KaiSoo S Note [EXO]

ตอนที่ 52 : Behind [KaiSoo] -11-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 พ.ค. 60






          แกร๊ก เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ จงอินก้าวเข้ามาในห้องของตนเอง กดเปิดสวิตช์ไฟได้โดยไม่ต้องหันไปมองหา เขาปิดประตู ก่อนจะเดินตรงไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ

          จงอินรู้สึกว่าเขามีอะไรบางอย่างที่แม้แต่ตัวเขาเองก็อธิบายไม่ได้ ทางเดียวที่จะสามารถระบายมันออกไปก็คือการวาดรูป เปล่าหรอก เขาไม่ใช่คนที่วาดรูปเก่งอะไร เพียงแต่เข้ามักจะเลือกใช้มันในเวลาที่เขารู้สึกว่าต้องระบายบางอย่างที่ไม่สามารถพูดหรือเขียนเป็นตัวหรือสือออกไปได้

          เขารู้สึกว่ามันเป็นวันที่ดี แต่ขณะเดียวกันก็มีบางสิ่งที่ทำให้เขาปั่นป่วนในใจ จงอินลากเก้าอี้ออกมา โยนกระเป๋าเข้าไปที่ช่องเก็บของด้านข้างแล้วดึงเอาสมุดวาดภาพออกมาจากชั้นหนังสือด้านบนของโต๊ะ กล่องสีชอล์กน้ำมันถูกหยิบมาใช้แทนสีไม้ที่เขามักใช้ในเวลาปกติ วันนี้เขาอยากได้สีที่ดูสดใสกว่าที่สีไม้ที่มีจะให้เขาได้

          ภาพที่จงอินวาดนั้นบางคนอาจจะบอกว่ามันไม่ได้เรื่อง พี่สาวของเขาเองยังเคยบอกว่ามันเหมือนรูปที่เด็กอนุบาลวาดเล่นมากกว่าจะเป็นฝีมือของเด็กมัถยมปลาย แต่จงอินชอบมัน เพราะเมื่อเขาวาดเสร็จ ความรู้สึกอึดอัดที่เคยมีมันก็หายไปด้วยเช่นกัน
          และเกือบจะทันทีที่เขาเริ่มรู้สึกสบายใจ ท้องของเขาก็ร้องประท้วงออกมาราวกับรู้เวลา จงอินที่นึกได้ว่าอาหารมื้อล่าสุดที่กินเข้าไปคือมื้อเที่ยงซึ่งผ่านมานานมากแล้วก็รีบเก็บสมุดวาดภาพของตนเข้าที่เดิมของมันเสียก่อนจะลงไปข้างล่าง 

          จงอินคิดอะไรเพลินๆ ไปด้วยระหว่างทางที่เขาก้าวลงบันไดไปที่ห้องอาหาร วันนี้เป็นอีกวันที่จงอินพาตัวเองไปขลุกอยู่กับคยองซูมาทั้งวัน คยองซูทำท่าจะไล่เขากลับตั้งแต่หลังมื้อเที่ยง เพียงแต่จงอินทำหน้านิ่งแล้วบอกคยองซูไปว่ายังไม่อยากกลับบ้าน ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงติดจะอ้อนนิดๆ ว่าขออยู่ต่ออีกไม่นาน เท่านั้นเจ้าของบ้านก็ยอมให้เขาอยู่ต่อได้จนถึงเวลาที่จงอินต้องกลับบ้านแล้วจริงๆ คยองซูเป็นคนใจดี แล้วก็ใจอ่อนกว่าที่ใครจะคาดคิดด้วย จงอินจับจุดอ่อนของคยองซูข้อนี้ได้ และเขาก็ใช้มันให้เป็นประโยชน์มาแล้วหลายครั้ง

          เมื่อจงอินเดินลงมาถึงชั้นล่าง โต๊ะอาหารก็พร้อมแล้ว จงอินเดินเลยไปล้างมือในครัวที่อยู่ติดกันก่อนจะกลับออกมานั่งที่ของตน อาหารมื้อนี้อร่อยเหมือนทุกวัน จงอินติดรสมือแม่ของเขามาก แม้ว่าช่วงนี้จะออกไปกินข้าวข้างนอกบ่อยๆ ก็ตาม... จงอินเผลอคิดไปถึงคนที่เขากินข้าวด้วยบ่อยๆ ในช่วงนี้แล้วก็นึกอยากให้คยองซูได้มาลองกินอาหารที่บ้านเขาดูบ้าง

          อันที่จริง ตั้งแต่วันที่จงอินนำแตงโมไปฝากเพื่อนตัวเล็ก เขาก็ไปหาคยองซูที่บ้านอีกบ่อยครั้ง ไปนั่งเล่นที่บ้านของคยองซูบ้าง หรือไม่ก็ชวนคยองซูออกไปดูหนังบ้าง แต่ละครั้งที่ไปเขาก็อยู่กับคยองซูนานขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเวลาที่เหลือเกือบทั้งหมดของช่วงปิดเทอมจงอินใช้มันไปกับคยองซู

          ตลอดระยะเวลาช่วงปิดเทอมที่จงอินเอาตัวเองไปวนเวียนอยู่ใกล้ๆ คยองซูนั้น จงอินพบว่าคยองซูชอบดูหนังมากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก เสียงทุ้มที่คยองซูใช้เวลาพูดถึงหนังที่เจ้าตัวเคยดูอย่างออกรสพร้อมกับกำชับว่าจงอินต้องไปดูหนังเรื่องนี้ให้ได้ ทั้งยังท่าทีที่ตื่นเต้นกับเรื่องที่กำลังเล่านั้นทำให้จงอินยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ 
          จงอินใช้หนังเป็นข้ออ้างในการเข้าหาคยองซูมากขึ้น และเพราะแผ่นหนังที่จงอินมีเป็นเรื่องที่คยองซูเองก็สนใจอยู่พวกเขาจึงตัดสินใจกันว่าจะเปิดดูที่บ้านของคยองซู เพราะคยองซูไม่อยากออกจากบ้าน และจงอินก็ใช้ข้ออ้างว่าพี่สาวของเขาหวงแผ่นหนังมาก จงอินยืมมาได้เพียงแค่ให้ทั้งคู่ดูและต้องนำมันกลับไปกับตน จงอินรู้ดีว่ามันเป็นข้ออ้างประหลาดๆ แต่คยองซูก็ยอมเชื่อ
          พวกเขาดูหนังกันในห้องของคยองซู เริ่มจากเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง และนานวันเข้าจงอินก็ตีเนียนค้างที่ห้องคยองซูได้โดยที่เจ้าของห้องทำเพียงแค่สัมผัสเอวจงอินด้วยฝ่าเท้าเบาๆ เป็นการแสดงความสนิทสนมเท่านั้น

          ห้องของคยองซูมีชั้นวางแผ่นซีดีสูงจนเกือบเท่าความสูงของเจ้าตัว แล็บท็อปเครื่องบางวางอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นที่กางอยู่บนเตียงอีกที ตอนแรกคยองซูจะนั่งดูที่พื้น แต่เจ้าตัวก็บ่นเมื่อยออกมาก่อนจะเคลื่อนตัวขึ้นไปบนที่นอน
          จงอินเคยโน้มน้าวคยองซูให้ไปที่บ้านของตนโดยใช้ทีวีจอใหญ่เป็นเหยื่อล่อ แต่เพื่อนตัวเล็กกว่าปฏิเสธแบบแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด จงอินเสียดายนิดหน่อย แต่ก็คิดว่าเพียงพอแล้วที่คยองซูยอมให้เขาเข้าใกล้ได้ถึงขนาดนี้

          เวลามักผ่านไปเร็วเสมอเวลาที่คุณไม่ทันได้ตั้งตัว จงอินรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งกลับมาจากบ้านคุณตาได้ไม่กี่วันโรงเรียนของเขาก็เปิดเทอมเสียแล้ว 
          วันแรกของการเปิดภาคเรียน จงอินรีบออกจากบ้านเช้ากว่าปกติแถมยังเร่งเร้าคยองซูให้รีบออกจากบ้านมาตั้งแต่เข็มสั้นของนาฬิกายังไม่ถึงเลขเจ็ดดีเสียด้วยซ้ำ เหตุผลของจงอินนั้นเป็นเพราะเทอมนี้พวกเขาจะได้เลื่อนระดับชั้น แน่นอนว่าห้องที่ใช้เรียนก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย จงอินไม่ค่อยกังวลเรื่องห้อง เพราะคิดว่ายังไงเขาก็ต้องได้อยู่กับคยองซูอยู่แล้ว อันที่จริง ปีก่อนที่เลื่อนชั้นขึ้นมาห้องของเขาก็อยู่กันครบถ้าไม่นับพวกที่ต้องย้ายโรงเรียนไป แต่สิ่งสำคัญคือเทอมนี้จงอินอยากย้ายที่นั่ง เขาไม่อยากนั่งตำแหน่งเดิมที่เขาครองมาทุกปีการศึกษานั่นแล้ว และนี่คือโอกาสของเขา การย้ายห้องทำให้ที่นั่งทั้งหมดกลายเป็นที่นั่งว่างจนกว่าจะมีใครไปจับจอง ส่วนมากแล้วพวกเขามักไม่ค่อยมีใครต้องการย้ายที่นั่ง แต่ไม่ใช่จงอินในวันนี้ เขาต้องการเปลี่ยน และจงอินก็อยากมั่นใจว่าเขาจะได้ที่นั่งข้างๆ คยองซูด้วย

          พวกเขาทั้งคู่ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงโรงเรียน หยุดดูรายชื่อห้องที่บอร์ดบริเวณทางเข้าสักพักก็พบห้องของตนเอง และอย่างที่คิด พวกเขาได้อยู่ห้องเดียวกัน
          ตอนที่พวกเขาทั้งสองคนเข้ามาในห้องนั้นมีคนที่มาถึงก่อนแล้วสองสามคน การจัดโต๊ะนั้นเป็นเหมือนกันหมดทุกห้อง แตกต่างแค่จำนวนโต๊ะไม่กี่ตัวตามจำนวนนักเรียนที่มีในห้องนั้นๆ จงอินปล่อยให้คยองซูเลือกที่นั่งก่อน ก่อนจะเดินเข้าไปวางกระเป๋าลงที่โต๊ะตัวข้างๆ กัน คยองซูดูจะแปลกใจที่เขาไม่ได้วางกระเป๋าที่โต๊ะตัวหลังสุดริมหน้าต่างเหมือนอย่างเคย แต่เมื่อเจ้าตัวไม่ได้ถามออกมา จงอินก็ไม่คิดว่าเขาต้องบอกเหตุผลของเขาเช่นกัน ที่เด็กหนุ่มทำจึงมีเพียงการยิ้มกว้างให้เพื่อนตัวเล็กเท่านั้น

          ไม่นาน เพื่อนคนอื่นๆ ก็เริ่มเข้ามาในห้อง เพื่อนบางคนแสดงท่าทีแปลกใจกับความสนิทสนมของจงอินและคยองซู บางคนที่เคยเห็นเขาและคยองซูที่สนามกีฬาในช่วงพักเที่ยงอยู่แล้วก็ไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหม่ แต่บยอนแบคฮยอนที่ไม่เคยเห็นคยองซูคุยกับใครเกินสองประโยคถึงกับวิ่งเข้ามาถามจงอินตาโตว่าเขาทำยังไงให้คยองซูยอมคบด้วยได้ ...หมายถึงคบเป็นเพื่อนน่ะนะ

          เพราะเป็นการเปิดเทอมวันแรก พวกเขาจึงยังไม่ได้เริ่มต้นเรียนหนังสือวิชาไหนอย่างจริงจัง มีเพียงการแนะนำรายวิชา ชี้แจงวัตถุประสงค์ต่างๆ และในบางวิชาก็มีการสั่งงานที่ต้องส่งเมื่อเรียนครบทุกวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นส่วนเดียวที่จงอินใช้ปากกาในมือเขียนโน้ตเอาไว้ในสมุด ส่วนอื่นนั้นจงอินปล่อยให้เสียงของครูผู้สอนลอยผ่านไป ไม่ได้สนใจจะฟังอย่างจริงจัง เพราะอย่างไรเสียมันก็เป็นอะไรที่พวกเขาจะต้องฟังอีกครั้งเมื่อบทเรียนเริ่มอยู่แล้ว

          จงอินนั่งเท้าคางในขณะที่เพื่อนคนอื่นกำลังคุยกันเสียงดังเสียจนจงอินเริ่มปวดหัว สายตาจับจ้องอยู่ที่แขนของคนข้างๆ พลางนึกภาพเปรียบเทียบพวกเขาสองคนเงียบๆ ในใจ คยองซูที่ขาวอยู่แล้วยิ่งขาวขึ้นอีกในช่วงปิดเทอม เพราะไม่ค่อยออกไปไหน ต่างกับจงอินที่ออกจากบ้านแทบทุกวัน หนำซ้ำช่วงที่ไปเที่ยวบ้านคุณตายังออกไปวิ่งเล่นทุกวันจนตัวดำเมี้ยม ถึงตอนนี้ผิวของเขาจะค่อยๆ สว่างขึ้นและคงกลับไปเป็นสีเดิมในอีกไม่นาน แต่พอนึกภาพของพวกเขาสองคนจงอินก็ยังรู้สึกว่าพวกเขาต่างกันมากอยู่ดี
          จงอินยื่นมือออกไป คว้าเอามือของอีกคนมาไว้แล้วสอดประสานนิ้วของเขาเข้ากับมือเล็ก พลางมองมันอยู่อย่างนั้นจนคยองซูต้องเอ่ยปากถาม 
          “ทำอะไรของนาย”
          “เปล่า แค่คิดว่าพวกเรานี่ต่างกันดีเนอะ”
          “...อือ ต่าง”
          “…” จงอินเหลือบตามองคยองซูครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่อยู่ด้วยกันแล้วดูเข้ากันดีนะ”
          “ตื่นเช้าเกินไปเลยประสาทกลับเหรอนายน่ะ”
          จงอินยิ้มกว้างให้กับคำชม ( ? ) ของเพื่อนตัวเล็ก คยองซูไม่พูดอะไรต่อ ตาโตๆ นั่นจ้องเขาอยู่สักพัก จงอินเองก็มองกลับ ไม่มีใครพูดอะไร ก่อนที่คยองซูจะดึงมือตนเองกลับเมื่อครูเดินเข้ามา ขยับนั่งหลังตรง หันหน้ามองกระดาน และไม่สนใจจงอินอีกเลยจนหมดคาบ





Talk: แวะมาลงก่อนจะไปลุ้นเด็ก 101 ค่ะ มีใครลุ้นอยู่เหมือนกันหรือเปล่าคะ 
        หวังว่าจะมีคนชอบไคซูเรื่องนี้ของเรา ชอบไม่ชอบคอมเมนท์บอกกันได้นะคะ คนอ่านหายไปแล้วเหงาค่ะ 5555555   
        สุดท้ายขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ รักคนอ่านทุกคนเลย อริ๊ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

278 ความคิดเห็น

  1. #275 chanbaek4944 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 15:39
    สัมผัสเอวด้วยเท้าเบาๆเป็นการแสดงความรัก โอ้ยยยยยย ทำไมน่ารักขนาดเน้ หัวจายช้านนนนนนนนน
    #275
    0
  2. #213 jkyx (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 18:27
    บ้าหลอออออ อยู่ๆคิดจะจับมือเขาก็จับเลยหรอจงอิน ฮือออ ติดคยองซูมากจริงๆ น่ารัก
    #213
    0
  3. #193 wrkiiy (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 07:31
    ยอมจงอินแล้ว ติดคยองซูหนักมาก อ่านแล้วเขิน
    #193
    0