----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 17 : Amnesia (VIII)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,981
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    17 ม.ค. 56

 

VII

 

The  Story  From  Kusanagi

 

               

                “ โอเคครับ  บาดแผลภายนอกส่วนใหญ่ก็หายดีแล้ว ส่วนเรื่องสมองก็ไม่มีผลแทรกซ้อนอะไรดังนั้นก็เหลือเพียงเรื่องความจำที่จะหลงลืมไปบ้าง ถ้ายังไงทางญาติช่วยกันกระตุ้นเขาก็สามารถจำได้เองครับ ไม่มีอะไรต้องห่วง” หมอพูดขณะที่ถอดหูฟังออกหลังจากจากตรวจร่างกายของยาตะเสร็จเรียบร้อย

 

                “ดีใจด้วยนะยาตะจัง”  คุซานางิซังที่มาด้วยเอ่ยขึ้นพร้อมลูบหัวเขาเบาๆ

 

                ยาตะพยักหน้า  หลังจากเหตุการณ์เมาแล้วเสียตัว(?) ไปวันนั้นก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้ว ยาตะตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อป้องกันตัวเองในขณะที่ยังความจำเสื่อมโดยการเสียสละ(?)ไปนอนที่โซฟาทุกคืน

 

                แง่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

                พอคิดถึงตอนนั้นแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมา  จนบัดนี้เจ้าลิงชั่วก็ยังไม่ยอมเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น

 

                ในวันนี้เจ้าลิงบ้าไปทำงาน ส่วนเขามีนัดตรวจร่างกายจึงชวนคุซานางิซังออกมาด้วยเพราะเขาขับรถไม่เป็น เรื่องจำทางก็แย่ ดีไม่ดีใช้เวลาทั้งวันอาจจะยังหาโรงพยาบาลไม่ได้เลย

 

                “ มาเถอะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงยาตะจังที่หายดี ”  คุซานางิซังชวนเขาไปที่ร้านอาหารเมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้ว  ยาตะรีบปฏิเสธด้วยความเกรงใจแต่ท้องกลับร้องประท้วง

 

                คุซานางิหัวเราะเบาๆ บอกว่าไม่เป็นไรหรอกแล้วลากร่างเล็กเข้าร้านอาหารเลยเสร็จสรรพ

 

                พอเห็นเมนูอาหารยาตะก็เผลอลืมความเกรงใจหมดสิ้นแล้วสั่งอาหารชามโตหลายอย่าง                                      

 

                “ ยาตะจังใจเย็นก็ได้    คุซานางิเริ่มห้าม ไม่ใช่เพราะกลัวกระเป๋าฉีกแต่เขากลัวรูปร่างของร่างเล็กตรงหน้าต่างหาก  “ คุณหมอบอกว่าเธอควรลดน้ำหนัก

 

                ยาตะหน้าตึงทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น คุซานางิพึ่งจะรู้ตอนนี้เองว่าคำคำนี้สะเทือนใจร่างเล็กขนาดไหนสภาพตอนนี้เลยกลายเป็นชิวาว่าหงอยไปเลย

 

                “ ฉันล้อเล่นน่ะ โทษที”

 

                แต่ร่างเล็กก็ยังไม่กล้าสั่งอาหารอยู่ดี  นี่เขาไปเปิดแผลเก่าในใจของยาตะจังหรือเปล่านะ

 

                “ เพราะไอ้ลิงบ้า

 

                “ หา” คุซานางิไม่แน่ใจว่าได้ยินยาตะพึมพำอะไร

 

                “ เพราะไอ้ลิงบ้านั่น ”  คราวนี้พูดดังๆเลย “ ในตู้เย็นที่ห้องน่ะมีแต่แป้งกับเนื้อไม่มีผักเลยสักนิดแล้วก็มีขนมหวานเต็มไปหมด ผมก็เลยห้ามไม่ได้แถมเจ้าลิงนั่นก็ไม่ยอมเล่าเรื่องที่ผมลืมสักที  วันๆก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ทางเทิงก็ไม่รู้จักก็เลยได้แต่นอนดูทีวี เล่นเกม นอนกลางวัน

 

                คุซานางิมองอย่างเหนื่อยอ่อนตอนนี้รู้แล้วว่าทำไมยาตะจังถึงอ้วนเอาๆ (ถึงรูปร่างภายนอกจะไม่ค่อยเปลี่ยนแต่ตัวเลขในตาชั่งก็ฟ้องอย่างดี)

 

                “ แถมล่าสุด  ยาตะพึมพำเบาๆนึกถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ตอนที่เขาขนหมอนกับผ้าห่มไปที่โซฟาอยู่ จู่ๆเขาก็เหยียบผ้าห่มตัวเองล้มไปกลิ้งที่พื้นเรียกเสียงหัวเราะและคำเยาะเย้ยจากไอ้ลิงแว่นได้อย่างดีแต่นั่นไม่เจ็บเท่าตอนที่มันช่วยดึงเขาขึ้นแล้วดันปล่อยกลางคันทำให้เขาล้มไปกองที่พื้นอีกครั้ง มันให้เหตุผลสุดเจ็บว่า

 

………‘ หืมมมมม มิซากิอ้วนขึ้นนะเนี่ย หนักจนดึงไม่ขึ้นแล้ว’……….

 

                ประโยคนั้นทำเจ็บถึงขั้วหัวใจ แต่ประโยคต่อมาทำให้อยากบีบคอคนพูดตายไปเลย

 

                …… ‘หรือว่าในท้องนั่นมีลูกของพวกเราอยู่ หืมมมมมม’……..

 

 เขาเลยตั้งปณิธานว่าจะลดน้ำหนักแล้วแต่พอเห็นอาหารตรงหน้าก็อดไม่ได้ทุกที

 

                “ ซารุยังไม่ยอมเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังเหรอ ทำไมล่ะ”  จู่ๆคุซานางิก็ถามขึ้นมา 

 

“ ครับ เจ้าลิงบ้าไม่ยอมเล่าอะไรเลย”  ยาตะเงยหน้าขึ้นตอบ  จะให้บอกยังไงล่ะว่าเพราะเจ้าลิงบ้านั่นกำลังสนุกกับการได้แกล้งตนเดี๋ยวนะ จะว่าไปเจ้าลิงนั่นรู้สึกจะบอกว่ามีเหตุผลสองข้อนี่นะแต่เพราะวันนั้นพอฟังข้อแรกเสร็จเขาก็พูดประโยคสิ้นคิดออกไปพาลทำให้โกรธกันจนไม่ได้ฟังข้อต่อมา

 

                เหตุผลข้อที่สองมันอะไรกันแน่นะอยากรู้แต่กลัวว่าจะเป็นอะไรที่น่ากลัว

 

“ งั้นฉันเล่าอะไรให้ยาตะจังฟังเอาไหม”  คุซานางิเสนอ  ยาตะทำตาโตด้วยความสนใจ “ งั้นเรื่องที่จะทำให้นึกออกก็ควรเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สินะ  คุซานางิกลอกตาคิดเรื่องในอดีตที่พอจะนึกออก

 

ตอนนั้นเองที่บริกรนำเครื่องดื่มมาให้ ยาตะรับแล้วส่งให้คุซานางิส่วนอีกแก้วตนยกขึ้นมาจิบช้า

 

“ อ้อ! เอาตอนที่ซารุมาขอเธอกับฉันละกัน”

 

พรวดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!

 

น้ำในปากกระจายออกมาเป็นฝอย ยังดีที่ไม่โดนคุซานางิซัง

 

                  แค่กๆๆ” ยาตะไอสำลัก คุซานางิจึงเอื้อมตัวมาลูบหลังให้เบาๆ

 

 “ อยากฟังไหม    คุซานางิเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างเล็กหยุดไอแล้ว  ยาตะเหลือบมอง ปากอยากบอกใจจะขาดว่าไม่อยากสักนิดแต่ใจจริงนี่สิอยากรู้ใจจะขาดว่าทำไม อย่างไร เมื่อไร บางทีเขาอาจจะได้คำตอบเรื่องที่ฟุชิมิไม่เคยเล่าก็ได้

ยาตะนิ่งเงียบไม่ตอบรับและปฏิเสธเนื่องจาทิฐิมันปิดปากไว้แต่สำหรับคุซานางิถือว่ามันเป็นการตกลงละกัน

 

“ น่าจะสามปีที่แล้วมั้ง  เขาเริ่มเล่า  (แอบขำกับท่าทีอยากรู้อย่างปิดไม่มิดของคนฟัง)

 

……………………………….

 

เขาว่ากันว่าเมื่อข้ามผ่านความทุกข์ไปได้ความสุขก็จะตามมาเองนั้นคงจะเป็นเรื่องจริง  อย่างน้อยคุซานางิก็เชื่อมั่นเช่นนั้น  ตัวอย่างที่ดีก็คือบาร์โฮมระที่ยังคงคึกคักอย่างเช่นทุกวัน พวกสมาชิกโฮมระยังคงผลัดวนแวะเวียนกันมาบาร์แห่งนี้จึงไม่เคยเงียบเหงา 

 

และอีกตัวอย่างที่เห็นชัดเจนแม้เจ้าตัวจะไม่ยอมรับก็คือความสนิทสนมของหมากับลิงยาตะจังกับซารุอาจไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าสนิทสนมแต่ก็รู้สึกได้ว่าเด็กทั้งสองเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น (รวมถึงทะเลาะกันมากขึ้นด้วยแต่ดูแล้วเหมือนการหยอกเล่นของซารุมากกว่า)  ไม่รู้ว่าซารุทำอะไรยาตะจังถึงได้ลุกขึ้นมาลืมความเศร้าและกลับมายิ้มแย้มได้อีกแต่นั่นคงไม่สำคัญ  ตราบใดที่ร่างเล็กยังยิ้มอย่างมีความสุขแค่นั้นเขาก็พอใจแล้ว

 

พอคิดถึงเรื่องนี้ก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอกร้าน นั่นเป็นเสียงของเด็กที่เขากำลังคิดถึงเมื่อครู่แน่นอน ถึงจะไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกันแต่การที่เสียงดังขึ้นเรื่อยๆก็บอกได้รางๆว่ากำลังทะเลาะกันอยู่

 

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเพราะทั้งคู่ก็ชอบทะเลาะกันเป็นปกติอยู่แล้ว คุซานางิกลับมาสนใจแก้วไวน์ในมืออีกครั้ง

 

โครม !

 

เสียงประตูไม้เปิดออกเสียงดังเกือบทำให้แก้วไวน์ในมือร่วง  คุซานางิเงยหน้าขึ้นหวังจะว่ายาตะที่ทำเสียงดังแต่ทว่าเบื้องหน้าประตูไม่ใช่ร่างเล็กของยาตะแต่เป็นร่างสูงของฟุชิมิ ซารุฮิโกะ

 

เขาขมวดคิ้วอย่างสงสัยกับการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มคนนี้แต่ก่อนจะได้เอ่ยอะไรอีกฝ่ายก็พูดออกมาด้วยเสียงเรียบเย็นทว่าเฉียบขาดในทีว่า

 

ผมต้องการมิซากิ

 

ในร้านเงียบสนิท

 

ตอนนั้นมีเสียงตะโกนจากด้านนอกเข้ามาว่า คุซานางิซังอย่าไปฟังมันนะ แล้วก็ต่อด้วยคำด่าว่าสารพัด พร้อมกับลูกบิดประตูที่หมุนรัวๆบ่งบอกว่าร่างข้างนอกต้องการจะเข้ามาแต่เข้าไม่ได้เพราะมันล็อค

 

มีเสียงตะโกนเรียกชื่อสมาชิกโฮมระหลายคนในร้านบอกให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้แต่ไม่มีใครกล้าขยับเพราะเพียงตั้งท่าจะลุกจากเก้าอี้ก็โดนสายตาหลังกรอบแว่นทิ่มแทงจนเสียวสันหลัง

 

คุซานางิพยายามจะทบทวนคำพูดของผู้ที่บุกรุกเข้ามาในร้านอย่างกะทันหัน

 

เอาไปสิ เขาตอบ

 

…………………………………….

 

“ ว่าไงน๊า!!!!!!!!!!! 

 

โชคดีที่คุซานางิอุดหูเตรียมไว้แล้วหูจึงไม่หนวกด้วยเสียงอันดังของร่างเล็กตรงข้าม

 

“ ใจเย็นๆยาตะจัง คนอื่นเขามองหมดแล้วนะ ” คุซานางิเตือนขณะก้มหัวขออภัยโต๊ะรอบข้าง

 

“คุซานางิซังรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกไปน่ะ นั่นสำคัญต่อชีวิตผมเลยนะ ” ยาตะเริ่มโวยวาย คุซานางิไม่สนใจ เขาบอกให้ยาตะใจเย็นลงอีกครั้งก่อนจะเริ่มเล่าต่อไป

 

………………………………….

 

เอาไปสิ เขาตอบ

 

ว่าไงน๊า!!!!! เขาได้ยินเสียงข้างนอกตะโกนอย่างนั้นพร้อมๆกับที่กลอนประตูถูกพังเข้ามา  คุซานางิร้องเสียงหลงเมื่อเห็นบาร์สุดที่รักถูกทำร้ายแต่คนร้ายไม่สนใจรีบเข้ามาหาเขา

 

คุซานางิซังทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ…’ พูดได้แค่นี้ก็โดนผู้เสียหายบีบคางไว้แล้วพูดเสียงต่ำใส่

 

ฉันจะให้ซารุอุ้มเธอไปเลยด้วยถ้าไม่รีบขอโทษบาร์ที่แสนสำคัญยิ่งนี้  ยาตะพยักหน้ารัวๆอย่างรวดเร็ว ปากอู้อี้ๆบอกขอโทษครับ 

 

ได้ยินหรือยัง   ฟุชิมิยืนกอดอกมองอย่างเหนือกว่า ยาตะวิ่งเข้ามากระชากคอเสื้อร่างสูง

 

ได้ยินอะไรของแก

 

โอ่ย-มิซากิอย่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาไม่ยอมรับความจริงได้ไหม นายก็ได้ยินชัดแล้วว่าคุซานางิซังอนุญาต

 

ไม่ได้ยินทั้งนั้นโว้ย! แล้วฉันก็ไม่ได้ตกลงอะไรกับแกทั้งนั้นมีแกที่พูดอยู่คนเดียว

 

ชิ  น่ารำคาญจริง อย่าทำเล่นตัวเป็นสาวน้อยเวอร์จิ้นได้ไหมเพราะนายไม่ใช่ทั้งสองอย่างอยู่แล้ว

 

คุซานางิกับคนในร้านเผลออุทานออกมาเมื่อได้ยินประโยคนี้

 

หนวกหูโว้ย!!! เงียบไปเลยไอ้ลิงบ้า!!! ’ ยาตะหน้าแดงมากแต่ไม่ปฏิเสธ หมายความว่า 

 

น่ารำคาญน่า-งั้นใครที่เมื่อคืนนี้บอกว่าให้รับผิดชอบๆ อยู่ได้   คำพูดของฟุชิมิทำให้มันชัดเจน  คุซานางิเอื้อมมือมาปิดหูแอนนาพร้อมกระซิบบอกเบาๆว่าอย่าไปฟังนะ

 

ฉันไม่ได้บอกว่ารับผิดชอบ ฉันบอกว่าอย่าไป’ ’  ยาตะพูดเสียงดังคงไม่รู้ตัวแล้วว่าพูดอะไรอยู่

 

ที่จริงนายบอกว่า อย่าไปจากฉันอีก’ ’ ฟุชิมิแก้  มันก็เท่ากับห้ามทิ้ง  เท่ากับรับผิดชอบนั่นแหละ

 

เออ! แต่ไม่ได้แปลว่าให้แกขอฉันแต่งงาน…!!!’

 

 

แต่งงาน !!!  คราวนี้ทุกคนในร้านยกเว้นตัวต้นเรื่องสองคนอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกัน  ยาตะที่พึ่งรู้สึกตัวรีบปิดปากตัวเอง แต่คงสายไปแล้วเพราะทุกคนจ้องมาที่ร่างเล็กเป็นตาเดียว

 

 ฟุชิมิถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย นายพูดเองนะฉันไม่เกี่ยว อีกอย่างฉันไม่ได้ขอนาย ฉัน-บัง-คับ

 

ยาตะกระชากคอเสื้อฟุชิมิอีกครั้งพร้อมทั้งตะโกนใส่หน้าว่าเพราะแกๆๆ

 

แต่ก่อนที่คนสองคนจะทะเลาะกันมากกว่านี้ คุซานางิที่มีสติก่อนใครก็บอกให้ทั้งสองคนหยุดทะเลาะกัน

 

ฉันว่าพวกเธอไปคุยกันในห้องด้านในดีกว่านะ

 

ไม่จำเป็น/ไม่ต้อง!!! ’ สองเสียงว่าพร้อมกันแต่คนละโทนกันเลย

 

ถือว่ายกให้แล้ว /ไม่ตกลงอะไรทั้งนั้น ! ’  ว่าแล้วก็มองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

พอๆๆ พวกเธอสองคนมานี่เลยเดี๋ยวนี้ ! สองคนที่ทะเลาะกันตามคุซานางิไปอย่างขัดไม่ได้  คุซานางิพามายังห้องนั่งเล่นด้านใน

 

ทันทีที่ปิดประตูห้องเสียงจ้อกแจ้กข้างนอกก็ดังเข้ามา ยาตะเปิดประตูออกมาตวาดว่าห้ามนินทา มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแล้วก็ปิดประตู

 

คุซานางิรอให้เด็กทั้งสองสงบสติอารมณ์ได้แล้วจึงค่อยเริ่มพูด เอาล่ะไหนเล่ามาสิที่ว่าแต่งงานนี่หมายความว่าไง

 

ฟุชิมิถอนหายใจอย่างรำคาญแล้วพูดตรงๆโดยไม่สนร่างเล็กข้างๆที่โวยวายสักนิด ก็ง่ายๆผมทำให้มิซากิไม่เวอร์จิ้นอีก  แล้วมิซากิก็บอกให้รับผิดชอบ ผมเลยมาขอคุณ  สั้นง่ายได้ใจความดี

 

คุซานางิหันกลับมาทางยาตะบ้าง ร่างเล็กโวยวายจนหน้าแดงก่ำแต่ไม่ปฏิเสธสักคำเดียว

 

แต่มีอย่างหนึ่งที่คุซานางิไม่เข้าใจ

 

ว่าแต่ทำไมเธอถึงมาขอยาตะจังกับฉันล่ะ ทำไมไม่ไปขอพ่อแม่ยาตะจัง   คุซานางิหันมาถามฟุชิมิอีกครั้งแต่อีกฝ่ายทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ  ไปขอมาแล้ว

 

ห๊า ! ’  ยาตะอุทาน  แกไปเมื่อไรฟะ ! ทำไมฉันไม่รู้ ไม่สิแกพูดอะไรกับพ่อแม่ฉันแล้วพวกเขาว่าไงบ้างว่าไง …’

 

หัดใจเย็นมั่งได้ไหมถ้านายใจเย็นกว่านี้อาจจะฉลาดกว่านี้นะ ฟุชิมิได้รับการชกที่แขนเป็นของตอบแทนทันที

 

 ว่าไงล่ะพ่อแม่ฉันปฏิเสะใช่ไหม  เอ่ยขึ้นอย่างมีหวังแต่ร่างสูงกลับพูดดับความหวังทันที

 

เปล่าพ่อแม่นายยินดียกให้เลยล่ะโดยเฉพาะแม่นายที่ถึงกับพูดเลยว่าแม่ก็เดาไว้แล้วแหละว่าพวกเธอทั้งสองคนสุดท้ายก็ต้องลงเอยกัน  

 

ช็อค !!!  ยาตะชะงักค้างไปแล้ว  แม้แต่แม่ยังคิดว่าลูกชายตัวเองต้องลงเอยกับเจ้าลิงนี่เลยเหรอ

 

แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องพ่อแม่ฉันล่ะยังไงพวกเขาก็ต้องอนุญาต หันมายิ้มให้อย่างแฝงบางอย่างแต่ยาตะที่ชะงักค้างไปแล้วไม่รับรู้

 

ถ้าพ่อแม่ยาตะจังกับพ่อแม่เธอตกลงก็น่าจะพอแล้วนี่แล้วตกลงเธอกับฉันมาขอยาตะจังทำไม  คุซานางิยังคงถามที่เขาสงสัยอยู่แต่ในใจก็แอบนึกทึ่งกับคุณแม่ของยาตะจังเล็กๆแฮะที่มองลูกชายออกมานานแล้ว

 

ฟุชิมิทำเสียงในลำคออย่างรำคาญอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่ตอบใดๆทั้งสิ้น เป็นยาตะที่ได้สติแล้วตอบแทน

 

อย่าบอกนะว่าเพราะฉันเคยพูดว่าฉันเห็นพวกคนในโฮมระเป็นครอบครัวและมองว่าคุซานางิซังเหมือนคุณแม่   ฟุชิมิยังคงเงียบทว่าไม่ปฎิเสธเช่นกัน

 

คุณแม่ ? ’  คุซานางิทวนคำ ยาตะหันกลับมารีบแก้ตัวทันทีแต่สุดท้ายก็ยอมรับออกมาเสียงอ่อยๆว่า ก็คุซานางิซังช่วยดูแลตั้งหลายอย่างแถมทำอาหารก็เก่ง เอ่อ…….’

 

เลยมองว่าฉันเหมือนคุณแม่ ? ’  ยาตะพยักหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ คุซานางิหัวเราะจนน้ำตาไหลกับความคิดนั้น ยาตะจังนี่น่ารักจังเลยนะ เขาเอื้อมมือจะไปลูบหัวยาตะแต่ฟุชิมิกลับเอามือป้องเอาไว้นั่นทำให้เขาหัวเราะมากขึ้น

 

ขอโทษที ลืมไปว่าลูกสาวมีเจ้าของแล้ว ล้อเลียนพร้อมขำทำให้ผู้ที่ได้ชื่อลูกสาวโวยวายอีก พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมซารุถึงได้ชอบยาตะจังได้และทำไมยาตะจังถึงเลือกซารุเช่นกัน

 

คนหนึ่งชอบโวยวาย  ไม่ฉลาดนักแต่ก็จริงใจและเข้าใจอีกฝ่ายอย่างดี(ถึงจะไม่ค่อยรู้ตัวก็เถอะ)

 

อีกคนเงียบ ฉลาด เจ้าเล่ห์และอาจจะโหดด้วยแต่ก็ทำเพื่ออีกฝ่ายทุกครั้ง (แม้จะไม่บอก)

 

เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้คู่กันได้

 

คุซานางิยิ้มให้กับความคิดของตน

 

แล้วตกลงว่าไง จะยกให้ไหมครับ

 

ยาตะรีบโวยวายใหญ่ว่าอย่านะ  ไม่ให้  อย่าเด็ดขาดและอื่นๆทำนองนี้

 

ถ้าฉันไม่ให้….’  ฟุชิมิหน้าตึง มองตรงเขม็งมายังเขาทันที คุซานางิพยายามกลั้นยิ้มแล้วพูดต่อ ถ้าฉันไม่ยกให้ยังไงเธอก็ต้องใช้กำลังบังคับฉุดไปอยู่แล้วนี่นาฉันสงสารยาตะจังไม่อยากให้เธอทำรุนแรงเพราะงั้นเอาไปเถอะ

 

ฟุชิมิยิ้มกว้างแบบเจ้าเล่ห์ทันทีขณะที่คนที่ถูกยกให้ค้างวิญญาณหลุดจากร่างไปเสียแล้ว

 

………………………………….

 

ใช่ ค้างวิญญาณหลุดจากร่างเหมือนกับร่างตรงข้ามเขาในตอนนี้  คุซานางิหัวเราะเมื่อรู้สึกเหมือนเห็นภาพซ้อนในอดีตกับปัจจุบันตรงหน้า

 

“ ยกกันให้ง่ายๆอย่างนี้เลยเหรอ”  ยาตะพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ “ ทำไมไม่มีใครถามผมเลยว่าอยากแต่งไหม ” 

 

คุซานางิยิ้มอ่อนโยนแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวยาตะเบาๆ

 

“ ยาตะจังฟังฉันนะ”  ยาตะเงยหน้าตามที่ว่า    ไม่ใช่ไม่มีใครฟังเธอหรอกนะถ้าในตอนนั้นเธอปฏิเสธอย่างจริงจังเด็ดขาดก็คงไม่มีใครบังคับเธอได้หรอก( ยาตะเถียงว่ามีเจ้าลิงเลวนั่น คุซานางิหัวเราะเบาๆ)  แต่เพราะเธอไม่เคยปฎิเสธจริงจังสักครั้ง มีแค่โวยวายเพราะทิฐิในตัวเท่านั้นและ

 

ยาตะนิ่งฟังอย่างตั้งใจ

 

“ นับตั้งแต่ตอนนั้นพวกเธอโอเค ก็มีทะเลาะกัน ..อืม ค่อนข้างเยอะ แบบหนักๆก็มีอยู่แต่ว่าพวกเธอก็ยังไม่เคยแยกจากกันเลยนะ 

 

ยาตะนิ่งเมื่อคุซานางิพูดจบ ประจวบเหมาะที่บริกรนำอาหารที่สั่งไว้เข้ามาเสิร์ฟพอดี  อาหารเลยกลายเป้าความสนใจแทน

 

แต่แวบหนึ่งยาตะก็คิดทวนคำพูดของคุซานางิ

 

ถ้าในตอนนั้นเธอปฏิเสธอย่างจริงจังเด็ดขาดก็คงไม่มีใครบังคับเธอได้หรอกแต่เพราะเธอไม่เคยปฎิเสธจริงจังสักครั้ง

 

เธอเป็นคนเลือกซารุเอง  ประโยคเดิมที่โรงพยาบาลแวบเข้ามาอีกครั้ง ประโยคที่เขาสงสัยมาโดยตลอดจนกระทั่งบัดนี้

 

….หนีไปให้ไกลเท่าที่จะทำได้ ไม่งั้นฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีกมิซากิ ….ประโยคที่ย้ำซ้ำๆในสมองที่สูญเสียความทรงจำนี้

 

ฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีก

 

อย่าไปจากฉันอีก  คุซานางิซังบอกว่าเขาเป็นคนพูดประโยคนี้กับเจ้าลิงบ้า

 

พวกเธอก็ยังไม่เคยแยกจากกันเลยนะ

 

นิ้วเล็กๆเผลอลูบไปที่แหวนแต่งงานเขาอยากรู้ว่าตัวเองตลอดเวลาหกปีที่หายไปนี้คิดยังไง

 

นี่เป็นครั้งแรกเลยตั้งแต่ความจำเสื่อมที่ยาตะพบว่าตนอยากได้ความทรงจำคืนเหลือเกิน

 

…………………….

 

 

หนูมิซากิถ้าไม่แต่งนี่เดี๋ยวลิงจะว่าได้เปรียบเกินไปน๊ะจ๊ะ

 

ตอนนี้ว่าจะเอาฮาๆนะแต่ก็ได้แค่นี้ล่ะเริ่มหมดมุขแล้วสิ  =  = ^

 

ช่วงนี้ไม่รู้งานจะเยอะไปไหน ได้ข่าวว่าหนูจะสอบปลายเดือนนะแต่งานมันยังเยอะอยู่เลยอ่ะ TT^TT

 

 

Next>>>>>>>>>>>

.

.

ป่วย!?

.

.

ต้องดูแลสินะ ?

.

.

 

(Not) Coming Soon>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>……

 

 

ปล.ใส่ Not ไว้กรณีเผื่อหายไปนานค่ะ เพราะยังไงถ้ามีเวลาก็มาอัพให้อยู่แล้วแต่ถ้าไม่มีก็ต้องหายไปนานจริงๆค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #467 {[Ayumu]} (@doroko882) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 19:37
    มาอ่านซ้ำก็ยัง........ฟิน......อร๊ากกกกกกกกกกกกก
    #467
    0
  2. #380 I_am_Hana (@aong009) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 12:51
    ให้กันง่ายๆๆ5555
    #380
    0
  3. #299 Twin (@123rabbit123) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 17:36
    รู้สึก.....ฟิน!
    #299
    0
  4. #106 Noey_Jun (@nunei) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 01:23
    ไกล้สอบเหมือนกันเลยค่ะ >< 55 อยากให้มาอัพนะคะ คึคึชอบมากเลยย ตอนต่อไปใครป่วยล่ะ? อยากให้เป็นลิงนะ..555555!
    #106
    0
  5. #105 Zepryrus (@omsinzaza) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 23:22
    ฮะๆ ลงเอยด้วยประการฉะนี้เอง >w<

    ติดตามต่อค่าจะรอไรท์เตอร์ว่างมาลงน้า



    //ทางนี้งานก็ยุ่งนะ แต่เลือกที่จะไม่ทำ กรรมๆ
    #105
    0
  6. #97 $aBA★SaMA (@talatoon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 20:37
    น่ารักมากค่ะ  รอตอนต่อไปนะคะ ><
    #97
    0