สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 342 : ตอนที่ 338 เมืองยมโลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 949
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    3 ต.ค. 63

ตอนที่ 338
 
 
          “บ้าเอ้ยนี่เราบินมากี่กิโลเมตรแล้วฟระเนี่ย” สตีฟพูดออกมาเขานั้นเริ่มวิตกกังวลแล้วเพราะบินมาก็พักใหญ่แต่ยังไม่มีวี่แววจะเห็นเมืองหรือเกาะที่น่าจะเป็นเมืองสถานที่อยู่ของราชาโจรสลัดที่ชื่อโรเจอร์เลย
 
 
          เจ้านายบินมากว่าสองร้อยสามสิบกิโลเมตรแล้วครับ...จะให้เร่งความเร็วมั้ยครับเจ้านายตอนนี้เราบินอยู่ที่ความเร็วสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ จานิสรายงานให้สตีฟฟัง
 
 
          “เร่งความเร็วเหรอตอนนี้พลังงานเหลือเท่าไหร่จานิส” สตีฟถามเพราะถ้าเร่งความเร็วพลังงานที่ใช้ในการบินจะมากขึ้นไปอีกเขานั้นต้องเผื่อไว้ขากลับด้วย
 
 
          พลังงานตอนนี้เหลือ 72% ครับเจ้านาย จานิสตอบ
 
 
          “72% สินะถึงจะดูเหมือนมากแต่ต้องเหลือไว้ขากลับด้วยงั้นไม่ต้องเร่งความเร็วรักษาระดับความเร็วเท่านี้ต่อไป” สตีฟบอกเพราะถ้าเขาจัดการราชาโจรสลัดนั่นได้แล้วเหลือเวลาไม่มากในการออกจากที่นี่ล่ะก็เขาต้องเร่งความเร็งสูงสุดและนั่นก็ต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว
 
 
          รับทราบครับเจ้านาย จานิสที่ได้รับคำสั่งแบบนั้นก็ได้แต่รักษาความเร็วในการบินที่เท่านี้ต่อไป
 
 
สิบนาทีต่อมา
 
 
          เมื่อบินมาเกือบสามร้อยกิโลเมตรสวนทางกับเรือโจรสลัดที่วิ่งออกไปในที่สุดสตีฟก็เห็นเกาะและท่าเรือ
 
 
          “เห็นเกาะแล้วนั่นคือเมืองยมโยกสินะ !!” สตีฟตะโกนออกมาอย่างดีใจหลังจากบินมาเป็นระยะทางเกือบสามร้อยกิโลเมตรและเมื่อเห็นเกาะไม่รอช้าสตีฟก็บินเข้าไปใกล้เกาะนั่นทันที
 
 
          “นะ...นะ...นี่คือเมืองยมโลกงั้นเหรอ!!” สตีฟพูดก่อนจะบินผ่านท่าเรือมาและตรงเข้าไปสำรวจภายในเมืองยมโลกแห่งนี้ซึ่งเมืองยมโลกนั้นจากที่สตีฟเห็นมีสภาพไม่ต่างจากเมืองร้างที่พึ่งผ่านสงครามมาเลยเพราะมันเต็มไปด้วยซากของกำแพงและบ้านที่พังครืนลงมาสตีฟมองไปที่บ้านหลังหนึ่งและก็เห็นว่าภายในบ้านนั่นมีป้ายหลุมศพตั้งอยู่



error loaded
ภาพตัวอย่างของซากเมือง

 
 
          สตีฟไม่รอช้ารีบบินเข้าไปดูหลุมศพที่ตั้งอยู่ภายในซากบ้านนั่นทันที
 

หลุมศพของ
คาลอส ปีเตอร์เบิร์ก
ตาย
วันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 952
 
 
        ค.ศ. 952 เลยงั้นเหรอย้อนไปพันกว่าปีที่แล้วเลยนะนั่น สตีฟมองดูหลุมศพที่เห็นและตอนนั้นเองก็มีวิญญาณลุกขึ้นมาจากหลุมศพทำให้สตีฟต้องรีบถอยห่างออกมาทันทีเพราะกลัววิญญาณนั่นสังเกตเห็นเขา
 
 
หน้าต่าง
          คาลอส ปีเตอร์เบิร์ก Level : 1
ลูกเรือโจรสลัด
 
 
        ซึ่งสิ่งที่สตีฟเห็นคือวิญญาณของลูกเรือโจรสลัดที่กลับมาเกิดใหม่เมื่อตายนั่นเองวิญญาณของลูกเรือโจรสลัดที่ชื่อคาลอสนั้นเมื่อลุกขึ้นมาจากหลุมศพก็ค่อยๆเดินตรงไปที่ไหนสักแห่งสตีฟค่อยๆบินตามไปดูอยู่ห่างๆและก็ได้พบว่าวิญญาณคาลอสที่เป็นลูกเรือโจรสลัดนั้นกำลังเดินไปที่ท่าเรือที่มีเรือโจรสลัดลำใหญ่จอดอยู่และไม่ใช่แค่เพียงวิญญาณของคาลอสเท่านั้นแต่ยังมีวิญญาณอีกจำนวนมากที่ลุกขึ้นมาจากหลุมศพและเดินไปที่ท่าเรือเช่นเดียวกันกับวิญญาณของคาลอส
 
 
          ใช่แล้วกำแพงพวกนั้นดูเหมือนจะเป็นอาณาเขตที่อยู่ของวิญญาณในยมโลกแห่งนี้กำแพงแต่ละจุดจะมีหลุมศพของแต่ละคนและวิญญาณที่ออกไปตายข้างนอกนั้นจะกลับมาเกิดที่หลุมศพตัวเองทุกครั้ง
 
 
          “เฮ้ย...ไอ้พวกที่ตายมาเกิดใหม่น่ะขึ้นเรือมาให้ไวเลยเรือจะออกแล้ว !!” เสียงวิญญาณกับตันที่อยู่บนเรือตะโกนให้เหล่าวิญญาณลูกเรือโจรสลัดรีบขึ้นเรือ
 
 
          ตายแล้วเกิดใหม่เหรอ...แสดงว่าพวกนี้เป็นวิญญาณลูกเรือโจรสลัดที่ออกไปโลกข้างนอกแล้วถูกจัดการมาสินะพอถูกจัดการก็จะกลับมาเกิดที่นี่ใหม่และขึ้นเรือเพื่อออกไปจับคนเป็นกลับมาตามคำสั่งของราชาโจรสลัดใหม่อีกครั้งส่วนวิญญาณพวกนี้ดูแทบไม่ต่างจากคนปกติหายตัวก็ไม่ได้เดินทะลุกำแพงก็ไม่ได้ไม่มีความสามารถอะไรเลย สตีฟคิดในใจหลังจากเห็นว่าวิญญาณในยมโลกนี่ไม่มีความสามารถอะไรเลย
 
 
          และทันใดนั้นเองจู่ๆจานิสก็พูดอะไรบางอย่างออกมาทำเอาสตีฟที่บินอยู่บนฟ้าถึงกับต้องรีบบินลงไปที่พื้น
 
 
          แย่แล้วครับเจ้านายดูเหมือนบริเวณนี้จะมีฝุ่นละอองขี้เถ้าขนาดเล็กเป็นจำนวนมากมันกำลังแทรกซึมเข้าไปรบกวนไอพ่นในถุงมือและรองเท้าอยู่ครับถ้ายังฝืนบินต่อไปอาจจะทำให้ไอพ่นสำหรับบินเสียหายได้ครับ จานิสรีบบอกสตีฟเมื่อตรวจพบสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบไอพ่น
 
 
          “ให้ตายสิละอองขี้เถ้างั้นเหรอแบบนี้ก็ขึ้นบินไม่ได้สิเวรเอ้ยนึกว่าจะได้ตามหาราชาโจรสลัดนั่นจากบนฟ้าเสียอีก” สตีฟพูดเพราะตอนแรกเขาตั้งใจจะหาเจ้าราชาโจรสลัดนั่นจากบนฟ้าแต่เมื่อบินไม่ได้แบบนี้เพราะละอองขี้เถ้าเขาก็ต้องเดินเท้าตามหาน่ะสิ
 
 
          สตีฟเตรียมออกเดินตามหาราชาโจรสลัดโรเจอร์ภายในเมืองยมโลกแห่งนี้แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปไหนเขาก็ได้ยินเสียงเฮดังมาจากทางท่าเรือเสียก่อน
 
 
          เฮ !!!!!!!!!!!!!! เสียงเฮของพวกวิญญาณของลูกเรือโจรสลัดดังมากทำเอาสตีฟที่อยู่ห่างจากท่าเรือไม่มากนักต้องหันกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นและเมื่อหันไปดูสตีฟก็เห็นเรือโจรสลัดลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาเทียบท่าเรือ
 
 
          ซ่า !! เรือโจรสลัดนั่นแล่นเข้ามาเทียบท่าพร้อมทั้งพาดไม้จากเรือลงมา
 
 
          “ลงไป !!” เสียงตะโกนดังมาจากบนเรือและไม่กี่วินาทีต่อมาสตีฟก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเพราะว่ามีคนกำลังลงมาจากบนเรือ
 
 
          ใช่แล้วฟังไม่ผิดหรอกมีคนกำลังเดินลงมาจากบนเรือจริงๆ
 
 
          เจ้านายครับตรวจพบสัญญาณสิ่งมีชีวิตจำนวนหลายร้อยชีวิตครับ จานิสรีบรายงานทันที
 
 
          “มะ...มีชีวิตงั้นเหรอ” สตีฟอุทานออกมาก่อนจะรีบตรวจสอบคนหน้าสุดที่กำลังถูกบังคับลงจากเรือ
 
 
          หน้าต่าง
ชื่อ : บิลเลี่ยน จอร์แดน Level : 1
อาชีพ : คนขับรถ
อายุ : 40
 
 
        นั่นมันคนจากโลกนี่ได้ไงกันไหงมาอยู่นี่ล่ะไม่ใช่ว่ารัฐบาลกำลังใช้ปืนพ่นไฟสกัดหมอกแห่งความตายอยู่เหรอ !! สตีฟตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นคนเป็นๆมาอยู่สถานที่แห่งนี้
 
 
          ไม่เพียงเท่านั้นที่ด้านหลังของชายที่ชื่อบิลเลี่ยนยังมีคนอีกจำนวนมากทยอยเดินตามลงมาไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น ชายกลางคน หญิงกลางคนหรือแม้กระทั่งคนชราทุกคนกำลังทยอยเดินลงมาจากเรืออย่างสิ้นหวัง
 
 
          “เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย !!” สตีฟถึงกับเครียดขึ้นมาทันที
 
 
อีกด้านหนึ่ง
 
 
          “แย่แล้วอิจิยะทหารที่ชายฝั่งฟลอริด้ารายงานมาบอกว่าตอนนี้ฝนตกหนักมากทำให้ปืนพ่นไฟแทบใช้การไม่ได้เลยแถมลมเองก็พัดเข้าหาฝั่งรุนแรงมากทำให้เวลายิงปืนพ่นไฟออกไปจะถูกลมตีกลับมาหมดเลย” ชีน่าที่พึ่งได้รับรายงานมาจากทหารที่อยู่บริเวณชายฝั่งฟลอริด้ารีบรายงาน
 
 
          จริงด้วยสิลืมไปเลยว่าพายุที่เกิดขึ้นริมทะเลจะกลายเป็นพายุฝนเพราะมันดูดน้ำทะเลขึ้นไปควบแน่นกลายเป็นเมฆฝน อิจิยะเองลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลยเพราะเขามัวแต่กังวลเรื่องการอพยพคน
 
 
          “เอาไงดีอิจิยะตอนนี้พายุเริ่มพัดหมอกหลุดเข้าไปในเมืองแล้วเห็นว่ามีคนที่อพยพไม่ทันโดนหมอกนั่นพาหายไปแล้วด้วยตอนนี้ฉันกำลังอพยพประชาชนทางตะวันออกอยู่” ชีน่าพูด
 
 
          เธอทำเท่าที่ทำได้แล้วกันเพราะฉันจะใช้มิสไซส์เพื่อสกัดหมอกก็ไม่ได้ด้วยสิเพราะยังมีคนที่อพยพไม่ทันอยู่อีกเป็นจำนวนมากเลยและจากข้อมูลของคุณสฟิงซ์คนพวกนั้นที่หายเข้าไปในหมอกไม่ได้ตายแต่ถูกพากลับไปยมโลกเพื่อเปลี่ยนเป็นวิญญาณลูกเรือขั้นตอนการกลายเป็นลูกเรือต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงไม่แน่ว่าบางทีอาจจะยังพอมีทางช่วยได้เดี๋ยวจะลองคิดแผนช่วยเหลือดูแล้วกันแต่ต้องขอเวลารวบรวมคนและอุปกรณ์ก่อน อิจิยะเริ่มคิดแผนช่วยประชาชนที่ถูกพาไปที่ยมโลก
 
 
          ซึ่งอิจิยะตั้งใจจะใช้เครื่องบินรบติดตั้งปืนพ่นไฟพุ่งผ่านเข้าไปในประตูยมโลกเพื่อไปช่วยประชาชนที่ถูกจับไปที่ยมโลกกลับมาแต่นี่ก็ต้องเป็นเรื่องที่ใช้เวลาสักหน่อยเพราะเขาไม่มีข้อมูลของยมโลกเลยสฟิงซ์เองก็ไม่มีเพราะไม่เคยไปที่นั่น
 
 
          “เข้าใจแล้วฉันจะพยายามช่วยเหลือให้ได้มากที่สุดแล้วกัน” ชีน่าพูดก่อนจะตัดสายไปและเริ่มเปิดประตูมิติ
 
 
          “เข้าไปในประตูมิติเลยค่ะเร็วเข้า !!” ชีน่าตะโกนบอกประชาชนที่มารวมตัวกันยังที่ว่าการรัฐฟลอริด้าแห่งนี้ซึ่งมีจำนวนหลายพันคนและนั่นใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีกว่าคนพวกนี้จะเดินผ่านประตูมิติเข้าไปทั้งหมดหลังจากประชาชนผ่านประตูมิติของชีน่าเข้าไปหมดแล้วมือถือของเธอก็มีการติดต่อเข้ามาอีกครั้งชีน่ารีบรับสายทันที
 
 
          คุณชีน่าคะฉันรวบรวมคนแก่และเด็กที่อยู่ในอพาร์ทเม้นท์มาได้เกือบสองร้อยคนตอนนี้อยู่บนยอดตึกโรงแรมที่ถนนสายแปดค่ะ ซาร่าที่ช่วยอพยพคนอยู่โทรมาแจ้งเรื่องนี้ให้ชีน่าทราบ
 
 
          “เข้าใจแล้วค่ะจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ชีน่าพูดพลางตัดสายและพยายามนึกถึงหน้าตาของยอดตึกโรงแรมของถนนสายแปดของรัฐฟลอริด้า
 
 
          “ไม่ใช่นั่นถนนสายแปดของเวอร์จิเนีย” ชีน่าขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียดเพราะตอนนี้ภาพในหัวของเธอตีกันวุ่นไปหมด
 
 
          เงื่อนไขการใช้สกิลประตูมิติของชีน่านั้นจะต้องนึกถึงภาพสถานที่จึงจะเปิดประตูมิติไปได้ซึ่งชีน่าที่มีไอคิวสูงและมีความฉลาดเป็นอันดับต้นๆของโลกการจะจำภาพของสถานที่จำนวนมากนั้นไม่เกินความสามารถเธอเลยแต่ด้วยสถานการณ์ที่ตรึงเครียดแบบนี้ทำให้ภาพความจำในสมองของเธอตีกันมั่วไปหมด
 
 
          กว่าจะนึกภาพของโรงแรมที่ถนนสายแปดของรัฐฟลอริด้าออกก็ต้องใช้เวลาไปเกือบสองนาที
 
 
          วู่บ !! ฟุ่บ !! ทันทีที่นึกภาพออกชีน่าก็เปิดประตูมิติและรีบเข้าไปในนั้นเพื่อไปอพยพคนไปที่ปลอดภัยทันที
 
 
กลับมาที่สตีฟ
 
 
          อ๊าก !! ทันทีที่มนุษย์ถูกต้อนลงมาจากเรือก็มีหลายคนพยายามหนีแต่สุดท้ายก็โดนดาบฟันเข้าให้กลางหลังจนล้มลงกับพื้นส่วนในกลุ่มมนุษย์ที่ถูกจับมานั้นก็มีบางคนที่เป็นฮีโร่แต่สกิลของพวกเขานั้นไม่สามารถจัดการกับวิญญาณของลูกเรือโจรสลัดได้
 
 
          สตีฟที่แอบดูสถานการณ์อยู่ใกล้ๆกัดฟันกรอดและในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวกระโดดออกไปกราดเลเซอร์ใส่เหล่าวิญญาณลูกเรือโจรสลัดพวกนั้นทันที
 
 
          ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! เลเซอร์ความร้อนสูงเผาทำลายร่างของวิญญาณลูกเรือโจรสลัดพวกนั้นในชั่วพริบตาแต่ไม่นานวิญญาณพวกนั้นก็กลับไปเกิดที่หลุมศพและวิ่งกลับมาใหม่อีกครั้ง
 
 
          “ทุกคนมารวมกันทางนี้ใครที่ไม่บาดเจ็บช่วยแบกคนที่บาดเจ็บขึ้นมาด้วยเร็วเข้า !!” สตีฟตะโกนบอกเหล่าคนที่กำลังตกตะลึงกับการปรากฏตัวของสตีฟ
 
 
          “คะ...คุณช่วยผมด้วย”
 
 
          “พี่ชายช่วยหนูด้วยหนูอยากกลับบ้าน !!”
 
 
เหล่าผู้คนที่เห็นว่ามีสตีฟมาช่วยก็รีบกรูกันเข้าหาสตีฟทันทีจากนั้นสตีฟก็รับพาทุกคนหนีจากท่าเรือไปมุ่งเข้าไปในเมืองยมโลก
 
 
          ปิ้ว !! ปิ้ว !! สตีฟพาทุกคนวิ่งหนีไปพลางและก็ยิงกำจัดเหล่าวิญญาณลูกเรือโจรสลัดไปพลางจนกระทั่งมาถึงซากบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีสภาพที่ยังดีอยู่พอสมควร
 
 
          “ทุกคนใครยังขยับไหวช่วยกันยกเศษหินพวกนั้นมาปิดประตูทางเข้ากับหน้าต่างไว้ก่อนเร็วเข้า” สตีฟตะโกนบอกคนข้างหลังซึ่งทุกคนก็ช่วยกันดีมากไม่นานซากบ้านหลังนี้ก็กลายเป็นสถานที่ปลอดภัยขึ้นมานิดนึง
 
 
          “คะ...คุณที่นี่มันทีไหนครับแล้วเกิดอะไรขึ้นทำไมค่าสถานะของผมถึงกลายเป็นคนธรรมดาไปได้ล่ะจำได้ว่าก่อนหน้านี้ผมยังนอนอยู่ที่บ้านในฟลอริด้าอยู่เลยแต่จู่ๆก็มีหมอกเขียวๆลอยเข้ามาในบ้านแล้วผมก็ถูกวิญญาณลูกเรือโจรสลัดพวกนั้นจับขึ้นเรือมาเลยแล้วก็มาโผล่บนเรือนี่” ฮีโร่นายหนึ่งที่พึ่งถูกสตีฟช่วยรีบเข้ามาถามสถานการณ์
 
 
          “ที่นี่คือยมโลกพวกคุณถูกจับมา” สตีฟบอกออกไปว่าที่นี่คือที่ไหน
 
 
          “ยมโลก”
 
 
          “ไม่นะ !!”
 
 
          เหล่าผู้คนที่ได้ยินแบบนั้นก็แสดงท่าทีแตกตื่นเพราะนึกไม่ถึงว่าตนจะอยู่ยมโลก
 
 
          “ทุกคนใจเย็นครับตั้งสติด้วยก่อนอื่นก็ตรวจสอบของที่มีติดตัวก่อนวิญญาณพวกนั้นมันแพ้ไฟขอแค่หาอะไรที่สร้างไฟขึ้นมาแล้วยิงใส่พวกมันได้ร่างพวกมันก็จะสลายไปไอ้วิญญาณพวกนี้มันไม่มีความสามารถพิเศษอะไรหายตัวก็ไม่ได้ทะลุกำแพงก็ไม่ได้ดังนั้นถ้าเราอยู่ในนี้แล้วพยายามใช้ไฟต้านมันเอาไว้พวกเราก็น่าจะรอด” สตีฟรีบบอกข้อมูลที่เขามีออกไป
 
 
          พอพวกฮีโร่และเหล่าคนธรรมดาที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบค้นหาของในกระเป๋าทันทีซึ่งคนธรรมดาส่วนใหญ่นั้นไม่มีกระเป๋ามิติจึงมีแต่ของที่พกติดตัวมาเท่านั้นส่วนพวกฮีโร่เองก็ไม่ค่อยมีสิ่งที่ทำให้เกิดไฟได้เท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่ในกระเป๋าพวกเขาส่วนใหญ่จะมีแค่เต็นท์ไว้สำหรับนอนและอาหารส่วนที่เหลือจะเว้นว่างไว้สำหรับใส่ซากสัตว์กลายพันธ์ที่ล่ามาได้
 
 
          “ผมมีไฟแช็ค” ชายคนหนึ่งที่เป็นสิงห์อมควันหยิบไฟแช็กออกมา
 
 
          “หนูมีน้ำหอมค่ะ” เด็กผู้หญิงอายุสิบห้าหยิบน้ำหอมในกระเป๋าออกมา
 
 
          “เอามารวมกันเลยน้ำหอมกับไฟแช็คใช้ด้วยกันจะกลายเป็นปืนพ่นไฟ” สตีฟรีบหยิบไฟแช็คและน้ำหอมนั่นมาทันทีและส่งให้ฮีโร่คนหนึ่ง
 
 
 
          เจ้านายครับพลังงานเหลือ 25% จานิสแจ้งถึงพลังงานที่เหลือให้สตีฟรับทราบหลังจากใช้เลเซอร์ค่อนข้างหนักทำให้พลังงานเหลือค่อนข้างน้อย
 
 
          “บ้าจริงบีบอัดพลังงานแล้วยิงเป็นเลเซอร์ออกไปนี่เปลืองพลังงานกว่าที่คิด” สตีฟถึงกับเครียดหลังจากได้ยินจำนวนพลังงานที่เหลืออยู่ซึ่งเขาต้องเก็บไว้ใช้สำหรับบินกลับด้วยแถมตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าเหล่าคนและฮีโร่พวกนี้กว่าร้อยชีวิตเขาจะพาหนีออกไปจากที่นี่ยังไง
 
 
ห้านาทีต่อมา
 
 
          หลังจากรวบรวมข้างของทั้งหมดที่น่าจะใช้เป็นอาวุธพ่นไฟแล้วสุดท้ายสตีฟก็ได้กระป๋องสเปรย์ปรับอากาศ น้ำหอม และกระป๋องสเปรย์แต่งผมมารวมๆแล้วกว่ายี่สิบกระป๋องส่วนไฟแช็คที่ใช้สำหรับจุดไฟนั้นสตีฟได้มากว่าสิบอัน
 
 
          “เฮ้พวกมนุษย์มันอยู่ในบ้านหลังนั้นเข้าไปจับมัน !!” วิญญาณของกัปตันโจรสลัดจากเรือลำหนึ่งที่พึ่งฟื้นกลับมาจากหลุมตะโกนอยู่ด้านนอก
 
 
          สตีฟมองลอดผ่านช่องวางระหว่างอิฐออกไปก็เห็นมีวิญญาณของลูกเรือโจรสลัดนับร้อยกำลังพุ่งมายังจุดที่พวกเขาใช้เป็นที่ซ่อนตัว
 
 
          “เฮ !!!!!!!!!!!!” เหล่าลูกเรือโจรสลัดที่ได้รับคำสั่งจากกัปตันก็เฮโลกันเข้ามาทันที
 
 
          “บ้าจริงมันเจอเราแล้วทุกคนถ้ามันพังประตูหรือหน้าต่างเข้ามาทางไหนให้ใช้ไฟปืนพ่นไฟในมือจัดการพวกมันเลยนะ” สตีฟหันไปบอกทุกคน
 
 
          “ครับ/เข้าใจแล้วพี่ชาย” ทุกคนพยักหน้าให้สตีฟ
 
 
          โคร่ม !! ประตูที่ถูกก่อขึ้นมาจากเศษอิฐอย่างลวกถูกพังเข้ามาแทบจะในทันทีและวิญญาณของลูกเรือโจรสลัดนายหนึ่งก็บุกเข้ามาแต่ทันทีที่มันก้าวเท้าเข้ามาด้านในก็เจอสเปรย์กับไฟแช็คที่ถูกทำให้เป็นปืนพ่นไฟจัดการไปในพริบตา
 
 
          โคร่ม !! หน้าต่างอีกบานหนึ่งถูกพังเข้ามาและก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งถือสเปรย์น้ำหอมในมือและไฟแช็คไปจัดการกับวิญญาณลูกเรือโจรสลัดที่พยายามเข้ามาทางนั้น
 
 
          ส่วนเจ้าตัวกัปตันเรือสตีฟก็ใช้เลเซอร์จัดการมันไปทันทีหลังจากเห็นตัวก็นะเจ้ากัปตันนี่ต้องรีบจัดการเพราะมันมีปืนถ้าถูกยิงเข้าอาจจะทำให้มีคนตายได้
 
 
          “พะ...พี่ชายน้ำหอมหมดไปครึ่งขวดแน่ะ” เด็กผู้หญิงที่ใช้ขวดน้ำหอมเป็นเชื้อเพลิงสำหรับปืนพ่นไฟพูด
 
 
          ใช้กำจัดวิญญาณไม่กี่ตัวหมดน้ำหอมไปถึงครึ่งขวดเลยงั้นเหรอเรามีพวกน้ำหอมและสเปรย์ต่างๆอยู่ยี่สิบกว่ากระป๋องอย่างมากก็น่าจะยื้อได้สักสองหรือสามชั่วโมงได้มั้งเอาไงดีฟระในกระเป๋าเรามีอะไรใช้ได้บ้างเนี่ย สตีฟคิดในใจพลางล้วงเข้าไปในกระเป๋ามิติเพื่อหาสิ่งที่จะมาใช้สร้างปืนพ่นไฟได้
 
 
          แต่ก็ไม่มีอะไรเลยที่จะมาใช้ทำเป็นปืนพ่นไฟในสถานการณ์แบบนี้จนกระทั่งเขาไปเจออะไรบางอย่างที่อยู่ในกระเป๋ามิติ
 
 
          ฟุ่บ !! สตีฟหยิบบางอย่างที่เจอในกระเป๋ามิติออกมา
 
 
หน้าต่าง
มีดหมอปลุกเสก
เป็นมีดที่ผ่านการปลุกเสกทำพิธีมาอย่างดีจากเกจิอาจารย์ดังในอดีตแค่พกมันไว้ก็จะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย
 
 
        “มีดหมอนี่มันที่เราเอาไปซ่อมเมื่อเดือนก่อนนี่” สตีฟนึกถึงมีดหมอเล่มนี้ซึ่งครั้งนึงมันเคยหักตอนที่จีนและเมื่อเร็วๆนี้เขาพึ่งเจอมันในกระเป๋ามิติจึงนำไปให้ตาลุงจีเวลซ่อมให้มา (ไรท์ : สตีฟทำหักตอนที่ 216)
 
 
          ไอ้นี่มันจะใช้ได้มั้ยฟระ สตีฟนึกถึงตอนที่ใช้มีดหมอนี่จัดการเปรตที่ซึ่งเป็นอมนุษย์เขาไม่รู้ว่าวิญญาณพวกนี้จะนับเป็นหนึ่งในอมนุษย์ด้วยมั้ย
 
 
          “ทุกคนรอผมอยู่นี่นะผมจะออกไปลองอะไรหน่อย” สตีฟหันไปบอกคนอื่นๆ
 
 
          “จะไปไหนเหรอคุณ”
 
 
          “จะไปลองหาวิธีจัดการไอ้วิญญาณพวกนั้นแบบให้สิ้นซากน่ะสิอ้อแล้วก็ยืมสเปรย์กับไฟแช็คอันนึงนะครับส่วนพวกคุณรีบซ่อมประตูกับหน้าต่างให้เหมือนเดิมซะ” สตีฟพูดและขอสเปรย์แต่งผมกับไฟแช็คไปอันนึงจากนั้นเขาก็เดินลึกเข้าไปในซากบ้านหลังนี้เพื่อหาหลุมศพ
 
 
          ส่วนพวกฮีโร่และเหล่าคนที่เหลืออยู่แม้จะสงสัยว่าสตีฟไปไหนแต่ก็ไม่ได้มีใครถามอะไรต่อเพราะต้องรีบยกเศษอิฐมาปิดประตูและหน้าต่างให้เหมือนเดิมก่อนที่พวกวิญญาณพวกนั้นจะบุกมาอีกรอบ
 
 
จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น