KaiSoo S Note [EXO]

ตอนที่ 59 : Behind [KaiSoo] -12-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 มิ.ย. 60





          วิชาประวัติศาสตร์ในช่วงบ่ายคือยานอนหลับชั้นดีสำหรับเด็กที่ง่วงตลอดเวลาอยู่แล้วอย่างคิมจงอิน ชื่อของบุคคลมากมายและตัวเลขที่ดูคล้ายรหัสลับถูกเขียนอยู่จนเกือบเต็มหน้ากระดาน จงอินที่เลิกสนใจมันไปนานแล้วกำลังใช้เวลาในคาบเรียนที่เหลือเพื่อทำสิ่งเดิมที่เขาชอบ คยองซู... จงอินพบว่าการนั่งมองคยองซูจากด้านข้างแล้วพบว่ามันดีกว่านั่งมองจากข้างหลังตั้งเยอะ แต่มันยากตรงที่ถ้าเผลอไปมองนานๆ เข้าเขาจะถูกเพื่อนตัวเล็กที่ฟาดเข้าน่ะสิ ยากเหมือนกันแฮะ

 

          จงอินได้มองอีกคนน้อยลง แต่กลับกันเขาก็ได้อยู่ใกล้อีกคนมากขึ้น มันรู้สึกแบบเดียวกับช่วงเวลาที่เขาไปยืนรออีกคนหน้าบ้าน เวลาที่เขารู้ดีว่าอีกคนอยู่ในนั้นเพียงแต่มองไม่เห็น ทำได้แค่รอ รอจังหวะที่อีกคนจะออกมาให้เขาพบ ตอนนี้จงอินก็ต้องรอจังหวะที่จะหันไปมองอีกคนเหมือนกัน

 

          อากาศร้อนจนไม่สามารถจดจ่อกับตัวหนังสือบนกระดาน วิชาประวัติศาสตร์กำลังทำหน้าที่ของมัน เสียงชอล์กที่กำลังขีดเขียนกับเสียงครูที่ยืนอยู่หน้าห้องฟังดูคล้ายเสียงเห่กล่อม เปลือกตาไม่สามารถต่อสู้แรงโน้มถ่วงได้อีกต่อไป จงอินเอนตัวลง ตั้งท่าจะหลับอีกครั้ง แต่ทว่ากลับมีบางสิ่งวิ่งชนขาของเขาเสียก่อน

          จงอินสะดุ้งตื่น เกือบจะร้องเสียงดังออกไปหากตั้งสติไม่ทัน เขาหันมองหาสิ่งที่ชนเขาเมื่อสักครู่ แต่ไม่พบอะไร

          “นายเตะเหรอ” จงอินเอนตัวไปหาคยองซูก่อนจะกระซิบเสียงเบา ครูไม่ได้สนใจอะไรพวกเขาเพราะยังหันหน้าไปทางกระดานดำ มือเขียนโยงเหตุการณ์สำคัญของปีต่างๆ อย่างตั้งใจ

          “ตั้งใจเรียนสิ”

          คยองซูไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่จงอินก็เข้าใจได้ และตอนนี้เขาก็รู้สึกตื่นเต็มที่แล้วเสียด้วย จงอินคิดถึงตอนเด็กๆ ที่ครูมักจะไล่ให้เขาไปล้างหน้าทุกครั้งที่หันมาพบว่าเขาหลับ จนกระทั้งรู้ว่ามันไม่ได้ผลนั่นแหละจึงเลิกไป คยองซูได้ผลกว่าการล้างหน้าตั้งเยอะ

 


          ทุกครั้งที่มีใครถามจงอินถึงเวลาที่เขาใช้มันไปกับคยองซู จงอินก็มักจะตอบว่าไม่ทำอะไร และน่ะล่ะ มันมักจะตามมาด้วยคำถามที่ว่า นายไม่เบื่อเหรอ จงอินก็จะตอบอีกว่าไม่ ไม่เห็นมีอะไรน่าเบื่อตรงไหน เขาสามารถอยู่กับคยองซูเป็นวันได้โดยไม่ต้องมีบทสนทนาด้วยซ้ำ

 

          จงอินเคยไปหาคยองซูที่บ้านทั้งที่ตอบคำถามของคยองซูไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาไปที่บ้านของอีกคนทำไม สมองเรียบๆ ของจงอินหมุนติ้ว หาข้ออ้างในการมาเยือนของเขา แล้วจงอินก็บอกคยองซูไปว่าเขาต้องการเพื่อนดูหนัง ทั้งที่เขาเคยชอบดูหนังคนเดียวมากกว่าการมีคนอื่นอยู่ข้างๆ นั่นแหละ

          หลังจากที่ระยะหลังมานี้พวกเขาดูหนังด้วยกันจนไม่รู้จะดูเรื่องไหนอีก หนังใหม่ที่น่าสนใจยังไม่เข้าโรง และเรื่องเก่าที่พวกเขาชอบก็ดูซ้ำไปหลายรอบแล้ว ข้อเสนอเรื่องการดูซีรีส์มาราธอนของจงอินถูกปัดทิ้งด้วยเหตุว่าซีรีส์ที่เขาอยากดูมีความยาวมากเกินไป ไม่เหมากับช่วงที่การสอบย่อยมีแทบทุกสัปดาห์อย่างนี้ สุดท้ายแล้ว พวกเขาจึงลงท้ายด้วยการนั่งมองหน้าต่างเงียบๆ ด้วยกัน  

 

          จงอินไม่คิดว่าเขาจะสามารถนั่งอยู่เฉยๆ กับใครสักคนได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว ความรู้สึกที่จงอินคิดว่ามันคือความสุขไหลเอื่อยอยู่ภายใจ มากขึ้น มากขึ้น และเอ่อล้น มันเป็นวันที่อากาศดี จงอินคล้ายได้กลิ่นหอมสดชื่นราวกับว่ามีดอกไม้ช่อใหญ่วางอยู่ในใจของเขา

 


          เมื่อเลิกเรียนและกลับบ้าน แน่นอนว่าจงอินก็ยังเดินออกมาจากโรงเรียนพร้อมคยองซูเหมือนกับทุกวัน มีเพียงสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ หากวันไหนจงอินชักช้า ก็จะมีคนเดินมาหาเขาที่โต๊ะเพื่อรอเขาเก็บของและเดินกลับบ้านพร้อมกัน

 

          จงอินนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วหลังจากที่ยกจานชามมาจัดจนครบจำนวนคนในครอบครัว รอให้แม่ของเขายกกับข้าวอย่างสุดท้ายมาตั้งก็จะเป็นการเริ่มมื้อค่ำ พวกเขาพูดคุยกันบนโต๊ะอาหารเป็นปกติ เพราะเป็นเวลาเดียวที่ทุกคนในบ้านได้อยู่พร้อมหน้า                เมื่อครั้งที่จงอินเด็กกว่านี้ที่บ้านของเขาจะใช้เวลาหลังอาหารเย็นร่วมกัน การพูดคุยจะยืดยาวไปจนค่ำ หยุดพักเมื่อมีรายการที่น่าสนใจมาฉาย ก่อนที่เสียงพูดคุยจะดังขึ้นอีกในช่วงโฆษณา แต่ตอนนี้จงอินเรียนม.ปลายแล้ว พี่สาวของเขาเองก็ยุ่งอยู่กับการเรียนมหาวิทยาลัย เวลาที่พวกเขาจะนั่งอยู่หน้าทีวีและพูดคุยกันนั้นจึงเปลี่ยนไปเป็นเวลาที่จงอินต้องอ่านหนังสือและทำการบ้าน

 

          ด้วยความที่จงอินไม่ค่อยอยู่ติดบ้านในระยะหลังนี้ เขาจึงตกเป็นเป้าของการสนทนา พี่สาวของเขาแกล้งเย้าว่าจงอินนั้นมีแฟนแล้ว ตอนนี้กำลังติดแฟนอยู่แน่ๆ เล่นเอาคุณพ่อหันมองเขานิ่ง จนคุณแม่ตีแขนคุณพ่อไปเสียทีนั่นแหละท่าทางของพ่อจึงดูผ่อนคลายลง จงอินปฏิเสธแล้วเล่าเรื่องของคยองซูให้พ่อฟัง ส่วนแม่นั้นรู้จักคยองซูอยู่ก่อนแล้วเพราะจงอินเคยพูดถึงมาบ้าง จงอินพูดถึงเพื่อนสนิทไปได้สักพักก็หยุด แสร้งทำเป็นว่าการพูดคุยนี้ขัดจังหวะการกินของเด็กกำลังโตอย่างเขา แต่ความจริงคือจงอินเพิ่งนึกได้ว่าเขาไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับคยองซูเลยต่างหาก จริงอยู่ที่จงอินรู้นิสัยใจคอและความชอบของอีกฝ่าย หรืออย่างน้อยเขาก็คิดว่ารู้ แต่เรื่องอื่นๆ ของคยองซูนั้นเจ้าตัวไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวให้เขาฟังเลย จงอินอยากรู้ แต่เขาไม่กล้าถามด้วยกลัวว่ามันจะเป็นเรื่องที่ทำให้อีกคนอึดอัดใจ

 

          จงอินไม่เคยคิดว่าการไม่รู้อะไรเกี่ยวกับใครสักคนจะรู้สึกแย่ได้ขนาดนี้ เขาทิ้งตัวลงบนที่นอนหลังจากกลับเข้าห้องนอนของตนแล้ว กางแขนขาสัมผัสกับความลื่นเย็นของผ้าปูที่นอน พลางคิดไปถึงความรู้สึกที่เกิดกับเขาบนโต๊ะอาหารเมื่อครู่ ทำไมเขาถึงรู้สึกอย่างนั้นกันนะ ทำไมมันถึงรู้สึกแย่เพียงเพราะเขาตอบคำถามเรื่องครอบครัวของคยองซูไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยสักนิดตราบใดที่จงอินคิดว่าเขารู้จักคยองซูดีพอว่าเพื่อนของเขาจะเลือกนาโช่รสชีสมากกว่าป๊อบคอร์นรสคาราเมล แต่ทำไมเขาถึงยังรู้สึกแบบนี้กัน.....





Talk: ไม่รู้มีคนรอเรื่องนี้อยู่ไหม แอบอู้ไปเขียนเรื่องอื่นมาเยอะเลยล่ะค่ะ แหะๆ ถ้ามีคนชอบจงอินเวอร์ชั่นนี้เหมือนเราก็คงจะดีนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ /โค้ง/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

278 ความคิดเห็น

  1. #214 jkyx (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 18:37
    พอยิ่งสนิทก็ยิ่งอยากรู้จักมากขึ้นเนอะ เป็นไปได้ก็อยากรู้ทุกๆเรื่องของเขา แต่จงอินเรื่องนี้คาแรคเตอร์น่ารักจริงๆ คือธรรมดากวนๆตามภาษาเด็กผู้ชายมากเลยแต่อยู่ด้วยแล้วน่าจะอบอุ่นอ่ะ ดูเป็นเพื่อนที่ดี คยองซูก็ตามสไตล์เขาเลย555 สนิทกันมากกว่านี้ให้ได้นะทั้งคู่เลย
    #214
    0
  2. #204 ต่วยดำ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 17:58
    ยังยืนยันคำเดิมว่ายังรออยู่นะคะ5555+ 

    ส่วนตัวเพราะมีจงอินเป็นเมนด้วยมั้งเลยโอเคกับจงอินในฟิคเรื่องนี้นะคะชอบนะ เรื่อยๆมาเรียงๆตามบุคลิกลักษณะนิสัยที่ปูไว้ ไม่ได้อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาทำพฤติกรรมแบบใครวะขึ้นมา555+ ลักษณะค่อนข้างอิงตัวจริงอยู่555+

    ตัวจริงก็เป็นสายดูนิ่งๆ แบบแผนกเฝ้าสังเกตพฤติกรรมคนรอบตัว คนไหนดูซักถามเรื่องไหนได้ก็จะไปถามกับคนนั้น ถ้าเรื่องไหนคนไหนไม่ชอบก็จะไม่ค่อยชอบทำใส่ยกเว้นการกลั่นแกล้งแบบมีนัยยะจะแกล้งใครนี่ลองเชิงก่อน ถ้าจังหวะได้ก็ใส่เต็ม5555+

    แต่เหมือนบทหลังๆ ไรท์ไม่ค่อยเขียนถึงมุมมองของคยองซูเท่าไหร่แล้ว ช่วงบทแรกๆ ยังเหมือนมีเขียนมุมมองสลับกันระหว่างสองคนนี้อยู่เนืองๆ แบบถ้าคนหนึ่งคิดแบบนี้ทำแบบนี้ ก็จะเริ่มเขียนถึงอีกคนเพื่อพูดถึงปฏิกิริยาที่มีกับสิ่งที่อีกคนหนึ่งทำ
    #204
    0