สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

ตอนที่ 158 : ตอนที่ 157 อวดอ้างสรรพคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 537 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62

ตอนที่ 157


“เฮ่ตาลุงยืนดูอะไรอยู่ โทรเข้ามือถือก็ไม่รับ กดกริ่งก็ไม่เปิด ดีนะที่ประตูไม่ได้ล็อกไม่งั้นคงมีพังประตูเข้ามากันบ้าง” สตีฟเดินเข้าไปหรี่เสียงเพลงร็อคที่ดังกระหึ่มลงและเดินเข้าไปหาจีเวลที่กำลังยืนจ้องอะไรในมืออยู่


“อ๊ะสตีฟมาตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าแต่โทรมาด้วยเหรอ !!” จีเวลเมื่อได้ยินเสียงสตีฟก็รีบหันไปมอง


“พึ่งมาเนี่ยล่ะแต่เปิดเพลงซะดังขนาดนี้ได้ยินเสียงมือถือก็แปลกแล้วว่าแต่ดูอะไรอยู่” สตีฟชะโงกหน้าไปดูกระดาษในมือจีเวล


“ไม่แน่ใจเหมือนกันดูเหมือนจะเป็นแบบแปลนอะไรสักอย่าง !!” จีเวลพูดอย่างไม่แน่ใจเพราะสิ่งที่เขียนอยู่ในกระดาษนั้นมันค่อนข้างละเอียดมากๆ


“หือชิ้นส่วนนี้มันคุ้นๆอยู่นะเหมือนเคยเห็นที่ไหน” สตีฟหยิบกระดาษจากมือจีเวลมาดูใกล้ๆ


“หือสตีฟคุณเคยเห็น !!” จีเวลอุทานออกมา


“ใช่แต่แค่ชิ้นนี้นะพอดีเคยเห็นมันที่ฝรั่งเศสน่ะ” สตีฟชี้ไปที่ชิ้นส่วนที่น่าจะเป็นถุงมือไอพ่นของชุดเกราะบินได้ที่เขาเคยใส่ตอนใช้มันสู้กับไวเวิร์น


“มันเป็นชิ้นส่วนของอะไรเหรอสตีฟ” จีเวลถามสตีฟอย่างตื่นเต้น


“จะอะไรซะอีกล่ะก็ชุดเกราะบินได้ยังไงเล่า !!” สตีฟพูด


“ชุดเกราะบินได้ !!!” จีเวลอุทานอย่างตกใจก่อนจะนึกถึงอะไรบางอย่างได้


“จริงสิสมัยตอนเด็กๆผมจำได้ว่าคุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่าคุณปู่เคยบินอย่างอิสระบนฟ้าด้วยตัวเอง ผมนึกว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเล่าให้ผมฟังเฉยๆซะอีก นี่คุณปู่ท่านบินได้จริงๆเหรอเนี่ย !!” จีเวลนึกถึงเรื่องสมัยเด็กๆที่แม่ชอบเล่าให้ฟัง


“ว่าแต่สตีฟคุณช่วยเล่ารายละเอียดชุดนั่นให้ฟังหน่อยสิ ทำไมมันถึงไปอยู่ที่ฝรั่งเศสล่ะ” จีเวลถาม


“ผมเองก็ไม่รู้อะไรมากหรอกนะแต่จากที่ฟังๆมารู้สึกว่ามันจะถูกขายไปน่ะ ส่วนเรื่องรายละเอียดชุดมันก็เป็นชุดเกราะน้ำหนักเบาสร้างด้วยวัสดุอะไรก็ไม่รู้หรอกนะ แต่มันใช้คอร์พลังงานเหมือนอันนั้นเป็นพลังงานขับเคลื่อน แถมยังมีเอไอช่วยสนับสนุนด้วย” สตีฟอธิบายเท่าที่พอจะจำได้


“ว่าแต่แสดงว่าที่เขียนในกระดาษนี่คือแบบแปลนสร้างชุดเกราะบินได้นั่นงั้นเหรอ” สตีฟที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกถามจีเวล


“ผมคิดว่าน่าจะใช่” จีเวลพยักหน้า


“เหอะๆมีแค่แผ่นเดียวจะไปสร้างมันยังไงล่ะเนี่ย ดูจากในกระดาษแผ่นนี้มันสร้างได้แค่ถุงมือเองนะ” สตีฟพูด


“ในเมื่อมันมีแบบแปลนซ่อนอยู่ในของ ของคุณปู่ท่านผมคิดว่าของส่วนตัวชิ้นอื่นๆของท่านน่าจะมีแบบแปลนซ่อนเอาไว้อยู่เหมือนกัน เห็นทีว่าผมคงต้องกลับบ้านสักพักเพื่อลองค้นดูให้ทั่วแล้วล่ะ” จีเวลพูดอย่างตื่นเต้น


“เอ้อ...ว่าแต่สตีฟคุณมาหาผมมีธุระอะไรงั้นเหรอ” จีเวลถาม


“มาถามเรื่องรถน่ะซ่อมให้หรือยังพอดีมีธุระต้องใช้นิดหน่อย” สตีฟพูดธุระของตนออกไป


“เสร็จแล้วล่ะ ถึงแม้จะหาอะไหล่ยากไปสักหน่อยเพราะเป็นรถรุ่นเก่าแต่ในโกดังเก็บของที่บริษัทสตาร์คอินดัสทรี่น่ะมีอะไหล่เหลือเฟือ” จีเวลพูด


“โอ้ขอบใจนะตาลุง ส่วนค่าจ้างหวังว่ากระโหลกมังกรดำนั่นคงพอเป็นค่าจ้างได้นะ” สตีฟพูด


“เหลือเฟือเลยกระโหลกมังกรที่ทิ้งเอาไว้ให้นั่นวิเศษมากมันมีความแข็งแกร่งในระดับที่ผมยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลยล่ะ ถ้าเอาไปสร้างเป็นฉนวนหุ้มรถถังหรือเครื่องบินล่ะก็ไม่แน่ว่าบางทีเครื่องบินลำนั้นอาจจะบินข้ามทวีปได้สบายๆเลยก็ได้ถ้าเป็นแบบนั้นโลกของเราก็จะกลับมามีการคมนาคมทางอากาศอีกครั้ง” จีเวลพูด


“ก็คงได้ล่ะมั้งก็เลเวลมังกรตั้งเยอะนี่นาแต่ถ้าไปเจอสัตว์กลายพันธ์เลเวลเกินสี่ร้อยระหว่างทางก็คงไม่รอดหรอก” สตีฟพูดตัดความหวัง


จากนั้นจีเวลก็เอารถเต่าและรถเวสป้าออกมาให้สตีฟเมื่อสตีฟได้ของที่ต้องการแล้วเขาก็ออกมาจากบ้านของจีเวลเพื่อมุ่งหน้าไปที่วอชิงตัน


สตีฟเดินออกมาจากหมู่บ้านก่อนจะหยิบรถออกมาวางบนถนน


ตึง !! เสียงสตีฟวางรถเต่าสีแดงของเขาในที่สุดมันก็จะได้โลดแล่นไปบนถนนสตีฟมองมันด้วยสายตาหวานเยิ้มก่อนจะค่อยๆเปิดประตูและเข้าไปนั่งข้างใน


แกร๊ก !! สตีฟบิดกุญแจสตาร์ทรถทันที


บรื่น !! แต่กๆๆๆๆ !! ทันทีที่สตีฟสตาร์ทเสียงรถสุดโบราณก็ดังไปทั่วท้องถนนทันทีซึ่งเสียงอันคลาสสิคนี้ทำให้สตีฟอดยิ้มออกมาไม่ได้


“เสียงช่างไพเราะจริงๆสมกับเป็นรถรุ่นเก่า ซึ่งแตกต่างกับรถสมัยเราที่แทบจะไม่มีเสียงเพราะเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าหมดแล้ว” สตีฟพูดถึงแม้เราเต่าของเขาจะใช้ไฟฟ้าเหมือนกันแต่เครื่องยนต์นั้นยังเป็นแบบเก่าอยู่มันจึงมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์นั่นเอง


จากนั้นสตีฟก็เริ่มขับรถออกจากเมืองมุ่งหน้าสู่วอชิงตันเพื่อเอากระเป๋าของเขาไปลงประมูล


อีกด้านหนึ่ง


“อ๊ะจะว่าไปลืมบอกสตีฟไปเลยแฮะว่าเครื่องนั่นปรับแต่งเพิ่มไปด้วย สมรรถนะเครื่องยนต์ของรถเต่านั่นตอนนี้แรงกว่ารถแข่ง F1 สมัยก่อนเสียอีกจะว่าไปเราก็ลืมเปลี่ยนมาตรวัดความเร็วด้วยนี่นา จะว่าไปรถคันนั้นมันทำความเร็วได้เท่าไหร่กันนะ” จีเวลพูดพลางเงยหน้ามองเพดาน


“ช่างมันละกันเราเองก็ไม่ได้เอาไปลองวิ่งในถนนด้วยสิ เก็บของดีกว่าที่บ้านเก่าเราข้าวของเครื่องใช้ของคุณปู่เต็มไปหมดหวังว่าจะเจอแบบแปลนสร้างชุดเกราะบินได้นี่จริงๆนะไม่อย่างนั้นกลับไปเสียเที่ยวแย่” จีเวลยักไหล่พลางเก็บข้าวของเตรียมเดินทางกลับไปบ้านปู่เพื่อหาแบบแปลนที่น่าจะซ่อนอยู่ในข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของปู่เขา


กลับมาที่สตีฟ


“เฮ้ยๆ อะไรกันเนี่ยทำไมมันเร็วขนาดนี้ล่ะ” สตีฟเริ่มงงเพราะทันทีที่เขาขับออกนอกเมืองเขาก็เริ่มเหยียบเนื่องจากถนนมันโล่งมากแต่ทว่าทันทีที่เขาเริ่มเหยียบรถมันก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วสตีฟก้มลงมองดูมาตรวัดความเร็วก่อนจะเห็นว่าเข็มของมันหมุนติ้วๆ


“เฮ้ยเข็มหมุนติ้วเลยนี่ตาลุงสตาร์คทำอะไรกับรถตรูฟระเนี่ย” สตีฟพูดออกมามาตรวัดความเร็วของรถคนนี้นั้นมีอยู่แค่หนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งนั่นคือความเร็วสูงสุดที่มันน่าจะทำได้แต่ตอนนี้มันหมุนติ้วๆแบบนี้แสดงว่าความเร็วรถคันนี้มันเกินมาตรวัดไปแล้วนั่นเอง


สตีฟมองออกไปนอกหน้าต่างรถสองข้างทางกลายเป็นเส้นตรงซึ่งบ่งบอกว่าความเร็วตอนนี้สูงมาก


“เหอะๆดีนะถนนโล่งถ้าเป็นเมื่อก่อนคงโดนใบสั่งหรือมีรถตำรวจวิ่งกวดไปแล้ว” สตีฟหัวเราะออกมาแห้งๆก่อนจะฉีกยิ้มอย่างนึกสนุก


“เอาสิ...มาลองกันว่ารถนี่จะวิ่งไปถึงวอชิงตันในกี่ชั่วโมงลองเหยียบดูสักตั้ง” สตีฟยิ้มก่อนจะเหยียบเท้าลงไปที่คันเร่งจนมิด


บรืน !! ฟิ้ว !! เสียงรถของสตีฟพุ่งผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็วถ้ามีใครมาเห็นรถที่วิ่งได้เร็วขนาดนี้ล่ะก็ทุกคนจะต้องพูดกันเป็นเสียงเดียวแน่ๆว่านี่มันเครื่องบินขับไล่ชัดๆมันใช่รถที่ไหน


ติ๊ด !! เสียงเครื่องจับความเร็วเครื่องหนึ่งซึ่งเป็นเครื่องรุ่นเก่าที่ติดอยู่บนถนนเนื่องจากมันใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์จึงยังทำงานอยู่ได้จนถึงปัจจุบันซึ่งความเร็วที่แสดงบนเครื่องจับความเร็วนั้นมันสูงมากถึง 814 kmh


ซึ่งระยะทางจากนิวยอร์คไปถึงวอชิงตันนั้นอยู่ที่ราวๆแค่เกือบๆสี่ร้อยกิโลเมตรเท่านั้น


ครึ่งชั่วโมงต่อมา


เอี๊ยด !!!!!!!!!! เสียงเบรคยาวดังไปทั่วท้องถนนทำให้คนที่สัญจรไปมาแถวนั้นยกมือขึ้นอุดหูกันแทบไม่ทันก่อนรถเต่าสีแดงจะจอดลงตรงหน้าโรงประมูลพอดิบพอดีก่อนจะมีชายคนหนึ่งในชุดผ้ากันเปื้อนเดินลงมาจากรถซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสตีฟนั่นเอง


ตึง !! สตีฟเดินลงมาจากรถก่อนจะมองดูพื้นถนนที่มีรอยล้อรถจากการเบรคของเขาเป็นทางยาวหลายร้อยเมตร


“เหอะๆตรูนี่ฝีมือขับขั้นเทพจริงๆ แค่ครึ่งชั่วโมงก็มาถึงวอชิงตันเร็วกว่าเฮลิคอปเตอร์เสียอีกน่าเสียดายที่ไม่รู้ว่ารถคันนี้วิ่งได้เท่าไหร่เพราะมาตรวัดมันพังไปแล้วเอาล่ะรีบเข้าไปข้างในดีกว่ารู้สึกถึงสายตาทิ่มแทงยังไงไม่รู้สิ” สตีฟพูดพลางมองดูรอบๆที่มีคนมากมายมองเขาด้วยสายตาอาฆาตเพราะการเบรครถของสตีฟเมื่อครู่ทำให้หูของคนรอบๆถึงกับดับไปหลายวินาที


สตีฟรีบเก็บรถของเขาเข้ากระเป๋ามิติก่อนจะเดินเข้าไปในโรงประมูลทันที


“สวัสดีค่ะท่านเดียวใช่มั้ยค่ะค่าบัตรเข้าโรงประมูล xxx ค่ะ” สตีฟเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์ทำให้พนักงานเข้าใจผิดว่าสตีฟมาร่วมการประมูล


“ผมไม่ได้มาประมูลครับพอดีอยากพบปู่แยงไม่ทราบว่าปู่แกอยู่หรือเปล่า” สตีฟพูดธุระของตนออกไป


“มาผมหัวหน้าโรงประมูลงั้นเหรอคะไม่ทราบว่าคุณได้นัดเอาไว้หรือเปล่า” พนักงานถามอย่างสุภาพเพราะจากที่ได้ฟังสตีฟเรียกหัวหน้าโรงประมูลว่าปู่แสดงว่าสนิทกันพอสมควรเธอลองตรวจดูสถานะของสตีฟก่อนจะเผลอตกใจจนแทบกรี๊ดเพราะเลเวลของสตีฟนั้นสูงมากๆ


“หรือว่าคุณคือ....” พนักงานสาวเคยได้ยินรุ่นพี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเคยมีฮีโร่คนหนึ่งที่เลเวลมากกว่าสองร้อยมาที่โรงประมูลตอนแรกที่เธอได้ยินเธอขำแทบตายกับเรื่องที่รุ่นพี่เล่าให้ฟังเพราะจากที่เธอรู้ฮีโร่ผู้ที่เลเวลมากที่สุดคืออันดับหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งแต่ตอนนี้เมื่อเธอมาเห็นเลเวลของสตีฟต่อให้เธอก็อดอึ้งไม่ได้เธอไม่นึกว่าเรื่องที่รุ่นพี่เล่าจะเป็นเรื่องจริง


“เอาเป็นว่าผมสตีฟมาขอพบแจ้งไปอย่างนี้แล้วกันผมจะไปรอตรงนู้นนะครับ” สตีฟพูดพลางชี้ไปที่โซฟาที่อยู่ไม่ไกล


“เอ่อ....ค่ะ” พนักงานสาวพยักหน้าอย่างงงๆก่อนเธอจะตั้งสติได้จึงรีบโทรไปแจ้งแก่หัวหน้าโรงประมูล แยง ซีเกียงทันที


ไม่นานหัวหน้าโรงประมูลสาขาวอชิงตันแห่งนี้แยง ซีเกียงก็เดินออกมาจากด้านในเพื่อมารับสตีฟด้วยตัวเอง


“คุณสตีฟทำไมจะมาถึงไม่แจ้งกันก่อนล่ะครับผมจะได้ต้อนรับให้ดีกว่านี้” ปู่แยงเมื่อเดินมาหาสตีฟก็พูดกับเขาพลางเชิญให้ลุกขึ้นทันที


“ผมมากระทันหันเองล่ะปู่ไม่เป็นไรหรอก” สตีฟพูด


“ว่าแต่มีอะไรเหรอครับถึงมาโรงประมูลเราวันนี้หรือมีของที่อยากจะได้” ปู่แยงถาม


“ไม่มีของที่อยากได้หรอกครับช่วงนี้พอดีเอาของมาลงประมูลนิดหน่อยไม่ทราบว่าพอจะลงทันรอบบ่ายนี้มั้ย” สตีฟถาม


“สบายมากครับคุณสตีฟถ้าอย่างนั้นเชิญด้านในก่อนดีกว่า” ปู่แยงพยักหน้าพลางเชิญสตีฟไปที่ห้องส่วนตัวของเขา


ที่ห้องส่วนตัวภายในโรงประมูล


“กระเป๋าผ้า ????” ปู่แยงมองดูกระเป๋าที่สตีฟเอาออกมาอย่างสงสัยพลางเงยหน้ามองสตีฟ


“ใช่ครับกระเป๋าผ้าลองตรวจสอบดูสิ” สตีฟพยักหน้าทำให้ปู่แยงแกต้องรีบตรวจสอบ


หน้าต่าง
กระเป๋าผ้ามิติ ระดับ A
เป็นกระเป๋าผ้าที่ถักทออย่างพิถีพิถันด้วยเส้นใยไหมฟ้าขนาดช่องว่างมิติ 10x10 เมตร


“อ๋อที่แท้ก็เป็นกระเป๋ามิติผมว่ามันคงจะขายได้สักสองหรือสามล้านล่ะมั้ง ผมว่าของชิ้นนี้ไม่น่าจะลงประมูลได้นะคุณสตีฟ” ปู่แยงบอก


“เหอะๆสองสามล้านเหรอปู่ นี่น่ะผลิตจากของดีเลยนาแถมถักด้วยมือด้วย” สตีฟพูด


“ถัก ??? ไม่ใช่เย็บเหรอเนี่ยงานละเอียดมากราคาน่าจะขึ้นไปสักสี่หรือห้าล้าน แต่กระเป๋าผ้านั้นไม่นิยมในหมู่ผู้คนคงหาคนใช้ยากหน่อย ว่าแต่คุณสตีฟบอกว่าผลิตจากของดีงั้นเหรอเส้นใยไหมฟ้า ไม่เคยได้ยินชื่อแฮะมันเป็นเส้นไยจากตัวอะไรกัน” ปู่แยงไม่เคยเห็นเจ้าเส้นใยไหมฟ้าที่ว่า


“หึหึ !! ปู่ไม่เคยเห็นสินะจะบอกให้กระเป๋าผ้าใบนี้น่ะถักมาจากเส้นใยนี่ !!” สตีฟหยิบเส้นไหมฟ้าในกระเป๋าออกมา


ปู่แยงรีบตรวจสอบเส้นไหมตรงหน้าก่อนจะลุกขึ้นพรวดอย่างตกใจ


“กระเป๋าใบนี้สร้างมาจากเจ้านี่ !!!” ปู่แยงถามสตีฟเสียงดัง


“ใช่” สตีฟพยักหน้า


“เสียของชะมัดคุณสตีฟทำไมถึงไม่เอาไปสร้างเป็นชุดเล่า !!!” ปู่แยงแกบอกกับสตีฟ


อ้าวนึกว่าตกใจเรื่องเส้นไหมที่แท้ตกใจเรื่องที่ตรูเอามาทำกระเป๋าหรอกเหรอเนี่ย สตีฟคิดในใจก่อนจะเริ่มแถ


“นี่ปู่เอาไปสร้างชุดคิดว่ามันง่ายขนาดนั้น...ปู่รู้เปล่าเส้นไหมฟ้านี่มันแข็งแรงขนาดไหนผมเองมีเส้นไหมฟ้านี่ไม่มาก (มีเป็นมัด) ทำได้แค่กระเป๋าสามใบนี่แหละถ้าเอาไปทำชุดจริงๆคงได้แค่เสื้อเด็ก ปู่คิดว่าจะมีใครซื้อล่ะ” สตีฟพูดแถจนสีข้างแทบถลอก


“มันแข็งแรงขนาดนั้น ???” ปู่แยงทำสีหน้าไม่เชื่อเท่าไหร่


“ใช่ไม่เชื่อก็ลองดิ” สตีฟพยักหน้าก่อนปู่แยงแกจะลองหยิบกระเป๋าผ้าขึ้นมาและลองทดสอบความแข็งแรงดู


ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา


“เอาล่ะค่ะลูกค้าทุกท่านสินค้าชิ้นต่อไปเป็นกระเป๋าผ้าสุดพิเศษที่ทางเราได้มา ขอบอกก่อนนะคะว่ากระเป๋าผ้าที่ทุกคนกำลังจะเห็นนี้ไม่ใช่กระเป๋าผ้าธรรมดา เพราะกระเป๋าผ้าที่ทุกคนกำลังจะได้เห็นนั้นมีราคาตั้งต้นสูงถึงใบละ สองพันล้านเหรียญ !!” พนักงานพูดข้อมูลของสินค้าให้ทุกคนฟัง


ผู้คนในโรงประมูลแห่งนี้ต่างมองไปที่กระเป๋าผ้าที่อยู่ในมือพนักงานทั้งสามใบไม่ว่าจะมองมุมไหนตรวจสอบยังไงมันก็แค่กระเป๋าผ้าโง่ๆใบหนึ่งเท่านั้น


ฮือฮา !!! คนในโรงประมูลส่งเสียงอึกทึกกันทันทีที่ได้ยินราคาเริ่มต้นของมัน


“กระเป๋าบ้าอะไรฟระ ทำมาจากผ้าไม่ใช่เหรอราคามันควรจะล้านต้นๆสิถึงจะเป็นกระเป๋ามิติก็เถอะไม่ได้ทำมาจากหนังสัตว์กลายพันธ์เลเวลสูงๆสักหน่อย”


“นั่นสิขนาดกระเป๋าที่ใช้หนังสัตว์กลายพันธ์เลเวลหนึ่งร้อยกว่าๆทำยังแค่ใบละสี่ห้าล้านเองนี่ผ้านะทำไมแพงขนาดนั้นล่ะ”


“เอาล่ะค่ะทุกท่านคงจะสงสัยกันทำไมราคาถึงแพงขนาดนั้นก่อนอื่นเราจะทดสอบความสามารถของกระเป๋าใบนี้ให้ทุกคนได้ชมกันก่อน” พนักงานพูดก่อนจะปรบมือเบาๆ


แปะๆๆ !! สิ้นเสียงปรบมือก็มีพนักงานคนอื่นๆเข็นบางอย่างเข้ามาซึ่งมันก็คือเลื่อยไฟฟ้า เครื่องตัดเหล็ก ปืนกล ปืนสั้น แทบจะทุกชนิดไม่หมดเพียงเท่านั้นยังมีฮีโร่คนหนึ่งเลเวลสูงถึงหนึ่งร้อยสามสิบเดินเข้ามาด้วย


ทุกคนต่างสงสัยว่าของทั้งหมดและฮีโร่ที่เดินเข้ามานั้นมาเพื่ออะไร


“เอาล่ะค่ะและนี่คือการทดสอบความสามารถของกระเป๋าผ้ามิติใบนี้” พนักงานชูกระเป๋าผ้าใบหนึ่งขึ้นก่อนจะวางมันไว้ที่บริเวณหน้าอกตัวเองเธอพยักหน้าเบาๆให้พนักงานอีกคน


พนักงานคนนั้นเมื่อได้รับสัญญาณก็เดินไปหยิบปืนสั้นขึ้นมาทันทีและเล็งไปที่หน้าอกของพนักงานสาว


“เฮ้ยจะทำอะไรน่ะ !!” เสียงคนที่เข้ามาประมูลอุทานอย่างตกใจเพราะพนักงานคนนี้เป็นแค่คนธรรมดาเลเวลหนึ่งเท่านั้นถ้าโดนปืนนี่ยิงเข้าไปล่ะก็มีหวังไม่รอดแน่ๆ


พนักงานคนที่ถือปืนอยู่จ้องมองไปที่กระเป๋าผ้าใบนั้นที่อยู่บริเวณหน้าอกก่อนจะเหนี่ยวไกอย่างไม่ลังเล


ปัง !!!!


จบ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 537 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,668 ความคิดเห็น

  1. #2496 วิโรจน์ ศรเพชร (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 15:35
    เดี๋ยวๆๆ ถึงยิงไม่ทะลุแต่มันมีแรงดันนะ (รึว่ากระเป๋าผ้ามันมีแรงต้านหว่า)
    #2,496
    0
  2. #2474 spriteppp (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 11:12
    อ่านข้ามตอนนี้ซะงั้น
    #2,474
    0
  3. #2459 Fikusa (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 11:16
    เอากระเป๋ากันกระสุน ฮ่าๆๆๆๆ
    #2,459
    0
  4. #2458 Iruna (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 21:33

    คนทำทำเป็นกระเป๋า ดันใช้เป็นเกราะซะงั้น


    ดี เอากระเป๋าแขวนคอ


    ถ้ารู้จักทำถักเป็นเสื้อ สงสัยขายไดหมื่นล้าน


    #2,458
    0
  5. #2454 rainbowcandyr (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 12:37
    ปัง!! คนยิงยิงไม่แม่น พลาด จบเห่เลย
    #2,454
    0
  6. #2450 Snop kung (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 10:05
    ถ้าหยิบมาโชว์ผิดใบ กระเป๋าทะลุ พนักงานตาย ละครับ
    #2,450
    1
    • #2450-1 noddyboyapon(จากตอนที่ 158)
      21 มิถุนายน 2562 / 10:45
      สตีฟเข้าคุก happy ending
      #2450-1