KaiSoo S Note [EXO]

ตอนที่ 11 : Can you keep a secret? [KaiSoo] part 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    10 ก.ค. 59




          รุ่งขึ้นจงอินตื่นแต่เช้า ตื่นก่อนคยองซูเสียด้วยซ้ำ จงอินตื่นเต้นมากกับการดูพระอาทิตย์โผล่ขึ้นจากน้ำ ทั้งลากทั้งจูงคยองซูไปที่หาดเมื่อใกล้ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น

          คยองซูนั่งลงเมื่อเดินมาถึงชายหาดโล่งๆ รอคอยให้พระอาทิตย์ขึ้น แต่จงอินกลับหยุดยืนอยู่ข้างๆ ถือกล้องเตรียมพร้อมที่จะเก็บภาพแสงแรกของวัน 

          คยองซูสูดหายใจเข้าเอาอากาศเหนียวๆ กับกลิ่นเค็มเข้าปอด มันไม่สดชื่นเหมือนอากาศที่ภูเขาในตอนเช้า แต่ให้ความรู้สึกว่าผ่อนคลายมากกว่า
          เสียงคลื่นที่ซัดมา ฟองคลื่นสีขาว กับผืนทรายเย็นๆ ในยามเช้าแบบนี้ให้ความรู้สึกสงบในแบบที่คยองซูชอบ

          คยองซูรู้สึกตัวว่ากำลังถูกจ้องมอง เขาจึงหันไปด้านข้าง เป็นจงอินกำลังถ่ายรูปของเขา

          คยองซูบอกให้จงอินหยุดถ่าย เอื้อมไปจับที่ข้อมือบางของจงอิน ก่อนจะออกแรงดึงเบาๆ ให้ลงมานั่งข้างกัน
          "นั่งเฉยๆ แล้วดูก่อน เดี๋ยวค่อยถ่าย" คยองซูบอกน้องชาย
          จงอินนั่งลง รู้สึกได้ถึงความสงบที่ส่งผ่านมาจากพี่ชายเขา จงอินรู้สึกสงบเสมอเมื่ออยู่กับคยองซู

          พระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นน้ำอย่างช้าๆ จงอินขยับเข้าไปนั่งชิดกับคยองซู ยกแขนขึ้นโอบรอบคอ แล้ววางคางบนไหล่หนา
          "หนาว" จงอินบอกเช่นนั้นเมื่อคยองซูหันมอง

          ทั้งสองคนนั่งนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่เส้นขอบฟ้า พระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นน้ำขึ้นมา อากาศค่อยๆ อุ่นขึ้นหลังจากนั้น แต่จงอินยังไม่ยอมออกห่างจากคยองซู
          พวกเขานั่งกันอยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนที่คยองซูจะลุกขึ้นแล้วยื่นมือให้จงอิน จงอินคว้ามือของพี่ชายแล้วดึงตัวลุกขึ้นบ้าง 
          สองพี่น้องเดินเล่นอยู่ที่ริมหาดจนแดดเริ่มร้อนเกินจะเดินไหวจึงกลับที่พัก

          หลังจากเติมเต็มท้องด้วยอาหารเช้าของทางรีสอร์ท พวกเขากำลังจะออกไปเที่ยวที่หาดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากโรงแรม มันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทั้งคยองซูและจงอินอยากไปพักด้วยซ้ำ แต่บริเวณนั้นไม่มีที่พักใกล้ๆ เลย พวกเขาจึงต้องมาพักที่หาดใกล้สถานีรถไฟแทน

          ระหว่างทาง พวกเขาผ่านวนอุทยานและและเที่ยวชมมาแล้วแห่งหนึ่ง 'มันต้องขึ้นเขาไปแล้วจะเจอวิวที่สวยมาก' ในอินเตอร์เน็ตบอกมาแบบนั้น แต่ระหว่างที่เดินขึ้นไปทางจงอินแทบจะชวนพี่ชายกลับ เพราะทางเดินขึ้นเขาที่เป็นทางลาดชันและระยะทางที่ไม่ใช่ใกล้ๆ เสื้อของเด็กหนุ่มทั้งคู่เปียกชื้น แต่ในที่สุดพวกเขาก็ปีนขึ้นถึงยอดเขา

          ภาพที่เห็นเป็นอะไรที่โคตรคุ้มค่า

          พวกเขานั่งพักชมวิวตรงนั้นสักพักก่อนออกเดินทางต่อ จงอินถ่ายรูปไปเป็นร้อยเห็นจะได้ ทั้งรูปวิว และรูปคยองซู

          หาดที่พวกเขาอุตส่าห์นั่งรถมานานแสนนานสวยสมกับที่ยอมออกมาจากที่พักแสนไกลและนั่งรถจนเมื่อยก้นไปหมด ถึงจะเป็นทะเลเหมือนกัน อยู่ในจังหวัดเดียวกัน แต่ที่นี่ทรายขาวละเอียดกว่ามาก อีกทั้งน้ำทะเลก็ใสกว่ามากเช่นกัน

          หลังจากเห็นหาดทรายขาวกับน้ำทะเลสีฟ้าใส จงอินถอดเสื้อและกางเกงขาสั้นออกเหลือ เพียงบ็อกเซอร์ลายทางข้างในก่อนจะวิ่งลงทะเลไป คยองซูยิ้มขำกับท่าทางของน้องชาย ก่อนจะเดินตามไป 
                    คยองซูเลือกตำแหน่งที่แน่ใจว่าน้ำจะไม่มาถึง ก่อนจะปูผ้าผืนเล็กๆ ที่นำติดมาด้วย วางเสื้อผ้าของจงอินที่ถอดฝากเขาไว้กับกล้องลงบนนั้น ก่อนที่ตัวเขาจะนั่งลงบนพื้นทรายข้างๆ นั่นแหละ 
          จงอินกวักมือเรียกคยองซู เมื่อเห็นว่าพี่ชายไม่มีวี่แววว่าจะขยับเขยื้อนกายลุกมาตามการเรียกของเขาจงอินจึงเดินขึ้นมา
          คยองซูบ่ายเบี่ยงในทีแรก ส่วนหนึ่งด้วยเป็นห่วงของ แต่หลังจากจงอินชักแม่น้ำทกสายบนโลกเท่าที่จะนึกออกมาเกลี้ยกล่อมคยองซูก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี....ไม่ใช่หรอก ที่จริงจงอินลากคยองซูลงไปต่างหาก เห็นตัวผอมๆ แต่แรงเยอะน่าดูเลยทีเดียว
          สองพี่น้องเล่นน้ำด้วยกันจนกระทั่งท้องของใครสักคนเริ่มส่งเสียงร้องดังออกมาประท้วง ทั้งคู่จึงได้ขึ้นจากน้ำแล้วเตรียมตัวกลับ

          เสื้อผ้าของคยองซูเปียกทั้งหมดเพราะไม่ได้ถอดอะไรก่อนเลยสักชิ้นตอนลงเล่นน้ำ แน่ล่ะ จงอินลากเขาไปนี่ จะเอาเวลาไหนไปถอด จงอินจึงเสนอให้แลกเสื้อผ้ากัน แต่คยองซูอยากกลับไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าทีเดียวมากกว่า

          ก่อนกลับ จงอินไม่ลืมถ่ายรูปไว้อีกหลายสิบ จงอินอยากเก็บช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ให้ชัดเจนที่สุด และการถ่ายรูปก็ช่วยได้ในความคิดของจงอิน

          เมื่อมาถึงรีสอร์ท พวกเขาก็อยู่ในสภาพหิวโซ ทั้งสองคนอาบน้ำด้วยความไวแสงก่อนจะออกไปหาร้านอาหารที่เป็นร้านแนะนำของที่นี่ มันอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พวกเขาพักกันมากนัก ซึ่งนั้นก็ดี เพราะตอนนี้จงอินหิวจนจะกินฉลามตัวโตๆ ได้ทั้งตัวแล้ว

          เมื่อมาถึงร้านอาหาร พนักงานก็เริ่มเสริฟอาหารให้กับพวกเขาทันที ทำไมเร็วน่ะเหรอ ก็ก่อนหน้าที่จะเข้าไปอาบน้ำพวกเขาแวะสั่งอาหารกันไว้แล้วน่ะสิ รอบคอบดีใช่มั้ยล่ะ คนคิดก็พี่คยองซูไง
          สองพี่น้องกินกันแบบลืมตาย กวาดอาหารทุกอย่างลงท้องภายในเวลาอันรวดเร็ว อาหารที่นี่อร่อยสมคำล่ำลือ แต่จงอินชอบอาหารฝีมือพี่คยองซูมากกว่า เขาไม่ลืมกำชับตัวเองในใจว่าอย่าลืมซื้ออาหารทะเลที่นี่กลับไปให้พี่คยองซูทำให้กินเพราะอาหารทะเลที่นี่ตัวโตและเนื้อหวานมากจริงๆ

          ช่วงบ่าย พวกเขาใช้เวลาขึ้นเขาไปที่วัด ใช่ ขึ้นเขา และไปวัด แม้ว่าทั้งจงอินและคยองซูจะไม่ได้นับถือศาสนาไหนเลยก็ตาม แต่วัดที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ แล้วทำไมพวกเขาจะไม่มาล่ะ จริงมั้ย

          อันที่จริง จงอินก็คิดนะ ว่ามาทะเลแต่ทำไมภายในวันเดียวนี่เขากลับได้เดินขึ้นเขาตั้งสองลูกแล้ว หวังว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่ได้ขึ้นเขาที่ไหนอีก 

          จงอินและคยองซูกลับถึงที่พักด้วยพลังงานที่เหลือเพียงขีดสุดท้าย เคราะห์ดีที่พวกเขายังใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทาง ถ้ามีแค่จักรยานล่ะก็ จงอินไม่อยากคิดเลยว่าขาของเขาจะร้วดร้าวสักเพียงไหน และแม้ว่าบ้านของพวกเขาจะอยู่ใกล้เนินเขา และพวกเขาก็แอบไปเล่นในป่าบนเขาบ่อยๆ แต่การตะกายขึ้นยอดเขาสองลูกในหนึ่งวันนี่มันไม่ใช่อะไรที่ใกล้เคียงกับคำว่าสบายเลยสักนิด จงอินคิดว่ายังไงพรุ่งนี้ขาของเขาก็ต้องร้าวระบมแน่ๆ จะมากหรือน้อยแค่นั้นแหละ

          คยองซูเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว เขาเปิดน้ำร้อน ผสมน้ำเย็นนิดหน่อย เช็คดูว่าอุณหภูมิพอดีแล้ว ก็ออกมาเรียกให้จงอินเข้าไปแช่ก่อน
          คยองซูเห็นว่าเท้าของจงอินแดงไปหมด ถ้าไม่แช่น้ำร้อนแล้วยืดผ่อนคลายกล้ามเนื้อสักหน่อยมีหวังพรุ่งนี้จงอินได้นอนเล่นเฝ้าห้องอยู่ที่รีสอร์ทนี่ทั้งวันแน่

          จงอินเดินเข้าไปในห้องน้ำตามเสียงเรียก แต่เขารั้งพี่ชายไว้ก่อนที่คยองซูจะเดินออกไป

          "มาแช่ด้วยกันสิ"  จงอินบอก ขืนรอให้เขาแช่เสร็จน้ำก็หายร้อนกันพอดี พี่คยองซูก็เดินมาพอกันกับเขา ขาก็น่าจะเมื่อยเหมือนกันนี่นา
          "นายแช่ไปก่อนเถอะ"
          "แช่ด้วยกันนี่แหละ" จงอินดึงพี่ชายลงมาในอ่างด้วยกัน เสื้อผ้าของทั้งคู่เปียกไปหมด คยองซูถอนหายใจ ก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกแล้วนั่งแช่น้ำกับน้องชายตัวแสบ
          ถึงอ่างอาบน้ำที่นี่จะใหญ่แค่ไหน แต่การที่วัยรุ่นเพศชายมานั่งแช่ด้วยกันสองคนก็ทำให้อ่างใหญ่ๆ นี่ดูเล็กลงงไปได้ถนัดตา พวกเขานั่งกันอยู่คนละฝั่งของอ่างอาบน้ำ และเพราะนั่งหันหน้าเข้าหากันอยู่แบบนี้ คยองซูจึงเห็นว่าจงอินกำลังยิ้ม 
          "ยิ้มอะไรน่ะเรา" เมื่อเห็นว่าน้องชายยิ้มอยู่นานแล้วคยองซูจึงถามขึ้นมาด้วยทนความสงสัยไม่ไหว
          "มีความสุข ได้มาเที่ยว" จงอินตอบ รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า
          "ตากแดดจนเพี้ยนหรือยังไงเราน่ะ" คยองซูว่าอย่างนั้น แต่ที่ปากกลับมีรอยยิ้มจางๆ ให้จงอินเห็น
          "เป็นน้องชายของคนบ้า ก็เลยต้องบ้าเป็นเพื่อนไง"
          ได้ยินจงอินพูดแบบนั้น ทำให้รอยยิ้มบนหน้าของคยองซูหายไปชั่วครู่ 
          "เดี๋ยวโดน" คยองซูทำท่าชูกำปั้นขึ้นมาก่อนจะลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำไป "พี่ขึ้นแล้วนะ นายก็อย่าแช่นานมากล่ะ" 
          "อื้อ เดี๋ยวก็ขึ้นแล้ว" จงอินตอบ สายตาจับจ้องอยู่ที่หลังของคยองซู ยังมีรอยแผลเป็นอยู่เยอะพอสมควร ดูเหมือนการนั่งแช่น้ำร้อนแบบนี้จะทำให้มันเห็นชัดเจนขึ้น จงอินหวังว่ามันจะหายไป หายไปพร้อมกับความทรงจำเหล่านั้น...

          จงอินออกมาจากห้องน้ำหลังคยองซูไม่นานนัก ข้าวของที่ซื้อมาถูกเก็บแพ็คเรียบร้อย คยองซูในชุดปิจาม่าสีโอลด์โรสที่ทางโรงแรมเตรียมไว้ให้นั่งขัดสมาธิอยู่บนที่นอน หัวคิ้วขมวดมุ่นขณะที่สายตาจับจ้องอยู่บนจอโทรศัพท์ไร้สาย
          จงอินหยิบชุดนอนบนที่นอนเขามาสวมบ้าง มันเป็นชุดแบบเดียวกับของคยองซู แต่สีเข้มกว่า 

          จงอินเดินมานั่งเตียงเดียวกับคยองซู ทั้งๆ ที่ห้องนี้มันมีสองเตียง แล้วอีกเตียงหนึ่งก็ว่างนั่นแหละ
          "เมื่อยมั้ย" จงอินถามแล้วดึงขาคยองซูมานวด คยองซูชักเท้ากลับ แต่จงอินยึดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
          "ให้ผมนวดให้เถอะ" จงอินพูด มือก็ค่อยๆ นวดเท้าให้คยองซูไปด้วย เท้าของพี่คยองซูค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับเขา แต่ฝ่าเท้านั้นเริ่มมีรอยแตกจากการทำงานหนัก 
          "พี่ ถ้าเรียนจบ ตอนเราย้ายไปแล้วผมขอทำงานพิเศษบ้างได้ไหม"
          "เอาสิ ถ้าเรียนจบ แล้วก็สอบได้แล้วน่ะนะ" คยองซูเงียบไปสักพักก่อนจะตอบ
          จงอินยิ้มกว้าง มันไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ แต่เขาไม่สามารถหางานพิเศษทำได้ในที่ที่เขาอยู่ต่างหาก มันน่าหงุดหงิดมากที่เห็นพี่ชายของตัวเองต้องออกไปทำงานหาเงินแต่ตัวเองกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย

          "หันหน้ามาดีๆ แล้วเอาขามาสิ เดี๋ยวพี่ช่วยนวดให้" คยองซูพูดหลังจากที่นั่งให้น้องชายนวดมาสักพัก จงอินเองก็น่าจะเมื่อยอยู่เหมือนกัน
          "ไม่เป็นไร ไม่เมื่อยเท่าไหร่แล้ว" จงอินตอบ 
          "เอาขามาเถอะน่า" คยองซูพูดซ้ำ จงอินจึงเปลี่ยนท่านั่งจากที่นั่งทิ้งขาไว้ข้างเตียงเป็นขึ้นมานั่งทั้งตัว หันหน้าเข้าหาคยองซู แล้วเหยียดขาออกไป กลายเป็นว่าตอนนี้พวกเขาสลับกันนวด จงอินนึกไปถึงก่อนหน้านี้ ตอนที่พ่อยังอยู่ พวกเขานั่งหันหน้าเข้าหากัน แตกต่างกันที่ตอนนั้นพวกเขาต้องสลับกันทายา...จงอินสลัดความคิดนั้นทิ้ง มันผ่านมาแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดจะต้องไปนั่งคิดถึงมันอีก

          "พอแล้วแหละ พี่ไม่เมื่อยแล้ว" คยองซูพูดขึ้นพร้อมกับชักเท้ากลับหลังเวลาผ่านไปสักพัก
          "อ่า หายแล้วเหรอ ผมก็หายเมื่อยแล้ว พอแล้วแหละครับ"
          "งั้นเหรอ" คยองซูพูด ปล่อยมือที่นวดลง สายตาหลุบมองไปที่โทรศัพท์อีกครั้ง
          จงอินมองตามสายตานั้น อดสงสัยเล็กๆ ไม่ได้ว่ามีอะไรอยู่ในใจพี่ชายของเขา แต่ถ้าพี่คยองซูไม่บอก จงอินก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องถาม ถ้าเป็นเรื่องที่เขาต้องรู้เดี๋ยวพี่คยองซูก็บอกเอง

          จงอินเดินไปเปิดทีวี ก่อนจะกลับมานั่งลงที่เตียงเดียวกันกับคยองซูอีกครั้ง แล้วทิ้งตัวลงนอน หัวของจงอินหนุนอยู่บนขาของคยองซูอย่างพอดิบพอดี

          จงอินแสร้งทำเป็นดูทีวีอยู่อย่างนั้น ทั้งที่ในใจเขากำลังคิดเรื่องอื่น
          "นี่ พี่..." จงอินเรียก ต้องการพูดบางอย่าง
          "หืม"
          "..เปล่าหรอก ไม่มีอะไร" แล้วก็เปลี่ยนใจ 
          "อะไรของนาย"
          "ลืมไปแล้วน่ะ" แกล้งเฉไฉไปเสียอย่างนั้น
          "ลงไปกินข้าวกันเถอะ" คยองซูเอ่ยชวน ก่อนที่สองพี่น้องจะลุกขึ้น คว้าเสื้อแขนยาวมาสวมคลุมชุดนอน แล้วพากันออกจากห้องไป

          อาหารเย็นวันนี้พวกเขาฝากท้องไว้กับทางรีสอร์ท เพราะเมื่อคืนพวกเขาพบว่าดนตรีสดที่เล่นคลอไปด้วยระหว่างมื้ออาหารของที่นี่เล่นดีใช้ได้ อาหารเช้าที่กินกันก็รสชาติดี แล้วพวกเขาก็เหนื่อยมาทั้งวัน ร้านอาหารของรีสอร์ทจึงดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับฝากท้องเป็นมื้อค่ำของวัน

          พวกเขาเลือกนั่งโซนข้างนอกร้าน การนั่งมองทะเลและฟังเพลงไปด้วยระหว่างมื้อเย็นเป็นอะไรที่ดี

          จงอินยังไม่วายถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เขาอยากเก็บความทรงจำเหล่านี้เอาไว้ให้ชัดเจนที่สุด

          วันรุ่งขึ้นจงอินและคยองซูซื้อทัวร์เที่ยวเกาะดำน้ำดูปะการังเอาไว้ เรือออกช่วงสายๆ พวกเขาจึงลงมาทานอาหารเช้ากันอย่างไม่เร่งรีบนัก ก่อนจะแวะที่คอฟฟี่ช็อปใกล้ๆ เลือกซื้อโปสการ์ด แล้วส่งมันออกไปคนละฉบับ คยองซูคิดว่ามันเป็นไอเดียที่น่ารักดีที่ร้านกาแฟแบบนี้มีโปสการ์ดขาย แถมยังส่งได้ทันทีอีกต่างหาก ก็ตู้ไปรษณีย์เล่นอยู่ข้างหน้ารีสอร์ทเลยนี่นา

          พวกเขานั่งรถของรีสอร์ทออกไปที่ท่าเรือ เป็นบริการของทางรีสอร์ทที่คยองซูชอบมาก เพราะถ้าให้พวกเขาไปที่ท่าเรือเองก็คงต้องเสียเวลางมแผนที่กันอีกพักใหญ่แน่ๆ หนักหน่อยก็อาจจะหลง รอไม่นาน เรือก็มาถึง มันมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อยแต่ก็ดี พวกเขาจะได้ไม่ต้องรอนาน
          ทริปดำน้ำนั้นสนุก สนุกมากเลยด้วยซ้ำ พวกเขาดำน้ำกันจนเกือบลืมเวลา จริงๆ ถ้าไม่มีคนมาเรียกพวกเขาก็ลืมไปแล้วนั่นแหละว่าต้องกลับขึ้นเรือ แม้ว่าอาหารกลางวันที่ต้องกินรสชาติเกินรับไหว แต่พวกเขาอยู่บนเรือ กลางทะเล จะทำอะไรได้เล่า

          ทริปดำน้ำและเที่ยวเกาะใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ กว่าจะกลับมาขึ้นฝั่งก็เย็นพอสมควรแล้ว แต่จงอินอยากไปเที่ยวตลาดนัดที่ทางพนักงานรีสอร์ทบอกว่ามีอาทิตย์ละครั้ง พวกเขาจึงลากสังขารเอากระเป๋าเป้ขึ้นไปเก็บที่ห้อง ล้างหน้าล้างตา ก่อนจะออกไปเดินที่ตลาดตามที่จงอินต้องการ

          ค่ำนั้นพวกเขากลับถึงห้องพักด้วยสภาพที่เรียกได้ว่าดูไม่จืด ไม่สิ ใช้คำว่าดูไม่ได้น่าจะเหมาะสมกว่า ทั้งสองคนดูเหนื่อยล้า และผิวก็ไหม้แดดจนตัวแดงกันทั้งคู่ คยองซูบังคับให้ทั้งจงอินและตัวเองอาบน้ำก่อนเข้านอน หลังจากรุนหลังให้จงอินเข้าไปอาบน้ำได้สำเร็จคยองซูก็ออกมาจัดการกับข้าวของที่ซื้อมาเสียมากมายเต็มที่นอนไปหมด

          ยังไม่ทันเก็บของเสร็จ จงอินก็ออกมาจากห้องน้ำแล้ว คยองซูรีบเข้าไปอาบด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะออกมาบังคับให้จงอินทาเจลหลังออกแดด แน่นอนว่าถ้าไม่บอกจงอินคงนอนไปเลย และคยองซูก็ต้องเห็นน้องชายตัวดีนั่งเกาผิวลอกๆ ไปอีกสัปดาห์เป็นแน่ 
          คยองซูบีบเจลเย็นๆ ลงบนแขนน้องชาย แล้วบอกให้อีกคนทามันก่อนจะเข้านอน คยองซูดูแลจงอินดีเสมอ 

          เช้าวันรุ่งขึ้น วันสุดท้ายของการเที่ยวทะเล พวกเขาตื่นไปปั่นจักรยานกันรอบหาด...บนถนนรอบหาดน่ะ
ขืนไปปั่นบนทรายคงได้ตายกันไปข้าง แวะถ่ายรูปกันบ้าง ก่อนจะกลับมาที่โรงแรมเมื่อใกล้ถึงเวลารถไฟ

          ของทุกอย่างถูกเก็บแพ็คไว้เรียบร้อยแล้วโดยคยองซู พวกเขากลับเข้าที่พัก ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็คว้ากระเป๋าเดินออกไปได้เลย จงอินแสนเสียดายที่พวกเขายังไม่โตพอจะมีใบขับขี่ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าแวะหลายที่ระหว่างทางกลับ คยองซูเห็นน้องชายพูดถึงที่ที่อยากแวะตอนขากลับตาละห้อยจึงบอกน้องชายว่าจะพามาเที่ยวอีกหลังได้ใบขับขี่ เท่านั้นจงอิยก็เปลี่ยนสีหน้าจากหมีเหงาเป็นหมีได้น้ำผึ้ง

          พวกเขาเดินขึ้นรถไฟเมื่อมันจอดเทียบชานชาลา ครั้งนี้ไม่ได้น่าตื่นเต้นเหมือนขามาแล้ว ทั้งคู่โบกมือลาทะเลแสนสวย ทริปแรกของจงอินและคยองซูจบลง พร้อมกับการตัดสินใจ ตัดบางสิ่ง เพื่อเริ่มต้นบางอย่าง.........





Talk: สวัสดีค่ะ มาแล้ววว ตอนนี้มายาวเชียว เป็นตอนที่ยาวแต่ยังไม่มีประเด็นใดๆ ทั้งสิ้น พาไปเที่ยวอย่างเดียวจริงๆ นี่ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะพาไปเที่ยวเชจูแหละค่ะ แต่เราไม่เคยไปไง นึกภาพไม่ออก เลยใช้แบคกราวเป็นทะเลไทยแทน /เอาง่ายๆ อย่างนี้เลยค่ะพี่น้องคะ/ เอาไว้เราเก็บเงินไปเที่ยวเชจูได้จะมาเขียนให้เขาได้ไปเที่ยวเชจูกันนะคะ อริ๊ และเพราะว่าตอนนี้น้ำล้วนๆ หวังว่าคนอ่านจะไม่เบื่อนะคะ ตอบมาว่าไม่เบื่อ 55555 คือแบบรู้ตัวอีกทีก็เลยเกิดไปถึงหน้าที่สี่ของเอสโน้ตแล้ว ปกติจะอยู่ที่หนึ่งหน้าไม่เกินสองค่ะ แถมพอเขียนเสร็จพรูปจบนี่ซัดไปหกหน้า เขียนเองก็ยังตกใจเอง ทีฉากสำคัญๆ ที่เขียนไว้นี่หน้าเดียวจบ ความเป็นกลางอยู่ที่ไหน

       สำหรับคอมเมนท์ที่บอกว่าชอบฟิคเรา เราดีใจมากเลย มากแบบมากๆ อยากจะเดินไปยิ้มที่หน้าปากซอย อริ๊ กลัวว่าจะเขียนแล้วน่าเบื่อจริงๆ ค่ะ ถ้าช่วงนี้เราดูงอแงและย้ำคิดย้ำทำก็อย่าเพิ่งเบะปากใส่เราเนอะ ฝนตกก็งี้ โทษอากาศ
ย้ำอีกครั้ง อย่ากลัวฟิคเราเลยค่ะ สัญญาว่าคยองซูเรื่องนี้จะไม่เหมือนคยองซูในฟิคต้นไม้ 
ป.ล. ถึงตอนที่สิบแล้วววววว กี๊ดดดดดด 
ป.ล.2 ตอนก่อนนี้บอกว่าพักที่โรงแรม ที่จริงมันคือรีสอร์ทนะคะ ไม่กลับไปแก้ด้วย มีความสันหลังยาวตัวเป็นขน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

278 ความคิดเห็น

  1. #241 REAL LIFE IS NOT LIKE THAT (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 23:18
    ดูสบายมาก ไม่อยากจิ้นให้คู่กันเลยอ่ะ เขาดูเป็นพี่น้องที่น่ารักมาก ดีใจที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฟิคนี้น่ารัก อ่านแล้วเพลินอ่านแล้วกินใจ ชอบ
    #241
    0
  2. #229 gampere (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 20:11
    เราชอบภาษาที่ไรท์บรรยายมากๆ อ่านแล้วเพลินสุดๆ เรื่องรางละมุนมากกกก
    #229
    0
  3. #45 Nannapak Whangchai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 21:04
    คยองซูดูแลน้องดีมากกกกกกกก ขนาดเราเป็นพี่เหมือนกันยังไม่ดูแลน้องดีขนาดนี้เลย /ล้องห้าย สนุกนะคะ ไม่เบื่อเลย การได้เห็นพวกเค้าไปเที่ยวมันดีมากเลย เพราะเราคิดว่าเนื้อเรื่องมันอึมครึมมาตลอด ตอนนี้เป็นอะไรที่สดใสที่สุดแล้ว ได้เห็นพวกเค้าผ่อนคลายจากเรื่องที่บ้าน มันมากจริงๆค่ะ อ่านแล้วก็อยากจะรับพวกเค้ามาดูแลถ้าไม่ติดว่าอายุเราก็ไม่ต่างจากคยองซูน่ะนะ...5555555555555555 พวกเค้าน่าจะได้เจอครอบครัวที่ดีกว่านี้ ฮือ
    #45
    0
  4. #17 >__________________< (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2559 / 08:24
    ชอบความค่อยๆอธิบาย ค่อยๆเป็นไป ภาษา อารมณ์ ทุกอย่าง
    #17
    0