สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 338 : ตอนที่ 334 หมอกและเรือโจรสลัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    14 ก.ย. 63

ตอนที่ 334
 
 
          “คุณพ่อทำไมคุณเจ้าหญิงต้องนั่งในรถฟักทองล่ะคะนั่งในรถเต่าของคุณพ่อไม่ได้เหรอ !!” โอลิเวียชี้ไปที่รถฟักทองในขบวนพาเหรดที่อยู่ข้างหน้า
 
 
          “เพราะคุณเจ้าหญิงชอบกินฟักทองไงลูก” สตีฟที่ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาตอบโอลิเวียจึงพูดออกไปมั่วๆทำเอาซาร่าที่ยืนอยู่ข้างๆหัวเราะออกมา
 
         
          “เธออย่ามาหัวเราะนะเธอรู้หรือไงทำไมเจ้าหญิงต้องนั่งรถฟักทองอ่ะ” สตีฟหันไปพูดกับซาร่า
 
 
          “ใครจะไปรู้เรื่องนั้นล่ะว่าแต่นึกไม่ถึงเลยนะว่าหนึ่งในสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง” ซาร่าพูด
 
 
          “นั่นสิเห็นว่าพึ่งเปิดเมื่อเดือนที่แล้วใช่มั้ย” สตีฟเองก็พึ่งรู้ว่าหนึ่งในสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโลกของอเมริกานั้นพึ่งจะกลับมเปิดอีกครั้งหลังปิดตัวไปตั้งแต่ยุคสัตว์กลายพันธ์
 
 
          ใช่แล้วอเมริกามีหนึ่งในสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ซึ่งมันตั้งอยู่ที่รัฐฟลอริด้าภายในเมืองออร์แลนโดซึ่งชื่อสวนสนุกนั้นเป็นชื่อเดียวกันกับสตูดิโอการ์ตูนดังในสมัยก่อน
 
 
          หลังจากจัดงานวันเกิดให้โอลิเวียเมื่อวานวันถัดมาโอลิเวียก็บ่นอยากไปเที่ยวสวนสนุกสตีฟกับซาร่าจึงหาข้อมูลและพบว่าหนึ่งในสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาพึ่งจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งพวกเขาจึงพาโอลิเวียมาเที่ยวที่นี่
 
 
          หลังจากโอลิเวียดูขบวนพาเหรดจนจบสตีฟและซาร่าก็พาโอลิเวียไปเล่นเครื่องเล่นต่อและแน่นอนด้วยที่สตีฟกับซาร่าเป็นบุคคลโคตร VIP เครื่องเล่นทุกอย่างพวกเขาจึงสามารถลัดคิวได้หมดจนกระทั่งเย็นสตีฟและซาร่าก็พาโอลิเวียไปทานมื้อเย็นในร้านอาหารภายในสวนสนุก
 
 
          “สวัสดีครับผมหัวหน้าเชฟยินดีต้อนรับเหล่าลูกค้าทุกท่านสู่ร้านอาหารของเรา” หัวหน้าเชฟของร้านอาหารเดินออกมาทำความรู้จักลูกค้าที่มาทานอาหารในวันนี้
 
 
          ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้มีความพิเศษคือทุกเย็นจะมีวัตถุดิบหายากมาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองซึ่งวัตถุดิบพิเศษนั้นจะถูกปรุงโดยหัวหน้าเชฟของร้านอาหารแห่งนี้
 
 
          “เอาล่ะครับลูกค้าทุกท่านวัตถุดิบพิเศษเย็นนี้ของเราคือปลาทูน่ายักษ์ครีบรุ้งกลายพันธ์เลเวลสูงถึงห้าร้อยสี่สิบที่พวกเราจับได้แถวเกาะเงือก !!” หัวหน้าเชฟประกาศให้ลูกค้าทราบถึงวัตถุดิบพิเศษมื้อนี้และทันทีที่ลูกค้าในร้านได้ยินก็ส่งเสียงฮือฮาทันทีเพราะเลเวลของปลาตัวนี้สูงถึงห้าร้อยสี่สิบ
 
 
          สิ้นเสียงประกาศเหล่าฮีโร่แถวหน้าของโลกเลเวลกว่าห้าร้อยสิบกว่าคนก็ช่วยกันขนปลาทูน่ายักษ์กลายพันธ์ครีบรุ้งออกมา
 
 
          “โอ้วตัวใหญ่มาก !!”
 
 
          “ยี่สิบเมตรได้มั้งเนี่ยหนักกี่ตันกัน”
 
 
          “น่าจะราวๆสี่ห้าตันนะ...แต่ดูครีบที่ไล่เฉดสีเป็นสีรุ้งนั่นสิมันสิสวยมาก”
 
 
          เสียงพวกลูกค้าต่างพูดคุยถึงทูน่ายักษ์ครีบรุ้งกลายพันธ์ที่ถูกนำออกมาให้ชม
 
 
          “ตัวไม่เห็นใหญ่เท่าที่คุณพ่อเอามาให้หนูกินเลย” โอลิเวียพูดเพราะตัวที่สตีฟเอามาให้กินนั้นใหญ่กว่า
 
 
          ก็ตัวที่เราเอามาให้กินเลเวลมันหกร้อยกว่านี่นา สตีฟคิดในใจพลางมองไปที่ทูน่าขนาดราวยี่สิบเมตรที่ฮีโร่พวกนั้นช่วยกันขนออกมา
 
 
          หน้าต่าง
          ทูน่ายักษ์ครีบรุ้งกลายพันธ์ Level : 540
        ปลาทูน่ายักษ์ครีบรุ้งจากทะเลน้ำลึกในมหาสมุทรแปซิฟิก
 
 
        “ที่แท้เป็นทีมของโรเบิร์ตนี่เองที่ล่าเจ้านี่มา” ซาร่าพูดหลังจากเห็นหนึ่งในฮีโร่กลุ่มนี้ซึ่งเธอรู้จัก
 
 
          “โรเบิร์ต ??” สตีฟนั้นจำไม่ได้เลยสักนิด
 
 
          “ก็ฮีโร่อันดับสามของโลกไงล่ะคนที่นายไปแย่งชื่ออันดับหนึ่งเมื่อครึ่งปีก่อนน่ะ” ซาร่าบอก
 
 
          “อ๋อ...ไอ้เจ้าคนที่ใช้ฉายาจักรพรรดิน้ำแข็งนั่นน่ะนะ !!” สตีฟที่ได้ซาร่าพูดเตือนความจำก็เริ่มนึกออกขึ้นมา (ตอนที่ 320)
 
 
          “ใช่ๆคนนั้นแหละรู้สึกล่าสุดเลเวลของเขาจะอยู่ที่ห้าร้อยเจ็ดสิบล่ะมั้งเร่งเก็บเลเวลตามฉันน่าดูเลย” ซาร่าบอกซึ่งตอนนี้เลเวลของเธออยู่ที่หกร้อยสามสิบแปด
 
 
          “เหอะๆตามได้ตามไปสิถ้าหมอนั่นเลเวลขึ้นหกร้อยเมื่อไหร่ผมจะไปที่สมาคมอัพเดทเลเวลในบอร์ดแรงค์กิ้งให้อีกรอบ” สตีฟยิ้มออกมาเพราะล่าสุดตอนที่เขาไปอัพเดทเลเวลของบอร์ดแรงค์กิ้งนั้นคือเมื่อสองเดือนก่อนซึ่งตอนนั้นเขาเลเวลหกร้อยห้าสิบ
 
 
          “เอาล่ะครับปลาทูน่ายักษ์ครีบรุ้งกลายพันธ์หนักมากถึงเจ็ดตันเราต้องใช้ฮีโร่ระดับแนวหน้าของโลกถึงสิบคนถึงจะยกมันไหวจากนี้ผมจะโชว์การแล่มันให้ทุกท่านได้ชม” หัวหน้าเชฟพูดก่อนจะหยิบมีดขนาดใหญ่สั่งทำพิเศษออกมา
 
 
          “เหอะๆสิบคนถึงจะยกไหวเหรอตรูแค่คนเดียวก็ยกสบายแล้วน้ำหนักแค่เจ็ดตัน” สตีฟพูดเบ่งแต่ก็ไม่ได้พูดดังมากนักเพราะเขาไม่ต้องการให้คนอื่นได้ยินนอกจากซาร่าและลูกสาว
 
 
          “หึ...ไม่ต้องมาเบ่งเลยสตีฟฉันยกได้โดยไม่ต้องสัมผัสด้วยซ้ำ” ซาร่าคุยโวบ้าง
 
 
          “เฮ้...ที่รักเธอใช้สกิลแรงโน้มถ่วงยกมันได้นี่แบบนั้นไม่นับสิ” สตีฟพูด
 
 
          “เอาล่ะครับลูกค้าทุกท่านเชิญรับชมให้ดีด้วยสกิลทำอาหารเลเวลเก้าสิบของผมสามารถแล่มันเป็นชิ้นๆได้ในไม่กี่นาที !!” หัวหน้าเชฟพูดก่อนจะยกมีดขึ้นและลงมือแล่ปลาตัวนี้ทันที
 
 
          ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉัวะ !! ฉับ !! ฉับ !! หัวหน้าเชฟโชว์ฝีมือการแล่ปลาจากสกิลทำอาหารเลเวลเก้าสิบของตนซึ่งเหล่าลูกค้าที่เห็นต่างมองดูการแล่ปลาของหัวหน้าเชฟด้วยสายตาตื่นเต้นและตกตะลึง
 
 
          “หือสกิลทำอาหารเลเวลแค่เก้าสิบก็โชว์ได้แล้วเหรอถ้าตรูโชว์บ้างตกใจตายกันเลยเหรอเนี่ย” สตีฟพูดเพราะสกิลทำอาหารของตนนั้นเลเวล Max ไปแล้วแถมยังพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นจนได้รับสกิลชำแหละมาแล้วด้วยซึ่งเขาสามารถชำแหละชิ้นส่วนแยกหนังแยกกระดูกได้ภายในเสี้ยววินาที
 
 
          ไม่ถึงห้านาทีปลาทูน่ายักษ์ครีบรุ้งกลายพันธ์ยาวกว่ายี่สิบเมตรหนักเจ็ดตันก็ถูกแยกชิ้นส่วนเป็นชิ้นๆตามความต้องการของหัวหน้าเชฟ
 
 
          แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! เสียงลูกค้าปรบมือชื่นชมฝีมือของหัวหน้าเชฟที่แสดงให้พวกเขาได้เห็นก่อนจะมีพนักงานมานำชิ้นส่วนปลากลับเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารซึ่งพนักงานเสิร์ฟอีกชุดก็นำเมนูมาให้ลูกค้าเลือกว่าจะต้องการให้นำปลาไปทำเป็นเมนูอะไร
 
 
          “กินอะไรดีล่ะสตีฟมีเมนูให้เลือกเพียบเลย” ซาร่าถามหลังจากได้เมนูมาจากพนักงาน
 
 
          “ทูน่าทำอะไรก็อร่อยแต่เลเวลมากขนาดนี้เนื้อน่าจะแน่นไม่เหมาะกับกินดิบเท่าไหร่เอาเป็นรมควันไม่ก็สเต็กแล้วกันนะของผมเอาเป็นสเต็กสั่งเผื่อให้ด้วยนะ” สตีฟแนะนำ
 
 
          “โอเค” ซาร่าพยักหน้าจากนั้นก็สั่งเมนูที่ตัวเองต้องการซึ่งเป็นรมควันส่วนของโอลิเวียและสตีฟซาร่าสั่งเป็นสเต็กให้
 
 
          ครึ่งชั่วโมงต่อมาอาหารก็มาเสิร์ฟกว่าครอบครัวแมคดูวัลล์จะกินมื้อเย็นเสร็จก็เป็นเวลาทุ่มครึ่ง
 
 
          “คุณพ่อขาเราจะไปไหนกันต่อคะหรือจะกลับบ้านเลย” โอลิเวียถามหลังจากออกมาจากร้านอาหาร
 
 
          “อืม...พาเหรดรอบเย็นจบไปแล้วแต่สองทุ่มมีแสดงโชว์สัตว์ทะเลที่ริมอ่าวไปดูกันมั้ย” สตีฟหยิบตารางการแสดงในสวนสนุกออกมาดู
 
 
          “ไปค่ะ” โอลิเวียรับพยักหน้าโดยไวจากนั้นสตีฟและซาร่าจึงพาโอลิเวียไปที่ริมอ่าวซึ่งสร้างโดมเอาไว้ดูโชว์แสดงสัตว์ทะเลโดยเฉพาะ
 
 
          “หือผู้ควบคุมการแสดงคือนางเงือกและนายเงือกเหรอเนี่ย !!” ซาร่าส่งเสียงแปลกใจเมื่อมาถึงริมอ่าวซึ่งมีนายเงือกและนางเงือกว่ายน้ำวนรอให้ถึงรอบแสดงตอนสองทุ่มอยู่
 
 
          “จริงด้วยนี่ถึงยุคที่ทำงานร่วมกันแล้วเหรอเนี่ยผ่านไปไม่กี่ปีเอง” สตีฟเองก็นึกไม่ถึงว่าผู้ควบคุมการแสดงจะเป็นนางเงือกและนายเงือกเพราะถ้านับจากเวลาที่ได้รู้จักเกาะเงือกนั้นพึ่งจะผ่านมาสามปีกว่าๆเองเท่านั้น
 
 
          และเมื่อสตีฟมาถึงพนักงานก็ให้เขาไปนั่งแถวหน้าของโดมเพื่อชมการแสดงทันที
 
 
          “อ้าวท่านผู้มีพระคุณนี่เองมาชมการแสดงกับครอบครัวเหรอครับ !!” นายเงือกคนหนึ่งว่ายน้ำเข้ามาทักทายสตีฟหลังจากเห็นเขาและจำเขาได้
 
 
          “อ่าใช่ครับจำผมได้ด้วยเหรอครับเนี่ย” สตีฟจำนายเงือกนายนี้ไม่ได้เลยสักนิดก็นะพวกเงือกวันนั้นที่รู้จักมีอยู่ไม่กี่คนนี่นานอกจากราชาเงือกและราชีนีเงือกแล้วก็มีแค่องค์หญิงเงือกฝาแฝดเท่านั้นที่สตีฟรู้จัก
 
 
          “จำได้สิครับท่านเป็นผู้มีพระคุณของอาณาจักรเงือกนี่นาถ้าไม่ได้ท่านป่านนี้อาณาจักรเงือกล่มสลายไปตั้งแต่การก่อกบฎครั้งนั้นแล้ว” นายเงือกบอกจากนั้นนายเงือกและสตีฟก็คุยกันอีกไม่กี่ประโยคก่อนนายเงือกจะขอตัวไปเตรียมตัวการแสดงซึ่งการแสดงของพวกเงือกนั้นเป็นการบังคับโลมาและเหล่าฝูงปลาให้ทำตามคำสั่งซึ่งมันง่ายมากสำหรับพวกเงือกที่สามารถคุยกับปลาได้
 
 
          แต่สำหรับมนุษย์แล้วการจะทำให้สัตว์ทำตามคำสั่งได้นั้นต้องฝึกซ้อมกันเป็นปีๆบางทีถึงกับต้องเลี้ยงปลาหรือสัตว์ตั้งแต่แรกเกิดด้วยซ้ำเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับมนุษย์
 
 
          และเมื่อถึงเวลาสองทุ่มตรงการแสดงก็เริ่มต้นขึ้นตลอดการแสดงโอลิเวียร้องอุทานด้วยความตื่นเต้นตลอด
 
 
          “ว้าวสุดยอด !!”
 
 
          “คุณพ่อขาดูสิคุณโลมากระโดดสูงจังเลย”
 
 
          “คุณแม่ขาดูคุณปลาสิคะว่ายเป็นรูปหัวใจด้วย !!”
 
 
          โอลิเวียส่งเสียงอุทานเรียกสตีฟและซาร่าด้วยความตื่นเต้นตลอดการแสดงซึ่งสตีฟและซาร่าที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่เห็นลูกสาวสนุกและมีความสุขแบบนี้นี่คงเป็นหนึ่งในความทรงจำวัยเด็กที่ดีของโอลิเวีย
 
 
          หลังจากจบการแสดงแล้วสตีฟก็เตรียมตัวพาโอลิเวียและซาร่าเดินทางกลับบ้านแต่ตอนนั้นเองโอลิเวียก็กระตุกกากางเกงสตีฟเอาไว้เสียก่อน
 
 
          “หือมีอะไรเหรอลูก” สตีฟหันมาคุยกับโอลิเวีย
 
 
          “ไปนั่งเรือต่อได้มั้ยคะ” โอลิเวียถามสตีฟ
 
 
          “เรือเหรอหรือว่าจะเป็นเรือครูเซอร์นั่น” สตีฟชี้ไปที่เรือครูเซอร์ลำใหญ่ของสวนสนุกแห่งนี้
 
 
          เรือนั่นถ้าจำไม่ผิดมันยังไม่เปิดวิ่งนี่นาเพราะเส้นทางเดินเรือมันยังไม่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ในยุคสัตว์กลายพันธ์แบบนี้ สตีฟคิดในใจ
 
 
          “เปล่าค่ะไม่ใช่เรือลำนั้น” โอลิเวียตอบ
 
 
          “หือไม่ใช่เรือลำนั้นถ้าอย่างนั้นเป็นเรือลำไหนล่ะ” สตีฟถามหลังจากเห็นโอลิเวียบอกว่าไม่ใช่เรือลำที่เขาชี้
 
 
          “เรือโจรสลัดค่ะ” โอลิเวียพูด
 
 
          “หือเรือโจรสลัดงั้นเหรอซาร่าในสวนสนุกมีเรือโจรสลัดด้วยเหรอ” สตีฟหันไปถามซาร่า
 
 
          “อืม...ไม่มีนะอ๊ะหรือว่าจะเป็นเรือโจรสลัดที่เครื่องเล่นไวกิ้งน่ะ” ซาร่านึกออกแค่ที่เดียว
 
 
          “ไม่ใช่ค่ะคุณแม่ไม่ใช่เรือโจรสลัดลำนั้น” โอลิเวียนั้นจำได้เช่นกันว่ามีเรือโจรสลัดอยู่ในสวนสนุกแต่ลำนั้นมันไม่ได้แล่นบนน้ำ
 
 
          “อ่าวถ้าอย่างนั้นลำไหนล่ะลูก” ซาร่าถามเพราะไม่รู้ว่าโอลิเวียกำลังหมายถึงเรือโจรสลัดลำไหน
 
 
          “ลำนู้นไงคะลำที่อยู่ในหมองสีเขียวๆนอกทะเลนั่นน่ะ !!” โอลิเวียบอกก่อนจะชี้ไปในทะเล
 
 
          “หือ !!x2” สตีฟและซาร่ามองตามนิ้วมือของโอลิเวียไปก่อนจะเห็นว่ามีหมองสีเขียนสะท้อนแสงอยู่ไกลออกไปในทะเลห่างจากริมอ่าวฟลอริด้าไปประมาณยี่สิบกิโลเมตร
 
 
          หมอกสีเขียวงั้นเหรอหมอกอะไรน่ะหรือว่าจะเป็นเซอร์ไพรส์อะไรจากสวนสนุก !! สตีฟนึกสงสัยเพราะไม่เคยเห็นหมอกนี่มาก่อน
 
 
          สตีฟพยายามเพ่งสายตามองออกไปตอนนั้นเองเขาก็เห็นอะไรบางอย่างคล้ายหัวเรือโผล่ออกมาจากหมอกแว่บหนึ่งก่อนจะถูกหมอกกลืนเข้าไปอีกครั้ง
 
 
          “หัวเรือ !!” สตีฟอุทานออกมา
 
 
          ทันใดนั้นเองนายเงือกที่เข้ามาคุยกับสตีฟก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้นก็รีบว่ายเข้ามาหาสตีฟด้วยหน้าตาแตกตื่น
 
 
          “ท่านผู้มีพระคุณรีบหนีเร็วเข้าหมอกแห่งความตายกำลังมา !!” นายเงือกว่ายน้ำเข้ามาเตือนสตีฟ
 
 
          “หมอกแห่งความตาย !!x2” สตีฟและซาร่าทำหน้างงเพราะไม่เคยได้ยิน
 
 
          “ใช่แล้วท่านผู้มีพระคุณนั่นหมอกแห่งความตาย !!” นายเงือกพูดพลางชี้ไปในทะเลที่ซึ่งมีหมอกสีเขียวกำลังมุ่งหน้าเข้าฝั่ง
 
 
          “รู้จักงั้นเหรอครับ” สตีฟรีบถามทันที
 
 
          “ใช่ชาวเงือกทุกคนล้วนรู้จักแต่ไม่เคยเห็นมาก่อนชาวเงือกในสมัยก่อนมีเรื่องเล่าว่ายามที่หมอกสีเขียวแห่งความตายปรากฎเหล่าลูกหลานจงรีบว่ายน้ำหนีให้ไวอย่าเฉียดไปใกล้หมอกแห่งความตายเด็ดขาด” นายเงือกอธิบายให้สตีฟฟังว่าเขารู้จักได้อย่างไร
 
 
          สตีฟและซาร่าที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มแสดงสีหน้าคร่ำเครียดถึงแม้เรื่องที่นายเงือกบอกจะจับประเด็นไม่ได้มากเท่าไหร่แต่ประเด็นที่ให้หนีและอย่าเฉียดไปใกล้นั่นแสดงว่าหมอกนั่นคงอันตรายมากเป็นแน่
 
 
          “เอาไงดีสตีฟ” ซาร่าถามความเห็นสตีฟ
 
 
          “เธอไปกับลูกแล้วก็ไปแจ้งเรื่องนี้ให้เจ้าหน้าที่ของสวนสนุกอพยพประชาชนซะด้วยชื่อเสียงเธอเรื่องนี้คงทำได้สบาย” สตีฟบอกซาร่า
 
 
          “อือ...แล้วนายล่ะสตีฟ” ซาร่าพยักหน้า
 
 
          “ผมจะขึ้นบินแล้วไปดูสักหน่อยจากนั้นจะรายงานเรื่องนี้ให้คุณอิจิยะรู้” สตีฟบอก
 
 
          “โอเคอย่าทำอะไรอันตรายล่ะ” ซาร่าพูดจากนั้นสตีฟก็หยิบถุงมือและรองเท้าออกมาใส่ก่อนจะบินขึ้นฟ้าไปส่วนซาร่าก็อุ้มโอลิเวียขึ้นมาและรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ของสวนสนุกให้ออกประกาศอพยพประชาชน
 
 
จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น