----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 12 : Amnesia (V)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,834
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    8 ม.ค. 56

 

 

 

V

 

At  Night ,  At Home

 

 

                        ยาตะกำลังพยายามข่มใจ ไม่เป็นไรหรอกก็แค่นอนเตียงเดียวกับซารุฮิโกะ ตอนสมัย ม.ต้นก็ยังเคยตั้งหลายครั้ง ไม่เป็นหรอกไม่เป็นไร

 

                ไม่เป็นไร

 

                ไม่เป็นไ….

 

ไม่เป็นไรที่ไหนฟะ!

 

ยอมรับว่าที่ผ่านมาก็ประหลาดมากแล้วที่เขาสามารถอยู่ร่วมกับอีกฝ่ายได้ดีๆ(?)โดยไม่ฟาดกันตายเสียก่อนแต่เหตุการณ์ที่ผ่านมามันก็ไม่ได้ใกล้ชิดอะไรมากมายแต่นี่….!!

 

นี่ต้องนอนเตียงเดียวกับคนทรยศ พวกชุดน้ำเงินซึ่งเป็นศัตรูคู่แค้นน่ะเหรอ  ฝันไปเหอะ!!!  (เหมือนว่าเขาจะลืมไปว่าตอนนี้เป็นคู่แต่งงาน)

 

ขณะที่ยาตะยังคงคิดไม่ตกบุคคลอีกคนในห้องก็ปิดคอมบนตัก

 

“ กำลังคิดอะไรอยู่ นายคงจะไม่ได้กลัวใช่ไหมมิซากิ    ฟุชิมิย้ายคอมไปไว้บนโต๊ะข้างเตียงแล้วหันมาตบที่นอนตรงที่ว่างข้างๆตัว

 

“ ใครกลัว ?! ไม่มีซะล่ะ ” ว่าแล้วก็เดินมายังเตียงข้างที่ว่างแต่ลึกๆในใจยังรู้สึกขัดแย้งจึงได้นั่งชิดขอบเตียงไม่ยอมขยับ

 

“ มิซากิ  จู่ๆฟุชิมิก็เรียก ยาตะเงยหน้าขึ้นมอง “ นายคงไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นสาวน้อยเวอร์จิ้นใช่ไหม ”

 

มาแล้ว ! คำถามที่เขาสงสัยมาตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลจนตอนนี้

 

“ ไม่ได้คิดเฟ้ย ” ปากบอกไปอย่างพวกไม่ยอมแพ้

 

“ ก็ดีเพราะนายไม่ใช่สาวน้อยแล้วก็ไม่เวอร์จิ้นแล้วด้วยเพราะงั้นไม่ต้องกลัว ”  ยาตะอ้าปากค้างกับคำพูดราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกินของฟุชิมิ ว่าแต่คำว่าไม่ต้องกลัวนี่มันแฝงความนัยนะแปลว่ามันจะทำอะไรเขาหรือเปล่า

 

ยาตะตัดสินเขยิบหนีจนแทบตกเตียง ในใจอยากบีบคอไอ้คนที่เปิดประเด็นแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

 

“ มาใกล้หน่อยฉันมีเรื่องจะคุยด้วย ”  ฟุชิมิตบพื้นที่ว่างข้างๆตน ยาตะส่ายหน้ารัว รู้เลยว่านี่เป็นกับดัก 

 

“ นายไม่อยากรู้เหตุผลที่ฉันไม่ยอมเล่าเรื่องในอดีตเหรอ ”  เป็นคำถามชักชวนที่น่าสนใจ ยาตะแปลกใจเหมือนที่ตัวเองไม่เคยถามตัวเองว่าทำไมฟุชิมิถึงไม่ยอมเล่าเรื่องในอดีต ทั้งที่ความจริงถ้าคนรัก(ถึงไม่อยากยอมรับ)เสียความทรงจำก็ต้องอยากจะรีบทำให้จำได้ไม่ใช่เหรอแต่ตลอดวันนี้นอกจากที่คุซานางิซังบอกเขาแล้วก็ไม่เห็นพูดเรื่องอื่นอีก

 

แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมเข้าไปใกล้เด็ดขาด

 

“ ว่ามาสิ ”

 

“ มานี่สิ ” ยาตะส่ายหน้ารัวเร็วและแรงกว่าครั้งแรกบ่งบอกหนักแน่นว่าไม่มีทาง 

 

ฟุชิมิจิ๊ปากเหมือนรำคาญ เขายันตัวขึ้นนั่งขัดสมาธิแล้วเริ่มพูด

 

“ มิซากิ ”  เจ้าของชื่อขนลุกตัวเกร็ง “ ฉันมีเหตุผลสองข้อที่ไม่ยอมเล่าอดีตให้นายฟัง ”  

 

“ ข้อแรก…..ฉันกำลังสนุก    ยาตะนิ่งอึ้งมันไม่ใช่คำตอบที่เขาคาดคิดมาก่อน

 

“ ฉันชอบใบหน้ายิ้มแย้มของมิซากิ”  ฟุชิมิยิ้มแต่ยาตะไม่ยิ้มด้วย “แต่ก็ชอบใบหน้าตื่นตระหนกด้วย”

 

ฟุชิมิเขยิบเข้าไปใกล้ขึ้น ยาตะถอยหนีทันที อีกเพียงนิดเดียวเขาก็จะตกเตียงแล้ว “ แต่ที่ชอบที่สุดก็คือใบหน้าที่หวาดกลัวของมิซากิ”

 

โครม !

 

ยาตะเขยิบจนตกเตียง นั่นทำให้ฝ่ายต้นเหตุระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ส่วนฝ่ายที่ถูกแกล้งจนตกเตียงก็ผุดลุกขึ้นมา ใบหน้าแดงก่ำไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรืออับอายหรืออะไร

 

“ ถ้าแกกล้าแตะต้องฉันล่ะก็ ฉันฆ่าแกแน่ถึงไม่มีพลังแล้วฉันก็สู้นะเฟ้ย ”  ยาตะว่าพร้อมชูหมัดขึ้นเป็นเชิงบอกว่าเอาจริงแน่แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ถูกท้าหยุดหัวเราะเลยตรงข้ามมันมากขึ้นจนต้องฟุบหน้าลงกับหมอนเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก วันนี้มันวันวิบัติอะไรกันแน่ฟะ  เจอรถชน(เฉี่ยว) ความจำเสื่อม  ต้องรู้เรื่องการตายของมิโกโตะซัง  โทสึกะซัง  และดันพบว่าตัวเองแต่งงานกับคนที่ต่อให้เหลือคนเดียวบนพิภพนี้ก็ไม่มีทางเลือกแต่งด้วยแน่ๆซ้ำร้ายยังตกอยู่ในกำมือของคนที่ซาดิสต์สุดๆ เห็นว่ามันนิสัยนิ่งขึ้น  ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นที่ไหนได้ความชั่วร้ายมันเพิ่มขึ้นด้วยนี่ฟะ !!!

 

ทำไมเขาถึงเลือกคนน่ารังเกียจพรรค์นี้ฟะ!!!

 

ทำไมนะทำไม ทำไมเขาต้องมาอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ด้วย แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามเขาจะไม่นอนร่วมเตียงกับเจ้าลิงอันตรายที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรเขากลางดึกหรือเปล่าก็ไม่รู้ 

 

ยาตะกัดฟันกรอด  “ ไหนๆฉันก็จำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว แกก็ปล่อยฉันไปแล้วทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็สิ้นเรื่อง ”

 

เสียงหัวเราะพลันหยุดลง  บรรยากาศในห้องค่อยๆอึมครึม สุดท้ายคนที่ทำลายความเงียบขึ้นก่อนคือฟุชิมิ

 

“ แล้วถ้าเป็นฉันล่ะ ”  ฟุชิมิเหลือบตาขึ้นมองแต่เพราะใบหน้ายังคงจมอยู่ในหมอนยาตะจึงไม่อาจบอกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำสีหน้ายังไง “ ถ้าคนที่ความจำเสื่อมคือฉัน  นายจะปล่อยฉันไปไหม ”

 

ยาตะเงียบ จะให้เขาตอบคำถามนี้ยังไงล่ะเพราะถ้าจะให้ตอบตอนนี้คำตอบก็คงเป็น ปล่อยไปสิเพราะแกไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน อย่างแน่นอน  แต่เขาพูดไม่ได้ถึงเขาจะไม่ฉลาดนักแต่ก็รู้ว่าพูดคำนี้ไม่ได้แน่ๆไม่งั้นสิ่งที่แย่กว่าคงตามมา

 

ออกไป ”

 

“ หา

 

“ ถ้านายไม่อยากนอนเตียงเดียวกับฉันนักนายก็ออกไปนอนที่โซฟา ” ฟุชิมิพูดเสียงเย็นเฉียบ  “ออกไปซะ” กล่าวย้ำอีกครั้ง

 

มันไล่เขา!!!  นี่เขากำลังเจ็บพึ่งฟื้นนะ จริงๆมันต้องเสียสละไปนอนที่โซฟาไม่ใช่เหรอปกติ (จะว่าไปนี่มันก็ไม่ปกตินี่หว่า ?)

 

ฟุชิมิเอ่ยไล่อีกครั้ง  เส้นความอดทนของยาตะจึงขาดผึง ร่างเล็กลุกขึ้นแล้วคว้าหมอนกับผ้าห่มของตน

 

“ ฉันบอกไม่ได้ว่าจะปล่อยนายไปไหมแต่ที่แน่ๆฉันไม่รู้สึกสนุก”  ทิ้งท้ายแล้วเดินออกจากห้องไป

 

………………………………..

 

 

ฮึ่ย!

 

ยาตะฮึดฮัดฟาดหมอนกับผ้าห่มบนโซฟาอย่างแรงเป็นการระบายอารมณ์  อะไรของหมอนั่นวะ ! อารมณ์ขึ้นๆลงๆคนที่ต้องโกรธมันเขาไม่ใช่เหรอ เขาถูกมันข่มขู่ตั้งหลายครั้งนะวันนี้

 

ฟาดหมอนลงกับโซฟาที่เคราะห์ร้าย(?)อีกอย่างแรง จากนั้นสิ่งที่เคราะห์ร้ายต่อมาก็คือแหวนสีเงินบนนิ้ว ยาตะละมือจากหมอนแล้ววกกลับมาพยายามดึงแหวนออกจากนิ้วแต่ไม่ว่าจะดึงยังไงมันก็ไม่ยอมออก

 

มันเล่นของหรือไง !!!  แง่งๆๆๆๆๆๆๆ

 

หลังจากสู้รบกับแหวนบนนิ้วจนเหนื่อย  อารมณ์ที่เดือดปุดๆก็เริ่มเย็นลง

 

มาลองคิดดูดีๆยาตะคิดมาโดยตลอดว่าเขามองฟุชิมิไม่ออกแม้ว่าเขาจะพยายามทำความเข้าใจกับอีกฝ่ายแค่ไหน  ตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นม.ต้น ฟุชิมิก็ไม่ค่อยมีเพื่อนมากนักบางทีอาจจะมีแค่เขาเป็นเพื่อนก็ได้  เขาไม่เข้าใจอีกฝ่ายแต่ก็พยายามอย่างมากที่จะเข้าใจ พอเข้ากลุ่มโฮมระทุกอย่างก็ยิ่งแย่และมันก็ถึงขีดสุดเมื่อฟุชิมิตัดสินใจออกจากกลุ่ม

 

เขาไม่เข้าและคอยถามตัวเองหลายครั้งว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ฟุชิมิตัดสินใจออกจากกลุ่ม

 

มันคงไม่ได้เป็นเพราะเขาใช่ไหม ?

 

และวันนี้เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเขาจำได้ว่าเห็นสายตาที่เป็นห่วงของฟุชิมิมองมา นั่นทำให้เขาไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายคือฟุชิมิตัวจริงในตอนแรกเพราะถ้าเป็นตัวจริงจะต้องไม่มีทางมีสายตาแบบนั้น

 

เขามองอีกฝ่ายไม่ออกจริงๆ

 

แต่ถ้าเป็นตัวเขาในช่วงหกปีที่หลงลืมไปจะมองฟุชิมิออกไหมนะ

 

และตัวเขาในช่วงหกปีที่หลงลืมไปทำยังไงถึงทำให้คนอย่างฟุชิมิมีสายตาแบบนั้นได้นะ

 

ยาตะยกมือข้างซ้ายขึ้นมา  แหวนสีเงินที่นิ้วยังคงอยู่ที่เดิม ไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ถอดมันไม่ออกเหมือนกับที่เขาออกจากสถานการณ์นี้ไม่ได้

 

คุซานางิซังบอกว่าเขาเลือกซารุเอง

 

งั้นเขาก็เลือกที่จะสวมแหวนนี้เองเหรอ

 

ไม่มีทาง!!! นั่นคือคำตอบที่ตอบกลับมาทันที  ไม่รู้หรอกว่าไอ้ลิงชั่วนั่นทำอะไรไปบ้างแต่เขาไม่มีทางเชื่อว่าเขาเป็นคนเลือกมันแน่ๆ

 

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  มิโกโตะซัง  โทสึกะซัง  คุซานางิซัง คามาโมโตะ  แอนนาหรือใครก็ได้ช่วยพาเขาออกไปจากที่นี่ที !!!

 

 

……………………………………………..

 

นาฬิกาดิจิตอลข้างหัวเตียงบ่งบอกว่าตอนนี้เข้าสู่วันใหม่แล้วแต่ร่างสูงบนเตียงยังคงนอนไม่หลับ  ฟุชิมิพลิกตัวเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนของคืนนี้  ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ร่างในห้องนั่งเล่น

 

“เฮ้อ” ฟุชิมิถอนหายใจยาวเมื่อเปิดประตูที่เชื่อมกับห้องนั่งเล่นสิ่งแรกที่ผ่านเข้ามาก็คือแสงไฟ  ร่างเล็ก(ที่ผ่านการสู้รบกับแหวนมา)กำลังหลับบนโซฟาตัวยาวโดยลืมปิดไฟ

 

เขาก้าวไปกดปิดไฟ ห้องพลันมืดลงทันที ฟุชิมิใช้เวลาปรับสายตาให้ชินกับความมืดก่อนจะก้าวเข้ามาแทรกระหว่างโต๊ะตัวเล็กกับโซฟาที่กลายเป็นที่นอนของบางคน

 

ร่างเล็กแม้ความจำเสื่อมก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิมคือการนอนดิ้นแถมยังเตะผ้าห่มออกจนร่วงไปกองที่พื้นห้อง เขาต้องช่วยจัดท่านอนให้อีกฝ่ายนอนดีๆแล้วหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมให้

 

ฟุชิมิปัดผมที่ปรกหน้าคนหลับออกให้อย่างเบามือ ยาตะครางเบาๆแล้วขยับตัวหลบเหมือนรำคาญ ฟุชิมิชะงักมือแต่ก่อนจะละมืออกเขาก็สังเกตเห็นมือซ้ายของยาตะรวมทั้งแหวนสีเงินบนนิ้วด้วย

 

เขาย่อตัวนั่งลงแทรกระหว่างโต๊ะกับโซฟาช้าๆ  มือเอื้อมไปจับมือซ้ายเล็กๆนั้นแล้วลูบแหวนบนนิ้วอย่างเบามือ ต้องขอบคุณน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นล่ะมั้งเพราะถ้าไม่อ้วนขึ้นยาตะคงจะถอดแหวนนี้ทิ้งตั้งแต่โรงพยาบาลแล้ว

 

วันนี้น่าจะเป็นวันที่หนักหนาสำหรับมิซากิแต่ก็หนักหนาสำหรับเขา

 

ยอมรับว่าคนอย่างฟุชิมิ  ซารุฮิโกะเองก็มีเรื่องที่ประหลาดใจและจัดการไม่ได้ในชีวิตอยู่ ตั้งแต่ตอนที่มิซากิฟื้นและจำอะไรตลอดหกปีที่ผ่านมาไม่ได้เขายอมรับว่ารู้สึกตกใจแต่ยิ่งกว่าคือท่าทีของมิซากิ

 

ท่าทีของมิซากิตอนที่ฟื้นขึ้นมามองราวกับว่าเขาเป็นคนแปลกหน้าแต่พอเห็นหน้าคุซานางิซังกลับเรียกอย่างดีใจ แล้วก็ถามหาถึงคนอื่นๆในโฮมระ  ไม่มีชื่อของเขาแม้ว่าเขาจะยืนอยู่ตรงนั้นตลอดเวลาจนเขาเผลอใส่อารมณ์ในการตอบคำถามและมันก็ทำให้คนที่สำคัญที่สุดของเขาร้องไห้จนได้แต่มันก็อดที่จะโกรธและอิจฉาไม่ได้เพราะน้ำตานั้นเป็นการร้องให้กับคนที่เขาไม่มีวันเอาชนะได้ไม่ว่าจะผ่านมานานก็ตามที

 

นอกจากนี้ท่าทีที่พยายามหลีกห่างเขา มองเขาเหมือนเป็นศัตรูก็ทำให้รู้สึกแย่ไม่แพ้กัน

 

คุซานางิซังแนะนำให้เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดหกปีให้มิซากิฟังนั่นคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดแต่โอเค  อย่างที่บอกไปเขากำลังสนุกแต่เหตุผลหลักจริงๆก็คือเหตุผลข้อสอง

 

เขากลัวว่ามิซากิจะไม่ยอมรับ….

 

ไม่อยากยอมรับแต่เขากังวลและกลัวว่าถ้าเล่าเรื่องทั้งหมดไปแล้วอีกฝ่ายจำไม่ได้และไม่ยอมรับมัน

 

เพราะงั้นทั้งวันเขาถึงเลือกกวนประสาทอีกฝ่ายโดยหวังว่าจะช่วยให้มิซากินึกบางอย่างออกโดยเขาไม่ต้องเอ่ย  ถ้าหากนี่เป็นเมื่อหกปีก่อนเขาคงจะกล้าที่จะพูดตรงๆออกไปได้แต่ตอนนี้ไม่ใช่

 

ยิ่งเมื่อบทสนทนาเมื่อครู่จบได้ไม่ดีเลย

 

ไหนๆฉันก็จำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว แกก็ปล่อยฉันไปแล้วทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็สิ้นเรื่อง

 

เขารู้ว่ามิซากิคงไม่ตั้งใจที่จะพูดอย่างนั้นแต่เมื่อพูดออกมาแล้วก็คืนไม่ได้ 

 

และสุดท้ายเขาก็มานั่งอยู่ตรงนี้ไม่รู้เพราะคิดมากจนนอนไม่หลับหรือเป็นห่วงอีกฝ่ายจนนอนไม่หลับหรือทั้งคู่กันแน่

 

นิ้วเรียวยาวลูบแหวนบนนิ้วเล็กๆอีกครั้ง

 

ฟุชิมิเกลียดนิยายรักน้ำเน่าและคิดมาตลอดว่าเรื่องในนิยายนั้นดูไร้สาระแต่เขาพึ่งจะเข้าใจในวันนี้ว่ามันก็ไม่ได้ไร้สาระซะทีเดียว

 

บางครั้งการรักใครสักคนก็ทำให้คนอ่อนแอลงได้อย่างมากมาย

 

ฟุชิมิจับมือของคนนอนหลับไม่รู้เรื่องแน่นขึ้น

 

หนีไปให้ไกลเท่าที่จะทำได้ ไม่งั้นฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีกมิซากิ   นั่นคือประโยคที่เป็นจุดเริ่มต้นเมื่อหกปีก่อน

 

และวันนี้

 

ฟุชิมิก้มตัวลงเหนือร่างเล็กก่อนจะค่อยๆแนบริมฝีปากตนลงบนริมฝีปากของร่างเล็กกว่า

 

เป็นเพียงจูบเบาๆจนเหมือนว่าแค่แตะริมฝีปากลงบนริมฝีปากอีกฝ่ายเบาๆทว่าในจูบนั้นมีความรู้สึกมากมายเกินกว่าจะบรรยายได้

 

“ ฉันจะไม่มีวันปล่อยนายไปมิซากิ  ไม่มีวันปล่อยมือนาย ”  กระซิบแผ่วเบาเมื่อถอนริมฝีปากออกมาก่อนจะเคลื่อนไปที่หน้าผากมน


“ราตรีสวัสดิ์มิซากิ ”

 

 

…………………………………………

 

////TT^TT////

 

แต่งเองฟินเอง ชักจะสงสารลิงแล้วสิ ตอนนี้ขอครบทุกอารมณ์ ฮาช่วงแรก ดราม่าช่วงหลังแล้วแอบหวานส่งท้าย 5555+ และขอฉลองให้กับจูบแรกของเรื่อง (ถึงมิซากิจะไม่รู้ตัวก็เถอะ) น่าเสียดายที่ไม่ได้นอนเตียงเดียวกันแต่ถึงไม่ทะเลาะกันมิซากิก็คงไม่ยอมนอนอยู่ดีและลิงก็คงไม่เสียสละให้แน่นอน (ก็ไม่ใช่พระเอกแสนดีนี่)

ขออธิบายสักนิดอย่างที่ว่าค่ะในแง่ของมิซากิที่สูญเสียความทรงจำก็ต้องสับสนเป็นธรรมดาและยิ่งเจอเรื่องไม่คาดฝันตั้งหลายเรื่องบวกกับนิสัยเด็กๆคงไม่แปลกถ้าจะเริ่มไม่แน่ใจว่าควรจะทำตัวยังไงดีและที่สำคัญดันมีสามีที่ชอบ S และชอบแกล้ง ทั้งยังร้ายขึ้นตามอายุด้วย

 

ส่วนตัวซารุ ลิงผู้น่าสงสาร ช่างต่างจากเมื่อหกปีก่อนต้องเข้าใจก่อนนะคะว่าหกปีมันก็นานตัวเองก็โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ขึ้นใช่มะ ความคิดก็ต้องมีเปลี่ยนไปบ้าง (แต่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง ยังไม่บอก) แล้วจู่ๆเรื่องที่พยายามทำมาหกปีก็หายวับไป  ก็เท่ากับว่าต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

 

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ซารุจะรู้สึกกลัวและกังวลรวมทั้งเฟลด้วย

 

ซารุก็ยังคงเป็นซารุถึงจะนิ่งขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น  มีเสน่ห์ขึ้น(?)ความน่ารัก(?) เพิ่มขึ้นแต่ความ S ก็ยังคงมีและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามอายุ

 

แต่ก็ร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกมิซากิมากกกกกกกกกกกกกกกนะ ยืนยันในตอนนี้แล้วไง

 

 

โปรดติดตามชมตอนต่อไปว่าฟุชิมิจะทำเช่นไรและมิซากิจะหายไหม

 

 

Next>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

“ นี่แกจะพาฉันไปไหนกันแน่ฟะ ”

.

.

.

ภาพนั้นเป็นภาพฟุชิมิยืนอยู่หน้าหลุมศพอย่างนี้ แต่นั่นไม่ใช่ฟุชิมิตอนนี้เป็นฟุชิมิเมื่อหกปีก่อน

.

.

มันยากนักหรือไงที่จะพูดความจริงซะบ้าง

.

.

 

.

Coming Soon>>>>>>>>>>>>>>>….

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #432 งง งง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 03:57
    ดิชั้น : ลักหลับมิซากิซังเหรอเจ้าค่ะท่านซารุ//ออกมาจากมุมมืด

    ซารุ : เฮ้ย !!!!! เธอมาจากไหนเนี้ยยนย

    ดิชั้น : เบาๆสิเจ้าค่ะเดี๋ยวมิซากิซังตื่นแล้วก็อยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ

    ซารุ : ซ๊อกสลบไป

    ดิชั้น : ไม่ไหวเลยนะเจ้าค่ะแต่ดิชั้นจืดจางขนาดไม่เห็นกันเลยเหรอเจ้าค่ะ//น้ำตาซึม

    สนุกน่าร้ากกกกกกกกมากเลยเจ้าค่ะไม่ต้องไปสนใจข้างบนเลยเจ้าค่ะมันไรสาระ
    #432
    0
  2. #375 I_am_Hana (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 18:02
    ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #375
    0
  3. #295 Twin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 17:02
    ยาตะใจร้ายที่สูดดดดดดดดดดดด
    #295
    0
  4. #231 ❤ßlack Çandy❤ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 20:32
    >w< (กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~~~~~~~~~~~~)
    #231
    0
  5. #85 KanataAkito (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2556 / 16:57
    กรี้สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
    #85
    0
  6. #62 Zepryrus (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 02:18
    ฮว๊ากกกกกกกกกกก
    จบได้ดราม่ามากเลยตอนนี้ ;w;
    มิซากิจำได้สักทีเถอะสงสารเจ้าลิงมันจะแย่ แง้งๆ
    #62
    0
  7. #56 Nunuey (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 12:57
    ยาตะใจร้ายนะ สงสารซารุอ่า T^T แต่ชอบตอนท้ายๆ 5555
    #56
    0
  8. #53 Doodo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 21:23
    ยาตะใจร้ายที่สุด >
    #53
    0
  9. #51 $aBA★SaMA (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 19:43
    ได้โปรดมาอัพต่อไวๆด้วยเถอะค่ะ!!! ชอบมากๆเลย ปกติชอบลิงอยู่แล้ว อ่านแล้วยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ ยาตะก็น่ารัก ถถถ
    #51
    0
  10. #50 Shota no PrimZ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มกราคม 2556 / 19:15
    อ๊ากกกก เค้าฟินนนนๆๆๆ /////

    ลิงซารุยิ่งโต ยิ่งหล่อ ยิ่งน่าหลงอ่ะ 555

    อนึ่ง ภาษาไรท์เตอร์สวยมากกกก ดึงอารมณ์ร่วมได้สูงมาก (โดยเฉพาะถ้าฟัง OPในช่วงแรก ED ในช่วงหลัง บิ๊วอารมณ์อย่างหนัก55) อัพต่อด้วยน้าา~~
    #50
    0