สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 159 : ตอนที่ 158 หลู้ !!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 627 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62

ตอนที่ 158


ปัง !! เคร้ง !! เสียงปืนดังขึ้นก่อนลูกกระสุนจะพุ่งไปชนกับเสาเหล็กต้นหนึ่งท่ามกลางเหล่าฮีโร่มากหน้าหลายตาที่กำลังอ้าปากค้างกันอยู่พวกเขานั้นรู้ดีว่าอาวุธประเภทปืนนั้นยังสามารถใช้ได้อยู่ถึงแม้จะอยู่ในยุคสมัยแบบนี้ ปืนสั้นนั้นสามารถจัดการฮีโร่ที่ระดับไม่ถึงร้อยได้สบายๆ ส่วนปืนยาวและปืนที่ใช้ลูกกระสุนเจาะเกราะสามารถจัดการฮีโร่ระดับไม่ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบได้ไม่ยากถ้ายิงทีเผลอ


ส่วนปืนกับสัตว์กลายพันธ์นั้นปืนสั้นอาจจะจัดการได้แค่พวกสัตว์กลายพันธ์เลเวลไม่เกินห้าสิบถ้าเป็นปืนยาวก็พวกเลเวลไม่เกินหนึ่งร้อยแถมแล้วแต่ชนิด ถ้าจะใช้ปืนฆ่าสัตว์กลายพันธ์ที่เลเวลมากกว่านั้นจะต้องเป็นปืนขนาดใหญ่ที่มีฐานยิงซึ่งปืนพวกนั้นจะใช้กระสุนขนาดใหญ่ที่มีความรุนแรงในการทำลายล้างสูงหรือพวกทหารจะเรียกปืนพวกนั้นว่าปืนต่อต้านรถถังนั่นเอง


“บ้าน่ากระเป๋านั่นกันกระสุนได้ !!!” ฮีโร่คนหนึ่งได้สติก่อนจะอุทานออกมา


“นั่นสิมันทำมาจากวัสดุอะไรกันแน่ ใช้ระบบตรวจสอบก็บอกอยู่ชัดๆว่ามันเป็นกระเป๋าผ้า แต่ทำไมมันถึงกันกระสุนได้ล่ะ แถมผู้ถือยังไม่ได้รับแรงกระแทกจากการยิงด้วย !!!!” ฮีโร่ที่อยู่ข้างๆกล่าวอย่างสงสัย


“เอาล่ะค่ะอย่างที่ทุกท่านได้เห็นกันไปแล้วถึงฉันจะเป็นคนธรรมดาแต่ฉันสามารถใช้กระเป๋าใบนี้รับแรงกระสุนได้สบายๆ เมื่อครู่นี้ฉันไม่รู้สึกถึงแรงจากการยิงเลยด้วยซ้ำ เรามาทดลองอาวุธชิ้นต่อไปกันเลยค่ะ” พนักงานสาวพูดก่อนจะพยักหน้าเบาๆให้กับพนักงานอีกคนที่ทำหน้าที่ทดลองอาวุธ


พนักงานหยิบอาวุธอีกชิ้นขึ้นมาคราวนี้ถึงกับทำให้ฮีโร่รอบๆฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งเพราะอาวุธที่พนักงานคนนี้หยิบขึ้นมาคือปืนยาวหรือปืน AK47 ซึ่งเป็นปืนที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงนั่นเอง


“ปืนนั่นกระเป๋านั่นทะลุแน่ ไม่สิพนักงานสาวนั่นตายแน่ๆ !!” ฮีโร่ที่อยู่ข้างบนเมื่อเห็นปืนที่กำลังจะใช้ทดสอบก็พูดออกมา


แต่ก่อนที่เหล่าฮีโร่จะได้พูดอะไรต่อเสียงปืนก็ดังขึ้นทันทีถึงสามนัด


เปรี้ยงๆๆ !! ลูกกระสุนถูกยิงออกไปทำให้ฮีโร่ในโรงประมูลอึ้งกันไปอีกครั้งเพราะพนักงานสาวเลเวลหนึ่งผู้ถือกระเป๋าอยู่นั้นยังไม่เป็นอะไรเช่นเดิม พนักงานสาวไม่ปล่อยให้รอนานเธอพยักหน้าอีกครั้งก่อนเธอจะดึงกระเป๋าด้วยสองมือให้ตึง ส่วนพนักงานอีกคนก็เดินไปหยิบเลื่อยไฟฟ้าขึ้นมาก่อนจะเปิดเครื่อง


กี๊ซ !!! เสียงเลื่อยไฟฟ้ากำลังตัดไปที่กระเป๋าผ้าทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่กระเป๋าใบนั้นหวังเห็นมันขาดจากการที่ถูกเลื่อยตัดแต่ทว่าไม่เลยมันไม่ถูกตัดขาดแต่มันกลับมีประกายไฟแลบออกมาเสมือนกับกำลังตัดเหล็กอยู่ยังไงยังงั้นผ่านไปไม่กี่วินาที พนักงานที่กำลังใช้เลื่อยตัดกระเป๋าอยู่ก็หยุดก่อนจะชูเลื่อยไฟฟ้าในมือขึ้นเหนือหัว


"บ้าน่าฟันเลื่อยหักหมดเลย !!” ฮีโร่คนหนึ่งอุทานออกมาหลังจากเห็นสภาพใบเลื่อยนั่น


การทดสอบยังดำเนินต่อไปไม่ว่าจะใช้ไฟเผา ใช้ปืนเลเซอร์ หรือกระทั่งระเบิดต่างก็ไม่มีอะไรสามารถทำอะไรกระเป๋าผ้าพวกนี้ได้เลยจนกระทั่งมาถึงการทดลองสุดท้าย


แคว่ก !! เสียงเสื้อผ้าของฮีโร่ที่ออกมาพร้อมกับพนักงานฉีกขาดออกก่อนร่างของเขาจะค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น


“อ๊ะนั่นมันยักษ์แดงนี่นาตอนแรกฉันไม่ได้สนใจเลยลืมตรวจสอบหมอนี่ไป หมอนี่มันฮีโร่ระดับสูงฉายายักษ์แดง !!” ฮีโร่ที่นั่งอยู่ข้างบนจำหมอนี่ได้


“นายรู้จักเหรอ !!” คนข้างๆถาม


“ใช่หมอนี่เป็นฮีโร่ที่ทรงพลังที่สุดสกิลของหมอนี่คือแปลงร่างเป็นยักษ์ เวลาหมอนี่ใช้ร่างยักษ์น่ะจะมีพละกำลังมหาศาลมากได้ยินมาว่าหมอนี่สามารถยกรถถังแล้วขว้างออกไปได้ไกลหลายร้อยเมตรเลยนะ” ฮีโร่คนที่รู้จักยักษ์แดงอธิบาย


“โฮ่ก !!!” ยักษ์แดงที่อยู่กลางลานคำรามออกมาร่างของเขาขยายใหญ่จนสูงเกือบสามเมตรยักษ์แดงเดินเข้าไปหาพนักงานสาวที่ยืนถือกระเป๋าผ้าอยู่ก่อนจะหยิบกระเป๋าผ้าพวกนั้นจากมือเธอมากระเป๋าผ้าเมื่ออยู่ในมือยักษ์แดงตัวใหญ่แล้วมันไม่ต่างจากเศษกระดาษทิชชู่


ทันทีที่ยักษ์แดงได้กระเป๋าผ้ามาเขาก็ใช้มือทั้งสองข้างจับปลายทั้งสองของกระเป๋าก่อนจะออกแรงดึงมันทันที


“อย่างที่ทุกท่านเห็นกระเป๋าผ้าใบนี้นั้นสามารถกันการโจมตีได้ทุกชนิด แม้กระทั่งแรงของฮีโร่ฉายายักษ์แดงคนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ทุกท่านอาจจะไม่ทราบเมื่อฮีโร่ท่านนี้แปรงร่างเป็นยักษ์แดงแล้วนั่นค่าความแข็งแกร่งของเขานั้นสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเลยทีเดียว” พนักงานสาวรีบอธิบาย


“บ้าน่าหนึ่งร้อยแปดสิบ ถ้าฉันจำไม่ผิดพวกหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งค่าความแข็งแกร่งยังไม่มากขนาดนั้นเลย !!!” ฮีโร่คนหนึ่งดูเหมือนจะรู้ข้อมูลของสิบผู้ก่อตั้งอุทานออกมา


“เอาล่ะค่ะดิฉันขอเริ่มการประมูลกระเป๋าผ้ามิติ ณ บัดนี้เริ่มจากใบแรกเลยค่ะ” พนักงานสาวเห็นว่าได้เวลาแล้วก็เริ่มการประมูลทันที


“หนึ่งพันห้าร้อยล้าน !!”


“สองพันล้าน !!”


“สองพันหนึ่งร้อย !!”


ทันทีที่พนักงานสาวเริ่มการประมูลเหล่าฮีโร่ที่มีเงินหนาก็เริ่มการประมูลกันอย่างดุเดือนทันที


ส่วนฮีโร่อีกกลุ่มที่ไม่มีเงินประมูลมากพอก็ต่างพูดคุยกันถึงกระเป๋าผ้าทั้งสามใบ


“นี่ถ้ากระเป๋าผ้าพวกนี้มันทนทานและสามารถกันการโจมตีได้ขนาดนี้ทำไมคนสร้างเขาไม่เอาไปสร้างเป็นเสื้อเกราะหว่า แบบนั้นมันไม่ได้ประโยชน์กว่าหรือไง” ฮีโร่คนหนึ่งสงสัยในเรื่องนี้จึงหันไปถามฮีโร่คนข้างๆ


“นั่นสิถ้าไปสร้างเป็นเสื้อผ้านะฉันว่าใส่ไปลุยกับสัตว์กลายพันธ์เลเวลเกินร้อยได้สบายๆเลย” ฮีโร่คนข้างๆเห็นด้วย ส่วนฮีโร่ที่อยู่ข้างหลังนั้นพอได้ยินการสนทนาของทั้งคู่ก็พูดแทรกขึ้นมา


“ดูเหมือนผ้าที่ใช้ทำกระเป๋านี่มันจะมีน้อยน่ะ” ฮีโร่คนที่พูดแทรกบอก


“นายรู้ได้ยังไง x2” ทั้งสองคนหันไปมองก่อนจะถาม


“ก็เมื่อครู่พอดีก่อนเริ่มการประมูลกระเป๋านี่ฉันไปเข้าห้องน้ำมาและบังเอิญได้ยินพนักงานพวกนั้นกำลังบรีฟสรรพคุณและกำลังทดลองกระเป๋าผ้ากันอยู่น่ะสิ” ฮีโร่คนนั้นพูด


“แบบนี้นี่เองถ้าเทียบกับขนาดกระเป๋านั่นแล้วถ้าเอามาทำเป็นชุดจริงๆคงได้แค่เสื้อเด็กประถมล่ะมั้งไม่สิเผลอๆได้แค่ของเด็กอนุบาล” ฮีโร่คนที่สงสัยเรื่องกระเป๋าพยักหน้าเข้าใจ


ครึ่งชั่วโมงต่อมา


“กระเป๋าใบที่สามเป็นของหมายเลขหนึ่งร้อยห้าสิบแปดในราคา หนึ่งหมื่นสองพันล้านค่ะ !!!” พนักงานสาวในที่สุดก็ขายกระเป๋าทั้งสามใบจนหมดซึ่งราคารวมของทั้งสามใบนั้นมากกว่าสามหมื่นล้านเลยทีเดียว


ซึ่งภายหลังกระเป๋าผ้าพวกนี้จะเป็นของหายากและราคาสูงมากๆเพราะมีตำนานเล่ากันอย่างลับๆว่าเหล่าฮีโร่ระดับสูงของประเทศนั้นต่างเคยรอดตายเพราะกระเป๋าผ้าพวกนี้กันมาแล้ว ซึ่งมีบางคนเล่าว่าฮีโร่คนที่ซื้อกระเป๋าไปใช้คนหนึ่งนั้นรอดจากการโจมตีของสัตว์กลายพันธ์เลเวลกว่าสองร้อยก็เพราะกระเป๋าผ้ามิติใบนี้


ทางด้านสตีฟ


“ว่าไงนะครับ สามหมื่นกว่าล้าน ขายได้มากขนาดนั้นเชียว !!!” สตีฟอุทานออกมาหลังจากได้ยินปู่แยงแกบอกว่าการประมูลจบลงแล้วและขายได้ราคาเท่าไหร่


“ใช่เงินทางเราได้โอนเข้าบัญชีคุณสตีฟแล้วเชิญตรวจสอบดูได้” ปู่แยงพยักหน้า


“อ่ะ เอ่อ...ครับ” สตีฟพยักหน้าอย่างงงๆ เพราะนึกไม่ถึงว่ากระเป๋าแค่สามใบจะขายได้ถึงสามหมื่นกว่าล้าน


“ว่าแต่คุณสตีฟพอจะหาไหมฟ้า มาสร้างกระเป๋าได้อีกมั้ยไม่สิถ้าจะให้ดีสร้างเป็นชุดเกราะเลยจะดีมากถ้าเป็นชุดเกราะไม่แน่ว่าบางทีราคามันอาจจะสูงถึงสามหมื่นล้านต่อตัว” ปู่แยงพูด


“อืม....คงยากหน่อยครับเพราะวัสดุนั้นหายากมากๆ กว่าผมจะได้มันมาก็แทบตายเลยนะ” สตีฟแกล้งทำสีหน้าหนักใจส่วนเส้นไหมฟ้าที่เขามีนั้นอยู่สามารถถักกระเป๋าได้อีกหลายร้อยใบ ถ้าเอามาถักเป็นเสื้อล่ะก็คงได้เกือบร้อยตัว


แค่นี้ก็รวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรแล้วเฟ้ย แถมการถักกระเป๋าแต่ละใบยังกินเวลาหลายวันถ้าถักเป็นเสื้อตัวนึงไม่ใช้เวลาหลายสัปดาห์เลยเรอะๆตรูขี้เกียจเฟ้ยเอาเป็นนานๆทีค่อยถักมาขายแล้วกัน อืม...จะว่าไปเราลองถักเสื้อผ้าให้ซาร่าใส่ดีกว่าเพราะเสื้อผ้าเก่าก็โดนเจ้ามังกรดำนั่นเผาไปเกือบหมดเอาเส้นไหมฟ้านี่มาทำเป็นเสื้อเผื่อเกิดอะไรร้ายแรงอย่างน้อยมันก็ปกป้องซาร่าได้ สตีฟคิดในใจ


“อย่างนั้นเหรอครับน่าเสียดาย” ปู่แยงพูดอย่างเสียดายเพราะถ้าสตีฟยังมีสินค้าอีกล่ะก็ส่วนแบ่งที่จะได้จากการประมูลจะทำรายได้ให้กับโรงประมูลของเขาอย่างมหาศาลเลยทีเดียว


“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับเอาไว้ถ้ามีของแล้วจะเอามาประมูลอีก” สตีฟพูดพลางลุกขึ้นยืนเตรียมกลับนิวยอร์คเพราะต้องกลับไปทำอาหารเย็นอีก


“ครับยังไงให้ทางเราไปส่งมั้ยครับเราพอจะมีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวอยู่” ปู่แยงถาม


“ไม่เป็นไรครับผมขับรถมา” สตีฟปฏิเสธ


เหอะๆเฮลิคอปเตอร์มันวิ่งได้ช้ากว่ารถตรูอีก สตีฟคิดในใจก่อนจะร่ำลาและเดินออกมาจากโรงประมูลแห่งนี้โดยมีปู่แยงแกเดินมาส่งถึงด้านหน้า


“เอาล่ะกลับบ้านดีกว่า” สตีฟพูดออกมาพลางเตรียมหยิบรถออกมาจากกระเป๋ามิติ


ตอนนั้นเองจู่ๆสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นร้านรถเข็นขายอาหารที่อยู่ไม่ไกล


จ๊อก !! เสียงท้องของเขาร้องขึ้นมาทันที


“ลองชิมหน่อยดีกว่าแฮะ” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปที่ร้านอาหารร้านนั้นทันที


ไม่ไกลจากโรงประมูล


“เฮ้อวันนี้ก็ขายไม่ได้อีกแล้วสินะ คนอเมริกันไม่ชอบหรือไงกันนะ” เสียงพ่อครัวคนหนึ่งบ่นออกมาเขาตั้งร้านที่นี่มาเกือบสามวันแล้วแต่ยังขายไม่ได้เลย


ขณะที่กำลังบ่นๆอยู่นั้นเองสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังเดินตรงมาที่ร้านเขา


ตอนแรกพ่อครัวคนนี้ก็ไม่ได้สนใจแต่ทว่าเมื่อเห็นว่าชายคนนี้กำลังเดินปรี่มาที่ร้านตนเขาก็รีบลุกขึ้นทันที


“ยินดีต้อนรับครับท่านเดียวนะครับ” พ่อครัวถาม


“ครับว่าแต่ร้านนี้เป็นร้านขายอาหารใช่มั้ยขายอะไรเหรอผมไม่เห็นมีป้ายเขียนบอกเลย” สตีฟถาม


“ร้านเราเป็นอาหารพื้นบ้านจากประเทศแถบตะวันออกน่ะครับ” พ่อครัวพูด


“โอ้อาหารพื้นบ้านเหรอครับน่าสนใจดี” สตีฟอุทานเบาๆเขานั้นชอบกินอาหารพื้นบ้านเพราะมันเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา


“ถ้าอย่างนั้นก็จัดมาทั้งสองอย่างเลยแล้วกันครับ” สตีฟพูด


“ได้ครับ” พ่อครัวพยักหน้าก่อนจะหันหลังไปเปิดตู้เย็นและหยิบเนื้อออกมา


หน้าต่าง
เนื้อควายกลายพันธ์ Level : 103


เนื้อควายตัวอะไรฟระไม่เห็นรู้จักเป็นญาติกับไบซันเรอะแถมยังไม่ได้เก็บเนื้อไว้ในกระเป๋ามิติด้วยแบบนี้ก็ไม่สดน่ะสิ สตีฟคิดในใจ (ฝรั่งส่วนใหญ่ไม่รู้จักควายไทย)


พ่อครัวหยิบเนื้อออกมาก่อนจะวางมันลงบนเขียงและเริ่มสับมันทันทีสตีฟมองดูกระบวนการทำของพ่อครัวคนนี้เขาอยากจะรู้ว่าพ่อครัวนี่จะทำอาหารอะไรให้เขา


ทันทีที่พ่อครัวคนนี้สับเนื้อเสร็จเขาก็ใช้มีดปาดเนื้อจากเขียงลงไปบนจานที่เตรียมเอาไว้


หืมไม่เอาไปทอด ไม่ปรุงจะเอาไปทำอะไรหรือจะเป็นสเต็กทาร์ทาร์ (สเต็กเนื้อสด) สตีฟคิด


หลังจากพ่อครัวเตรียมเนื้อเสร็จเขาก็หันไปเปิดตู้เย็นอีกครั้งก่อนจะหยิบผักบางอย่างที่สตีฟไม่เคยเห็นออกมา


“นั่นผักอะไรน่ะครับแล้วนั่นมันพริกไม่ใช่เหรอ” สตีฟถาม


“นี่คือต้นตะไคร้น่ะครับ แล้วนี่ก็ใบของมัน ส่วนนี่คือพริกขี้หนูครับ” พ่อครัวพูด


“อะไรไคร้ๆนะ แล้วพริกขี้หนู อยากบอกนะว่าเป็นพริกที่ใช้ขี้หนูปลูก !!!” สตีฟอุทานอย่างตกใจ


“มันเป็นแค่ชื่อพริกครับ ไม่ต้องใส่ใจหรอก” พ่อครัวพูดก่อนจะเอาผักทั้งหมดไปซอยและนำมันไปทอด ส่วนพริกพ่อครัวก็จัดการซอยมันและเอาใส่ลงไปในเนื้อดิบทั้งหมด


“ใส่หมดเลยไม่เผ็ดแย่เหรอครับนั่น !!” สตีฟถามเพราะขึ้นชื่อว่าพริกมันต้องเผ็ดอยู่แล้ว


“อาหารชนิดนี้ยิ่งเผ็ดยิ่งอร่อยครับ” พ่อครัวพูดพลางเปิดตู้เย็นอีกครั้งก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาซึ่งมันอยู่ในขวด


“นั่นอ่ะไรน่ะ” สตีฟมองอย่างสงสัยเพราะขวดที่พ่อครัวคนนี้หยิบออกมามันเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงเข้มคล้ายเลือด


ป๊อก !! พ่อครัวคนนั้นดึงฝาขวดออกมาทันทีที่ฝาขวดถูกเปิดออกสตีฟก็ได้กลิ่นเหม็นสนิม ซึ่งเป็นลักษณ์เด่นของเลือด


“อย่าบอกนะว่านั่นเลือด !!” สตีฟอุทานเบาๆพลางรีบตรวจสอบ


หน้าต่าง
เลือดควายกลายพันธ์ Level : 103


เป็นเลือดของเนื้อควายตัวนี้อย่าบอกนะว่าจะทำไส้กรอกเลือด สตีฟนึกได้เพียงเมนูเดียวในตอนนี้ที่ต้องใช้เลือดเป็นส่วนผสม


และทันทีที่ขวดเลือดถูกเปิดฝาพ่อครัวคนนี้ก็เทมันลงไปในชามอีกชามหนึ่งที่เขาหยิบออกมา


ก๊อกๆๆๆ !! เสียงเลือดค่อยๆไหลออกจากขวดสตีฟเริ่มหน้าซีดนี่เขากำลังจะได้กินเมนูอะไรกันเนี่ย


พ่อครัวเทเลือดจนเกือบจะเต็มชามก่อนจะหยิบใบไม้ก่อนหน้านี้ที่พ่อครัวคนนี้บอกว่ามันคือใบตะไคร้ เขาใส่มันลงไปในชามที่เต็มไปด้วยเลือดก่อนจะหยิบถุงมือพลาสติกออกมาใส่และนำมือลงไปขยำใบตะไคร้นั่นในเลือดทันที


“นี่คือขั้นตอนการดับกลิ่นคาวเลือดครับใบตะไคร้นั้นสามารถดับกลิ่นคาวได้” พ่อครัวอธิบายหลังจากเห็นสตีฟมองอย่างสงสัย


“แบบนี้นี่เองเป็นศาสตร์อาหารพื้นบ้านที่ลึกล้ำมากๆ” สตีฟพยักหน้าเขาพึ่งรู้ว่ามีวิธีแบบนี้ในการดับกลิ่นคาวเลือดด้วย


หลังจากพ่อครัวจัดการกับกลิ่นคาวในเลือดเสร็จเขาก็หยิบลูกกลมๆสีเขียวๆขึ้นมาพอสตีฟลองตรวจสอบมันดูก็เห็นว่ามันคือมะนาวเขียวซึ่งหาได้ยากในอเมริกาเพราะมันปลูกยากนั่นเองมะนาวเขียวนี่มันจะโตเฉพาะในเขตร้อนเท่านั้นซึ่งสภาพอากาศของที่นี่ไม่เหมาะที่จะปลูกมัน


พ่อครัวจัดการผ่ามะนาวเป็นสองซีกก่อนจะบีบน้ำมันลงไปในเนื้อที่สับเตรียมไว้แล้ว


ซู่ !! เสียงตะไคร้ซอยก่อนหน้าที่เอาลงไปทอดน้ำมันเริ่มดังออกมาจากกระทะทำให้รู้ทันทีว่ามันทอดได้ที่แล้วพ่อครัวไม่รอช้ารีบตักมันออกมาจากกระทะทันที


จากนั้นพ่อครัวก็หยิบบางอย่างสีดำๆใสๆออกมาใช่แล้วมันคือน้ำปลาสตีฟจำได้ว่าเคยเห็นขายอยู่ที่ซุปเปอร์แต่มันขายไม่ดีเท่าไหร่เพราะเจ้าน้ำปลานี่มันกลิ่นแรงมากทำให้คนอเมริกันไม่นิยม


พ่อครัวเหยาะน้ำปลาลงไปในเนื้อสับนั่นหลายช้อนก่อนจะคลุกมันให้เข้ากันจากนั้นเขาก็หยิบชามที่เต็มไปด้วยเลือดนั่นเทลงไปในชามเนื้อสับจนเกือบท่วม


ออกจากร้านตอนนี้ทันมั้ยฟระอาหารอะไรฟระเนี่ยทำไมมันดูสยองจัง สตีฟคิดในใจ


จากนั้นพ่อครัวก็หยิบผงสีขาวๆออกมาก่อนจะตักใส่ลงไปในเนื้อดิบหลายช้อน


ผงอะไรฟระนั่นอย่าบอกนะว่าคือผงฝุ่น (ข้าวคั่ว) สตีฟคิดอย่างสงสัย


หลังจากเทผงข้าวคั่วลงไปแล้วเขาก็รีบจัดการคลุกมันอีกรอบก่อนจะใส่ตะไคร้ทอดลงไปและหยิบจานออกมาวางตรงหน้าสตีฟก่อนจะค่อยๆตักอาหารที่ทำลงบนจานทันที


"เอาล่ะครับเสร็จแล้วครับอาหารพื้นบ้าน ขอให้อร่อยกับมื้อนี้นะครับ” พ่อครัวพูดพลางยิ้มให้สตีฟ


“เอ่อ...อาหารนี่มันคืออะไรเหรอครับ” สตีฟถามเพราะเขาไม่เคยเห็นอาหารชนิดนี้มาก่อน


“ชื่อของมันก็คือ...หลู้ครับ !!” พ่อครัวพูด


error loaded
หลู้เนื้อ



“หลู้ !!!” สตีฟอุทานออกมามันช่างเป็นชื่ออาหารที่แปลกเสียจริงๆ


“เอาล่ะลองกินดูสิครับอร่อยนะผมทำเต็มที่เลย” พ่อครัวพูด


อึก !! สตีฟกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่พลางค่อยๆหยิบช้อนขึ้นมาก่อนจะค่อยๆตักมันเขาสูดหายใจลึกๆก่อนจะลองกินมันดู


หงับ !! ทันทีที่สตีฟตักมันเข้าปากไปรสชาติแรกที่เขาได้รับก็คือความเผ็ด ก่อนจะตามมาด้วยความเปรี้ยว เค็ม กลิ่นเลือดค่อยๆลอยขึ้นมาเตะจมูกสตีฟ


ไม่คาวเลยเหลือเชื่อ สตีฟคิดในใจก่อนจะค่อยๆเคี้ยวๆ


“หวานแถมยังอร่อย !!” สตีฟเผลออุทานออกมาหลังจากเคี้ยวมันไปไม่กี่คำ


“แปลกใจสินะครับทั้งๆที่ผมไม่ได้ใส่น้ำตาลเลยแต่กลับหวานนั่นคือรสชาติที่แท้จริงของเนื้อครับความเผ็ด เปรี้ยว และเค็มช่วยดึงมันออกมา” พ่อครัวพูดอย่างภูมิใจ


จากนั้นสตีฟก็เริ่มตักคำต่อๆไปเข้าปากไม่นานเขาก็กินมันจนหมดจานก่อนจะจ่ายเงินและเตรียมตัวเดินทางกลับนิวยอร์ค


หลายชั่วโมงต่อมา


ป๊าด !! ปู๊ด !! เสียงบางอย่างดังออกมาจากในห้องน้ำ


“สตีฟเหม็นนายจะใช้ห้องน้ำอีกนานมั้ยเนี่ยฉันก็ปวดฉี่นะ” ซาร่าที่ตะโกนถามสตีฟในห้องน้ำ


“อีกพักใหญ่เลยที่รักทนไปก่อนนะ” สตีฟตะโกนบอกซาร่าจากในห้องน้ำ


ป๊าด !! ปู๊ด !! เสียงยังดังออกมาอีกครั้งจนซาร่าอดส่ายหน้าไม่ได้เธอหยิบมือถือออกมาเปิดเพลงเสียงดังก่อนจะเดินไปที่ระเบียงเพื่อเปิดประตูออกเพราะตอนนี้กลิ่น ขี้ !! ของสตีฟมันตลบอบอวนไปทั่วห้องหมดแล้ว


“เฮ้อไปกินอะไรผิดสำแดงมาเนี่ย แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ฉันจะได้ใช้ห้องน้ำล่ะเนี่ย” ซาร่าบ่นออกมาเธอนั้นต้องอั้นฉี่มากว่าชั่วโมงแล้วหลังจากกลับมาบ้าน


ในห้องน้ำ


ปู๊ด !! เสียงสตีฟตดออกมาอีกครั้ง


“อูยแสบตรูดไปหมดแล้ว นี่ก็สามชั่วโมงแล้วนะที่ตรูนั่งอยู่ในห้องน้ำ โอยถึงมันจะอร่อยก็เถอะแต่วันหลังตรูจะไม่กินอีกแล้ว” สตีฟร้องโอดโอยอย่างทรมานเขานั้นแทบจะหมดแรงเพราะถ่ายไม่หยุด


จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 627 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น

  1. #2598 usui takumi (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 21:51
    ในรูปมันคือลาบไม่ใช่เหรอ หลู้มันเป็นเนื้อดิบหั่นเฉยๆ นี่เอามาลาบด้วย แสดงว่าเป็นลาบสิ
    #2,598
    0
  2. #2460 Fikusa (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 11:24
    ฮ่าๆๆๆๆๆ จัดหนักไปหลายชั่วโมงเลย
    #2,460
    0
  3. #2457 Voicewolf (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 15:06
    ผมนั่งลุ้นเลยว่าเมนูอะไร พอเฉลยนึกภาพคนไม่เคยกินแล้ว จัดหนัก ท้องเสีย 555555
    #2,457
    0
  4. #2456 MojRiSad (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 13:34
    ติดอยู่ในเมกา ตั้งเป็น10ปี ยังไม่รู้อีกรึว่า ของแบบนี้มันเฉพาะกลุ่มเกินไป
    #2,456
    0
  5. #2455 chaiyuki (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 12:52

    5555+ การกินอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกมันก็จะท้องเสียแบบนี้แหละ!!https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-06.png

    #2,455
    0
  6. #2453 Orngchaisi (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 12:02
    ไม่เคยก็ยังงี้แหละสตีฟ ต้องซ้ำอีกสักสองสามจาน 555
    #2,453
    0
  7. #2452 Jamaneer (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 11:54
    โหดเกินถึงจะเป็นคนอีสานแต่ก็ไม่เคยกินนะแบบนี้
    #2,452
    0
  8. #2451 deknoomza (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 10:09
    ไม่กล้ากินอะน่ากลัว
    #2,451
    0
  9. #2449 spriteppp (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 09:55
    แค่เห็นภาพก็ขนลุกแล้ว
    #2,449
    0
  10. #2448 Mujitcentes (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 07:05
    ไรท์ครับ [พริกขี้หนู]​ ภาษาอังกฤษมันจะเป็น [ขี้นก]​ นะครับ
    ตามเนื้อเรื่องมันอยู่อเมริกานะ
    #2,448
    0
  11. #2447 92253 (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 02:15

    ตาสว่างเพาะกลิ่นขี้.????????????????????

    #2,447
    0
  12. #2446 Nazzga2 (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 01:51
    เชื่อมั่ยอ่านๆอยู่กลิ่นขรี้นี้ลอยมาเอาซะตื่นเลย
    #2,446
    0
  13. #2445 Aceriz (จากตอนที่ 159)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 01:50
    ขอบคุณครับ
    #2,445
    0