สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 339 : ตอนที่ 335 ราชาประมง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 979
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    18 ก.ย. 63

ตอนที่ 335
 
 
          ขออภัยค่ะขณะนี้เกิดเหตุฉุกเฉินขอให้ลูกค้าที่กำลังใช้บริการสวนสนุกอยู่ทุกท่านอพยพตามเจ้าหน้าที่ของสวนสนุกไปที่ประตูทางเข้ากรุณาอพยพอย่างเป็นระเบียบขอบคุณค่ะ !!
 
 
          “ซาร่าทำงานไวดีจริงๆ” สตีฟที่พึ่งบินขึ้นมาบนท้องฟ้าได้ไม่กี่วินาทีก็ได้ยินเสียงประกาศของพนักงานดังไปทั่วสวนสนุก
 
 
          “เอาล่ะทางสวนสนุกก็อพยพแล้วเราเองก็ไปดูหมอกนั่นใกล้ๆดีกว่า !!” สตีฟพูดก่อนจะออกบินเข้าไปดูหมอกที่อยู่ในทะเลห่างจากอ่าวไปกว่ายี่สิบกิโลเมตรทันที
 
 
          เมื่อเข้ามาใกล้จนเห็นหมอกสีเขียวนี่ได้ทั่วสตีฟก็ต้องทึ่งกับปริมาณหมอกที่ปกคลุมไปทั่วพื้นของท้องทะเล
 
 
          “หมอกปกคลุมไปทั่วเลยกว้างประมาณสิบกิโลได้มั้งเนี่ย...อ๊ะนั่นเสากระโดงเรือ !!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นเสากระโดงเรือโผล่พ้นหมอกขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะหายลับเข้าไปในหมอกอีกครั้ง
 
 
          สตีฟพยายามใช้สายตาสำรวจว่ามีเสากระโดงเรืออยู่มากน้อยเท่าไหร่
 
 
          “สิบห้า...ยี่สิบ...สี่สิบ...หกสิบ...พระเจ้ามากกว่าร้อย !!” สตีฟพยายามนับจนเริ่มนับไม่ไหวเพราะจำนวนมันมากกว่าหนึ่งร้อยไปแล้วซึ่งแสดงว่าภายในหมอกนั่นจะต้องมีเรือโจรสลัดมากกกว่าหนึ่งร้อยลำ
 
 
          “จานิสนายตรวจจับสัญญาณสิ่งมีชีวิตได้หรือเปล่า” สตีฟถามจานิส
 
 
          ไม่พบสัญญาณสิ่งมีชีวิตในรัศมีการตรวจจับเลยครับเจ้านาย จานิสบอก   
 
 
 
          “ไม่พบเหรองั้นเอาไงดีฟระลงไปสำรวจดูไว้ก่อนดีกว่าแฮะลองโทรปรึกษาคุณอิจิยะดูก่อน” สตีฟยังไม่ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรดีจึงหยิบมือถือออกมาต่อสายไปหาอิจิยะ
 
 
          คุณสตีฟผมได้รับรายงานแล้วครับสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ทันทีที่ต่อสายติดอิจิยะก็ดูเหมือนจะรู้เรื่องบ้างแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
 
 
          “ครับจู่ๆก็มีหมอกสีเขียวเกิดขึ้นในทะเลห่างจากอ่าวฟลอริด้าประมาณยี่สิบกิโลเมตรหมอกนี่ครอบคลุมพื้นที่ทะเลกว้างกว่าสิบกิโลเมตรแน่ะในหมอกมีเรือโจรสลัดอยู่ด้วยจากที่นับๆดูมากกว่าร้อยลำเลยล่ะ” สตีฟบอกให้อิจิยะฟัง
 
 
          หมอกกับเรือโจรสลัดงั้นเหรอครับแล้วหมอกนั่นกำลังเคลื่อนที่เข้าหาฝั่งอยู่หรือเปล่าครับ อิจิยะถาม
 
 
          “อ่ากำลังเคลื่อนที่เข้าหาฝั่งอยู่ครับวินาทีละสิบเมตรได้” สตีฟพูด
 
 
          งั้นก็มีเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเองสินะครับกว่าหมอกนั่นจะเคลื่อนที่จนถึงฝั่ง อิจิยะคำนวณอย่างรวดเร็ว
 
 
          “ใช่ประมาณสามสิบสามนาทีได้” สตีฟพยักหน้า
 
 
          ว่าแต่ในหมอกนั่นมีตัวอะไรหรือเปล่าครับคุณสตีฟ อิจิยะถาม
 
 
          “ไม่แน่ใจเหมือนกันครับเพราะตรวจไม่พบสัญญาณสิ่งมีชีวิตผมเองก็ไม่กล้าลงไปสำรวจในหมอกด้วยสิเพราะหมอกนั่นมันดูไม่น่าไว้ใจยังไงก็ไม่รู้ว่าแต่สฟิงซ์อยู่แถวนั้นหรือเปล่าครับลองถามเธอดูได้มั้ยเพราะก่อนหน้านี้ผมเจอพวกนางเงือกที่มาทำงานที่สวนสนุกด้วยดูเหมือนพวกเขาจะรู้จักหมอกนี่นะครับเพราะพวกเขาเรียกหมอกนี่ว่าหมอกแห่งความตายแถมยังบอกให้ผมรีบหนีด้วย” สตีฟตอบพลางบอกข้อมูลที่พวกเงือกพูดเตือนเขา
 
 
          งั้นเหรอครับดูเหมือนพวกเงือกจะรู้สินะถ้าอย่างนั้นคุณสฟิงซ์เองก็อาจจะรู้ข้อมูลเหมือนกันแต่น่าเสียดายเธอกลับไปอียิปต์ตั้งแต่เดือนก่อนแล้วเพราะเธอบอกว่าได้ข้อมูลของโลกปัจจุบันมากพอแล้วจึงขอกลับไปทำหน้าที่รับใช้องค์ฟาโรห์รามเสสที่สอง อิจิยะบอก
 
 
          “อ่าวเวรกรรมแล้วแบบนี้เอาไงดีล่ะครับ” สตีฟที่ได้ยินว่าสฟิงซ์ไม่อยู่แล้วก็ไม่รู้จะทำยังไงดี
 
 
          ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวโทรไปหาก็ได้ผมพึ่งจะไปติดตั้งสัญญาณโทรศัพท์ที่พีระมิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพอดี อิจิยะพูด
 
 
          “ห๋า...นี่ถึงกับไปติดตั้งสัญญาณโทรศัพท์ที่นั่นเลยเรอะ !!” สตีฟอุทานออกมา
 
 
          จากนั้นอิจิยะก็ต่อสายไปที่อียิปต์และปล่อยให้สตีฟรอสายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นการประชุมสายพูดคุยระหว่างสามคน
 
 
          ว่ายังไงเจ้ามนุษย์ได้ยินว่าหมอกแห่งความตายปรากฎขึ้นงั้นรึ !! เสียงของสฟิงซ์ดังออกมาจากมือถือ
 
 
          “อ่าเห็นพวกนางเงือกเรียกแบบนั้นน่ะเป็นหมอกสีเขียวจู่ๆก็ปรากฎขึ้นในทะเลในหมอกมีเรือโจรสลัดด้วย !!” สตีฟบอกข้อมูลให้สฟิงซ์ทราบ
 
 
          ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าจะผิดน่าจะเป็นหมอกแห่งความตายของเจ้าราชาประมงนั่นแหละ สฟิงซ์พูด
 
 
          “ราชาประมง !!”
 
 
          ราชาประมง !!
 
 
สตีฟและอิจิยะอุทานออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่สฟิงซ์พูด
 
 
ใช่แล้วเจ้านั่นเป็นราชาแห่งมหาสมุทรข้าเรียกมันว่าราชาประมงแต่นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าราชาประมงนี่จะตื่นขึ้นมาก่อนใครเพื่อนแต่ก็นะเจ้าราชาประมงนี่เก่งกว่าข้านิดหน่อยถ้าให้สู้กันบนบกข้าคงจะชนะแต่ถ้าให้ข้าไปสู้ในมหาสมุทรข้าคงชนะมันไม่ได้เพราะความสามารถของเจ้าราชาประมงมันค่อนข้างยุ่งยาก สฟิงซ์พูดถึงราชาประมงที่ว่า
 
 
“ความสามารถยุ่งยากเหรอยังไง” สตีฟสงสัย
 
 
ก็มันเป็นอมตะเวลาอยู่ในมหาสมุทนน่ะสิรวมถึงลูกเรือของพวกมันด้วย สฟิงซ์บอก
 
 
“ว่าไงนะเป็นอมตะเนี่ยนะ !!” สตีฟอุทานออกมา
 
 
ใช่มันเป็นอมตะเจ้าราชาประมงสมัยที่ยังมีชีวิตน่ะมันบังเอิญไปโดนคำสาปเข้าเพราะดันไปกินเนื้อนางเงือกโบราณทำให้ตัวเองกลายเป็นอมตะซึ่งแลกมาด้วยการที่ตัวมันเองจะไม่สามารถอยู่ในแสงอาทิตย์ได้อีกต่อไปอีกทั้งมันยังมีสมบัติโบราณอีกชิ้นซึ่งก็คือตรายมโลกที่ใช้สำหรับเปิดประตูไปสู่ยมโลกหมอกสีเขียวนั่นเองก็เป็นหมอกจากยมโลกนั่นแหละ สฟิงซ์อธิบาย
 
 
“ยมโลกเนี่ยนะ” สตีฟทำหน้าตกใจ
 
 
ใช่ยมโลกสถานที่ที่เต็มไปด้วยวิญญาณของคนตายเจ้านั่นมันนำวิญญาณของคนตายมาเป็นลูกเรือเจ้านั่นคงเปิดประตูยมโลกขึ้นมาเพื่อจับคนเป็นกลับไปที่ยมโลกเพื่อนำไปเป็นลูกเรือเพิ่ม สฟิงซ์อธิบาย
 
 
แบบนี้ก็แย่สิครับเพราะหมอกนั่นกำลังมุ่งหน้าเข้าฝั่งอยู่อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะเข้าถึงฝั่งแล้วและภายในสองชั่วโมงก็จะกลืนฟลอริด้าไปทั้งหมดพอถึงเช้ารัฐแถวนั้นกว่าห้ารัฐคงตกอยู่ในหมอกนั่น อิจิยะพูดเสียงเครียด
 
 
เจ้าไม่ต้องเครียดไปหมอกนั่นมีวิธีจัดการอยู่ซึ่งหมอกนั่นมันแพ้ไฟเมื่อไหร่ที่โดนไฟก็จะสลายไปทันทีเจ้าก็แค่ป้องกันริมอ่าวด้วยไฟหมอกนั่นก็ทำอันตรายอะไรพวกเจ้าไม่ได้แล้วแถมประตูยมโลกเองก็จะถูกปิดตอนพระอาทิตย์ขึ้นเจ้าก็แค่ป้องกันหมอกให้ได้จนถึงพระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ป้องกันไม่ให้คนเป็นถูกจับขึ้นเรือไปก็พอ สฟิงซ์ที่เห็นอิจิยะเครียดจึงพูดถึงวิธีป้องกันให้ฟัง
 
 
งั้นเหรอครับได้ยินแบบนี้ค่อยโล่งอกหน่อย อิจิยะที่ได้รู้ว่ามีวิธีจัดการก็โล่งใจ
 
 
“ว่าแต่ไม่มีวิธีจัดการแบบถาวรเหรอ” สตีฟถามเพราะถ้ามันมีวิธีจัดการแบบถาวรแบบนั้นคงดีกว่าเพราะนิวยอร์คเองก็อยู่ติดทะเลถ้าวันไหนประตูยมโลกที่ว่าเปิดขึ้นใกล้ชายฝั่งแถวนิวยอร์คล่ะก็หมอกนั่นคงลอยเข้าเมืองแหง
 
 
ก็มีอยู่หรอกนะ สฟิงซ์พูด
 
 
“มีเหรอยังไงล่ะ” สตีฟถาม
 
 
ก็แค่ทำลายตรายมทูตทิ้งซะก็แค่นั้นเองแต่ตรานั่นมันอยู่กับเจ้าราชาประมงนะแถมมันยังซ่อนตัวอยู่ในยมโลกอีกเจ้าจะเข้าไปหามันถึงในยมโลกหรือไง สฟิงซ์พูด
 
 
“เอ่อนั่นมันก็...” สตีฟได้ยินแบบนั้นก็เงียบไป
 
 
ไม่อยากเข้าไปใช่มั้ยล่ะข้าเองยังไม่อยากเข้าไปเสี่ยงเลยเพราะในยมโลกนั่นถ้าเข้าไปแล้วไม่รีบออกมาก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นเจ้าจะตายทันทีแล้วแบบนี้เจ้าจะอยากไปหาเจ้าราชาประมงถึงที่นั่นอีกมั้ยล่ะ สฟิงซ์ถาม
 
 
“ใครจะอยากไปล่ะ” สตีฟตอบก็นะเขามีเมียแถมมีลูกอีกใครจะอยากไปเสี่ยงให้โง่กัน
 
 
แต่ทว่าตอนนั้นเองจู่ๆความเร็วของหมอกที่เคลื่อนที่เข้าหาฝั่งก็เพิ่มขึ้น
 
 
“เฮ้ย !!” สตีฟร้องอุทานออกมาอย่างตกใจที่เห็นความเร็วของหมอกเคลื่อนที่เข้าหาฝั่งมันเร็วกว่าเดิม
 
 
เกิดอะไรขึ้นครับคุณสตีฟ !! อิจิยะรีบถามเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
 
 
“มะ...หมอกมันเคลื่อนที่เร็วกว่าเดิมสอง...ไม่สิสามเท่าเลย” สตีฟรีบบอกอิจิยะ
 
 
สามเท่าเหรอครับ...เดี๋ยวก่อนนะครับดูเหมือนจะมีพายุเกิดขึ้นที่นอกชายฝั่งทางตกวันตกของฟลอริด้าห่างจากชายฝั่งไปราวสองร้อยกิโลเมตรพายุกำลังพัดไปทางตะวันออกเฉียงเหนือครับ อิจิยะรีบตรวจสอบก่อนจะพบว่าเกิดพายุก่อตัวขึ้นที่นอกชายฝั่ง
 
 
“เพราะลมงั้นเหรอถึงทำให้หมอกนี่เคลื่อนตัวเร็วขึ้นร่างกายเราก็ดันแข็งแกร่งจนแทบไม่รู้สึกถึงแรงลมเลยไม่รู้เลยว่าลมมันพัดเร็วขึ้น !!” สตีฟอุทานออกมาเมื่อได้ยินว่ามีพายุก่อตัวขึ้นที่นอกชายฝั่งห่างไปกว่าสองร้อยกิโลเมตร
 
 
ครับแรงลมแค่ไม่กี่น็อตคงไม่ทำให้ผิวคุณรู้สึกถึงแรงลมนั่นได้เลยไม่รู้ว่าลมมันพัดแรงขึ้น อิจิยะพูด
 
 
“ถ้าอย่างนั้นหมอกนี่จะพัดเข้าฝั่งในกี่นาทีแล้วก็ก่อนรุ่งเช้าหมอกนี่จะพัดไปปกคลุมอเมริกาถึงไหนครับ” สตีฟรีบถาม
 
 
สิบนาทีครับหมอกนี่จะพัดเข้าถึงฝั่งในอีกสิบนาทีส่วนตอนเช้าหมอกจะพัดเข้าปกคลุมกว่ายี่สิบรัฐในแถบตะวันออกครับ อิจิยะรีบคำนวณ
 
 
“ยี่สิบรัฐ !!” สตีฟตกใจมากที่จากก่อนหน้านี้หมอกจะปกคลุมแค่ห้ารัฐแต่ตอนนี้หมอกจะปกคลุมไปกว่ายี่สิบรัฐเพราะแรงลมที่พัดแรงขึ้นมา
 
 
ใช่ครับยี่สิบรัฐปกคลุมไปถึงนิวยอร์คเลยไปกระทั่งรัฐนิวแฮมเชียร์เลยครับด้วยจำนวนรัฐที่มากขนาดนั้นเราไม่สามารถควบคุมหมอกไว้ได้แน่อีกทั้งตอนนี้เรามีประชาชนจำนวนมากเราไม่สามารถอพยพได้หมดแน่ครับ อิจิยะพูด
 
 
“ไอ้เวรเอ้ยสงสัยตรูคงไม่มีทางเลือกแล้วสินะ” สตีฟพูดออกมา
 
 
อย่าบอกนะครับว่าคุณจะเข้าไปในยมโลก อิจิยะได้ยินสตีฟพูดก็ดูเหมือนจะรู้ทันทีว่าสตีฟกำลังจะทำอะไร
 
 
“ก็คงต้องแบบนั้นล่ะนะเอาเป็นว่าไปบอกเมียก่อนแค่นี้นะคุณอิจิยะ” สตีฟพูดก่อนจะตัดสายไปและบินกลับเข้าฝั่งเพื่อไปบอกซาร่าเรื่องที่เขาจะเข้าไปยมโลกเพื่อไปจัดการทำลายตรายมทูตทิ้งซึ่งมันอยู่กับราชาประมงที่สฟิงซ์เรียก
 
 
จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น