[ BITCH ] ร้ายกลายรัก

ตอนที่ 9 : BITCH ร้ายกลายรัก เสือกินผัก7 แรงบดขยี้ อัพครบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    22 ต.ค. 59








[แรงบดขยี้]


     "จะไปกันยัง" พี่สิงห์หายเข้าไปในห้องเสือครู่ใหญ่ เขาเดินมาทางฉัน สีหน้าของเขามันดูเครียดแต่เจ้าตัวก็กลบเกลื่อนมันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

     "ค่ะ ผักเก็บของเสร็จหมดแล้ว" ตอนที่พี่สิงห์หายไปฉันจัดการกับรอยเลือดบนพื้นจนหมดเกลี้ยง ทุกอย่างกลับสู่สภาพปกติเหมือนไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้น อุปกรณ์ทำครัวทุกอย่างฉันก็จัดการล้างและเก็บเข้าที่เรียบร้อย ...

     ก่อนหน้านี้ฉันไปสำรวจตัวเองในห้องน้ำมา รอยช้ำรอบลำคอมันปรากฏอย่างชัดเจน

     รอยที่ผู้ชายสารเลวคนนั้นเป็นคนทำไว้ 

     ฉันนึกรำคาญไอ้ผิวขาวๆของตัวเองขึ้นมาทันที ดีที่วันนี้ฉันพกเครื่องสำอางค์มาด้วย ฉันจัดการละเลงคอลซิลเลอร์ลงบนลำคออย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก จะให้ฉันออกไปประจานไอ้ร่องรอยอัปยศพวกนี้ต่อหน้าคนอื่นนะหรอ...ไม่มีทาง!

     ก่อนจะออกไปฉันเหลียวไปมองทางห้องเสือเล็กน้อย พี่สิงห์เองเดินตามหลังมาติดๆ เขาไม่ได้พูดอะไรกับฉัน และต่อให้เขาพูดหรือถามอะไร ฉันก็ยังไม่พร้อมจะตอบคำถามอะไรทั้งนั้น แต่ฉันคิดว่าเขาคงไปเค้นความจริงจากเสือมาเรียบร้อยแล้ว ไม่งั้นเขาคงไม่ขรึมลงขนาดนี้หรอก

     "ผักขอโทษนะคะที่ทำให้พี่วุ่นวาย" ตอนที่เราสองคนกำลังอยู่บนรถฉันก็เอ่ยขึ้น ฉันรู้ตัวดีว่าได้สร้างความเดือดร้อนให้เขาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือในอดีตก็ตาม มันดูเหมือนกับว่าฉันและเขาเราสองคนต่างมีเรื่องราวต่อกันมากมาย 

     ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะจดจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ แต่ความรู้สึกผูกพันมากมายเหล่านี้ที่แทรกซึมในความรู้สึก มันทำให้ฉันมั่นใจในความสัมพันธ์บางอย่างของเรา ...

     "ผักขอโทษจริงๆ"

     "ขอโทษทำไม พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษเรา" พี่สิงห์ถอนหายใจ เขาหันมองหน้าฉันเล็กน้อยระหว่างที่มือหนาบังคับพวงมาลัย ดวงตาคู่คมมันกำลังหม่นแสงลงจนเห็นได้ ใบหน้าของพี่สิงห์ตอนนี้มันกำลังสะท้อนความเจ็บปวดบางอย่างออกมา 

     "ขอโทษสำหรับทุกอย่าง"

     "คะ" ฉันยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด ถ้าเขาต้องการขอโทษเรื่องที่เสือทำกับฉันหรือเรื่องนายาก็ตาม มันดูไม่มีความจำเป็นสักนิด ฉันเลือกเอง มันเป็นสิ่งที่ฉันในอดีตเป็นคนเลือกผูกมัน และฉันก็ต้องเรียนรู้ที่จะแก้ไขเอง...

     ไม่เคยคิดจะกล่าวโทษใครทั้งนั้น 

     "แค่นี้พี่ก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว" ดูเหมือนพี่สิงห์ยังไม่พร้อมอธิบายอะไรให้ฉันฟัง เขาทำแค่ส่งยิ้มอย่างอ่อนแรงให้ฉัน และมันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยร่องรอยบางอย่าง หลงเหลือไว้แค่เพียงความสงสัยที่แล่นวนอยู่ในหัว 

     "พี่ขออะไรเราอย่างได้มั้ย"

     "..."

     "ต่อไปเวลาผักไม่สบายใจหรือมีปัญหาอะไร พี่อยากให้เรานึกถึงพี่เป็นคนแรก รู้ไว้ว่าพี่ยินดีอยู่ข้างเราเสมอนะ" พี่สิงห์เอื้อมมือขยี้หัวฉันเบาๆ ในสายตาของเขามันเต็มเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู และคำพูดของเขามันก็ทำให้ฉันอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน ราวกับว่าความเจ็บปวดมันได้มลายหายไป

     "ขอบคุณมากนะคะพี่สิงห์ " ฉันไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหน แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือในหัวใจของฉันมันกำลังยิ้ม...ยิ้ม และมีความสุขมากที่สุดเท่าที่คนคนนึงจะมีได้ 

     วันนี้พี่สิงห์พาฉันมาที่ร้าน ต้องบอกว่ามันไม่ควรเรียกว่าร้านเลยด้วยซ้ำ..เขาเป็นเจ้าของสนามแข่งรถขนาดใหญ่ และเปิดร้านคอฟฟี่ช็อปเล็กๆภายในสนามแข่ง ฉันได้แต่ยืนอึ้ง ไม่คิดว่าเขาจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้ ถึงแม้บุคลิกภายนอกของพี่สิงห์จะดูมุ่งมั่นและดูจริงจังมากแค่ไหน แต่สิ่งที่รู้มันก็เกินความคาดหมายของฉันมาก

     "พี่กับเสือเราเป็นเจ้าของที่นี่ แต่หมอนั่นหน่ะไม่ค่อยจะมาที่นี่หรอก" พี่สิงห์กำลังเล่าย้อนเรื่องราวในอดีตของเขาให้ฉันฟัง 

     ตอนนี้ฉันมั่นใจเรื่องของนายาแล้ว เธอเป็นน้องสาวแท้ๆของพี่สิงห์ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ค่อยได้มายุ่งสุงสิงอะไรกับพี่สิงห์และเสือเท่าไหร่ นายาอาศัยอยู่กับพ่อ มีแต่พี่สิงห์กับเสือที่แยกตัวออกมา 

     "อยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย"

     "ลาเต้ก็พอคะ" พี่สิงห์ถามก่อนเดินไปสั่งพนักงานที่หน้าเค้าเตอร์ ตอนแรกที่ฉันมาถึงก็มีคนเข้ามาทักทายอยู่2-3คน แต่ฉันกลับจำคนเหล่านั้นไม่ได้เลย ฉันทำได้แค่ยิ้มทักทายเหมือนกับทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่เลยสักนิด 

     "พี่สิงห์คะ ผักมีเรื่องจะบอก..." และในตอนที่ทุกอย่างกำลังตกอยู่ในความเงียบ ฉันก็ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ ฉันเชื่อในความรู้สึกตัวเอง และฉันก็มั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ถ้าฉันบอกความจริงเรื่องความทรงจำที่หายไปฉันสามารถไว้ใจเขาได้ ...

     "จำได้มั้ยคะช่วงก่อนที่ผักหายไป.." ฉันพูดนิ่งๆอย่างดูท่าที และพี่สิงห์ทำแค่เลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย "ผักโดนรถชนค่ะ"

      "อ๊าวว! แล้วเป็นอะไรมากรึป่าว"  พี่สิงห์ขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ท่าทางเขาดูไม่พอใจเอามากๆ ร่างสูงถอนหายใจพลางเอนหลังกระแทกกับเก้าอี้ "ทำไมเพิ่งมาบอกห๊ะ!"

     "ขอโทษคะ แต่เรื่องที่ผักจะบอกมันสำคัญกว่านั้น" ฉันมองหน้าพี่สิงห์อย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริงออกไป "พี่สิงห์คะ คือว่าผักความจำ.."

     "สิงห์!!" เสียงเรียกของใครบางคนที่แทรกเข้ามาทำให้ฉันหยุดพูด มองเห็นร่างสูงสมส่วนของใครคนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามา ก่อนที่สองแขนเรียวจะโอบคล้องรอบคอพี่สิงห์ และสิ่งที่ได้ยินจากเสียงหวานใสนั้นมันก็ทำให้ฉันถึงกับหยุดนิ่งไป 

     "คิดถึงที่รักจังเลย!"


[ต่อ]


     "คิดถึงที่รักจังเลย!"คำพูดของผู้หญิงตรงหน้าทำให้ฉันหยุดนิ่งไป ฉันทำแค่หันไปมองหน้าพี่สิงห์อย่างสงสัย ร่างสูงเองก็ดูผงะไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายเขาก็ตวัดแขนแกร่งโอบรัดร่างผู้หญิงตรงหน้าไว้ 

     "มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"

     เสียงพูดคุยของทั้งสองทำให้ฉันเข้าใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ไม่ยาก มันดูสนิทสนมกันมากกว่าแค่คนรู้จักกัน..หรือจะพูดให้ถูก คงต้องบอกว่าพวกเขาสองคนดูเหมือนเป็นคู่รักกันมากกว่า

     ส่วนฉันในตอนนี้นะหรอ ก็เป็นแค่ส่วนเกินไง

     ฉันนั่งนิ่งมองภาพตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร และเหมือนทั้งคู่จะเริ่มรู้สึกตัว พี่สิงห์หันมามองหน้าฉัน ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่เก็บซ่อนความดีใจไว้ไม่มิด 

     "ผักจำไผ่ได้มั้ย"

     "ไผ่...ไผ่ไหน" ฉันพึมพำอยู่คนเดียว พยายามนึกทบทวน แต่ไม่ว่าจะพยายามยังไง มันก็เป็นเหมือนเดิมทุกครั้งไป

     ฉันนึกไม่ออกและก็จำไม่ได้เลยสักนิด 

     "จำได้ค่ะ" สุดท้ายฉันก็โกหก ฉันยกยิ้มให้ผู้หญิงที่อยู่ทางด้านหลังพี่สิงห์ แต่ทันทีที่ฉันได้สบตากับเธอผู้นั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็พลันแล่นเข้ามา มันคือความรู้สึก ที่ไม่สามารถอธิบายได้เลย

     "...." 

     ทั้งที่อยากทักทาย แต่ปากกลับไม่ยอมขยับเขยื้อนสักนิด ฉันยังจ้องหน้าผู้หญิงคนนั้นนิ่ง พร้อมกับมีความรู้สึกบางอย่างที่จู่โจมเข้ามา  

     เกลียด!

     มันเป็นความคิดชั่ววูบที่ผุดขึ้นมา และฉันก็พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกอันน่ารังเกียจนี้ไว้ และถ้าตาไม่ฝาดไป สายตาของผู้หญิงคนนั้นมันก็ไม่ได้ดูเป็นมิตรเช่นกัน เธอจ้องมองฉันด้วยสายตาที่แฝงอะไรบางอย่าง ก่อนที่เจ้าตัวจะกลบเกลื่อนมันภายใต้รอยยิ้ม...

     "ไผ่จำได้แล้ว น้องผักนี่เอง" เธอยกยิ้มให้ฉันเหมือนเป็นมิตร คำพูดและการทักทายมันทำให้ฉันแน่ใจว่าเราสองคนอาจเคยเจอกันมาก่อน หรืออาจจะรู้จักกันในระดับหนึ่ง

    "ไม่เจอกันนานเลย น้องผักเป็นไงบ้าง"

    "..."

    "ผัก" เพราะฉันยังนั่งเงียบไม่ปริปากจนอีกฝ่ายหน้าเสีย พี่สิงห์จึงหันมาเตือน 

     "คะ..ค่ะ สบายดี" และมันทำให้สติฉันกลับมาอีกครั้ง 

     "แล้วมาได้ไงเนี่ย ทำไมไม่โทรบอกสิงห์ก่อนครับ" พี่สิงห์หันไปคุยกับเจ้าหล่อนและบทสนาของฉันกับเธอก็จบลง ฉันแอบสังเกตเงียบๆ

     ดูเหมือนเจ้าหล่อนจะตั้งใจแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเห็นได้ชัด เพราะตั้งแต่ที่เธอก้าวเท้าเข้ามา มือของผู้หญิงคนนี้ก็ยังเกี่ยวกระหวัดรอบแขนพี่สิงห์ไม่ยอมปล่อย 

     "เซอร์ไพร์สไง"

     และตอนนี้ฉันก็กลายเป็นส่วนเกินในวงสนทาของทั้งคู่โดยปริยาย ฉันไม่ได้ไม่พอใจอะไร..ฉันเข้าใจทุกอย่างดี แต่มันก็อดรู้สึกอึดอัดขึ้นมาไม่ได้ ดูเหมือนเธอจะพยายามกีดกันฉันออกจากบทสนทนาทุกอย่าง...

     ผู้หญิงคนนี้พูดแต่เรื่องที่พวกเขาเข้าใจกันแค่สองคน 

     "เอ่ออ..ผักขอตัวกลับก่อนนะคะ" ฉันก้มมองโทรศัพท์ในมือเมื่อมันบอกเวลาสองทุ่มกว่า และตอนนี้มันก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว..

     "อ๊าว จะกลับแล้วหรอ"

     "จริงด้วยจะกลับแล้วหรอ ไม่อยู่ทานข้าวกับพวกพี่ก่อนหรอ" ผู้หญิงที่ชื่อไผ่พูดขึ้น ฉันรู้ว่าเธอมีศักดิ์เป็นรุ่นพี่ แต่ไม่รู้ทำไมในใจกลับไม่อยากเรียกเธอว่าพี่เลยสักนิด

     "ไม่ดีกว่าค่ะ" ฉันปฏิเสธทันที จะให้ฉันไปกินข้าวแล้วต้องทนนั่งฟังทั้งสองคนพูดแต่เรื่องส่วนตัวนะหรอ แบบนั้นฉันไปนั่งกินข้าวคนเดียวยังจะรู้สึกดีกว่าอีก!...

     "งั้นเราไปกับเถอะสิงห์ ไผ่หิว" และมันดูจะเข้าทางน่าดู ร่างบางของคนตรงหน้าหันไปอ้อนพี่สิงห์ทันที 

     "ผักมากับสิงห์อ่ะ แวะไปส่งน้องที่บ้านก่อนแล้วค่อยไปหาอะไรกินกัน"

     "..."

     "อะ..เอ่อ ไม่ต้องก็ได้ ผักบอกให้เพื่อนมารับแล้ว" ฉันรีบปฏิเสธเมื่อบรรยากาศชวนอึดอัดมันกระจายไปทั่วเมื่อพี่สิงห์บอกว่าจะไปส่งฉัน ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะตั้งใจจะกันฉันออกจริงๆ และถ้าเดาไม่ผิดเธอคงไม่ชอบขี้หน้าฉันแน่ๆ

     ที่ชวนกินข้าวก็คงชวนตามมารยาทเท่านั้น แล้วถ้าเมื่อกี้ฉันตอบตกลงขึ้นมาจริงๆล่ะ มันจะเป็นยังไงกันนะ!

      "เห็นมั้ย!น้องบอกว่าไม่ต้องไปส่ง งั้นเราไปกันเถอะไผ่หิวจะตายแล้วนะ" ฉันเข้าใจว่ากำลังถูกไล่ทางอ้อม...

     ฉันไม่ได้โง่เรื่องแค่นี้ดูออกง่ายจะตาย 

     "อ่า เอางั้นหรอ ผักแน่ใจนะว่าไม่ให้พี่ไปส่ง" พี่สิงห์ดูเกรงใจน่าดู ฉันจึงพยักหน้าให้ แค่ต้องหาทางกลับเองก็แค่นั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหนิ 

     "คะ พี่สิงห์ไปเถอะ"

     "ไว้เจอกันใหม่นะน้องผัก" พี่สิงห์หันมามองฉันอย่างเป็นห่วง แต่ร่างสูงก็ทำอะไรได้ไม่มากเมื่อกำลังถูกผู้หญิงตรงหน้าลากออกไปข้างนอก ฉันมองทั้งสองคนจนลับตาก่อนจะถอนหายใจ ฉันค่อยๆเก็บกระเป๋าพลางเดินออกมาด้านนอกเพื่อเรียกแท๊กซี่

     ที่บอกพวกเขาว่าเพื่อนจะมารับนะหรอ นั่นมันก็แค่เรื่องโกหกเท่านั้นเอง ฉันไม่อยากอยู่เป็นส่วนเกินหรือไปเป็นก้างขวางคอใคร เลือกจะโกหกแบบนี้ มันคงดีที่สุดแล้ว



ผับ A


     เสียงเพลงที่ดังคลอกับเสียงพูดคุยของผู้คนเยอะแยะมากมายมันให้ฉันรู้สึกรำคาญเล็กน้อยแต่มันก็คงดีกว่านั่งเหงาอยู่คนเดียวเงียบๆ หลังจากขึ้นแท๊กซี่ฉันก็ขอให้ไปส่งที่คอนโดของพี่สิงห์ ฉันกลับไปเอารถก่อนจะขับออกมาเรื่อยๆอย่างไม่รู้ทิศทาง...

     ฉันแค่ยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้ ตอนแรกก็ตั้งใจโทรไปชวนลูคกับม้านฟ้า แต่สองคนนั้นดันมีติดสอบพรุ่งนี้เช้า ส่วนหมอมินรายนั้นไม่ต้องชวนก็รู้ว่าคงปฏิเสธทันที หมอนั่นไม่มีเวลาว่างเหมือนกับคนอื่นเขาหรอก

     ฉันเลือกนั่งมุมในสุดโซนด้านนอกของร้าน ที่ตรงนี้ค่อนข้างเงียบและปลอดโปร่ง มีแค่แสงไฟสลัวกับเสียงเพลงคลอเบาๆ รอบตัวมีคนนั่งอยู่สองสามโต๊ะเท่านั้น ...ส่วนด้านในร้านมันคือที่สำหรับผีเสือราตรีทั้งหลายจะวาดลวดลาย เสียงเพลงบีตต์หนักหน่วงดังลอดออกมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ

     "..." 

     ฉันนั่งเงียบๆปลดปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อย แอลกฮอลล์กำลังไหวเวียนอยู่ภายในร่างกาย และฉันก็รู้ลิมิตของตัวเองดี ถึงจะเริ่มมึนแต่ก็ยังมีสติมากพอจะดูแลตัวเองได้ ฉันถอนหายใจให้กับตัวเองเป็นรอบที่ร้อย เรื่องราวในวันนี้กำลังฉายวนไปมาอยู่ในหัว ทั้งเรื่องเมื่อตอนเย็นและเมื่อตอนหัวค่ำ 

     เรื่องของเสือและเรื่องของคนชื่อไผ่ แต่สุดท้ายฉันก็เลือกจะปัดมันออกจากสมอง ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำภายในผับ

     ผู้คนมากมายกำลังเบียดเสียดแออัดอยู่ด้านใน ฉันเดินผ่านกลุ่มคนที่กำลังหัวเราะพูดคุยและโยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะเพลง ฉันชักรำคาญแสงไฟสลัวที่สาดไปมา มันทำให้ฉันมองไม่เห็นทาง 

     และถ้าการเข้าห้องน้ำมันจะต้องฝ่าผู้คนอย่างยากลำบากขนาดนี้ล่ะก็...ฉันไม่เข้ามันก็ได้ 

     ไม่นานมากก็มองเห็นป้ายห้องน้ำ ฉันก้าวเดินอย่างเร่งรีบเพราะอยากไปให้พ้นๆสถานที่ชวนอึดอัดแห่งนี้ แต่แล้วร่างกายก็กลับหยุดชะงักไปเมื่อมองเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งตรงทางผ่านไปห้องน้ำ 

     นี่มันวันบ้าอะไร ที่ก็กว้างทำไมต้องมาเจอที่นี่ด้วย 

     ฉันคิดอย่างหัวเสีย จ้องไปยังกลุ่มคนกลุ่มนั้น ถึงแม้ไฟจะมืดสลัวมากแค่ไหนแต่พวกเขาก็ดูเด่นสะดุดตา และเพราะฉันจำเค้าโครงใบหน้าและรูปร่างของเขาได้ดี มันจึงไม่แปลกที่ฉันจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน 

     เสือ!

     "บ้าที่สุด" ฉันพ่นลมหายใจด้วยความขัดใจ เขาเป็นคนที่ฉันไม่อยากเจอสักนิด แต่ทำไมดูเหมือนพระเจ้าจะไม่ข้างกัน เขากำลังนั่งสูบบุหรี่พลางโอบเอวผู้หญิงคนนึงไว้บนตัก ดูเหมือนเจ้าตัวจะมีความสุขดีผิดกับฉันกำลังคิดมากเรื่องที่ฉันกับเขาแทบจะฆ่ากันตายเมื่อตอนเย็น จริงๆฉันก็รู้สึกผิดที่เผลอทำร้ายเขาแบบนั้น ฉันทำรุนแรงไป แต่ตอนนี้ชักอยากคิดใหม่ซะแล้วสิ

     "เหอะ!"ฉันแค่นหัวเราะก่อนจะหันหลังกลับ ไม่มีอารมณ์จะเที่ยวมันแล้ว ตอนนี้แค่อยากไปให้พ้นๆ ไปให้ไกลที่สุดจากที่เฮงซวยแห่งนี้ ฉันไม่น่ารู้สึกสงสารเขาเลย คนแบบหมอนั่น...มากสุดก็เป็นได้แค่ขยะชิ้นหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องสนใจด้วยซ้ำ


     ฉันก้าวเท้ายาวๆออกจากผับกลับมาที่โต๊ะ ก่อนจะเรียกพนักงานให้มาเช็คบิล ทันทีที่จ่ายเงินเสร็จก็รีบสาวเท้ามาทางลานจอดรถ ฉันออกมาทางประตูเล็กที่เป็นตรอกแคบๆไม่มีคนเดินผ่าน มันเป็นทางเชื่อมต่อไปยังลานจอดรถเช่นเดียวกับทางประตูใหญ่ซึ่งมีผู้คนยืนแออัดยัดเยียดเต็มไปหมด ฉันเดินลัดเลาะมาจนถึงประตู ก่อนจะผลักมันออก


     ปึกกกกกก...!

     แรงกระแทกเหมือนชนเข้ากับอะไรบางอย่างของอีกฝากประตูทำให้ฉันขมวดคิ้ว เหมือนกับมีบางสิ่งกำลังขวางทางประตูไว้ ดีที่ประตูมันสามารถผลักได้ทั้งสองด้าน ฉันจึงเปลี่ยนเป็นดึงบานประตูเข้าหาตัวแทน และทันทีที่กำลังจะก้าวเท้าออกไป ขาของฉันก็สะดุดกับบางสิ่ง

     "อ๊ะ"ฉันเผลอร้องด้วยความตกใจ เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ขวางทางอยู่คือขาเหยียดยาวของใครสักคน ถึงแม้ตรงนี้จะมืดมากก็ตามแต่ก็พอมองเห็นได้ลางๆ 

     "เสือ" ฉันสถบอย่างลืมตัวเมื่อเพ่งมองผู้ที่อยู่ตรงหน้า ถึงแม้ตรงนี้จะมืดมากแต่ก็เคยบอกไปแล้วว่าฉันจดจำเขาได้ 

     ราวกับภาพของเขามันฝังรากลึกอยู่ในหัวสมอง...

     ให้ตายเถอะ!เขาโผล่มาที่นี่ได้ยังไงกัน ชักรู้สึกเกลียดความบังเอิญแล้วสิ เกลียดทุกอย่างที่ไม่เป็นดั่งใจ เกลียดที่ตรงนี้ที่ทำให้ฉันเจอเขา 

     เกลียดคนที่อยู่ตรงหน้า เกลียดมากจริงๆ...

     ใจอยากเดินกลับไปอีกทางให้รู้แล้วรู้รอด แต่มันดันติดว่าตรงทางออกอีกทางมันมีคนยืนเบียดเสียดเต็มไปหมด และกว่าจะได้ออกจากที่นี่ ฉันคงได้หงุดหงิดตายพอดี

     ฉันถอนหายใจอย่างจนทนทาง เหลือบมองร่างสูงที่นั่งพิงกับกำแพง ขาข้างหนึ่งของเขามันพาดขวางทางเดินไว้ ดูเหมือนตอนนี้เขาจะเมาด้วย เพราะตอนที่ฉันสะดุดขาของเขามันก็แรงใช่ย่อยแต่คนตรงหน้าก็ไม่ได้ร้องออกมาสักแอ่ะ...

     ถ้าเป็นตอนหมอนี่ไม่เมาล่ะก็ มีหวังเขาคงลุกขึ้นมาบีบคอฉันตั้งนานแล้ว เหอะ!

     "นี่!ช่วยหลีกทางหน่อย " ฉันกัดปากก่อนใช้ปลายเท้าสะกิดขาเบาๆ แต่ร่างสูงก็ยังนั่งก้มหน้าเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจถี่กระชั้นเท่านั้นที่ฉันได้ยิน

     "นายกำลังขวางทางฉัน" ฉันกระแทกเสียงใส่และเพิ่มแรงสะกิดตรงปลายเท้า มันส่งผลให้ร่างสูงปรือตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมานั่งคอพับแบบเดิม ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างอดกลั้น เสยผมด้วยความหงุดหงิดก่อนจะตัดสินใจเดินข้ามขาเขาไป 

     ฉันมีมารยาพอจะขอทางแล้ว แต่มันผิดที่หมอนี่มันเมาจนไม่รู้เรื่องต่างหาก ฉันเบะปากเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าข้าม 

     หมับบบบ...

     "อ๊ะ" และตอนที่กำลังข้ามนั้น มือหนาของคนที่คิดว่าเมาก็คว้าหมับตรงข้อเท้าจนฉันหวีดร้องออกมา "เล่นบ้าไรเนี่ย"

     "..." เขายังเงียบ

     ฉันสบัดขาอย่างตื่นตระหนก แต่เสือก็ไม่ทีท่าทีจะปล่อย เขายังคงก้มหน้าเงียบทั้งที่มือยังยึดตรึงข้อเท้าฉันไว้

     "ปล่อยนะ" ฉันเผลอตะคอกและมันก็ได้ผลเกินคาดเมื่อร่างสูงผงกศีรษะขึ้น เขากระแทกลมหายใจแรงเหมือนรำคาญ ใบหน้าหล่อเหลาพยายามปรือตาขึ้นมองหน้าฉัน ก่อนที่เขาจะพ่นคำพูดที่โคตรไม่ระรื่นหูใส่  

     "เกลียดหว่ะ"

     ให้ตายเถอะ!..เหลือเชื่อจริงๆ 

     นี่ขนาดเมาเขายังพ่นคำด่าฉันได้อีกหรอ ฉันหันไปมองทางอื่นก่อนจะพูดออกมาอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย 

     "เกลียดมากก็ปล่อยจะได้ไปสักที" ฉันพยายามแงะมือเขาออก แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้มีท่าทีจะยอมปล่อย เสือยังคงกำข้อเท้าฉันแน่น ทั้งที่สติของเขามันเลือนลางเต็มที 

     ฉันเบนสายตากลับมาที่เขา  รอยแผลจากเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นยังคงชัดเจน รอยแดงบวมช้ำจนน่ากลัว เลือดที่แห้งแล้วยังคงเกรอะกรังอยู่รอบแผล ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้ใส่ใจกับมันเลยสักนิด 
 
    หมอนี่ไม่กลัวแผลติดเชื้อตายรึไงกัน ฉันได้แต่คิดอย่างสงสัย 

     "เสือ..ปล่อยขาฉัน"

     "..."

     "ตามใจ ไม่ปล่อยก็ไม่ต้องปล่อย" เพราะเขาเอาแต่ก้มหน้าเงียบฉันเลยจนใจจะพูดอะไร แต่จู่ๆร่างสูงที่ยึดตรึงข้อเท้าก็ยอมคลายมือออก และถึงแม้ขาจะเป็นอิสระแล้ว แต่ฉันกลับยืนนิ่งอยู่แบบนั้น จ้องมองผู้ชายตรงหน้าอย่างนึกสับสน ฉันไม่เข้าใจการกระทำเขาเลยสักนิด 

     "นายทำแบบนี้ทำไม" ไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่เขาทำสักครั้ง 

     ฉันปล่อยให้เวลาเคลื่อนผ่านอย่างเชื่องช้า แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน มันก็ไม่มีคำตอบอะไรหลุดจากปากคนตรงหน้า เสือทำเพียงนั่งหลับตานิ่งผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา

     เสียเวลาซะเปล่า อยู่ไปคงไม่ได้คำตอบอะไร 

     สุดท้ายฉันก็ละสายตาจากภาพตรงหน้าก่อนจะเดินผ่านเขาไป ในตอนนี้ฉันขับรถออกมาจากผับได้สักพักแล้ว และถึงแม้จะเป็นแบบนั้นก็ตาม แต่ภาพของเสือมันยังตามหลอกหลอนไม่ไปไหน มันเข้ามารบกวนจิตใจซะจนน่าหงุดหงิด 

     เอี๊ยดดด...
     ฉันเผลอเหยียบเบรคก่อนจะกระแทกมือเข้ากับพวงมาลัยอย่างลืมตัว
     เออ!จะหาว่าบ้าก็ได้

      ใช่! ถึงจะพร่ำบอกตัวเองไม่ให้สนใจ ถึงจะบอกตัวเองแบบนั้น แต่มันก็อดห่วงไม่ได้ ฉันรู้สึกผิดที่ทำร้ายเขา ในตอนนั้นฉันคุมสติตัวเองไม่ได้เลยสักนิด สิ่งเดียวที่รู้คืออยากทำให้เขาเจ็บปวด มารู้สึกตัวอีกที ก็เผลอตวัดมีดใส่แขนเขาไปแล้ว ฉันไม่ได้ตั้งใจทำมัน อารมณ์ในตอนนั้นมันรุนแรงจนแทบจะฆ่าคนได้ด้วยซ้ำ และฉันก็กลัวมากเหลือเกิน


     กลัวในสิ่งที่ตัวเองเป็น....

      ฉันหลับตาลงอย่างยอมแพ้ความอ่อนไหวของตัวเอง ความรู้สึกที่ก่อวนมันทำให้ฉันตัดสินใจเลี้ยวรถกลับ ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่เคยแคร์อะไร แต่ฉันก็ไมใช่คนใจดำแบบนั้น 

     เมื่อกลับมาถึงยังที่หมาย สองมือก็คว้าขวดแอลกฮอลล์ล้างแผลที่มีติดรถพร้อมกับกระดาษทิชชู่ 2-3แผ่นเดินกลับไปทางเดิม 

     อย่างน้อยก็ควรแสดงความรับผิดชอบ ยังไงเขาก็เคยช่วยฉันไว้ คิดซะว่าคราวนี้ฉันทำบุญทำทานให้สัตว์ก็แล้วกัน

     "หัดสำนึกบุญคุณซะด้วย" ฉันเม้มริมฝีปากเมื่อมาหยุดตรงหน้าเขา ก่อนจะราดแอลกฮอลล์เช็ดแผลลงบนแขนแกร่ง ร่างของเสือสะดุ้งเล็กน้อย หมอนี่ทำแค่ปรือตาขึ้นมองแต่เขาก็ไม่พูดอะไร มันก็ดีแล้วที่เสือไม่พูด เพราะแค่นี้ฉันก็หงุดหงิดตัวเองจะตายชักอยู่แล้ว

     "เกลียดหว่ะ" หลังจากปล่อยทุกอย่างจมในความเงียบพักใหญ่เขาก็เริ่มพูดขึ้น 

     "ฉันก็เกลียดนายเหมือนกัน" ฉันรู้สึกถึงลมหายใจร้อนกรุ่นที่รินรดอยู่ข้างขมับ ฉันเอนตัวหนีเมื่อความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเกิดขึ้น แต่ก็เลือกจะกลบเกลื่อนมันไป 

     ฉันเกลียดเขา เกลียดมาก แต่ก็รู้สึกเกลียดตัวเองมากกว่าที่ดันมาใจอ่อนกับคนเลวๆคนนี้

     "โคตรเกลียดเลยหว่ะ" เสือยังเน้นย้ำคงว่าเกลียดเหมือนเดิม ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างไม่คิดต่อปากต่อคำ มือกำลังเช็ดแผลให้เขาเงียบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา 

     "รู้ว่าเกลียด ไม่ต้องย้ำมากก็ได้"

     "...."

     "เสร็จแล้ว" 

     ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เขาจะมีสติหรือจำฉันได้รึป่าว ฉันก็แค่ทำมันเพราะยังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้าง มันก็แค่ศีลธรรมบ้าบอที่ผุดขึ้นมาก็เท่านั้น 

     ฉันมองรอยแผลอย่างนึกพอใจก่อนจะปล่อยมือจากแขนเขา ตั้งท่าจะลุกขึ้นยืน แต่จู่ๆร่างของคนเมาที่นั่งเงียบก็คว้าหมับเข้าที่ใบหน้าของฉัน ก่อนจะออกแรงดึงรั้งจนเซถลา

     หมับ!

     "อ๊ะ...อื้อออ" มันเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันกำลังหวีดร้องด้วยความตกใจแต่เสียงกลับถูกกลืนหายเมื่อรู้สึกถึงความอุ่นชื้นที่แตะไล้ตรงริมฝีปาก เขาไม่ให้แม้เแต่เวลาได้ตั้งตัว ร่างสูงตรงเข้ามาจู่โจมและบดขยี้ฉันซะแล้ว แรงบดเบียดที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ฉันเผลอครางออกมา 

     "อื้อ..อึก" ฉันร้องประท้วงแต่มันกลับเปิดโอกาสให้คนตรงหน้าแทรกเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปาก พยายามจะเม้มแต่ก็ถูกมือหนาบีบปลายคางซะก่อน เขาบังคับให้ฉันเผยอปากขึ้น สองมือเผลอจิกปลายเล็บลงบนชายเสื้อเขาอย่างลืมตัว หัวสมองหมุนคว้างไปกับรสสัมผัสที่เสือมอบให้ 

     ฉันพยายามเอนตัวหนีแต่ร่างสูงก็คว้าท้ายทอยเอาก่อนจะรั้งให้แนบชิด เอวของฉันกำลังถูกโอบรัดจากวงแขนกว้าง เสือแทรกปลายลิ้นอุ่นชื้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นของฉัน มันรับรู้ได้ถึงรสขมปร่าของกลิ่นบุหรี่กับรสแปลกใหม่ที่หอมหวานราวกับน้ำผึ้งภายในโพรงปาก 

     การกระทำของเขามันทำให้ฉันสั่นไหว ราวกับผีเสื้อนับร้อยบินอยู่ภายในก่อนจะถูกเหวี่ยงลงด้วยแรงบิดมวนของเคลื่อนความรู้สึก เมื่อเขาขบเม้มรอบริมฝีปากของฉันอย่างหยอกล้อ มันก็ดันเผลอตอบรับมันด้วยความเต็มใจ ร่างกายถูกมอมเมาจากรสสัมผัสอันแสนหอมหวาน แต่ไม่นานสติของฉันก็เริ่มกลับมา เมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือแกร่งที่ไล้ไปตามแผ่นหลัง ก่อนที่เขาจะจงใจบีบคลึงตรงสะโพก

     ผลักกกก....!

     ฉันดีดตัวออกจากอ้อมกอด ใบหน้าร้อนวูบเมื่อรู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป ปากมันร้อนผ่าวราวกับโดนแผดเผา ฉันมองหน้าเสือผ่านแววตาที่สั่นระริก ก่อนจะตวัดฝ่ามือลงบนหน้า

     เพี๊ยะ!
     ฟุบบ!

     "สารเลว" ฉันตะเกียกตะกายถอยหนีจนแผ่นหลังติดกับผนังอีกด้าน เสือล้มพับลงทันทีที่ฉันตะหวัดมือฟาดหน้า ตอนนี้ฉันไม่สนใจว่าเขาจะเป็นหรือตายยังไง ฉันยกฝ่ามือขยี้ริมฝีปากจนแสบไปหมด สมองมึนเบลอไปแล้วกับเหตุการณ์ที่เกิดเมื่อกี้..

     ได้แต่พร่ำบอกตัวเองว่ามันไม่ใช่ความจริง..ไม่จริง

     ฉันถอยหนี ก่อนที่สองขาจะวิ่งออกมาโดยไม่คิดจะหันกลับไปมองด้านหลัง วิ่งไปให้ไกลที่สุดจากที่แห่งนี้  เรื่องเมื่อกี้มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม ฉันกับเขาเราเกลียดกันไม่ใช่หรอ แล้วทำไม? 

     ทำไมเขาถึงจูบฉัน มันเพราะอะไรกัน


[อัพครบ 100%]








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,514 ความคิดเห็น

  1. #10487 nnnnnn7777 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 20:08
    เกลียดจริงง่ะ???
    #10,487
    0
  2. #10385 ntn.9846 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 00:46
    อะไรยังไง
    #10,385
    0
  3. #5930 Busalanda2545 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 15:16
    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.....เมนจกุกก็เกลีบดจกุกได้เหมือนกัน//ในเรื่อง 5555555
    #5,930
    1
    • #5930-1 NongPolly_RK(จากตอนที่ 9)
      24 ธันวาคม 2559 / 17:31
      เหมือนกันเลย555
      #5930-1
  4. #2970 T--dZ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 / 23:44
    เมาแล้วยั้งใจไม่อยู่เลยน้าาาา

    น้องเสือเอ๋ยยย

    แบบนี้ไม่ใช่เกลียดแล้วว. นี่มันรักแรง หึงแรง!!! โฮะๆๆๆ
    #2,970
    0
  5. #2862 suthida_ice (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 23:09
    เสือแอบชอบผักป้ะเนี่ย แต่แบบผักชอบสิงห์ เสือเลยเกลียดผัก //มโน
    #2,862
    0
  6. #2861 suthida_ice (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 23:09
    เสือแอบชอบผักป้ะเนี่ย แต่แบบผักชอบสิงห์ เสือเลยเกลียดผัก //มโน
    #2,861
    0
  7. #1730 Wendy A. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 01:45
    ผักหวั่นไหวยัง
    #1,730
    0
  8. #541 somsomjirapapa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 08:18
    เสือมาเมาใกล้ๆเจ้มาลูก
    #541
    0
  9. #269 fairy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 22:07
    เมื่อไรเสือนางจะดีกับผักบางเนี้ย
    #269
    0
  10. #16 Blue'peaceful (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 22:07
    รอค้ะะะ ไรท์น่ารักอ้ะลงยาวๆๆอีกน่ะ
    #16
    1
    • #16-1 smile_alive(จากตอนที่ 9)
      17 สิงหาคม 2559 / 00:08
      จ้าา อัพให้แล้วน้าา
      #16-1
  11. #15 bylek96k (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 22:59
    ชอบอ่า><
    #15
    0
  12. #14 bylek96k (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 22:58
    มาต่อด่วนพลีสสสส
    #14
    1
    • #14-1 smile_alive(จากตอนที่ 9)
      17 สิงหาคม 2559 / 00:09
      ต่อให้แล้วค่าา
      #14-1
  13. #13 kanatipp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 20:40
    มีความลุ้นเมื่อไหร่เสือจะทานผักค่ะ 555
    #13
    1
    • #13-1 smile_alive(จากตอนที่ 9)
      15 สิงหาคม 2559 / 21:11
      ไรท์ก็ลุ้น ไม่กินผักสักที555
      #13-1
  14. #12 แบคฮยอนน้อยย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 02:29
    มาต่อเร็วๆน้าาา กำลังสนุกเลย
    #12
    1
    • #12-1 smile_alive(จากตอนที่ 9)
      15 สิงหาคม 2559 / 21:11
      ต่อแล้วจ้า
      #12-1
  15. #10 moonui-ii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 01:07
    สนุกโคตรๆๆๆรออ่านไม่ไหวนิ  รอ....นะ อัพไวๆๆนะ
    #10
    1
    • #10-1 smile_alive(จากตอนที่ 9)
      15 สิงหาคม 2559 / 21:11
      ต่อให้แล้น้า
      #10-1
  16. #9 Poey Ja (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 22:46
    รอค่ะ//ปาหัวใจใส่รัวๆ
    #9
    1
    • #9-1 smile_alive(จากตอนที่ 9)
      14 สิงหาคม 2559 / 23:05
      ปามาเลย ไรท์รับหม๊ดดดด55
      #9-1