[fic] Jonghyun Cnblue x SojinGirl's day DetectiveHighSchool

ตอนที่ 8 : ตอนที่7 ปฏิบัติการสายลับ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ก.ค. 54

 
7
ปฏิบัติการสายลับ!
แผ่นปฏิทินที่ติดอยู่บนผนังสีชาถูกลมพัดกระพือไปมา เผยให้เห็นวันเดือนปีที่อยู่บนนั้นซึ่งมันบ่งบอกให้รู้ว่าวันนี้คือวันที่.....18 เมษายน
“ที่นี่แหละค่ะห้องทะเบียน”
เสียงหวานๆของเจสสิก้าพูด
“อ่า....ชอบคุณมากนะครับ”
จงฮยอนเอ่ยขอบคุณหญิงสาวตรงหน้าเขาด้วยความจริงใจ ถ้าไม่ได้เธอคนนี้เขาคงเดินหลงอยู่ในโรงเรียนนี้เป็นชั่วโมงๆแน่ๆ
“คุณเป็นนักเรียนใหม่ใช่ไหมค่ะ ฉันไม่เคยเห็นหน้าคุณมาก่อนเลย”
เจสสิก้าถามด้วยความสงสัย
“ครับ”
“แล้วคุณมาทำอะไรที่ห้องทะเบียนงั้นเหรอค่ะ”
“อาทิตย์หน้าผมจะย้ายเข้ามาเรียนที่นี่นะครับก็เลยต้องมาจัดการเรื่องเอกสารนิดหน่อย”
“อ้อ...แบบนี้นี่เอง....ฉันเจสสิก้ายินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
หญิงสาวยื่นมือออกมาเพื่อจับมือทักทายกับจงฮยอน แต่ชายหนุ่มกลับยืนนิ่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้สะนี่
“ผมลีจงฮยอนครับ”
เขาพูดเรียบๆก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องทะเบียนไปโดยไม่หันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนเก้ออยู่ด้านหลังเพราะโดนเขาเมินการจับมือกับเธอ!
“อะไรนะท่าทางหยิ่งๆแบบนั้น คิดว่าฉันสนใจนายรึไงแฟนฉันหล่อกว่านายร้อยเท่าเยอะ!”
เจสสิก้าบ่นพึมพำอยู่คนเดียวก่อนจะแลบลิ้นให้จงฮยอนที่เดินหาเข้าไปในห้องทะเบียนแล้ว ผู้ชายที่ไหนเขาทำกับผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกแบบนี้เนี้ย!
 
ภาพผนังสีชาของห้องทะเบียนในเย็นวันศุกร์ที่ 18 เมษายนค่อยๆแตกกระจายตัวหายไปราวกับมันเป็นเพียงละอองฝุ่นที่จับตัวกันจนกลายเป็นรูปร่าง ก่อนที่ร่างของเจสสิก้าที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงเพราะความหัวเสียจะค่อยๆเรือนหายไปด้วย เหลือเพียงความมืดมิดและว่างเปล่าอยู่ตรงหน้า........
“เธอไม่รู้รึไงว่าการยุ่งกับหมอนั่นมันอันตรายแค่ไหน!!”
เสียงตะคอกของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น
“ฉันก็แค่คุยกับเขาการคุยกับเพื่อนผู้ชายในห้องคงไม่ทำให้ถึงตายหรอกมั้ง!!”
เสียงแหลมสูงของอีกคนตะโกนตอบกลับไปด้วยความโมโห
“นี่เธอโง่หรือแกล้งโง่กันแน่เนี้ย! มองแวบเดียวก็รู้ว่าหมอนั่นกำลังสนใจเธอแล้วเพลย์บอยอย่างมันใครไปยุ่งด้วยสุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยการโดนฟันแล้วทิ้งทุกราย!!”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะจองชิน!!!”
เสียงตะโกนตะคอกกันไปมาที่ดูเหมือนจะเพิ่มระดับความดังขึ้นเรื่อยทำให้โซจินที่กำลังฟุบหน้าหลับอยู่บนโต๊ะต้องเงยหน้าขึ้นมอง
“ที่ฉันพูดแบบนี้ก็เพราะเป็นห่วงเธอนะ!”
จองชินเข้าไปกระชากแขนมินอาที่กำลังจะเดินหนีให้กลับมาหาเขา ถึงสองคนนี้จะทะเลาะกันจนเป็นเรื่องปกติแต่คราวนี้ดูเหมือนมันจะรุนแรงมากกว่าทุกครั้ง
“อะไรกันจองชินมินอารู้มั้ยว่าพวกเธอทำให้ฉันตื่นจากฝันดีนะ(?)”
โซจินพูด แม้เธอจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นักว่าการฝันเห็นเจสสิก้ากับนายปากหมาหน้านิ่งลีจงฮยอนนั่นจะเป็นฝันดี
“พี่โซจินยัยมินอาไปยุ่งกับเพลย์บอย!!”
จองชินรีบบอก
“ไม่ใช่นะค่ะ!มินฮยอกเขาไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย แล้วฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายด้วยฉันแค่เห็นว่า                 มินฮยอกเพิ่งย้ายเข้ามาไม่มีเพื่อนก็เลยไปคุยกับเขาก็เท่านั้นเอง”
โซจินชักจะมึนเมื่อจู่ๆชื่อของบุคคลที่สามก็ถูกเอ่ยขึ้น
“แล้วมินฮยอกนี่เป็นใครมินอาแฟนเธอเหรอ?”
“เปล่านะพี่โซจิน!”
“คังมินฮยอกเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อเดือนที่แล้วครับ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นหมอนี่ก็หักอกผู้หญิงในห้องไปแล้วสาม ทำให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันเพราะต้องการแย่งเขาอีกเพียบ หมอนี่นะมันตัวอันตรายโดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง! แต่ยัยนี่ก็ยังไปยุ่งกับหมอนั่น !!”
จองชินพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกว่ากำลังของขึ้นเต็มที่ ส่วนสาเหตุที่เขาต้องโวยวายขนาดนี้ก็แค่เพราะมินอาไปสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น............ที่ไม่ใช่เขา.....โซจินรู้ดีว่าเพราะอะไรมีเพียงแค่เจ้าเด็กสองคนนี้เท่านั้นแหละที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรกับตัวเอง.....และไม่เคยรู้ใจตัวเอง
“พอๆพวกเธอก็โตๆกันแล้วแทนที่จะมาทะเลาะกันเสียงดังโวยวายแบบนี้ทำไมไม่มานั่งคุยกันดีๆให้มันรู้เรื่องละ”
โซจินพูดอย่างพี่สาวที่แสนดีที่ไม่อยากให้น้องที่เธอรักทะเลาะกันแต่ในอีกมุมหนึ่ง.....มันก็เป็นเรื่องน่ารำคาญไม่น้อยถ้ากำลังนอนหลับอยู่ดีๆแล้วจู่ๆก็มีเสียงทะเลาะดังลั่นของคนสองคนเป็นนาฬิกาปลุกที่ไม่ยอมหยุดดัง!
“ฉันก็ไม่ได้อยากทะเลาะกับหมอนี่นักหรอก”
“เธอหาว่าฉันเป็นคนชวนเธอทะเลาะงั้นเหรอมินอา!”
“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำ แต่ถ้านายจะคิดแบบนั้นก็ตามใจ!”
“มินอา!!”
โซจินถึงกับส่ายหัวให้กับพฤติกรรมของทั้งคู่
“ทำไมถึงไม่ยอมคุยกันดีๆนะทั้งๆที่ปัญหามันก็เล็กนิดเดียวเท่านั้น”
โซจินคิดในใจ หญิงสาวตัดสินใจเป็นคนเดินออกมาจากตรงที่นั่นเองไม่อย่างนั้นมีหวังเธอคงได้หูหนวกเพราะเสียงตะคอกกันไปมาที่ดังเกิน180เดซิเบลของสองคนนั้นแน่!
 



โซจินเดินหลบออกมาที่สวนหย่อมของโรงเรียน หญิงสาวหญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ยาวตัวหนึ่งใต้ต้นทงแบกกิ่งก้านสาขาขนาดใหญ่ของมันทำให้เกิดร่มเงาเย็นสบายขึ้น สายลมอ่อนๆพัดมาต้องใบหน้าของหญิงสาว....บรรยากาศแบบนี้มันน่านอนหลับจริงๆเลยนะ....ถึงที่นี่จะเป็นสวนหย่อมแต่ก็อยู่ด้านหลังสุดของโรงเรียนจึงทำให้ไม่ค่อยมีใครแวะเวียนมานักแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะบรรยากาศดีมากก็ตาม ความเงียบของสถานที่แห่งนี้ทำให้เธอคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว วกเข้าเรื่องนั้นแล้วก็ไปเรื่องนู้นต่อจนในที่สุดมันก็กลับมาเข้าหัวข้อที่ทำให้เธอปวดหัวมาหลายวัน......การตายของเจสสิก้าและฝันเกี่ยวกับลีจงฮยอน ถ้าเป็นปกติโซจินก็จะคิดว่าการที่เธอฝันเห็นจงฮยอนก็เพราะเขามักจะชอบมากวนประสาทเธอบ่อยๆจนเธอชักจะหลอน! พอเอามารวมกับเรื่องของเจสสิก้าก็เลยกลายเป็นฝันเพ้อเจ้อของเธอ แต่นั่นมันก่อนที่เธอจะเชื่อว่าวิญญาณมีอยู่จริงและก็มีประสบการณ์กับมันด้วยตัวเอง ถ้าอย่างนั้นจะเป็นไปได้ไหมถ้าเจสสิก้าต้องการจะบอกใบ้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับลีจงฮยอนก็เลยทำให้เธอเห็นภาพเขากับเจสสิก้าในความฝัน แต่สิ่งที่วิญญาณของรุนพี่ต้องการจะสื่อให้เธอรู้มันคืออะไรกันละ หรือถ้าเธออยากรู้ก็จะต้องสืบเอาเองกันนะ ถ้าจะต้องเป็นแบบนั้นจริงๆนอกจากเธอจะต้องเป็นยัยบ้าที่มีซิกเซ้นส์มองเห็นวิญญาณแล้วจะต้องกระโดดเข้าไปเป็นนักสืบอีกงั้นเหรอ! ทำไมเรื่องราวต่างๆรอบตัวเธอมันถึงได้วุ่นวายแบบนี้นะ!!
 




เสียงอึกทึกคึกโครมดังขึ้นในห้องม.ปลายปีหนึ่งห้องเอ หลังจากอาจารย์เดินออกไปไม่ถึงสิบนาที มินอารีบคว้าสมุดปากกาที่กองอยู่บนโต๊ะลงกระเป๋าอย่างรวดเร็วถึงเวลากลับบ้านแล้วสินะ
“จะกลับบ้านแล้วเหรอมินอา”
เสียงหวานราวกับเด็กหนุ่มของใครบางคนดังขึ้น พอเงยหน้าขึ้นมองมินอาถึงพบว่าเขาคือชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาใสสะอาดไร้สิวเสี้ยนเหมือนมันผ่านการดูแลรักษามาอย่างดี ผมสีดำของเขาถูกตัดแต่งมาอย่างดูมี
สไตล์...
“มินฮยอก”
“กลับบ้านด้วยกันไหมมินอา”
มินอาถึงกับจ้องหน้าเขาด้วยความแปลกใจ ก็มินฮยอกเป็นเด็กนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาถึงจะคุยกับเธอบ่อยๆแต่ก็เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานจู่ๆก็จะมาชวนให้กลับบ้านด้วยเนี้ยนะ
“ยังไงบ้านพวกเราก็ต้องไปทางเดียวกันอยู่แล้ว เพราะงั้นกลับกับฉันเหอะรับรองเธอกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยหายห่วง”
มินฮยอกพูดแล้วยิ้มจนดวงตาทั้งสองข้างของเขามันปิด จริงๆแล้วบ้านของเขาไม่ได้อยู่ใกล้กับบ้านของมินอาเลยสักนิดเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหน ก็มินอาเป็นเด็กสาวที่สวยแล้วก็น่ารักแถมยังนิสัยดีเป็นกันเอง ถึงบางครั้งจะชอบโวยวายไปหน่อยแต่ทำความรู้จักกันไว้หน่อยก็คงไม่เสียหาย......
“เอ่อ...”
“ไม่ได้!!”
มินอายังไม่ทันตอบเสียงของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาสะก่อน
“มินอาต้องกลับกับฉัน!”
จองชินพูดพร้อมทั้งกระแทกกระเป๋านักเรียนของตัวเองลงบนโต๊ะระหว่างมินอากับมินฮยอก
“นายเพิ่งรู้จักกับยัยนี่ได้ไม่นานทำไมยัยนี่จะต้องกลับกับนายด้วย!!”
จองชินถลึงตาใส่เขาแต่รอยยิ้มบางๆกลับผุดขึ้นมาบนใบหน้าของมินฮยอกสะงั้น
“ก็เพราะเพิ่งรู้จักกันถึงต้องทำความรู้จักกันไว้นะสิ”
“แต่ยัยนี่เป็นเพื่อนสนิทฉันเพราะฉะนั้นก็ต้องกลับกับฉัน!”
“คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งถ้ามินอาจะเพิ่มฉันเป็นเพื่อนสนิทอีกคน”
มินฮยอกพูดอย่างจงใจกวนประสาทแถมยังเดินเข้าไปโอบไหล่มินอาไว้อีกต่างหาก มันทำให้จองชินของขึ้นจนเกือบจะพุ่งเข้าไปต่อยชายหนุ่มแต่เสียงแหลมปรี๊ดของหญิงสาวก็ทำให้หมัดของเขาชะงักอยู่กลางอากาศ
“หยุดสักที!!!”
มินอาทุบโต๊ะเสียงดังก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างไม่พอใจ พวกเขาจะเถียงกันทำไมเนี่ยกับอีแค่ว่าเธอจะกลับบ้านกับใครเนี้ยนะ
“ฉันสรุปให้!”
“...”
“...”
“ฉันจะกลับคนเดียว!!”
เธอพูดก่อนจะเดินแทรกทั้งคู่ออกมาจากห้องอย่างหัวเสีย พวกเขาคิดว่าเธอเป็นเด็กอายุสามขวบรึไงถึงได้คิดว่าต้องมีคนคอยไปส่งกลับบ้านนะ! เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังตามมาข้างหลังก่อนที่ฝ่ามือของเขาจะคว้าข้อมือของเธอเอาไว้
“เธอโกรธฉันเหรอมินอา”
เป็นจองชินนั่นเอง บนใบหน้าของชายหนุ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาแสดงให้เห็นว่าเขารีบร้อนแค่ไหนที่จะวิ่งตามเธอมา
“ก็พวกนายมันไร้สาระทำไมจะต้องเถียงกันด้วยกับเรื่องแค่นี้! โตขนาดนี้แล้วยังเถียงกันว่าใครจะไปส่งฉันกับบ้านไม่อายคนอื่นเขารึไง!”
มินอาตะโกนใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ให้ตายเถอะ!ถึงพวกเขาไม่รู้สึกอะไรแต่ตอนนั้นเธออายจนอยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว!
“เธออย่าโกรธฉันเลยนะ ที่ฉันไม่อยากให้หมอนั่นไปส่งเธอเพราะฉันมีเหตุผลหรอกน่า”
“เหตุผลอะไร”
มินอาถาม จะเป็นไปได้รึเปล่าว่าจองชินจะกล้วมินฮยอกจะชอบเธอ มันเป็นแบบนั้นใช่ไหม....มินอามองหน้าจองชินที่กำลังอ้ำๆอึ้งๆอย่างคาดหวังในคำตอบของชายหนุ่ม....
“...ก็..เพราะ”
“...”
“ก็เพราะฉันเคยบอกเธอไปแล้วไงว่าหมอนั่นมันเพลย์บอยตัวพ่อ ฉันก็แค่กลัวเพื่อนสนิทต้องน้ำตาตกในเพราะไปหลงรักคาสโนว่า”
คำตอบของจองชินทำเอามินอาเกือบหน้าเสีย ต้องน้ำตาตกในเพราะไปหลงรักคาสโนว่าอย่างมินฮยอกงั้นเหรอ เขาจะรู้ตัวรึเปล่าว่าเธอจะต้องน้ำตาตกในก็เพราะเขานั่นแหละ!
“เราเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็กฉันก็ต้องเป็นห่วงเธอเป็นธรรมดา”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่พอมินอาได้ยินคำว่า “เพื่อน” หลุดออกมาจากปากของจองชินหญิงสาวรู้สึกเหมือนโดนคลื่นที่กำลังบ้าคลั่งซัดใส่หน้าจนมันชาไปหมด
ทำไมจะต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยนะมินอาก็เธอกับเขาเป็นเพื่อนกันมันก็ถูกแล้ว...”
“อะ...อื้อ..ก็เราเป็นเพื่อนกันนินะ”
มินอายิ้ม แต่ภายในใจเธอกลับรู้สึกเหมือนการยิ้มครั้งนี้มันช่างอยากลำบากเหลือเกิน....
“จองชิน!!!”
เสียงหนักหน่วงของฝีเท้าใครบางคนดังรัวเร็วกระทบพื้นเหมือนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ด้วยความรีบร้อนดังขึ้น ก่อนที่เสียงเรียกด้วยความดีใจของใครบางคนจะดังขึ้น และตามมาด้วยร่างของเจ้าของเสียงที่กำลังยืนหอบฮักๆอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งคู่
“พี่ตามหาแทบแย่!”
“พี่โซจิน?”
มินอามองหน้าโซจินที่ยืนเหงื่อแตกพลักอยู่ตรงหน้า
“พี่ตามหาผมเหรอครับ”
ถึงเขาจะสนิทกับมินอามาตั้งแต่เด็กแล้วก็รู้จักโซจินมานาน แต่มันก็แปลกจริงๆที่วันนี้โซจินมาตามหาเขาในวันนี้
“พี่มีเรื่องจะถามนายนิดหน่อย!”
 




“พี่โซจินมีเรื่องอะไรจะถามผมงั้นเหรอครับ”
จองชินถาม เมื่อเห็นโซจินเอาแต่นั่งมองหน้าเขามาเป็นสิบนาทีแล้ว!
“เธอนี่หน้าตาเหมือนจงฮยอนจังเนอะ เป็นพี่น้องแท้ๆกันเลยรึเปล่า”
จองชินมองหน้าโซจินแบบงง ทำไมจู่ๆถึงถามแบบนี้ละ
“ครับ เรียกได้ว่าคลานตามกันออกมาเลยล่ะ”
“งั้นนายก็ต้องรู้เรื่องของจงฮยอนดีเลยละสิ”
“กะ....ก็คิดว่ารู้นะครับ”
“อะไร! เป็นพี่น้องกันแท้ๆ ก็คิดว่ารู้เนี่ยนะ”
จองชินเกือบจะหงายหลังเพราะความตกใจเมื่อโซจินทุบโต๊ะตรงหน้าเขาเสียงดัง
“พี่สาวคนนี้น่ากลัวจริงๆเลยแฮะ มิน่าพี่จงฮยอนถึงโดนเล่นงานสะอ่วมทุกรอบ!”
จองชินคิดในใจอย่างหวาดๆ
“งั้นเขามาเรียนที่นี่ทำไมแถมย้ายเข้ามาหลังจากเปิดเทอมไปแล้วตั้งอาทิตย์หนึ่งอีกต่างหาก”
“พี่ค่ะทำไมจู่ก็ไปถามแบบนั้นละค่ะ”
มินอาที่นั่งฟังอยู่ถามออกมา ถึงจองชินจะสนิทกับเธอแต่ไปถามแบบนั้นมันก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาจะคิดว่าพี่สาวของเธอกำลังละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวอยู่
“อะไรๆยัยเด็กน้อย ฉันถามก็เพราะหมอนั่นมันอยู่ห้องเดียวกับฉันก็เลยสงสัยก็แค่นั้นเอง”
“พี่เขาได้ทุนนักกีฬายูโดจากปูซานครับก็เลยได้มาเรียนต่อที่โซล”
“งั้นหมอนั่นก็เป็นนักกีฬายูโดงั้นสิ!!”
“ครับพี่เขาไปซ้อมยูโดที่ชมรมทุกเย็นเลยละครับ”
โซจินหยิบสมุดบันทึกสีชมพูหวานแหววออกมาจากกระเป๋าก่อนจะเริ่มจดอะไรขยุกขยิกลงไปในนั้น
“พี่ค่ะ พี่จะสนใจอะไรเรื่องพี่ชายจองชินนักหนาเนี่ย”
มินอาเห็นท่าทางของพี่สาวแล้วก็อดถามไม่ได้
“ฉันไม่ได้สนใจอะไรสักหน่อยก็แค่อยากรู้”
“ไม่สนใจแต่ถึงกับจดไว้เลยเนี้ยนะพี่!”
“เอาเหอะน่าๆไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผลของฉันหรอก แต่จองชินนายนี่เป็นเด็กดีจริงๆเลยนะสมแล้วกับที่ฉันไว้วางใจให้ดูแลมินอา!”
โซจินพูดจบก็รีบร้อนวิ่งออกไป ปล่อยให้จองชินกับมินอานั่งมองหน้ากันอยู่ตรงนั้น....ไว้วางใจให้ดูแลงั้นเหรอ....
 
ซวบ ซวบ ซวบ....
เสียงพุ่มไม้หน้าชมรมยูโดกำลังสั่นไหวไปมา ไม่ใช่เพราะลมพัด ไม่ใช่ลูกหมาหรือลูกแมวที่หลงเข้าไปติดอยู่ในนั้นแต่สิ่งที่กำลังนั่งแอบอยู่ในพุ่มไม้คือหญิงสาวที่คิดว่ามันจะช่วยบังตัวเธอจากสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้อย่างมิดชิด ทั้งที่ความจริงแล้วมันทำให้คนที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมาหันมามองและคิดว่ายัยปร์าคโซจินคนนี้ต้องสติไม่ดีแน่ๆ!!!
“ทำไมไม่โผล่มาสักทีนะอีตานี่!”
โซจินบ่นพร้อมทั้งเกาไปตามตัว เธอทั้งคันทั้งร้อน! แถมยังซุ่มอยู่ตรงนี้นานจนเริ่มจะเมื่อยแล้วแต่จงฮยอนก็ยังไม่ยอมโผล่มาสักที ก็ไหนจองชินบอกว่าเขาจะมาซ้อมยูโดทุวันไงละคอยดูนะถ้าเธอยังไม่เห็นจงฮยอนโผล่มาสักทีละก็ เธอจะกลับไปเล่นงานเจ้าเด็กนั่นให้สาสมกับการที่เธอต้องมานั่งทนร้อนทนคันอยู่ที่นี่เป็นชั่วโมง!
“กรี๊ด!!”
“อ๊ายยย”
โซจินถึงกับสะดุ้งเฮือก เพราะในขณะที่เธอกำลังนั่งบ่นอุบอิบอยู่นั้นก็ดันมีเสียงกรีดร้องกรี๊ดกร๊าดของกลุ่มนักเรียนหญิงดังขึ้น
“อะไรกันไฟไหม้ที่ไหน! ก็อตซิลล่าบุกโลกหรือไงถึงได้กรี๊ดกันขนาดนั้น!”
“กรี๊ด!รุ่นพี่จงฮยอนมาแล้ว!”
เด็กปีหนึ่งคนหนึ่งส่งเสียงกรี๊ดก่อนที่เสียงกรีดร้องจะดังระงมขึ้นเมื่อชายหนุ่มผู้มีผิวขาวละเอียดและผมสีดำสนิทที่โซจินรู้จักเป็นอย่างดีจะเดินฝ่ากลุ่มผู้หญิงพวกนั้นออกมา อย่าบอกนะว่าเด็กนักเรียนหญิงพวกนี้มาออกันอยู่หน้าชมรมยูโดเพื่อ....รอลีจงฮยอน!!
“อ๊าย..พี่จงฮยอนค่ะวันนี้พี่หล่อมากเลยค่ะ”
“พี่ทำยังไงถึงได้ขาววิ๊งขนาดนี้ค่ะเนี่ย!”
“กรี๊ด!!@#$%^&*(&^%#$@”
เสียงคนหลายสิบคนพูดพร้อมๆกันจนฟังไม่เป็นภาษา ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะเดินแหวกกลุ่มนักเรียนหญิงคนอื่นมายืนตรงหน้าจงฮยอน ในมือของเธอมีกุหลาบสีแดงสดดอกหนึ่งอยู่
“พี่จงฮยอนค่ะฉันซอลลี่ปีหนึ่งห้องซีค่ะฉันแอบชอบพี่มานานแล้วเพราะงั้นช่วยรับดอกกุหลาบนี่หน่อยนะค่ะ!!”
เด็กสาวที่ชื่อซอลลี่ก้มหน้าก้มตาพูดอย่างมุ่งมั่นพร้อมกับยื่นดอกกุหลาบดอกนั้นให้จงฮยอน ท่าทางของเธอแสดงออกชัดเจนว่ากำลังเขินอาย แต่สิ่งที่จงฮยอนกำลังจะทำมันทำให้เธออายหนักกว่าเดิมร้อยเท่า!
“ขอโทษนะ...ฉันแพ้เกสรดอกไม้”
เขาปัดมือของซอลลี่ออกเบาๆก่อนจะทำหน้าเหยเกเหมือนกำลังจะจาม
“พะ...พี่ค่ะ”
ซอลลี่ถึงกับเรียบเรียงคำพูดออกมาไม่ถูก นี่เขาแพ้เกสรดอกไม้เหรอเธอเป็นแฟนคลับหมายเลขหนึ่งของเขาทำไมไม่รู้เนี่ย!!
“...”
“พี่ค่ะ..ฉันขอโทษฉ..ฉะ..ฉัน”
“ไม่เป็นไร...แค่พวกเธอกลับไปก็พอ”
“...”
“ฉันต้องซ้อมยูโดคงไม่มีสมาธิถ้าหน้าชมรมมีเสียงดังขนาดนี้...แล้วอีกอย่างนะ”
“...”
“ฉันรำคาญ!!”
จงฮยอนพูดจบก็หันหลังเดินเข้าชมรมไปโดยไม่หันกลับมามองซอลลี่และกลุ่มนักเรียนหญิงที่ยืนหน้าชาอยู่ด้านหลังเลยสักนิด
“หมอนี่คิดว่าตัวเองหล่อมากเลยรึไงถึงได้กล้าทำร้ายจิตใจเด็กผู้หญิงพวกนี้ขนาดนี้!!”
“พี่เขาคงรำคาญพวกเรามากเลยสินะ”
ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นแถมยังทำน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้อีกต่างหาก
“ก็พวกเราเสียงดังจริงๆนี่นา”
คราวนี้อีกคนในกลุ่มเป็นคนพูด
“งั้นต่อไปนี้เรามาตามพี่เขาแบบเงียบๆดีกว่านะทุกคนพี่เขาจะได้มีสมาธิซ้อมยูโด”
นักเรียนหญิงคนเดิมเป็นคนพูดก่อนที่เสียงโห่ร้องอย่างกับได้ถ้วยบอลโลกของพวกเธอจะดังขึ้น โซจินที่แอบมองเหตูการณ์มาตั้งแต่แรกถึงกับส่ายหัว
“ก็เห็นๆอยู่ว่าหมอนั่นมันตั้งใจเมินยังจะกรี๊ดมันอยู่อีกเนี่ยนะ เด็กพวกนี้ไม่รู้จักคนหน้าตาดีคนอื่นในโรงเรียนแล้วรึไงนะ!”
 




โซจินโผล่หน้าออกมาจากหลังบานประตูชมรมยูโดหลังจากเธอหาโอกาสมานานในที่สุดก็ย่องเข้ามาในชมรมนี้จนได้ หญิงสาวสอดส่องสายตาไปทั่วชมรมเพราะกลัวว่าจงฮยอนจะเห็นเธอเข้าโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าการที่ทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้ตัวเองเป็นจุดสังเกตเข้าไปใหญ่ เมื่อเห็นว่าทางสะดวกหญิงสาวจึงค่อยๆออกมาจากที่ซ่อนแต่เธอเกือบวิ่งกลับไปที่เดิมไม่ทันเมื่อจู่ๆจงฮยอนก็เดินออกมาจากห้องเล็กๆห้องนึ่งที่อยู่ห่างจากหญิงสาวไปไม่มาก ชายหนุ่มออกมาในชุดนักกีฬายูโดซึ่งมีเชือกสีดำคาดอยู่ที่เอวบ่งบอกให้รู้ถึงฝีมือที่มีอยู่ไม่น้อยของชายหนุ่ม จากจงฮยอนที่ดูหล่อเหลามากพออยู่แล้วในชุดเครื่องแบบนักเรียน เมื่อเขาใส่ชุดยูโดแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มดูเท่มากกว่าเดิมอีกเป็นสิบเท่า คอเสื้อยูโดรูปตัววีมันกว้างมากสะจนทำให้หญิงสาวมองเห็นแผงอกกว้างที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆอย่างนักกีฬาของชายหนุ่ม มันทำเอาโซจินถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัวก่อนที่เธอจะต้องตบหัวตัวเองแรงๆเพื่อไล่ความคิดบางอย่างที่ผุดขึ้นมาอยู่ในหัวออกไป
“นี่ฉันกำลังมองอะไรอยู่เนี่ย!”  
 
จงฮยอนที่ตอนนี้อยู่ในชุดนักกีฬายูโดเดินไปหยุดอยู่หน้ารุ่นพี่ร่างยักษ์ในชมรมคนหนึ่ง หลังจากที่โค้ชประจำทีมประกาศให้พวกเขาจับคู่ฝึกซ้อมกันเอง รุ่นพี่คนนั้นตัวใหญ่กว่าจงฮยอนหลายเท่าแถมยังมีกล้ามแขนขนาดใหญ่นั่นอีก! ถ้าเป็นคนปกติมักจะต้องหลีกเลี่ยงการจับคู่เพื่อฝึกซ้อมกับเขาแน่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ชายหนุ่มร่างยักษ์เหยียดยิ้มที่มุมปากให้กับจงฮยอนอย่างเย้ยหยันเขาคนนี้เป็นนักกีฬายูโดที่มีดีกรีเหรียญทองหลายรางวัล และยังครองตำแหน่งประธานชมรมอีกต่างหาก เขาคิดว่าเจ้าเด็กใหม่หน้าหล่อคนนี้กำลังคงกำลังคิดจะลองของกับเขาสินะ ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะจัดการให้รู้ซึ้งถึงผลของการมาลองดีกับรุ่นพี่อย่างเขา!
จงฮยอนโค้งให้คำนับให้กับชายหนุ่มตามธรรมเนียมด้วยใบหน้าเรียบเฉยอย่างไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวในฝีมือของรุ่นพี่ที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิด ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกว่าฝีมือของคนในชมรมตอนนี้มีเพียงรุ่นพี่คนนี้เท่านั้นที่น่าจะมีฝีมือพอ.....เป็นคู่ซ้อมให้เขาได้บ้าง หลังจากเสียงนกหวีดซึ่งเป็นสัญญาณให้เริ่มการต่อสู้ได้ดังขึ้น! ชายหนุ่มรุ่นพี่ก็พุ่งเข้าหาจงฮยอนเพื่อหวังจะยกเขาทุ่มลงพื้น แต่ชายหนุ่มกลับหลบได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ฝ่ามือตีลงที่คอของรุ่นพี่คนนั้น
“แก!!!”
เขาแยกเขี้ยวก่อนจะพุ่งเข้ามาหาจงฮยอน ในจังหวะนั้นจงฮยอนก็จัดการล็อคคอเขาก่อนจะยกร่างของรุ่นพี่ขึ้นจนตัวลอยและทุ่มเขาลงพื้นได้อย่างง่ายดาย โซจินที่นั่งมองอยู่ถึงกับอ้าปากค้างนี่มันยังไม่ทันถึงสามนาทีด้วยซ้ำ! แต่เขากลับจับรุ่นพี่ที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองลงพื้นได้อย่างง่ายดาย.....ไม่ใช่แค่โซจินเท่านั้นที่ตกใจแต่คนอื่นๆในชมรมต่างก็หยุดต่อสู้แล้วหันมามองจงฮยอนเป็นตาเดียว หญิงสาวล้วงสมุดบันทึกสีหวานจากในกระเป๋าออกมาก่อนจะจดอะไรบางอย่างเพิ่มลงไปในนั้นอีก มันคือสิ่งต่างๆเกี่ยวกับลีจงฮยอนที่โซจินคิดว่ามันน่าสนใจ เธอค่อยๆอ่านทวนมันในใจ...
“ หล่อลากดิน,หน้านิ่งจนทำให้คนใจสั่น,มีสาวตามกรี๊ดเขาจนดังลั่น,ในเวลาอันสั้นเขาสามารถทุ่มผู้ชายตัวใหญ่อย่างกับช้างน้ำได้!!!”
โซจินชักไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่แล้วละว่าเธอกำลังตามสืบเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งหรือยอดมนุษย์อยู่กันแน่!!!

*******************************************
อ๊า......วันนี้วันหยุดราชการวันเข้าพรรษาค่ะเพราะฉะนั้นวันศุกร์นี้เราจึงมาอัพให้กันแต่เช้า5555+
อ่านแล้วก็อย่าลืมไปเข้าวัดทำบุญกันนะค่ะ
ตอนนี้เราว่ามันค่อนข้างจะยาวกว่าตอนที่ผ่านๆมานะและตอนต่อๆไปก็จะยาวประมาณนี้แหละ
เนือ้เรื่องกำลังจะเข้มข้นขึ้นแล้วเพราะงั้นอย่าลืมติดตามอ่านตอนต่อไปกันนะค่ะ^_^

ปล.คอมเม้น คอมเม้น คอมเม้น!!!! เราละห่อเหี่ยวเซ็งจิตทุกครั้งเลยที่เข้ามาแล้วพบว่า....คอมเม้นไม่ขึ้น!!
ที่หนักว่านั้นคือวิวก็ไม่ขึ้นเหมือนกัน5555+ ชีวิตมันขมขื่นเพราะงั้นอย่าลืมคอมเม้นกันนะอย่างน้อยก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์^_^
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

296 ความคิดเห็น

  1. #270 jyh (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 22:03
    จองชินกะมินอาน่ารักจัง

    บอกรักไปเลยชินพี่เชียร์อยู่555

    โซจินนี่ก็ฮาไปเนอะ

    ตามติดชีวิตจงฮยอนนน

    #270
    0
  2. #102 KyuhyunWife (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2554 / 00:18
    ชอบตรง หน้านิ่งจนทำให้คนใจสั่นอ่ะ
    #102
    0
  3. #101 N++ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 / 19:56
    หน้านิ่งทำให้ใจสั่น แอร๊ย!!!! เขิน
    #101
    0
  4. #100 bbpond (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2554 / 22:49

    ขำตรงที่นางเอกโซจินจดบันทึกเกี่ยวกับจงฮยอนอะ เหมือนเป็นสโลแกน หรือคำขวัญเลย ^ ^
    ปล. ไรเตอร์อย่าเพิ่งท้อแท้ใจนะ เราจะคอยเป็นกำลังใจให้ สู้ๆ ^ O ^

    #100
    0
  5. #99 Lalla (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2554 / 22:08
    อยากให้ถึงศุกร์หน้าเร็วๆจัง

    เพิ่มเป็นอัพสัปดาห์ละ 2 วัน ไม่ได้หรอคะไรท์เตอร์

    พลีซซซซ !!~~~
    #99
    0
  6. #98 นัม ชอนซา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2554 / 09:53
    อ่า...โซจินโหด 5555+
    ไรเตอร์สู้ๆนะค่ะ แต่ตอนนี้เจสสิก้าไม่ออกมาเลยอะ เซ็งชอบแบบหลอนๆ555+
    มาอัพตอนต่อไปไวๆนะ^_^
    #98
    0
  7. #97 NaM_SouhE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2554 / 19:57
    แอบหนีเที่ยวเลยไม่ได้เข้าไปอ่าน เพิ่งกลับก็เลยจัดซะหน่อย เอามาลงเยอะๆอยากบอกว่าชอบมากๆๆ
    #97
    0
  8. #96 นัท (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2554 / 17:04
    บ๊ะ ชอบ ตรง หล่อลากดิน อ๊ะ

    โคดฮา
    #96
    0