[AU Fic X-Men] The Accidental Love [ErikCharles] Yaoi

ตอนที่ 2 : The Accidental Love [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,004
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    1 มิ.ย. 57



The Accidental Love

 

 

Pairing : Erik Lencherr x Charles Xavier

 

AU Fic X-men

 

 

[ 2 ]

 

                มารู้ว่าหยิบโทรศัพท์มาผิดเครื่องก็ตอนที่สายไปแล้ว ที่สำคัญกว่าก็คือโทรศัพท์เป็นของผู้ชายไร้มารยาทคนนั้นที่ชาร์ลส์ไม่อยากจะเจอหน้าแม้แต่นิด แต่เมื่อผิดพลาดไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากการกดโทรเข้าเครื่องตัวเองเพื่อเอาเครื่องของใครของมันคืน
 

                เขารอสายอยู่เกือบนาทีในที่สุดก็มีคนรับสาย
 

                “ ฮัลโหล” ชาร์ลส์ทักทายก่อน
 

                  ไม่มีการตอบรับจากอีกฝั่งของสาย
 

                “ ฮัลโหล?” เขาลองย้ำอีกครั้ง
 

                ฮัลโหล? นั่นใครครับ” เสียงที่ตอบกลับมาเป็นเสียงทุ้มที่ชาร์ลส์รู้สึกคุ้นหู
 

                “ เอ่อผมชื่อชาร์ลส์ เป็นเจ้าของโทรศัพท์เครื่องที่คุณถืออยู่ครับ ไม่ทราบว่าคุณคือใคร” ชาร์ลส์ถามอย่างสุภาพ
 

                “ อ่อ! ศาสตราจารย์สินะครับ” เขาสะดุ้งนิดๆ ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝั่งถึงรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่แล้วเขาก็นึกออกว่าคุ้นเสียงนี้ที่ไหน เสียงนี้เป็นเสียงของบ็อบบี้ เด็กหนุ่มที่ทำงานพิเศษที่ร้านสตาร์บัคข้างสวนสาธารณะ คำถามต่อมาก็คือทำไมโทรศัพท์ของเขาถึงไปอยู่กับบ็อบบี้ได้ล่ะ
 

                และเขาก็ถามไปอย่างนั้นจริงๆ
 

                “ มีลูกค้าคนหนึ่งให้ผมไว้ครับ” บ็อบบี้ตอบ
 

                “ ลูกค้า? ผู้ชายที่สวมชุดดำทั้งตัวน่ะเหรอ”
 

                “ ครับ”
 

                “ เขาฝากโทรศัพท์ฉันไว้ที่เธอเหรอบ็อบบี้” ถ้าเป็นแบบนั้นก็แปลว่าผู้ชายคนนั้นเข้าใจคิดเหมือนกัน การจะตามหาโทรศัพท์คืนถ้าไปหาที่ตรงที่ทำหายก็ย่อมดีกว่าไปตามกับคนที่เคลื่อนที่ไปมาได้ “ ขอบคุณมากนะ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปรับ ตอนนี้ให้โลแกนเขากลับรถแล้ว”
 

                “ ครับศาสตราจารย์ “ บ็อบบี้รับคำ ก่อนจะคิดว่าควรจะพูดสิ่งเหล่านี้ออกไปไหมแต่มันก็เผลอหลุดปากไปจนได้ “ เอ่อศาสตราจารย์ครับความจริงแล้วผู้ชายคนนั้นไม่ได้ฝากโทรศัพท์นี้คืนคุณหรอก เขาบอกผมว่าเอาไปเลย”
 

                “ ว่าไงนะ!!?

 

 

                ชาร์ลส์เข้าร้านสตาร์บัคที่พึ่งจะออกไปได้ไม่ถึงชั่วโมงด้วยสีหน้าโกรธขึ้งแทบจะฆ่าคนได้ เขาให้เรเวนช่วยเข็นรถพาเขามาที่หน้าเคาน์เตอร์ เมื่อบ็อบบี้เห็นเขาก็รีบเอาโทรศัพท์มาส่งคืนให้
 

                “ ขอบใจนะ” ชาร์ลส์รับคืน เปิดเช็คดู พบว่าดร.เอ็มม่า  ฟรอสต์โทรเข้ามาถึงห้าสาย เดี๋ยวเขาค่อยโทรกลับละกัน ตอนนี้ต้องจัดการบางเรื่องให้เสร็จก่อน
 

                ตุบ!
 

                ศาสตราจารย์หนุ่มวางโทรศัพท์อีกเครื่องที่เหมือนของเขาเปี๊ยบลงบนเคาน์เตอร์
 

                “ เอาไปเลยบ็อบบี้” บอกประโยคเดียวกับที่ชายคนนั้นพูด
 

                “ เอ๋ๆ?” เด็กหนุ่มที่ถูกลากมาเกี่ยวข้องด้วยงุนงง “ เอ่ออออ ศาสตราจารย์ครับ คือ
 

                หมับ!
 

                มือหนึ่งจับที่ไอโฟนซึ่งชาร์ลส์กำลังยกให้บ็อบบี้ เขาแหงนหน้ามองเจ้าของมือ ที่แท้ก็คือชายชุดดำคนเดิม อารมณ์ที่ไม่ดีอยู่แล้วยิ่งไม่ดีเพิ่มทวีคูณ
 

                นี่คือสิ่งที่เด็กหนุ่มจะบอกชายหนุ่มชุดดำยังอยู่ในร้านนะแต่ดูท่าจะไม่ทัน
 

                “ กรุณาปล่อยมือด้วยครับ” ชาร์ลส์บอกเสียงต่ำ
 

                “ นั่นโทรศัพท์ฉัน นายต่างหากที่ต้องปล่อยมือ” อีกฝ่ายโต้เสียงเรียบเย็น
 

                “ ขออภัยด้วยครับคุณ แต่โทรศัพท์เครื่องนี้ผมเป็นคนเก็บได้และผมก็กำลังจะยกให้เด็กคนนี้” โต้อย่างไม่สะทกสะท้าน
 

                “ แต่นั่นเป็นโทรศัพท์ฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะเอามันคืน” เขาออกแรงดึงโทรศัพท์อย่างแรง บังเอิญชาร์ลส์เองก็จับมันแน่นแต่ไม่ทันระวังเลยถูกระชากไปด้วย บริเวณหน้าอกชนกับเคาน์เตอร์และเกือบร่วงจากรถเข็น
 

                ตอนนี้เขาโกรธมากและจะไม่ทนแล้ว
 

                “ ทีคุณยังเอาโทรศัพท์ผมไปยกให้คนอื่นเลย!” ชาร์ลส์พูดเสียงดัง “ ให้ตายเถอะ! คุณคิดอะไรอยู่น่ะ เรื่องง่ายๆอย่างการติดต่อกลับเพื่อเอาโทรศัพท์คืนเจ้าของมันยากนักหรือไง ถ้าไม่งั้นก็วางมันไว้ที่ร้าน ฝากพนักงาน ฝากบ็อบบี้ หรือใครก็ได้ให้เขาเอามาคืนผม ไม่ใช่ไปยกให้คนอื่นแบบนี้ ”
 

                “ เอ่อ” บ็อบบี้พยายามจะห้ามศาสตราจารย์กับชายหนุ่มอีกคน ตอนนี้พวกเขาเป็นจุดสนใจอย่างมากและลูกค้าบางคนก็เริ่มกลัวแล้วด้วย
 

                เขาได้แต่หวังว่าชายหนุ่มชุดดำจะยอมขอโทษให้จบไป แต่
 

                “ มันเป็นความผิดนาย” พูดด้วยสีหน้านิ่งๆ ไม่มีท่าทีสำนึกหรืออะไร “ ถ้านายไม่เซ่อซ่าหยิบผิดไปแต่แรกเรื่องก็ไม่เกิด ฉันต้องเสียเวลารออยู่ที่นี่ตั้งนาน”
 

                เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วเดินผ่านพวกชาร์ลส์ออกไปโดยไม่สนใจอีก แสดงให้เห็นว่าเขาหมดธุระที่นี่นานแล้วแต่ที่ยังนั่งอยู่ก็เพื่อรอให้ชาร์ลส์เอาโทรศัพท์มาคืน
 

                ชาร์ลส์สาบานต่อพระเจ้าได้ว่าถ้าเขามีขาที่ดีนะ เขาจะเดินตามไปแล้วชกหมอนั่น

 

 

                “ น่าโมโหจริงๆ” ชาร์ลส์กัดฟันกรอด หลังจากชายคนนั้นไปแล้วตัวเขายังต้องมาก้มหัวขอโทษคนที่อยู่ในร้านที่สร้างความวุ่นวาย ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความผิดเขา
 

                “ ผู้ชายคนนั้นหน้าตาก็ดีนะ แต่นิสัยไม่น่าคบเลย” เรเวนที่นั่งด้านหลังเองก็เห็นด้วย
 

                “ ขนาดนั้นเลยเหรอ” โลแกนไม่ได้ลงไปด้วยแต่รอที่รถจึงไม่รับรู้เหตุการณ์อันน่าโมโหที่เกิดขึ้น
 

                “ ดูสีหน้าชาร์ลส์สิ” เรเวนชี้ที่พี่ชาย “ เขาเคยโกรธขนาดนี้ที่ไหน”
 

                “ เขาเคยทำหน้าแบบนี้ตอนเธอแอบหนีเที่ยว” เด็กสาวตีแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของโลแกนอย่างแรง โทษฐานเล่นไม่ถูกเวลา
 

                “ ตอนที่เธอเผาห้องครัวด้วย” ชาร์ลส์บอกอีกเรื่อง
 

                “ ชาร์ลส์!
 

                สองหนุ่มหัวเราะ บรรยากาศขุ่นมัวเมื่อครู่เริ่มดีขึ้นมาเล็กน้อย
 

                “ ฉันอุตส่าห์เข้าข้างพี่นะ” เธอเริ่มงอนอีกแล้ว “ แล้วตอนนั้นฉันก็ไม่ได้เผาครัว ฉันจะอบเค้กวันเกิดให้พี่ต่างหาก”
 

                “ หลังจากนั้นฉันต้องซื้อเค้กล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนวันเกิดเพื่อไม่ให้เธอทำอีกเลย” ได้ทีก็เผาน้องสาวใหญ่ “ ฮ่าๆ ฉันล้อเล่นนะ อย่าโกรธพี่เลย”
 

                ตอนนี้เขาเริ่มอารมณ์ดีแล้ว ไม่ว่าจะมีเรื่องไม่สบายใจแบบไหนแต่ถ้ามีสองคนนี้อยู่ชาร์ลส์ก็จะรู้สึกสบายใจได้ไม่ยาก
 

                “ เงียบๆนะ เดี๋ยวพี่จะโทรหาเอ็มม่า” เอานิ้วชี้แตะปากตัวเองเป็นเชิงให้คนอื่นเงียบเสียงก่อน ค่อยกดโทรหาหมอประจำตัว
 

                “ ขอโทษด้วยที่ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้รับสาย มันมีเรื่องนิดหน่อยน่ะครับไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” แอบสะดุดนิดๆเมื่อภาพของชายชุดดำน่าโมโหคนนั้นผุดขึ้นมา “ เรียบร้อยแล้วจริงๆครับ เอ็มม่ามีเรื่องสำคัญอะไรเหรอครับ ผมยังไม่ถึงบ้านใกล้จะถึงโรงพยาบาลแล้ว ใช่ครับ ใกล้ถึง โอเคครับ เดี๋ยวผมจะวนเข้าไปหา ขอบคุณครับ”
 

                ชาร์ลส์ไม่จำเป็นต้องบอกให้โลแกนขับไปโรงพยาบาลเพราะเขาได้ยินและหมุนพวงมาลัยไปทางที่ต้องการให้แล้ว
 

                “ มีเรื่องอะไรเหรอ” เด็กสาวยื่นหน้ามาถาม
 

                “ เอ็มม่าจะคุยเรื่องหมอคนใหม่น่ะ” เธอเคยพูดเรื่องนี้กับเขาเมื่อเดือนก่อน
 

                ชาร์ลส์รักษาตัวกับเอ็มม่ามานานหลายปีแล้ว แน่นอนว่าเธอมีฝีมือและการรักษาเขาก็เป็นไปได้ดีจนกระทั่งมันคงที่มาสองปีแล้ว แต่เพียงแค่คงที่อาจไม่ดีพอ เขาหวังว่าจะกลับมาเดินได้อีกครั้งแล้วตอนนั้นเองที่เอ็มม่าบอกว่าเพื่อนของเธอที่เป็นศัลยแพทย์กระดูกฝีมือดีจากเยอรมนีจะย้ายมาทำงานที่นี่ เธออยากให้ชาร์ลส์ลองรับการรักษาจากเพื่อนคนนี้
 

                เขาเองก็คิดว่ามันไม่น่ามีอะไรเสียหาย เรื่องทรัพย์สมบัติค่าใช้จ่ายแม้ไม่มีค่าประกันของพ่อแม่ เขากับเราเวนก็มีมากพอที่จะใช้จ่ายสบายไปตลอดชีวิต นั่นทำให้เขาไม่ลำบากด้านรายจ่ายในการรักษา และหากการลองรักษากับคนใหม่มันทำให้เขากลับมาเดินได้ก็นับว่าเกินคุ้มมากจริงไหม
 

                เพียงแต่เขายังไม่รู้เท่านั้นเองว่าศัลยแพทย์คนใหม่นั้นคือใคร
 

               

               

                เมื่อพยาบาลเรียกชื่อเขาให้เข้าพบได้ ชาร์ลส์ก็ไม่รอช้ารีบขอให้ใครก็ได้เข็นพาเขาเข้าไปในห้องทำงานที่ติดป้ายด้านหน้าว่า ดร.ฟรอสต์
 

                “ ชาร์ลส์” สาวผมทองหุ่นดีระดับนางแบบลุกจากโต๊ะทำงานมากอดเขาเป็นการทักทาย ก่อนจะทักทายอีกสองคนที่ตามมา
 

                “ เห็นคุณบอกว่าวันนี้เพื่อนของคุณมาถึงแล้วใช่ไหม” ชาร์ลส์เปิดประเด็น
 

                เอ็มม่านั่งไขว้ห้างบนโต๊ะทำงานของเธอ เธอจะทำท่าทางสบายๆแบบนี้กับคนสนิทเท่านั้น
 

                “ ใช่แล้ว” เธอยิ้ม “ เขาพึ่งจะมาจากเยอรมนีเมื่อวานนี้เอง วันนี้ก็ต้องมารายงานตัวที่โรงพยาบาล ฉันเลยขอให้เขามาพบคุณด้วย”
 

                “ พบผม?” ชาร์ลส์ทวนคำ “ นั่นทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากเลย”
 

                “ คุณจะตื่นเต้นกว่านี้อีกเมื่อรู้ว่าเขามีความสามารถขนาดไหน”

                แค่เพียงเธอพูดแบบนี้ก็ทำให้เขาตื่นเต้นกว่าเดิมแล้ว
 

                Tru…Tru…Tru..
 

                โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเอ็มม่าส่งเสียงดัง เธอรับมัน กรอกคำพูดไปสองสามคำ เมื่อวางสายเธอก็ยิ้มให้ชาร์ลส์บอกว่า “ เขามาแล้ว”
 

                จังหวะที่เธอพูดประตูด้านหลังเขาก็เปิดออกพร้อมกัน ศัลยแพทย์กระดูกฝีมือดีจากเยอรมนีที่เขารอคอยก้าวเข้ามา
 

                ดวงตาสีฟ้าของชาร์ลส์เบิกกว้าง แว่วๆได้ยินเสียงเอ็มม่าแนะนำชายตรงหน้าเขา
 

                “ นี่คือดร.อีริค  เลนเชอร์ เป็นศัลยแพทย์มากฝีมือคนใหม่ของที่นี่”
 

 

                ดร. อีริค  เลนเชอร์ ศัลยแพทย์มากฝีมือ จากเยอรมนีชายที่จะมาเป็นหมอประจำตัวคนใหม่ของเขาคือคนเดียวกับชายชุดดำที่เจอที่ร้านกาแฟ!!!

 


 

...............................


กำลังมีไฟ เลยมาอัพทีละนิด ถี่ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

95 ความคิดเห็น

  1. #92 0872278337 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 17:15
    เริ่มมีความโรแมนเเล้ว
    #92
    0
  2. #74 Lompat_LB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 06:28
    แอร๊ยยยยยพรหมลิขิตแล้วแบบนี้ อีริคอย่าใจร้ายเลยน่ะ ทำตัวดีๆหน่อย
    #74
    0
  3. #45 urnurn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 01:43
    สนุกอ่าาเขียนดี
    #45
    0
  4. #4 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 23:46
    แถวบ้านเรียกพรหมลิขิตนะเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #4
    0
  5. #2 BlAcK_PearL (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 20:19
    ไรท์เตอร์มาต่อแล้ววว *^* ท่าทางชาร์ลส์คงจะต้องถูกปั่นหัว เหวี่ยงไปมาอีกแน่ ฮาาาา XD แหมอิริค ตอนแรกชั้นเผลอคิดว่านายเป็นมาเฟีย เจ้าพ่ออะไรแบบนั้นสักอีก //โดนเหล็กฟาด จะว่าไปเรเวนกับโลแกนก็มุ้งมิ้งหน่อนๆนะคะเนี้ยยย >w<~~ ปล.จะติดตามต่อไปนะคะ 555
    #2
    0