สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 336 : ตอนที่ 332 แผนเรือโนอา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    1 ก.ย. 63

ตอนที่ 332
 
 
          “ซาร่าผมกลับมาแล้ว !!” ทันทีที่สตีฟมาถึงบ้านเขาก็ตะโกนลั่นบ้านทันที
 
 
          ตึก !! ตึก !! ตึก !! เสียงฝีเท้าของเด็กวิ่งลงมาจากชั้นบนทำให้สตีฟยิ้มออกมา
 
 
          “คุณพ่อขา !!” เป็นโอลิเวียนั่นเองที่รีบวิ่งลงมาทันทีที่ได้ยินเสียงของสตีฟ
 
 
          “ไงโอลิเวียลูกรักคิดถึงมั้...” สตีฟที่เห็นโอลิเวียวิ่งลงบันไดมาเตรียมอ้าแขนกอดโอลิเวียแต่ทว่าเมื่อโอลิเวียวิ่งลงมาและกำลังจะพุ่งเข้ากอดเขาเธอก็ชะงักไปก่อน
 
 
          “อ่าว...ไม่กอดพ่อเรอะ” สตีฟถามโอลิเวีย
 
 
          “คุณพ่อไปทำอะไรมาคะทำไมตัวเหม็นจัง” โอลิเวียยกมือขึ้นปิดจมูกและไม่กล้าเข้าใจสตีฟ
 
 
          “เอ่อ....” สตีฟไม่รู้จะตอบอย่างไรดีจึงได้แต่อ้ำอึ้ง
 
 
          จะให้บอกว่าไปลุยโพรงใต้ดินที่เต็มไปด้วยมูลสัตว์และไปลุยนครยักษ์ที่เต็มไปด้วยซอมบี้ตัวเน่าเป็นหมื่นตัวงั้นเรอะแบบนั้นมีหวังโอลิเวียขยะแขยงตรูชัวร์ สตีฟคิดในใจ
 
 
          “ไงสตีฟกลับมาแล้ว....หือนี่นายไปทำอะไรมาเนี่ยทำไมตัวเหม็นขนาดนี้กลิ่นนายยังกับไปตกบ่อของเสียมาแน่ะ” ซาร่าเดินตามโอลิเวียลงมาพลางทักสตีฟเรื่องตัวเหม็น
 
 
          “คือไปเจออะไรหลายๆอย่างมาน่ะ” สตีฟบอก
 
 
          “นายรีบไปอาบน้ำเลยถ้าตัวยังไม่หายเหม็นอย่ามาใกล้ฉันและลูกนะ” ซาร่าไล่สตีฟไปอาบน้ำ
 
 
          “อะ...โอเคฉันจะรีบไปอาบน้ำ” สตีฟพยักหน้าและเดินไปที่ห้องน้ำส่วนซาร่าและโอลิเวียก็ไปนั่งรอสตีฟที่ห้องนั่งเล่น
 
 
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
 
 
          “นายนี่เก็บเลเวลไวจริงๆเลยนะสตีฟออกไปไม่กี่วันเลเวลขึ้นมาตั้ง 50 เลเวลเล่นเอาฉันชักจะอิจฉาสกิลคูณค่าประสบการณ์ของนายเลยนะเนี่ย” ซาร่าตรวจสอบสถานะของสตีฟและเมื่อเห็นเลเวลของสตีฟที่ขึ้นมาสูงขนาดนี้ภายในไม่กี่วันก็อดอิจฉาไม่ได้
 
 
          “ผมก็มีดีแค่นี้แหละน่าไม่เห็นต้องมาอิจฉาเลยนอกจากสกิลค่าประสบการณ์แล้วสกิลอื่นๆของผมแทบไม่ช่วยในการต่อสู้เลยนะ” สตีฟบอก
 
 
          “นี่ๆคุณพ่อขาวันหลังพาหนูไปด้วยสิคะ” โอลิเวียพูดกับสตีฟ
 
 
          “ไม่ได้มันอันตรายต้องรอให้หนูโตกว่านี้หน่อยพ่อถึงจะพาไปด้วยได้” สตีฟบอกกับโอลิเวีย
 
 
          “งั้นคุณแม่ล่ะคะตอนออกไปสู้กับสัตว์ประหลาดพาหนูไปด้วยได้มั้ย” โอลิเวียหันไปขอซาร่าดูบ้าง
 
 
          “ไม่ได้จ๊ะมันอันตราย” ซาร่ารีบปฎิเสธ
 
 
          “ง่า...หนูอยากออกไปเป็นฮีโร่สู้กับสัตว์ประหลาดแบบคุณพ่อคุณแม่บ้างนี่นา” โอลิเวียพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะพอใจสตีฟและซาร่าเท่าไหร่
 
 
          “เอาไว้โตกว่านี้ก่อนนะลูก !!x2” ซาร่าและสตีฟพูดกับโอลิเวียพร้อมๆกัน
 
 
          “โตกว่านี้นี่ต้องโตขนาดไหนคะ” โอลิเวียถาม
 
 
          “อืม...ก็โตขนาดสูงเท่าหน้าอกพ่อแล้วกัน” สตีฟบอกซึ่งถ้าโอลิเวียสูงประมาณหน้าอกเขาเมื่อไหร่สตีฟคิดว่าตอนนั้นโอลิเวียน่าจะอายุประมาณสิบห้าหรือไม่ก็สิบหกไปแล้วเพราะถ้าจะให้โอลิเวียสูงเท่าหน้าอกเขาเธอจะต้องสูงกว่า 160 เซนติเมตรเลยทีเดียว
 
 
แต่สตีฟคงลืมคิดไปว่าเด็กสมัยนี้นั้นโตเร็วขนาดไหนเพราะด้วยอาหารการกินอย่างเนื้อของสัตว์กลายพันธ์นั้นมีสารอาหารเป็นจำนวนมากนั่นจึงทำให้เด็กเติบโตได้เร็วแถมสัตว์กลายพันธ์ที่สตีฟและซาร่านำมาทำอาหารนั้นยังเป็นสัตว์กลายพันธ์ที่เลเวลสูงมากจนฮีโร่ธรรมดายากที่จะหามากินอีกด้วยดังนั้นพัฒนาการของโอลิเวียจึงเติบโตไวกว่าเด็กปกติมาก
 
 
          อืม...ต้องสูงเท่าหน้าอกคุณพ่อสินะ โอลิเวียคิดในใจ
 
 
          ซึ่งสตีฟไม่รู้เลยว่าเพราะคำพูดในวันนี้ของพวกเขาจะทำให้โอลิเวียกลายเป็นหนึ่งในฮีโร่แนวหน้าของโลกที่อายุน้อยที่สุด
 
 
          “ว่าแต่สตีฟนายไปเจออะไรมาบ้างล่ะตอนไปเก็บเลเวล” ซาร่าถามเรื่องที่สตีฟเจอตอนไปเก็บเลเวล
 
 
          “อืม...ก็เจอหลายเรื่องเลยแหละนะเริ่มจาก............” สตีฟเริ่มเล่าเรื่องที่เจอมาให้ซาร่าฟังไม่นานสตีฟก็เล่าจบ
 
 
          “สตีฟนี่นายก่อเรื่องอีกแล้วงั้นเหรอ !!” ซาร่าร้องอุทานออกมาเมื่อรู้ว่าสตีฟไปเจออะไรมาทำไปเผลอทำตัวอะไรตื่นขึ้นมาอีก
 
 
          “เฮ้...ที่รักผมไม่ได้ก่อเรื่องนะผมไม่ได้ตั้งใจตกลงไปในโพรงนั่นแล้วไปเจอนครยักษ์อะไรนั่นสักหน่อย” สตีฟค้านขึ้นมาเพราะเขานั้นไม่ได้ตั้งใจก่อเรื่องสักหน่อย
 
 
          “ถึงจะไม่ได้ตั้งใจแต่นายก็ไปปลุกเจ้าตัวเลเวลหนึ่งพันห้าร้อยนั่นขึ้นมานะแถมที่นั่นยังใกล้ฝรั่งเศสกับรัสเซียมากถ้ามันเดินทางลงใต้มาล่ะก็ผู้คนในฝรั่งเศสล้มตายเป็นเบือแน่แต่ถ้ามันไปทางตะวันออกล่ะก็มอสโกคงล่มสลาย” ซาร่าบอก
 
 
          “เอ่อ...” สตีฟถึงกับเถียงไม่ออกเพราะมันมีโอกาสเป็นอย่างที่ซาร่าบอกสูงมาก
 
 
          “ไม่ได้การแล้วสตีฟเราต้องรีบไปทำเนียบขาวต้องไปแจ้งเรื่องนี้เพื่อให้พวกคุณอิจิยะเตรียมตัวรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน” ซาร่าพูดก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน
 
 
          “ไปโอลิเวียไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากับแม่...ส่วนสตีฟนายไปเตรียมเฮลิคอปเตอร์ซะ” ซาร่าสั่งโอลิเวียและสตีฟ
 
 
          “ดะ...เดี๋ยวสิค่อยไปพรุ่งนี้ก็ได้มั้งผมพึ่งกลับมาถึงบ้านเองนะ” สตีฟโวยวายเพราะเขายังไม่ได้พักเลย
 
 
          “ไม่ได้สตีฟเราต้องไปเดี๋ยวนี้ประชาชนเป็นล้านกำลังตกอยู่ในอันตรายนะไปเตรียมเฮลิคอปเตอร์เดี๋ยวนี้” ซาร่าสั่งเสียงเข้ม
 
 
          “อะ...โอเค” สตีฟได้ยินซาร่าสั่งซะเข้มแบบนั้นก็ได้แต่ตกลงเขารีบออกไปเตรียมเฮลิคอปเตอร์ทันทีไม่นานทั้งสามคนก็ขับเฮลิคอปเตอร์ขึ้นฟ้ามุ่งหน้าไปที่วอชิงตันจุดหมายคือทำเนียบขาวสถานที่ทำงานของรัฐบาล
 
 
ทำเนียบขาว
 
 
          เมื่อมาถึงทำเนียบขาวด้วยสถานะโคตร VIP ของสตีฟและครอบครัวนามสกุลแมคดูวัลล์ทำให้พวกเขาสามารถเดินเข้าไปในทำเนียบขาวได้เลยไม่ต่างกับบ้านของตัวเอง
 
 
          เมื่อเข้ามาด้านในอิจิยะก็รีบเดินออกมาหาสตีฟทันที
 
 
          “คุณสตีฟผมได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าคุณแวะมาหาไม่ทราบว่าเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นเหรอครับ” อิจิยะเดินมาหาสตีฟและถามทันที
 
 
          “เอ่อ...ทำไมถึงคิดว่าเกิดเรื่องร้ายแรงล่ะครับไม่คิดว่าผมแค่แวะมาเยี่ยมเฉยๆหน่อยเหรอ” สตีฟอดถามไม่ได้
 
 
          “คุณสตีฟครับนี่คุณลืมเหรอครับว่าผมมีสกิลสุดยอดลางสังหรณ์น่ะผมน่ะตอนที่ได้ยินแจ้งว่ามีเฮลิคอปเตอร์กำลังบินมาวอชิงตันและพอได้รู้ว่าเป็นเครื่องของคุณลางสังหรณ์ผมก็ร้องเตือนเลยครับว่าต้องมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นแน่" อิจิยะบอก
 
 
          “เหอะๆลืมสกิลนี้ของคุณไปเลยนะเนี่ย” สตีฟได้แต่ยิ้มแห้งๆเขานั้นลืมไปเลยว่าอิจิยะมีสกิลนี้อยู่
 
 
          “เอาเป็นว่าเชิญด้านในก่อนแล้วกันครับ” อิจิยะบอก
 
 
          “ฉันรอข้างนอกแล้วกันสตีฟพอดีโอลิเวียหลับไปแล้วเล่าเรื่องทุกอย่างให้คุณอิจิยะฟังด้วยล่ะ” ซาร่าพูด
 
 
          “ได้จะเล่าทุกอย่างเลย” สตีฟพยักหน้าจากนั้นเขาก็เดินตามอิจิยะเข้าไปในห้องทำงานและเมื่อเข้าไปในห้องทำงานของอิจิยะแล้วเขาก็ได้พบว่ามีสฟิงซ์อยู่ด้วยซึ่งเธอกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะทำงานของประธานาธิบดี
 
 
          “หืม...เจ้าเองเหรอมนุษย์อย่าบอกนะว่าเจ้าเอาของกินมาให้ข้าน่ะ” สฟิงซ์เห็นหน้าสตีฟก็ทวงถามถึงของกินทันที
 
 
          “เปล่าคือไม่ได้เอาของกินมาให้เธ...” สตีฟกำลังจะบอกว่าเขาไม่ได้เอาของกินมาให้สฟิงซ์แต่ยังพูดไม่ทันจบก็โดนสายตากดดันจนเขาต้องเงียบ
 
 
          “เฮ้อ...อ่ะนี่” สตีฟถอนหายใจออกมาและหยิบอาหารในกระเป๋ามิติที่พอจะมีติดไว้ออกมาให้สฟิงซ์
 
 
          “ดีมากเจ้ามนุษย์” สฟิงซ์รับอาหารจากมือสตีฟไปและรีบกินทันที
 
 
          “เชิญที่โซฟาครับคุณสตีฟ” อิจิยะเชิญสตีฟไปที่โซฟ้าที่อยู่มุมห้อง
 
 
          “ครับ...ว่าแต่โดนยึดห้องไปแล้วเหรอครับเนี่ย” สตีฟพูด
 
 
          “ก็ครับพอดีสฟิงซ์เธอมีข้อมูลมากมายที่ต้องการอ่านแถมเธอบอกว่าเก้าอี้ตัวนั้นมันนั่งสบายดีก็เลยยึดไปใช้นั่งอ่านหนังสือเฉยเลยว่าแต่เกิดเรื่องอะไรขึ้นครับช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยครับคุณสตีฟ” อิจิยะพูดขอให้สตีฟเล่าเรื่องให้ฟัง
 
 
          “เรื่องมันเริ่มจากที่ผมตั้งใจออกไปเก็บเลเวลเพื่อเตรียมรับมือพวกที่จะตื่นในอนาคตน่ะครับผมนั้นได้เล็งสถานที่เก็บเลเวลเอาไว้และก็ได้ออกไปที่นั่นรายละเอียดมันเป็นแบบนี้.....................” สตีฟเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้อิจิยะฟังโดยไม่ปิดบัง
 
 
          ซึ่งอิจิยะที่ตั้งใจฟังอยู่ตลอดเริ่มหน้าซีดลงเรื่อยๆเมื่อสตีฟเล่าถึงตอนที่มีสัตว์กลายพันธ์เลเวลหนึ่งพันห้าร้อยตื่นขึ้นมาหลังจากสตีฟเล่าจบอิจิยะก็ทำหน้าเครียดไปทันที
 
 
          “นี่เจ้าไปปลุกกษัตริย์แห่งยอทูนเฮม(Jotunheim)ขึ้นมางั้นเรอะ !!” สฟิงซ์ที่นั่งอยู่ในห้องด้วยพูดขึ้นมาเมื่อได้รู้ว่าสตีฟไปปลุกตัวอะไรขึ้นมา (ไรท์ : Jotunheim [ยอ’ทูนเฮม] ตามพจนานุกรมแปลว่าโลกของยักษ์)
 
 
          “ยอทูนเฮมงั้นเหรอ !!” สตีฟไม่รู้ว่าสฟิงซ์หมายถึงอะไร
 
 
          “ก็พวกยักษ์นั่นไงเล่าจากเรื่องที่เจ้าเล่าน่ะที่ว่าไปเจอนครใต้ดินในแถบภาคเหนือเข้าพอเทียบจากแผนที่แล้วน่าจะเป็นแถวประเทศแถบทวีปยุโรปสินะ” สฟิงซ์ที่ค้นหาข้อมูลมาตลอดนั้นรู้แล้วว่าปัจจุบันโลกได้แบ่งเขตเป็นทวีปอะไรและประเทศอะไรบ้าง
 
 
          “อ่าก็ใช่” สตีฟพยักหน้า
 
 
          “อืมถ้าพวกที่อยู่ใต้ดินภาคเหนือในเขตหนาวน่ะคงเป็นพวกยักษ์ที่ยอทูนเฮมเท่านั้นแหละเพราะพวกที่อยู่ทางใต้จะเป็นดวอฟที่ชอบอยู่ในที่ร้อนๆ(dwarf)” สฟิงซ์บอก
 
 
          “คุณรู้ข้อมูลงั้นเหรอครับ” อิจิยะหันไปถามสฟิงซ์
 
 
          “ก็พอรู้จากที่นายท่านเคยเล่าให้ฟังมาบ้างนครแห่งยอทูนเฮมน่ะก่อตั้งขึ้นก่อนอาณาจักรของนายท่านเสียอีกตามประวัติศาสตร์ที่นายท่านเล่าให้ฟังพวกนั้นน่ะมีความทะเยอะทะยานสูงมาก” สฟิงซ์พยายามนึกถึงเรื่องเล่าที่นายท่านของเธอเล่าใฟ้ฟังเมื่อสมัยก่อน
 
 
          “ทะเยอทะยานสูงงั้นเหรอครับ ??” อิจิยะสงสัยว่ายังไงกันแน่
 
 
          “ใช่ความทะเยอทะยานของพวกนั้นคือการขึ้นเป็นผู้ปกครองของโลก” สฟิงซ์บอกทำเอาสตีฟและอิจิยะที่ได้ยินก็เบิกตาโพลงทันที
 
 
          “ต้องการขึ้นเป็นผู้ปกครองโลกเรอะ !!” สตีฟอุทานออกมา
 
 
          “ใช่และด้วยความทะเยอทะยานเช่นนั้นพวกมันจึงรุกรานเผ่าอื่นไปทั่วโดยอาศัยความแข็งแกร่งโดยพื้นฐานของร่างกายและความอึดตายยากของพวกมันเข้ารุกรานเผ่าอื่นแต่สุดท้ายเมื่อหลายพันปีก่อนมันก็โดนทุกเผ่าพันธ์บนโลกจับมือเป็นพันธ์มิตรกันและเข้าสู้กับพวกมันจนล่มสลายไปแต่นายท่านเคยบอกไว้ว่าในบันทึกไม่เคยมีข้อมูลว่าพวกยอทูนเฮมล่มสลายไปได้อย่างไร” สฟิงซ์พูด
 
 
          “แบบนี้ชักไม่ดีแล้วสิครับถ้ายักษ์พวกนั้นยังคงมีความทะเยอทะยานเช่นเดิมอยู่โลกไม่ปลอดภัยแน่” อิจิยะเอ่ยเสียงเครียด
 
 
          “เอ่อ...แล้วจะเอาไงดีครับคุณอิจิยะ” สตีฟถามความเห็นของอิจิยะ
 
 
          “ผมว่าคงต้องเริ่มแผนเรือโนอาเร็วขึ้นเสียแล้ว” อิจิยะพูดถึงแผนบางอย่างซึ่งสตีฟไม่รู้ว่าแผนที่อิจิยะพูดถึงมันคือแผนอะไร
 
 
จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น