----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 19 : Amnesia (X)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    21 ม.ค. 56

 

X

 

Shopping

 

 

                ยาตะพึ่งจะเข้าใจคำว่าวิธีหายหวัดที่ดีที่สุดก็คือการถ่ายทอดให้คนอื่นก็ครั้งนี้แหละ

 

                “ ฉันไม่ได้บ้า  ไม่ได้โง่นะเห็นไหม แค่กๆๆๆ ฟืดๆๆ ฉัน แค่ก ติดหวัด ฟืดดๆๆ เพราะแกแท้ๆ ”

 

ผ่านไปเพียงสามวันฟุชิมิก็อาการดีขึ้นและหายอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจขณะที่พยาบาลจำเป็นเช่นเขากลับติดหวัดจนต้องนอนซมและอาการอาจจะหนักกว่าคนป่วยคนแรกด้วย

 

                ส่วนหนึ่งคงเพราะเจ้าคนป่วยในตอนแรกที่เปลี่ยนบทบาทเป็นพยาบาลแต่ดูแลแบบผสมกับการกลั่นแกล้งชัดๆเหมือนกับว่าเอาคืนเรื่องแครอท  สุดท้ายกว่าจะหายขาดจากหวัดกันทั้งคู่แน่ๆก็ปาเข้าไปเป็นอาทิตย์แล้ว

 

………………………………….

 

               

                “ ในที่สุดก็หายดีแล้วเฟ้ย !” ยาตะร้องออกมาด้วยความดีใจสุดขีด  หลังจากผ่านการนั่งๆนอนๆ ไม่สบาย(รวมถึงการถูกกลั่นแกล้ง กวนประสาทสารพัด) อย่างน่าเบื่อและทรมานไปได้

 

                “ อย่างนี้ต้องฉลอง  โทรหาคุซานางิซัง เรียกพวกเจ้าคามาโมโตะไปกินเฮ้ !!! ยังไม่ทันได้กดเบอร์ โทรศัพท์ก็ถูกดึงออกจากมือไปโดยฝีมือร่างสูงที่ยืนด้านหลัง

 

                “ ทำอะไรฟะ ! เอามานี่นะเฟ้ย ! ” ร่างเล็กพยายามจะแย่งคืนแต่ร่างสูงขัดขวางโดยการชูมันขึ้นสูงๆ

 

                “ ไปเที่ยวกัน ”  จู่ๆก็พูดขึ้นมาโดยไม่มีปี่ไม่ขลุ่ยให้ยาตะประหลาดใจ

 

                “ ฉันลางานถึงพรุ่งนี้ วันนี้ยังไงก็ว่าง”  ฟุชิมิบอกเนิบๆแต่ยาตะกลับหรี่ตาลงมองอย่างสงสัย ฟุชิมิเห็นอย่างนั้นจึงพูดไม้ตายเด็ดออกไป  “ รู้สึกว่าในเมืองจะมีร้านเค้กเปิดใหม่นะ

 

                “ เค้ก? ”   ยาตะเริ่มลังเลเมื่อได้ยินคำนี้แต่ใจยังลังเลเพราะคนชวนไม่น่าไว้ใจ และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือเขากำลังดีใจเพราะป่วยทำให้น้ำหนักลดลงแต่ว่าเจ้าลิงนี่กลับมาบอกให้เขาไปกินของหวานซะงั้น

 

                ฟุชิมิยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าคนลังเล หน้าจอที่เปิดค้างไว้เป็นรูปของเค้กหลากสี ดูน่ากิน

 

                และแล้วยาตะ  มิซากิก็พ่ายแพ้อีกครั้ง

 

……………………………..

 

                “ ไหนแกบอกว่าจะไปร้านเค้กไงฟะ ”  เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างหงุดหงิด

 

                “ ก็นี่ไงร้านเค้ก”  อีกฝ่ายบอกเสียงเรียบ

 

                “ เออ ! แต่มันยังไม่เปิดไม่ใช่เหรอ !    เสียงแรกโวยวายอย่างเหลืออด  นิ้วเล็กชี้ไปที่ป้ายตรงหน้าร้านเค้กสวยงามซึ่งเขียนไว้ว่า  พบกัน เร็วๆนี้

 

                “ ฉันบอกว่าจะพาไปร้านเค้กแต่ไม่ได้บอกสักคำว่าเปิดวันนี้ นึกให้ดีๆสิ มิซากิ”  เถียงกลับด้วยน้ำเสียงขบขันปนเยาะเย้ยเล็กๆแต่ทำให้คนที่ถูกหลอกระเบิดอารมณ์ออกมาด่าคนที่หลอกตัวเอง แล้วเดินกระทืบเท้าเสียงดังออกไป

 

                “ ไม่รู้ทางแล้วยังเดินมั่วเดี๋ยวก็กลายเป็นหมาหลงทางหรอก”  เสียงยียวนยังคงตามหลังมาติดๆ

 

                “ หนวกหูโว๊ย แล้วฉันก็ไม่ใช่หมาด้วย ! ” โต้กลับแบบไม่หันกลับมา

 

                “ มิซากิ เลี้ยวผิดทางแล้วต้องเลี้ยวซ้ายถึงจะกลับไปที่รถ ” ยังคงเดินตาม

 

                ร่างเล็กชะงักเท้า

 

                “ บอกว่าหนวกหู ! แล้วฉันก็ไม่ได้กลับไปที่รถด้วย”  แก้ตัวกลบที่หน้าแตก “ อย่าตามมานะเฟ้ย!  หันกลับมาตวาดใส่ครั้งหนึ่งแล้วหันหน้าเดินต่อ

 

                ยาตะเดินมาเรื่อยๆจนเข้าเขตที่เป็นแหล่งกิน  เที่ยว เล่น  (ยาตะเรียกว่าสวรรค์) กลางเมือง  พอเข้าเขตนี้แม้ว่าสภาพส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปแต่ร้านค้าเก่าๆบางร้านก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ไม่แปลลกที่ยาตะจะเริ่มตื่นเต้นแล้วมองดูรอบๆอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

                ฟุชิมิเห็นแล้วก็อดจินตนาการถึงชิวาว่าที่พึ่งเคยถูกเจ้าของพาเข้ามาเที่ยวในเมืองครั้งแรกไม่ได้

 

                ยิ่งตอนนี้ชิวาว่าที่ว่ากำลังวิ่งพล่านไปทั่ว ดูร้านนู้นทีนี้ทีด้วย

 

                แล้วก็ไม่รู้ว่าเพราะจำได้แล้วหรทอเพราะความเคยชินหรือเพราะสัญชาตญาณร่างเล็กจึงวิ่งมาหยุดหน้าเกมเซ็นเตอร์ในที่สุด

 

                ยาตะไม่อาจกลบเกลื่อนอาการดีใจแบบเด็กๆได้  เขารีบวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วคนที่ตามมาจึงคว้าตัวเอาไว้ไม่ทัน

 

                “ ว้าว ”  ยาตะเผลออุทานออกมาเมื่อเห็นสภาพภายใน ร้านที่เต็มไปด้วยตู้เกมจำนวนมาก มีทั้งที่เคยเห็นและไม่เคยเห็นมาก่อน

 

                “ ฉันว่าเราควรออกไป นายไม่ได้เป็นเด็กๆแล้ว” ฟุชิมิที่ตามเข้ามาห้ามแต่ผู้ฟังกลับไม่สนใจวิ่งเข้าไปหาเครื่องเล่นหนึ่งซึ่งดูน่าจะเป็นเกมตีเบสบอล 

 

                หมอนั่นยังคิดว่าตัวเองเป็นเด็กสินะไม่สิ ต่อให้ไม่ความจำเสื่อมก็คงเข้าไปเล่นอยู่ดีฟุชิมิถอนหายใจอย่างรู้สึกรำคาญ

 

                ถ้าการกินผักเป็นนิสัยเสียที่เขาแก้ไม่หาย การที่ชอบเล่นเป็นเด็กๆก็คงเป็นนิสัยเสียที่แก้ไม่หายของมิซากิ

 

ขณะเดียวกันฝั่งยาตะก็สามารถเบียดแทรกกลุ่มเด็กร่างสูงเข้าไป

 

                เจ้าเด็กที่เล่นอยู่ตอนนี้ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ตีพลาดสามลูกติดๆกัน ยาตะเห็นแล้วทนไม่ได้เผลอพูดดูถูกว่าไม่เอาไหนออกไปเรียกให้ทั้งกลุ่มหันมามองแต่ก่อนที่จะมีเรื่องกัน เด็กที่โดนกล่าวดูถูกซึ่งท่าทางเป็นคนที่ใจเย็นก็เอ่ยห้ามเพื่อนๆไว้และบอกว่าถ้ายาตะมั่นใจว่าตัวเองตีดีกว่าก็ลองดู

 

                ยาตะเลยจัดให้ !

 

                การตีลูกเบสบอลแบบนี้เป็นสิ่งที่กระจอกมากสำหรับเขาที่ใช้ไม้เบสบอลในการสู้มาตั้งนาน

 

                ลูกเบสบอลที่ถูกปล่อยออกมาในเกมจึงถูกเขาตีโฮมรันได้อย่างไม่พลาดเลยสักลูก  ในเวลานั้นพวกเด็กรอบๆเลยเข้ามาชื่นชมกันใหญ่ บ้างก็เข้ามาจับมือ แตะมือเหมือนแสดงความชื่นชม

 

 มีคนหนึ่งที่กำลังจะลูบหัวเขาอยู่แล้วแต่ก็ชะงักเพราะว่ามีคนจับข้อมือไว้เสียก่อน

 

                และคนที่จับก็คือฟุชิมิ

 

                “ โทษนะ แต่ฉันว่าการที่เด็กลูบหัวคนแก่มันคงไม่ค่อยเหมาะสม”  ฟุชิมิออกแรงบีบมากขึ้นจนเด็กคนนั้นร้องออกมา ยาตะร้องห้ามแต่ก็โดนฟุชิมิดึงแขนแล้วลากออกไปอย่างรวดเร็ว

 

                เมื่ออกมาด้านนอกร้านแล้วยาตะก็ดิ้นอย่างแรงจนเป็นอิสระ  “ แกเป็นอะไรของแกฟะ ”

 

                ฟุชิมิส่งสายตาเย็นเฉียบให้คนที่โวยวายชะงัก

 

“ ฉันก็แค่อยากให้นายรู้ตัวว่านายน่ะแก่แล้วไม่ใช่เด็กๆที่จะเข้าไปเล่นในที่แบบนั้น ”

 

“ แกมีสิทธิ์อะไรห้ามฉันฟะ !

 

“ ต้องให้ฉันบอกสิทธิ์ไหมล่ะ ”  ฟุชิมิว่าเสียงเย็นพลางใช้นิ้วลูบที่แหวนบนนิ้วของยาตะ ส่งผลให้คนที่ถูกอ้างสิทธิ์หน้าแดงขึ้นมาแต่ด้วยความไม่ยอมแพ้จึงสะบัดมือออก

 

“ แล้วไงฟะ ! กะอีแค่เล่นเกมมันเกี่ยวกับอ้าง  ยาตะหุบปากฉับเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้

 

อย่าบอกนะว่าเจ้าลิงนี่กำลัง….เอ่อ….หึงน่ะ…..

 

แต่ว่าหึงเรื่องอะไรฟะ อย่าบอกนะว่าแค่เด็กพวกนั้นแตะต้องตัวเขาเล่นๆแค่นี้น่ะนะถ้าใช่ล่ะก็มันก็จะเป็นเรื่องที่….

 

                ยาตะเผลอหลุดหัวเราะออกมาเรียกให้สีหน้าที่บึ้งของฟุชิมิบึ้งตึงเข้าไปอีก  แรงกระชากที่แขนช่วยเรียกสติให้กลับมาแต่เขาก็ยังหยุดยิ้มไม่ได้นานๆทีจะมีโอกาสอย่างนี้เขาต้องคว้าเอาไว้

 

                “ โอ่ยๆๆๆ ใครจะคิดล่ะว่าคนอย่างฟุชิมิ  ซารุฮิโกะจะหึงกับเรื่องแค่นี้ ”  เขาพูดด้วยน้ำเสียงยียวนผิดนิสัย ขณะที่ฟุชิมิก็ชะงักและทำสีหน้าประหลาดใจผิดนิสัยเช่นกัน “ เด็กจริงๆเลยนะซารุฮิโกะ ”

 

                เขาค่อยๆแกะมือที่จับตรงแขนออกแล้วพูดด้วยท่าทางเหนือกว่า (ที่นานๆครั้งจะมี) “ ฉันจะเข้าไปเล่นเกมต่อ ถ้าแกไม่พอใจก็กลับไปก่อนได้เลยนะไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันให้เด็กพวกนั้นไปโอ๊ย !  

 

                แรงกระชากที่แขนอีกครั้งตัดบทสนทนาแต่ครั้งยาตะรับรู้ได้เลยว่าเจ้าลิงนี่ออกแรงมากกว่าครั้งก่อนเสียอีก  ผมที่ลงมาปรกหน้าทำให้เขาไม่สามารถเห็นสีหน้าอีกฝ่ายได้แต่บางทีอาจจะดีแล้วก็ได้ที่ไม่เห็นเพราะจากแรงที่บีบนี่บอกได้เลยว่าเจ้าของมือกำลังโกรธ

 

                แต่ก่อนที่จะเกิดสิ่งที่น่ากลัวตามมาอย่างที่ยาตะจินตนาการไว้ เสียงเล็กๆสองเสียงก็ดังขึ้น

 

                “ เอ่อ  ขอโทษค่ะ”   เจ้าของเสียงคือเด็กสาวหน้าตาน่ารักสองคนแต่ดุจากการแต่งตัวแล้วคงจะเปรี้ยวไม่น้อย  ดูจากสายตาสองคู่ของพวกเธอยาตะสามารถบอกได้เลยว่ากำลังมองที่ฟุชิมิอยู่

 

เขาพยายามจะโบกมือเป็นการใบ้ให้พวกเธอสองคนหนีไปซะถ้าไม่อยากตายเพราะเขารู้ว่าฟุชิมิไม่ใช่คนประเภทที่จะอ่อนโยนกับผู้หญิงเด็ดขาด

 

“ ขอโทษนะคะ ”  พวกเธอไม่เข้าใจสิ่งที่ยาตะพยายามจะเตือน

 

ร่างสูงที่ถูกเรียกเหลือบตามองมาที่พวกเธออย่างรำคาญ “ มีอะไร ”

 

“ พวกคุณว่างใช่ไหมไปเที่ยวกับพวกเราไหม”  หนึ่งในสองพูดออกมาโดยไม่สนสายตาอำมหิตที่แทบจะฆ่าคนได้แล้เลยสักนิด ต้องยอมรับจริงๆว่าเธอกล้ามาก

 

ฟุชิมิขมวดคิ้ว สีหน้าบ่งบอกว่ารำคาญถึงขีดสุดแต่พอจะเอ่ยปฏิเสธ  ดวงตาหลังกรอบแว่นก็กรอกขึ้นเหมือนนึกบางอย่างออก ยิ่งหันมายิ้มให้ยาตะด้วย  สัญชาตญาณในตัวพากันร้องบอกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

 

“ ก็ไปสิ ”

 

!!!

 

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ยินแบบนี้

 

“ แต่  สองสาวที่ทำหน้าดีใจสลดลงเมื่อได้ยินคำนี้  ยาตะเองก็พลอยเผลอกลั้นใจฟังไปด้วยว่าฟุชิมิจะพูดอะไร “ แต่ฉันคงต้องไปคนเดียวเพราะหมอนี่เขามีเป้าหมายแล้ว ”

 

!!!!!!!!!!!

 

ตกใจยิ่งกว่าเดิม

 

นี่เขาฟังผิดไปใช่ไหมว่าคนที่รำคาญผู้หญิงจะเป็นจะตาย และชอบตามเขาเป็นเงาตามตัวกำลังบอกว่าจะไปกับคนอื่นแล้วทิ้งเขาไว้ที่นี่

 

เด็กสาวสองคนนั้นไม่มีท่าทีเสียดายแม้แต่น้อยตรงข้ามกำลังยินดีอย่างปิดไม่มิด

 

ฟุชิมิละมืออกจากยาตะแต่เป็นฝ่ายที่โดนปล่อยเสียเองที่จับแขนเสื้อของคนที่ปล่อยไว้  ฟุชิมิหันมายิ้มให้เขา รอยยิ้มนั้นเหมือนยิ้มเยาะกลายๆยาตะจึงพึ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป  เขาปล่อยมือทันที

 

“ เอ้ ถ้าจะไปละก็พาฉันไปด้วยสิเฟ้ย ไม่งั้นฉันจะกลับยังไง ”  พยายามควบคุมไม่ให้อาการตกใจและความรู้สึกแปลกๆเหมือนไม่พอใจหลุดไปตามเสียง

 

  นายบอกว่าไม่เป็นไรมีคนพาไปส่งไม่ใช่เหรอ เด็กพวกนั้นน่ะ ”  จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้ยาตะรู้ดีว่าฟุชิมิเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นแต่ไม่นึกว่าจะถึงขนาดนี้  ยาตะผงะไปทันที

 

“ เออ! ฉันไม่ไปก็ได้ฟะใครอยากจะไปกันฉันก็แค่ห่วงกลัวแกไม่ให้เกียรติผู้หญิงเท่านั้นแหละ  ฉันกลับเข้าไปเล่นเกมต่อดีกว่า ”  ว่าแล้วก็หันหลังทำท่าจะดินเข้าร้านแต่ต่างที่ครั้งนี้ไม่มีการฉุดรั้งเอาไว้

 

ยาตะหยุดหันกลับมามองฟุชิมิที่เดินไปทางสองสาวนั่น  พวกเธอทำท่าจะเกาะแขนฟุชิมิแต่ร่างสูงกลับยกแขนขึ้นมากอดอกทำให้พวกเธอควงแขนเขาไม่ได้

 

อย่างน้อยเจ้าลิงนั่นก็ยังเป็นเจ้าลิงคนเดิมที่ไม่ยอมให้ใครแตะตัวง่ายๆ

 

แต่ยาตะรู้สึกโล่งใจ(แบบไม่รู้ตัว)ได้ไม่นานก็ต้องชะงักไปเมื่อพวกเธอสองคนเข้ามาเบียดร่างสูง

 

เฮ้ๆๆๆๆ เดี๋ยวนะ ผู้หญิงดีๆเขาไม่ควรทำกิริยาอย่างนั้นนะเฟ้ยแต่ที่สำคัญกว่าไอ้คนที่พึ่งอ้างสิทธิ์เขาเมื่อกี้ ไหงทีอย่างนี้ถึงไม่พูดอะไรเลยสักคำ  มันจะมากไปแล้วนะเฟ้ย ! ภรรยาแกยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้นะ !

 

ไม่สิ ! ไม่ใช่ ! ห้ามคิดอย่างนั้นนะยา ตะ แกอย่าไปตกหลุมพรางไอ้ลิงเจ้าเล่ห์นั่นเชียว  ไม่ได้ๆๆๆ! ไม่ๆๆๆ! อย่าไปมองยาตะ อย่าไปมองเมื่อมันกล้าท้าก็กล้าสู้เฟ้ยคอยดูนะ จะไปเล่นเกมจนเช้าเล

 

“ คุณมีแฟนหรือยัง ”  เด็กสาวคนหนึ่งถามขึ้น  ยาตะชะงักเท้าอีกครั้ง

 

“ นั่นสินะ  นั่นสินะอะไรวะ !  เผลอกระทีบเท้าไม่พอใจเสียงดังเรียกให้สายตาหลายคู่หันมามองแต่ตอนนี้ยาตะไม่สนใจแล้ว

 

ฟุชิมิยิ้มพร้อมเหลือบตามองร่างเล็กที่ไม่ยอมเข้ามาห้ามเสียทีทั้งๆที่ท่าทางมันก็ฟ้องแล้วว่าตัวเองก็กำลัง หึงอยู่แท้ๆ คงต้องหยอดเพิ่มอีกหน่อย

 

“ ถ้าฉันไม่มีแฟนพวกเธอจะทำยังไง ” 

 

“ ถ้าคุณไม่มีแฟนพวกเราก็จะจีบคุณ  เธอพูดได้แค่นั้นก็ต้องเงียบทันทีเมื่อร่างเล็กที่นึกว่าไปแล้วเดินเข้ามาตอนไหนไม่รู้แต่เข้ามากระชากร่างสูงระหว่างพวกเธอออกไปอย่างง่ายดาย

 

ร่างเล็กนั้นกอดแขนของร่างสูงที่พวกเธอไม่มีสิทธิ์ได้แตะแน่น

 

“ นี่ถ้าอยากไปก็ไปด้วยกันสิ นายน่ะไม่ต้องห่วงพี่ชายขนาดนั้นก็ได้”  เธอคนหนึ่งว่า

 

“ ไม่รู้หรอกนะว่าพวกเธอคิดว่าเราเป็นพี่น้องได้ยังไง ไม่เห็นเหรอหน้าฉันกับมันไม่เหมือนกันสักนิด   ยาตะว่ายิ้มๆไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากด่าผู้หญิง

 

“ โทษทีนะ หมอนี่น่ะ….   เขาโชว์แหวนที่นิ้วนาง    มีเจ้าของแล้ว    พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดแล้วลากเจ้าตัวก่อเรื่องออกไปจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้สองสาวที่ได้สติในตอนหลังกรีดร้องกัน

 

……………………………..

 

“ ฮ่าๆๆๆ หึๆๆๆ”  ฟุชิมิหัวเราะไม่ยอมหยุดตั้งแต่พวกเขาห่างจากเด็กสาวพวกนั้นมาพอสมควรแล้ว  ยาตะชกที่แขนของคนที่หัวเราะอย่างแรงแต่ก็ยังไม่สามารถหยุดเสียงหัวเราะได้

 

 “ มิซากิผู้แสนดีให้เกียรติผู้หญิงถึงกับต้องหักหน้าพวกเธอ ฮ่าๆๆๆๆๆ  พูดได้ดีนี่ มีเจ้าของแล้ว ”  ไม่ว่าจะพยายามกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายยังไงก็ไม่อาจหยุดเสียงหัวเราะได้  ยิ่งถูกตอกย้ำด้วยประโยคน่าอายนั่นหน้าเลยยิ่งแดงเพราะความโกรธปนอับอาย

 

“ ใครจะคิดล่ะว่าคนอย่างยาตะ  มิซากิจะหึงกับเรื่องแค่นี้  เฮ้อ เด็กจริงๆ มิ-ซา-กิ ” 

 

บอกแล้วว่ามันเจ้าคิดเจ้าแค้น ดูสิร้ายขนาดจำได้ทุกประโยคเลย

 

หน้าที่แดงมากอยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นไปอีก  มือเล็กทั้งฟาดทั้งชกอีกฝ่ายไม่ยั้งแต่ก็ไม่มีผลใดๆ

 

สุดท้ายก็พ่ายแพ้อีกแถมยังตายเพราะคำพูดของตัวเองด้วย

 

……………………………..

 

 

“ ปล่อยมือฉัน !   ร่างเล็กพึ่งได้สติพยายามดึงมือกลับ ไม่รู้ดึงๆลากๆกันแบบไหนสุดท้ายกลายเป็นเขาจับมืออยู่กับเจ้าลิงซะงั้นแถมยังออกแรงลากเขาให้ตามไปซะด้วย

 

“ เงียบๆน่า ฉันจะให้รางวัลที่นายพูดดีนะมิซากิ ”

 

“ ไม่เอาเฟ้ย !  ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”   ใครก็ได้ช่วยทำให้เขาความจำเสื่อมเพื่อลืมเรื่องเมื่อครู่ได้ไหม

 

ฟุชิมิไม่สนใจแต่ลากยาตะมาจนถึงร้านโทรศัพท์  ยาตะขมวดคิ้วไม่เข้าใจฟุชิมิจึงชี้ไปที่ฝั่งอุปกรณ์สำหรับโทรศัพท์แน่นอนว่ามีเฮดโฟนอยู่ด้วย

 

ยาตะพึ่งนึกออกว่าตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเขารู้สึกว่าหลายๆอย่างหายไปส่วนหนึ่งคงเพราะอุปกรณ์ที่ติดตัวเขามาตั้งนานอย่างพวกหมวก เฮดโฟน สเก็ตบอร์ด ไม้เบสบอลมันหายไปและไม่ว่าจะหาในห้องเท่าไรก็ไม่พบจนเขานึกว่าตนเองในหกปีที่ผ่านมาเลิกใช้แล้วเสียอีก

 

“ นายไม่ใช่ไม่มีนะ มันแค่พังไปตอนที่นายเจออุบัติเหตุวันนั้น ”  ฟุชิมิว่าแล้วเดินนำเข้าไปในร้าน  ยาตะตามเข้าไปและแล้วเฮดโฟนจำนวนมากตรงหน้าก็ดึงความสนใจเขาไปได้อย่างไม่ยาก  ฟุชิมิปล่อยให้เขาเลือกดูเองส่วนตัวเองหายไปไหนก็ไม่รู้

 

เขาเลือกดูมันอยู่พักหนึ่งแล้วก็สะดุดตากับเฮดโฟนอันหนึ่งเข้าเต็มๆแต่เนื่องจากมันอยู่สูงกว่าตัวเขาและฟุชิมิก็ไม่อยู่เขาเลยต้องพยายามเขย่งเพื่อหยิบมันด้วยตัวเอง

 

กล่องเฮดโฟนและกล่องหูฟังะรรมดาหล่นลงมาพร้อมกันดีที่ไม่พังเสียหาย

 

ยาตะหยิบมันทั้งสองกล่องขึ้นมา เห็นอย่างนี้แล้วทำให้เขานึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  เหตุการณ์นั้นไม่ได้อยู่ในช่วงหกปีที่ลืมและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากฟุชิมิทรยศโฮมระไปเข้ากับพวกชุดน้ำเงินเขาจึงจำได้ดี

 

ตอนนั้นเขาพบว่าหูฟังที่ใช้เป็นประจำนั้นพังไปเสียแล้วจึงตัดสินใจที่จะมาซื้อใหม่เหมือนกับครั้งนี้แต่ต่างกันที่ครั้งนั้นเขาพยายามเลือกหูฟังธรรมดาเพื่อจะได้เอาไว้ใช้ฟังได้สองคน

 

คงไม่ต้องบอกหรอกมั้งว่าคนที่ใช้ร่วมกันเป็นใคร

 

แต่ก็นึกขึ้นมาได้ตอนที่เห็นเฮดโฟนข้างๆหูฟังธรรมดาว่า มันไม่จำเป็นต้องใช้หูฟังสำหรับสองคนแล้วนี่

 

ในตอนนั้นเขาจึงตัดสินใจซื้อเฮดโฟนมาในที่สุด

 

มันกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวที่ทุกคนจำได้

 

กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ชี้บอกเขาว่าตอนนี้มีแค่คนเดียวแล้ว

 

แล้วในตอนนี้เขาควรเลือกอะไรล่ะระหว่างเฮดโฟน หรือ หูฟังธรรมดา

 

“ ทำอะไรฟะ ”  เขาได้สติอีกทีก็ตอนที่ฟุชิมิกำลังทำอะไรกับผมเขาสักอย่าง  พอมันปล่อยมือเขาก็เอื้อมไปจับดูทันที มันผูกผมให้เขาแต่ไอ้ที่ผูกให้สิไม่น่าใช่หนังยางธรรมดานะ  เขาเดินไปส่องที่กระจกของร้าน

 

สิ่งที่สะท้อนกลับมาให้เห็นก็คือที่ผูกผมอันใหญ่รูปลิงใส่แว่น !!!

 

เขารีบดึงออกแต่ก็โดนผูกให้ใหม่แถมยังโดนขู่อีกว่าถ้าไม่ผูกเฮดโฟนก็ไม่ต้องเอา  เล่นเอาของที่อยากได้ที่สุดมาล่ออย่างนี้ยาตะก็แพ้อีกในรอบนี้ 

 

ในตอนนี้เขาตัดสินใจได้แล้วล่ะว่าจะซื้อเฮดโฟน !!!

 

คิดพร้อมกัดฟันกรอดอย่างเคียดแค้น คอยดูเถอะจะซื้ออันที่ราคาแพงๆด้วยให้กระเป๋าฉีกไปเลย

 

เขาทำตามที่คิดคือหยิบเฮดโฟนอันแพงๆออกมาแล้วมุ่งหน้าไปที่เคาน์เตอร์ ที่ตรงหน้าร้านนั่นเองที่ฟุชิมิยืนรอเขาอยู่

 

ยืนรออยู่?  หมอนั่นคงจะเบื่อที่แบบนี้

 

มือเล็กเอื้อมไปสางผมเพราะไม่ชินกับถูกผูกแบบนี้ ทำให้สัมผัสเข้ากับที่ผูกผมตลกๆนั่น 

 

บางทีเขาอาจไม่ใช่แค่ความจำเสื่อมแต่อาจจะเพี้ยนหรือบ้าไปแล้วก็ได้

 

ยาตะถอนหายใจ

 

“ หืมมม ?     คนที่รอจ่ายเงินครางอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือเล็ก  “ ทำไมเลือกหูฟังธรรมดาล่ะ 

 

“ เฮดโฟนใส่ลำบากเพราะติดเจ้าลิงตลกๆของแกนั่นแหละ  ” เป็นการแก้ตัวที่ไม่เนียนและไม่มีเหตุผลเอาซะเลยแต่ฟุชิมิก็เลือกที่จะไม่ถามต่อ

 

 ดีแล้วแหละอย่าถามต่อเลยไม่งั้นเขาคงหลุดปากบอกเรื่องที่คิดแน่

 

……………………………………

 

ต่อจากร้านโทรศัพท์ยาตะก็ลากฟุชิมิไปร้านแฮมเบอร์เกอร์ต่อตามด้วยร้านเค้ก(ที่ไม่ใช่ร้านแรก)  ยาตะกินราวกับไม่ใช่คนเดียวกับที่พูดบ่นเรื่องน้ำหนักก่อนหน้านี้

 

พอเวลาล่วงเข้าบ่ายฟุชิมิก็ต้องลากยาตะออกจากร้านเกม  ร่างเล็กบ่นงุบงิบตลอดทางแต่ฟุชิมิทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินเรื่อยๆก่อนที่สายตาอันว่องไวจะเห็นบางอย่าง เขาหยุดเดินแล้วหมุนตัวกลับ

 

                “ เฮ้ จะไปไหนน่ะ ”  ยาตะที่ยังไม่เข้าใจไม่เดินตามแม้ว่าจะโดนดึงแขน  ฟุชิมิยังไม่ทันได้อธิบายใดๆสาเหตุก็มาโผล่ตรงหน้า

 

                “ อ๊ะ หัวหน้าฟุชิมิ ”  พวกชุดน้ำเงินสามคนหยุดตรงหน้าพวกเขา  ยาตะมองตาปริบๆอย่างคนปรับตามไม่ทัน

 

                “ บังเอิญจังนะฟุชิมิ”  เสียงที่คุ้นเคยดังต่อมาพร้อมกับร่างของสาวไร้ใจ ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนสักเท่าไรที่เปลี่ยนก็คงมีแค่ทรงผมที่ตัดให้สั้นลงเท่านั้น   “ นายไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอแล้วมาทำอะไรที่นี่    ว่าพลางหรี่ตามองยาตะ

 

                ยาตะขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ  ฟุชิมิหันกลับมาแล้วยิ้มให้เซริ “ ผมมาซื้อยา ”

 

                “ แถวนี้ ? ”  เซริถามย้ำอย่างไม่เชื่อ

 

                “ ไม่ได้ผิดกฎหมายใช่ไหม ”  ฟุชิมิตอบกลับกวนๆ เซริเบ้ปากขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย

 

                “ แล้วนี่มาทำอะไรกันครับ”  ฟุชิมิถามพลางกวาดตามอง

 

                “ เราได้รับแจ้งเข้ามาครับว่ามีผู้ร้ายหลบหนีมาทางนี้”  ชุดน้ำเงินคนหนึ่งตอบให้พร้อมส่งแผ่นข้อมูลให้ฟุชิมิ  เขามองดูมันผ่านๆทว่าครบถ้วนแล้วส่งคืนให้

 

                “ ถ้านายไม่ได้ป่วยมากก็มาช่วยหน่อยสิ ” เซริว่ากึ่งออกคำสั่ง  ฟุชิมิส่งเสียง ชิ  ในลำคอแสดงความไม่พอใจอย่างไม่ปิดบังแต่ก็ขัดไม่ได้

 

                “ นายรออยู่นี่ล่ะ ใครเอาอาหารมาล่อก็อย่าเดินตามไปง่ายๆ ”  ฟุชิมิหันมาบอกยาตะ

 

                “ ฉันไม่ใช่หมา!

 

                ฟุชิมิหัวเราะเบาๆแล้วเดินตามพวกเซริไป

 

                “ ให้ฉันจัดคนพาไปส่งไหม ”  เซริกระซิบถามฟุชิมิเบาๆเพราะอย่างไรก็ตามยาตะตอนนี้ก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา  ฟุชิมิหัวเราะเมื่อได้ยินเช่นนั้น

 

 “ อย่าห่วงเลยครับ เห็นอย่างนั้นถึงไม่มีพลังก็ยังแข็งแกร่งแล้วก็ดื้อด้านจะตาย ไม่เป็นไรหรอก”  เขาตอบ

 

                “ งั้นก็ตามใจ” เซริว่าตามแล้วนำออกไปเป็นคนแรก

 

……………………………………..

 

                เพียงแค่ผ่านไป 15 นาทีสำหรับคนที่อยู่ไม่เป็นสุขอย่างยาตะแล้วก็เหมือนกับผ่านไปเป็นวัน  พอคิดจะเดินเที่ยวแถวนั้นเองก็เกิดกังวลว่าอาจจะหลงทางได้

 

                ถ้าใกล้ๆนี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง จำร้านกับป้ายเอาก็ได้

 

                ยาตะเริ่มเดินออกไปจากจุดที่ถูกสั่งให้รออยู่  เขาเดินห่างออกมาเพียงนิดเดียวก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังลั่นด้วยสัญชาตญาณเลยวิ่งตามเสียงนั้นไป ห่างออกไปประมาณสองซอยยาตะก็พบเด็กสาวเจ้าของเสียงที่ถูกล้อมด้วยเด็กหนุ่มอีกสี่ห้าคน  จะว่าด้วยความเคยชินก็ได้ยาตะจึงได้พุ่งเข้าไปช่วยแล้วมานึกเสียใจในตอนหลังว่าตนไม่มีพลังแล้ว แต่การจะให้ถอยก็คงเป็นไปไม่ได้ใหญ่

 

                เด็กหนุ่มคนหนึ่งเงื้อไม้เบสบอลในมือขึ้น หากเป็นปกติเขาคงใช้ไฟเผามันแล้วแต่ตอนนี้ไม่อาจทำได้แม้จะอยากสักเท่าไร เขาเอาตัวป้องกันเด็กสาวอย่างน้อยถ้าได้ช่วยสักคนรอดก็คงจะดี

 

                แต่ก่อนที่ไม้เบสบอลจะสัมผัสกับตัวเขาเด็กสาวที่เขาช่วยกันก็ฉุดมือเขาแล้ววิ่งลอดผ่านเด็กหนุ่มพวกนั้นออกมา ต่างคนต่างไม่รู้ว่าวิ่งกันนานแค่ไหนหรือไกลเท่าไร รู้ตัวอีกทีก็มาซ่อนอยู่ในช่องว่างระหว่างร้านสองร้านทั้งคู่

 

                เมื่อแน่ใจว่าพวกนั้นไปแล้วเด็กสาวก็ปล่อยมือยาตะ ส่วนคนที่พึ่งรู้สึกตัวว่าโดนเด็กสาวจับมือก็หน้าแดงวาบ

 

                “ ตัวกระเปี๊ยกเดียวยังทำซ่าเป็นพระเอกเข้ามาช่วยอีก” นั่นคือคำพูดแรกที่เธอเอ่ยออกมา เล่นเอาความเขินอายที่มีหายหมด

 

                เขาโต้กลับทันทีแต่ก็ไม่กล้าด่าเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง  เด็กสาวไม่ขอบคุณเขาสักนิดแถมยังหาวาเขายุ่งอีก

 

                ทำไมวันนี้เขาเจอแต่ผู้หญิงแบบนี้(?)นะ ….

 

                คิดอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วต้องสะดุ้งเพราะเสียงโทรศัพท์แต่เมื่อหยิบดูกลับไม่ใช่ของเขาเป็นของเด็กสาวคนนั้น  เอรับมันแล้วคุยกับคนในสายด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากการคุยกับเขาราวฟ้ากับเหว

 

                “ เดี๋ยวหนูก็กลับแล้ว ไม่เป็นไรค่ะค่ะแม่ ”  มิน่าล่ะถึงคุยดีจัง

 

                เธอวางสายแล้วมองมาที่ยาตะ  ยาตะค่อยๆพยุงตัวเองขึ้น “ ให้ฉันไปส่งไหมถึงจะไม่ค่อยมีประโยชน์ก็เถอะแต่ฉันทิ้งผู้หญิงให้เดือดร้อนไม่ได้หรอกนะ ”  

 

                เธอหัวเราะเมื่อได้ยินแต่ไม่ใช่เสียงเยาะเย้ยเป็นเสียงหัวเราะใสๆแบบเด็กๆ “ อย่าเลยฉันคนเดียวจะเอาตัวรอดได้ดีกว่า และถึงนายไม่เข้ามาฉันก็เอาตัวรอดได้เชื่อสิ ”  ไม่รู้ทำไมยาตะถึงเชื่อในน้ำเสียงนั่น

 

                เธอเดินออกไปมองที่นอกกำแพงดูเหมือนว่าพวกนั้นจะไปแล้ว จึงวิ่งออกไปบ้างยาตะตามออกไปดูและเกือบชนเข้ากับเธอที่วิ่งกลับมา  ยาตะหน้าแดงวาบ

 

                “ นายน่ะกลับเองได้ใช่ไหม”  เธอถาม เขาพยักหน้ารัวๆ  “ งั้นเหรอเกือบลืมแน่ะขอบใจนะ” เธอบอกแล้วยิ้มก่อนจะวิ่งไปจริงๆ

 

                ยาตะนิ่ง หน้ายังคงแดงนิดๆ

 

                บางทีวันนี้เขาก็ไม่ได้เจอแต่ผู้หญิงเลวร้ายซะทีเดียว

 

                เมื่อตั้งสติได้เขาลุกขึ้นปัดฝุ่นตามตัวแล้วเดินออกจากช่องนั้น  แล้วบางอย่างที่สำคัญอย่างยิ่งก็ตามมา

 

                               

 

……………………..ที่นี่คือที่ไหน!!?..........................................

 

 

………………………………………….

 

อ่านหนังสือไม่จบแต่หนีมาแต่งฟิคแม่รู้คงโดนตบ [ TT^TT ]

 

สังเกตไหมว่าตอนนี้ฟุชิมิเรียกมิซากิได้โดยไม่โดนขัดแล้ว(พูดเหมือนโดนขัดแล้วจะเลิกแน่ะ)

 

รู้สีกไหมว่ายาตะจังเริ่มตามฟุชิมิทันแล้วถึงแม้จะแพ้ทุกทีก็เถอะ

 

สังเกตไหมว่าฟุชิมิก็ยังร้าย

 

สังเกตไหมว่าเหมือนเอาของเก่ามารีเมคนิดหน่อย ก่อนหน้านี้ใน problem from broken glasses

ฟุชิมิบอกว่านี่แฟนกับสองสาวตอนนี้กลายเป็นยิ่งกว่าแฟนซะแล้ว ฮาาาาาาาาา



มีใครแอบทายไหมเนี่ยว่าฟุชิมิจะโผล่มาช่วย ^^

 

 

ไม่รู้ว่าตอนนี้หวานไหม แต่อยากแต่งให้ระดับน้ำตาลอยู่แค่นี้น่ะนะเพราะกลัวสูงเกินคนแต่งกับคนอ่านจะกระอัก

 

ตามสัญญาค่ะมาอัพให้แล้วจะหายไปกลับมาอีกทีช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์

 

[ดีไม่ดีกลับมาพร้อมฟิครับวันวาเลนไทน์ 555+]

 

ขอบคุณทุกคอมเมนต์และกำลังใจนะคะตอนนี้ขอไปสู้กับข้อสอบก่อนแล้วจะกลับมาสู้กับฟิคต่อค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ

 

ตอนหน้า

.

.

ชิวาว่าน้อยในเมืองใหญ่ ?

 

 

 

 

               

 

 

 

 

 

 

               

 

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #383 aong009 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 12:57
    ยาตะจังปล่อยแล้วยังจะเถียงกันอีกนะ น่าร้ากกกกกกกกกกกก
    #383
    0
  2. #301 123rabbit123 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 18:14
    ฟินโฮกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #301
    0
  3. #272 penlovehibari (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 20:00
    โอ้ย ฮาชื่อตอนต่อไปอ่ะ ชิวาว่าน้อยในเมืองใหญ่//นึกหน้าลิงพูดแบบหน้านิ่ง...
    #272
    0
  4. #134 oilzamf (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:18

    เพิ่งดู K project จบ...
    แล้วก็ตามมาหาฟิคอ่านตามสเต๊ป 5555

    สนุกมากกกกกก ตั้งแต่เรื่องแว่นแล้วค่ะ 
    น่ารักมากกกกๆๆ

    ชอบฟิคแนวใสๆ รั่วๆ เพราะอ่านแล้วไม่กดดัน ไม่เครียด
    ยิ่งแนวนี้เหมือนจะกดดันนะ? แต่อ่านไปอ่านมามันฮา ยิ่มไม่หุบจริงๆ

    ติดตามนะคะติดตาม เหนียวแน่นค่ะ ! 55555

    #134
    0
  5. #131 omsinzaza (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มกราคม 2556 / 23:41
    ฟินนน ฟินยาตะหึง 5555+

    หึงน่ารักดีน้า XD
    #131
    0
  6. #120 nunei (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 23:20
    อ้ากกกก >< ยาตะแอบหึงนะ 555
    หลงทางแล้ว 55 ลิงต้องตามหาแน่ๆ -,.- หึหึๆๆ
    #120
    0