----FAN FIC K PROJECT-----(Fushimi x Yata)

ตอนที่ 10 : Amnesia (III)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,796
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    5 ม.ค. 56

III

 

Conversation with the Monkey (?)

 

 

 

“อ๊า!   เมื่อเปิดประตู นั่นเป็นเสียงแรกที่ต้อนรับ

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ”

 

“ เอ่อ ยาตะซังกำลังเทียบส่วนสูงกับแอนนาอยู่แล้ว  คามาโมโตะเล่าคร่าวๆแล้วชี้ให้ดูสองคนที่ยืนอยู่ตอนนี้ยาตะตัวแข็งทื่อเพราะส่วนสูงของเขากับแอนนาห่างกันไม่มาก  คุซานางิหัวเราะเสียงดัง

 

“ก็ยาตะจังไม่สูงขึ้นเลยนี่นะ โอ๊ะๆ ล้อเล่นน่า ” เขาเอ่ยขอโทษเมื่อเห็นร่างเล็กหันมามองตาเขียวปั๊ด “ หมออนุญาตให้กลับได้แล้วนะ เดี๋ยวเปลี่ยนเสื้อนะ  นี่ซารุหยิบมาเผื่อให้”

 

ยาตะรับเสื้อผ้าไว้อย่างงงๆ  ทำไมเจ้าลิงนั่นถึงมีเสื้อผ้าเขาได้ล่ะ แล้วนี่คงไม่ได้แอบใส่อะไรไปที่เสื้อผ้าเขาใช่ไหม

 

คิดไปคิดมาก็วนกลับมาที่ประโยคที่เจ้านั่นบอกก่อนจะเดินออกไปเราแต่งงานกันแล้วแต่งงานที่ว่านี่คงไม่ใช่อยู่บ้านเดียวกันใช่ไหม….แล้วคงไม่ใช่ว่า….

 

จู่หน้าก็ร้อนวาบ

 

“ ยาตะจัง ยาตะจัง ยาตะจัง!  เป็นอะไรไปหน้าแดงเชียว เป็นไข้เหรอ ”  คุซานางิเอามืออังหน้าผากอีกฝ่ายแต่ก็ไม่พบว่าตัวร้อนเลย

 

……………………………………

 

 

ทันทีที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วพวกยาตะก็ลงมายังเคาน์เตอร์ยาด้านล่างที่นั่นฟุชิมิ ซารุฮิโกะกำลังยืนรออยู่

 

“ ให้ไปส่งไหมครับ ” ฟุชิมิว่าแล้วเหวี่ยงพวงกุญแจรถในมือเป็นเชิงบอกว่ามีรถไปส่งได้

 

“ไม่เป็นไรเธอพายาตะจังกลับไปพักเถอะ เดี๋ยวพวกฉันกลับเอง”  คุซานางิบอกปัดอย่างสุภาพตามนิสัย

 

“ เดี๋ยวๆๆ ”  ยาตะขัดขี้น “ นี่ผมไม่ได้กลับไปที่บาร์เหรอ”

 

“ไม่  นายจะต้องกลับบ้าน ”  คนตอบคือฟุชิมิ  

 

“ เรื่องเซ่ ! ที่บาร์ ที่โฮมระคือบ้านฉันเฟ้ย ”  ยาตะเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ 

 

“หรือนายจะให้ฉันมัดนายแล้วจับกลับไปล่ะ” ร่างสูงก็ไม่ยอมแพ้

 

บรรยากาศเริ่มมาคุขึ้นคนที่มีสติที่สุดและใจเย็นที่สุดอย่างคุซานางิจึงต้องไกล่เกลี่ยให้ สุดท้ายยาตะก็ต้องยอมกลับบ้านตามคำสั่งแต่โดยดี(?) แต่เขาก็ยังยืนยันหนักแน่นว่าพรุ่งนี้จะไปที่บาร์

 

“ แน่นอน เธอมาได้ถ้าได้รับอนุญาตจากเจ้าของน่ะนะ เจ้าชิวาว่า ” คุซานางิทิ้งระเบิดไว้ลูกเบ้อเริ่มแล้วจากไปตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่เขากับคู่แค้นที่ไม่รู้ว่ากลายสภาพมาเป็นคู่แต่งงานได้อย่างไรก็ไม่รู้ 

 

“ นายจะขับเหรอ ”  ยาตะเอ่ยอย่างหวาดๆเมื่อเขาถูกบังคับและขู่เข็ญ(?)จนถูกพามาที่รถได้สำเร็จ

 

“ หรือนายจะขับล่ะ ”

 

“ นายมีใบขับขี่ ? 

 

“ นายควรดูอายุนายและฉันตอนนี้นะ มิ-ซา-กิ ”

 

“อย่าเรียกชื่อต้น! ไอ้ลิงบ้า กวนประสาทไม่เปลี่ยนเลยนะ”  ฟุชิมิมองอย่างไม่ใส่ใจแล้วเรียกให้ขึ้นรถแต่คนเจ็บกลับยืนนิ่ง

 

“ ขึ้นมาสิ หรือจะต้องให้ฉันไปช่วยเปิดประตูให้แล้วพาขึ้นรถน่ะ เจ้าหญิง    ร่างสูงจงใจกวนประสาทเขาเต็มที่

 

“ ไม่ต้อง! แล้วก็หยุดเรียกแบบนั้นด้วย ! ที่ฉันไม่ขึ้นเพราะไม่ไว้ใจต่างหาก”  ยาตะพูดความจริง เขาไม่ไว้ใจการขับรถของอีกฝ่ายและแน่นอนที่สุด ไม่ไว้ใจเจ้าคนขับเนี่ยแหละ

 

ฟุชิมิขยับยิ้มแล้วพูดสิ่งที่ยาตะไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินมาก่อนออกมา

 

“ หึ ถ้านายไม่ไว้ใจฉันนายจะนั่งแท็กซี่ไปก็ได้นะ   

 

ผิดคาดมาก ! ผิดคาดสุดๆ ! ยาตะไม่เคยคิดเลยจริงๆว่าจะได้ยินคำๆนี้ เขาไม่นึกว่าเจ้าลิงนี่จะปล่อยเขาไปง่ายๆ แต่มันก็ไม่แน่นะไหนๆเขาก็ได้ฟังเรื่องเหลื่อเชื่อน่าตกใจมาเยอะแยะแล้วในวันนี้

 

มันก็อาจเป็นไปได้ ถ้าจากช่วงเวลาที่เขาลืมไปมันเปลี่ยนซารุให้นิสัยดีขึ้

 

“ ก็นายขี้-กลัวนี่นะ มี-ซา-กี๊-    เดจาวู ! มิซากิรู้สึกเหมือนเคยได้ยินคำพูดแบบนี้ที่ไหนสักแห่ง มันช่วยกระตุ้นความทรงจำที่ไม่สวยงามเลยให้ผุดขึ้นมา

 

เขานึกว่ามันจะนิสัยดีขึ้นที่ไหนได้  !!!

 

ไม่ได้นะยาตะ นายจะต้องอดทนไว้ จากประสบการณ์(ที่หลงเหลือในความทรงจำอันน้อยนิด)และลางสังหรณ์บอกได้เลยว่าถ้าหลงคำยั่วนั้นไปสิ่งเลวร้ายกว่าจะต้องตามมาแน่ๆ

 

“ ฉันจะกลับแท็กซี่แล้วก็กลับไปที่บาร์”   เขาหันหลังกลับหวังจะรีบหนีไปให้พ้นหน้าคนกวนประสาท

 

“ ตามใจ ”  ผิดคาด! ผิดคาดอีกแล้ว ไม่สิ! เดี๋ยวมันจะต้องตามมาด้วยการกวนประสาทแน่ๆ ยาตะหันกลับมามองแต่อีกฝ่ายเพียงเท้าพวงมาลัยแล้วเหลือบมองแบบไม่ยี่หระแถมยังทำท่าทางประมาณว่า ไปเลย  เชิญ

งั้นเขาจัดให้!!!

 

ยาตะรีบเดินออกมา (แต่ก็ยังช้าเพราะอาการเจ็บจากอุบัติเหตุ) เขาเดินลงมาจากลานจอดรถ เดินไปเรื่อยๆจนหยุดหน้าโรงพยาบาลและสุดท้ายเขาก็เรียกแท็กซี่ได้อย่างง่ายดาย

 

ใช่! ง่ายดาย ง่ายดายจนน่าประหลาด

 

แต่อย่างว่าเขาไม่มีทางหนีได้ง่ายๆและซารุก็รู้ดี เพราะว่าเขาไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนและบาร์อยู่ที่ไหน

 

เมื่อถามคนขับแท็กซี่ดูเขาก็บอกว่าไม่รู้ ไม่ใช่แค่คนเดียวแต่หลายคน แต่ที่เจ็บใจยิ่งกว่าคือการที่ทุกคนต่างพูดกันว่าไม่รู้จักโฮมระทั้งๆที่โฮมระเคยยิ่งใหญ่ขนาดนั้นแท้ๆ

 

เคยแลฟังดูเป็นคำพูดที่น่าเจ็บปวดเหลือเกิน

 

น้ำตาเอ่อขึ้นมาแต่ก่อนที่จะไหลเขาก็เช็ดมันออก  ไม่ได้ ! เขาจะร้องไห้ไม่ได้ถึงยังไงเขาก็ยังเป็นสมาชิกของโฮมระไม่ว่ากลุ่มจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนก็ตาม

 

ปี๊นๆ

 

เสียงแตรรถด้านหลังทำให้ร่างที่สติหลุดลอยไปสะดุ้ง  ไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมองเขาก็รู้ว่าใครทำแต่ไม่มีทางเสียล่ะ  เขาทำไม่สนใจแต่เสียงบีบแตรก็ยังดังตามมาอย่างต่อเนื่อง

 

ปึด!

 

“ หนวกหูว้อย !  ” ยาตะหันกลับมาตวาดใส่เจ้าคนที่เอาแต่ใจเหมือนเด็กที่ดูจะไม่ใส่ใจสักนิด

 

“ ขี้นมาซะ ไม่งั้นใช้เวลาอีกเป็นเดือนนายก็หาทางกลับไม่ได้และถ้านายไม่ยอมขึ้นฉันก็จะตามไปเรื่อยๆอย่างนี้แหละ ”   อีกฝ่ายพูดถูกและเขารู้ดีว่าไม่มีทางเลือก

 

…………………………………………..

 

ระหว่างการนั่งรถยาตะเฝ้ามองสิ่งแวดล้อมนอกรถด้วยความตื่นตาราวกับว่าไม่เคยเห็นมาก่อนจนลืมแม้กระทั่งความขัดแย้งเมื่อครู่

 

“ เวลาหกปีนี่ทำให้เมืองเปลี่ยนไปมากจริงๆนะเนี่ย ”  ยาตะเอาหน้าแนบกระจกมองรอบๆให้ถนัดขึ้น “ ฉันจำแถวนี้ได้ ตึกเก่าๆนั่นโดนนทุบทิ้งแล้วเหรอเนี่ย   อ๊ะ !  ร้านนั้นยังอยู่อีกเหรอเนี่ย”

 

ฟุชิมิหลุดขำ

 

….เหมือนลูกหมาที่ถูกจับมานั่งรถครั้งแรกไม่มีผิด

 

“ อะไร ” หันมาถามเสียงห้วน  “ แล้วนี่เราจะไปไหนกัน ”

 

“ บ้านที่จริงคือคอนโด    ฟุชิมิพยายามกลั้นเสียงหัวเราะกับท่าทางเอาเรื่องซึ่งไม่ได้น่ากลัวสักนิด

 

“เอ่อ แกยังอยู่สแค็ปเตอร์  4 ไหม ”  หลังจากนิ่งเงียบจนน่าอึดอัดยาตะก็ชวนคุยขึ้นมา

 

ฟุชิมิเหลือบมองผ่านกรอบแว่น พยายามจะพิจารณาสิ่งที่ร่างเล็กต้องการจะสื่อ “อยู่ ”  เขาตอบ

 

“ งั้นเหรอ ”  ตอบลอยๆแต่ดันเจือด้วยความรู้สึกอย่างปิดไม่มิด

 

ใจจริงยาตะอยากจะถามอะไรก็ได้เพื่อทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดแปลกๆในรถนี้แต่ไม่รู้ว่าจะถามอะไรดี คำถามที่จะถามจึงได้กลายเป็นคำถามแบบนั้นและมันทำให้บรรยากาศแย่ลงกว่าเดิมเสียอีก

 

ทำไงดีล่ะ? ทำไงดี? เขาควรจะคุยอะไรดี ใจจริงก็อยากจะคุยเรื่องของสิ่งที่เขาลืมแต่ถ้าถามก็เท่ากับว่ายอมรับเรื่องที่พวกเขาเป็นคู่แต่งงานน่ะสิ ไม่จริง มันไม่ใช่แน่ๆ เจ้าลิงนี่อาจจะตอแหลก็ได้ เขารู้เพราะเขาเคยโดนหลอกมาหลายครั้งแล้ว นึกดูสิมีที่ไหนจากศัตรูคู่อาฆาต คู่แค้นที่จะฆ่าให้ตายทุกครั้งที่เจอหน้าตอนนี้กลับมานั่งอยู่ในรถคันเดียวกันอย่างนี้มันเหมือนกับ

 

                        เหมือนกับนิยายน้ำเน่า  ” หรือไม่ก็ละครน้ำเน่าที่เขาเคยเห็นในโทรทัศน์บ่อยๆที่เนื้อเรื่องมักจะเป็นนางเอกความจำเสื่อมไม่มีที่ไปสุดท้ายได้พระเอกช่วยแล้วก็เลยรักกัน

 

                “ นายรู้ตัวไหมว่านายกำลังพูดสิ่งที่คิดอยู่น่ะมิซากิ ”

 

                “ห๊ะ  ยาตะพึ่งจะรู้สึกตัวว่าพูดอะไรไป

 

                แล้วก็ไม่รู้ว่าประจวบเหมาะเกินไปหรือเปล่าที่รถดันติดไฟแดงเข้าพอดี ฟุชิมิเลยถือโอกาสนี้เอื้อมตัวมาทางฝั่งข้างคนขับแต่ก่อนที่จะแตะถึงตัวผู้โดยสารร่างเล็ก  ยาตะก็รีบปัดมือนั้นออกโดยอัตโนมัติเมื่อทำไปแล้วก็ต้องนึกเสียใจโดยพลันเมื่อเห็นว่าฟุชิมินิ่งเงียบไปแต่ก็ไม่ยอมขยับออก เขาหาเรื่องเจ็บตัวอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย

 

                        ฟุชิมิยื่นมือมาจับคางเล็กไว้แล้วบีบแน่นเสียจนเจ็บพยายามบังคับให้แหงนหน้ามอง ยาตะสู้ดิ้นรนทั้งที่รู้ว่าร่างกายที่ไม่อำนวยเอาเสียเลยแต่ทำไงได้จิตใจและสัญชาตญาณมันสั่งว่าห้ามยอมเด็ดขาดนี่นา

 

                แต่ก็อย่างว่าร่างกายที่ไม่อำนวยก็ย่อมแพ้ไปตามระเบียบ

 

                ฟุชิมิสามารถบีบคางบังคับให้เขามองหน้าได้สำเร็จ ใบหน้าดูดีของฟุชิมิกำลังยิ้มแต่ยาตะรู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

 

                “ มิ-ซา-กิ ”  เรียกเน้นย้ำทีละคำช้าๆให้เจ้าของชื่อขนลุกเล่น  “ นายพูดว่านิยายน้ำเน่าสินะ งั้นฉันจะบอกอะไรดีๆให้ฟังนะ เรื่องของเรา ตอน-นี้ อาจจะดูเหมือนนิยายน้ำเน่าหรือไม่ก็ละครน้ำเน่าที่มักจะเห็นในโทรทัศน์บ่อยๆที่เนื้อเรื่องมักจะเป็นนางเอกผู้อ่อนหวาน ใสซื่อความจำเสื่อมไม่มีที่ไปสุดท้ายได้พระเอกแสนดี อ่อนโยนช่วยแล้วก็เลยรักกันแต่

 

                ยาตะเกลียดคำว่าแต่เพราะเมื่อมันถูกเอ่ยนั่นหมายความว่าเนื้อหาจะต้องตรงข้ามกับประโยคก่อนหน้า  และถ้าประโยคขึ้นต้นมันดี หลังคำว่าแต่ก็ต้องไม่ดี

 

                        แต่ ฉันรู้ว่านายไม่ชอบนิยายน้ำเน่า ”  หน้ายาตะเริ่มซีดเรื่อยๆ

 

และฉันก็  เกลียด  นิยายน้ำเน่า    ยิ่งซีดขึ้นเมื่อฟุชิมิเน้นคำว่าเกลียดอย่างใส่อารมณ์

 

                “ และ นายก็ไม่ใช่นางเอกผู้อ่อนหวาน ใสซื่อ”   ซีดมากขึ้น

 

และที่สำคัญที่สุด   

 

 

  ฉัน  ไม่   ใช่ พระเอก แสน ดี  ซีดที่สุด

 

               

ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

ยาตะอยากจะกรีดร้อง โวยวายหรืออะไรสักอย่างแต่เพราะถูกบีบคางอยู่  เขาจึงได้แต่กรีดร้องในใจ  มือสองข้างพยายามดันอกอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็ว

               

โชคดีที่สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวฟุชิมิจึงยอมละออกไปง่ายๆ

 

“ ถ้านายชกฉันละก็ รถได้พุ่งชนข้างทางแล้วเราทั้งคู่ได้ไปจบที่โรงพยาบาลทั้งคู่แน่ๆ ”  เอ่ยอย่างรู้ทัน คนที่กำลังจะใช้ความรุนแรงจึงได้แต่ยกมือค้างในอากาศแล้วฮึดฮัดบนที่นั่ง

 

ดูท่าชีวิตเขาต่อจากนี้คงไม่ได้สงบสุขอีกแน่….

 

               

 

…………………………………………..

 

 

ตั้งแต่เขียนมาบอกได้เลยว่าตอนนี้เขียนยากที่สุดค่ะ

 

นั่งนึก นอนจินตนาการว่าถ้าเป็นมิซากิจอมโวยวายเนี่ยยังไงก็คงไม่ยอมขึ้นรถง่ายๆแน่นอนแต่ก็ต้องนึกวิธีที่ลิงจะพาขึ้นรถอีก สุดท้ายก็นึกวิธีดีๆไม่ออกเลย  (แอบคิดว่าฉุดเลยดีไหม)

 

ตอนนี้เลยอาจจะน่าเบื่อไปบ้างนะคะ = =  ขออภัยจริงๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #438 mono...desu… (@otaku_guy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2557 / 22:08
    ไฟเขียวไม่น่าขึ้นเลยค่ะ!!; w ; //มโนต่อเอง
    #438
    0
  2. #430 งง งง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 03:10
    ดิชั้น : ท่านซารุรู้ตัวด้วยเหรอเจ้าค่ะว่าตัวเองไม่ใช่พระเอกผู้แสนดี //หลบดาบท่านซารุ

    ซารุ : ชั้นรู้แล้วจะทำไม//ถือดาบเตรียมฟัน

    ดิชั้น : ขอโทดเจ้าค้าาาาาาา//วิ่งหนี้สุดชีวิต

    ผ่านเม้นไรสาระนี้ไปเถอะเจ้าค่ะ
    #430
    0
  3. #372 I_am_Hana (@aong009) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2556 / 17:37
    พระเอกของเราต้อง s สิถึงจะสนุก
    กรี้ดๆๆๆๆๆ
    #372
    0
  4. #293 Twin (@123rabbit123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 16:50
    ฟินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #293
    0
  5. #82 KanataAkito (@silvermoon123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 19:41
    อ้ากกก น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #82
    0
  6. #60 Zepryrus (@omsinzaza) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 01:51
    ชอบคำพูดตอนใกล้จบจังค่ะ =w=



    ฟุชิมิไม่ได้เป็นพระเอกแสนใจดีอ่อนโยนตรงกันข้ามโคตรจะซาดิส์ม 555555+
    #60
    0
  7. #46 Doodo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 16:39
    ถึงจะไม่ใช่พระเอกแสนดี แต่ก็เป็นพระเอกที่รักนาง(?)เอกสุดๆ ใช่มั้ยล่ะ ฟุชิมิ>
    #46
    0
  8. #44 $aBA★SaMA (@talatoon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 21:39
    ตอนนี้มัน...อ่านแล้วฟินที่สุดเลยค่ะ//เช็ดเลือด
    #44
    0
  9. #40 Annular eclipse (@applejack) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 20:40
    555+

    เจ้าลิง!!! นายพูดได้ถูกต้องมาก

    นายมันไม่ใช่พระเอกแสนดี!!!
    #40
    0
  10. #39 คนดูแลสัตว์ (@money-doll) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 17:30
    555 เรื่องจริงไม่อิงนิยาย น้องลิงไม่มีทางเป็นคนดีได้แน่ต่อให้เกิดใหม่อีกสิบชาติก็ตาม
    #39
    0