดๆถูกๆมานานในตอนอื่นก่อนหน้าจะตามมาแก้ให้ทีหลัง ถ้าว่าง

               

 

 

               

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #450 B.B.E (@0980588245sslncr) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 00:43
    เขาจาได้แบบนี้ไหมมม  อยากได้
    #450
    0
  2. #388 I_am_Hana (@aong009) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 14:51
    ยาตะรุใจตัวเองสักที แล้วจะยังไงต่อล่ะเนี้ยยยยยยยยยยย
    #388
    0
  3. #303 Twin (@123rabbit123) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 18:31
    มิซากิไม่ซึนเเล้วววว
    #303
    0
  4. #164 Zepryrus (@omsinzaza) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 / 01:32
    ดะ... ดีใจจังเลยย !!!

    รู้ตัวเองสักทีนะว่ารักซารุแล้วน่ะ !~

    ดีใจจังงง XD
    #164
    0
  5. #159 Boofu_ (@baifern-2616) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:23
    อร๊ากกก อ่านแล้วฟินค่ะะ อ่านแล้วยิ้มหน้าบานจนเพื่อนหาว่าบ้าเลย ชอบค่ะะะ
    #159
    0
  6. #158 ✚NOAH XICA✚ (@no-xic) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:35
    ขำฉากที่หมี่ซากี้คิดว่า จะถอยแล้วหนีตามเด็กผุ้หญิงคนนั้นไปด้วยดีมั้ย ค่ะ5555555
    เราชอบฉากผลักหัวตอนอยู่บนรถ กับฟุชิมิยิ้มจังค่า คิดภาพตามแล้วน่ารักมากเลยยยย //อมยิ้มทีเดียว
    รอตอนต่อไปนะค้าาาาาา ///////
    #158
    0
  7. #157 iiFreedomii (@oilzamf) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:46

    โฮ้ยยย เคะปากแข็ง กว่าจะยอมรับออกมาได้นะ
    แค่จะทำให้ยอมรับก็ปาเข้าไป 10 กว่าตอนแล้วเนี่ยเห็นไหมม 555

    ชื่นชมไรเตอร์ค่ะ อัพได้เร็วและต่อเนื่องดี ทำให้ไม่ลืมเนื้อเรื่อง ไม่ต้องนั่งไล่อ่านใหม่
    ที่สำคัญคือจบตอนไม่ค้าง... ถ้าค้างคงมีถล่มกันบ้างแหละ 5555
    ( รีดเดอร์คนนี้ดุจ้าา )

    แต่งไปแต่งมามันฮาดีแล้วแหละ ชอบแนวนี้นะ 
    เราว่ามันสามารถทำให้ซึ้งๆ แบบฮาได้เหมือนกัน
    ( งงไหม? ไม่สามารถอธิบายอะไรดีกว่านี้ได้แล้วล่ะ 5555 )

    เอาเป็นว่าจะรอลุ้นเจ้าหมาน้อยนะว่าจะยอมพูดเมื่อไหร่
    แหมมมม อีโก้สูงซะขนาดนี้ยาวแหงงง นั่งฮาเงิบกันต่อไปจ้า
    #157
    0
  8. #156 Sou (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:33
    มิซากิโดนหลอก(ฮาา) เป็นห่วงฟุชิมิสุดๆ จะน่ารักอะไรปานนี้

    รอติดตามด้วยคนค่า ' 7 '
    #156
    0
  9. #155 o S_M o (@deidara-sasori) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:53
    อิย๊าาา!~~ ในที่สุดยาตะจังก็รู้ตัวซักทีสินะ!

    ชอบฉากในรถ คิดภาพตามไปด้วยแล้วน่าร๊ากกกก~

    (ปูเสื่อรอตอนต่อไป ฮุๆ)
    #155
    0
  10. #154 $aBA★SaMA (@talatoon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:49
    แอร๊ยยยยยย  ฟินนนนนนนนน  ลิงโหดดีเนอะน่ารัก =Q=
    #154
    0
  11. #150 Noey_Jun (@nunei) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:42
    ชิวาว่าหลงรักลิงแล้วโว้ยยย !!! ดีใจ 555555 น่ารักมากเลยอ่ะ เขินน >/////< บอกรักซารุเร็วๆนะ อ้ากกกก555
    #150
    0