สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 62 : ตอนที่ 61 เหตุการณ์วุ่นวาย !!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 802 ครั้ง
    7 มี.ค. 62

ตอนที่ 61


“ทุกคนระวังด้วยคาลอสนายช่วยเดินนำหน่อย” แบล็คพูดกับคาลอสที่อยู่ด้านข้าง


“ฉันบาดเจ็บอยู่นะ” คาลอสแย้ง


“แต่นายเลเวลเยอะที่สุด แถมพลังกายก็เยอะที่สุดเพราะสกิลเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่าของนายด้วยดังนั้นนายไม่น่าจะโดนพวกมันโจมตีทีเดียวตายหรอก” แบล็คพูด


“โหนี่ตรูเป็นตัวรับมือรับเท้าดีๆนี่เอง” คาลอสร้องออกมาแต่ก็ยอมเดินไปด้านหน้าตอนนี้ทุกคนนั้นเดินเข้ามาในเขตห้องทดลองแล้ว ซึ่งคนที่เดินเข้ามานั้นมีทั้งหมดสิบคนส่วนที่เหลือรออยู่ด้านนอก


“จะลงบันไดแล้วนะพวกนายระวังหลังให้ฉันด้วย คามิล่าเธอเตรียมแก๊สยาสลบเอาไว้ให้ดี ถ้าเกิดมีตัวอะไรโผล่เข้ามาโจมตีสาดใส่มันเลย” คาลอสพูดกับคามิล่า


“ได้ตอนนี้เหงื่อพร้อมสาดแล้ว” คามิล่าพูดสกิลของเธอนั้นคือเปลี่ยนเหงื่อให้กลายเป็นแก๊สชนิดต่างๆนั่นเอง


“ส่วนนายเจ้าหนูถ้าคามิล่าพลาดก็รีบใช้สกิลของนายพาพวกที่เหลือหนีไปซะฉันจะถ่วงเวลาให้เอง” คาลอสหันไปพูดกับเด็กคนหนึ่ง


“อะ อะ อือ...ผม..จะ..ทำ...พี่คาลอส” เด็กคนนั้นพูดตอบคาลอสอย่างอายๆ


“ถ้าคาลอสพลาดเราต้องพึ่งเธอแล้วนะฟินด์” คามิล่าหันไปยิ้มให้กับเด็กน้อยพลางยกมือขึ้นลูบหัว


หน้าต่าง
ชื่อ : ฟินด์ พาวเวลล์ Level : 1
อาชีพ : นักเรียน
อายุ : 12
ฉายา : เทพซ่อนหา


คามิล่ามองฟินด์อย่างเอ็นดูและสงสารเพราะเขาเป็นเพียงแค่นักเรียนธรรมดาๆแต่ที่ต้องมาอยู่ตรงนี้นั้นก็เพราะเขามีสกิลที่สามารถพาทุกคนที่ตกอยู่ในอันตรายหนีได้ในพริบตาคามิล่าเปิดข้อมูลสกิลของเด็กที่ชื่อฟินด์นี่ขึ้นมาดูอีกครั้ง


สกิลพิเศษ
ซ่อนหา Lv. 45
เมื่อผู้ใช้เปิดใช้สกิลซ่อนหาจะทำให้เป้าหมายมองไม่เห็นและสัมผัสไม่ได้ถึงการคงอยู่ของผู้ใช้ ซึ่งการใช้สกิลนี้นั้นจะต้องยืนนิ่งๆและกลั้นหายใจเป็นเวลาสามวินาทีสกิลถึงจะแสดงผล


คามิล่ามองสกิลของฟินด์พลางพยักหน้าสกิลนี้นั้นเป็นสกิลที่ดีมากๆ ถ้าเลเวลของสกิลเต็มไม่แน่ว่าเรื่องระยะเวลาสามวินาทีในการใช้สกิลนั้นอาจจะไม่จำเป็นอีกเลยก็ได้แถมสกิลนี้นั้นยังส่งผลแก่ผู้ที่สัมผัสร่างของฟินด์อยู่อีกด้วย พวกเธอวางแผนเอาไว้ว่าถ้าเจอตัวอะไรขึ้นมาจริงๆจะให้ฟินด์ใช้สกิลนี้กับพวกเธอโดยมีคาลอสถ่วงเวลาสามวินาทีนั่นให้ และเมื่อสกิลแสดงผลแล้วพวกเธอจะพาคนทั้งหมดหนีโดยให้คาลอสเข้ามาแตะตัวฟินด์ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่สกิลมันจะแสดงผลนั่นเอง เท่านี้สัตว์กลายพันธ์ก็จะสูญเสียเป้าหมายโจมตีและพวกเขาก็จะรอด


“ว่าแต่น้ำส้มนั่นอร่อยหรือเปล่าฟินด์ นั่นน่ะขวดสุดท้ายที่เรามีอยู่เลยนะ” แบล็คพูดเพราะกว่าจะกล่อมให้เด็กที่ชื่อฟินด์มากับพวกตนได้ถึงกับต้องเอาน้ำส้มมาล่อ


“อะ อะ อร่อยครับ” ฟินด์พยักหน้าก่อนจะยกขวดน้ำส้มขึ้นกระดกไปหนึ่งอึก


“ดูเหมือนจะมีประตูกั้นทางลงเอาไว้นะ” คาลอสพูดออกมาหลังจากพาทุกคนเดินลงบันไดมาจนเจอประตูกั้น


“ประตูเหมือนด้านนอกที่คุณสตีฟพังไปเลยนะแต่นี่มันแค่ขนาดเล็กกว่าหน่อย ทุกคนลองดูซิว่ามีวิธีเปิดมันมั้ย” แบล็คพูดจากนั้นทุกคนก็ช่วยกันดูก่อนจะเจอแผงควบคุม


“เฮ่ดูเหมือนประตูนี่จะเปิดได้เฉพาะหัวหน้าห้องทดลองนะ ดูสิ” ฮีโร่คนหนึ่งบอกหลังจากเจอแผงควบคุมแล้วแต่มันดันต้องใช้ลายนิ้วมือ และการสแกนม่านตาของหัวหน้าห้องทดลองแห่งนี้


“แบบนั้นแสดงว่าเราปลอดภัยสินะเฮ้อโล่งอก” คาลอสถอนหายใจออกมาตอนนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นมา


ตี๊ด !! ตี๊ด !! ตี๊ด !! ตี๊ด !! คำเตือน !! ประตูกั้นชั้นที่หนึ่งกำลังจะเปิด เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นทำให้ทุกคนตกใจจนตาแทบถลนเป็นคาลอสที่ตั้งสติได้ก่อนใครเพื่อน


“ทุกคนถอยขึ้นไปเร็วเข้า ฟินด์เธอเตรียมใช้สกิล ถ้าฉันให้สัญญาณก็ใช้สกิลได้เลยฉันจะพยายามถ่วงเวลามันเอาไว้ให้ได้” คาลอสตะโกนสั่งการออกมาเขาหวังว่าตัวที่เจอจะไม่เลเวลเกินหนึ่งร้อยเจ็ดสิบ เพราะถ้าเลเวลประมาณนั้นเขาพอจะทนการโจมตีได้ครั้งหรือสองครั้ง


ตึก !! ตึก !! ตึก !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ทุกคนวิ่งขึ้นบันไดไปขั้นบนสุดปล่อยให้คาลอสยืนเผชิญหน้ากับอันตรายอยู่ที่หน้าประตูกั้น


ครืด !! ประตูค่อยๆถูกเลื่อนขึ้นอย่างช้าๆและเนื่องด้วยตรงบันไดนั้นไม่มีไฟส่องสว่างทำให้มีแต่แสงไฟจากด้านในห้องชั้นที่สองลอดผ่านประตูเข้ามาเท่านั้นทำให้ภาพที่คาลอสและคนอื่นๆเห็นจะกลายเป็นย้อนแสงไปหมด (ภาพย้อนแสงนั้นจะทำให้ผู้ที่มองย้อนแสงจะเห็นภาพของวัตถุนั้นๆเป็นเงาดำๆ รูปตัวอย่างท้ายตอน)


ประตูเปิดขึ้นจนเกือบจะสุดคาลอสก็ได้เห็นกับภาพของสัตว์กลายพันธ์ในที่สุด


ตัวอะไรกันมีสองหัวไม่สิ หกหัวงั้นเหรอ คาลอสมองเจ้าสัตว์กลายพันธ์ตรงหน้าอย่างตกใจเพราะมันมีถึงหกหัว (สตีฟให้โรนัลด์ขี่หลังอยู่ และอีกสี่หัวคือร่างของลูกน้องโรนัลด์ที่สตีฟหนีบติดแขนมาด้วยข้างละสองคน)


บรู๊ว !!!!!!!!! คาลอสเริ่มหอนออกมาและใช้สกิลแปลงร่างทันทีร่างของเขาค่อยๆขยายตัวขึ้นก่อนขนจะปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง


ย้อนกลับมาที่สตีฟ


“คุณจัดการพวกมันหมดจริงๆด้วยคุณเป็นใครกันแน่เนี่ย !!!” โรนัลด์อุทานออกมาหลังจากเดินจนถึงชั้นที่สอง


“ผมน่ะเหรอก็เป็นสุดยอดพ่อบ้านยังไงล่ะ” สตีฟพูดก่อนจะให้โรนัลด์เปิดประตูกั้นชั้นที่สองนี้


ตี๊ด !! ตี๊ด !! ตี๊ด !! ตี๊ด !! คำเตือน !! ประตูกั้นชั้นที่หนึ่งกำลังจะเปิด เสียงสัญญาณดังขึ้น


ครืด !! ประตูกั้นค่อยๆเลื่อนขึ้นก่อนจะเลื่อนจนสุด


“หือสัตว์กลายพันธ์งั้นเหรอ !!” เสียงสตีฟพูดอย่างแปลกใจเพราะเสียงประตูเวลาเลื่อนขึ้นมันค่อนข้างดังจึงไม่ทันฟังเสียงหอนของคาลอส (คือคาลอสมันตัดสินใจแปลงร่างก่อนที่ประตูเลื่อนขึ้นจนสุดนะครับสตีฟจึงยังได้ยินเสียงเลื่อนครืดๆ ของประตูอยู่โดยไม่ทันฟังเสียงหอนแปลงร่างของคาลอสมัน)


“มนุษย์หมาป่างั้นเหรอห้องทดลองเราไม่เคยมีมันนี่ !!!!” โรนัลด์อุทานอย่างตกใจ


ตู้ม !!!! สตีฟได้ยินดังนั้นไม่รอช้าใช้ถีบใส่มนุษย์หมาป่านี่ให้เต็มแรงเพราะมือไม่ว่างสตีฟจึงใช้ขาถีบเอา


“แค่นี้ก็เรียบร้อยจะมาดักตบพ่อบ้านอย่างผมก็โดนถีบเข้าให้สิ หึ !!!” สตีฟแสยะยิ้มออกมาตอนนั้นเองสตีฟก็ได้ยินเสียงเอะอะด้านบนบันได


“คาลอส !!!!!!!” เสียงผู้หญิงตะโกนออกมาอย่างตกใจ


“หือนั่นมันเสียงคามิล่าไม่ใช่เหรอ” สตีฟจำเสียงของคามิล่าได้ตอนนั้นเองไฟที่บันไดก็ได้ติดขึ้นอีกครั้งเพราะประตูกั้นถูกเปิดออกแล้ว


พรึ่บ !! ไฟที่บันไดสว่างขึ้นอีกครั้งทำให้สตีฟและฝั่งคามิล่ามองเห็นกันและกัน


“คุณสตีฟ !!!!” แบล็คอุทานออกมาหลังจากเห็นว่าใครอยู่หลังประตู


“คามิล่า !! แบล็ค !!!” ส่วนสตีฟก็ต้องอุทานอย่างแปลกใจที่เห็นแบล็คและคามิล่าที่นี่อีกทั้งยังมีฮีโร่อีกหลายคนยื่นอยู่หลังพวกเขาแล้วนั่นมันเด็กไม่ใช่หรือไง


ตอนนั้นเองโรนัลด์ก็ชี้มือไปด้านหน้าก่อนจะพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก


“คะ คะ คุณสตีฟนั่นน้ำส้มนั่น” โรนัลด์จำขวดน้ำส้มดีโธ่ได้รีบชี้ให้สตีฟดูทันที


“น้ำส้มอะไร” สตีฟยังไม่เข้าใจ


“ที่เด็กนั่นถืออยู่มันคือน้ำส้มยี่ห้อดีโธ่ที่จะใช้จัดการเจ้าสไลม์ยังไงล่ะ” โรนัลด์รีบอธิบาย


“ห๋า !!!!” สตีฟร้องอุทานออกมาก่อนจะปล่อยร่างเหล่าลูกน้องทั้งสี่ของโรนัลด์ลงพื้นและพุ่งเข้าไปหาเด็กที่ถือขวดน้ำส้มนั่นอยู่ทันที


หมับ !! สตีฟคว้ามือของเด็กคนนั้นที่ถือขวดน้ำส้มเอาไว้แน่นทันที


“เจ้าหนูส่งน้ำส้มนั่นให้พี่ชายซะ !!!!!” สตีฟพูดด้วยน้ำเสียงอันจริงจังเพราะนี่อาจจะเป็นน้ำส้มที่ใช้จัดการสไลม์นั่นได้


แง !!!!!!!!!!!! เด็กที่ชื่อฟินด์ร้องไห้ออกมาทันทีแต่ก็ไม่ยอมปล่อยน้ำส้มในมือและเสียงร้องของฟินด์ทำให้ทุกคนได้สติอีกครั้ง


“ทำบ้าอะไรยะอีตาสตีฟแกล้งเด็กทำไม !!!!” คามิล่าตะโกนด่าสตีฟเสียงดังก่อนจะเดินเข้ามาตบหน้าสตีฟที่แกล้งเด็ก


เผียะ !! โอ๊ย !! เสียงสตีฟโดนตบหน้าแต่คามิล่าดันเป็นคนร้องออกมาเสียเองเพราะหน้าสตีฟนั้นแข็งมากจนเธอนึกว่าตบใส่กำแพง


“คุณจะมาตบผมทำไมเนี่ยน้ำส้มนั่นเป็นความหวังของพวกคุณเลยนะ รู้หรือเปล่าน้ำส้มยี่ห้อนั้นน่ะมีค่ามากแค่ไหน” สตีฟหันไปพูดกับคามิล่า ส่วนพวกแบล็คและคนอื่นๆนั้นกำลังดูอาการของคาลอสที่สลบเหมือดไปแล้วอยู่


“พูดบ้าอะไรของนายน้ำส้มนี่อะนะความหวัง มีค่า ???” คามิล่ายิ่งฟังสตีฟพูดก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ตอนนั้นเองเธอก็สังเกตเห็นคนที่อยู่บนหลังของสตีฟ


“แล้วนายแบกใครมาด้วยไม่สิก่อนอื่นนายทำบ้าอะไรของนายถึงพังประตูนั่น นายคิดจะฆ่าพวกเราหรือไง” คามิล่าถาม


“เอาเป็นว่าผมจัดการสัตว์กลายพันธ์ที่นี่ได้สบายๆแล้วกันเรื่องพังประตูก็ขอโทษด้วยที่ไม่ไปปรึกษาก่อน ส่วนข้างหลังผมเขาคือโรนัลด์เป็นหัวหน้าห้องทดลองแห่งนี้” สตีฟพูดก่อนจะหันไปหาเด็กที่ชื่อฟินด์ที่ยังร้องไห้และไม่ปล่อยมือจากน้ำส้มอยู่ เขาเองไม่อยากจะทำอะไรรุนแรงกับเด็กหรอกนะ

“นี่คามิล่าบอกให้เด็กนี่ปล่อยมือจากน้ำส้มที่สิ มันสำคัญมากนะ” สตีฟหันไปบอกคามิล่า


“นายนั่นแหละต้องปล่อยมือ น้ำส้มนั่นเป็นของฟินด์นายมีสิทธิอะไร” คามิล่าพูดพลางมองหน้าสตีฟ


“นี่แม่หนูน้ำส้มนั่นสำคัญจริงๆนะมันเป็นวัตถุดิบที่ใช้จัดการสัตว์กลายพันธ์ที่เลเวลมากที่สุดในห้องทดลองนี้ได้” โรนัลด์ฟังเงียบๆอยู่นานพูดออกตัวให้อีกคน


“หาเรื่องจริง !!!!” คามิล่าอุทานออกมาหลังจากได้ยินสิ่งที่โรนัลด์บอก


“จริง !!!x2” สตีฟและโรนัลด์ตอบออกมาพร้อมๆกัน


“คามิล่า คาลอสบาดเจ็บสาหัสเราต้องรีบพาเขาไปรักษาด่วน” แบล็คที่ดูอาการคาลอสเสร็จรีบบอกกับคามิล่า


“หาบาดเจ็บสาหัส !!!!” คามิล่าอุทานเสียงดัง


“หือนั่นไอ้คุณคาลอสหรอกเหรอโคตรวิตถาร !!!” สตีฟอุทานหลังจากเห็นคาลอสที่นอนจมกองเลือดซึ่งเขาคืนร่างเดิมแล้วหลังจากหมดสติไป ที่สตีฟบอกว่าคาลอสวิตถารนั้นเพราะคาลอสแก้ผ้าอยู่


(คาลอส : เวลาแปลงร่าง ร่างตรูมันขยายเฟ้ยเสื้อผ้าเลยขาดหมด)


“ใช่คามิล่าคาลอสดูเหมือนตับจะแตกต้องรีบผ่าตัดด่วนเลย” ฮีโร่อีกคนหนึ่งที่พอจะมีความรู้ด้านนี้พูด


“แง !! พี่คามิล่าช่วยด้วยพี่ชายคนนี้เขาจะแย่งน้ำส้มผม !!!!!” เสียงฟินด์ร้องไห้เสียงดังพลางฟ้องคามิล่า


“โว๊ยโคตรวุ่นวายเลย !!!!!” คามิล่าโวยวายออกมาอย่างเหลืออดเพราะตอนนี้เธอไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเธอเห็นว่าคาลอสอาการแย่จริงๆจึงตัดสินใจเคลื่อนย้ายคาลอสไปผ่าตัดที่ห้องพยาบาลในเขตพักอาศัยก่อนโดยทิ้งสตีฟไว้ตรงนั้น


“ไอ้หนูส่งน้ำส้มมาได้แล้วถ้าเอ็งทำมันหกพี่ชายจะตีก้นให้ลายจริงๆด้วย” สตีฟพูดกับฟินด์ที่ยังกำน้ำส้มแน่นอีกครั้งทำให้เขาเริ่มร้องไห้หนักกว่าเดิม


แง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 802 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น

  1. #2744 ladolceblue (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 13:36
    อีคามิลล่า -ตายไปเหอะ
    #2,744
    0
  2. #2277 Orz2 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 11:40
    โง่ๆทั้งนั้นเรื่องนี้
    #2,277
    0
  3. #1663 Shin Night (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 15:12
    สตีฟแกล้งเด็ก5555
    #1,663
    0
  4. #1497 ddlovepp (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 12:58
    ถ้าไม่ให้ก้ไม่ช่วยมัน ง่ายมะ เหมือนให้เกลียดเดกฟินอ่ อารมได้
    #1,497
    0
  5. #1354 Good One D@y (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 08:57

    เหมือนเห็นอนาคตการสอนลูกนายลางๆเลยอ่ะสตีฟ 555

    #1,354
    0
  6. #1257 thedarksun1986 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 23:59
    เจ้าหนูอายุขนาดนี้แล้วอย่างอแงสิ
    #1,257
    0
  7. #969 Fruele (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 13:20
    แค่น้ำส้ม วุ่นวายเกิน
    #969
    0
  8. #939 นามมังกรสำคัญไฉน (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 11:41

    ตอนนี้ทั้งปวดหัว และปวดตับแทนบักคาลอส ฮาๆๆ

    #939
    0
  9. #925 nuang1 (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 07:40
    ฉากแย่งน้ำส้มเด็ก ปวดหัวแทนคามิล่า
    #925
    0