----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 18 : Amnesia (IX)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,779
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    19 ม.ค. 56

ก่อนอื่นแจ้งสักนิด เพราะงั้นอ่านสักหน่อยน๊ะจ๊ะ

 

เนื่องจากผู้แต่งจะมีสอบช่วงปลายเดือนนี้จนถึงต้นเดือนหน้าเพราะงั้นจะมาอัพอีกตอนให้ในอาทิตย์หน้าแล้วก็จะหายไปแล้วกลับมาอีกทีเดือนกุมภาพันธ์นะ

 

ระหว่างที่หายไปก็อย่าพึ่งทิ้งฟิคนี้นะคะ TT^TT

 

ขอบคุณค่ะ





 

IX

 

Sicked Monkey !?

 

 

                        ป่วย!?

 

                        ทุกคนคงจะไม่เชื่อล่ะสิว่าในที่สุดสิ่งที่ประหลาดก็เกิดขึ้นจนได้

 

                สิ่งประหลาดนั้นก็คือฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ กำลังป่วย

 

                ยาตะแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองในตอนแรกและเผลอหยิกแก้มตัวเองด้วยซ้ำเมื่อพบว่าเจ้าลิงนี่ป่วยจริงๆโดยไม่ได้เสแสร้ง

 

                เมื่อวานหลังจากกลับมาจากการไปโรงพยาบาลกับคุซานางิซังแล้ว เขาก็กลับมาที่บ้านและพบเจ้าลิงในสภาพเปียกโชก โดยสาเหตุก็เกิดจากการสะกดรอยตามคนร้ายอยู่แต่แล้วฝนก็ตกลงมาแต่จะเลิกตามคนร้ายนั่นก็ไม่ได้เพราะท่านรองอาวาชิมะไม่ยอม ( ฟุชิมิสบถอย่างแรง) ก็จับได้ก็ทำเอาเหนื่อย ซึ่งเรื่องก็คงจบแค่นั้นแต่

 

                        พอสาย(ไม่ใช่เช้า)วันต่อมา  ตอนที่เขาตื่นก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะรู้ดีว่าฟุชิมิเป็นคนตื่นเช้าและคงจะไปทำงานแล้ว เขาลุกมาทานอาหารเช้า  อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดลำลองแล้วก็กลับมาหน้าโทรทัศน์เพื่อเล่นเกมที่ค้างไว้แต่เขาคงจะเปิดเสียงดังไปหน่อย  บุคคลที่ไม่คาดว่าจะอยู่บ้านจึงเปิดประตูห้องนอนออกมาในสภาพอิดโรยทว่าปากก็ยังพูดจากวนๆว่าให้ปิดทีวี เสียงดังจนปลุกคนทั้งคอนโดได้แล้ว

 

                ยาตะที่หายจากตกใจถามออกไปว่าทำไมยังอยู่ที่นี่  ฟุชิมิไม่ตอบและเดินเข้าห้องนอนไป เขาลุกตามก่อนจะพบว่าฟุชิมิคลุมโปงนอนอยู่แล้วก็ตัดกลับมาที่ปัจจุบันนี้

 

                ใช่ ปัจจุบันที่เขายืนอยู่ข้างเตียงเจ้าลิงบ้าซึ่งคลุมโปงไม่ยอมโผล่หน้าออกมา

 

                ครืดดดดด   ครืดดดดดดดด   ครืดดดดดดดดด

 

                ยาตะสะดุ้งเพราะเสียงนั่นก่อนจะจำได้ว่าคือเสียงสั่นของโทรศัพท์    เขาพยายามหาต้นตอของเสียงนั่นก่อนจะเจอมันสั่นอยู่ข้างๆเจ้าของนั่นเองแต่ฟุชิมิกลับไม่มีท่าทีว่าจะรับมันสักนิด

 

                ในตอนแรกก็ว่าจะไม่ยุ่งแต่ เครื่องโทรศัพท์ นั่นไม่ยอมหยุดสั่นเสียทีจนน่ารำคาญแทนคนบนเตียง  ร่างเล็กคลานขึ้นเตียงแล้วเอื้อมมือไปหยิบมัน

 

                  ท่านรองอาวาชิมะ...

 

                หน้าจอโชว์เบอร์และชื่อนี้ ยาตะจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือสาวไร้หัวใจที่คุซานางิซังเรียกว่าแต่ไอ้ญ...ค ด้านหลังนี่คืออะไร?

 

                โทรศัพท์หยุดสั่นไปแวบหนึ่งก่อนจะสั่นอีกครั้ง ในครั้งนี้เจ้าของเครื่องยอมลุกขึ้นมา  น่าจะเป็นเพราะรำคาญมาก

 

                “ ชิ น่ารำคาญจริงๆ ”  ฟุชิมิสบถทั้งๆที่เสียงแหบ แล้วหยิบโทรศัพท์ไปจากมือของยาตะ

 

                “ ครับ  ร่างสูงดูเหนื่อยอย่างปิดไม่มิด ยาตะคิดว่ามันเป็นเพราะอาการป่วย ฟุชิมิรับสายแล้วแต่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั้นอีกเพียงแอบสบถเป็นระยะ

 

                ยาตะยื่นมือไปแย่งโทรศัพท์ มาแล้วรีบพูดใส่สายทันที

 

                “ เฮ้ นั่นสาวไร้ใจใช่ไหม โทษทีตอนนี้เจ้าลิงนี่กำลังป่วยอยู่ไว้พาไปหาสัตวแพทย์แล้วค่อยโทรมานะ ”  ฟุชิมิมองคนที่แย่งโทรศัพท์ตนไปหน้าตาเฉยแบบงงๆ

 

                “ นั่นใครน่ะ….อ้อ ภรรยาของฟุชิมิสินะ

 

                “ ไม่ใช่ภรรยา ”  โวยวายสักนิดอย่างพวกไม่ยอมรับความจริง  นี่แปลว่าไม่ใช่คนในโฮมรแต่รวมถึงสแค็ปเตอร์ 4 ก็รู้เรื่องแต่งงานของพวกเขาด้วยเหรอ

 

                “ ฟุชิมิป่วยจริงๆเหรอ”  เสียงเรียบๆนั่นแสดงออกชัดเจนว่าไม่ค่อยเชื่อ  แน่นอใครจะเชื่อล่ะว่าคนอย่างฟุชิมิ  ซารุฮิโกะก็ป่วยเป็น

 

                “ เดี๋ยวนะ  เขาถือสายไว้แล้วยื่นมือมาแตะหน้าผากของร่างสูงก่อนจะเลื่อนมาที่แก้ม “  ตัวร้อนจริงแฮะ ”

 

                “ มั่นใจนะว่าเขาไม่ได้เอาอะไรร้อนๆเช่นผ้าอุ่นๆ ถุงน้ำร้อนมาอังที่หน้าผากก่อนหน้านี้”  ยังคงไม่เชื่อ

 

                “ ไม่รู้แฮะแต่ตัวร้อนมากอยู่นะ”

 

                “ งั้นฝากบอกเขาด้วยนะว่าให้ส่งใบลาป่วยด้วยแล้วก็ฝากบอกบาร์เทนเดอร์คนนั้นด้วยว่าเลิกเรียกฉันว่าสาวไร้ใจ”  แล้วก็ตัดสายไป

 

                ฟุชิมิล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

 

                ยาตะมองตาม

 

                นี่เขาต้องทำยังไงต่อล่ะ….

 

                        ปล่อยให้นอนอย่างนี้? ถ้าปล่อยไว้จะตายไหม?

 

                ไม่หรอกเจ้าลิงนี่หนังเหนียวจะตาย ไม่ตายเพราะแค่ป่วยนิดหน่อยหรอก

 

                        หรือต้องดูแล ?

 

                ...เดี๋ยวนะ ! ทำไมเขาต้องมาห่วงเรื่องเจ้าลิงนี่ด้วยมันจะเป็นยังไงไม่เห็นต้องสนใจเลย ถ้ามันเป็นอะไรขึ้นมาเขาก็แค่กลับไปอยู่ที่บาร์….

 

                เสียงไอของคนป่วยดังขึ้นตัดบทความคิดเขาแค่นั้น

 

                เจ้านี่ไม่เป็นไรหรอกก็แค่หวัดน่ะหวัด  ไอนิดหน่อย เดี๋ยวก็หายแล้วแต่ถ้าเป็นอะไรจะใจกว้างเรียกรถพยาบาลให้ก็ได้

 

                แต่ถ้าเรียกไม่ทันล่ะ……………….?

 

                ……..

 

ต้องดูแลสินะใช่ไหม ?

 

 

ฮึ่ยยยยยยยย……………..ถือว่าเป็นคนอาศัยร่วมห้องเดียวกันหรอกนะ

 

………………………………….

 

 

เคร๊งงงงง  เคร๊งงงง  แกร๊กกกก

 

เสียงเหล่านั้นเป็นเสียงของเครื่องครัวที่กระทบกัน  สภาพในครัวตอนนี้กระจุยกระจายซึ่งเกิดจากฝีมือของร่างเล็ก เขารื้อหาสิ่งที่จะนำมาทำอาหารเช้าได้ ในตอนแรกก็ว่าจะอุ่นข้าวกล่องหรือแฮมเบอร์เกอร์ให้แต่พอมาคิดดูแล้วจะให้คนป่วยกินของหนักอย่างนั้นคงไม่ดีมั้ง แม่เขาเคยสอนไว้อย่างนี้ว่าควรให้คนที่ป่วยกินของที่ย่อยง่ายๆ

 

อืมมมมมมม งั้นโจ๊กน่าจะได้มั้ง

 

เขาค้นจนเจอผงโจ๊กสำเร็จรูปบนชั้นวางขวดเครื่องปรุงในที่สุด ตั้งหม้อบนเตาไฟฟ้า ใส่น้ำต้มให้เดือดก่อนจะแกะผงโจ๊กลงไปแล้วรอให้ฟู

 

แต่จะกินแต่โจ๊กเปล่าๆมันก็ดูธรรมดาแฮะ

 

                        ยาตะเริ่มรื้อหาของในตู้เย็นแล้วหยิบไข่กับเนื้อ(ที่คาดว่าเป็น)หมู  เขาตอกไข่ลงไปในหม้อก็มีเปลือกไข่ติดลงไปด้วยว่าจะปล่อยไปแต่สุดท้ายก็กลับมาพยายามเขี่ยเปลือกไข่ออก พอนำเนื้อมาหั่นแต่กลับได้แต่รูปร่างแปลกๆซะงั้นและเนื่องจากเขาไม่ได้ใช้มีดมานานแล้วจึงพลาดหั่นโดนนิ้วตัวเองด้วย

 

                อ๊ากกกกกกกกกกกกก ยาตะกรีดร้อง

 

บ้าจริง !!! ทำไมเขาต้องมาลำบากอย่างนี้ด้วยวะ  เพราะไอ้ลิงบ้านั่นแท้ๆเลย

 

เขาอมนิ้วที่เลือดออกตามความเคยชิน

 

บ้าจริงๆๆๆๆๆ

 

ว่าแต่เขากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย !จะตั้งใจทำอาหารให้ตัวเองเจ็บตัวทำไมฟะยาตะเอ๊ย ! อย่างไอ้ลิงนั่นกินแค่โจ๊กเปล่าๆก็ดีแล้วแท้ๆ  หาเรื่องใส่ตัวจริงๆเลยฟ่ะ  แง่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

แต่ก็ดันทำไปแล้วแถมจะเสร็จแล้วด้วย แม้ไม่รู้รสชาติแต่ก็คิดว่าคงไม่แย่หรอกก็ท่านยาตะคนนี้เป็นคนทำนี่

 

แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่อยากให้เจ้าลิงนั่นกินสบายๆหรอก ขอเอาคืนหน่อยเถอะ !

 

ยาตะเริ่มคุ้ยตู้เย็นจนกระจาย เหลือเชื่อที่ในซอกหลืบของตู้เย็นมีแครอทอยู่ด้วย ลองทดสอบดูแล้วน่าจะยังไม่เสียหรอก

 

ยาตะแสยะยิ้มแล้วเริ่มหัวเราะอย่างมีเลศนัย

 

นี่แหละการเอาคืนของเขา

 

……………………………….

 

ฟุชิมิขมวดคิ้วอย่างสงสัยและรำคาญเมื่อถูกปลุกขึ้นมา  ยาตะที่นั่งอยู่ข้างเตียงกำลังยิ้มแปลกๆ ในมือถือชามใบหนึ่ง เขาไม่รู้ว่าในชามมีอะไรแต่จากกลิ่นหอมๆที่ลอยมาก็พอเดาได้ว่าคงเป็นโจ๊ก

 

มิซากิทำโจ๊กให้เขางั้นเหรอโลกคงใกล้แตกแล้วสินะ

 

แล้วไอ้รอยยิ้มแปลกบนหน้าก็ชวนให้สงสัยเหลือเกินว่าต้องมีการแอบใส่บางอย่างลงไปในโจ๊กชามนี้แน่

 

“ เอ้า ซารุกินสิแล้วจะได้กินยา ”  ยิ่งคะยั้นคะยอให้กินยิ่งรู้เลยว่ามีบางอย่างอยู่แต่คนที่ถือชามอยู่คงไม่รู้เลยสินะว่าตัวเองซ่อนสีหน้าไว้ไม่ได้เลย

 

“ เอ้าๆ”  ตักให้เสียด้วย

 

ฟุชิมิมองมันเขม็งดูเผินๆโจ๊กที่เห็นบนช้อนก็ไม่น่าจะมีอะไรแต่การที่ร่างเล็กรีบยื่นมันเข้ามาใกล้ๆให้กินกับสีหน้าคาดหวังบางอย่างก็บอกได้เลยว่าในช้อนนี้มีบางอย่างแน่

 

เขาก้มลงเหมือนจะกินแต่แล้วก็หยุด

 

“ นายแอบใส่ผักใช่ไหมกลิ่นเหม็นเขียวโชยเลย”

 

“ เหม็นเขียวอะไรของแกแค่แครอท…!!!  นั่นไงหลุดปากมาแล้ว คนที่รู้ว่าเสียท่าก็อ้าปากค้าง

 

เขาเอื้อมไปหยิบชามในมือของคนที่แข็งค้างแล้วใช้ช้อนคนโจ๊กไปมา  ใต้ก้นชามมีสี่เหลี่ยมลูกเต๋า (คาดว่าเป็นลูกเต๋านะ) เต็มไปหมด

 

“ ทำได้เนียนดีแต่นายควรเก็บสีหน้าตอนพูดสักหน่อยนะ ”  แล้ววางชามไว้ข้างตัว

 

“ ทำอะไรน่ะ ? ” คนหน้างอถามอย่างสงสัย

 

“ ฉันไม่กินผักและอาหารที่ใส่ผัก เด็ด-ขาด ” พูดอย่างจริงจังแต่ไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด

 

“ แกอายุ 25 แล้วนะเฟ้ยยังนิสัยเสียเป็นเด็กๆอีก”  ยาตะคว้าชามที่ถูกวางทิ้งไว้ขึ้นมา  “ กินไปเร็วๆ”

 

ฟุชิมิล้มตัวลงนอน เป็นการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย  ยาตะหมดความอดทนตรงนั้นทันที เขาวางชามไว้บนโต๊ะข้างเตียงแล้วกระโจนตัวไปฟัดกับร่างในผ้าห่ม

 

“ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยว้อย !

 

อืมมมมม”

 

“ ฉันอุตส่าห์เสียเวลาทำให้แกเลยนะเฟ้ย”  กระชากผ้าห่มไปมา  “ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ !

 

“ น่ารำคาญ  ร่างในผ้าห่มพึมพำ 

 

“ คนที่ต้องรำคาญคือฉันเฟ้ย ! ไอ้ลิงนิสัยเสีย ! ไอ้ลิงไม่กินผัก ! 

 

การต่อสู้เล็กๆบนเตียงดำเนินไปและจบอย่างรวดเร็วเมื่อฟุชิมิไอออกมาเสียงดัง ยาตะลูบหลังให้อีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว

 

“ เห็นไหมล่ะ รีบๆตื่นมากินแล้วกินยาเลยไป๊  เรื่องอื่นๆล่ะฉลาดทีเรื่องแบบนี้ทำไมได้โง่แล้วก็เอาแต่ใจอย่างนี้ฟะ ” ยาตะบ่นเป็นชุดพร้อมฉุดร่างบนเตียงขึ้นมานั่ง  ร่างสูงยอมลุกโดยดีแต่พอเห็นชามโจ๊กก็เพียงรับมาถือไว้เท่านั้น ยาตะเห็นอย่างนั้นก็รำคาญเลยแย่งชามมาแล้วตักให้

 

ฟุชิมิเมินหน้าหนีโดยให้สาเหตุว่าในช้อนมีแครอทอยู่ด้วย ยาตะก้มดูเห็นว่ามีแค่สองชิ้นเล็กๆเท่านั้น

 

มันยังอุตส่าห์เห็นอีกนี่ขนาดไม่ได้ใส่แว่นนะ!

 

ยาตะบ่นซ้ำเรื่องเดิมๆขณะที่มือก็ตักโจ๊กให้ใหม่ ดูเผินๆเหมือนทำอย่างไม่ใส่ใจแต่ก็ตักตรงส่วนที่ไม่มีผักให้  ครั้งนี้ฟุชิมิยอมกิน

 

“ เป็นไงๆ อร่อยป่ะ ”

 

“ ก็ดี ”  ตอบสั้นๆเรียบๆอย่างไม่ให้กำลังใจผู้ทำสักนิด ยาตะวางชามลงบนเตียงอย่างแรงปากก็บ่นพึมพำ ประมาณว่าอย่ากินเลย  คนอุตส่าห์ทำ  นิสัยเสีย ฯลฯ

 

ฟุชิมิไม่สนใจหยิบชามโจ๊กขึ้นมาแล้วตักทานเองช้าๆ

 

หนอยยยย ไอ้ลิงนี่ทำปากแข็งจริงๆก็อร่อยใช่ไหมล่ะ  แต่ว่าทำไมมันถึงได้ตักหลบพวกแครอทอย่างมีประสิทธิภาพอย่างนั้นล่ะ เขาเห็นว่ามันตักโจ๊กกับเนื้อแล้วก็ไข่จนลดไปเยอะแต่แครอทยังคงเท่าเดิม

 

มันจะนิสัยเสียแบบนี้ไปถึงไหน !

 

“ เอ้า ”  จู่ๆช้อนก็ถูกยื่นมาตรงหน้า

 

“ อะไรของแก”

 

“ กินให้หน่อยแครอทมันเยอะเกินฉันกินอย่างอื่นไม่ได้”

 

“ แกก็กินแครอทเข้าไปด้วยสิ”

 

“ ฉัน-ไม่-กิน-ผัก  สิ่งที่เหม็นเขียวแล้วรสชาติไม่เอาไหนอย่างนี้ทนกินได้ยังไง” ฟุชิมิยืนยันคำเดิม  “ เอ้า อ้ามๆ” ยื่นช้อนมาจ่อตรงหน้าแถมยังใช้เสียงเหมือนเขาเป็นเด็กเล็กๆ แต่

 

ยาตะอ้าปากรับโจ๊กในช้อนเข้าไป

 

อร่อยดีแฮะสมกับเป็นฝีมือเราเลย ฮ่าๆๆๆ  ยาตะคิดอย่างมั่นใจ

 

ฟุชิมิหัวเราะ หึ กับท่าทางภูมิใจเหมือนเด็กๆอย่างปิดไม่มิดของร่างเล็ก  “ เอ้า กินอีกสิ ” 

 

ร่างเล็กอ้าปากรับโดยดี เขาจึงตักให้อย่างนี้อีกหลายรอบก่อนที่ยาตะจะเหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้

 

..จะติดหวัดไหมเนี่ย  ร่างเล็กพึมพำอย่างจริงจัง

 

“ มิซากิ เขาว่ากันว่าคนโง่ไม่เป็นหวัดหรอกนะ ” 

 

“ ไอ้นี่!

 

“ เอ้า หมดแล้ว”

 

“ ห๊ะ !  ยาตะก้มมองในชาม มันหมดแล้วจริงๆด้วย แต่ทำไมรู้สึกว่าคนที่กินเป็นเขานะไม่ใช่คนป่วย “ แกยังกินน้อยเหมือนเดิมนะ ”

 

“ ฉันไม่ได้กินน้อยนายกินเยอะเกินต่างหาก ”  ตอกกลับได้อย่างเจ็บปวดทั้งยังเอานิ้วเรียวจิ้มที่บริเวณพุง ( ไม่ใช่หน้าท้อง) ยาตะตีมือที่ชี้เขา

 

“ ช่วยลุกขยับตัวไปหยิบกล่องพยาบาลข้างนอกให้หน่อย อยู่บนตู้ในห้องครัว ”  ยาตะฮึดฮัดแต่ก็ยอมลุกไปหยิบโดย(ไม่)ดีเมื่อฟุชิมิให้เหตุผลว่านายรู้หรือไงว่ายาไหนใช้แก้หวัด

 

เขาวางกล่องยาที่หยิบลงบนเตียงอย่างแรงโดยไม่กลัวว่าสิ่งของภายในจะชำรุด 

 

ฟุชิมิเปิดกล่องแล้วหยิบยาที่ต้องการมาทาน ร่างสูงกวักมือขอน้ำ พยาบาลจำเป็นหันไปหยิบให้อย่างรำคาญแต่พอส่งให้ฟุชิมิกลับไม่ยอมปล่อยมือ  ร่างเล็กพยายามดึงมือออกแต่ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนก็ไม่หลุด

 

ทำไมแรงเยอะจังฟะ ป่วยแน่ใช่ไหมเนี่ย

 

ฟุชิมิวางแก้วน้ำไว้ข้างตัวแล้วรื้อของในกล่องยาอีกครั้งแต่ครั้งนี้หยิบขวดที่น่าจะเป็นแอลกอฮอล์กับพลาสเตอร์ติดแผลออกมา

 

“ แกจะกินแอลกอฮอล์ล้างแผลเหรอ”

 

“ เฮ้อ มิซากิช่วยพูดอะไรฉลาดๆสักครั้งเถอะ ”

 

“ แกว่าฉันโง่เหรอ !

 

ฟุชิมิไม่สนใจ เขาแบมือเล็กของยาตะแสดงให้เห็นแผลบาดที่นิ้วหลายรอยซึ่งเกิดจากการใช้มีดอย่างไม่เอาไหนของตัวเอง

 

“ ล้างแผลหรือยัง”  ฟุชิมิถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างหาได้ยากยิ่งกว่าการหาแครอทในตู้เย็นเสียอีก(?) และเขาก็ไม่สนใจว่าร่างเล็กจะตอบหรือไม่ เขาหันไปคว้าเอาแอลกอฮอล์ล้างแผลขึ้นมาราดลงบนแผลที่นิ้วเล็ก

 

“ อ๊ากกกกก แสบๆๆๆๆ ”  คนบาดเจ็บร้องเสียงดังลั่น

 

“ อย่าโวยวายมันน่ารำคาญ ต้องแสบอยู่แล้วก็เอาแอลกอฮอล์ราดแผลตรงๆนี่ ”

 

“ แกรู้แล้วทำไมฟะ!

 

“ ต้องฆ่าเชื้อบ้าก่อน ”

 

“ แกจะหาเรื่องใช่ไหม ! แน่จริงลงมาเจอกันหน่อยสิวะ โอ๊ยๆ ”

 

“ โอ่ย มิซากิ เงียบสักทีเถอะเสียงนายทำฉันปวดหัว”  ฟุชิมิขมวดคิ้วดูแล้วไม่น่าจะล้อเล่น ร่างเล็กจึงต้องเงียบเสียงลงแต่ก็ยังฮึดฮัดอย่างคนไม่ยอมใคร ระหว่างนั้นฟุชิมิก็ใช้สำลีเช็ดรอบๆแผลให้แห้งก่อนจะหายาทาแผลให้แล้วปิดท้ายด้วยการติดพลาสเตอร์ตามแผลให้

 

ยาตะมองการกระทำนั้นอย่างไม่เข้าใจนัก

 

“ แกทำให้ฉันนึกถึงตอนที่เรายังอยู่โฮมระด้วยกัน ” ยาตะพึมพำขณะที่ฟุชิมิติดพลาสเตอร์ให้ ฟุชิมิเงียบไม่ตอบอะไร “ แกจำได้ไหมตอนที่พวกเราออกไปสู้แล้วพอกลับมาก็จะมีแผล

 

“ ใช่  มิซากิมักจะโง่ทำตัวเองให้เจ็บตัวได้แผลบ่อยๆแล้วฉันก็ต้องมาตามทำแผลให้  แถมพอทำแล้วก็ยังโวยวายว่าเจ็บๆทีตอนสู้ล่ะไม่เห็นพูด งี่เง่าจริงๆ ” ฟุชิมิหัวเราะเบาๆ ยาตะมองข้ามประโยคที่แอบด่าเขาอยู่แล้วมองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองคนอย่างฟุชิมิ  ซารุฮิโกะสามารถหัวเราะแบบนี้เป็นด้วย

 

“ เฮ้ ซารุแกยังจำเรื่องที่เราทะเลาะกันได้ไหม  อาทิตย์ก่อนน่ะ ”

 

“ นายต้องบอกวันที่หรือเรื่องที่ทะเลาะมาเพราะเราทะเลาะกันทุกวัน 

 

“ เรื่องที่แกบอกว่า  เอ่อออ มีเหตุผลสองข้อที่ทำให้แกไม่ยอมเล่าเรื่องในอดีตให้ฉันฟัง”  มือฟุชิมิชะงักแต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย

 

“ จำได้ ทำไม ?”

 

“ แกจะบอกเหตุผลข้อสองได้ไหม”  ยาตะเอ่ยอย่างหวาดและคาดหวังว่าจะไม่ได้รับคำตอบกวนๆกลับมานะ

 

“ ข้อสองคือฉันรู้ว่านายจะไม่ยอมรับง่ายๆ”

 

ยาตะทำหน้างุนงงฟุชิมิจึงอธิบายเสริมว่า “ ขนาดฉันบอกว่าเราแต่งงานกันที่โรงพยาบาลนายยังไม่เชื่อเลย ถ้าคุซานางิซังไม่อยู่ตรงนั้นนายคงเข้ามาบีบคอฉันตายไปแล้ว”

 

เออ จริงแฮะยาตะเห็นด้วย

 

“ แล้วถ้าฉันบอกว่าตอนนี้ยอมเริ่มค่อนข้าง..น่า..…อาจจะยอมรับได้ แกจะเล่าให้ฟังไหม”

 

“ มิซากินายพูดคำว่าอาจจะตั้งหลายคำยังกล้าพูดว่ายอมรับอีก ”  ฟุชิมิเหลือบตาขึ้นมอง ยาตะหลบตา

 

“ ทำไม  แกมีเรื่องที่ทำไม่ดีกับฉันเหรอไงถึงกลัวฉันไม่ยอมรับ”  ยาตะแกล้งถามไปอย่างนั้นแต่ทว่าความเงียบของอีกฝ่ายทำให้นึกหวั่นๆ  เขาหันกลับมาเห็นฟุชิมิกำลังยิ้มยิ้มจริงๆ ยิ้มน่ากลัวด้วย

 

“ ถ้าฉันบอกว่าฉันใช้กำลังบังคับนาย นายจะเชื่อไหม มิ-ซา-กิ ”  ยาตะมองอย่างตกตะลึง  เขาเชื่อ เชื่อแน่นอน  เชื่อล้านเปอร์เซ็นต์  ฟุชิมิหัวเราะออกมาก่อนจะพูดต่อ  “ ฉันโกหก ”

 

ยาตะหน้าตึง ชะงักค้างไปเรียบร้อย

 

“ จริงๆแล้วฉันเป็นฝ่ายเสียเปรียบที่ถูกมิซากิล่อลวงนะ ”  มองอย่างไม่เชื่อพันล้านเปอร์เซ็นต์ 

 

“ ฉันเสียใจนะที่นายจำไม่ได้ว่าวันนั้นนายบุกมาที่ห้องของฉันแล้วก็   ยาตะส่ายหน้ารัวอย่างไม่เชื่อสิ่งที่คนชอบแกล้งพูด

 

“ แล้วก็นายพูดว่า……….…  ในใจตอนนี้ไม่เชื่อเกินหมื่นล้านเปอร์เซ็นต์แต่ก็อยากรู้อยู่ดีว่าเจ้าลิงกำลังจะบอกว่าเขาพูดอะไร

 

“ พูดว่า  ฟุชิมิกระชากเจ้าของมือที่จับอยู่เข้ามาใกล้ก่อนจะกดหน้าผากอุ่นๆเพราะพิษไข้ลงบนหน้าผากเย็นๆ 

 

ยาตะกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

 

“ พูดว่า…..

 

ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดลงบนริมฝีปากเล็ก

 

….ไว้หายป่วยแล้วฉันจะบอก”

 

แค่นั้น แล้วก็ผละตัวออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  พอได้สติยาตะก็โวยวายลั่นห้อง

 

ไอ้ลิงชั่ว!!! กล้าดียังไงฟะมาหลอกให้อยาก (รู้)แล้วจากไปแบบหน้าด้านๆ

 

“ เอาพวกนี้ไปเก็บให้เรียบร้อยด้วย ” ฟุชิมิละมือออกมาแล้วออกคำสั่งก่อนจะก้มตัวลงนอนอย่างไม่ใส่ใจเสียงโวยวาย

 

 พอโวยวายจนเหนื่อยแต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆทั้งสิ้น  ยาตะก็คว้าชามกับกล่องยาขึ้นมาแต่ก่อนจะออกจากห้องเขาก็หันมาถามอีกสิ่งที่สงสัย

 

“ เฮ้ ไอ้ญ...ค ที่แกพิมพ์หลังชื่อสาวไร้ใจคืออะไร”

 

ฟุชิมินอนนิ่งเหมือนไม่ได้ยิน ยาตะตั้งท่าจะถามอีกรอบ

 

“ ย่อมาจาก ผู้หญิงน่ารำคาญ ”

 

คำตอบสมกับเป็นฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ….

 

…………………………………………

 

 

หลังจากทานยาและนอนพักแล้วช่วงเย็นฟุชิมิก็แลดูอาการดีขึ้นจึงลุกขึ้นมาอาบน้ำและทำโจ๊กกินเองได้ดังนั้นโจ๊กตอนเย็นจึงมีแต่เนื้อและไข่  ยาตะแอบใส่แครอทในหม้อตอนที่ฟุชิมิเผลอทำให้เกิดการทะเลาะกันอีกครั้ง  ฟุชิมิตัดปัญหาโดยการเทโจ๊กทั้งหม้อทิ้งและทำใหม่ให้ยาตะโวยวายเสียงดังกับนิสัยเสียอันนี้ กว่าจะได้กินจริงๆก็ทำครัวเละ  เสียของไปก็มาก สภาพคนทำก็เลอะไม่ต่างกันทั้งคู่

 

“ ฉันต้องอาบน้ำใหม่เพราะนายแท้ๆ ”  ฟุชิมิบ่น

 

“ แกทำตัวเองไม่ใช่เหรอ”  ยาตะโต้กลับ  “ แล้วนั่นเป็นอะไรอีกล่ะปวดหัวหรือไง ”  ถามเมื่อเห็นร่างสูงทำหน้ายุ่งๆนวดหว่างคิ้วเบาๆ

 

ยาตะยื่นเม็ดยาพาราให้ให้ร่างสูงทานแล้วดันหลังให้กลับไปนอน

 

“ นั่นนายจะไปไหน ”  ฟุชิมิถามเมื่อเห็นยาตะถือหมอนกับผ้าห่มของตัวเองไว้

 

“ ป่วยจนเพี้ยนหรือไง  ฉันก็จะไปนอนข้างนอกไง ”  ยาตะขมวดคิ้ว ไม่วายแอบกัดเล็กๆ

 

“ ไม่นอนนี่ล่ะ ”

 

“ หา   ยาตะอุทาน รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาเล็กน้อย….เฮ้ๆๆๆๆ ทำไมต้องหน้าแดงด้วยฟะแต่นี่เจ้าลิงกำลังนี่กำลังเอ่ออ้อนเขาเหรอ…,มันจะน่ากลัวไปแล้วนะเฟ้ยหรือว่าป่วยจนเพี้ยนไปแล้ว เขาไปนอนข้างนอกตั้งเป็นอาทิตย์พึ่งจะทัก

 

“ ระ  เรื่องเรื่องอะไรฟะ  ฉันไม่อยากติดหวัดจากลิงนะเฟ้ย ” ตอบตะกุกตะกักพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆจากนั้นก็รีบเดินออกจากห้องทันที

 

ว๊ากกกกกกกกกกก ยาตะแกเป็นอะไรไปแล้วฟะ  หัวใจเต้นเร็วมาก หน้าก็ร้อนหรือนี่เขาจะติดหวัดจากเจ้าลิงแล้ว !!!

 

ยาตะพยายามหาข้อแก้ต่างสารพัดให้อาการของตัวเองตอนนี้

 

………………………………………….

 

 

พอช่วงดึกหลังจากอาบน้ำเสร็จยาตะก็กลับมานอนบนโซฟาพร้อมเปิดโทรทัศน์ กดไล่รายการไปเรื่อยๆสักพักก็ลุกขึ้นปิด เผลอเดินไปที่ประตูแต่พอจับลูกบิดก็รู้สึกตัว  เขาส่ายหัวแล้วย้อนกลับไปที่โซฟาอีกครั้งแต่ไม่ว่าจะพยายามข่มตาหลับยังไงก็ไม่ได้เลยลุกมาแต่พอเดินเข้าใกล้ประตูก็หักเลี้ยวมาเปิดโทรทัศน์ แต่รายการก็ยังคงน่าเบื่อเหมือนเดิมบวกกับที่ตอนนี้สมองมันมีเรื่องบางอย่างที่รบกวนไม่หยุด

 

แง่งงงงงงงงงง ไปดูก็ได้ฟะ  แค่ดูนะ แค่ดู! แค่ดูเท่านั้น!

 

เขาลุกมาปิดโทรทัศน์แล้วเปิดประตูห้องนอนเบาๆเพราะกลัวจะรบกวนร่างคนป่วยบนเตียง  ทันทีที่เปิดประตูเสียงไอถี่ๆก็ดังขึ้น ยาตะรีบเดินเข้าไปดู  เขาแตะหน้าผากอีกฝ่าย  ดูเหมือนไข้จะขึ้นอีกแล้ว

 

เขาละมือจะไปหยิบยามาให้แต่คนป่วยไม่ยอมปล่อยมือนั้นแถมพอออกแรงดึงออกก็โดนบีบมือจนชา  ยาตะนิ่วหน้าเพราะความเจ็บแล้วเอื้อมมือข้างที่เหลือลูบหัวคนป่วยเบาๆ

 

“ ฉันแค่จะไปเอายาแก้ไข้  ไม่ไปไหนหรอก ”  เขากระซิบบอก  มือนั้นจึงยอมคลายออก

 

ยาตะทำตามที่พูดเขาไปหยิบยาแก้ไข้พร้อมกับน้ำแล้วกลับมาปลุกคนป่วยให้ทานเข้าไป  สภาพฟุชิมิตอนนี้ดูแย่เหลือเกินเพราะไข้ขึ้นด้วยทำให้เหงื่อออกจนชุ่ม ยาตะลุกอีกครั้งครั้งนี้หยิบผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตาใบหน้าและลำคอให้อีกฝ่าย ตลอดเวลานั้นฟุชิมิไม่ตอบโต้สักนิดเอาแต่หลับตาและขมวดคิ้ว  ดูท่าจะอาการหนักแฮะไม่รู้เป็นเพราะช่วงเย็นสู้(?)กันมากไปหรือเพราะฟุชิมิอาบน้ำตั้งสองครั้ง(ซึ่งเขามารู้ภายหลังว่ามันอาบน้ำเย็น)หรือเพราะทั้งสองอย่างก็ไม่รู้

 

“ นายนอนพักก่อนถ้าอาการไม่ดีเราไปโรงพยาบาลกัน ” เขาว่าพลางดันให้อีกฝ่ายที่ยอมนอนอย่างว่าง่าย

 

“ นายจะนอนที่ไหน ”  คนป่วยปรือตามองพยาบาลจำเป็นข้างๆ  ยาตะไม่ตอบแล้วลุกถือผ้ากับแก้วน้ำออกไปทิ้งให้คนป่วยแอบถอนหายใจเล็กๆ ฟุชิมินำผ้าขึ้นมาห่มคลุมตัวแล้วพลิกตัวเอาหน้าซุกลงในหมอน

 

ตุบ !

 

เสียงบางอย่างตกลงบนที่ว่างข้างๆตัวแต่ก่อนที่ฟุชิมิจะพลิกตัวกลับไปดู ร่างอุ่นๆเล็กๆก็เบียดเข้ามา  ไม่ต้องหันไปมองเขาก็รู้ว่าคืออะไร

 

ฟุชิมิพยายามกลั้นยิ้มแต่สุดท้ายก็กลั้นไม่ได้จึงฟุบหน้าลงกับหมอนเพื่อปกปิด

 

“ ไม่นอนข้างนอกแล้วเหรอเดี๋ยวติดหวัดนะ มี-ซา-กี๊ ”

 

“ กวนอย่างนี้หายแล้วใช่มะ ”

 

“ อ่า ลืมไปว่าคนโง่อย่างมิซากิไม่ติดหวัด ”  รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่สีข้างแต่เขาก็ยังหัวเราะ

 

“ ฉันกลัวจะมีคนตายในห้องนี้  ฉันไม่อยากอยู่ร่วมกับผีเฟ้ย    ร่างเล็กแก้ตัว โชคดีที่ตนซุกอยู่กับหลังของร่างสูงจึงสามารถปกปิดใบหน้า ใบหูที่แดงก่ำได้

 

“ อย่าห่วงเลยถ้าฉันตายฉันจะไม่ไปคนเดียวแต่จะพามิซากิไปด้วย 

 

ยาตะฟาดมือที่หลังของร่างสูง

 

 “ หนวกหู  นอนได้แล้วไม่งั้นฉันไปนอนโซฟานะเฟ้ย    ฟุชิมิยังหัวเราะเบาๆอีกพักหนึ่งให้คนพูดได้ฮึดฮัดเล่น

 

“ ราตรีสวัสดิ์ ”  คนป่วยบอกเบาๆ  พยาบาลจำเป็นไม่ตอบแต่รอจนกระทั่งค่อนข้างแน่ใจว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้วจึงเขยิบเข้าไปใกล้อีก

 

ใบหน้าและใบหูของยาตะแดงก่ำจนนึกว่าตนเองเป็นฝ่ายที่ไข้ขึ้น

 

“ อืมมม ราตรีสวัสดิ์ ”

 

 

………………………………………

 

 

แถมพิเศษ

 

ระหว่างที่ฟุชิมิกำลังอาบน้ำอยู่ยาตะที่ไม่มีอะไรทำก็นึกสนุกจึงหยิบโทรศัพท์ของฟุชิมิมาเปิดเล่นๆ  สิ่งแรกที่ตกใจเมื่อเปิดก็คือรูปหน้าของเขาตอนนอนหลับซึ่งไม่ว่าจะดูยังไงเขาก็ไม่รู้สึกตัว หลับอยู่แน่ๆ

 

ไอ้ลิงโรคจิตนั่นแอบถ่ายรูปเขาเหรอ !

 

ยาตะเปิดไล่ในไฟล์รูปเพื่อจะลบ ในไฟล์ไม่ค่อยมีรูปมากนักแต่รูปส่วนใหญ่ที่ขึ้นมาก็จะเป็นรูปเขาเสียส่วนใหญ่ มีทั้งแบบแอบถ่ายและแบบรู้สึกตัวก็มี(แต่น้อย)  ยังดีที่ไม่มีรูปน่าอายอย่างที่เขานึกกลัว  ส่วนรูปอีกส่วนเป็นรูปคู่  ยาตะหลุดขำเพราะจากรูปเห็นชัดๆเลยว่าเจ้าลิงนั่นไม่ชอบถ่ายรูป พอดูเลื่อนๆไปก็พลันนึกถึงตอนที่ตนเปิดโทรศัพท์ตัวเองใหม่ๆหลังเสียความทรงจำ

 

ในเครื่องของเขารูปเยอะมากแต่ส่วนใหญ่เป็นรูปเขากับคนอื่นๆในโฮมระ  ส่วนน้อยนิดเป็นรูปคู่ของเขากับฟุชิมิจนแอบสงสัยไม่ได้ว่านี่คือคู่แต่งงานเหรอแต่พอนึกได้ว่าถ้ามีรูปคู่พวกเขาเยอะก็คงจะน่ากลัวแปลกๆเพราะจากนิสัยเขากับอีกฝ่ายไม่น่าจะทำอะไรหวานๆหรอก  เขาเลื่อนรูปมาจนเจอรูปของฟุชิมิรูปหนึ่งเป็นรูปที่แอบถ่ายอย่างแน่นอนเพราะเป็นรูปเจ้าลิงนั่นตอนหลับอยู่  ตอนที่เห็นเขาแทบไม่เชื่อสายตา ไม่อยากยอมรับแต่ว่าใบหน้าของเจ้าลิงนั่นรูปนั้นก็ดูดีมากจริงๆ เคยคิดจะกดลบแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้

 

กลับมาที่ปัจจุบันที่เขาเจอรูปหน้าตอนหลับของเขาก็เกิดความคิดหนึ่งว่าบางอย่างพวกเขาก็เหมือนกันแบบที่อธิบายไม่ได้

 

ยาตะล้มเลิกความตั้งใจที่จะลบรูปแล้วเปลี่ยนมาดูรายชื่อเบอร์โทรที่บันทึกไว้แทน

 

เขาอยากรู้ว่าไอ้ลิงนั่นมันบันทึกชื่อเขาว่าอะไรแต่จากที่เห็นว่าแม้แต่สาวไร้ใจที่เป็นหัวหน้าก็ยังไม่ละเว้นเขาก็คงไม่พ้นด้วย

 

ยาตะไล่ชื่อไปเรื่อยๆจนมาถึงชื่อของเขา และก็จริงดังคาดมีบางอย่างถูกเติมหลังชื่อเขาด้วย แต่

 

เขาไม่รู้ว่าเจ้าลิงนั่นเขียนอะไรไว้หลังชื่อเขา เพราะมันเป็นภาษาอังกฤษ

 

“ มาย ….ชิ……ชิ….  ยาตะพยายามใช้ความรู้ภาษาอังกฤษอันน้อยนิดแปลแต่ก็ทำไม่ได้จึงตัดใจในที่สุด  จะเค้นคอถามซารุไปก็คงจะไม่ตอบ  จะเอาไปถามคุซานางิซังหรือคนในโฮมระก็คงจะไม่ดีเพราะกลัวเป็นอะไรที่น่าอาย

 

จริงสิ ! จำได้ว่าในคอมมีโปรแกรมแปลภาษานี่หว่า งั้นจดไว้ค่อยแอบแปลละกัน

 

ว่าแล้วยาตะก็หากระดาษมาจดคำนั้นลงไป ระหว่างนั้นในสมองก็รู้สึกได้ว่าคำนี้มันคุ้นยังไงไม่รู้แต่นึกไม่ออก

 

…………………………………ยาตะ  มิซากิ  …………..My   Chihuahua…………………………………………

 

 

…………………………………………….

 

ซึน ซึ้น ซึน และจะยังคงซึนต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #462 ๋๋๋๋๋๋Jirapha (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 17:29

    เขยนว่า ชิวาว่าของฉันด้วย เขินเเทน


    #462
    0
  2. #382 aong009 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 12:56
    #382
    0
  3. #381 aong009 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 12:52
    ซารุอ้อนยาตะจังใหญ่เลยนะ อร้ายยยยยยยยย
    >/////<ฟินนนนนนนนนน
    #381
    0
  4. #361 aisouno (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 22:29
    ลิงนิสัยไม่ดี
    #361
    0
  5. #300 123rabbit123 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 17:54
    มิซากิน่ารักมากกก มีการเอาใจคุณสามีที่กำลังป่วยได้น่ารักอีก  อยากกรี๊ดดดด
    #300
    0
  6. #118 omsinzaza (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 00:56
    อร๊ายยย กรี๊ดดด

    หวานแหววเป็นบ้าเลย 555

    ลงช้าไม่เป็นไรค่าไรท์เตอร์ ติดตามผลงานต่อแน่นอน ^^

    ช่วงใกล้สอบก็อย่างนี้แหละเนอะ T^T
    #118
    0
  7. #117 aungzawoi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 21:33
    ชิวาว่าของฟุชิมิ ไอ๊ย๊ะ ~
    ต่อเรวๆน้า ติดอย่างแรง หวานแท้ ><~!!!!
    #117
    0
  8. #115 talatoon (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 20:27
    รอตอนต่อไปนะคะ :D
    #115
    0
  9. #114 Sou (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 20:04
    ตอนนี้เป็นอะไรที่สครีมแตกมากๆค่ะ ไม่ว่าจะทำโจ๊กให้ลิงทั้งๆที่ตัวเองโดนมีดบาด(มีการตักข้าวให้ด้วย อรั๊งง) แอบเป็นห่วงลิงไปนอนเบียดข้างๆงี้ แบบนี้คนอ่านก็ฟินตายเลยค่าา

    ปล.เรื่องน่ารักซะขนาดนี้ทิ้งไม่ลงแน่นอนค่ะ>_< จะคอยติดตามนะคะ
    #114
    0