สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 261 : ตอนที่ 257 ตกทะเล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 362 ครั้ง
    1 ม.ค. 63

ตอนที่ 257
“มันสูงขนาดไหนกันล่ะเนี่ย” สตีฟบ่นออกมา
ไม่สามารถตอบได้ครับเจ้านายแต่จากข้อมูลเดิมที่มีภูเขาไฟลูกนี้นั้นสูงจากระดับน้ำทะเลสี่พันสองร้อยห้าเมตรครับจานิสตอบคำถามที่สตีฟสงสัย (จากข้อมูลใน Wiki ภูเขาไฟที่สูงที่สุดของฮาวายคือภูเขาไฟเมานาเดอาครับสูงจากระดับน้ำทะเล 13,796[4,205เมตร] ฟุต )
“เกือบครึ่งของเอเวอร์เรสต์เลยงั้นเหรอ !!” สตีฟอุทาน
ใช่ครับเจ้านายภูเขาเอเวอร์เรสต์สูงทั้งหมดแปดพันแปดร้อนสี่สิบแปดเมตรภูเขาลูกนี้นั้นสูงเกือบครึ่งนึงของภูเขานั่นจานิสตอบ
“แต่นี่เราไม่ได้บินสูงเกินสี่พันเมตรแล้วเหรอ” สตีฟอดสงสัยไม่ได้
คำนวณจากความเร็วของผมเราบินขึ้นมาสูงกว่าหกพันเมตรเหนือระดับน้ำทะเลแล้วครับจานิสบอก
“มันสูงกว่าค่าความสูงเดิมที่นายมีในฐานข้อมูลแล้วนะเฮ้ยเมื่อไหร่จะถึงยอดฟระแถมเพราะเถ้าภูเขาไฟก็ทำให้เรามองไม่เห็นด้านบนซะด้วย” สตีฟพูด
มันน่าจะสูงเพราะลาวาที่ไหลออกมาจากการประทุครับเจ้านายมันคงจะสมสมเรื่อยมาตลอดสิบปีลาวาพวกนั้นไหลลงมาไม่ถึงด้านล่างเพราะเย็นตัวลงก่อนจากการวิเคราะห์สาเหตุนั้นทำให้ภูเขาลูกนี้สูงขึ้นไปเรื่อยๆอย่างที่เจ้านายประสบในตอนนี้ครับจานิสวิเคราะห์ให้ฟัง
“อย่างนี้มันจะสูงถึงหมื่นเมตรก็ไม่แปลกแล้วสินะเอาเป็นว่าเร่งความเร็วหน่อยแล้วกัน” สตีฟบอกกับจานิสทำให้ไอพ่นที่รองเท้าและถุงมือถูกเร่งขึ้นไปอีก
ฟู่ม !! เสียงความเร็วของสตีฟเพิ่มขึ้น
สตีฟยังคงบินขึ้นมาสูงเรื่อยๆจนในตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกไป
“อัก !! ทำไมรู้สึกหายใจไม่ค่อยออกฟระ” สตีฟบ่นกับตัวเอง
เป็นเพราะตอนนี้เราเข้าสู่ชั้นสตราโทสเฟียร์แล้วครับเจ้านายจึงทำให้บริเวณนี้มีอากาศเบาบางมากเจ้านายจึงหายใจได้ลำบากจานิสบอกเหตุผลว่าทำไมสตีฟถึงรู้สึกหายใจไม่ออก
“หานี่เราขึ้นมาสูงกว่าสิบกิโลเมตรแล้วงั้นเหรอยังไม่เห็นยอดเขาเลยนะเห้ย !!” สตีฟอดตกใจไม่ได้
ถ้าเอาเป็นตัวเลขที่แน่นอนคือสิบสามจุดสองกิโลเมตรครับจานิสบอกข้อมูลที่ชัดเจนให้สตีฟได้ฟัง
“โอ้วแม่เจ้าภูเขาไฟลูกนี้ของเกาะฮาวายกลายเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในโลกไปแล้วถ้ามีการเรียนการสอนเกี่ยวกับภูมิศาสตร์โลกอีกครั้งตรูจะได้มีชื่อบันทึกไว้ว่าเป็นผู้ค้นพบข้อมูลนี้หรือเปล่าฟระ” สตีฟอดตะลึงไม่ได้
มีความเป็นไปได้เจ็ดสิบสองเปอร์เซ็นต์ที่เจ้านายจะถูกบันทึกชื่อไว้ในหนังสือว่าเป็นผู้ค้นพบภูเขาไฟที่สูงที่สุดในโลกครับเจ้านายจานิสบอก
“อ้าวแล้วอีกยี่สิบแปดเปอร์เซ็นต์มันไปไหนฟระ” สตีฟถามถึงจำนวนที่หายไป
จากสถิติข้อมูลเปอร์เซ็นต์ที่หายไปนั้นเกิดจากโดนผู้อื่นแอบอ้างในผลงานครับจานิสตอบ
“อ้าวเวรมีงี้ด้วยถ้าถึงตอนนั้นมีใครแอบอ้างขึ้นมาตรูจะตบให้กลิ้งเลยว่าแต่ชักจะหายใจไม่ออกแล้วสิรู้สึกเวียนหัวด้วย” สตีฟพูดพลางบอกอาการที่รู้สึกออกมา
เพราะเจ้านายพูดมากเกินไปทำให้ออกซิเจนเสียไปเป็นจำนวนมากกว่าที่ร่างกายได้รับครับแนะนำให้เจ้านายหาถังออกซิเจนมาใส่หรือไม่ก็พูดให้น้อยลงครับจานิสแนะนำ
“หง่ะสรุปเป็นเพราะตรูพูดกับเอ็งมากไปสินะเออๆไม่พูดแล้วก็ได้” สตีฟยิ้มแหยๆก่อนจะเงียบไปเขาต้องประหยัดออกซิเจนให้มากเพราะบนนี้มาออกซิเจนน้อยมากทำให้ปริมาณที่ร่างกายได้รับนั้นเริ่มจะไม่เพียงพอ
แถมไอถังออกซิเจนที่ว่าเขาก็ไม่มีหมวกดำน้ำ Swimming Gear นั้นก็ไม่สามารถใช้ได้เพราะฟังก์ชั่นของมันคือเปลี่ยนน้ำเป็นออกซิเจน
วันหลังตรูต้องเตรียมพร้อมของเอาไว้เผื่อไว้ใช้ในสถานการณ์แบบนี้สินะเป็นฮีโร่นี่มันยุ่งยากจริงเลยเว้ยสู้ตอนเป็นพ่อบ้านธรรมดาๆไม่ได้สบายกว่าเยอะสตีฟคิดในใจ
(ไรท์ : ฮีโร่คนอื่นเขาหาข้อมูลก่อนแล้วค่อยวางแผนไปทำภารกิจหรือไปเก็บเลเวลเอ็งนั่นแหละไม่มีแผนอะไรเลยมาตายเอาดาบหน้าอย่างเดียว)
(สตีฟ : ยังจะมาบ่นเอ็งเป็นคนแต่งนะเดี๋ยวพ่อฟาดด้วยตะหลิวหรอก)
เวลาผ่านไปอีกหลายนาทีสตีฟบินขึ้นมาสูงมากหน้าเขาเริ่มแดงเพราะขาดอากาศจากที่เคยหายใจทางจมูกก็ต้องเปลี่ยนมาหายใจทางปากเพราะหายใจเริ่มจะไม่ออกแล้วนี่ถ้าสตีฟไม่ได้มีค่าพลังกายสูงมากคงหมดสติไปแล้วเพราะแรงกดอากาศที่อยู่ในชั้นสตาร์โทสเฟียร์
เจ้านายครับผมตรวจพบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตห่างออกไปสองร้อยเมตรด้านบนครับจานิสบอกกับสตีฟ
เจอแล้วงั้นเหรอแสดงว่าถึงยอดแล้วสินะกี่กิโลเมตรแล้วเนี่ยที่เราบินสูงขึ้นมา สตีฟคิดในใจและเหมือนจานิสจะรู้ว่าสตีฟกำลังคิดอะไรอยู่มันจึงรายงาน
ตอนนี้เราบินสูงอยู่เหนือระดับน้ำทะเลหนึ่งหมื่นเจ็ดพันเมตรครับเจ้านายจานิสบอก
นี่มันเราบินขึ้นมาสูงเกือบสองหมื่นเมตรเลยงั้นเหรอภูเขาลูกนี้สูงโคตรเลยสตีฟคิดในใจ
และในตอนนั้นเองสายตาเขาก็เริ่มเห็นแสงสีแดงทะลุมาจากกลุ่มเถ้าภูเขาไฟแสงนี่เขาจำได้แม่นว่ามันคือแสงจากเพลิงบนร่างของนกฟีนิกซ์นั่นเอง
ฟ้าว !! สตีฟบินเข้าใกล้แสงสีแดงนั่นไปอย่างระมัดระวังและในที่สุดเขาก็เห็นร่างของนกฟีนิกซ์ตัวใหญ่
เป็นเจ้านกฟีนิกซ์จริงด้วยและที่สำคัญนี่มันปากปล่องยอดภูเขาไฟมันนอนอยู่บนยอดปากปล่องภูเขาไฟเลยแต่มันยังหลับอยู่แบบนี้ก็ดีเลยจะได้ไม่ต้องสู้ให้เหนื่อยหาทางเอาเลือดมันออกมาดีกว่าสตีฟคิดในใจมองดูนกฟีนิกซ์ตัวใหญ่ที่นอนหลับอุตุหลังกินอาหารเสร็จ
สตีฟหยิบมีดและขวดนมเปล่าๆออกมาขวดนึงหวังเอาไว้ใส่เลือดของนกฟีนิกซ์หลังจากเขาโจมตีมันและเมื่อเตรียมพร้อมแล้วสตีฟก็ไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่ร่างของนกฟีนิกซ์ที่นอนหลับอยู่ทันทีแต่ทว่าทันทีที่เขาพุ่งเข้าไปจู่ๆก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น
ตู้ม !! เสียงระเบิดดังมาจากด้านหลังของเข้านกฟีนิกซ์
“เฮ้ย !!” สตีฟตกใจจนเผลออุทานออกมาเขาชะงักการโจมตีไปทันทีสตีฟยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งจานิสบอกบางอย่างกับเขา
ตรวจพบความร้อนสูงกำลังพุ่งขึ้นมาจากภายในภูเขาไฟครับเจ้านายจากการวิเคราะห์คาดว่าภูเขาไฟน่าจะกำลังระเบิดครับจานิสบอก
ภูเขาไฟระเบิดเวลาแบบนี้นี่นะสตีฟตกใจกับสิ่งที่จานิสบอกมาก
พรึ่บ !! เจ้านกฟีนิกซ์ที่นอนหลับอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟลืมตาขึ้นมาก่อนจะกระพืบปีกและบินออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ
ซู่ม !! เถ้าภูเขาไฟถูกพ่นออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟตามด้วยลาวาที่ไหลปะทุออกมา
ปุด !! ปุด !! ปุด !! เสียงเดือดปุดๆของลาวาค่อยๆไหลล้นทะลักและตกลงไปด้านล่างและน่าจะแข็งตัวหลังจากไหลลงไปไม่กี่กิโลเมตร
และสตีฟเองได้เป็นมนุษย์คนแรกที่เห็นถึงเหตุการที่ภูเขาไฟลูกนี้สูงขึ้นเพราะลาวาเป็นคนแรกของโลกเขาควรจะดีใจใช่มั้ยแต่เปล่าเลยเพราะภูเขาไฟระเบิดนี่ทำให้นกฟีนิกซ์มันบินหนีไปแล้วแถมเถ้าภูเขาไฟที่ลอยออกมานั้นมันบังทัศนะวิสัยไปหมดทำให้มองอะไรไม่เห็นเลย
เจ้านายครับด้านหลังเจ้านายเป้าหมายกำลังบินห่างออกไปครับห้าสิบเมตร เจ็ดสิบเมตร หนึ่งร้อยยี่สิบเมตร กำลังห่างออกไปครับ จานิสบอกกับสตีฟ
แบบนี้ต้องรีบตามก่อนมันจะห่างจนพ้นระยะตรวจจับถ้าพ้นระยะไปได้ยุ่งเลยเพราะไม่รู้เจ้านกนี่จะบินกลับมานอนที่ปากปล่องภูเขาไฟอีกเมื่อไหร่สตีฟไม่รอช้ารีบเก็บมีดและขวดนมเปล่าใส่กระเป๋ามิติและบินตามไปทันทีเพราะระยะตรวจจับสิ่งมีชีวิตของจานิสไกลแค่ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น
ฟู่ม !! เสียงไอพ่นถูกเร่งขึ้นอีกครั้งก่อนสตีฟจะรีบบินตามเจ้านกฟีนิกซ์ไปทันที
สตีฟบินตามเจ้านกฟีนิกซ์ไปเรื่อยๆตามที่จานิสบอกพิกัดจนกระทั่งเขาบินตามมันพ้นกลุ่มเถ้าภูเขาไฟซึ่งไม่รู้ว่าบินมากี่กิโลเมตรและเมื่อพ้นเขตเถ้าภูเขาไฟแล้วทำให้ไม่มีอะไรมาบังทัศนวิสัยอีก
เห็นตัวแล้วคราวนี้แหละไม่ปล่อยให้หนีหรอก สตีฟคิดในใจก่อนจะยกมือข้างหนึ่งไปข้างหน้าและกำมือเล็กน้อยเป็นสัญญาณบอกให้จานิสยิงเลเซอร์ใส่เป้าหมายนั่นเอง
วี๊ด !! พลังงานในมือค่อยๆถูกรวบรวมจนถึงระดับหนึ่งก่อนจะปล่อยออกไป
ปิ้ว !! เลเซอร์จากคอร์พลังงานในถุงมือถูกยิงออกไปข้างหน้า
ตู้ม !! กี๊ซ !! เลเซอร์กระทบกับร่างของนกฟีนิกซ์อย่างรุนแรงจนนกฟีนิกซ์กรีดร้องออกมาแรงระเบิดจากเลเซอร์ทำให้สตีฟไม่รู้เลยว่านกฟีนิกซ์มันบาดเจ็บมั้ยเขารู้แค่ว่ายิงเข้าเป้าเท่านั้นเอง
สำเร็จได้เลือดมั้ยนั่นสตีฟคิดในใจเพราะถ้าเลเซอร์สามารถโจมตีจนเจ้านกฟีนิกซ์เลือดออกได้ล่ะก็เขาจะได้ไม่เหนื่อยมาก
ฟู่ม !! แต่สตีฟยังไม่ทันได้ดูผลว่าเจ้านกฟีนิกซ์บาดเจ็บมั้ยตอนนั้นเองเปลวเพลิงบนร่างของเจ้านกฟีนิกซ์ก็ลุกโชติช่วงยังกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อมๆ
ร้อนเว้ยเห้ย !! สตีฟที่ไม่รู้สึกถึงความร้อนของลาวาที่ร้อนหลายพันองศาแถมยังรอดตายแม้กระทั่งโดนคลื่นความร้อนจากระเบิดนิวเคลียร์ถึงจะเป็นคลื่นที่อยู่ปลายๆแต่ก็เล่นเอาถึงกับเกือบตายมาแล้วกลับรู้สึกถึงความร้อนที่ปล่อยออกมาจากร่างของเจ้านกฟีนิกซ์แสดงว่าความร้อนนี่น่าจะสูงมาก
ตรวจพบพลังงานความร้อนมหาศาลครับเจ้านายพลังงานความร้อนกำลังร้อนขึ้นเรื่อยๆหนึ่งหมื่นองศา สองหมื่นองศา สองหมื่นห้าพันองศา........... หนึ่งแสนองศาครับเจ้านาย จานิสบอกถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ชี่ !! เสียงผิวหนังสตีฟค่อยๆไหม้จากความร้อนสูงกว่าหนึ่งแสนองศา
หนึ่งแสนองศาบ้าไปแล้วมันจะร้อนอะไรขนาดนั้นมันร้อนกว่าผิวของดวงอาทิตย์อีกนะเห้ย !! สตีฟตกใจกับความร้อนระดับนี้มากเพราะจากความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์อันน้อยนิดของเขานั้นยังรู้เลยว่าผิวของดวงอาทิตย์นั้นมีความร้อนสูงสุดแค่ราวห้าพันกว่าองศาเท่านั้นและในตอนนั้นเองความคิดของสตีฟก็มีอยู่อย่างเดียวนั่นคือ หนี !!
ใช่แล้วสตีฟต้องหนีเพราะเขาไม่มั่นใจเลยว่าถ้าเข้าไปสู้กับมันเขาจะรอดมั้ย
ฟู่ม !! สตีฟเร่งความเร็วของไอพ่นบินหนีทันทีซึ่งแน่นอนเจ้านกฟีนิกซ์นั้นไม่ปล่อยให้สตีฟหนีได้ง่ายๆมันบินตามสตีฟมาทันที
อีกด้านหนึ่ง
“สตีฟไปแล้วหรืออาหมวย” ยายหลันออกมาที่ดาดฟ้าเรือและไม่เห็นร่างของสตีฟจึงถามเหมยลี่
“บินเข้าไปในเกาะแล้วค่ะยายกินอะไรก่อนมั้ยคะสตีฟให้เอาไว้เพียบเลย” เหมยลี่ตอบพลางหยิบเอาอาหารที่สตีฟทิ้งไว้ให้ออกมา
“ก็ดีอั้วะเองก็หิวๆอยู่เหมือนกันว่าแต่ไปนานหรือยัง” ยายหลันสงสัย
“ก็เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะแถมก่อนไปยังโม้ไว้อีกว่าจะเตะนกฟีนิกซ์ตกทะเล” เหมยลี่บอก
“เตะนกฟีนิกซ์ตกทะเลงั้นเหรออั้วะว่าไม่แน่บางทีอาจจะทำได้ก็ได้นะลื้ออย่าไปดูถูกสตีฟมากนัก” ยายหลันพูดพลางมององค์หญิงเงือกทั้งสองที่ยังคงว่ายน้ำเล่นอยู่ในสระน้ำ
ทันใดนั้นเองก็มีแสงสว่างเกิดขึ้นบนท้องฟ้ามันสว่างมาก
“อ๊ะท่านพี่คะนั่นแสงอะไรเหรอคะ !!” ไอวีน่าพูดพลางชี้ให้พี่สาวดู
“ไอวีน่าเจ้านี่บาดเจ็บจนลืมเลยเหรอว่าแสงนั่นเรียกว่าแสงจากดวงอาทิตย์น่ะ” ไอรีนพูด
“เอ๋...ไม่ใช่แสงจากดวงอาทิตย์อยู่ด้านนั้นเหรอคะ” ไอวีน่าบอกพลางชี้ไปทางทิศตะวันออก
“อ๊ะจริงด้วยถ้าดวงอาทิตย์อยู่ทางนั้นแล้วนั่นแสงอะไรล่ะ !!” ไอรีนมองตามที่น้องสาวบอกก็เห็นว่าดวงอาทิตย์อยู่ทางนั้นแบบที่ไอวีน่าบอกเอาไว้ถ้าอย่างนั้นแสงนั่นคือแสงจากอะไรกันล่ะ
“ยายหลันคะยายกำลังคิดแบบเดียวกับหนูอยู่หรือเปล่าคะ!!” เหมยลี่พูดเธอนั้นมองขึ้นไปบนท้องฟ้าตั้งแต่ได้ยินเงือกคนน้องบอกว่ามีแสงอะไรแล้ว
“อั้วะเองไม่รู้หรอกนะลื้อคิดอะไรอยู่อาหมวยแต่ทำไมไม่รู้อั้วะคิดว่าเราทั้งคู่กำลังคิดสิ่งเดียวกันอยู่นะ” ยายหลันเองก็ไม่รู้ว่าเหมยลี่คิดอะไรแต่เธอคิดว่าน่าจะคิดสิ่งเดียวกันอยู่
ในตอนนั้นเองก็มีบางอย่างพุ่งตกลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับเสียงร้อง
ว๊าก !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เสียงของผู้ชายร้องตะโกนดังลั่นไปทั่วท้องฟ้ายามเช้าร่างของเขาไฟลุกท่วมและพุ่งตกลงมาอย่างรวดเร็วจากความสูงเหนือน้ำทะเลหลายพันเมตร
ควับ !! ทั้งคู่หันหน้ามามองกันทันทีก่อนจะหน้าซีดเพราะเสียงนั่นคือเสียงสตีฟนั่นเองและสิ่งที่กำลังตกลงมาก็ไม่ใช่อะไรที่ไหนมันคือร่างของสตีฟนั่นเอง
ฟ้าว !! ตู้ม !! ร่างของสตีฟพุ่งตกลงมาอย่างรวดเร็วก่อนจะตกลงไปในทะเลห่างไปหลายกิโลเมตรจากเรือแต่เนื่องด้วยที่ตกลงมาจากที่สูงมากและเร็วมากทำให้สตีฟนั้นไม่ต่างจากอุกกาบาตก้อนใหญ่ที่ตกลงมาและเมื่อร่างของสตีฟตกลงไปในทะเลก็เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูงหลายเมตรทันที
“เตะตกทะเลแต่ไม่ใช่นกฟีนิกซ์นะดันเป็นตัวเองซะงั้นอ่ะ” เหมยลี่พูดออกมาพลางมองคลื่นยักษ์ที่กำลังไล่เข้าหาตัวเรือ
“อาหมวยนี่ไม่ใช่เวลามาทับถมหนีเร็วเข้าคลื่นยักษ์กำลังมาและนกฟีนิกซ์นั่นก็ดูเหมือนกำลังบินลงมาแถวนี้ด้วยถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นล่ะก็พวกเราตายหมดแน่นี่หมวกดำน้ำ” ยายหลันรีบบอกเหมยลี่ที่ยังพูดทับถมสตีฟอยู่เธอโยนหมวกดำน้ำที่มีอยู่ในกระเป๋ามิติให้เหมยลี่ยายหลันนั้นเป็นถึงอดีตหัวหน้าสมาคมฮีโร่สาขาใหญ่ประเทศจีนจึงมีของแบบนี้ติดกระเป๋าอยู่แล้ว
“อ๊ะจริงด้วยเราต้องหนีพวกเธอกระโดดลงทะเลไปเร็วเข้าเราต้องหนีกันเดี๋ยวนี้ !!” เหมยลี่บอกกับองค์หญิงเงือกทั้งสองคน
“เราเข้าใจแล้ว/ข้าเข้าใจแล้ว !!” ไอรีนและไอวีน่าพยักหน้าก่อนจะบังคับคลื่นน้ำในสระน้ำพาตัวเองลอยลงไปในทะเลทันทีส่วนยายหลันและเหมยลี่เองก็รีบใส่หมวก Swimming Gear และกระโดดลงทะเลและรีบดำน้ำลงไปไปเช่นกันเพื่อหนีคลื่นยักษ์สึนามิ
(สตีฟ : ยายจะหนีไม่ไม่เก็บเรือให้ตรูด้วยฟระ)
(ยายหลัน : โทษทีอั้วะลืม)
จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 362 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น

  1. #3331 Aceriz (จากตอนที่ 261)
    วันที่ 2 มกราคม 2563 / 10:23
    ขอบคุณครับ สวัสดีปีใหม่เน้อ
    #3,331
    0
  2. #3329 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 261)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 12:24
    รออ่านนะคะ สวัสดีปี 2020 คะ
    #3,329
    0
  3. #3328 Englishup (จากตอนที่ 261)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 10:45

    สวัสดีปีใหม่ค้าบบ

    #3,328
    1
    • #3328-1 ภาคตะวัน(จากตอนที่ 261)
      1 มกราคม 2563 / 18:52
      เสียดายเรือจัง หวังว่ามันจะไม่พังมากนะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ
      #3328-1