สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 64 : ตอนที่ 63 พิธีปลุกเสก !!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 620 ครั้ง
    8 มี.ค. 62

ตอนที่ 63


“ฟู่วในที่สุดก็เสร็จสักทีเล่นเอาเมื่อยเหมือนกันนะครับเนี่ย” สตีฟพูดพลางมองดูมีทบอลกว่าสิบถาดที่พึ่งจะทำเสร็จ แถมยังมีหม้อของซอสมะเขือเทศอีกหม้อใหญ่ๆ


“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปเรียกทุกคนมากินข้าวเย็นแล้วกันครับ” แบล็คพูด


“ครับ” สตีฟพยักหน้า


ป่านนี้เด็กพวกนั้นจะได้กินอะไรหรือยังนะ สตีฟคิดในใจพลางนึกถึงซาช่าและสองแฝดที่ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้างแต่สตีฟคิดว่าพวกเธอไม่น่าจะเป็นอะไรเพราะสัตว์กลายพันธ์ข้างบนนั้นเลเวลอยู่ที่ประมาณร้อยสี่สิบแถมพวกเธอยังสามารถหนีไปด้วยเฮลิคอปเตอร์ได้ทุกเมื่ออีกด้วย


ครั่งชั่วโมงต่อมา


“ให้สามลูกจริงๆเหรอพ่อหนุ่ม” คุณยายคนหนึ่งถามหลังจากเห็นสตีฟตักมีทบอลให้ถึงสามลูก


“แน่นอนสิครับคุณยายไม่พอมาเติมได้นะครับ” สตีฟพูดพลางยิ้มให้คุณยาย


“ขอบคุณมากๆเลยนะเธอนี่ใจดีจริงๆ” คุณยายยิ้มออกมาสตีฟเห็นน้ำตาของแกซึมอยู่ที่หางตาอีกด้วย


“คุณแบล็คครับอย่าลืมบอกทุกคนด้วยนะครับไม่อิ่มมาขอเติมเพิ่มได้เพราะถ้าไม่พอยังไงเดี๋ยวผมทำเพิ่มเองครับ” สตีฟหันไปพูดกับแบล็คที่ทำหน้าที่ตักซอสมะเขือเทศราดลงบนมีทบอลให้


“แบบนั้นมันจะดีเหรอครับคุณสตีฟ” แบล็คมองหน้าสตีฟพลางถาม


“ดีสิครับคนทำอาหารจะมีความสุขที่สุดเวลาที่เห็นคนกินมันมีความสุขนี่แหละครับ ตอนนี้ผมมีความสุขมากๆเลย” สตีฟพูดออกมาซึ่งตอนนี้เขานั้นมีความสุขมากๆ ที่เห็นทุกคนกินมีทบอลที่เขาทำขึ้นมาอย่างเอร็ดอร่อย


แต่ทุกคนจะอร่อยก็ไม่แปลกหรอกนะก็ทนกินถั่วกระป๋องมาตั้งหลายวัน สตีฟคิดก่อนจะลงมือตักอาหารต่อไปอย่างไม่มีเหน็ดไม่มีเหนื่อย


“นี่สตีฟขอเติมได้ใช่มั้ย” เสียงคามิล่าดังขึ้น


“อ้าวเธอเองเหรอ” สตีฟพูดออกมาเพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาตักอยู่จึงไม่ได้มองหน้าว่าใคร


“ใช่เติมได้ใช่มั้ย” คามิล่าถามอีกครั้ง


“แน่นอนสิ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะยื่นมือไปเอาจานจากคามิล่าแต่คามิล่าเธอดันไม่ยอมปล่อยมือ


“หือไม่ปล่อยมือผมจะเติมยังไงล่ะ” สตีฟถามตอนนั้นเองสตีฟก็รู้สึกได้ว่ามือด้านใต้จานของคามิล่ากำลังสะกิดมือของสตีฟอยู่


“เอาไปสิ !!” คามิล่าพูดเสียงเบาๆก่อนสตีฟจะรู้สึกถึงอะไรเย็นๆบางอย่างที่มาชนมือของเขา


สตีฟเห็นใบหน้าของคามิล่าแดงกร่ำสตีฟก็ร้องอ๋อออกมาทันที


“คุณเอามาให้ผมไวจริงๆเลยนะครับ” สตีฟยิ้มพลางแกล้งแซวคามิล่า


“เงียบน่ารีบๆเติมให้ได้แล้ว” คามิล่าพูดใส่สตีฟอย่างอายๆ ก่อนจะก้มหน้างุดรอสตีฟเติมมีทบอลให้


“ครับๆได้ครับ” สตีฟรีบคำก่อนจะรีบเติมมีทบอลให้เธอส่วนสิ่งที่คามิล่าส่งมาให้สตีฟผ่านใต้จานนั้นก็คือหลอดทดลองเล็กๆหลอดหนึ่งซึ่งข้างในบรรจุของเหลวใสๆเอาไว้ ซึ่งไม่ต้องเดาให้ยากมันก็คือน้ำคัดหลั่งของสาวบริสุทธ์ที่อายุเกินยี่สิบห้าอย่างคามิล่านั่นเอง


สตีฟที่เห็นคามิล่ายังหน้าแดงอยู่ก็อดแกล้งไม่ได้เขาแกล้งเอาหลอดทดลองนั่นขึ้นมาใกล้ๆจมูกก่อนจะแกล้งดมดู


ฟุด !! ฟิด !! สตีฟแกล้งหายใจดังๆแกล้งคามิล่า


“นาย !!!” คามิล่าที่ได้ยินเสียงหายใจแปลกๆของสตีฟก็เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะอ้าปากค้างกับภาพที่สตีฟกำลังดมหลอดทดลองที่เธอพึ่งจะยื่นให้สตีฟอยู่


“กลิ่นหอมดีนะครับ” สตีฟแกล้งพูดทั้งๆที่ไม่ได้กลิ่นอะไรแท้ๆเพราะหลอดทดลองนั้นมีฝาปิดอยู่


“นะ นะ นะ นายโรคจิตจะดมทำบ้าอะไรรีบเก็บเดี๋ยวนี้เลยนะเดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า” คามิล่าอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรเสียงดังเพราะเดี๋ยวจะเป็นที่สังเกต


“คุณนี่ก็โวยวายไปได้ มันมีกลิ่นที่ไหนเล่าฝาก็ปิดเอาไว้แถวดูเหมือนคุณจะทำความสะอาดมันอย่างดี ผมก็แค่แกล้งคุณเล่นเท่านั้น” สตีฟพูดพลางเก็บหลอดทดลองลงไปในกระเป๋ามิติของเขาแทนที่จะใส่ในกระเป๋าหน้าผ้ากันเปื้อนเพราะกลัวจะเผลอทำมันแตกนั่นเอง


“ไม่พูดด้วยแล้วไอ้ฮีโร่โรคจิต” คามิล่าพูดออกมาก่อนจะแย่งจานในมือสตีฟที่ตักมีทบอลเสร็จแล้วไปและไปต่อแถวของแบล็คทันทีเพื่อให้ราดซอสมะเขือเทศให้เพิ่ม


จากนั้นมื้ออาหารเย็นของคนกว่าสองพันคนก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและความสุขก่อนฮีโร่คนหนึ่งจะมาแจ้งกับฮีโร่ทุกคนว่าหาคนที่จะปลุกเสกน้ำมนต์ได้แล้ว


“ได้แล้วงั้นเหรอใครล่ะ” สตีฟถาม


“เขาคือหลวงพี่จอนนี่” ฮีโร่คนนั้นพูด


“หลวงพี่จอนนี่ เป็นชื่อที่แปลกดี” สตีฟพูด


“ดูเหมือนหลวงพี่จะเป็นชื่อเรียกของคนที่เป็นพระนะ เหมือนกับที่เราเรียกมิสเตอร์และมิสเวลาแยกผู้หญิงผู้ชายนั่นแหละ” ฮีโร่คนหนึ่งอธิบายเขานั้นพอจะรู้วัฒนธรรมทางตะวันออกอยู่เหมือนกัน


“อ๋อเหมือนที่ตอนเราเรียกหลวงพ่อเวลาไปโบสถ์วันอาทิตย์สินะ” สตีฟพยักหน้าเข้าใจ


“ว่าแต่น้ำมนต์นี่มันจะได้ผลจริงๆเหรอ” ฮีโร่คนหนึ่งถาม


“ผมจำได้ว่ามันเคยมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องน้ำมนต์นี่ด้วยนะ ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดนักวิทยาศาสตร์คนนั้นชื่อ มาซารุ อะไรสักอย่างนี่แหละ” โรนัลด์พูดเขาเองก็ต้องมาคุยเรื่องนี้ด้วยเพราะเขาเป็นคนที่รู้เรื่องเจ้าสไลม์มากที่สุด (ชื่อของเขาคือ Dr.Masaru Emoto นะครับใครอยากอ่านเรื่องวิจัยเรื่องผลึกของน้ำลองไปค้นหาใน youtube ดูพิมพ์ว่า Hado Water หรืออยากฟังเป็นภาษาไทยก็ลอง พิมพ์คำว่า มหัศจรรย์แห่งเสียงอัลกุอานกับการก่อตัวของผลึกน้ำ)


“หือมีคนวิจัยเรื่องแบบนั้นด้วยงั้นเหรอ” แบล็คแปลกใจ


“ใช่นักวิจัยคนนั้นได้รวบรวมน้ำจากที่ต่างๆมาและทดลองโดยให้สภาพแวดล้อมต่างๆกันก่อนจะแช่น้ำนั้นจนแข็งก่อนจะถ่ายภาพของน้ำนั้นด้วยกล้องไมโครสโคปความเร็วสูงกำลังขยายกว่าห้าร้อยเท่า ผลที่ได้คืออะไรรู้มั้ย” โรนัลด์ถามแน่นอนทุกคนส่ายหน้าโรนัลด์จึงพูดต่อ


“ผลการทดลองนั้นคือภาพที่ถ่ายได้จากกล้องความเร็วสูงนั่นจะเห็นภาพหยดน้ำเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์ท่านนั้นยังนำตัวอย่างน้ำอย่างเดียวกันแยกเป็นสองตัวอย่างและเปิดเพลงให้มันฟังในรูปแบบเพลงต่างๆ ไม่ว่าจะเพลงร็อค เพลงเศร้า หรือเพลงป๊อปป็นเวลาหนึ่งคืน ซึ่งผลที่ได้หลังจากเอาน้ำพวกนั้นไปแช่แข็งอีกรอบและมาถ่ายด้วยกล้องใหม่นั้นก็คือ ภาพผลึกที่เปลี่ยนไป” โรนัลด์พูด


“บ้าน่าเปลี่ยนได้ด้วยงั้นเหรอ น้ำก็คือน้ำไม่ใช่หรือไง” ฮีโร่คนหนึ่งอุทานออกมา


“ใช่มันเปลี่ยนได้ น้ำที่เปิดเพลงป๊อปให้มันฟังภาพทีได้จากกล้องคือผลึกจากที่เคยเป็นหกเหลี่ยมมันเปลี่ยนกลายเป็นสี่เหลี่ยม ส่วนน้ำที่ได้เปิดเพลงร็อคให้ฟังมันนั้นผลึกได้แตกตัวออกจากกันจนมองไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร” โรนัลด์พูด


“โหมีอย่างนี้ด้วยนี่แสดงว่าการปลุกเสกน้ำมนต์อะไรนั่นด้วยคาถาจะได้น้ำที่แตกต่างจากน้ำธรรมดาสินะครับ” สตีฟเองก็พึ่งเคยได้ฟังเรื่องแบบนี้


“แล้วเราจะปลุกเสกน้ำมนต์นั่นกันตอนไหนล่ะ” คามิล่าถาม


“ก่อนจะปลุกเสกนั่นผมว่าเราควรตามหาของเหลวชนิดที่สองหรือน้ำคัดหลั่งจากสาวบริสุทธ์นั่นก่อนจะดีกว่านะ” แบล็คพูด


“นั่นสินะ อันนั้นเรายังหาไม่ได้เลยนี่” ฮีโร่คนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วย


“เรื่องนั้นไม่ต้องหรอกครับ” สตีฟพูดออกมาหลังจากได้ยินเรื่องนี้


“หือทำไมไม่ต้องล่ะครับคุณสตีฟ” แบล็คสงสัย


“เพราะผมได้มาแล้วยังไงล่ะครับ” สตีฟพูดก่อนจะหยิบหลอดทดลองออกมาจากในกระเป๋ามิติของเขา


“นั่นมัน !!!” แบล็คอุทานออกมาพลางหยิบหลอดทดลองจากมือสตีฟไปดูใกล้ๆก่อนจะลองดมมันดู


ฟุด !! แบล็คลองดมมันเบาๆ คามิล่าที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลอ้าปากค้าง


“ฮ่ะๆ แบล็คนายโคตรโรคจิตเลยหวะ ไปดมทำไมล่ะนั่น ถ้ามันเป็นของคุณยายอายุแปดสิบจะทำไง” ฮีโร่คนหนึ่งในห้องหัวเราะออกมาทำให้คนอื่นๆหัวเราะตาม ส่วนคามิล่าตอนนี้อยากจะฆ่าแบล็คแทบใจจะขาดแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเดี๋ยวคนอื่นๆจะรู้ว่าในหลอดทดลองนั่นเป็นของเธอ


“เอามานี่เลยครับเอาไปดมได้ยังไงมันเสียมารยาทนะครับ” สตีฟยิ้มออกมาพลางหยิบหลอดทดลองจากมือแบล็คกลับมา


‘โธ่นิดๆหน่อยๆเองผมอยากจะรู้นี่นา ว่าน้ำคัดหลั่งของสาวบริสุทธิกลิ่นมันเป็นยังไง แต่น่าเสียดายดันไม่ได้กลิ่นซะได้” แบล็คพูดออกมา


“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นก็เหลือแต่น้ำมนต์อย่างเดียวสินะ” โรนัลด์เมื่อเห็นว่าสตีฟได้ของเหลวมาสองชนิดแล้วก็พูดออกมาเขานั้นอยากจะขึ้นไปข้างบนไวๆเพื่อพาลูกน้องทั้งสี่ของเขาไปรักษาก่อนที่สมองจะตาย


“ครับแล้วได้นักหลวงพี่จอนนี่ไว้หรือยังครับ” สตีฟถาม


“นัดไว้แล้วล่ะ เขานัดพวกเราให้ไปที่ห้องโถงใหญ่ตอนหนึ่งทุ่มสิบเก้านาที” ฮีโร่คนที่พบกับจอนนี่พูด


“หือก็อีกครึ่งชั่วโมงเองนี่แต่ทำไมต้องนัดตอนนั้นล่ะ” สตีฟดูเวลาก่อนจะถามอย่างสงสัย


“เห็นเวลาเป็นเวลมงคลล่ะมั้งถ้าจำไม่ผิด” ฮีโร่คนนั้นเองก็ไม่แน่ใจ


“จะปลุกเสกน้ำมนต์ต้องมีเวลามงคลด้วย” สตีฟอุทานออกมาอย่างอึ้งๆ


เวลา 19.15 น.


ตอนนี้ทุกคนนั้นได้มารวมตัวกันที่ห้องอาหารหมดแล้วกว่าสองพันคน


“จำเป็นต้องมากันเยอะขนาดนี้ด้วยเหรอครับ” สตีฟถามพลางนั่งในท่าชันเข่าเพราะพื้นที่มันแคบมาก


“หลวงพี่จอนนี่บอกว่ายิ่งคนเยอะยิ่งศักดิ์สิทธ์น่ะ” ฮีโร่คนที่ติดต่อกับจอนนี่พูดออกมาพลางเตรียมของให้พร้อมสำหรับการปลุกเสกน้ำมนต์


“อ่ออย่างนี้นี่เอง แล้วคุณทำอะไรอยู่น่ะผมเห็นเตรียมมาสักพักแล้ว” สตีฟถามพลางมองภาพตรงหน้าที่ฮีโร่คนนั้นกำลังเอาเชือกสีขาวๆเดินรอบเสาที่ถูกตั้งไว้เป็นสี่มุมเชือกนั้นพันรอบๆจนกลายเป็นสี่เหลี่ยม


“เห็นว่าเป็นพื้นที่สำหรับทำพิธีนะ” ฮีโร่คนนั้นเองก็ไม่แน่ใจตอนนั้นเองก็มีชายผิวดำ สวมชุดแปลกๆคล้ายเอาผ้ามาพันๆกันไว้เดินมา ซึ่งชายคนนี้ไม่มีคิ้วและไม่มีผม


“นั่นหลวงพี่จอนนี่ไง” ฮีโร่คนนั้นพูดหลังจากเห็นสตีฟมองคนที่มาใหม่


“แล้วทำไมหลวงพี่แกแต่งตัวอย่างนั้นล่ะ” สตีฟถาม


“เห็นว่าเป็นชุดของนักบวชทางนั้นน่ะ” ฮีโร่คนนั้นบอก


“อ๋อเหมือนชุดเครื่องแบบของหลวงพ่อที่โบสถ์สินะ แต่ผมพึ่งรู้เลยนะครับเนี่ยว่าหลวงพ่อ เอ้ยหลวงพี่ทางนั้นจะต้องโกนผมและโกนคิ้วด้วย” สตีฟพูด


“เตรียมพร้อมแล้วใช่มั้ยโยม” จอนนี่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเชือก(สายสิญจน์)พลางถาม


“เรียบร้อยครับหลวงพี่ นี่น้ำที่ต้องปลุกเสก และนี่เฮดโฟนสำหรับพูดผ่านลำโพงครับ” ฮีโร่คนที่ช่วยเตรียมทุกอย่างให้บอกพลางยื่นเฮดโฟนที่ใช้สำหรับงานคอนเสิร์ตให้จอนนี่


“ดีมากเริ่มพิธีกันเถอะใกล้ได้เวลาแล้ว” จอนนี้พยักหน้าก่อนจะหยิบเฮดโฟนมาใส่และก้าวเท้าเข้าไปในเชือกที่ถูกล้อมเอาไว้


“เอาล่ะสวัสดีตอนค่ำนะโยมทุกท่าน วันนี้อาตมาดีใจมากที่ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อปลุกเสกน้ำมนต์อีกครั้ง เอาล่ะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ทุกคนพนมมือขึ้นอย่างนี้นะ” จอนนี่พูดพลางทำให้ดูเป็นตัวอย่าง


พรึ่บ !! เสียงทุกคนยกมือขึ้นพนมมือพร้อมๆกันดังไปทั่วห้อง เนื่องจากมื้อเย็นนั้นทุกคนได้กินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยและเต็มอิ่มจึงทำให้ทุกคนมีแรงกันเหลือเฟือ


“โอ้เสียงพนมมือขึ้นดังพร้อมๆกันเลย ดูศักดิ์สิทธิยังไงก็ไม่รู้สินะครับเนี่ย” สตีฟพูดพลางรู้สึกขนลุก


“นั่นสิครับ ผมเองก็เริ่มรู้สึกขนลุกเหมือนกันแถมอากาศยังหนาวๆยังไงด้วยก็ไม่รู้” แบล็คเองก็รู้สึก


“นั่นสิผมเองก็รู้สึกหนาวเหมือนกัน ห้องนี้มันเย็นแปลกๆหรือเปล่าตอนกินข้าวยังไม่เย็นเท่านี้เลยนี่” ฮีโร่ข้างๆสตีฟก็รู้สึกเหมือนกัน


“นั่นคือความศักดิ์สิทธ์ของหลวงพี่จอนนี่ยังไงล่ะ” ฮีโร่คนที่เตรียมพิธีให้จอนนี่พูดพลางยิ้มออกมา


“เอาล่ะเดี๋ยวอาตมาจะท่องบทสวดให้ฟังสามรอบ แล้วจากนั้นเราจะเริ่มปลุกเสกกันนะ” จอนนี่พูดก่อนจะเริ่มท่องบทสวดออกมา


“อะนันตะปัดชะเย อะปัดติเถเถนา อะปัดติยา อะปัดติเถเถคือ .........................” จอนนี่เริ่มท่องบทสวดของเขาออกมา


ก่อนหน้านั้น


หลังจากทุกคนตกลงกันที่จะไปรวมตัวกันตอน 19.19 เพื่อปลุกเสกน้ำมนต์ ทุกคนก็ได้แยกย้ายกันไปขอความร่วมมือกับผู้อพยพทั้งสองพันคนส่วนคามิล่าที่กำลังจะออกไปเป็นคนสุดท้ายนั้นก็ได้ชะงักเท้าก่อนจะพูดออกมา


“ทุกคนจะใช้ห้องครัวปลุกเสกสินะ ห้องนั้นไม่น่าจะจุคนสองพันคนได้พร้อมๆกันปกติเราแบ่งคนกันไปกินข้าว ถึงตอนนั้นน่าจะร้อนน่าดูไปปรับแอร์หน่อยแล้วกัน” คามิล่าพูดก่อนจะเดินไปปรับแอร์ในห้อง


ตี๊ด !! ตี๊ด !! ตี๊ด !! ตี๊ด !! คามิล่าปรับจนแอร์ทั้งหมดเหลืออุณหภูมิแค่ยี่สิบจากปกติยี่สิบห้า


และนั่นคือเหตผลที่สตีฟและคนอื่นๆรู้สึกหนาวและรู้สึกว่าในห้องมันเย็นกว่าปกติ


จบ...


error loaded

พิมพ์คำอธิบายที่นี่

error loaded
พิมพ์คำอธิบายที่นี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 620 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น

  1. #1666 Shin Night (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 15:45
    อินี่เองต้นเหตุความสยอง5555
    #1,666
    0
  2. #1355 Good One D@y (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 09:01

    คามิล่า ไปฟ้องซาร่าเลย หนอย มาทำแบบนี้ได้ไง ต้องโดนซาร่าสั่งสอนนะ

    #1,355
    0
  3. #999 mátyás (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 21:36
    บางทีมันก็ ไม่ไหวอะ ถี่เกิน
    #999
    0
  4. #971 Have_a_hope (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 14:33
    การทดลองเรื่องน้ำนี่ทุกวันนี้ก็ยังเถียงกันอยู่ว่าจริงไม่จริงแค่ไหน เพราะผลึกเปลี่ยนได้ตลอดขึ้นกับอุณหภูมิ ความเข้มข้น สสาร และ ส่วนประกอบของน้ำที่เอามาทดลอง และได้ชื่อว่าเป็นการทดลองที่มี

    bias(การเลือกผลเอนเอียงเข้าข้างตัวเอง) สูงมาก เห็นได้จากการเลือกเอารูปผลึกแค่ 1ผลึกมาโชว์ว่าเป็นผลของการสวดมนต์ ถ้ามันจริงเราควรมีรูปผลึกเรียงกันเยอะแยะมากมายมาโชว์เป็นหลักฐานไม่ใช่หรือ? สุดท้ายนี้ก็แล้วแต่จะเชื่อ แต่ถ้าอยากดูรูปผลึกสวยๆไปดูรูปผลึกหิมะเอา แล้วจะเห็นว่ามีมากมายหลายแบบ
    #971
    0
  5. #970 Nazzga2 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 13:35
    ถ้าซาร่ารู้เอ็งตายแน่ตีฟ
    #970
    0
  6. #968 Wang_jiaying (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 13:14
    ภาพผลึกหลังสวดสวยมากๆเลยค่ะ
    #968
    0