[ BITCH ] ร้ายกลายรัก

ตอนที่ 4 : BITCH ร้ายกลายรัก เสือกินผัก2 สิ่งที่สูญหาย อัพครบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    17 ต.ค. 59









   [สิ่งที่สูญหาย]

ฉันกำลังฝัน 
ฝันถึงโลกที่เป็นสีดำสนิท ไม่มีใคร 
เงียบสงัดจนได้ยินแม้เสียงลมหายใจ

     "ผัก ได้ยินมั้ย"เสียงพูดที่ดังข้างหูทำเอาฉันขมวดคิ้ว ก่อนจะเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวดเมื่อรับรู้ว่าร่างกายตัวเองมันระบมมากซะจนแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ

     เจ็บจัง!!..

     ฉันได้แต่คิดกับตัวเองอย่างนึกทรมาน ก่อนจะพยายามปรือตาขึ้นแม้มันจะยากเต็มที มันปวดไปทั้งตัว สองตาดูพร่ามัว เบลอหนักเหมือนโลกกำลังหมุนคว้าง ฉันหรี่ตาลงอีกครั้ง ก่อนจะพยายามปรือตาขึ้นมาอีกรอบ หูทั้งสองข้างได้ยินเสียงแว่วๆดังเป็นพักๆ 

     "เห้ย ฟื้นแล้วๆ"

     "ฮึก..ผัก ฉันนึกว่าแกจะไม่ฟื้นแล้ว" เสียงใสของใครบางคนดังขึ้น พร้อมกับร่างบางถลาเข้ามากอดฉซะเต็มแรง มันแรงซะจนฉันเผลอร้องครางอย่างเจ็บปวด 

     "โอ๊ย"

     "ม่านขะ..ขอโทษ" ร่างคนตรงหน้ารีบผละออกทันเมื่อได้ยินฉันร้อง และมันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เพ่งมองผู้หญิงตรงหน้าได้อย่างถี่ถ้วน 

     น่ารักจังเลย แลดูบอบบางน่าถนุถนอมเหลือเกิน

     "ม่านแกออกไปเรียกไอ้มินมาเร็ว" เสียงแหบทุ้มของใครอีกคนออกคำสั่ง มันทำให้ฉันละสายตาจากหน้าผู้หญิงตรงหน้าที่เขาเรียกเธอว่า'ม่าน' ก่อนจะปลายตามองไปยังผู้ชายคนนั้นที่กำลังเดินตรงมาที่ข้างเตียง "นึกว่าแกจะตายซะแล้ว"

     "..."

     "แกโอเครึป่าวผัก" ฉันยังงุนงงกับคำถามที่เขายิงใส่ไม่หยุด "เดี๋ยวไอ้มินมันมา แกหิวรึป่าว อยากกินไรมั้ย" 

     "ไม่" ทั้งที่ความจริงคอมันแห้งผากอยากกินน้ำแทบตาย แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมปากถึงพูดออกไปแบบนั้น ฉันได้แค่มองหน้าคนตรงหน้าอย่างไม่วางใจ 

     ฉันกับเขา เรารู้จักกันด้วยหรอ?

     แอ๊ดดดดด...

     "ออกกันไปก่อนได้มั้ย ฉันอยากคุยกับคนไข้" สงสัยได้ไม่นาน เสียงดังจากผู้ที่เข้ามาใหม่ทำเอาฉันขมวดคิ้วยุ่ง สายตาผู้ชายในห้องมองด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะยอมเดินออกไปเงียบๆ

     "ฝากดูผักด้วย กูหิวข้าว"

     ร่างสูงของคนที่เพิ่งเข้ามาไม่ได้ตอบอะไร ฉันไล่สายตามองชุดกาวน์ที่เขาสวมใส่ก่อนจะวกกลับมามองที่ใบหน้า 

     เขาเป็นหมอนี่หน่า ให้ตายเถอะ! คงต้องยอมรับเลยว่าเป็นหมอที่หน้าเด็กชมัด ถ้าบอกว่าผู้ชายคนนี้อายุไม่ถึง20ฉันก็เชื่อ ใบหน้าเรียบเฉยยังคงมองฉันนิ่งๆ จนแน่ใจว่าทุกคนออกไปหมดแล้วจึงเริ่มพูดขึ้น

     "เจ็บตรงไหนมั้ย"

ตัดต่อสร้าง Bloggif



     "เจ็บ" ใช่ฉันเจ็บ...เจ็บระบมไปทั้งตัวราวกับกระดูกกำลังแหลกสลาย ไม่รู้ว่าสาเหตุที่ทำให้เจ็บเจียนตายมันเกิดจากอะไร นึกไม่ออกสักนิด ฉันเลื่อนมือขึ้นแตะใบหน้าของตัวเอง ก่อนจะมาหยุดตรงที่ศรีษะได้รูป"เจ็บตรงนี้"

     "หัวแกกระแทกพื้น" ผู้ชายในชุดหมอปรี่เข้ามาใกล้ก่อนจะยื่นมือสัมผัสยังบริเวณปากแผลที่ศรีษะ เสียงทุ้มพูดด้วยความเป็นห่วงจนฉันอดสงสัยไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเขาเป็นแค่หมอคนไข้หรือว่าเป็นคนรู้จักของฉันกันแน่ นึกอะไรไม่ออกจริงๆ "นอกจากเจ็บตรงนี้แล้วมีอะไรอีกมั้ย อย่างเช่น เบลอ ภาพพร่ามัวอะไรพวกนี้" 

     "ไม่รู้"คำตอบซื่อตรงของฉันทำเอาร่างสูงชะงักมือ เขามองหน้าฉันนิ่งเหมือนตกใจ และมันดูตกใจมากขึ้นเมื่อฉันยิงคำถามออกไปอย่างใจคิด"นายเป็นใคร "

     "..."

     "เรารู้จักกันหรอ แล้วฉัน..."เสียงฉันขาดหายไปดื้อๆเมื่อพยายามนึกว่าทบทวนทุกอย่าง"ฉันเป็นใคร"

     นั่นสิ!แล้วฉันเป็นใคร?

     "ชิบหายล่ะ" เขาสถบคำหยาบก่อนจะเดินตรงดิ่งไปด้านนอก ฉันได้ยินเสียงคนพูดคุยเอะอะอยู่หน้าห้องดังลั่น ฟังดูเหมือนพวกเขากำลังถกเถียงอะไรซักอย่าง มันนานพอควรกว่าจะมีใครบางคนเดินเข้ามาในห้องอีกรอบ

     "ผักหิวมั้ย ม่านป้อนข้าวให้นะ" ผู้หญิงที่แทนตัวเองว่าม่านเดินเข้ามาในห้องก่อนจะจัดเตรียมข้าวต้มให้ ดวงตาคู่งามทั้งสองข้างแดงก่ำสั่นไหว และคงมีแต่คนโง่เท่านั้นที่ดูไม่ออก..

     เธอร้องไห้มา 

     "ร้องไห้ทำไม" เธอไม่ได้ตอบอะไร แต่ยังพยายามฝืนยิ้มต่อไป 

     "เราชื่อม่านฟ้านะ เป็นเพื่อนรักของผักกาดไง จำได้มั้ย"

     "ไม่ จำไม่ได้" ฉันตอบไปตามความจริง มันจำใครไม่ได้เลย แม้แต่ตัวเองฉันก็จำไม่ได้ และดูเหมือนคำตอบที่ได้ยิน มันจะทำให้ผู้หญิงตรงหน้าช็อคหนักกว่าเก่า หน้างามเริ่มถอดสีซีดเผือด ก่อนที่ดวงตาจะเอ่อคลอไปด้วยม่านน้ำตาอีกครั้ง

     "ฮึก..ม่านขอโทษ"

     "ขอโทษทำไม เราไม่ได้เป็นอะไร" ฉันโกหกหน้าตาย ไม่อยากให้เธอไม่สบายใจไปมากกว่านี้ ดูเหมือนคนตรงหน้าจะโทษตัวเองตลอด เธอดูสับสนเสียใจ และรู้สึกผิดกับอะไรบางอย่างจนฉันยังรู้สึกได้ 
     "ฮึก ถ้าม่านไปกับผัก มะ..มันก็คงไม่เป็นแบบนี้.."

     "ช่างมันเถอะ ว่าแต่ฉันเป็นแบบนี้มากี่วันแล้ว" ฉันตอบปัดๆ คำถามมากมายกำลังถาโถมเข้ามาในสมองเต็มไปหมด แต่สุดท้ายฉันก็เลือกคำถามที่อยากรู้มากที่สุดในตอนนี้ 

     "แล้วฉันคือใคร เคยเป็นคนยังไงหรอ"

     แทนที่จะได้รับคำตอบ มันกลับกลายเป็นว่าเกิดความเงียบในทันทีที่ฉันถาม ร่างบางก้มหน้าก้มตาเหมือนหลบซ่อนอะไรบางอย่าง ก่อนที่มืองามจะวุ่นวนกับการห่มผ้าให้ฉัน  

     "ผักสลบมาอาทิตย์นึงแล้ว มะ..ม่านว่าผักพักผ่อนเถอะ" หลังจากพูดจบเธอจะเดินพรวดพราดออกไปนอกห้องซะแบบนั้น

     ไม่โอเคเลย มันเกิดอะไรขึ้น 
     มันรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก แค่คำถามแค่นี้ ทำไมเธอต้องเลี่ยงตอบกันด้วย 

     ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยอ่อน นอนแน่นิ่งเหม่อมองเพดานเพื่อฆ่าเวลา พยายามนึกทบทวนเหตุการณ์ทุกอย่างซ้ำๆ แต่ไม่ว่าจะพยายามมากเท่าไหร่ สุดท้ายมันก็มีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น 

     แล้วทำไม! ฉันเจ็บหนักขนาดนี้แต่กลับไม่มีพ่อแม่หรือญาติคนไหนมาเยี่ยมเลย สมองได้แค่คิดอย่างสงสัย ก่อนที่ความเงียบที่คลืนคลาน จะทำให้สองตาค่อยๆหรี่ลงด้วยความเหนื่อยอ่อน

     "พระเจ้าไม่น่าทำแบบนี้เลย" และนั่นคือเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน ก่อนทุกอย่างจะมืดดับลง



3สัปดาห์ผ่านไป


     ต้องบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากซะจนอยากร้องไห้ ฉันได้แต่นั่งเหม่อลอยอยู่ในรั้วรอบของบ้าน ม่านบอกว่าที่นี่เป็นบ้านของฉันเอง และเธอก็เป็นเพียงผู้อาศัย เธอบอกว่าในบ้านหลังนี้เราอยู่กันสี่คน ส่วนอีกสองคนจะมาอยู่บ้างเป็นครั้งคราว เพราะพวกเขามีคอนโดกันอยู่แล้ว ซึ่งฉันก็พอเดาออกว่าสองคนนั้นเป็นใคร

     เพิ่งรู้ว่าตัวเองซวยมากแค่ไหน ฉันโดนชนแล้วหนี ตอนนี้กำลังรอตำรวจติดตามคดีให้อยู่ ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก บางทีฉันอาจถึงคราวซวยจริงๆก็ได้ มาพูดถึงสภาพร่างกายดีว่า มันก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมากมาย ตามเนื้อตัวมันหายพกช้ำไปนานแล้ว แต่ส่วนที่ทุกคนดูจะเป็นห่วงที่สุด คงหนีไม่พ้น สมองน้อยๆของฉันนี่แหล่ะ

     มันยังเป็นแบบเดิม จำไม่ได้ยังไง ก็ยังจำไม่ได้แบบนั้น 

     ฉันเองก็เริ่มท้อแท้กับการรื้อฟื้นความทรงจำแล้ว เพราะยิ่งพยายามนึกเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บ มันปวดข้างในทุกครั้งที่พยายามนึก ราวกับมันกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เพราะงั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือการปล่อยสมองให้ว่าง อยู่มันไปวันๆรอเวลาที่มินจะให้อนุญาติให้ฉันออกไปข้างนอก เขาเป็นเจ้าของคนไข้ ฉันเลยไม่สิทธิ์ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง มินเป็นหมอ และแน่นอนเขาเป็นคนรักษา แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าเขาแก่กว่าตั้งเกือบ3ปี แต่ทำไมพวกเราถึงเป็นเพื่อนกันได้ และดูเหมือนทุกคนจะมองเขาเป็นเพื่อนมากกว่าความเป็นพี่ซะด้วย

     "เบื่อ" ฉันบ่นกับตัวเองเป็นรอบที่ล้าน พยายามแล้วที่จะหาอะไรทำ แต่สุดท้ายมันก็หนีไม่พ้นคำว่าเบื่อสักที ตอนนี้ฉันกำลังสำรวจเสื้อผ้าในตู้ของตัวเองทีละตัว ไล่สายตามองแล้วก็ทำได้เพียงส่ายหน้า 

     ชุดบ้าอะไรเนี่ย ฉันเคยใส่อะไรแบบนี้ด้วยหรอ...

     ฉันดันกระพุ่งแก้มอย่างหงุดหงิด ก่อนจะรื้อเสื้อในตู้ออกมาเหวี่ยงทิ้งทั่วห้อง

     "ผักแกทำอะไร" เสียงบานประตูเปิดออกพร้อมชายหนุ่มร่างสูงที่เดินเข้ามา ก่อนที่เขาจะหยุดยืนตรงหน้าฉัน พลางเลิกคิ้วสูงเหมือนสงสัย "ลื้อเสื้อผ้าออกมาทำไม"

     "ไม่ชอบ"ฉันตอบเสียงห้วน ก่อนจัดการกับเศษผ้าเหล่านี้ต่อไป ร่างสูงทำแค่มองเฉยๆ ก่อนจะนั่งบนเตียงนอนอย่างถือวิสาสะ

     "เมื่อก่อนแกชอบ"

     "ฉันเคยเป็นคนยังไง"วนกลับมาอีกครั้ง กับคำถามนี้ตลอดสามอาทิตย์ ฉันเฝ้าถามทุกคนตลอดเมื่อมีโอกาส แต่สิ่งที่ได้มันก็เป็นคำตอบเดิมๆ 

     "แกเป็นคนน่าสงสาร"

     "น่าสงสารนี่หมายถึงน่าสมเพชงั้นหรอ" ฉันหยุดมือก่อนถามด้วยความสงสัย มินเพียงแค่มอง เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมา 

     "ไม่ได้หมายความแบบนั้น แกเป็นคนจริงจัง ไม่สนโลก" ฉันหูผึ่งทันทีที่เขาเริ่มพูด "แกเป็นแบบนั้น"

     "แค่นี้หรอ...แล้วอย่างอื่นล่ะ พ่อแม่ ญาติพี่น้องอะไรพวกนี้หล่ะ" ฉันยังยิงคำถามคาใจต่อไป 

     อยากรู้..

     เพราะตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุ มันก็ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมเลยสักคน จนอดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเองเป็นเด็กกำพร้าไม่มีพ่อแม่รึป่าว ถึงแม้ลึกๆในใจจะคิดแบบนั้น แต่ก็อดคาดหวังคำตอบที่ดีกว่านี้ไม่ได้

     "แกไม่มีใคร มีแต่พวกเรา" คำตอบของมินทำให้ฉันเงียบลง เงียบเพราะจู่ๆก็รู้สึกเจ็บหน่วงไปหมด มันเจ็บโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ..

     เสียใจในคำตอบงั้นหรอ...คงใช่ 

     "แล้วคนรักหล่ะ ฉันมีคนรักมั้ย"

     "ไม่มี แกไม่เคยรักใคร" มินตอบราบเรียบเหมือนไม่มีอะไร ร่างสูงมองมาทางฉันเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเรื่องพูด"อยากกลับไปเรียนมั้ย"

     "ฉันเรียนอยู่หรอ" มันยากเหลือเกินที่ต้องมารู้ทีละนิดว่าฉันเคยทำอะไรไปบ้าง ไม่ต่างจากเด็กที่เริ่มหัดยืน ทุกอย่างรอบกายดูแปลกใหม่ไปหมด  

     "อือ แกเรียนอยู่ปีสาม เรียนเก่งด้วยนะ" คำตอบของเขาทำให้หน้าฉันระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ร่างสูงจะขอตัวออกไปข้างนอก หลังจากที่เขาออกไปแล้ว ฉันก็ทำได้เพียงนั่งคิดคนเดียวเงียบๆ 

      'มหาลัยหรอ ฉันเรียนในที่แบบนั้นงั้นหรอ...' น่าสนุกแห่ะ!




     "เลิกเรียนแล้วโทรมานะ ห้ามลืม!!" ลูคกำชับย้ำซ้ำซากเป็นรอบที่ร้อย ดูเหมือนเขาจะเป็นห่วงมากเกินไปรึเปล่า รู้ว่าสติตัวเองไม่เต็มร้อยเท่าไหร่ ฉันจำอะไรไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเป็นเอ๋อจนไม่รู้เรื่องสักหน่อย คิดแล้วก็อดค่อนแขวะไม่ได้ 

     "ลูคฉันแค่ความจำเสื่อม ไม่ได้สมองเสื่อม"

     "เออนั่นแหล่ะ คล้ายๆกัน" ร่างสูงยังตั้งหน้าตั้งตาแถต่อไป เราเดินมาเรื่อยๆพร้อมกัน ก่อนที่ม่านฟ้าจะขอแยกเพื่อไปเรียน"แล้วอย่าไปมีเรื่องกับใครอีกนะ"

     เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะแยกไปเรียนอีกตึก ซึ่งแน่นอนฉันทำได้แค่ขมวดคิ้วยุ่ง หมอนั่นพูดอย่างกับฉันมีเรื่องบ่อยงั้นแหล่ะ จะถามแต่ก็ไม่ซะแล้ว เมื่อร่างสูงเดินหนีไปไกล สุดท้ายก็ได้แค่เก็บความสงสัย ก่อนจะไหวไหล่อย่างไม่แคร์ สองขารีบเดินมุ่งตรงไปทางห้องเรียน แต่ยังไม่ทันถึงหน้าห้อง มันก็มีมือปริศนาของใครบางคนมาฉุดกระชากแขนซะจนสุดแรง...

     หมับ..

     "โอ๊ยย"

     "ฉันมีเรื่องคุยกับเธอ มานี่!!" เสียงแหลมของคนตรงหน้าแหวขึ้น ก่อนออกแรงฉุดลากให้เดินตาม ซึ่งแน่นอนฉันไม่เต็มใจ ยัยบ้านี่เป็นใคร 

     "ปล่อยนะ"
 
     "มานี่เลย" ผู้หญิงตรงหน้าถ้าไม่ติดว่ากำลังหงุดงหงิดหล่อนคงจะสวยน่าดู ต้องบอกว่าสวยมากเลยด้วยซ้ำ ดวงตาคมเฉี่ยวแลดูขุ่นเคืองน่ากลัว และเธอก็แรงเยอะเกินตัวซะจนน่าตกใจ ฉันเลยทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงเดินตามไปเงียบๆเพราะไม่อยากเจ็บตัว 

     หญิงตรงหน้าพาออกมาไกลจนลับตาคน ก่อนที่เจ้าหล่อนจะเหวี่ยงของบางอย่างกระแทกใส่หน้าเต็มแรง 

     "แหกตาดูซะ"

     ยอมรับว่าโกรธมาก แต่ความอยากรู้มันดันมีมากกว่า ฉันไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไปโกรธอะไรมา แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวแย่ๆใส่ แต่ก็เลือกที่จะหยิบสิ่งของที่เธอปาใส่หน้าขึ้นมาดูด้วยความสงสัย ก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปเรื่อยๆตามรูปจำนวนมากที่อยู่ในมือ 

     และสิ่งที่เห็นมันให้ฉันเบิกตากว้าง...

     เพี๊ยะ!!!

     "นี่สำหรับสิ่งที่แกทำ" ก่อนที่จะได้ตอบโต้มือบางก็เหวี่ยงใส่หน้าฉันอย่างเต็มแรง มันแรงมากจนรับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ทั่วปาก "ฉันเกลียดแกได้ยินมั้ยผัก เกลียด...กรี๊ดดด" 

     เธอหวีดร้องเหมือนคนคลุ้มคลั่ง ก่อนที่เจ้าหล่อนจะตามเข้ามากระชากและเหวี่ยงร่างฉันกระแทกเข้ากับกำแพง 

     พลั่ก!

     "อีหน้าด้าน แกมันร่าน กมายุ่งกับผัวฉันทำไม!!และสิ่งที่ได้ยิน ก็เหมือนค้อนหนักที่ทุบเข้ามาตรงกลางหน้าผาก

     มึนหนักมาก เมื่อสิ่งที่เพิ่งเห็นมันคือรูปที่มีใบหน้าของฉันจริงๆ

     "แกเกลียดฉันมากใช่มั้ย ไหนแกบอกว่ารักพี่ฉันไงแล้วแกไปยุ่งกับรหัสทำไม แกทำทำไม!!! " ร่างบางเหวี่ยงมือใส่ไม่ยั้งจนฉันไม่ทันป้องกันตัว

     "ฉันจะฆ่าแกอีผัก อีเลว" แรงมากมายมหาศาลทุบรัวใส่ไม่ยั้ง และฉันเองก็ทำได้เพียงยอมรับมันอย่างไม่ขัดขืนใดๆ สมองกำลังมึนงงกับสิ่งที่เห็น เหมือนกับหมัดหนักหน่วงที่น็อคฉันกลางอากาศ...

     ฉันทำอะไรลงไป...?


[อัพครบ 100%]





ขอกำลังให้ไรท์ตัวน้อยๆคนนี้ด้วยน้า 
คอมเม้นท์+ติดตาม ติชมกันได้นะเออ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,514 ความคิดเห็น

  1. #10507 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 17:17
    กรี้สสส ชอบบบบ
    #10,507
    0
  2. #10482 nnnnnn7777 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 19:43
    ความจำเสื่อมไปอีก
    #10,482
    0
  3. #10471 peachiee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 17:14
    คำว่า'ลื้อ'เขียนไม่ถูกนะคะ ต้องเขียนว่า'รื้อ'ค่ะ ถึงจะถูก
    #10,471
    0
  4. #10380 ntn.9846 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 00:10
    เออออ ยังไงนะ เกิดไรขึ้น
    #10,380
    0
  5. #3847 Ribbon_lyx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 16:27
    แปลกๆนะคะ คนไข้โดนรถชน หัวกระแทกพื้น ไม่มีเอกซเรย์เลยหรอ แล้วหมอเองก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่าคนไข้ความจำเสื่อม ตึ่งโป๊ะ!!
    #3,847
    0
  6. #3600 YulSica (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 10:05
    เรื่องซ้อนอ่ะ
    #3,600
    0
  7. #2917 T--dZ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 16:10
    ดำเนินเรื่องดีอ่ะ 

    อ่านไปงงไป น่าติดตามมากกๆๆ

    ไม่น่าเชื่อส่าแต่งรรั้งแรก.  เเยี่ยมมากกก
    #2,917
    0
  8. #2853 suthida_ice (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 22:23
    น่าสงสารอ่ะ เหมือนนางเกิดใหม่เป็นอีกคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
    #2,853
    0
  9. #1909 JACKAPPLE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 03:00
    ยังมีคำผิดอยู่นะคะ แต่ไม่เยอะเท่าไร เช็คด้วยเด้ออ
    #1,909
    1
    • #1909-1 smile_alive(จากตอนที่ 4)
      20 ตุลาคม 2559 / 03:04
      ชอบคนอ่านแบบนี้จัง55 ผิดเยอะเลย นี่ตามเช็คไม่ทัน
      #1909-1
  10. #1725 Wendy A. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 00:53
    น่าสงสารอะ
    #1,725
    0
  11. #536 somsomjirapapa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 22:27
    นู๋ผักน่าสงสารอ่ะ
    #536
    0
  12. #477 Honeylemonjazz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 17:39
    ลุ่นๆยังไงๆ
    #477
    0
  13. #263 fairy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 21:27
    โอ๊ยยย จะเป็นไงล้ะทีเนี้ย
    #263
    0