KaiSoo S Note [EXO]

ตอนที่ 66 : Rememberance [KaiSoo]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62





          เสียงฝนตกกระทบสังกะสีดังจนคยองซูเริ่มรู้สึกปวดหัว

          น่ารำคาญ

          เพิงเก่าๆ ดูคล้ายจะพังแหล่มิพังแหล่ไม่ใช่สถานที่ที่น่าอยู่นัก แต่ก็ใช่ว่าเขาจะมีทางเลือกอื่นๆ
          คยองซูหันมองข้างกาย
          เด็กชายอีกคนยังคงส่งยิ้มมาให้
          นั่นก็น่ารำคาญ

          แผนการหนีออกไปหาคุณลุงที่ร้านหนังสือของเขาล่มไม่เป็นท่าเพราะไอ้เด็กมาใหม่นี่
          ไหนพี่อูฮยอนบอกว่าน้องจงอินน่ะ กลัวเขานักหนา แต่นี่มันอะไร ไหงกลายเป็นว่าเด็กนี่ตามติดเขาเหนียวแน่นหนึบยิ่งกว่าหมากฝรั่งที่ติดผมเสียอีก
          คยองซูคิดไปถึงเรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อนที่เขาถูกเด็กผู้หญิงร่วมบ้านเอาหมากฝรั่งมาติดผมเขาด้วยเหตุผลที่ว่ามันเป็นสีชมพูน่ารักเหมาะกับเขาดี
          คิดแล้วก็ชักจะหัวร้อนหน่อยๆ ถึงทรงสกินเฮดนี่จะสบายดีก็เถอะนะ

          ผ่านไปพักใหญ่ สายฝนยังคงโหมกระหน่ำ ไม่มีทีท่าว่าจะซาลงสักนิด
          แต่อากาศร้อนอบอ้าวหายไปแล้ว
          เหลือเพียงความชุ่มฉ่ำของสายฝน
          คยองซูยังคงไม่ชอบเสียงเม็ดฝนที่ตกกระทบกับสังกะสี
          แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าอากาศแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

          ถึงจะตกผิดเวลาไปเสียหน่อย…

          เขาถอนหายใจพลางหันกลับไปมองร่างผอมเก้งก้างที่ยังคงส่งยิ้มมาให้
          อา เด็กนี่ก็ด้วย…
          เด็กชายคิดพลางลูบหัว 



          คยองซูชอบที่จะมีสถานที่ลับของตนเอง 
          ถึงมันจะไม่ใช่สถานที่ลับจริงๆ ก็เถอะ 

          ไม่มีใครในบ้านรู้ว่าคยองซูชอบมาอุดอู้อยู่ที่ร้านหนังสือเก่าของคุณคิม
          เขานั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสืออยู่ในนี้ได้เป็นวันๆ โดยไม่มีใครมาตามกลับบ้านได้
          คยองซูไม่ใช่คนขยันเรียน ออกจะคิดว่ามันน่าเบื่อเสียด้วยซ้ำ แต่เขาชอบการนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียวในร้านของคุณคิม

          คุณคิมไม่เคยว่า กลับกัน ผู้ใหญ่ใจดีคนนี้ยังจะสรรหาหนังสือสนุกๆ มาให้เขาอ่าน แถมบางวันยังมีขนมมาให้เขากินอีกด้วย
          คยองซูน่ะ ชอบร้านของคุณคิมมากจริงๆ


          แต่สิ่งที่คยองซูชอบไม่เคยอยู่กับเขาได้นาน
          ก่อนที่คยองซูจะอายุครบ 14 คุณคิมก็จากไป และร้านหนังสือก็กลายเป็นคาเฟ่เล็กๆ ดูอบอุ่น
          ความอบอุ่นที่คยองซูรู้จัก แต่จำไม่ได้แล้วว่ามันรู้สึกยังไงกันแน่


          คยองซูใช้เวลาว่างในการสอนหนังสือเด็กคนอื่นๆ และได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเล็กๆ น้อยๆ จากพี่อูฮยอนแทน
          พอไม่ได้ไปหมกตัวอยู่ที่ร้านหนังสือแล้ว คยองซูก็มีเวลาว่างมากขึ้น…และได้อยู่กับจงอินมากขึ้นด้วย
          ไม่เข้าใจนักว่าทำไมถึงชอบมาวอแวอยู่กับเขา แต่คยองซูเองก็เหนื่อยจะห้าม หนีจนไม่อยากหนี ได้แต่ปล่อยให้เจ้าเด็กยิ้มกว้างนี่วนเวียนอยู่รอบตัว
          เจ้าเด็กตัวผอมเก้งก้างที่ชอบตามติด 
          เจ้าเด็กที่คยองซูมักบอกว่าน่ารำคาญ แต่จงอินก็มีรอยยิ้มส่งมาให้เขาเสมอ

          รอยยิ้มนั่น…คยองซูไม่ชอบมันเอาเสียเลย



          คยองซูคิดว่ามันเป็นเรื่องดี ที่เด็กๆ ในบ้านจะมีคนรับออกไปอยู่ด้วย ไปมีครอบครัว
          ว่ากันว่า ข้างนอกนั่น มีชีวิตที่ดีรออยู่ อย่างน้อยก็อิ่มท้อง แถมไม่ต้องนอนเบียดเสียดกันแบบที่เขาเป็นทุกวันนี้

          เป็นเรื่องดี แต่คยองซูกลับรู้สึกใจหายแปลกๆ เมื่อบ้านที่เคยคับแคบกลับมีพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้น ทีละนิด ทีละนิด

          พี่อูฮยอนบอกว่ามันเป็นนโยบายของรัฐในการจัดการประชากร และในบ้านของพวกเขาก็มีเด็กเยอะเกินไป (จริงๆ พี่อูฮยอนพูดมาเสียยาวเหยียด แต่คยองซูคิดว่าใจความสำคัญก็มีแค่นี้นี่แหละ)
          จำนวนเด็กที่อยู่ใน “บ้าน” เดียวกันกับเขาค่อยๆ ลดลงทีละคน ทีละคน…
และไม่นานก็ถึงคิวของจงอิน


“พี่ ผมต้องไปจริงๆ เหรอ”
“ใช่สิ ไม่ดีใจหรือไง ใครๆ เขาก็อยากออกไปจากที่นี่กันทั้งนั้น”
“แล้วพี่ล่ะ”
“ฉัน? ทำไม?”
“ไม่อยากออกไปเหรอ”
“อยากมั้ง ไม่รู้สิ ไม่เคยมีคนมาขอรับออกไปนี่ คิดไปก็เปลืองเวลาเปล่า”
“พี่ เราหนีออกไปด้วยกันมั้ย”
“ตลกน่า”
“เฮ้อ”
“นี่ ถึงออกไปแล้วเราก็เจอกันได้อยู่ดีนะ”
“แต่มันไม่เหมือนกันนี่”
“โว๊ะ มันก็เหมือนกันนั่นแหละ ฉันก็คนเดิม แกก็คนเดิม จะมีอะไรเปลี่ยนไปนักหนา”
“…”
“...”
“…”
“นี่ เลิกเงียบได้แล้ว สัญญาเลยเอ้า ยื่นมือมา”
“สัญญาจริงๆ นะครับ”
“เออ!”
“ผมกับพี่ จะยังเป็นเหมือนตอนนี้จริงๆ ใช่มั้ย”
“น่ารำคาญจริงโว้ย พูดอีกทีจะโดนเตะแล้วนะ”
“ครับ งั้นเราลงไปกินข้าวกันนะ”

“พี่”
“อะไรอีกล่ะ”
“แล้วผมต้องจัดกระเป๋าเลยมั้ย จะมีใครมาแทนที่ผมหรือเปล่า”
“อีกเป็นเดือนนู่นกว่าเรื่องจะเสร็จ”
“แค่เดือนเดียวเอง”
“เออน่า กินข้าวไป พูดมากน่ารำคาญ”
“…”
“เอ้า นี่ ไก่ทอด กินไปเลย แล้วจะได้ไปช่วยกันสอนการบ้านน้องๆ”
“ครับ!”


          มันเป็นวันที่ฝนตกลงมาตั้งแต่เช้า… ไม่สิ ตั้งแต่คืนก่อนหน้าเลยต่างหาก
          คยองซูที่ช่วยจงอินยกกระเป๋าไปใส่ท้ายรถนั้นเปียกไปทั้งหลัง
          จงอินทวนเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็คร้านจะนับ ว่าให้คยองซูเขียนจดหมายหาตนด้วย
          เจ้าเด็กตัวผอมของคยองซูสูดน้ำมูกในตอนที่บอกเขาว่าห้ามลืมกัน แล้วก็ยังกอดเขาเสียแน่น

          คยองซูเพิ่งรู้ตอนนั้นเอง ว่าจงอินสูงกว่าตนไปมากแล้ว


          การติดต่อกับจงอินนั้นค่อยๆ ลดความถี่ลงตามระยะเวลาที่พวกเขาไกลห่าง
          มันเป็นเรื่องธรรมดา เด็กคนไหนที่ออกไปก็เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น
          แต่คยองซูไม่เคยเฝ้าคอย…



          ไม่นาน หลังจงอินออกไป บ้านของพวกเขาก็ปิดตัวลง
          เด็กบางคนก็กระจายกันไปตามบ้านต่างๆ
          บางคน อย่างเช่นเขา ถือโอกาสออกมาใช้ชีวิตของตัวเอง


          คาเฟ่เล็กๆ ที่เคยเป็นร้านหนังสือนั่นคือที่ทำงานของคยองซู
          ข้อดีของการช่วยพี่อูฮยอนทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ ทุกวันก็คือเขาได้ความสามารถในการทำอาหารติดตัว และมันก็ช่วยให้เขาได้งานนี้
          เจ้าของร้านในปัจจุบันเป็นญาติห่างๆ กับคุณคิม ญาติห่างๆ ที่คยองซูคิดว่ามีใบหน้าคล้ายกันมาก แต่บรรยากาศรอบตัวนั้นแตกต่าง

          คยองซูใช้ชีวิตของเขาที่ร้าน บ้าน ร้าน แล้วก็บ้านของพี่อูฮยอน คนคนเดียวจากในอดีตที่เขายังคงติดต่อด้วย
          ส่วนคนที่บอกเขาว่าห้ามลืมกัน ก็คงจะลืมเขาไปแล้ว..



          เพราะเป็นหน้าฝน ลูกค้าที่ร้านจึงดูบางตา
          และยิ่งในวันที่ฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่เช้า ลูกค้าจึงมีนับคนได้
          คยองซูเกือบจะปิดร้านกลับบ้านไปตามที่คุณจางบอกแล้ว แต่กลับมีลูกค้าเข้ามาเสียก่อน
          คยองซูเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งที่ประตู
          เป็นชายหนุ่ม วัยน่าจะไล่เลี่ยกับเขาที่กำลังเดินเข้ามา
          อันที่จริงต้องเป็นเขา ที่ควรยิ้มทักทายลูกค้า
          แต่กับชายร่างสูงที่เพิ่งเดินเข้ามานั้น คยองซูกลับเป็นฝ่ายได้รับรอยยิ้มทักทายก่อน
          เป็นรอยยิ้มที่เขาจำได้ในทันที


          จงอินกลับมาอยู่กับเขา และไม่ได้ลืมกันไปอย่างที่คยองซูคิด
          เจ้าเด็กน่ารำคาญของเขาเล่าว่าเป็นเพราะการย้ายบ้านกระทันหันของพ่อแม่บุญธรรม ที่ทำให้ขาดการติดต่อไปช่วงหนึ่ง และกว่าอะไรๆ จะลงตัว บ้านเด็กกำพร้าก็ถูกยุบไปเสียก่อน
          นาน กับความรู้สึกหวาดกลัวต่อการถูกทอดทิ้ง แต่ในที่สุดจงอินก็กลับมาแล้ว


          คยองซูไม่แน่ใจว่ามันเป็นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่หลังจากอีกคนกลับมาไม่นาน เขากับจงอินก็อยู่ด้วยกันในฐานะคนรัก
          ความรู้สึกอบอุ่นที่เขาลืมเลือนไป จงอินมอบมันให้กับเขาพร้อมอ้อมกอดและรอยจูบที่ข้างแก้ม
          คยองซูมีความสุขเสียจนลืมบางสิ่งไป
          ลืม ว่าความสุขของเขามักมีอยู่เพียงไม่นาน



          มันเริ่มจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่นการลืมกุญแจรถ หรือลืมว่าวางถ้วยกาแฟไว้ที่ตรงไหน
          บ่อยขึ้น บ่อยขึ้น
          แล้ววันหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังขับรถไปรับจงอินหลังเลิกงาน คยองซูก็ลืมว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
          เสียงบีบแตรยิ่งพาให้สติของเขาแตกกระเจิง กว่าจะรวบรวมสติ และค่อยๆ ขับรถจอดเข้าข้างทางได้ก็ใช้เวลาอยู่พักหนึ่ง
          กลายเป็นว่าเย็นวันนั้นจงอินมารับเขา และบังคับให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล


          อัลไซเมอร์… ใครจะคิดว่าชายหนุ่มสุขภาพดีจะเป็นอัลไซเมอร์
          แต่นั่นล่ะ มันเป็นไปแล้ว 
          และก็ยังรักษาไม่หายอีกด้วย
          คุณหมอบอกพวกเขาว่ามันอาจจะเป็นกรรมพันธุ์ แต่ใครจะรู้ คยองซูไม่รู้จักพ่อแม่ตัวเองเสียหน่อย
          นอกจากการที่เขาต้องออกจากงาน 
          การย้ำคิดย้ำทำ และอารมณ์ที่แปรปรวนของคยองซูคงสร้างความลำบากให้กับจงอินไม่น้อย 
          ถึงจะไม่เคยบ่น แต่คยองซูก็รู้ว่ามันไม่ง่าย
          อาการของคยองซูทรุดลงอย่างรวดเร็ว
          บางครั้งเขาก็จำได้ว่าจงอินเป็นคนรัก บางคราวก็จำเป็นเจ้าเด็กน่ารำคาญ หรือบางที คยองซูก็จำจงอินไม่ได้เลย

          ในวันที่คยองซูจำเรื่องทั้งหมดได้ บางครั้งเขาก็จะร้องไห้ในอ้อมกอดของจงอิน 
          แต่บางครั้ง ที่จงอินร้องไห้ คยองซูที่กอดปลอบเจ้าเด็กน่ารำคาญของเขา กลับยิ่งทำให้เจ้าเด็กคนนั้นร้องไปกันใหญ่


“นี่…จงอิน นายไม่ต้องอยู่กับพี่ก็ได้”
“ไม่ได้หรอกครับ ผมอยู่ห่างพี่ไม่ได้หรอก แค่คิดก็หายใจไม่ออกแล้ว”
“แต่อีกหน่อยพี่ก็คงลืมนายไปจริงๆ”
“ก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะผมจำพี่ได้”
“หมดเลยนะ ทุกอย่างระหว่างเรา พี่จะลืมมันทั้งหมดเลย”
“ครับ พี่ลืมมันได้เลยนะ เพราะผมจำทั้งหมดเอาไว้แล้ว ทั้งในส่วนของผม และส่วนของพี่ ผมจะจำมันไว้ทั้งหมด”
“นี่…ขอจับมือหน่อยได้มั้ย”
“ครับ?”
“มือ”
“…”
“ขอบคุณนะ”
“หืม?”
“ที่น่ารำคาญ”
“มีแต่พี่นั่นแหละที่รำคาญผม”
“อื้ม แต่ตอนนี้ไม่น่ารำคาญแล้วนะ”
“ครับ ผมรู้”
“ฝนด้วย”
“…?”
“ฝนที่ตกอยู่ไง ไม่น่ารำคาญแล้ว เมื่อก่อนเสียงฝนมันน่ารำคาญมากๆ เลย แต่ตอนนี้ไม่แล้ว”
“อา งั้นเหรอครับ”
“อื้ม…จงอิน”
“ครับ”
“รักนะ”
“รักเหมือนกันนะครับ”
“….”



#ไคซูเอสโน้ต

.


Talk:  เรื่องนี้เคยลงในโปรเจคสี่ฤดูค่ะ แต่คิดว่าอาจมีคนไม่ได้อ่าน หวังว่าจะชอบกันนะคะ คิดถึงคนอ่านเสมอ และขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาค่ะ /โค้ง












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

278 ความคิดเห็น

  1. #264 phimzvey (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 23:43
    แง ถึงว่าทำไมคุ้น อ่านกี่รอบแล้วยังเศร้าเหมือนเดิม แต่ในความเศร้ามันมีความอบอุ่นอยู่ ดีจังเลยค่ะ
    #264
    0
  2. #263 underwater369 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 20:23

    แงงง สงสารทั้งคู่เลย...จงอินอบอุ่นมาก

    #263
    0