The secret scene

ตอนที่ 1 : ตะวันคนใจดี (End)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    24 พ.ย. 61

     

1

ตะวันคนใจดี


     “ก็ไม่ได้ตั้งใจจะจริงจังด้วยตั้งแต่แรกแล้วไง”

     ผมเป็นคนนิสัยเสีย

     “ก็แค่อยากรู้ว่าพี่ตะวันคนดีที่สาวๆชมนักชมหนา มันจะดีได้สักแค่ไหน”

     ขี้เหวี่ยง ชอบประชด

     “เลิกยุ่งกันไปเลยดิ”

     พูดออกไปไม่ได้ตรงกับความรู้สึกเลย

     ...

     แล้วมันก็ทำให้ใครบางคนห่างหายไปจากผม

     เจอกัน... ก็เหมือนเป็นเป็นแค่คนรู้จัก

 

     จนกระทั่ง

     ...

 

     ผมอยู่ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

     ชมรมเดียวกับเขา... ตะวัน

     วันนี้ผมเข้าชมรมเพื่อช่วยเตรียมจัดซุ้มสำหรับงานโอเพนนิ่งที่กำลังจะจัดขึ้นต้นเดือนหน้า แต่ด้วยความซวย ความประมาทหรืออะไรก็แล้วแต่ ในขณะที่ผมกำลังต่อเก้าอี้แล้วเขย่งขึ้นไปหวังจะถอดป้ายของเก่าที่บอร์ดออก เท้าข้างหนึ่งดันไถลลื่นลงมาจากเก้าอี้

     ปึ่ก

     โครม

     “ธาร!

     เสียงร้องอย่างตกใจของคนที่เขาคิดถึงตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ดังขึ้น

     ...มันก่อนที่ผมจะหลุดเสียงร้องโอดโอยออกมาซะอีก

     "เป็นไงบ้าง"
     อีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาเป็นห่วง จริงๆก็ไม่ได้เจ็บมากเท่าไร แทบลืมเจ็บไปเลยด้วยซ้ำเมื่อเห็นตะวันรีบวิ่งมาก่อนใคร แต่ก็
     "เจ็บมากๆ"
     ความใจดีของเขา
     ผมอยากได้
     ไม่ต้องให้ผมหมดคนเดียวก็ได้
     ขอแค่ให้ผมมากกว่าคนอื่นๆมากๆก็พอ

     ...

     หลังจากนั้นตะวันก็พาผมมาหาหมอ หมอบอกว่าแขนไม่ได้ร้าวอะไร แต่อาจจะมีปวดเมื่อย ช้ำบ้างเพราะผมเอาแขนรองรับน้ำหนักของตัวเองเต็มๆ

     ตะวันขับรถมาส่งผมที่คอนโด เอ่ยกำชับผมอีกครั้งก่อนจะขับรถออกไป

     “อย่าลืมทายาแล้วก็กินยาให้ครบตามที่หมอสั่ง จะได้หายไวๆ"
     "รู้น่า”


 -----------

 

     เช้าวันถัดมา ผมตื่นมาพบว่าความปวดเมื่อยเล่นงานแขนข้างซ้ายไปทั้งแขน มากไปกว่านั้นคือผมปวดหัวตุบๆอยู่ตลอดเวลา

     “ไม่สบายหรอวะไอ้ธาร”

     วิน เพื่อนสนิทของผมถามเมื่อเห็นผมฟุบหัวลงกับโต๊ะทันทีที่ถึงห้องสมุดซึ่งมีกลุ่มของผมจับจองโต๊ะโซนตรงกลางของชั้นหนึ่งไว้แล้ว

     ผมครางอืออาตอบรับมันนิดหน่อยก่อนจะหลับตาลง แอร์เย็นฉ่ำในห้องสมุดทำให้รู้สึกหนาวจนต้องขดตัวลงกับโต๊ะมากกว่าเดิม ก่อนที่ความรู้สึกอุ่นๆจะเข้ามาแทนที่

     ...
     "หืม นี่เสื้อใครอ่ะวิน"

     ผมปรือตาขึ้นหลังจากที่หลับไปพักหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมที่ห่อหุ้มหลังและไหล่ของตัวเองเอาไว้

     เสื้อกันหนาวสีสีน้ำตาลเข้มคุ้นตา
     "เสื้อพี่ตะวันของมึงไง ไม่รู้รู้ได้ยังไงว่ามึงไม่สบาย อยู่ดีๆพี่แกก็เดินเอาเสื้อหนาวมาห่มให้มึงแล้วก็เดินกลับโต๊ะไปเฉย"

     และนั่นทำให้ผมลุกขึ้น กวาดสายตาไปรอบๆก่อนจะเห็นกลุ่มเพื่อนของตะวันซึ่งนั่งอยู่ในมุมที่เรียกว่าแทบลับตาของห้องสมุดชั้นหนึ่ง เจ้าของเสื้อหนาวไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ แต่ก็นั่นแหละ ผมมั่นใจว่าเขาต้องอยู่แถวนี้

     "เราเอาเสื้อหนาวมาคืน"

     เสื้อกันหนาวถูกยื่นกลับคืนให้เจ้าของซึ่งยืนอยู่หลังชั้นหนังสือ... ที่ประจำของตะวัน

     “ป่วยหรอ”

     "เราทำแย่ๆไว้ขนาดนั้น ยังจะใจดีด้วยอีกหรอ"

     ผมไม่ตอบคำถามอีกฝ่ายแต่กลับถามบางอย่างไปแทน
     ตะวันชะงักไปนิดก่อนจะยิ้มบางๆ
     "ความใจดีกับความชอบมันก็แยกกันได้อยู่นะครับ"
     "เหรอ"

     หมายความว่า ต่อให้ใจดีด้วย

     ...ก็ไม่ได้แปลว่ายังชอบผมใช่ไหม
     เจ็บดี

 

------------


     วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ปี3-4ต้องเข้ามาช่วยงานชมรม และก็เป็นอีกวันที่ผมต้องเจอหน้าอีกฝ่าย ผมพยายามไม่สนใจแล้วทำงานในส่วนของผมไป จนกระทั่งพี่กริช ประธานชมรมวานให้ผมไปหยิบกล่องอุปกรณ์ที่ห้องเก็บของตึกข้างๆ

     มันควรจะเป็นผมคนเดียวที่เดินไป แต่กลับมีอีกคนเดินตามหลังมาด้วย

     "แกๆ นั่นพี่ตะวัน”

     เสียงกระซิบที่ไม่ได้เบาสักนิดดังมาจากผู้หญิงสองคนที่เขาเดินผ่านตรงทางเข้าตึก

     "ไหนๆ ฉันได้ยินมาว่าพี่ตะวันกำลังคุยอยู่กับพี่ช่า ดาวม.x นี่"
     "จริงดิ ข่าวมั่วป่าวแก"
     "ไม่น่ามั่วนะแก ฉันเห็นพี่ตะวันดูแลพี่ช่าดีจะตาย"
     น่าหงุดหงิด

     ผมถอนหายใจแรงๆ เมินคนที่เดินตามอยู่ด้านหลังแล้วเดินจ้ำไปหยิบกล่องลังเป้าหมายที่เห็นตั้งแต่แรกเข้ามาในห้อง ก่อนจะต้องนิ่วหน้าเมื่อความปวดเมื่อยตามแขนเริ่มกลับมาเล่นงานอีกครั้ง

     "ให้ผมถือให้ดีกว่าครับ"
     "ไม่ต้องมายุ่ง"
     ผมตีมืออีกฝ่ายที่ยื่นมา ยืนบังกล่องลังที่ว่าเหมือนมันเป็นสมบัติสำคัญอย่างนั้น

     "ไม่ต้องมาใจดีกับเราแล้ว จะให้ความหวังกันไปถึงไหน"
     ผมก้มหน้าลง ซ่อนน้ำตาที่เอ่อออกมา ก่อนพื้นกระเบื้องสีขาวที่มองอยู่จะปรากฏรองเท้าผ้าใบที่เดินเข้ามาหยุดใกล้ๆ
     "กับคนที่ชอบ ก็จะอยากใจดีด้วยมากๆ"
     "..."
     "โดยเฉพาะกับคนที่เอาแต่ใจ ชอบใช้อารมณ์เป็นใหญ่อยู่บ่อยๆ"
     "..."
     ตึกตักๆ
     "อย่าร้อง"
     สัมผัสอุ่นๆบนกลุ่มผมที่ลูบไปมามันอุ่น จนผมเผลอขยับเข้าไปใกล้เขามากกว่าเดิม
     "เกลียดเราไหม"
     "ไม่ครับ"
     "โกรธเรารึป่าว"
     "นิดหน่อย เสียใจมากกว่า"
     "ขอโทษ"
     "ไม่...."
     "ห้ามบอกว่าไม่เป็นไร เรารู้ว่าเราทำตะวันเสียความรู้สึกมากแค่ไหน เราไม่มีอะไรจะแก้ตัวกับนิสัยแย่ๆของเรา แต่เราอยากบอกให้ตะวันรู้ไว้..."
     "..."
     "เราขอโทษ"
     "..."
     "เราจะไม่ทำแบบนั้นอีก เรา... ชอบ"
     "..."
     "ชอบตะวัน จริงๆนะ ชอบมากๆ ชอบ...”
     "รู้แล้วครับ"
     ตะวันกอดเขาไว้หลวมๆ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากเราชนกัน 
     ...แล้วยิ้มกว้าง
     "ชอบมากๆเหมือนกัน"


-----End-----

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1 ความคิดเห็น