----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 15 : Amnesia (VII)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    13 ม.ค. 56

 

VII

 

(May Be) Happy  Moment

 

 

                ตอนที่กลับมาที่รถ ยาตะรู้สึกได้ว่าเหมือนตนจะติดคำขอโทษและขอบคุณฟุชิมิอยู่แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากว่าอะไรอีกฝ่ายก็ดันกวนโมโหเขาขึ้นมาซะก่อนด้วยการพูดถึงความเบื่อและเรื่องของโฮมระเสียๆหายๆ เพราะฉะนั้นคำขอโทษและขอบคุณจึงกลายเป็นหมันไปทันที

 

                บางทีเขาอาจจะได้รับการกระทบกระเทือนมากจนจำเรื่องในสุสานนั่นผิดก็ได้เลยเห็นว่าเจ้าลิงเป็นคนดีขึ้นมา

 

                “ แล้วนี่เราจะไปไหนกัน”

 

                “ฉันไม่พานายไปฆ่าแน่ เลิกกลัวสักทีเถอะ มี-ซา-กี้- ” ฟุชิมิลากเสียงอย่างเบื่อหน่าย

 

                “ อย่าเรียกชื่อต้น ! ” ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆบรรยากาศระหว่างพวกเขาก็ดีขึ้นราวกับว่าเรื่องเมื่อวานไม่เคยเกิดขึ้นซะงั้น นี่เป็นผลของมิโกโตะซังกับโทสึกะซังหรือเปล่านะ ?

 

                “ ฉันบอกว่าจะพานายไปไหนตอนแรกก็ที่นั่นแหละ แต่ว่าคนโง่อย่างมิซากิอาจจะจำไม่ได้แล้วก็ได้ ” เยาะเย้ยพลางสตาร์ทรถอีกครั้ง ยาตะฉวยโอกาสที่รถยังคงไม่เคลื่อนออกไปเขกหัวฟุชิมิอย่างแรงเป็นการแก้แค้นเรื่องกวนประสาทที่ผ่านๆมา

 

                ฟุชิมิสบถบางอย่างแล้วหันกลับมากระชากข้อมือของยาตะอย่างแรง “ นายอยากมีเรื่องกันใช่ไหม มี๊ซากิ 

 

                “ อะไร ก็แกบอกเองว่าถ้าขับรถอยู่ห้ามชกแก ตอนนี้รถหยุดอยู่ฉันก็ชกแกได้สิ ” เถียงไปน้ำขุ่นๆแถมยังลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่รู้เรื่อง “ แต่ถ้าแกอยากมีเรื่องกันล่ะก็ ฉันก็จัดให้นะลงไปเจอกันข้างนอกเลยมะ ”

 

                “ หึ ” ฟุชิมิหัวเราะในคอ “ นายคงไม่ได้คิดใช่ไหมว่าเราแต่งงานกันแล้วฉันจะไม่ทำอะไรนายนะ  สถิติล่าสุดของภรรยาที่โดนสามีทำร้ายร่างกายน่ะมันสูงขึ้นนะ  มี๊ซากิ   

 

                “ อย่าเรียกชื่อนะเฟ้ย ! แล้วสถิติอะไรนั่นก็ไม่เกี่ยวกับฉันด้วย ฉันไม่ใช่ภรรยาแกเฟ้ย!!!    ยาตะโวยวายเสียงดังลั่นพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของอีกฝ่ายแต่เหมือนยิ่งดิ้นอีกฝ่ายก็ยิ่งบีบข้อมือแรงขึ้นเท่านั้น  ทำไมเจ้าลิงบ้ามันดูน่ากลัวขึ้นทุกที

 

เขาพลาดแล้ว!!! เขาไปกระตุ้นต่อมซาดิสต์ของมันเข้าแล้วใช่ไหมเนี่ย !

 

ยาตะเงื้อมืออีกข้างที่ว่างจะชกอีกฝ่ายเพื่อป้องกันตัวแต่ก็โดนจับไว้ได้เช่นกัน ตอนนี้ร่างเล็กหมดทั้งอิสรภาพและการช่วยเหลือตัวเองโดยสมบูรณ์

 

  เฮ้ๆๆๆ ฉันเป็นภรรยาแกนะเฟ้ย!   ไม่อยากยอมรับสักนิด  สักนิดเดียวก็ไม่อยาก  ไม่อยากจริงๆเน้นนะ ไม่ -อยาก  แต่ต้องเอาตัวเองรอดให้ได้ก่อน  “ แกคงไม่ชกภรรยาตัวเองใช่ไหม ”

 

“ นายประเมินฉันต่ำไปนะ บอกแล้วไงว่า สถิติการทำร้ายภรรยาน่ะมันเพิ่มขึ้น บางทีฉันอาจจะช่วยเพิ่มค่าให้อีกสักเปอร์เซ็นต์สองเปอร์เซ็นต์ก็ได้นะ”

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ยาตะกรีดร้องในใจ

 

“ ฉันฉันฉันกำลังป่วยนะ บาดเจ็บด้วย ” ลองอีกครั้งเพื่อได้ผล

 

ฟุชิมิยกยิ้มมุมปาก  “ งั้นก็ดีจะได้ป้ายความผิดว่าแผลที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอุบัติเหตุล่ะกัน ”

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ดูความชั่วและความร้ายกาจของมันสิ

 

ขณะที่ในหัวของร่างเล็กมีแต่ความคิดการเอาตัวรอดวิ่งวุ่นไปหมดฟุชิมิกลับปล่อยข้อมือเขาง่ายๆ ทันทีที่เป็นอิสระยาตะก็กระเถิบตัวไปชิดประตูฝั่งตนทันทีแม้จะยังงุนงงกับการกระทำของร่างสูงอยู่

 

ทำไมมันเปลี่ยนใจฟะมันต้องมีอะไรแน่ๆ….

 

และมันก็เป็นจริง ฟุชิมิละมือจากเขาแล้วดับเครื่องยนต์พร้อมกับถอดกุญแจรถออก

 

“ ฉันว่านี่น่าจะทำให้นายเจ็บใจและเสียใจได้ดีกว่าการชกเป็นไหนๆ    ฟุชิมิหมุนพวงกุญแจในมือไปมา ยาตะยังไม่เข้าใจจึงมองอย่างงุนงง

 

“ เฮ้อ มิซากินี่โง่ไม่เปลี่ยนจริงๆ (มีเสียงโวยวายแทรก) ไม่สิโง่ขึ้นด้วย ( เสียงด่าดังขึ้น) คิดสิคิด พวกเราจะไปไหนกัน ”

 

“ เอ่อบาร์โฮมระ ?  ยาตะยังตามไม่ทัน

 

“ แล้วไปยังไง”

 

“ เอ่อรถ ”

 

“ รถจะสตาร์ทติดได้ไง ”

 

……………………ก็ต้องใช้กุญแจ”

 

“ แล้วอะไรอีก”

 

…………………………………………………………………………………….น้ำมัน ?

 

………….  ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่มองอย่างเบื่อหน่าย

 

“ เอ่อ…….เอ่อ…………

 

ฟุชิมิชี้ที่ตัวเอง

 

“ อ้อ! คนขับ”  ฟุชิมิถอนหายใจแรงๆ     แล้ว…..

 

“ แล้ว ?” 

 

“ อ่า --- มิซากิเลิกโง่แล้วใช้สมองสักนิดสิ บอกฉันทีว่า….ชิ  ช่างเถอะ ที่ฉันจะบอกก็คือนายจะไปที่บาร์ยังไงถ้าไม่มีคนขับรถไปน่ะ แล้วอย่าถามนะว่าใครขับ ”  ยาตะพึ่งจะเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายบอกตอนนั้นเอง มันต้องการให้เขาขอร้องไม่งั้นก็ไม่ยอมขับรถไปที่บาร์อ๋อ….

 

ฝันไปร้อยชาติเหอะ!!!  ไม่มีทางที่คนอย่างยาตะการาสุแห่งโฮมระผู้นี้จะลดตัวลงไปขอร้องหรอก ไม่มีทาง !!!

 

“ ฉันไปแท็กซี่ก็ได้ ”  ฟุชิมิทำเสียงจิ๊จ๊ะในคออย่างไม่สบอารมณ์ ทีตอนนี้ล่ะฉลาดขึ้นมา

 

“ เชิญ ถ้านายมีเงินและรู้ทางน่ะนะ ”  ยาตะชะงักถ้าเป็นทางล่ะก็ตอนนี้เขาพอจะจำได้แล้วแม้จะลางๆก็ตามแต่เรื่องเงินเนี่ยสิเขาลืมคิดไปเลย

 

ยาตะเริ่มรื้อค้นในรถแต่ทว่ามันไม่มีเงินเลยเพราะงั้นแหล่งเดียวที่จะหาได้ก็คือเจ้าคนที่กำลังยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่าข้างๆ

แง่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

“ เจ้าลิงบ้าพาฉันไปที่บาร์เด๊ะ” นี่แหละการขอร้องตามแบบเขา

 

“ ลองขอร้องดีๆกว่านี้สิ ”  ฟุชิมิเอนหลังพิงพนักอย่างสบายๆ

 

“ เจ้าลิงกวนประสาทครับ ช่วยพาฉันไปส่งที่บาร์ที    เน้นการลากเสียงประชดประชันเป็นพิเศษ

 

“ ดีกว่านี้”  ฟุชิมิหลับตาลงทำท่าเหมือนจะหลับซะงั้น

 

“ ช่วยพาไปส่งที่บาร์ที”  กัดฟันสุดฤทธิ์ที่จะไม่ให้เผลอด่าออกมา

 

“ ได้แค่นี้เหรอ ”

 

ปึด!

 

“ ไอ้ลิงกวนประสาท ! ฝันไปเถอะถ้าคิดว่าจะได้ยินคำขอร้องจากฉัน ยาตะคนนี้ไม่ขอร้องแกแน่นอน ” ฉันไม่มีวันขอร้องแกหรอก ยาตะสะบัดหน้าหนี

 

ปึก !

 

แขนเรียวยาวผ่านหน้าไปแวบ แล้วเท้ากับกระจกฝั่งของเขา  ยังไม่ทันที่จะหายตกใจก็ดันได้ยินเสียงกระซิบข้างหูว่า  “ แย่หน่อยนะ ถ้านายไม่ยอมขอร้องฉันก็มีวิธีที่จะทำให้นายขอร้องได้นะ มิ-ซา-กี้-

 

ยาตะหน้าแดงวาบไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว จากภาพสะท้อนในกระจกเขาเห็นชัดเจนว่าเจ้าลิงบ้านี่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขนาดไหนถ้าเขาหันไปละก็คงจะเป็นแน่

 

แต่ไม่รู้ว่าเพราะวันนี้เทวดาแห่งโชคเข้าข้างร่างเล็กหรือไงจู่ๆเสียงโทรศัพท์ของฟุชิมิก็ดังขึ้น  เจ้าของโทรศัพท์สบถข้างๆใบหูแดงๆของร่างเล็กก่อนจะละไปทำให้ยาตะถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกเสียงดัง

 

“ ครับ……..ชิ น่ารำคาญ ….อ้อ เปล่าครับ  ครับ ….  ฟุชิมิสบถอีกครั้งเมื่อวางสายแล้วสตาร์ทรถอีกครั้ง

 

ยาตะถอนหายใจอีกครั้งไม่ว่าคนที่โทรมาจะเป็นใครก็ตามแต่มันก็ช่วยเขาจากสถานการณ์นี้ได้ ขอบคุณจริ

 

“ ถือว่านายติดคำขอร้องฉันไว้ก่อนแล้วฉันจะมาถอนคืนทีหลัง ” ฟุชิมิว่าพร้อมออกรถอีกครั้ง

 

อะไรฟะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

………………………………

 

หลังจากผ่านเรื่องตื่นเต้น(?) มากมายฟุชิมิก็ยอมขับรถมาส่งถึงบาร์โฮมระจนได้  ทันทีที่เห็นสภาพบาร์ยาตะก็อดที่จะรีบวิ่งไปดูไม่ได้  สภาพภายนอกนั้นดูเหมือนเดิมเกือบทุกอย่างมีบางส่วนที่เปลี่ยนไปบ้างเช่นการทาสีใหม่ 

 

ยาตะไม่รอช้ารีบเปิดประตูเข้าไป

 

ปัง!

ยาตะผงะถอยหลัง ที่จู่ๆก็มีสายรุ้งสีๆจำนวนมากปลิวใส่ เมื่อมองเบื้องหน้าก็ยิ่งตกใจกว่าเดิมเพราะเบื้องหน้าเขาตอนนี้มีคนจำนวนมากมาย  คนเหล่านี้แม้ภายนอกจะเปลี่ยนไปบ้างแต่ยาตะจำได้ดี พวกเขาทุกคนคือสมาชิกของโฮมระ

 

ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้ก็ถูกจู่โจมโดยเจ้าพวกนั้นเสียก่อน บ้างก็เข้ามากอด บ้างก็เข้ามาตบหัว(ลามปามมาก !)

 

“ นี่มันอะไรกันเนี่ย ”  ยาตะหันไปถามคุซานางิที่อยู่หลังบาร์

 

“ ฉลองที่ยาตะจังออกจากโรงพยาบาลยังไงล่ะ”  คุซานางิยิ้ม

 

“ ฉลอง ?”

 

คุซานางิพยักหน้าแล้วชี้ไปที่โต๊ะอีกฝั่งซึ่งมีอาหารและเครื่องดื่มมากมายตั้งอยู่  ยาตะเผยยิ้มกว้างออกมา

 

“ โอ๊ะ ! ยาตะซังหน้าแดงล่ะ ”  คามาโมโตะทักเสียงดังเลยได้รับการเขกหัวอย่างแรงเป็นสิ่งตอบแทน

 

“ อากาศมันร้อนเฟ้ย !  ยาตะแก้ตัวเสียงดัง

 

“ ยาตะซังวันนี้อากาศหนาวนะ”  บันโดพูดออกมาโดยไม่ทันคิดอีกคนเลยโดนเขกหัวเป็นรายต่อไป

 

“ ข้างนอกหนาวแต่ข้างในร้อนเฟ้ย”  ยาตะเถียงขาดใจทั้งที่ใบหูเริ่มแดงแล้วด้วยซ้ำ

 

“ร้อนแต่ใส่เสื้อคลุมเนี่ยนะ”  อีริคว่าด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย  เจ้าหมอนี่ก็ไม่เปลี่ยนไปสักนิด

 

ยาตะถลาเข้าไปหาเรื่องตามปกติ  อีริคจึงหลบหลังฟูจิชิมะตามความเคยชินและแทนที่จะขอโทษกลับพูดจาเยาะเย้ยเขาเพิ่มอีก “ The little Chihauhau  doesn’t  change . He is still stupid .

 

“ เฮ้ๆๆ แกกำลังดูถูกฉันใช่ไหม !  แล้วไอ้ชิวาว่านั่นมันหมาไม่ใช่เหรอ ! แกว่าฉันเป็นหมาเหรอ !” โวยวายตามนิสัยแม้จะไม่เข้าใจก็เถอะ

 

“ หมอนั่นกำลังด่าว่านายโง่ต่างหากมิซากิ ซึ่งก็จริงนะ ”

 

เงียบ------------------------------------------------------------

 

เสียงเอะอะโวยวายพลันเงียบลงพร้อมกับการปรากฏตัวของฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ

 

ยาตะเริ่มลนลาน  จะว่าไปแล้วเจ้านี่ยังเป็นพวกสแค็ปเตอร์ 4 นี่หว่าแถมยังเคยต่อสู้กันมาก่อนด้วยแถมจู่ก็ปรากฏตัวเข้ามาทั้งห้องก็เงียบเลยนี่คงจะไม่เกิดสงครามกันในนี้ใช่ไหมเนี่ย   ยังไงก็ต้องช่วย ถึงยังไงเจ้านี่ก็เป็นสามี…! ไม่ใช่สิ ฟะ ไม่ใช่ เอ่อ….ถึงยังไงเจ้านี่ก็เปลี่ยนไปแล้ว….เปลี่ยนหรือเปล่านะ ….ไม่สิ ไม่ใช่ เขาต้องป้องกันไม่ให้ตีกันในบาร์แล้วทำลายบาร์สุดที่รักของคุซานางิซังสิ  ใช่ไหม?

 

“ เอ่อ..เจ้านี่…..

 

Hi Fushimi-san    อีริคทักด้วยน้ำเสียงเป็นค่อนข้างมิตร  ไม่มากแต่ก็เป็นมิตรกว่ากับยาตะ

 

อะไรฟะ ! ยาตะชะงัก
 

คนอื่นๆเริ่มทักฟุชิมิบ้างถึงจะบอกไม่ได้ว่าเป็นมิตรโดยสมบูรณ์แต่ก็เป็นมิตรมากทีเดียวสำหรับศัตรูคู่แค้นมายาวนาน

 

ยาตะที่กำลังจับต้นชนปลายไม่ถูกหันไปคว้าคอคามาโมโตะที่ยืนใกล้ที่สุดแล้วกระซิบถามทันที  “ มันเกิดอะไรขึ้นฟะ ทำไมพวกเราถึงได้คุยดีกับเจ้าลิงนั่นแบบนั้น”

 

“ เอ๊-ก็คุยกันอย่างนี้มานานแล้วนี่” คามาโมโตะทำสีหน้างุนงง

 

“ ฉันความจำเสื่อมนะเฟ้ยเพราะงั้นเล่ามาสิว่าทำไม ”  ว่าแต่มันคุยกันดีๆอย่างนี้นานแล้วเหรอเนี่ย

 

“ อ้อ จริงด้วยสิ”  คามาโมโตะทำหน้าเหมือนพึ่งนึกได้  “ คือมันเริ่มจากคุซานางิซังบอกให้พวกเราคุยกับซารุดีๆเพราะตอนนี้ไม่ใช่ศัตรูแล้วแต่เป็นคนรักของยาตะซัง ”

 

“ ไม่ใช่คนรักโว๊ยยยยย 

 

ทุกสายตาพร้อมกันหันมาที่ต้นเสียง  ยาตะรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่มองเสียดแทงมาไม่ต้องหันกลับไปมองเขาก็รู้ว่าเจ้าของสายตาคู่นั้นคงไม่พ้นคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักแน่นอน

 

คนที่จัดการเคลียร์สถานการณ์นี้ให้ก็คือคุซานางิ

 

 คุซานางิสั่งให้พวกบันโดแกะอาหารและเครื่องดื่มได้  ตอนนั้นเองที่มรสุมการแย่งชิงของกินก็เริ่มขึ้น เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเวลาตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายกว่าแล้วและเจ้าพวกนี้ทุกคนก็รอการปรากฏตัวของยาตะอยู่จึงยังไม่ได้ทานอะไรเลย  ยาตะซึ่งไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่ตอนสายก็เข้าไปร่วมสงครามนั้นด้วย

 

 

“คามาโมโตะซังเอาไปเยอะเกินแล้วนะ ” เสียงโหวกเหวกของใครสักคนดังขึ้น เจ้าคามาโมโตะถืออาหารไว้ในมือจำนวนมากและกำลังกินอย่างรวดเร็วด้วย

 

“ เฮ้ๆๆ พวกเธออย่าทำบาร์ฉันเสียหายนะ ” เจ้าของบาร์พูดดักไว้ด้วยเสียงดุๆ

 

ถึงผ่านมาหกปีและทุกคนโตขึ้นตามวัยแต่บางสิ่งบางอย่างไม่ได้เปลี่ยน ทุกสิ่งนี้ทำให้ยาตะนึกถึงบรรยากาศเก่าๆที่คุ้นเคยแต่มันคงจะดีไม่น้อยถ้าโฮมระในวันนี้จะมีครบทุกคนเช่นในอดีต

 

 

…………………………………..

 

เมื่อมองนาฬิกาอีกครั้งยาตะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตนจะอยู่ที่บาร์มาหลายชั่วโมงแล้ว ตอนนี้เขากำลังสนุก สนุกมากที่ได้คุยกับพวกคามาโมโตะ พวกนั้นเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังมากมายส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นวีรกรรมต่างๆที่ทำไว้ ยาตะนึกออกบ้างไม่ออกบ้าง

 

แล้วก็มาถึงหัวข้อเด็ดที่ยาตะไม่เคยคาดคิดมาก่อน

 

“ อะไรนะ  ! นี่แกมีแฟนแล้วเหรอ    ยาตะหันไปมองคามาโมโตะ  “ มีรูปไหม ขอดูหน่อยเด๊ะว้าว สวยนี่หว่า ” คามาโมโตะหน้าแดงพยายามลูบหัวตัวเองแก้เขิน

 

“ น่าอิจฉาคามาโมโตะซัง ผมเองก็อยากมีแฟนน่ารักๆ” บันโดยังพูดไม่ทันจบก็โดนข้อศอกของอาคากิที่นั่งข้างๆกระแทกที่สีข้างเข้าให้  อาคากิยังคงยิ้มแย้มแต่บันโดกลับหน้าซีดเผือด

 

ยาตะมองการกระทำนั้นอย่างไม่เข้าใจ

 

“ ฉันเองก็อยากมีแฟนน่ารักๆนะ” ยาตะพึมพำขณะมองรูปแฟนของคามาโมโตะ

 

เงียบ----------------------------เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ

 

“ เอ่อ ยาตะซังนั่นแฟนผมนะ ”  คามาโมโตะว่าพลางดึงรูปกลับอย่างรีบร้อน  “ อีกอย่างยาตะซังแต่งงานแล้วไม่ใช่

เหรอ”

 

                ขุดหลุมฝังตัวเอง !!!

 

                “ แถมสามี (ไม่ใช่สามี//ยาตะโวยวาย) ยังนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ใช่เหรอ ” อีริคที่เข้ามาตอนไหนไม่รู้ทักขึ้นพร้อมชี้ไปที่มุมหนึ่งของบาร์

 

มุมที่ฟุชิมินั่งอยู่

 

มันเหมือนกับเดจาวูเพราะยาตะจำได้อย่างดีว่าเมื่อก่อนตอนที่ยังอยู่โฮมระด้วยกันฟุชิมิก็มักจะแยกตัวไปนั่งมุมนั้น ดูราวกับว่าเป็นโลกส่วนตัวที่แยกออกไป

 

ยาตะจำได้ว่าฟุชิมิเคยบอกว่าตนไม่ใช่โฮมระและตอนนี้ก็ยังคงคิดเช่นนั้นอยู่

 

คุซานางิซังกับแอนนาเข้าไปคุยกับเจ้านั่นแต่เพียงไม่นานก็ออกไปตอนนี้ฟุชิมิจึงกลับมานั่งคนเดียวอีกครั้ง

 

ยาตะลุกขึ้นโดยไม่รู้ตัวแต่พอเดินเข้าไปใกล้บาร์ก็หักเลี้ยวกะทันหันไปนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์แทน เขาได้ยินเสียงเจ้าฝรั่งนั่นพึมพำบางอย่างว่า “ Coward ” ยาตะไม่รู้หรอกว่ามันแปลว่าอะไรแต่ที่แน่ๆคือด่าเขาแน่นอน

 

คุซานางิที่กำลังเช็ดล้างแก้วอยู่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เขาก้าวมาหยุดหน้าร่างเล็กแล้วเท้าแขนกับบาร์เพื่อคุยด้วย “ ซารุยังไม่ได้เล่าเรื่องในอดีตหรือไง ”  ยาตะส่ายหน้า

 

คุซานางิหัวเราะแห้งๆ “ น่าสงสารนะทั้งๆที่เป็นคนคิดเรื่องพาเธอมาที่บาร์แท้ๆ 

 

“ ห๊ะ ” ยาตะอุทานอย่างไม่เข้าใจ

 

“ ก็เขาโทรมาบอกฉันเมื่อวานตอนกลางคืนน่ะสิว่าวันนี้จะพายาตะจังมาที่บาร์สักหน่อยเพราะคิดว่ามันคงจะดีกับเธอ ” คุซานางิยิ้มเมื่อเห็นท่าทีไม่เชื่อผสมกับประหลาดใจของร่างเล็ก  “ แล้วทีนี้เมื่อเช้าฉันโทรไปว่าจะจัดงานเลี้ยงให้เธอแต่ยังเตรียมไม่เสร็จเขาก็อารมรืเสียพอดูเลย คงจะรำคาญล่ะมั้งแต่พอฉันจะยกเลิกก็ดันไม่ยอมแทน”

 

ยาตะนึกถึงโทรศัพท์ที่โทรมาเมื่อเช้านี้

 

“ งั้นคนที่โทรมาช่วยไม่ใช่ โทรมาตอนเที่ยงๆอีกครั้งก็คือคุซานางิซังเหรอ ”

 

คุซานางิพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่าใช่  “ ฉันโทรไปบอกว่าจัดงานแล้วก็นัดเจ้าพวกนี้ (มองไปรอบๆห้อง) มาแล้วน่ะ ”

 

ยาตะมองหน้าคุซานางิสลับกับมองไปทางฟุชิมิ

 

“ เขาบอกเธอว่าฉันเป็นคนนัดใช่ไหมล่ะ ”  เอ่ยอย่างรู้ทัน ยาตะพยักหน้ายอมรับไอ้ลิงสุดซึนเอ๊ย!!!

 

“ ดูเหมือนว่าซารุจะกินน้อยจังนะ” พูดแนะเป็นนัยๆแล้วหยุดไว้

 

“ แล้ว?”

 

“แล้วไม่ทำตัวเป็นคนรักที่ดีหน่อยล่ะ”

 

“ ไมใช่คนรัก”

 

“เป็นคู่แต่งงาน”

 

เถียงไม่ออก  ยาตะหลบฉากออกมาแล้วยอมเดินไปที่โต๊ะอาหารโดยดีก่อนจะตักแล้วเดินวนรอบๆบาร์อย่างลังเลหลายรอบ

 

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหา แต่ไม่ใช่เพื่อมันหรอกนะแต่เพราะทนสายตารอบข้างที่จ้องไม่ได้เข้าใจมะ!

 

ฟุชิมิทำหน้างงเมื่อเห็นจานอาหารจากคนที่ไม่คาดฝันว่าจะตักมาให้แถมยังนั่งลงข้างๆอย่างแรงอีก “ ไม่ได้ตักผักมาให้เพราะฉะนั้นกินได้ ”  บอกโดยไม่มองหน้าแต่ใบหูน่ะแดงก่ำจนสังเกตเห็นได้

 

“ คงไม่ได้ใส่ยาพิษใช่ไหม ”  ฟุชิมิใช้ส้อมเขี่ยอาหารในจานอย่างละเอียด

 

“ ไม่ได้ใส่เฟ้ย ” หันหน้ามาว่าแล้วก็สะบัดกลับ

 

ฟุชิมิเหลือบมองยาตะแล้วพูดอย่างรู้ทัน “ เดาว่า คุซานางิซังคงบอกนายว่าฉันเป็นคนพูดเรื่องพานายมาบาร์เอง แล้วนายก็โดนแนะให้มาพูดอะไรกับฉันใช่ไหม ”

 

ยาตะเบ้ปาก ทำไมคนถึงชอบรู้ทันเขาตลอดนะ

 

“ ฉันจะบอกแกว่าเอ่ออ่า”  ยาตะคิดหนักเขาพยายามจะหาคำพูดดีๆเท่าที่จะคิดได้เพื่อเริ่มบทสนทนาแต่สุดท้ายแล้วก็ว่าพูดตรงๆนั่นแหละดีที่สุด

 

“ ฉันจะพูดแค่ครั้งนี้เท่านั้นนะเฟ้ยเพราะงั้นฟังดีๆ ฉัน(เหล่มองพวกรอบๆที่ทำเป็นไม่สนใจแต่ดันหูผึ่งกันใหญ่  ) พวกนายไปกินกันทางนู้นไป๊ ” ยาตะขับไล่ เกิดเสียงโห่ฮู่วขึ้นอย่างเสียดายแต่ก็ยอมขยับไปโดยดี  “ ฟังนะ..ฉันขอโทษแกสำหรับเรื่องเมื่อวานเอ่อวันนี้ด้วย  แล้วก็ ขอบใจสำหรับวันนี้ เข้าใจ๊ แค่ครั้งนี้นะเฟ้ยไม่มีครั้งอื่น ”

 

“ อ่า-มิซากิ ฉันนึกว่านายจะรู้จักขอโทษที่ดีกว่านี้ซะอีกแต่เอาเถอะคงได้แค่นี้แหละสำหรับมิซากิ” 

 

พึ่งจะขอโทษไปแต่ยาตะเริ่มรู้สึกว่าอยากจะชกหน้ามันอีกแล้วสิ แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำตามที่คิดจิโตเซะก็โผล่เข้ามาคั่นในสภาพแปลกๆ

 

“ นายเมาเหรอไงฟะ ” ยาตะว่าและแก้วเหล้าในมือก็เป็นหลักฐานอย่างดี

 

“ น่าๆๆ ยาตะซัง นานๆที วันนี้ต้องฉลองให้คุณนะ เอาเลยๆ”  จิโตเซะยื่นแก้วในมือให้  เดวะที่เห็นสภาพเพื่อนแล้วก็เข้ามาพยายามดึงออกไป

 

“ เราอายุไม่ถึงไม่ใช่เหรอ ”  ยาตะบอกพร้อมส่งแก้วเหล้าคืนให้

 

“ อะไร คุณอายุ 25 แล้วไม่ใช่เหรอ อย่าทำตัวเป็นเด็กๆเลยน่า”  เดวะพยายามลากตัวเจ้าคนเมาไม่รู้เรื่องออกไป ส่วนยาตะนั้นพึ่งจะนึกออกว่าตนไม่ใช่อายุ 19 แล้วนี่นะถ้าลองคงจะไม่เป็นไรหรอกมั้ง  เขาลองจิบดูแต่เมื่อสัมผัสกับรสขมเขาก็วางลงทันที

 

ฟุชิมิหัวเราะกับท่าทางนั้น  จากนั้นก็เหยียดยิ้มดูถูกตามนิสัย “ มิซากิคุงยังเด็กจริงๆนั่นแหละ แค่เหล้าก็ไม่สามารถกินได้ ”

 

เมื่อถูกดูถูกเข้าอย่างนี้มีเหรอที่คนอย่างยาตะ มิซากิจะยอมเขาคว้าแก้วนั้นขึ้นมาแล้วดื่มรวดเดียวหมด  รสชาติขมที่ผ่านลำคอทำให้รู้สึกแย่จนอยากอ้วกแต่เพราะทิฐิที่มีจึงได้กลืนมันจนหมด เขาวางแก้วบนโต๊ะอย่างแรงแล้วมองที่คนดูถูกตนเป็นเชิงบอกว่า เป็นไงล่ะ

 

การกระทำนั้นเรียกเสียงฮือฮาได้จากรอบๆอย่างดีทีนี้พวกโฮมระคนอื่นๆก็นึกสนุกจึงต่างยกแก้วเหล้าเติมให้ยาตะ ใจจริงยาตะอยากจะปฏิเสธแต่ฟุชิมิดันดูถูกเขาซ้ำอีกด้วยเรื่องเดิมเขาจึงตัดสินใจกินเหล้าที่ส่งมาให้ไปหลายแก้ว โดยไม่รู้สักนิดว่าเป็นการฆาตกรรมตัวเองเสียแล้ว………………..

 

 

…………………………………..

 

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นอย่างต่อเนื่องสร้างความรำคาญให้อย่างมากมาย มือเล็กโผล่ออกมาจากผ้าห่มแล้วคว้าเปะปะตามความเคยชินแม้ว่าจะความจำเสื่อมก็ตาม  เขาพยายามกดนาฬิกาที่โต๊ะข้างหัวเตียงแต่มันยังคงดังอยู่ในที่สุดมือเล็กก็คว้านาฬิกาได้และโยนมันทิ้งพื้นด้วยความรำคาญ

 

“ อ่ามิซากิ ฉันบอกหลายครั้งแล้วว่าอย่าโยนนาฬิกาปลุก นั่นอันที่ห้าแล้วนะ”  เสียงทุ้มคุ้นๆดังขึ้นข้างหูก่อนที่แขนเรียวจะเอื้อมข้ามตัวไปเพื่อหยิบเศษซากที่ครั้งหนึ่งเคยนาฬิกาที่พื้น แต่เพราะระยะห่างที่มากร่างสูงกว่าจึงทิ้งตัวลงบนร่างเล็กที่ขวางอยู่แล้วเอื้อมแขนออกไป

 

จะเพราะน้ำหนักที่กดบนตัวหรืออะไรก็ตามร่างเล็กใต้ผ้าห่มจึงเริ่มรู้สึกตัว ร่างนั้นพลิกไปมาก่อนจะโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่มและสิ่งแรกที่เห็นเมื่อลืมตาก็คือใบหน้าของฟุชิมิในระยะใกล้

 

ทีนี้เลยตื่นเต็มตาพร้อมลุกพรวดขึ้นมา แต่แล้วก็ต้องทรุดลงเมื่อรู้สึกเจ็บที่เอวขึ้นมา ยาตะขยี้ตามองรอบๆตัวว่าเกิดอะไรขึ้น

 

รอบๆตัวตอนนี้บอกได้เลยว่าเขาอยู่ที่ห้องนอนที่คอนโดของเขา(หรือจริงๆของฟุชิมิ)  แต่นั่นไม่แย่เท่าเมื่อก้มลงมองสำรวจตัวเองก็พบว่าอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ! พอขยับก็รู้สึกปวดที่เอว ตัวก็เหนียวๆ ยิ่งลูบตามตัวก็พบว่าที่หัวไหล่มีรอยกัด ! และแย่กว่าคือเจ้าคนที่นอนอยู่ข้างๆคือฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ!! แถมยังอยู่ในสภาพเปลือยเหมือนกันอีก!!!

 

ยาตะอ้าปากค้าง รู้สึกว่าเลือดค่อยๆขึ้นมากองที่หน้า เขา แล้วตามมาด้วยการร้องเสียงดัง

 

“ นายจะปลุกคนทั้งคอนโดเหรอไง ” เจ้าคู่กรณีพูดอย่างเฉยเมยราวกับเป็นเรื่องธรรมดาพลางเสยผมที่ลงมาปิดหน้า

 

“ นี่มันเกิดอะไรขึ้นฟะ!ทำไมฉันมาอยู่ในสภาพนี้ได้แถมยังอยู่กับ…!   ยาตะเข้าหาเรื่องคู่กรณีอย่างเร็ว อาการปวดหัวจี๊ดๆจึงเข้าจู่โจมทันที

 

  เอ้าๆรีบขยับอย่างนั้นเดี๋ยวหัวก็ระเบิดหรอก”  ฟุชิมิว่าพลางจับให้ยาตะนอนลงแต่ร่างเล็กสะบัดออก

 

“ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ฟะ ! ” ยาตะพึมพำกุมหัวที่จะระเบิดแน่น 

 

“ อย่าโวยวายน่ามิซากิยังไงก็ไม่ใช่ครั้งแรกของเราสักหน่อย ”  ฟุชิมิบอกด้วยน้ำเสียงติดรำคาญแต่นั่นทำให้ร่างเล็กยิ่งโวยวาย “ไม่ใช่ ครั้งแรกอะไรของแก! เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

 

“ เฮ้อ ลืมไปว่ามิซากิผู้น่าสงสารตอนอายุ 19 ไม่เคยแอ้มสาวๆและยังเวอร์จิ้นอยู่นี่นะ  ” ยาตะหน้าแดงกับคำพูดนั้น เขาถลาเข้าไปจะชกอีกฝ่ายแต่อาการเจ็บที่เอวทำให้ทรุดก่อนไปถึง

 

ถึงแม้ความทรงจำในช่วง 19 ปีจะยังเป็นช่วงเวอร์จิ้นก็เถอะแต่ยาตะก็ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดไม่รู้อาการที่เกิดกับตนตอนนี้

 

อาการปวดหัวจี๊ดๆนี่คงเป็นเพราะเหล้าที่ดื่มเมื่อวานและคงรวมถึงการจำอะไรไม่ด้วย

 

แต่การเจ็บเอวบวกกับรู้สึกเหนียวๆตัวนี่สิ

 

“ ไอ้ลิงทุเรศ ! ลิงฉวยโอกาส!  ฟุชิมิดูการคร่ำครวญตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย ร่างสูงคว้าคางของยาตะไว้แล้วเชิดขึ้นให้สบตากับตน

 

“ ฟังนะ มิซากิ ฉันจะช่วยพูดอะไรให้นายรู้สึกดีขึ้นละกันนะ อย่างแรกที่ฉันย้ำตลอด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของนายและของฉันและของเราเพราะงั้นเลิกทำเป็นสาวน้อยเวอร์จิ้นเสียที ” ฟุชิมิยิ้มเย็นๆแต่แทบจะแช่แข็งเลือดในกายคนฟังได้

 

“ สอง คนที่เริ่มก่อนคือนาย ”  ว่าไงนะ! ไอ้เริ่มก่อนนี่มันยังไงฟะ

 

“ สาม นายทำฉันจนเหนื่อยเลยรู้ไหมเมื่อคืนน่ะ ”  อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ทุกข้อที่มันพูดมาทำให้รู้สึกดีขึ้นทั้งนั้น

 

“ สี่ ฉันต้องไปทำงานแล้วขอให้โชคดีนึกเรื่องเมื่อคืนออกนะ ที่-รัก” ฟุชิมิเบี่ยงตัวหลบหมัดเล็กๆแล้วทำท่าจะลงจากเตียง ยาตะลนลานเมื่อเห็นอย่างนั้นแต่โชคดี (?) ที่ฟุชิมิไม่ได้เปลือยท่อนล่างด้วย ร่างสูงนั้นใส่กางเกงขายาวอยู่ แต่ก็ทำให้รู้สึกดีไม่นาน พอเจ้าตัวก่อเรื่องออกไปร่างเล็กก็กุมหัวพยายามบีบเพื่อนึกเรื่องเมื่อคืนให้ออก

 

ความจำสุดท้ายก็คือเขาดื่มเหล้าที่บาร์จำนวนมากแล้วจากนั้นเขาก็จำไม่ได้อีก จำได้ลางๆว่าเหมือนจะอาละวาดอะไรไปด้วย

 

แล้วไอ้ที่บอกว่าเขาเริ่มก่อนนี่มันอะไรฟะ

 

ตามด้วยเล่นเอาจนเหนื่อยอีก

 

เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ฟะ !!!

 

ยาตะไม่รู้ว่านั่งคิดอยู่นานเท่าไร รู้สึกอีกทีก็ตอนที่ฟุชิมิเดินเอายาแก้ปวดหัวกับน้ำเข้ามาให้ เขามองยาในมืออย่างหวาดระแวงราวกับกลัวว่าเป็นยาพิษ

 

“ ไม่ใช่ยาพิษ เป็นแค่ยาแก้เมาเท่านั้นแหละ นายมันคออ่อนนี่”

 

ยาตะรับมาแล้วกินเข้าไปหวังจะให้คลายอาการปวดหัวบ้างแล้วก็สะดุดกับคำบางคำ

 

“ คออ่อน แกบอกว่าฉันคออ่อนอย่าบอกฉันนะว่าแกรู้อยู่แล้วว่าฉันคออ่อนแต่ก็ยังให้กินเหล้าอีก ”

ฟุชิมิยักไหล่  ไม่ปฎิเสธ 

 

คนป่วยตะโกนด่าตามหลังคนที่เดินออกไปเสียงดัง ….ยาตะไม่เคยรู้สึกเกลียดเจ้าลิงวันไหนเท่าวันนี้เลย

 

……………………………………….

 

 

พึ่งรู้สึกตัวว่าทุกตอนไม่ว่าจะดราม่าหรือหวานสุดท้ายก็ต้องมีฮาตลอดไม่รู้ทำไม

 

ตอนนี้ขออย่างยาว =  =

 

แล้วคงหายไปหลายวัน

 

ปล.รู้สึกว่าเหมือนคนแต่งเขาจงใจให้คนในโฮมระนี่มีคู่กัน(เกือบ)ครบเลยนะเนี่ย จิ้นได้มากมายอ่ะแต่เด็ดสุดก็ต้องคู่ซารุมิแหละ ได้ข้ามกลุ่มฮ่าๆๆๆๆๆ ส่วนมิโกโตะนี่มีให้เลือเยอะแยะทั้งนอกกลุ่มในกลุ่มเลือกไม่ถูกเลยล่ะ ^ ^

 

Next>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

.

.

.

.

.

ไม่มีตัวอย่างตอนต่อไปน๊ะจ๊ะแต่เอาชื่อตอนไปละกัน

.

.

 

Next>>>>>>Special Chapter 7.5  What Happened on Last Night…?

 

*ว่าแต่ 7.5   เลขโรมันนี่เขียนยังไงเนี่ย = = ^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #377 aong009 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 21:39
    อยากอ่าน NC อ้ะ ไรท์T_______T
    #377
    0
  2. #374 solasystem (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 17:49
    7.5 โรมัน
        v
        v
        v
    VII.V // V=5, I=1
    #374
    0
  3. #359 aisouno (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 22:09
    *เอายาฆ่าแมลงฉีด* มดขึ้นคอมเลย
    #359
    0
  4. #297 123rabbit123 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 17:20
    มดเต็มหน้คอมเเล้วววววว  อ๊ากกกกกกกกกก
    #297
    0
  5. #190 killer_of_derk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 / 01:24
    ตอนนี้รู้สึกสะใจมาก นานๆทีซารุจะแพ้บ้าง หวานมากๆๆๆๆๆๆๆ
    #190
    0
  6. #93 omsinzaza (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 01:41
    เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นนน กรี๊ดดดดดดด ฟินนนนนนน
    #93
    0
  7. #89 silvermoon123 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มกราคม 2556 / 17:33
    NC อยู่หนายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย//แดดิ้น
    #89
    0
  8. #74 CK01 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 20:11
    รีบมาต่อไวๆนะคะ อ๊ากกกกกกก

    อยากรู้ตอนต่อไปจะแย่แว้ววว ขอบคุณสำหรับตอนนี้ค่ะ สนุกมากไม่ผิดหวังเลย >//////
    #74
    0
  9. #73 talatoon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 19:48
    อ้าย...ฟินไปเข้าค่ายมาทำซะหายเหนื่อยเลย..//ซับเลือด รอตอนต่อไปนะคะ
    #73
    0
  10. #71 Sou (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 18:02
    จริงๆแล้วจิ้นตั้งแต่ตอนที่อยู่ในรถแล้วล่ะค่ะ แล้วที่บอกว่าทำจนเหนื่อยนี่มันอะไรกันค้าาาอยากรู้จริงๆว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น-..-
    #71
    0