KaiSoo S Note [EXO]

ตอนที่ 55 : What if I... [KaiSoo]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 มิ.ย. 60






จะเป็นอย่างไร ถ้า…..

จงอินนึกสงสัย จะเป็นอย่างไรถ้าเขายังมีอีกคนอยู่ข้างกาย

จงอินนึกสงสัย จะเป็นอย่างไรถ้าวันนั้นเขารั้งอีกคนไว้ ถ้าเขาไม่ผลักไส ถ้าเขาเพียงแต่จะดึงรั้งอีกคนไว้ ถ้าเพียงแต่วันนั้นเขา….

 

 

          จงอินมองแก้วตรงหน้า น้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วไหลลงมาจนเห็นเป็นวงเมื่อจงอินยกแก้วใบนั้นขึ้น ชายหนุ่มลากนิ้วของตนเองผ่านมวลน้ำเหล่านั้น นิ้วเรียวลากเส้นซ้ำๆ เขียนมันเป็นคำคำหนึ่ง และเมื่อรู้ตัวว่าเขาเขียนอะไรออกไป จงอินก็ใช้ฝ่ามือปาดมันทิ้ง

 

          คนเราจะยังรู้สึกเจ็บหัวใจทุกครั้งที่พบกับคนรักเก่าแบบนี้ได้อย่างไร ช่วงเวลาที่เลิกลากันไป พวกเขาต่างคนต่างยอมกับว่าหมดรักกันแล้วและเลิกรากันไปแต่โดยดี แต่ทำไมเขาถึงยังเจ็บอยู่อย่างนี้

 

          จงอินกลืนของเหลวรสขมลงคอ รู้สึกร้อนผ่าวจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มนั้น เขามองแก้วเปล่าในมือ สลับกับคยองซูที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ไม่แน่ใจว่าอะไรที่ทำให้เขารู้สึกมึนเมาได้มากกว่ากัน

 

          มันเป็นการนัดกินข้าวของสมาชิกทุกคนเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของหนึ่งในสมาชิก แน่นอนว่าทั้งจงอินและคยองซูไม่มีข้อแก้ตัวที่จะหลบเลี่ยงงานนี้ได้

 

          ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเคยคบกัน และก็แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเลิกกันไปแล้วแม้กระทั่งสมาชิกในวง

 

          บางทีพวกเขาคงเป็นนักแสดงที่เก่งเกินไป

 

          ระยะเวลาที่พวกเขาคบกันมันนานจนจงอินเริ่มสับสนจำนวนปี แน่ล่ะ ขนาดจะถามว่ามื้อเช้านี้เป็นอะไรจงอินยังตัองใช้เวลาคิด แต่ถ้าถามคยองซู อีกคนจะตอบได้ในทันที มันคงจะนานเกินไป นานจนพวกเขาเริ่มรู้สึกว่าระหว่างกันนั้นเหลือเพียงความจืดชือและเฉยชา ท้ายที่สุดพื้นที่ที่ควรมีแต่ความรักก็เหลือเพียงความว่างเปล่า

 

          อาจจะเป็นเพราะตารางงานที่อัดแน่นทำให้พวกเขาเหนื่อยเกินกว่าจะเติมเต็มความรักให้แก่กันและกัน ไม่มีคำพูดหวานหู อันที่จริง นอกจากเวลางานที่พวกเขาต้องแสร้งเป็นสดใส ทั้งจงอินและคยองซูไม่มีแม้กระทั่งแรงจะคุยกันด้วยซ้ำ

 

          ในที่สุดพวกเขาก็ตกลงกันว่าจะหยุดความสัมพันธ์นั้นไว้

 

          เสียงพูดคุยของคนบนโต๊ะดังปนกันจนจงอินเริ่มแยกประเด็นไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อมีใครหัวเราะขึ้นมา เขาก็แสร้งยิ้มและหัวเราะไปกับคนอื่นด้วย

 

          หลังจบมื้ออาหารก็ถึงเวลาแยกย้ายกันไป อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ จงอินจึงเดินไปคว้าแขนคยองซูไว้ ก่อนจะเอ่ยปากขอติดรถกลับหอพัก….ทั้งที่จะไปกับคนอื่นก็ได้แท้ๆ แต่วันนี้เขารู้สึกคิดถึงคยองซูเหลือเกิน

 

          บนรถเงียบสนิท เงียบเกินไป จงอินลอบมองใบหน้าด้านข้างของคยองซูในขณะที่อีกคนนั่งหลังตรงและมุ่งมั่นกับการขับรถเพียงเท่านั้น

 

          ทุกครั้งที่พวกเขาไปดื่มกัน ถ้าไม่เมาขนาดเรียกแทกซี่ คนขับรถมักจะเป็นคยองซูเสมอเพราะอีกคนจะแค่ดื่มเล็กน้อยพอเป็นพิธีเท่านั้น

          นึกย้อนดูแล้ว จงอินก็คิดว่าบางทีคยองซูเองก็คงอยากดื่มต่อ แต่เพราะเขาดื่มเยอะแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคยองซูจึงต้องยั้งตัวเองไว้เพียงเท่านั้น

          เป็นคยองซูที่ดูแลเขาดีเสมอ ทำไมจงอินถึงคิดว่ามันจืดจางลงได้กันนะ

 

          “พี่ เรากลับไปเป็นแบบเดิมได้ไหม เหมือนเมื่อก่อนนี้”

          “นายเมาหรือไง”

          “คงใช่”

          “งั้นนายก็นอนเถอะ เดี๋ยวถึงแล้วจะปลุก”

 

          “แปลกจังเลย ทั้งที่ผมคิดว่าเราเลิกกันเพราะไม่รักกันแล้ว แต่ทำไมผมยังเจ็บทุกครั้งที่คิดว่าเราเลิกกันแล้ว ยังใจเต้นแรงทุกครั้งที่พี่ยิ้มให้ ยังรู้สึก เหมือนตอนที่รักพี่อยู่เลยล่ะ”

 

          นาน กว่าที่คยองซูจะตอบอะไรออกมา แต่จงอินก็รอ เขารออีกคนได้เสมอ

          “ทำไมถึงเพิ่งมาพูดเอาตอนนี้ล่ะจงอิน”

          “ผมคงเพิ่งรู้ตัวมั้ง”

          “เรื่องอะไรล่ะ”

          “ว่าที่จริงแล้วความรู้สึกที่ผมให้พี่ยังเป็นเหมือนเดิมมาตลอด”

          “แล้วนายไม่คิดว่าพี่เปลี่ยนไปแล้วเหรอ”

          จงอินนิ่งไปกับประโยคนั้น ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น ความคิดหลายๆ อย่างวิ่งวนอยู่ในหัวของเขา

          

          “ผมไม่รู้ แต่ผมอยากคิดว่ามันไม่เปลี่ยนไปนะ ผม...อยากให้มันเป็นแค่ความเข้าใจผิด” จงอินพูดออกมา ทั้งที่ก้มหน้าลงมองฝ่ามือตัวเองอยู่อย่างนั้น เขาไม่กล้ามองไปที่คยองซู ไม่กล้า เพราะกลัวจะเห็นว่าอีกคนได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างที่พูดจริงๆ

 

          จงอินได้ยินเสียงถอนหายใจ ก่อนที่รถจะหยุดลง

          “นายแน่ใจนะว่าคิดดีแล้ว”

          “เพราะคิดมาดีแล้วผมถึงกล้าพูด… พี่… ไม่ได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม ยังรู้สึกเหมือนเดิม...ใช่ไหมครับ”

          “ใครบอกนายว่าพี่รู้สึกเหมือนเดิม”

          จงอินที่ได้ยินคยองซูพูดออกมาแบบนั้นรู้สึกเจ็บที่กลางอก เมื่อครั้งที่เลิกกันไปเขายังคิดว่าที่ตัวเองไม่เจ็บเป็นเพราะพวกเขาไม่มีความรู้สึกในทางรักใคร่ให้กันแล้วจริงๆ แต่ทำไมมันมาเจ็บเอาตอนนี้นะ

          “อ่า นั่นสินะครับ ทำไมผมถึงเป็นแบบนี้กันนะ”

          “จงอิน”

          “.....” จงอินก้มหน้าจนคางชิดอก กลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ไม่ให้หลุดออกไป

          “นี่ จงอิน เงยหน้าขึ้นมาคุยกันก่อน”

          “......” เสียงทุ้มต่ำและมือบนไหล่นั้นดูเหมือนจะยิ่งทำให้จงอินไม่สามารถเงยหน้าได้เลย เขาไม่อยากจะให้คยองซูเห็นสภาพเขาตอนนี้

          “ไม่เหมือนเดิมเพราะพี่รักนายมากขึ้น มากกว่าที่เคยคิดไว้”

          “พี่ว่ายังไงนะครับ” จงอินเงยหน้าขึ้นในที่สุด สองแก้มเปียกปอนไปด้วยน้ำตา แต่เจ้าตัวไม่สนใจจะเช็ดมันแล้วตอนนี้ สิ่งที่เขาได้ยินเมื่อครู่ทำให้จงอินคิดว่าเขาอาจจะหูฝาดไป เขาอยากแน่ใจ อยากได้ยินอีกครั้ง

          “เช็ดน้ำตาก่อน ร้องไห้แบบนี้ไม่เท่เลยนะนายน่ะ”

          “ผมคิดว่าพี่ไม่รักผมแล้วจริงๆ” จงอินพูดกลั้วเสียงสะอื้น สองแขนยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า

          “เหมือนเด็กเลยนะนายน่ะ” คยองซูว่า แต่ก็ยื่นมือเข้าไปช่วยจงอินซับน้ำตาจนหมด


          “พี่...ผมขอโทษนะครับ”

          “เรื่องอะไร”

          “ที่ผมพูดอะไรไม่คิด ที่ผมคิดว่าเราไม่รักกันแล้ว แล้วก็ ที่ผมไม่เคยดูแลพี่เลย”

          “นายจะมาดูแลพี่ทำไมล่ะ พี่โตแล้วนะ” คยองซูพูดกลัวเสียงหัวเราะ มือยกขึ้นโยกศีรษะจงอินไปมาด้วยนึกเอ็นดู

          “ผมควรทำสิ ไม่ใช่ปล่อยให้พี่ดูแลผมอยู่ฝ่ายเดียว พี่คงเหนื่อยใช่มั้ย”

          “ก็นิดหน่อย แต่พอไม่ต้องดูแลนายแล้วเหนื่อยกว่าเดิมเยอะเลยนะ”

          “ทำไมล่ะครับ”

          “เหนื่อยใจมั้ง เวลาได้ทำอะไรให้นายก็มีความสุขดี ตอนนั้นพี่เองก็เหนื่อย นายก็เหนื่อย พวกเราคงต่างเหนื่อยกับงานจนความรู้สึกอย่างอื่นมันชาไปหมด จนหลังจากถ่ายหนังจบพี่ก็เพิ่งรู้ตัวว่าความรู้สึกที่เคยมีมันไม่ได้หายไปสักนิด”

 

          ได้อย่างไรไม่รู้ แต่คำพูดของคยองซูทำให้จงอินทั้งดีใจและอยากร้องไห้ในเวลาเดียวกัน

          “ทำไมตอนนั้นเราถึงเลิกกันนะ”

          “นั่นน่ะสิ”

          “พี่รู้ไหม ผมเอาแต่คิดว่าถ้าวันนั้นผมไม่พูดแบบนั้นออกไปจะเป็นยังไง ถ้าเรายังคบกันอยู่ เวลาไปเที่ยวก็ชอบคิดว่าถ้าไปด้วยกันพี่ต้องชอบอันนี้ไม่ชอบอันนั้นแน่ๆ มีแต่คำว่าถ้าเต็มไปหมด”

          “พี่ก็เคยคิดเหมือนกัน เรื่องวันนั้น ถ้าเกิดพี่ไม่ยอมเลิกกับนาย อะไรทำนองนี้”

          “ไม่เอาอีกแล้วนะครับ”

          “อื้อ”

          “ผมรักพี่นะครับ”

          “อื้อ”

          คยองซูเริ่มสตาร์ทรถแล้วขับออกไปอีกครั้ง จงอินคิดว่าเขาได้ยินคำว่า “พี่ก็รักนาย” จากอีกคนแม้คยองซูจะยังนั่งหลังตรงและทำทีว่ามุ่งมั่นกับการขับรถอยู่แบบนั้น

          บนรถยังคงเงียบเช่นเดิม แต่บรรยากาศแตกต่างออกไปอย่างลิบลับ อาจจะต้องเสียใจไปกับความไม่รู้ อาจจะเสียเวลาไปบ้างกับคำว่าถ้า แต่ท้ายที่สุด จงอินก็ได้ความสุขของเขากลับคืนมาแล้ว












          Talk: สวัสดีค่ะ มีใครรออยู่บ้างไหมคะ จะบอกว่าของคุณสำหรับคอมเมนท์มากๆ ค่ะ อ่านวนอยู่หลายรอบเลย จากที่บางตอนคอนเมนท์เป็นศูนย์เลยรู้สึกว่าตัวเองคงเขียนไม่ดีพอหรือเปล่า พอมีคอมเมนท์ก็ทำให้เรารู้สึกมั่นใจขึ้นว่าเออ ที่เราเขียนๆ ไปมันดีจริงนะ เราไม่ได้คิดไปเองว่าเราเขียนได้งี้อะค่ะ 555555
          สำหรับเรื่องนี้ ทำไมเรารู้สึกว่าเขียนไปเขียนมาเหมือนจะเป็นซูไคยังไงชอบกลก็ไม่รู้ล่ะค่ะ ความเท่ของจงอินไม่เคยมีอยู่จริงใจฟิคเรา ฮาาาาาา แต่หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ
          เหมือนทุกครั้ง ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ และสุดท้าย ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ เพราะเราก็ป่วยไปแล้วหนึ่งราย แอ่กๆๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

278 ความคิดเห็น

  1. #199 ต่วยดำ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 01:31
    ขอโทษที่ไม่เคยเมนต์เลยนะคะ555+ ถึงแม้จะตามมาตั้งแต่ s note ของไรท์ยังไม่พัง

    จริงๆชอบสไตล์การเขียนของไรท์มากเลยนะคะมันแนวเรื่อยๆมาเรียงๆ แต่ซึมลึกแบบหนังญี่ปุ่นซึ่งหาคนเขียนฟิคสไตล์นี้ยากมาก  

    แต่ที่ไม่เคยเมนต์เพราะไม่รู้จะเมนต์ทำนองไหนดี จะสั้นๆ แค่ชอบจังเนื้อเรื่องดีมากก็ดูบอทพูดไปนิด แหลไปหน่อยในความรู้สึก เลยออกแนวอึนๆ ไม่รู้จะเมนต์ยังไงดี555+

    แต่ส่วนตัวชอบการดีไซน์คาแรกเตอร์ในแต่ละเรื่องของไรท์นะคะ ดีไซน์ดีมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะและคงคุณลักษณะบุคลิกตัวละครให้คงอย่างที่ไรท์ปูพื้นตัวละครไว้ได้ตลอดทุกเรื่อง  ถึงตัวละครจะเริ่มค่อยๆเปลี่ยนพฤติกรรมไปตามสถานการณ์ แต่การที่ไรท์สามารถให้ตัวละครเปลี่ยนไปแบบเปลี่ยนไปตามความน่าจะเป็นของฐานบุคลิกที่ไรท์ปูไว้ไม่ใช่ฉันอยากจะได้ฉากนี้ในฟิคก็เลยเขียนให้ตัวละครมันลุกมาทำพฤติกรรมที่ผิดจากบุคลิกที่ปูไว้มันทำให้เหมือนได้มานั่งอ่านไดอารี่ของคนรู้จัก หรือมานั่งดูเรียลลิตี้การเจริญเติบโตของตัวละครแบบมีชีวิตรักเป็นของแถมอะค่ะชอบตรงนี้555+

    ต่างกับฟิคหลายเรื่องที่อ่านมา ที่พอผ่านไปสักพัก บทจะอยากดราม่า อยากใส่นู่นใส่นี่ ไรท์ก็พร้อมหักศอกบุคลิกข้อมูลตัวละครที่ปูไว้เอาอย่างง่ายๆ แบบเหมือนลืมไปแล้วว่าเคยใส่ลงไปในฟิคว่ายังไง

    ทั้งนี้ ส่วนตัวยังรอ behind อยู่นะคะ อยากรู้ว่าเมื่อไหร่จงอินจะได้ beside คยองซะที555+ 
    #199
    0
  2. #198 miikie (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 14:49
    โหยยย เรายืนยันนะว่าไรท์เตอร์เขียนดีค่ะ จริงๆ

    แต่พูดตามตรงก็คือคู่ไคซู อาจจะไม่ได้เป็นที่นิยมมาก

    แต่อยากไปเปรียบเทียบกับคู่อื่นๆเลยค่ะ

    เรารักไคซูและคิดว่าไรเตอร์ก็คงชอบเหมือนกัน

    จะติดตามต่อไปค่ะ ^^ ถึงนานๆทีเราจะเข้ามาอ่าน แต่ก็พยายามจะเม้นน้าา



    ปล.ส่วนตอนนี้พี่คยองแลดูแมนๆ 5555
    #198
    0
  3. #197 misobass (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 11:51
    ไม่ใช่ว่าบางตอนไม่ดีนะคะ
    บางทีเราอ่านจบ งานก็เข้าพอดี 555
    ติดตามทุกตอนนะ ไว้วันหยุดเราจะนั่งอ่านวนใหม่เเล้วคอมเมนท์ให้นะไรท์
    สำหรับตอนนี้ เราว่ามันเป็นซูไค
    ไม่รู้สิ 555 นี่นี่กับพี่คยอง ยิ่งตอนง้อ ตอนร้องไห้ มันใช่เลย แถมคยองยังขับรถให้อีก
    #197
    0