----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 13 : Special Fic >>>The Most Terrible Thing for Misaki

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    11 ม.ค. 56

 

ฟิคเก็บตกคั่นเวลาสักนิด [The Most Terrible Thing For Misaki]

 

ใจเย็นๆเน้ออออ เดี๋ยว Amnesia จะมาต่อให้ในวันเสาร์จ้ะแต่ไหนๆวันนี้ก็ดูหนังผีมา จริงๆไม่ได้น่ากลัวหรอกแต่ดูแล้วเสียวเฉยๆ ( ไม่บอกว่าเรื่องอะไร)

 

ฉะนั้นขอคั่นเวลาด้วยฟิคนี้ละกัน ^ ^

 

ขอบอกไว้ก่อนว่าฟิคนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง Amnesia นะคะ เป็นฟิคสมัยม.ต้นของทั้งคู่ที่แต่งคั่นเวลาเท่านั้น

 

ก่อนจะเริ่มจากชื่อเรื่องและอินโทรก็รู้แล้วสิว่าเกี่ยวกับสิ่งที่น่ากลัวเพราะฉะนั้นคำถาม

 

ลองทายสิคะว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ทำให้มิซากิจังหวาดกลัวได้มากที่สุด ?

 

ถ้าทายคำตอบไว้ในใจแล้วก็เริ่มเลย….

 

 

The Most Terrible Thing For Misaki

 

Fushimi Saruhiko x Yata  Misaki

 

From  K Project

 

Warning !!! : ฟิคนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชายท่านใดที่หลงผิดเข้ามาหรือไม่รู้จักศัพท์คำนี้ก็กรุณากดปิดนะคะ เหตุการณ์ในเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติตามจินตนาการของผู้แต่งไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของเรื่อง

 



วันที่ 31 /10/xx

 

“ นายรู้ใช่ไหมว่าวันนี้เป็นวันอะไร ” ฟุชิมิถามขณะที่พิงกับขอบประตูหน้าบ้าน

 

“ ต้องรู้เซ่ไม่รู้ฉันจะเช่าหนังผีมาทำไมเยอะแยะ”  ยาตะหัวเราะร่า

 

“ แล้วทำไมนายต้องมาดูที่บ้านฉันด้วยล่ะ”  ฟุชิมิว่าแล้วทำท่าจะปิดประตู  “ กลับไปดูบ้านตัวเองซะ ไป๊--

 

“ เดี๋ยวเซ่ ” ร่างเล็กยึดขอบประตูไม้ไว้   “ วันนี้พ่อแม่แกไม่อยู่ไม่ใช่เหรอ ท่านยาตะผู้นี้เลยจะมาอยู่เป็นเพื่อนเพราะกลัวเจ้าลิงอย่างแกจะกลัวแล้วแอบนอนร้องไห้เชียว

 

“ ขอเหตุผลจริงๆสิ ” ร่างสูงขัด

 

“ จริงๆก็คือฉันดูหนังผีที่บ้านไม่ได้เพราะแม่ไม่ยอมเลยต้องมาดูบ้านแก ” ยาตะว่าพลางชี้ที่ถุงใส่หนังสยองขวัญที่เช่ามาจำนวนมาก

 

“ เฮ้อ ” ฟุชิมิถอนหายใจแต่มือก็ยอมผลักประตูเปิดให้เพื่อนร่างเล็กเข้าไปในบ้านตน  ยาตะไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปเพราะกลัวว่าเดี๋ยวเจ้าของบ้านจะเปลี่ยนใจ

 

……………………………………..

 

 นายน่าจะเอาเวลาที่มาดูหนังไร้สาระพวกนี้ไปทำการบ้านดีกว่านะ จะขึ้นม.ปลายแล้วด้วย”  ร่างสูงบ่นพึมพำไม่หยุดขณะที่หยิบน้ำอัดลมจากในตู้เย็นส่งให้ผู้ที่บุกรุกบ้านเขา

 

“ หนวกหูน่ะ แกเป็นแม่ฉันหรือไง ” ยาตะละจากเครื่องเล่นดีวีดีกลับมาคว้าเครื่องดื่มจากมืออีกฝ่าย

 

ฟุชิมิทิ้งตัวลงบนโซฟา เขาหยิบหนังที่ยาตะเลือกเปิดขึ้นมาดู “ หนังเรื่องนี้ฉันได้ยินว่าน่ากลัวมากนะ นายจะดูได้เหรอ ”

 

“ อะไร แกกลัวหรือไง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าลิงบ้าหน้านิ่งอย่างแกก็กลัวเป็น ฮ่ะๆๆ  ” ยาตะหัวเราะอย่างอารมณ์ดี  “หนังหลอกเด็กพรรค์นี้ใครจะไปกลัว เด็กอนุบาลยังหัวเราะเลยแต่ไม่เป็นไรนะฉันอยู่ตรงนี้ถ้าแกกลัวจะให้ยืมมือจับก็ได้ ฮ่ะๆๆๆ”

 

ฟุชิมิทำหน้าเบื่อหน่าย  ให้หมอนี่รับรู้ด้วยตัวเองละกัน

 

………………………….

 

 

พอหนังเริ่มฉายได้เพียง 20 นาที ยาตะก็รู้เลยว่าตัวเองพลาดเสียแล้ว  ป๊อบคอร์นที่เจ้าบ้านที่แสนดี(?)ไปหยิบมาให้ไม่ได้เอาเข้าปากสักชิ้นเหตุเพราะภาพเบื้องหน้ามันเละจนชวนขย้อนของเก่าด้วยซ้ำ

 

ฉากใน 5 นาทีต่อมาเละยิ่งกว่าและสยองยิ่งกว่า

 

ยาตะเลื่อนมืออย่างเปะปะเพื่อจะหารีโมทมากดปิดหนังซะแต่ทว่า

 

รีโมทหายไปไหนฟะ จำได้ว่าวางไว้ตรงนี้นี่!!!

 

หมับ

 

ยาตะรู้สึกว่าเขาแตะของนิ่มบางอย่างเมื่อเขาก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในมือเขาก็คือ

 

………..มือของเจ้าลิงบ้า…..และในมือเจ้าลิงบ้ามีรีโมทที่เขาต้องการ….

 

“ ส่งรีโมทมาซิ ” เขาออกคำสั่งแต่อีกฝ่ายไมเพียงไม่ส่งให้ยังยิ้มเยาะเขาด้วย  “ ไหนใครบอกว่าเรื่องนี้เป็นหนังหลอกเด็ก ใครจะไปกลัว  เด็กอนุบาลดูยังหัวเราะเลย นายกลัวเหรอมิซากิไม่เป็นไรนะฉันอยู่ตรงนี้ถ้านายกลัวจะให้ยืมมือจับก็ได้ ”

 

ไอ้ลิงชั่ว! มันจำบทสนทนาได้หมดเลยแถมยังใช้ล้อเขากลับอีก ใครจะยอมฟะ!

 

 “ ใครว่าฉันกลัวหนังเรื่องนี้มันไม่น่ากลัวเลยสักนิด น่าเบื่อจนง่วงเลยฉันจะเปลี่ยนเป็นเรื่องใหม่ต่างหาก ” แก้ตัวเสียงสูงและคงจะสั่นด้วย

 

“ งั้นเหรอ งั้นเดี๋ยวฉันเปลี่ยนให้ เอาเรื่องนี้ละกัน( ก้มลงไปหยิบแผ่นหนังที่พื้น) สยองดีเป็นเรื่องในวันฮัลโลวีนเสียด้วย ตัวเอกอยู่ในบ้านคนเดียว กำลังดูหนังแล้วจู่ๆฆาตกรก็เข้ามา (ยาตะแอบสะดุ้งรีบส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เอา ฟุชิมิแสร้งทำเป็นไม่เห็น) ”  ร่างสูงผู้ใจดี(?)จัดการเปลี่ยนแผ่นให้เสร็จสรรพ

 

“ นายไม่กลัวใช่ไหม ถ้ากลัวฉันจะให้ยืมมือ

 

“ ไม่กลัวและไม่ต้องการเฟ้ย ” ยาตะหน้าแดงจากการถูกล้อแต่ก็ยังทำเป็นกล้านั่งตัวตรงเป็นเชิงบอกว่าพร้อมแล้วเปิดเด่ะ ! ฟุชิมิกลั้นหัวเราะแล้วจัดให้  หนังเริ่มฉายทันที

 

ในรอบนี้เพียงแค่เปิดเรื่องก็เริ่มบรรยากาศในห้องนั่งเล่นมืดๆแล้ว ไม่อยากบ่นแต่ทำไมห้องมันคล้ายห้องนี้จังฟะ! บ้านไอ้ลิงนี่มันดีไซน์ตามเรื่องนี้เหรอไง

 

ผ่านไป 10 นาที ร่างเล็กเริ่มอยู่ไม่สุข

 

ผ่านไป 15 นาที  ยาตะขอไปห้องน้ำ แต่ก็กลับมานั่งในเวลาไม่ถึงนาที ฟุชิมิทักว่าทำไมเร็วจังแต่เขาไม่กล้าบอกว่าทางเดินมันมืด ไม่กล้าไป

 

ผ่านไป 25 นาที ยาตะตัดสินใจไม่ทนแล้วเขาลุกขึ้นจะไปปิดแต่กลับถูกคว้าเอวไว้จากด้านหลังอย่างแรง เขาร้องเสียงหลงหลับตาแน่นทันที

 

                เสียงหัวเราะข้างๆหูทำให้ยาตะรู้สึกตัวเมื่อลืมตาจึงได้เห็นว่าคนที่คว้าเอวตนไว้ก็คือบุคคลอีกคนในห้องเนี่ยแหละแถมยังหัวเราะร่ากับท่าทางหวาดกลัวของเขาอีก

 

                “ปล่อยนะเฟ้ยไอ้ลิงบ้า! ” ร่างเล็กโวยวายและทุบตีเจ้าคนที่แกล้งอย่างแรง

 

                “ โอ๊ย ฮ่ะๆๆๆ ใครบอกว่าไม่กลัวนะ นายน่าจะได้เห็นสีหน้าตัวเองนะ โอ๊ย

 

                “ ไอ้บ้านี่---!   คนถูกแกล้งกัดฟันกรอดอย่างเจ็บแค้น ฟุชิมิไม่สนใจเขาคว้าร่างเล็กเข้ามาใกล้ๆแล้วกอดเอวเล็กเอาไว้โดยให้หน้าหันไปที่โทรทัศน์ ยาตะเบือนหน้าหนีฉากน่ากลัวแต่คนใจร้ายไม่ยอมง่ายๆ

 

                “อะไรกัน มิซากิบอกว่าไม่กลัวไม่ใช่เหรอ”

 

                “ เออ! แต่ปล่อยฉันสิวะ ”

 

                “ ถ้าปล่อยนายก็หนีน่ะสิ ”  ร่างเล็กอยากเถียงขาดใจว่าไม่หนีแน่เพราะทางเดินข้างนอกมันก็น่ากลัวไม่แพ้กัน

 

                สุดท้ายยาตะก็พ่ายแพ้ต้องยอมโดนจับ(บังคับ)ให้ดูหนัง  บางฉากที่น่ากลัวยาตะหลับตาก็โดนถ่างตาบ้าง บางฉากก็เจอการกรอกลับซ้ำบ้าง

 

                ไอ้ลิงชั่ว ! ไอ้ลิงซาดิสต์ ! ไอ้ลิงเลว!

 

                เมื่อหนังฉายได้ประมาณครึ่งเรื่องฟุชิมิก็บอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำแล้วยอมปล่อยร่างที่น่าสงสาร ทันทีที่ได้อิสระยาตะก็ตะเกียกตะกายไปหน้าโทรทัศน์และปิดมันอย่างรวดเร็ว

 

                ไอ้ลิงชั่ว ! ไอ้ลิงซาดิสต์ ! ไอ้ลิงเลว! ไอ้ลิงน่ารังเกียจ ! จำไว้เลยนะแก!

 

                แต่จู่ๆไฟในห้องก็ดับพรึบ ยาตะร้องเสียงหลงแล้วกระโดดกลับไปนั่งบนโซฟา

 

                “ ซารุ !” เขาตะโกนเรียกเพื่อนแต่เงียบ เจ้านั่นอาจจะอยู่ในห้องน้ำแล้วไม่ได้ยินก็ได้ ใจเย็นๆไว้ยาตะก็แค่ไฟดับ ไม่มีอะไรหรอ

 

                โครม !

 

                ยาตะสะดุ้ง เสียงบางอย่างล้มเสียงดังมาก

 

“ เฮ้ ซารุ ! ” ยาตะตะโกนเสียงดังแต่มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา ร่างเล็กเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีมากขึ้น “ ซารุ! ซารุ! ซารุฮิโกะ!  เจ้าลิงบ้า เจ้าลิงโง่  ! ฉันไม่หลงกลแกหรอก”  ยังคงเงียบ

 

“ซารุฉันไม่เล่นแล้วนะ”  เงียบ….

 

เขาตัดสินใจลุกขึ้นในที่สุดด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

 

เมื่อเห็นทางเดินมืดๆนอกห้องเขาชะงักนิ่งแต่ความเป็นห่วงอีกฝ่ายมีมากกว่า  เขาคลำทางไปเรื่อยๆจนถึงบริเวณที่เป็นห้องน้ำ  ยาตะเปิดไฟในห้องน้ำทว่ามันไม่ติดเขาลืมไปเลยว่าไฟดับ

 

ถ้าเป็นที่บ้านเขาเองป่านนี้คงจะหาไฟฉายหรือเทียนได้แต่ที่นี่มันบ้านซารุ เขาไม่รู้ว่าจะหาของเหล่านั้นจากไหนได้ ตู้คัทเอาท์อยู่ไหนก็ไม่รู้ด้วยแต่ที่ห่วงที่สุดตอนนี้ก็คือซารุ

 

“ ไปดูในห้องครัวดีกว่า ” ยาตะคิดในแง่ดี ไม่แน่เจ้าลิงนั่นอาจจะไปเอาขนมมาเพิ่มก็ได้ 

 

ถึงแม้ว่าจะอยู่ในความมืดแต่ถ้าเป็นห้องที่ยาตะเคยเข้าบ่อยๆเขาก็ย่อมจำได้แน่นอนแต่อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือความกลัวนี่แหละ

 

“ซารุ” ยาตะเรียกเสียงสั่นแต่ก็ยังคงไม่มีเสียงตอบ ตอนนี้เขามาถึงครัวแล้วและ

 

….หน้าต่างห้องครัวเปิดค้างอยู่….

 

ยาตะอ้าปากค้าง ทำไมมันคุ้นๆเหมือนเห็นในหนังที่ดูเมื่อกี๊เลยล่ะไม่สิ ไม่ๆๆ ตั้งสติไว้ยาตะมันอาจจะแค่ลืมปิดก็ได้ ใช่ๆๆ ต้องใช่แน่

 

ร่างที่หวาดกลัวทำใจกล้าเดินไปปิดหน้าต่าง เมื่อดึงบานหน้าต่างกลับมา ยาตะก็ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อภาพในกระจกสะท้อนให้เห็นถึงเงาด้านหลังเขา ! เงานั้นสวมหน้ากากปีศาจและในมือถือมีดเล่มหนึ่งเอาไว้ด้วย !

ยาตะหมุนตัวกลับมาและพบว่าภาพตรงหน้าเป็นของจริง ร่างนั้นอยู่ที่ประตูจริงๆ

 

“ ซารุใช่ไหมมุขนี้มันเก่าแล้วเฟ้ยหลอกฉันไม่ได้หรอก” ยาตะว่าทั้งๆที่เสียงเริ่มสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ “ ซารุ

 

ร่างนั้นยังคงนิ่ง

 

“ ซารุ” ยาตะเดินเข้ามาใกล้เพราะเชื่อว่านี่คือการกลั่นแกล้งของฟุชิมิแน่แต่แล้ว…!!!

 

ด้านหลังของเงานั้นมีร่างๆหนึ่งฟุบอยู่ ร่างนั้นแน่นิ่งจมกองเลือด ถึงไม่เห็นใบหน้าแต่จากชุดยาตะก็บอกได้ว่าคือฟุชิมิแน่นอน !!!

 

ยาตะผงะถอยหลังเขาอยากส่งเสียงร้องแต่ไม่มีเสียงใดๆหลุดรอดออกมาแม้แต่นิดเดียว

 

ร่างปริศนาเงื้อมีดในมือที่ยาตะพึ่งจะสังเกตว่ามันชุ่มเลือดขึ้นแล้วแทงลงอย่างรวดเร็ว  ยาตะหลบได้ทันหวุดหวิด เขาหันไปคว้าสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดมันน่าจะเป็นถุงแป้งสำหรับทำอาหาร เขาเขวี้ยงมันใส่ฆาตกรตรงหน้า

 

ผงแป้งกระจายไปทั่วเมื่อฆาตกรปริศนาใช้มีดรับไว้ทำให้ถุงขาด

 

ยาตะฉวยโอกาสนั้นวิ่งเข้าไปหาร่างที่ฟุบบนพื้น เขาพลิกร่างนั้นขึ้นมาอย่างทุลักทุเลและทันทีที่ได้เห็นใบหน้าเปื้อนเลือดของฟุชิมิ ยาตะก็ตกใจแทบสิ้นสติ

 

มือเล็กแตะบนหน้าของเพื่อนช้าๆและพบว่าฟุชิมิตัวเย็นเฉียบ ไม่หายใจเสียแล้วซารุตายแล้ว !!!

 

สติต่างๆพากันหลุดหาย ในหัวสมองขาวโพลนไปหมด ไม่รับรู้อะไรแม้กระทั่งตอนที่ฆาตกรปรากฏตัวขึ้นข้างหลังตนและเงื้อมีดขึ้นก่อนจะแทงลงมาอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ

 

ทุกอย่างดับวูบ

 

……………………………..

 

มิซากิ  มิซากิ  มิซากิ!!!   เสียงอันคุ้นหูตะโกนขึ้นใกล้ๆบวกกับแรงตบเบาๆที่หน้าทำให้เจ้าของชื่อลืมตาในที่สุด

 

ทันทีที่ลืมตาสิ่งแรกที่เห็นก็คือใบหน้าเบื่อหน่ายของฟุชิมิ  ซารุฮิโกะ!

 

ยาตะผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและจับหน้าของฟุชิมิไว้ด้วยสองมือ  “ ตัวอุ่น! ยังไม่ตายนี่!

 

ฟุชิมิทำสีหน้างุนงง “หลับไปตอนดูหนังสยองขวัญไม่พอ นายเพี้ยนไปแล้วเหรอไง 

 

“ หลับ ?” ยาตะสับสนบ้าง เขามองดูรอบๆตัวพบว่าตนยังอยู่ในห้องนั่งเล่นเช่นเดิม ไฟก็ไม่ได้ดับด้วยและที่สำคัญฟุชิมิอยู่ตรงนี้ อย่างมีชีวิต

 

“ เอ้า ลุกขึ้นได้แล้ว  ตอนนี้มันดึกแล้วฉันเลยโทรไปบอกที่บ้านนายให้แล้วว่านายจะค้างที่นี่ ” บอกพร้อมกับดึงร่างเล็กขึ้นจากโซฟา  ยาตะตามอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย

 

ดีจริงๆที่มันเป็นแค่ฝันเท่านั้น

 

……………………………….

 

“ นายฝันร้ายเหรอ ”  จู่ๆฟุชิมิก็ถามขึ้นมาขณะที่กำลังจัดที่นอนของตน

 

“ หา ”

 

“ เมื่อกี๊ไง ร้องเสียงหลงเชียวคงไม่พ้นฝันเห็นผีหรือฆาตกรโรคจิตใช่ไหมล่ะ ” ฟุชิมิเอ่ยอย่างรู้ทันพร้อมปิดไฟในห้อง

 

“ เออ” ยาตะขานรับสั้นๆ “แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดหรอก ”  ต่อด้วยพึมพำเบาๆกับหมอน

 

“ว่าไงนะ ”

 

“เปล่า เขยิบไปเด๊ะ  ฉันนอนด้วย ” ไม่พูดเปล่าแต่ทิ้งหมอนกับผ้าห่มตนข้างร่างสูงด้วย

 

“ ฮ่ะๆๆๆ มิซากิกลายเป็นเด็กขี้กลัวไม่กล้านอนคนเดียวแล้วสิ ” หัวเราะเยาะเย้ยแต่ก็เขยิบเพื่อให้อีกร่างลงมานอนด้วยได้

 

“ ราตรีสวัสดิ์ ขอให้นายฝันดีฝันเห็นผีล่ะ ” อวยพรอย่างเป็นมงคลเสร็จก็หลับตาลง ส่วนอีกร่างที่ได้รับคำอวยพรเพียงนิ่งเงียบผิดกับนิสัยปกติ

 

ผีไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดที่เขากลัวหรอกสิ่งที่เขากลัวที่สุดน่ะ

 

ร่างเล็กเขยิบเข้าไปใกล้อีกร่างมากขึ้น

 

สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คือกลัวเจ้าลิงบ้านี่จากไป

 

“ ราตรีสวัสดิ์ ไอ้ลิงบ้า”  อีกร่างไม่ตอบแต่การโอบกระชับที่ไหล่ก็เพียงพอให้รู้ได้ว่าอีกฝ่ายได้ยินแน่นอน  ยาตะจึงหลับตาลงบ้าง และครั้งนี้เขาเชื่อว่าคงไม่ฝันถึงสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเป็นแน่เพราะเจ้าลิงบ้ายังอยู่กับเขาตรงนี้

 

................................................................

 

 

จบไปแล้ว  มีใครทายถูกบ้างยกมือขึ้น = =

 

 ถ้าลองนับคะแนนเชื่อว่ามากมายตอบผี  มากมายตอบปีศาจและมากที่สุดตอบฟุชิมิ 555+

 

ตอนแรกก็ตั้งใจจะแต่งว่าอีกฝ่ายแกล้งจริงๆนะแล้วจบที่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเจ้าลิง

 

แต่เขียนไปเขียนมา พล็อตน่าเบื่อ เชยง่ะ =  -----  =

 

เลยเปลี่ยนซะเลย !!! (อย่างเกรียน ) ก็เป็นคนชอบหักมุมกับเรื่องไม่คาดฝันนี่

 

เอาเป็นว่าวันนี้พอแค่นี้ เช้า(?)แล้วเดี๋ยวตื่นไปเรียนไม่ไหว

 

เจอกันครั้งหน้าวันเสาร์กับ Amnesia 6 นะคะ

 

 

 

 

 

 

               

 

               

               

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #433 งง งง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 04:06
    สนุกมากเลยเจ้าค่ะ
    #433
    0
  2. #384 I_am_Hana (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 14:07
    หลับตอนดูหนังสยองขวัญ หลับได้ไงอ่ะ5555
    #384
    0
  3. #104 ` แดนเจอรัส(?)เกิร์ล:) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 12:14
    ฟินมากเลยเจ้าค่ะ=w=b ไรท์หักมุมมากจนเรานึกไม่ถึงเลยXD5555.
    #104
    0
  4. #86 KanataAkito (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2556 / 17:06
    โฮ้....ฟินนนนนนนนนนนนนน //เลือดพุ่ง
    #86
    0
  5. #63 Zepryrus (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 02:32
    หักมุมได้สุดยอดมากค่ะ =w=b
    ตอนแรกเดาว่าเป็นผีเหมือนกัน แต่ ผิดคาด !!
    เริ่มมาเดาได้ว่ากลัวฟุชิมิตายตอนที่เจ้าตัวตกใจตอนฝันเห็นฟุชิมิจมกองเลือดนั้นละค่ะ

    ติดตามรอตอนต่อไปต่อ ฮึบๆ >w< !!
    #63
    0
  6. #58 $aBA★SaMA (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 20:58
    หักมุมสุดยอดเลยค่ะ=[]=!
    #58
    0
  7. #57 Annular eclipse (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 15:37
    อ๊ายๆๆๆๆๆ

    สิ่งที่มิซากิกลัวที่สุดคือการที่เจ้าลิงหายไปงั้นหรอเนี่ย ผิดคาด

    นึกว่าจะเป็นผีซะอีก
    #57
    0
  8. #55 CK01 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 12:38
    หักมุมมากกกก =[ ]=

    ฮายาตะถึงขั้นเก็บไปฝันเลย ฮ่าๆ

    #55
    0