----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 14 : Amnesia (VI)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    12 ม.ค. 56

 

VI

 

The Two Moments in the One Cemetery

 

 

                แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านหน้าต่างฝั่งระเบียงเข้ามากระทบใบหน้าของร่างที่นอนอยู่บนโซฟา  ยาตะครางอืออาพลิกตัวเพื่อหลบแสงนั้น

 

                พรึ่บบบบ

 

                ผ้าม่านสีครีมซึ่งเป็นปราการเพียงอย่างเดียวถูกดึงเปิดทำให้แสงเข้ามาไล่ความมืดในห้องจนหมด ร่างเล็กครางอย่างไม่พอใจพร้อมดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังหน้าแต่ก็ได้ไม่นาน ผู้ที่เปิดผ้าม่านเดินเข้ามาดึงผ้าห่มออกจากตัวเกิดการสู้รบขึ้นเมื่อร่างที่นอนพยายามจะยึดผ้าห่มและหมอนไว้ขณะที่อีกฝั่งก็พยายามดึงออก

 

                ถึงแม้ยาตะจะมีรูปร่างเล็กแต่แรงไม่ใช่น้อยๆจึงสามารถยึดผ้าห่มได้อย่างเหนียวแน่นและคงจะชนะในศึกนี้ถ้า

 

โครม !

 

ฟุชิมิกระชากแขนยาตะอย่างแรงจนร่างเล็กผู้น่าสงสาร(?)ถูกดึงลงมาตกบนพรมที่พื้น

 

“ ทำบ้าอะไรวะ ! ” ผู้ที่ถูกทำให้ตื่นเต็มตาโวยวาย

 

“ตื่นได้แล้วมันสายแล้ว”

 

“สาย?  ยาตะลูบแขนตัวเองที่ถูกกระชากป้อยๆแล้วมองนาฬิกาดิจิตอลที่แขวนไว้บนกำแพง

 

10.25 . …………………………………10.25!!!? นี่นะสาย ! สำหรับเขามันยังเช้ามาก !

 

ยาตะคว้าหมอนที่หล่นมาพร้อมกับตนแล้วขว้างมันใส่ผู้ที่ปลุกเขาจากการนอนหลับ “ไอ้ลิงบ้า ! นี่คือสายบ้านแกเหรอ ”

 

ฟุชิมิคว้าหมอนไว้อย่างง่ายดาย “ ฉันให้นายสิบนาที ลุกขึ้นไปอาบน้ำไม่งั้นฉันจะเป็นคนพาไปอาบเอง”

 

ไม่ต้องรอให้พูดจบยาตะก็ลุกขึ้นแล้วเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็วแต่ก็ไม่วายตะโกนด่าออกมาไม่หยุด

………………………………………….

 

 

“ นี่แกจะพาฉันไปไหนกันแน่ฟะ ”  ยาตะเอ่ยขึ้นอย่างเหลืออด เขาคอยถามคำถามนี้มาตั้งแต่อาบน้ำเสร็จจนกินข้าวแล้วตอนนี้ลงมาที่รถคนถูกถามก็ยังไม่ยอมตอบสักที  “ ว่าไงฟะ จะพาฉันไปไหนกันแน่ เน่ ซารุๆ ไอ้ลิงบ้า ตอบสิฟะ ”

 

“ หนวกหูจริงๆ ”  ฟุชิมิบ่นอย่างเหลืออดพลางสตาร์ทรถ  “ บาร์โฮมระ ” พูดอย่างรำคาญ

 

ยาตะอ้าปากค้างเมื่อได้ยิน นี่เขาหูฝาดไปใช่ไหม คนอย่างฟุชิมิ   ซารุฮิโกะเนี่ยนะบอกว่าจะไปบาร์โฮมระ สถานที่ที่ตนตัดสินใจทรยศ หักหลังและจากไป แถมเมื่อวานนี้การสนทนายังจบลงแบบที่พวกเขาทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่เหรอแล้วจู่ๆก็ใจดีบอกจะพาไปบาร์โฮมระ  นี่มันไม่ได้วางแผนจะเอาเขาไปฆ่าแล้วโยนทิ้งน้ำที่ไหนใช่ไหม

 

“ อย่าคิดว่าฉันใจดีเชียว”  ฟุชิมิพูดอย่างรู้ทัน  “คุซานางิซังโทรมาตั้งแต่เช้าบอกให้พานายไปที่บาร์ ฉันแค่รำคาญ เลยต้องรับปากว่าจะพาไป  ไม่ได้อยากจะไปเหยียบที่นั่นแม้แต่นิดเดียว ”

 

“แก๊--- 

 

“ ชกคนขับรถเดี๋ยวก็ได้ไปนรกแทนหรอก ” 

 

ยาตะชะงัก  ทำไมเขาถึงเอาชนะเหตุผลของหมอนี่ไม่ได้นะ โอ๊ยยยยยยยยย อยากชกใบหน้ากวนประสาทนั่นจริงๆ ถ้าใช้กำลังไม่ได้ก็ใช้การด่ามันแทนละกัน  แล้วคำบ่นด่าว่าสารพัดก็ลอยตามมาไม่หยุด

 

“ ชิ หนวกหูจริง”  คนที่ถูกด่าบ่นอุบแล้วหยิบหูฟังขึ้นมาสวมหลีกเลี่ยงอย่างชาญฉลาด

 

………………………………………………….

 

 

ครับ…………..ครับ …………………………….ชิ    

 

หลังจากรับสายโทรศัพท์ที่ดังไม่หยุด  ฟุชิมิก็ทำเสียงในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ตลอดการสนทนานั้นก่อนจะวางโทรศัพท์แบบไม่เบานักไว้ในช่องข้างคนขับ เมื่อคุยจบ

 

“ เป็นอะไร ?  ” ถามออกไปด้วยความสงสัยแต่ฟุชิมิไม่ตอบ  เขาตัดสินใจวนรถกลับ

 

“ เฮ้ๆๆๆ นั่นแกจะขับไปไหนน่ะ ”

 

“ เงียบๆน่าฉันพาไปบาร์แน่ๆแต่ตอนนี้ฉันต้องพานายไปที่หนึ่งก่อน” ฟุชิมิว่าแล้วขับรถต่ออย่างไม่สนใจ

 

ยาตะมองอย่างไม่เข้าใจ หวังว่ามันคงไม่พาเขาไปแปลกๆนะ

 

…………………………………………………

 

 

สุสาน X ’

 

นั่นคือป้ายหน้าสถานที่ที่รถมาหยุด ยาตะขมวดคิ้ว  เขารู้จักที่นี่แน่ๆ ความรู้สึกมันบอกเช่นนั้นและจากการที่ฟุชิมิพาเขามาที่นี่ในเวลานี้นั่นหมายความว่าต้องสำคัญน่าดูและคนสำคัญที่ยาตะจำได้ว่าจากไปแล้วก็มีอยู่เพียงไม่กี่คน

 

มิโกโตะซัง กับ โทสึกะซัง…..

 

“ ที่นี่ฉันจำได้ ” ยาตะก้าวลงจากรถแล้วมองรอบๆราวกับจะรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตที่หลงลืมไป

 

ใช่ที่นี่เป็นที่ที่ฝังมิโกโตะซังและโทสึกะซัง

 

น้ำตาพลันเอ่อขึ้นมาในดวงตาแต่ยังไม่ทันได้ปาดออกหรือทำอะไร เสื้อโค้ทที่ลืมไว้ในรถก็ถูกคลุมลงมาบนศีรษะซะงั้นและแน่นอนว่าคนที่ทำอย่างนี้มีแค่คนเดียว

 

อากาศช่วงเช้าที่นี่มันหนาว ยาตะได้ยินว่าอย่างนั้นตอนเสื้อถูกคลุมลงมาเมื่อเอาสิ่งที่บังออกก็พบว่าฟุชิมิเดินนำหน้าไปแล้ว ยาตะเดินตามแต่จะเพราะความสูงที่ต่างกันเลยทำให้ระยะก้าวต่างกันหรืออะไรก็ตามเขาจึงก้าวตามฟุชิมิไม่ทัน

 

ฟุชิมิหยุดยืนหน้าหลุมศพหนึ่งในที่สุด

 

ยาตะหยุดอยู่กับที่เขาเคยเห็นฉากแบบนี้ไม่สิคล้ายๆแบบนี้มาก่อนนึกให้ออกสิ นึกให้ออก

 

พลันภาพซ้อนหนึ่งก็แทรกเข้ามาภาพนั้นเป็นภาพฟุชิมิยืนอยู่หน้าหลุมศพอย่างนี้ แต่นั่นไม่ใช่ฟุชิมิตอนนี้เป็นฟุชิมิเมื่อหกปีก่อน

 

 

……………………………………………..

 

 

วันนั้นผ่านมาหกปีแล้ว

 

และวันนั้นเป็นอีกวันที่ยาตะไปที่หลุมศพของคนที่เขาเคารพรักสองคนแต่ตอนที่เขาไปถึงกลับพบว่าหน้าหลุมศพมีคนยืนอยู่ก่อนแล้ว

 

คนคนนั้นไม่ใช่พวกโฮมระหรือต้องบอกว่าเคยเป็น

 

คนคนนั้นคือคนที่มากวนประสาทและพูดบางอย่างแปลกๆกับเขาที่บาร์เมื่อไม่นาน

 

คนคนนั้นคือฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ

 

ยาตะหยุดอยู่กับที่ ตอนแรกเขานึกจะเข้าไปฟาดกับอีกฝ่ายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาแต่ครั้งนี้ต่างออกไป  ฟุชิมิตรงตรงหน้าต่างจากทุกครั้งที่เจอกัน

 

และที่ไม่คาดคิดกว่าก็คือฟุชิมิกำลังร้องไห้ ?!

 

ยาตะนึกว่าตนตาฝาดจึงขยี้ตาแรงๆหลายครั้งแต่ทุกครั้งที่ลืมตาขึ้นมาภาพตรงหน้าก็ไม่เปลี่ยน

 

ฟุชิมิ  ซารุฮิโกะคนนั้นกำลังร้องไห้จริงๆ ?!!!

 

นี่คงเป็นสิ่งที่ประหลาดที่สุดที่ยาตะเคยเห็นตั้งแต่เกิดมา

 

ไม่คิดว่ามันเป็นการเสียมารยาทเหรอไงที่แอบมองคนอื่นน่ะมิซากิ เสียงเรียบๆนั่นเรียกสติยาตะให้กลับมา ฟุชิมิกำลังมองมาที่เขา แต่ตอนนี้ไม่มีน้ำตาแล้ว

 

ยาตะที่พึ่งได้สติเดินเข้าไปใกล้หลุมศพและฟุชิมิ

 

แปลกใจที่คนอย่างนายไม่โวยวายหรือถามว่าฉันมาทำไม  ฟุชิมิพูดด้วยน้ำเสียงยียวน

 

ฉันไม่อยากถามเพราะอยากเข้าใจว่าแกมาที่นี่เพราะแกยังรักและเคารพในตัวมิโกโตะซังและโทสึกะซัง

 

อยากจะอ้วกนายพูดสิ่งที่ไม่สมเป็นนายเลย น่าเบื่อจริงๆฟุชิมิพึมพำ ฉันมาที่นี่เพราะต้องการดูสภาพน่าสมเพชของคนที่เคยเป็นราชาต่างหาก

 

แกต่างหากที่พูดสิ่งที่ไม่สมเป็นแก  มันยากนักหรือไงที่จะพูดความจริงซะบ้าง  ยาตะมองหน้าฟุชิมิ

 

ฉันเกลียดความจริงเพราะความจริงมักจะไม่เป็นไปตามที่คิด หลังจากเงียบไปนานฟุชิมิก็พูดออกมาแต่ไม่ยอมมองหน้ายาตะตรงๆ

 

เขาพยายามมองดวงตาใต้กรอบแว่น  ดวงตาของฟุชิมิแดงก่ำหมอนี่ร้องไห้จริงๆสินะ

 

วันนี้ฉันรู้สึกเบื่อเกินกว่าจะเล่นกับนาย ฟุชิมิหรี่ตามองข้อมือเล็กที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลบาดแผลที่เกิดจากฝีมือเขาเอง แต่ครั้งหน้าอย่าลืมสิ่งที่ฉันเคยพูดล่ะ

 

….หนีไปให้ไกลเท่าที่จะทำได้ ไม่งั้นฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีกมิซากิ ….

 

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วเดินออกไปยาตะมองตามจนร่างสูงเดินหายไปจากระยะสายตา

 

……………………………………………..

 

 

….มิซากิ  มิซากิ !” เสียงเรียกเดิมอันคุ้นเคยช่วยดึงสติให้กลับมาแต่ต่างกันที่ครั้งนี้เป็นเวลาปัจจุบัน

 

เมื่อกี้มันเป็นเรื่องในอดีตที่เขาลืมไปเหรอ

 

ทั้งๆที่เป็นคนเดียวกัน  สถานที่เดียวกันแต่เวลาต่างความรู้สึกก็ต่างไปด้วย  ยาตะอธิบายความรู้สึกนั้นไม่ถูก ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เปลี่ยนไปนี่เกิดจากตัวเขาเองหรือเกิดจากฟุชิมิ

 

ฟุชิมิเรียกชื่อเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ยาตะเดินเข้าไปหาผู้ที่เรียก

 

ดวงตาหลังกรอบแว่นที่ลอบสังเกตไม่บ่งบอกอารมณ์ไม่ได้ร้องไห้ใช่ไหม

 

โดยไม่รู้ตัวสักนิดยาตะยกมือขึ้นแตะหน้าของฟุชิมิ

 

“ ทำอะไร ”  หลังจากหายตกใจผู้ถูกแตะต้องก็ถามเหตุผล เหมือนยาตะจะพึ่งรู้สึกตัว ร่างเล็กรีบถอนมือออกแทบไม่ทันแถมยังโบกมือเป็นพัลวันเพื่อกลบเกลื่อน

 

“ เปล๊า ! ไม่ได้ทำอะไรนี่ ” ปฏิเสธรัวๆพร้อมหันหน้าหนีสายตาสงสัยของอีกฝ่าย

 

นี่เราทำอะไรลงไปฟะกล้าแตะตัวเจ้าลิงน่ารังเกียจได้ยังไง จะติดเชื้อบ้าไหมเนี่ย

 

“ หายบ้าหรือยัง ถ้าหายบ้าก็หันกลับมาดูหลุมศพนี่แล้วจะร้องไห้หรือทำอะไรก็เร็วๆ ฉันไม่อยากจะอยู่ที่นี่นานๆ ” ฟุชิมิทำท่าเบื่อหน่ายเต็มที่

 

“ ไอ้ลิงปากไม่ตรงกับใจ มันยากนักหรือไงฟะที่แกจะพูดความจริงซะบ้าง ” ยาตะโต้กลับอัตโนมัติตามความเคยชิน

 

“ ชิ น่ารำคาญ ฉันเกลียดความจริงเพราะความจริงชอบไม่เป็นไปตามที่คิด   ร่างเล็กหันกลับมามองหน้าร่างสูง “ รู้ไหมแกดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนะแต่นิสัยเสียหลายๆอย่างไม่เปลี่ยนสักนิด ”

 

“ จำได้แล้วหรือไงว่าฉันนิสัยเป็นยังไง”

 

“ ไม่แน่ใจ เหมือนนึกออกนิดอะไรฟะ ท่าทางเบื่อหน่ายกับการถอนหายใจอย่างนั้น!!!

 

“ นายทำฉันหมดสนุกมิซากิที่พูดจาเป็นผู้ใหญ่น่าเบื่อจริงๆ ” ฟุชิมิเอียงคอถอนหายใจ

 

“ อะไรของแกวะ! พอฉันจำได้ก็เบื่อ  ตกลงแกอยากให้ฉันจำได้ไหมเนี่ย  ” กระชากคอเสื้ออีกฝ่ายไปมาอย่างแรง

 

“ แน่นอน ฉันต้องอยากให้ภรรยา (กระชากคอเสื้อแรงขึ้นทั้งตะโกนว่าไม่ใช่ ) จำฉันได้อยู่แล้ว แต่ก่อนจำได้ขอให้ฉันหายเบื่อก่อนละกัน ” ยาตะกระชากคอเสื้อฟุชิมิแรงขึ้น  ไอ้ลิงชั่ว ! ไอ้ลิงเอาแน่เอานอนไม่ได้ !

 

“ช่วยรีบหน่อยเถอะ ฉันไม่ชอบอยู่ที่นี่นานๆ ” ฟุชิมิว่าพลางกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายแต่ถ้ายาตะตาไม่ฝาดเขาเห็นว่าแวบหนึ่งดวงตาคู่นั้นมีแววเศร้า

 

แววเศร้าสร้อยเหมือนเมื่อหกปีก่อน

 

“ อะไรนะ?

 

ฟุชิมิชี้มาที่ป้ายหินด้านหน้าพวกเขา หลุมศพด้านหน้าที่เขาหยุดเป็นหลุมศพของมิโกโตะซังและโทสึกะซังจริงดังคาด 

 

ยาตะมองชื่อบนป้ายนิ่ง แล้วใช้มือลูบบนป้ายช้าๆ สภาพของมันอยู่ในสภาพดีมากเหมือนมีคนดูแลทุกวันแม้เวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม  น่าแปลกที่ตอนนี้เขาไม่ร้องไห้ตามที่คิดไว้ 

 

ในเวลานี้เขาเริ่มจำได้ลางๆแล้วถึงการตายของโทสึกะซังในอ้อมแขนเขา  การตายของมิโกโตะซังที่แสนยิ่งใหญ่

 

ผ่านมานานหกปีแต่ยังคงเศร้าแต่เขารู้แล้วว่าทำไมถึงไม่ร้องไห้

 

เพราะเขานึกออกแล้วว่าเขาเชื่อว่าทั้งคู่ต้องได้ไปสวรรค์แน่นอนเพราะพวกเขาเป็นคนดี เป็นที่รักของทุกคนและโดยเฉพาะเขา

 

ยาตะเอื้อมมือออกไปโดยไม่รู้ตัวแล้วคว้าแขนเสื้อของคนข้างกายเอาไว้  อีกฝ่ายเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่แล้วก็เงียบ

 

“ อยู่นิ่งๆทีเจ้าบ้า  ฉันรู้แล้ว

 

“รู้อะไร”

 

 

ฉันรู้แล้วว่านายไม่ชอบแสดงความอ่อนแอ

 

ฉันจำได้เรื่องที่นายร้องไห้หน้าหลุมศพนี้

 

และแม้จะเล็กน้อยและเลือนรางมากเขาก็จำได้ว่าข้างกายเขาเคยมีใครบางคนยืนอยู่ข้างๆตลอดในเวลานี้

 

 

………………………………

 

 

มีความรู้สึกว่ามิซากิสมัยก่อนนิสัยเป็นผู้ใหญ่กว่าสมัยนี้นะ555+ ส่วนซารุนี่เปลี่ยนอย่างชัดเจนจากเจ้าแห่ง S ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจริงๆแต่ก็ซึนมากขึ้น = =^

 

สงสารมิโกโตะกับโทสึกะจริงๆ TT ^ TT ไม่น่าตายเล้ยยยย

 

พึ่งจะอ่าน memory of red มาค่ะ (ช้าไปไหม) เลยยิ่งรู้สึกเลยว่าสองคนนี้น่าสงสารมากๆ

 

ชอบโมเมนต์ใน Homra นะ อบอุ่นดี

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #469 {[Ayumu]} (@doroko882) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 12:44
    มิซากิอาจจะคิดว่าฟุชิมิชอบนิสัยของตัวเองเมื่อก่อนมากกว่าเลยน้อยใจไรงี้แน่ๆเลย ต้องมี ต้องมีแน่!
    #469
    0
  2. #434 งง งง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 04:26
    ดิชั้น : ดิชั้นมันจืดจาง ดิชั้นมันจืดจาง ดิชั้นมันจืดจาง//ยังช๊อกว่าตัวเองยังจืดจาง

    มิโกโตะ : แปนอะไรยัยจืดจางแล้วงานที่ชั้นสั่งให้ไปทำเสร็จรึยัง

    ดิชั้น : เสร็จแล้วเจ้าค่ะนายท่านดิชั้นอัดคริปไว้ตั้งแต่ต้นเลยเจ้าค่ะ

    มิโกโตะ : หึๆๆๆๆ ดีมาก

    ดิชั้น : เจ้าค่ะนายท่าน หึๆๆๆๆๆ (สองตัวนี้มันน่าจะบ้า)

    สนุกมากๆๆๆเลยเจ้าค้าาาาาาา
    #434
    0
  3. #376 I_am_Hana (@aong009) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 21:09
    เศร้าอ่ะT-T
    #376
    0
  4. #296 Twin (@123rabbit123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 17:09
    เป็นตอนที่มาม่าอืด
    #296
    0
  5. #92 Zepryrus (@omsinzaza) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 01:13
    ...... เป็นตอนที่ดราม่าจัง ;w;
    #92
    0
  6. #87 KanataAkito (@silvermoon123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มกราคม 2556 / 17:15
    ถึงแอบเศร้าแต่ตรูก็ฟินนน
    #87
    0
  7. #69 CutieZ Writer >[]< (@cutepimmy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 06:52
    มิซากิชั่งดูเป็นผู้ใหญ่อะไรเยี่ยงนี้ O_O
    #69
    0
  8. #68 Doodo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 23:17
    ฟุชิมิกับยาตะนี่บางทีก็เข้าใจกันและกัน แต่บางทีก็โง่(หรือแกล้ง)กันทั้งคู่เลยนะ >
    #68
    0
  9. #67 $aBA★SaMA (@talatoon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 20:36
    อัพต่อนะคะ>w< สนุกดีค่ะ
    #67
    0
  10. #65 Noey_Jun (@nunei) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 19:26
    มันก็นะ ทาทาระไม่หน้าตายเลยมิโคโตะด้วย TT เรื่องนี้ต้องมีดราม่าแน่ๆ 555. สู้ๆนะคะ น่ารักมากๆเลย ><
    #65
    0
  11. #64 Sou (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 18:01
    ย้าาาา ตอนนี้ดูเศร้าๆแต่ทั้งคู่ก็น่ารักมากมายเลยค่ะ =,,=
    #64
    0