สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 340 : ตอนที่ 336 หน้าที่ของฮีโร่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    24 ก.ย. 63

ตอนที่ 336
 
 
          “เหลือเวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีงั้นเหรอที่หมอกนี่จะพัดเข้าฝั่ง !!” ซาร่ามองไปที่สตีฟที่รีบอธิบายสถานการณ์แบบรวบรัดให้ฟัง
 
 
          “ใช่แต่รัฐก็คงพยายามสกัดให้มากที่สุดเพื่ออพยพประชาชนนั่นแหละหมอกพวกนี้แพ้ไฟแต่ปริมาณมันเยอะเกินไปแล้วก็ถูกส่งออกมาจากยมโลกไม่หยุดจนกว่าประตูยมโลกจะปิดตอนพระอาทิตย์จะขึ้นดังนั้นการใช้ไฟสกัดคงช่วยอะไรไม่ได้มากไปกว่าการถ่วงเวลาเพื่ออพยพ” สตีฟบอก
 
 
          “งั้นเหรอแล้วความอันตรายของหมอกนี่ล่ะ” ซาร่าถาม
 
 
          “จากที่คุณสฟิงซ์บอกมาถ้าคนเป็นตกอยู่ในหมอกนั่นจะถูกจับกลับไปยมโลกเพื่อเปลี่ยนเป็นลูกเรือของราชาประมง” สตีฟตอบ
 
 
          “ถูกจับไปยมโลกงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นห้ามตกเข้าไปอยู่ในหมอกนั่นสินะ” ซาร่าพยักหน้าเข้าใจ
 
 
          “ใช่ตัวเธอและโอลิเวียก็แค่ลอยขึ้นฟ้าหลบหมอกนั่นก็พอแต่ประชาชนนี่สิจะเอายังไงดีหมอกเคลื่อนที่เร็วขึ้นเพราะพายุด้วยจากที่คุณอิจิยะคำนวณตอนเช้าหมอกนี่จะปกคลุมไปทั่วยี่สิบรัฐในแถบตะวันออก” สตีฟบอกผลกระทบของหมอกนี่
 
 
          “ตอนนี้มนุษย์ทั่วทั้งโลกย้ายมาอยู่อเมริกาทั้งหมดแล้วด้วยสิยี่สิบรัฐในแถบภาคตะวันออกมีประชาชนอาศัยอยู่มากกว่าหนึ่งร้อยล้านคนการจะอพยพประชาชนจำนวนมากขนาดนั้นหนีหมอกนี่คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าสิบสองชั่วโมงถึงจะพยายามยังไงคงจะมีประชาชนที่ตกค้างตายเป็นล้าน” ซาร่าพูดออกมา
 
 
          ใช่ครับอย่างที่คุณซาร่าพูดคงมีคนตายเป็นล้านถึงตอนนี้พวกเราออกคำสั่งอพยพไปแล้วแต่จะให้อพยพประชาชนกว่าร้อยล้านคนเป็นเรื่องที่เกินกำลังเราในตอนนี้ไปหน่อยจากกำลังของรัฐบาลในตอนนี้อาจจะอพยพได้ประมาณชั่วโมงละสี่เกือบสิบล้านคนครับอีกทั้งยังมีตัวแปรเรื่องพายุอีกถ้าพายุมันรุนแรงขึ้นหมอกนั่นก็จะเคลื่อนที่เร็วกว่าเดิม เสียงอิจิยะดังออกมาจากโทรศัพท์ซึ่งสตีฟยังไม่ได้วางสายไป
 
 
          ซาร่าที่ได้ยินแบบนั้นก็แสดงสีหน้าคร่ำเครียดขึ้นมาเธอนั้นไม่อยากให้สตีฟไปเสี่ยงเลยแต่ถ้าสตีฟไม่ไปอาจจะมีคนตายเป็นจำนวนหลายล้านคนสตีฟที่รู้แก่ใจดีว่าถ้าเขาไม่ไปคงมีคนตายเป็นล้านและสตีฟคงไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
 
 
          “แล้วแผนการสกัดหมอกนี่ล่ะคะคุณอิจิยะมีแผนอย่างไรบ้าง” ซาร่าถามอิจิยะ
 
 
          ก็คงต้องใช้ปืนพ่นไฟนั่นแหละครับเพราะจะให้ใช้มิสไซส์คงไม่ได้เพราะมันจะสร้างความเสียหายให้มากกว่าที่จะกำจัดหมอกซึ่งตอนนี้เรากำลังขนปืนพ่นไฟออกจากคลังแสงอยู่ครับทันทีที่ขนเสร็จจะรีบให้ชีน่าส่งไปทันทีครับซึ่งหลังจากเธอส่งปืนพ่นไฟเสร็จเธอก็จะไปอพยพประชาชนต่อเลย อิจิยะบอกซึ่งแผนของเขาก็คือไปรวดรวมปืนพ่นไฟมาให้ได้มากที่สุดและใช้สกิลของชีน่าเปิดประตูมิติจากวอชิงตันไปที่ฟลอริด้าและติดตั้งปืนพ่นไฟสกัดหมอกเอาไว้ให้ได้นานที่สุดจากนั้นชีน่าก็จะเป็นคนใช้ประตูมิติช่วยอพยพประชาชนหนีไปฝั่งตะวันตกของประเทศซึ่งเป็นทิศทางที่หมอกไม่ได้พัดไป
 
 
          แต่การจะรวบรวมคนทั่วทั้งเมืองให้มาอยู่จุดเดียวกันนั้นมันไม่ง่ายอย่างน้อยการจะรวมคนทั้งเมืองให้มาอยู่ที่เดียวกันก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงและชีน่าเป็นฮีโร่เพียงคนเดียวในโลกที่มีสกิลประตูมิติงานนี้เธอต้องทำงานหนักที่สุดเลยล่ะนะ
 
 
          “จะหวังพึ่งสกิลประตูมิติของคุณชีน่าในการอพยพสินะคะ” ซาร่าพูดหลังจากพอจะเข้าใจแผนเบื้องต้นแล้ว
 
 
          ใช่ครับแต่เราจะทำควบคู่กับการอพยพด้วยเครื่องบินไปด้วยเพราะการจะอพยพประชาชนนับล้านในแต่ละรัฐผ่านประตูมิต้องต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงแต่การอพยพด้วยเครื่องบินก็มีจำกัดเพราะเครื่องบินสำหรับขนส่งเราตอนนี้มีอยู่จำนวนไม่มากอย่างมากก็อพยพได้ชั่วโมงละสามแสนคนเท่านั้น อิจิยะบอก
 
 
          “ก่อนเช้ามีเวลาไม่ถึงสิบชั่วโมงอย่างมากก็สามล้านคนสินะที่อพยพได้ด้วยเครื่องบินน่ะ” สตีฟพูด
 
 
          ใช่ครับถ้าไม่ไปจัดการทำลายตรายมทูตเพื่อปิดประตูยังไงก็ต้องมีคนตายหลายล้านคนแน่นอนครับ...คุณสตีฟครับผมในฐานะตัวแทนของรัฐบาลจะไม่ขอให้คุณช่วยเหลือในเรื่องนี้เพราะเรื่องนี้มันอันตรายเกินไปถ้าคุณเข้าไปในนั้นแล้วหาทางจัดการไม่ได้ก่อนเช้ามีโอกาสที่คุณจะติดอยู่ในยมโลกนั่นตลอดไปเลยนะครับเพราะจากที่คุณสฟิงซ์บอกถ้าไม่มีตรายมทูตก็จะไม่สามารถเปิดประตูได้ซึ่งถ้าเจ้าคนที่ครอบครองอยู่มันไม่ยอมเปิดประตูให้คุณก็ไม่มีทางออกมาได้เลย อิจิยะพูด
 
 
          “ซาร่าให้ผมไปนะถ้าผมไม่ไปจะมีคนตายเป็นล้านถึงคนพวกนั้นจะเป็นคนที่ผมไม่รู้จักแต่ผมปล่อยไปแบบนั้นไม่ได้ผมรับรองจะกลับมาอย่างปลอดภัย” สตีฟมองหน้าซาร่าพลางขอให้อนุญาตให้เขาออกไปจัดการเรื่องนี้เพื่อไม่ให้มีคนตายเป็นจำนวนมาก
 
 
          “ฉัน..../คุณพ่อจะไปเที่ยวเหรอคะพาหนูไปด้วยสิ” โอลิเวียที่ฟังอยู่ตลอดพูดขึ้นมาถึงแม้เธอจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแต่เธอก็พอจะเข้าใจว่าสตีฟมาขอแม่ของเธอไปที่ไหนสักที่
 
 
          “พ่อไม่ได้ไปเที่ยวเลยพาหนูไปไม่ได้น่ะโอลิเวีย” สตีฟพูดกับโอลิเวีย
 
 
          “อ่าวคุณพ่อไม่ได้ไปเที่ยวเหรอคะถ้าอย่างนั้นคุณพ่อจะไปไหนล่ะ” โอลิเวียถาม
 
 
          “พ่อจะไปทำหน้าที่ของฮีโร่น่ะ !!” สตีฟตอบ
 
 
          “หน้าที่ของฮีโร่ ??” โอลิเวียนั้นยังเด็กจึงไม่เข้าใจเรื่องฮีโร่มากนัก
 
         
          “ใช่หน้าที่ของฮีโร่ก็คือการปกป้องโลกยังไงล่ะพ่อน่ะกำลังขออนุญาตคุณแม่เพื่อไปปกป้องโลกอยู่” สตีฟยิ้มออกมา
 
 
          “ว้าวปกป้องโลกล่ะคุณพ่อสุดยอดไปเลย...นี่คุณแม่ขาอนุญาตให้คุณพ่อไปปกป้องโลกนะคะ” โอลิเวียหันไปบอกซาร่าให้อนุญาต
 
 
          ซาร่าได้ยินแบบนั้นก็มองหน้าลูกสาวตัวเองที่กำลังแสดงสีหน้าภาคภูมิใจอยู่
 
 
          “ก็ได้เข้าใจแล้วนายรีบไปจัดการตรายมทูตอะไรนั่นซะแล้วก็รีบกลับมาอย่างปลอดภัยล่ะรู้มั้ยถ้าคราวนี้นายกลับมาช้าอย่างคราวก่อนอีกล่ะก็ฉันจะหาพ่อใหม่ให้โอลิเวียคอยดู” ซาร่าพูด
 
 
          “โอเคที่รักผมจะรีบกลับมาให้ไวที่สุดเลย” สตีฟยิ้มออกมาพร้อมทั้งเดินเข้ามากอดซาร่าและโอลิเวียเอาไว้
 
 
          หลังจากกอดกันเกือบสิบวินาทีสตีฟก็ถอยออกมาและบินขึ้นฟ้าทันทีซาร่ายืนมองส่งสตีฟที่บินขึ้นฟ้ามุ่งหน้าไปหาหมอกสีเขียวด้วยสายตาเป็นห่วงแต่ถึงจะเป็นห่วงเธอก็ยังเชื่อมั่นว่าสตีฟจะจัดการต้นตอของเรื่องนี้ได้สำเร็จอย่างที่เขาทำได้เสมอมาตอนนั้นเองประตูมิติก็ถูกเปิดขึ้นที่ด้านหลังซาร่า
 
 
          วู่บ !! ประตูมิติถูกเปิดก่อนชีน่าจะเดินออกมาจากประตูมิติอย่างรีบร้อนตามด้วยทหารที่เดินตามออกมาจากประตูมิติ
 
 
          “คุณซาร่า” ชีน่าที่เห็นซาร่ายืนอยู่พอดีจึงเอ่ยทัก
 
 
          “คุณชีน่านำปืนพ่นไฟมาแล้วเหรอคะ !!” ซาร่าหันกลับไปมองชีน่า
 
 
          “ใช่ค่ะพร้อมกองทหารหนึ่งกองร้อยซึ่งกำลังไปตั้งแนวเพื่อสกัดหมอกที่จะเข้ามาที่อ่าวซึ่งเป็นระยะทางหนึ่งกิโลเมตร” ชีน่าบอก
 
 
          “งั้นเหรอคะแล้วแผนอพยพล่ะคะ” ซาร่าถามถึงแผน
 
 
          “ก็ให้ประชาชนไปรวมตัวกันที่ทำการของผู้ว่าการแต่ละรัฐน่ะค่ะตอนนี้ข้อความแจ้งให้อพยพคงใกล้จะถูกส่งเข้ามือถือแล้ว” ชีน่าพูดและทันทีที่เธอพูดจบเสียงข้อความก็ดังเข้าในมือถือของซาร่าทันที
 
 
          ติ๊ง !! เสียงข้อดังขึ้นซาร่าเปิดข้อความดูและก็เห็นว่าเป็นข้อความให้ประชาชนในรัฐต่อไปนี้อพยพด่วนไปยังที่ว่าการของผู้ว่าการในรัฐของตนเองไม่เพียงเท่านั้นยังมีเสียงตามสายประกาศไปทั่วเมืองให้ประชาชนอพยพตามมาด้วย
 
 
          แต่ทว่าสำหรับฮีโร่แล้วนั้นจะมีข้อความอีกฉบับคือให้ช่วยอพยพคนชราและเด็กและตรวจตราตามอาคารต่างๆให้ได้มากที่สุดและที่ต้องให้ฮีโร่ช่วยก็เพราะว่าคนชราหรือคนแก่บางคนนั้นไม่เล่นมือถือส่วนเด็กบางคนอาจจะอยู่บ้านคนเดียวเพราะพ่อแม่ออกไปทำงานต่างรัฐและเด็กส่วนมากก็ไม่มีมือถือจึงไม่รู้ว่าต้องอพยพ
 
 
          “คุณซาร่าเองก็รีบอพยพเถอะค่ะ” ชีน่าบอกให้ซาร่ารีบอพยพ
 
 
          “ฉันยังไม่ไปหรอกค่ะฉันเองก็เป็นฮีโร่คนหนึ่งจะช่วยไปตรวจดูตามอาคารที่พักเองว่ามีคนแก่และเด็กเหลืออยู่ในห้องมั้ยเพราะฉันมีซินดี้อยู่สามารถใช้ฟังก์ชั่นค้นหาสิ่งมีชีวิตในรัศมีได้ค่ะ" ซาร่าบอกซึ่งเธอนั้นจะไปช่วยอพยพประชาชนด้วย
 
 
          “แต่ว่า” ชีน่ามองไปที่โอลิเวียที่ซาร่าอุ้มอยู่
 
 
          “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะฉันน่ะปกป้องเธอได้อยู่แล้วและก็ถ้าหมอกนั่นมาใกล้ถึงตัวฉันจริงๆฉันก็แค่ใช้สกิลแรงโน้มถ่วงลอยตัวขึ้นไปบนฟ้าก็แค่นั้น” ซาร่าพูดถึงสกิลของเธอซึ่งสามารถใช้มันหลบหมอกได้สบายมาก
 
 
ทางด้านสตีฟ
 
 
          “ประตูยมโลกมันเข้าตรงไหนล่ะเนี่ย” สตีฟที่บินอยู่บนฟ้าพยายามมองหาทางเข้าสู่ยมโลก
 
 
          หาน้ำวนซะเจ้ามนุษย์ตรงนั้นแหละคือประตูสู่ยมโลก เสียงสฟิงซ์ดังมาจากมือถือซึ่งเธอยังคงเชื่อมสายประชุมคุยอยู่เช่นกันแต่เธอไม่ได้พูดแทรกเลยก่อนหน้านี้
 
 
          “น้ำวนเหรอหมอกหนาขนาดนี้จะหาไงล่ะเนี่ย...อ๊ะจริงสิใช้เลเซอร์ยิงเพื่อลบหมอกก็ได้นี่หว่า” สตีฟพูดออกมาพลางสาดยิงเลเซอร์ไปทั่วเพื่อใช้ความร้อนลบหมอกให้หายไป
 
 
          ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! ปิ้ว !! สตีฟสาดยิงเลเซอร์ไปทั่งบริเวณอยู่เกือบนาทีซึ่งแต่ละจุดที่ถูกยิงลงไปความร้อนจะทำให้หมอกหายไปหลายตารางเมตรแต่ในไม่กี่วินาทีหมอกจากจุดอื่นก็เคลื่อนที่มาแทนหมอกที่หายไป
 
 
          “อ๊ะเจอน้ำวนแล้ว !!” สตีฟอุทานออกมาเมื่อพบน้ำวนในที่สุดซึ่งเมื่อพบแล้วเขาก็บินมาอยู่เหนือน้ำวนนั่น
 
 
          จะไปเหรอครับคุณสตีฟ อิจิยะถามสตีฟอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
 
 
          “ไปสิเพราะผมปล่อยให้มีคนตายเป็นล้านทั้งที่รู้อยู่แก่ใจไม่ได้หรอก” สตีฟพูดยืนยันสิ่งที่ตัวเองต้องการจะทำ
 
 
          ถ้าอย่างนั้นขอบคุณมากนะครับประเทศเป็นหนีคุณ...ไม่สิโลกใบนี้เป็นหนี้คุณครับคุณสตีฟ อิจิยะที่เห็นถึงความแน่วแน่ของสตีฟก็ไม่พยายามถามอะไรอีกได้แต่เอ่ยคำขอบคุณออกไป
 
 
          “นี่คุณอิจิยะถ้ามันเกิดเรื่องไม่คาดฝันจนผมไม่กลับมาจริงๆยังไงฝากซาร่าด้วยนะ” สตีฟพูด
 
 
          ครับคุณสตีฟ !! อิจิยะตอบเสียงหนักแน่น
 
 
          “เอาล่ะถ้าอย่างนั้นจะไปลุยล่ะนะ” สตีฟพูดพลางเตรียมตัวพุ่งไปยังจุดที่เกิดน้ำวนทันทีแต่ก็มีเสียงของสฟิงซ์พูดขึ้นมาเสียก่อน
 
 
          นี่เจ้ามนุษย์ถ้าเกิดเจ้าบังเอิญจัดการตรายมทูตได้ขึ้นมาจริงๆเจ้าจะมีเวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงก่อนที่ประตูยมโลกจะปิดลงนะเข้าใจใช่มั้ย สฟิงซ์เตือนสตีฟ
 
 
          “เข้าใจแล้วถ้าจัดการได้จะมีเวลาให้หนีหนึ่งชั่วโมงสินะขอบใจเธอมากนะสฟิงซ์ถ้าฉันกลับมาได้จะเลี้ยงสเต็กเนื้อวัวเกรด A ให้เธอชุดใหญ่เลย !!” สตีฟพูด
 
 
          เจ้าสัญญาแล้วนะกลับมาให้ได้ล่ะ สฟิงซ์พูด
 
 
          “โอ้ !!” สตีฟร้องโอ้ออกมาก่อนจะยิงเลเซอร์ลงไปเพื่อลบหมอกและบินพุ่งตัวลงไปในน้ำวนนั่นทันที
 
 
          ปิ้ว !! ฟ้าว !! ตู้ม !! สตีฟพุ่งหายไปในน้ำวนและแล้วสตีฟก็เข้าไปยังยมโลกสถานที่ที่ไม่เคยมีมนุษย์เป็นๆที่ไหนเหยียบย่างเข้าไป
 
 
จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 กันยายน 2563 / 18:41

    อย่าบอกว่านี้คือไทม์สคริปอีกนะ แบบเข้าไปแล้วเวลาภายนอกเดินเร็วกว่าภายใน (@ขี้เกียจเล่าเรื่องไทม์สคริปมันสะเลย)

    #3,626
    0