สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 266 : ตอนที่ 262 สุดยอดคาถาในตำนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 258 ครั้ง
    13 ม.ค. 63

ตอนที่ 262
“สตีฟนมอยู่ในกระเป๋ามิติของฉันนะให้กินนมแล้วอย่าลืมพาโอลิเวียเดินไปรอบห้องเพื่อให้เธอเรอออกมาอย่าให้นอนเลยเดี๋ยวท้องจะอืดแล้วป่วยเอาแล้วก็คอยดูแพมเพิสด้วยล่ะปกติโอลิเวียจะฉี่ทุกสองชั่วโมงก่อนเปลี่ยนก็อย่าลืมทำความสะอาดแล้วก็ทาแป้งด้วยไม่งั้นผื่นจะขึ้นเอา” ซาร่าบอกกับสตีฟ
“รับทราบครับผม !!” สตีฟตอบเสียงขึงขังพลางยกมือขึ้นมาตะเบ๊ะแบบทหาร
“แม่ไปทำงานก่อนนะโอลิเวียวันนี้คงไม่ได้กลับมาหาหนูตอนกลางวันเจอกันอีกทีค่ำๆเลยนะ” ซาร่าเดินเข้ามาหอมแก้มโอลิเวีย
“มีภาคสนามเหรอ” สตีฟถามซาร่า
“ใช่ต้องพาเด็กในชั้นไปสู้กับมอนสเตอร์น่ะแต่ไม่อันตรายหรอกไปที่เซ็นทรัลปาร์คนี่เองไปละนะสตีฟเดี๋ยวสาย” ซาร่าตอบ
“อือตั้งใจทำงานล่ะ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะอุ้มโอลิเวียขึ้นมาและเดินไปส่งซาร่าที่ระเบียง
ครืด !! ฟ้าว !! ซาร่าเปิดประตูระเบียงออกไปก่อนจะเหาะขึ้นไปบนฟ้าและบินมุ่งหน้าไปโรงเรียนฮีโร่สาขานิวยอร์คที่ทำงานของเธอทันที
“พวกมอนสเตอร์ระดับไม่เกินห้าสิบสินะพูดถึงที่นั่นแล้วทำเอาคิดถึงเลยแฮะอ๊ะจริงด้วยรีบโทรหาหลวงพี่ดีกว่า” สตีฟพูดก่อนจะหยิบมือถือออกมาโทรออกหาหลวงพี่จอห์นนี่
ว่าไงโยม !! หลวงพี่จอห์นนี่รับสาย
“หลวงพี่เมียผมไปแล้วมาที่คอนโดผมได้เลยชั้นบนสุดห้อง....” สตีฟบอกห้องของเขากับหลวงพี่จอห์นนี่
เข้าใจแล้วอาตมาจะรีบไปในสิบนาทีอาตมาเองก็จัดของทำพิธีสำหรับไล่ผีไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วหลวงพี่จอห์นนี่พูดก่อนจะวางสายไป
“เอาล่ะก็ไม่รู้หรอกนะเป็นผีจากห้องไหนแต่เอ็งเจอหลวงพี่จอห์นนี่แน่เตรียมไปเกิดใหม่ซะเถอะ” สตีฟพูดออกมาพลางมองไปทั่วห้องก่อนจะเห็นเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวมันลอยขึ้นมา
วู่บ !! เก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวลอยขึ้นมาจากพื้นสตีฟเห็นดังนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นปรากฎการที่เกิดขึ้นจากฝีมือผี??ชัดแบบนี้
แอ๊ะ !! โอลิเวียยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาแบบเด็กๆเธอยกมือขึ้นวาดไปมาเหมือนกับกำลังเล่นกับอะไรอยู่แต่สตีฟที่อุ้มโอลิเวียอยู่นั้นไม่ได้สังเกตเห็น
ฟ้าว !! เก้าอี้พุ่งมาหาสตีฟที่อุ้มโอลิเวียอยู่
“เฮ้ย !!” สตีฟอุทานออกมาก่อนจะรีบหลบเก้าอี้นั่น
โคร่ม !! เพล้ง !! เก้าอี้ที่พุ่งเข้ามาชนเข้ากับประตูกระจกของระเบียงห้องจนกระจกแตกทันที
“ไอ้ผีเวรนี่เอ็งเล็งตรูกับลูกตรูงั้นเหรอแบบนี้ยิ่งปล่อยไว้ไม่ได้หลวงพี่มาเมื่อไหร่จะให้หลวงพี่จัดให้หนักๆเลย” สตีฟพูดออกมาด้วยความโมโหเพราะเมื่อครู่ถ้าเขาไม่อยู่ด้วยโอลิเวียมีหวังบาดเจ็บไปแล้ว
“ไม่ต้องกลัวนะโอลิเวียพ่อจะปกป้องหนูเองผงผีพ่อไม่กลัวมันแล้วเป็นผียายแก่พ่อจะเตะให้คว่ำถ้าเป็นผีผู้หญิงพ่อจะปล้ำทำเมียน้อยซะเลย!!” สตีฟก้มลงมองโอลิเวียก่อนจะพูดปลอบเธอ
แอ้ !! โอลิเวียยิ้มออกมา
“หึไม่ต้องมายิ้มเลยพ่อพูดจริงนะลูกว่าแต่หลังจบพิธีไล่ผีต้องไปซื้อเก้าอี้กับกระจกมาเปลี่ยนใหม่สินะไอ้ผีเวรนี่หาเรื่องเสียเงินให้ตรูซะงั้น” สตีฟมองดูซากกระจกและซากเก้าอี้ที่หักกองอยู่บนพื้นตอนนั้นเองก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากแถวครัว
กึก !! กึก !! กึก !! กึก !! สตีฟมองตามเสียงไปก่อนจะเห็นมีดที่ถูกเสียบเก็บเอาไว้ที่ชั้นกำลังสั่น
“เห้ยๆไอ้ผีเวรเอ็งเล่นของมีคมเหรอไม่ตลกนะเฟ้ย !!” สตีฟอุทานออกมา
ฟ้าว !! ฟุบ !! ฟุบ !! ฟุบ !! ฟุบ !! มีดหลายเล่มของสตีฟลอยขึ้นมาก่อนจะพุ่งมาหาเขาทันที
หมับ !! หมับ !! หมับ !! สตีฟยกมือขึ้นจับมีดที่พุ่งใส่เขาอย่างรวดเร็ว
“ชักแย่แล้วสิไอ้ผีตัวนี้ชักจะเอาใหญ่เล่นของมีคมด้วย” สตีฟพูดด้วยสีหน้าเครียดเพราะถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้เกิดเขาเผลอละสายตาจากโอลิเวียแล้วผีตัวนี้ทำโอลิเวียบาดเจ็บขึ้นมาแย่แน่ๆ
เอิ๊ก !! เอิ๊ก !! เสียงโอลิเวียหัวเราะเหมือนกับชอบใจอะไรบางอย่าง
โธ่ลูกพ่อมันใช่เวลามาหัวเราะชอบใจมั้ยเนี่ยหนูกำลังตกอยู่ในอันตรายนะสตีฟคิดในใจก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋ามิติของเขามาสะพายเอาไว้และเก็บมีดลงกระเป๋ามิติไป
อุแว้ !! อุแว้ !! ทันทีที่สตีฟเก็บมีดลงไปในกระเป๋ามิติโอลิเวียก็ร้องไห้ออกมาทันที
“โอ๋ๆไม่ต้องร้องนะลูกพ่อจะปกป้องเอง” สตีฟปลอบโอลิเวียไม่นานเธอก็เงียบเสียงลงแต่พอเธอเงียบคราวนี้โซฟาตัวใหญ่ก็เริ่มขยับอีกครั้ง
ครืด !! เสียงโซฟาเริ่มขยับสตีฟจึงรีบพุ่งเข้าไปทันทีก่อนที่มันจะลอยขึ้นมาและพุ่งใส่เขา
สตีฟจับโซฟาเอาไว้ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋ามิติไปอีกชิ้นแต่พอเขาเก็บโซฟาลงกระเป๋ามิติไปโอลิเวียก็ร้องไห้อีกรอบ
อุแว้ !! โอลิเวียร้องไห้เสียงดังจนสตีฟต้องปลอบอีกครั้งเพื่อให้เธอเงียบลง
“ไอ้นี่ชักจะเอาใหญ่ทำลูกตรูร้องไห้แน่จริงก็โผล่ออกมาสิเว้ย” สตีฟโวยวายลั่นห้อง
สิบนาทีต่อมา
ติ๊งต่อง !! เสียงกริ่งประตูดังขึ้นสตีฟรีบไปเปิดประตูทันที
“หลวงพี่มาได้สักทีนะ” สตีฟเปิดประตูออกไปก่อนจะเห็นว่าเป็นหลวงพี่
“อาตมารีบมาที่สุดแล้ว” หลวงพี่จอห์นนี่พูด
“อืมเข้ามาในห้องเถอะหลวงพี่” สตีฟพยักหน้าก่อนจะหลีกทางให้หลวงพี่เดินเข้ามาในห้อง
“หือ...นี่โยมพึ่งย้ายเข้ามาอยู่งั้นเหรอ” หลวงพี่จอห์นนี่แปลกใจเมื่อเดินเข้ามาในห้องจึงหันไปถามสตีฟที่กำลังปิดประตูอยู่
“เปล่าหลวงพี่ผมอยู่มาตั้งนานแล้ว” สตีฟตอบ
“ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมห้องโยมถึงไม่มีเครื่องเรือนเลยล่ะ” หลวงพี่จอห์นนี่สงสัย
“ผมเก็บใส่กระเป๋ามิติไปหมดแล้วหลวงพี่” สตีฟบอก
“เก็บ??” หลวงพี่จอห์นนี่งงว่าเก็บทำไม
“ก็ไอ้เจ้าผีตัวนี้น่ะสิมันร้ายนักเอะอะก็ยกข้าวของทุ่มใส่ผมกับลูกสาวตลอดเลยถ้าไม่เก็บใส่กระเป๋ามิติให้หมดคงยังไม่เลิกทุ่มของใส่ผมกับลูกดูนั่นสิมันทำกระจกห้องผมแตกด้วยนี่ลูกสาวผมร้องไห้จนหลับไปแล้วเนี่ย” สตีฟอธิบายพลางชี้ให้ดูกระจกที่ระเบียงที่แตกไปตั้งแต่ตอนแรกซึ่งมันถูกเก้าอี้พุ่งชนนั่นเองส่วนซากกระจกที่แตกและเก้าอี้ที่หักนั้นสตีฟเก็บลงกระเป๋ามิติไปก่อนแล้วเพราะมันอันตราย
“วิญญาณตนนี้ถึงขนาดเคลื่อนย้ายวัตถุได้เลยงั้นเหรอ !!” หลวงพี่จอห์นนี่อุทานออกมา
“ใช่หลวงพี่” สตีฟพยักหน้า
“แบบนี้ไม่ดีเลยถ้ามีพลังถึงขนาดนั้นจะต้องเป็นวิญญาณอาฆาตแค้นสูง” หลวงพี่จอห์นนี่บอกกับสตีฟด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ขนาดนั้นเลยเหรอหลวงพี่แม่งเอ้ยแน่จริงก็ออกมาซัดกับตรูตัวๆสิฟระลอบกัดกันอยู่นั่นแหละ” สตีฟโวยวายออกมา
“ใจเย็นๆก่อนโยมเราสื่อสารกันไม่รู้เรื่องหรอกเพราะวิญญาณร้ายพวกนี้อยู่กันคนละภพมันฟังสิ่งที่เราพูดไม่รู้เรื่อง” หลวงพี่จอห์นนี่บอกให้สตีฟใจเย็นๆ
“ถ้าอย่างนั้นเราจะทำยังไงกันดีหลวงพี่” สตีฟพูด
“ไม่ต้องกลัวหลวงพี่เตรียมของทำพิธีเอาไว้แล้วเอาล่ะมาช่วยอาตมาหน่อย” หลวงพี่จอห์นนี่พูดพลางหยิบของทำพิธีออกมา
“เชือก !! เทียน !! หม้อ !!” สตีฟมองดูสิ่งที่หลวงพี่จอห์นนี่เอาออกมาจากกระเป๋ามิติของแก
“ไม่ใช่นี่เรียกว่าสายสิญจน์อาตมาปลุกเสกเองใช้เวลาสิบวันถึงจะมาเป็นสายสิญจน์ม้วนนี้” หลวงพี่จอห์นนี่บอก
ใช่แล้วอาตมาใช้เวลากว่าสิบวันในการม้วนสายสิญจน์เป็นอะไรที่ม้วนยากมากอาตมาต้องม้วนเข้าม้วนออกตั้งสิบวันกว่าจะม้วนให้สวยเป็นรูปทรงลูกรักบี้แบบนี้ได้ หลวงพี่จอห์นนี่คิดในใจ
“โอ้โหใช้เวลาตั้งสิบวันหลวงพี่คงเหนื่อยแย่เลยกว่าจะปลุกเสกได้” สตีฟชื่นชม
“ส่วนเทียนนี่คือเทียนพรรษาใช้คนนับพันหล่อมันขึ้นมา” หลวงพี่จอห์นนี่บอกถึงความเป็นมาของเทียนพรรษา
“ใช้คนเป็นพันเลยเหรอครับ !!” สตีฟตาโตเมื่อรู้ว่าเทียนพรรษานี่ต้องใช้คนเป็นพัน
ใช่แล้วเทียนพรรษาสี่เล่มนี้ถูกหล่อขึ้นเมื่อสี่สิบปีก่อนตอนนั้นอาตมาอายุสิบห้าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมหนองสิวเสี้ยนมันถูกหล่อขึ้นในวันกิจกรรมเข้าพรรษาซึ่งใช้นักเรียนทั้งโรงเรียนหล่อมันขึ้นมา หลวงพี่นึกถึงประวัติเทียนพรรษาเล่มนี้
“แล้วหม้อดินเผานี่ล่ะครับผมว่ารูปร่างคุ้นๆอยู่นะเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นที่ไทย” สตีฟพยายามนึกเขารู้สึกเหมือนเคยเห็นหม้อนี่มาก่อน
“อ่ะแฮ่ม...หม้อนี่คือหม้อดินเผาเป็นหม้อประจำตระกูลอาตมาเองมันถูกใช้มาหลายสิบปีแล้ว” หลวงพี่จอห์นนี่กระแอมขัดจังหวะสตีฟก่อนจะบอกว่าหม้อนี่มาจากไหน
ใช่แล้วหม้อนี่คือหม้อดินเผาจากที่ใช้กันในร้านจิ้มจุ่มที่แม่อาตมาซื้อมาจากร้านทุกอย่างยี่สิบเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนเป็นหม้อที่อาตมาใช้กินจิ้มจุ่มกับครอบครัวมาหลายสิบปีหลวงพี่จอห์นนี่นึกถึงความหลังก่อนจะมีน้ำลายไหลออกมาจากปากเล็กน้อยเพราะนึกถึงรสชาติจิ้มจุ่ม
“หม้อประจำตระกูล...ถูกใช้มาหลายสิบปีแสดงว่าหลวงพี่จะต้องปราบวิญญาณไปเป็นจำนวนมากแน่ !!” สตีฟอุทานเมื่อรู้ประวัติอันยาวนานของหม้อในมือหลวงพี่จอห์นนี่
“ชะ...ชะ...ใช่แล้วมันมีวิญญาณจำนวนมากที่ถูกต้มในหม้อนี้ถ้านับๆดูตลอดช่วงชีวิตอาตมาน่าจะหลักพัน” หลวงพี่จอห์นนี่พยักหน้า
ใช่มีวิญญาณหมู...วิญญาณไก่...วิญญาณกุ้งและปลาหมึกจำนวนมากที่ถูกต้มในหม้อนี้หลวงพี่จอห์นนี่นึกในใจ
“สุดยอด !! ผมคิดไม่ผิดจริงๆที่เชิญหลวงพี่มาเอาล่ะหลวงพี่รีบมาทำพิธีจัดการผีร้ายตนนี้กันเถอะให้ผมทำอะไรบ้างบอกมาเลย” สตีฟยกกำปั้นขึ้นอย่างตื่นเต้น
“ได้ถ้าอย่างนั้นโยมช่วยอาตมาหน่อยเอาเทียนพรรษาสี่เล่มนี่ไปตั้งไว้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างสองคูณสองเมตรรอบตัวอาตมาจากนั้นก็เอาสายสิญจน์นี่พันรอบๆทั้งหมดเก้าสิบเก้ารอบอาตมาจะสวดมนต์เรียกวิญญาณรอ !!” หลวงพี่จอห์นนี่บอกก่อนจะส่งของให้สตีฟและนั่งลงกับพื้น
“ได้หลวงพี่ผมจัดให้ด้วยความเร็วสูงสุดเลย” สตีฟพยักหน้ารับของมาและตั้งเทียนเอาไว้ตามที่หลวงพี่บอก
ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! ฟุ่บ !! สตีฟใช้ความเร็วขั้นเทพของตัวเองพันสายสิญจน์อย่างรวดเร็วเพียงไม่ถึงสองวินาทีสตีฟก็พันไปเกือบห้าสิบรอบแล้ว
หลวงพี่จอห์นนี่ที่เห็นความเร็วของสตีฟก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจแต่แกก็ตั้งสติได้ในไม่กี่วินาทีต่อมา
“เอาล่ะอาตมาเองก็ต้องเริ่มทำพิธี” หลวงพี่จอห์นนี่พูดก่อนจะพนมมือและเริ่มท่องคาถา
“โอมมะลึกกึ๊กกึ๋ย ด้วยความเรียบง่าย....โอมมะลุกกุ๊กกู๋ ด้วยความอ่อนโยน...โอมมะลิกกิ๊กกี๋ ด้วยเสียงอันดังก้อง...โอมมะล๊อกก๊อกแก๊ก ด้วยความสง่างาม...โอมมะลึ๊กกึ๊กกั๊ก ด้วยความสดชื่น” หลวงพี่จอห์นนี่เริ่มท่องคาถาทำให้สตีฟที่กำลังพันสายสิญจน์ให้ครบเก้าสิบเก้ารอบอยู่ชะงักไป
“หลวงพี่คาถาอะไรอ่ะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยทำไมมันฟังดูมุ้งมิ้งยังไงก็ไม่รู้” สตีฟถามด้วยความอยากรู้
“นี่เป็นคาถาของเจ้าแห่งศาสตร์เวทย์มนต์คาถาที่ยิ่งใหญ่ในอดีตทั้งห้าคนได้บัญญัติเอาไว้มันเป็นคาถาในตำนานโยมอย่ารบกวนอาตมาอีกเลยอาตมาจำเป็นต้องใช้สมาธิ” หลวงพี่จอห์นนี่ตอบสตีฟก่อนจะเริ่มท่องคาถาต่อ
“ขะ...ขะ...เข้าใจแล้วครับผมขอโทษที่รบกวนหลวงพี่ครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะรีบพันสายสิญจน์ต่อให้เสร็จ
ใช่แล้วนี่คือคาถาจากผู้เชี่ยวด้านเวทย์มนต์คาถาในอดีตที่อาตมาเรียนรู้มาจากตอนสมัยเด็กตอนนั้นอาตมานั่งรอดูที่หน้าจอโทรทัศน์ที่ช่องเก้าทุกเช้าวันเสาร์และอาทิตย์เวลาเก้าโมงครึ่งอาตมาไม่เคยพลาดสักตอนเลย หลวงพี่จอห์นนี่คิดในใจ
(ไรท์ : การ์ตูนเรื่องนี้เริ่มฉายในไทย วันที่ 6 เมษายน – 29 กันยายน พ.ศ.2545 9.30 – 10.00 น. ทุกวันเสาร์และอาทิตย์อายุรุ่นเดียวกับไรท์น่าจะรู้จักดีฮ่าๆ)
“โอมมะลึกกึ๊กกึ๋ย ด้วยความเรียบง่าย...............”
จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 258 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น

  1. #3381 deknoomza (จากตอนที่ 266)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 19:57
    สตีฟมันก็รู้จักสิ มันไปฉายต่างประเทศด้วย
    #3,381
    0
  2. #3366 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 266)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 20:14

    สตีฟเมื่อไรนายจะฉลาดกว่านี้ละเนี้ยยยยยยยย

    #3,366
    0
  3. #3360 Kawalin234 (จากตอนที่ 266)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 16:00
    ขอโทษด้วยนะคะไรท์คือหนูเกิดไม่ทันอ่ะ^^
    #3,360
    0
  4. #3357 Lucky_777 (จากตอนที่ 266)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 21:24
    อุตส่าห์ไปเสิร์ชในอากู๋เลยนะเนี้ยยย
    #3,357
    0
  5. #3354 sonicforce (จากตอนที่ 266)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 19:05
    ใช่แม่มดน้อยโดเรมี มั้ยอ่ะคุ้นๆ
    #3,354
    0