[fic] Jonghyun Cnblue x SojinGirl's day DetectiveHighSchool

ตอนที่ 25 : ตอนที่24 บทสรุปของความลับ(End)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 755
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ต.ค. 54

 
24
บทสรุปของความลับ(End)
เจสสิก้าเดินออกมาจากผับหลังจากงานเลี้ยงวันเกิดของเธอจบลง ขามาเธอมากับฮโยฮยอนแต่ยัยนั่นดันเมาหลับคาผับดังนั้นหญิงสาวจึงต้องกลับเองคนเดียว สองข้างทางที่เดินผ่านเงียบสงัดไร้ซึ่งผู้คน เจสสิก้าก้าวเท้าไปตามทางเดินอย่างยากเย็นเพราะอากาศที่หนาวจัดในยามค่ำคืนมันทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนขาของตัวเองกำลังจะกลายเป็นน้ำแข็งยังไงยังงั้น
“เจสสิก้า!!”
เสียงเรียกของใครบางคนทำให้เจสสิก้าสะดุ้งสุดตัวเพราะความตกใจ  บรรยากาศที่วังเวงชวนขนลุกและเสียงที่ก้องกังวาลเพราะทางเดินที่ว่างเปล่ามันทำให้เธอเกือบจะกรี๊ดออกมาอยู่แล้ว
“อาจารย์ชีวอน”
เธอยิ้มออกมาทันทีเมื่อหันไปพบว่าคนที่อยู่ด้านหลังเป็นใคร
“ตกใจมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ก็เล่นโผล่มาเงียบๆนิค่ะ บรรยากาศมันยิ่งน่ากลัวๆอยู่ด้วย”
ชีวอนหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าเจสสิก้าหันไปมองรอบๆตัวอย่างหวาดระแวง
“กลับบ้านด้วยกันไหมผมเอารถมานะ”
“อ้าวแล้วไม่อยู่ร่วมงานเลี้ยงแล้วเหรอค่ะ เพื่อนๆกลับกันหมดแล้วเหรอ?”
“นี่มันงานวันเกิดเธอนะเจสสิก้าถ้าเธอจะกลับบ้านงานเลี้ยงก็ถือว่าเป็นอันเลิกแล้วใครเขาจะอยู่ในงานต่อละ กลับกับผมเหอะเป็นผู้หญิงเดินคนเดียวในที่เปลี่ยวๆแบบนี้นะมันไม่ดีหรอกนะ...........อันตราย”
ชีวอนพูดก่อนจะผายมือไปที่รถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่ด้านหลัง เจสสิก้ายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินไปขึ้นรถคันนั้นโดยที่เธอไม่รู้เลยว่ากำลังพาตัวเองเดินไปหาจุดจบอันน่าเศร้า
 
 





“โอ๊ย…..”
โซจินลืมตาขึ้นมาเพราะแสงแดดที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้แสบตา ความรู้สึกมึนและเจ็บแปลบที่หัวเล่นงานเธอทันทีที่รู้สึกตัวเธอพบว่าแขนและขาของตัวเองถูกมัดเอาไว้อย่างแน่นหนาจนแทบจะขยับตัวไม่ได้ ก่อนจะต้องพบกับความตกใจสุดขีดเมื่อภาพแรกที่เธอเห็นคือเงาสะท้อนของกระจกที่มันกำลังบอกว่ามีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากหัวของเธอเป็นทางยาว
“ฟื้นแล้วเหรอ”
เสียงนุ่มที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยันและดูถูกดังมาจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง เขาลุกจากเก้าอี้เก่าคร่ำครึก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโซจินพร้อมกับมีดปลายแหลมที่กำไว้แน่นในมือ ห่อผ้าสีดำสนิทของมันถูกถอดออกเผยให้เห็นปลายมีดสีเงินวาววับคมกริบที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียวไส้
“อาจารย์ชีวอน!! อาจารย์พาฉันมาที่ไหน”
“ไม่เห็นต้องถามนิปาร์คโซจิน.......”
เขาลากเสียงยาวอย่างยั่วโมโห โซจินมองไปรอบๆตัวก่อนจะต้องพึมพำออกมาเบาๆ
“ห้องชีวะ!”
“ฉลาดไม่เบานิ สมแล้วที่สืบจนรู้ว่าใครเป็นฆ่าตกร”
เขาพูดก่อนจะหันมายิ้มอย่างอบอุ่นให้เธอ แต่ตอนนี้รอยยิ้มนั้นมันกลับทำให้โซจินรู้สึกสะอิดสะเอียนทันทีที่เห็นมันหญิงสาวรู้สึกเหมือนอยากจะอ้วกกับความเสแสร้งของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“อาจารย์ฆ่ารุ่นพี่เจสสิก้า! อาจารย์ทำแบบนั้นทำไมค่ะ”
“มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ก็ยัยนั่นอยากรู้มากเองทำไม จะว่าไปมันก็ไม่ต่างอะไรกับเธอตอนนี้เท่าไหร่หรอก....รู้มากเกินไปก็ต้องถูกจัดการซะ........”
ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปาก คำพูดที่ออกมามันฟังดูไร้เยื่อใยกับรุ่นพี่ผู้ล่วงลับโดยสิ้นเชิง ทั้งๆที่พวกเขาเคยรักกันมาก่อนแท้ๆ
“คุณหมายความว่ายังไง”
“ฉันไม่จำเป็นจะต้องบอกคนใกล้จะตายอย่างเธอ!”
“...”
“ถ้าอยากรู้นักก็ไปถามยัยเจสสิก้าเอาเองในนรกก็แล้วกัน”
..........................ความตายมันคงกำลังคืบคลานมาหาเธอแล้วซินะ
 





ปัง! ประตูห้องพักผู้ป่วยถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนทำให้มันไปกระแทกเข้ากับผนังด้านหลัง เกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วทางเดินแคบๆของโรงพยาบาล
“นี่พี่กำลังจะไปไหนนะ!”
จองชินที่วิ่งเข้ามาล็อคแขนพี่ชายของตัวเองเอาไว้ทันเวลาพอดีก่อนที่เขาจะพุ่งออกไปจากห้องพูด
“ฉันจะไปช่วยโซจิน!”
“แผลพี่มันยังไม่หายดีเลยนะ ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมา...........”
“แผลแค่นี้มันไม่ทำให้ฉันตายหรอกจองชิน....แต่ถ้าเกิดยัยนั่นเป็นอะไรขึ้นมานั่นต่างหากที่จะทำให้ฉันอยู่ต่อไปไม่ได้”
จงฮยอนพูดพร้อมกับแววตาเศร้าที่ฉายขึ้นมาบนดวงตาของเขาแวบหนึ่ง มือทั้งสองข้างของจองชินยอมปล่อยแขนของจงฮยอนแต่โดยดี.......สิ่งที่พี่ชายของเขาพูดมันเป็นความจริง จงฮยอนต้องอยู่ต่อไปไม่ได้แน่ๆถ้าหากขาดผู้หญิงคนนี้ไป
“โทรแจ้งตำรวจซะด้วยละ”
จงฮยอนหันกลับไปตะโกนบอกน้องชายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะให้แรงทั้งหมดที่มีของคนป่วยที่พึ่งออกจากโรงพยาบาลวิ่งตรงไปยังทางออก ถ้าเอาแต่รอหวังพึ่งตำรวจอย่างเดียวทุกอย่างอาจจะสายเกินไป......ถึงตอนนั้นเขาอาจจะต้องเสียโซจินไปแล้วก็ได้
“ใครหน้าไหนมันก็ห้ามเอาเธอไปจากฉันทั้งนั้น.....ไม่มีทาง!”
 
 




มีดปลายแหลมสีเงินวาววับถูกจ่อมาที่คอของโซจิน หญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เริ่มติดขัดเพราะความกลัวของตัวเอง ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้ายิ่งเขาได้เห็นริ้วรอยแห่งความหวาดกลัวบนใบหน้าของเธอมากเท่าไหร่ รอยยิ้มน่ารังเกียจก็ยิ่งปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลามากขึ้นเท่านั้น ในวินาทีนี้ภาพของชายหนุ่มผู้แสนดีของชีวอนมันละลายหายไปจนหมด
“กลัวงั้นเหรอ....”
“...”
“เธอจะมาโทษฉันไม่ได้หรอกนะ คงต้องโทษตัวเองที่สอดรู้สอดเห็นไม่เข้าเรื่อง!”
ทันทีที่ชีวอนพูดจบประโยค โซจินก็รู้สึกราวกับมีใครเอาของหนักๆมาฟาดลงบนหัวของเธออีกรอบภาพรอบๆตัวค่อยๆพร่าเลือนกลายเป็นแสงสว่างสีขาว ปลายมีดที่กำลังพุ่งตรงมาทางเธอและชีวอนที่ยืนอยู่ตรงหน้าจางหายไปช้าๆราวกับฝุ่นผงที่แตกสลายไปในอากาศ ก่อนที่หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวยาวกรอมเท้าจะปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแสงสว่างพวกนั้นผมสีบอล์นรอนสวยกำลังพริ้วไสวไปมาในอากาศ รอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยแต่ก็กลับดูอบอุ่นด้วยในเวลาเดียวกันปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้น......
“ขอโทษนะที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องราววุ่นวายมากมาย....”
“รุ่นพี่เจสสิก้า”
โซจินร้องออกมาก่อนที่ภาพบางอย่างจะแวบเข้ามาในหัวของหญิงสาว.......ภาพในคืนนั้น คืนที่เธอเฝ้าหาคำตอบของสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจสสิก้า
 





 
18 เมษายน
“คุณหมายความว่ายังไงค่ะ........เอาเด็กออกงั้นเหรอ!!”
เจสสิก้าตะคอก แอเย็นฉ่ำในรถสปอร์ตคันหรูมันไม่ได้ทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของหญิงสาวเย็นตามไปด้วยเลยซักนิด เธอตัดสินใจบอกเรื่องที่ตัวเองกำลังท้องให้ชีวอนรู้และหวังว่าผู้ชายแสนดีอย่างเขาจะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ชายหนุ่มพึ่งบอกกับเธอมันกลับทำให้ใบหน้าของเจสสิก้ารู้สึกชาไปหมด.........เขาพึ่งบอกให้เธอไปทำแท้ง....จะให้ฆ่าลูกของเธอกับเขาทิ้งงั้นเหรอ!
“ทำไมค่ะ! ทั้งที่เด็กคนนี้เป็นลูกของเรา เขาเป็นลูกของเรานะค่ะชีวอน.......”
“ผมยังไม่พร้อม....”
“ยังไม่พร้อมหรือเพราะเด็กปีสองที่ชื่ออึนจองนั่นกันแน่”
ชีวอนหันกลับมามองใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของเจสสิก้าอย่างแปลกใจ
“นี่คุณรู้.......”
“คุณคิดว่าฉันโง่มากนักรึไง! ทำไมค่ะตกใจมากเหรอที่ฉันรู้ทันความหลายใจไม่รู้จักพอของคุณ!”
เอี๊ยด!! เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนคอนกรีตดังสนั่น เจสสิก้าหันไปมองรอบๆตัวอย่างแปลกใจทำไม่จู่ๆเขาก็หยุดรถทั้งๆที่มันยังไม่ถึงบ้านของเธอ ภาพของอาคารเรียนและสนามกีฬากว้างใหญ่มันทำให้เธอจำได้ทันทีว่าที่นี่คือโรงเรียนมัธยมปลายคยองซานแม้ว่าเวลากลางคืนที่มืดสนิทจะทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดนักก็ตาม
“คุณพาฉันมาที่โรงเรียนทำไม!”
“คุณต้องสงบสติอารมณ์เจสสิก้า คุณอารมณ์เย็นลงกว่านี้เมื่อไหร่แล้วเราค่อยมาคุยกัน”
ชีวอนพูดด้วยความใจเย็นก่อนจะเปิดประตูแล้วลงไปจากรถ
“เขาบอกให้ฉันใจเย็นงั้นเหรอ! ทั้งๆที่เขากำลังจะไม่รับผิดชอบลูกในท้องของฉันเนี่ยนะ!”
เจสสิก้าคิดอย่างหัวเสียพร้อมกับฟาดฝ่ามือเรียวบางไปทั่วเพื่อหวังจะระบายอารมณ์ที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา แต่แล้วบางอย่างก็เกิดขึ้นเมื่อเธอฟาดฝ่ามือไปโดนลิ้นชักเก็บของตรงหน้าจนทำให้มันเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ เอกสารมากมายร่วงลงมาจากในนั้นหญิงสาวหันไปมองรอบๆก่อนจะพบว่าชีวอนหายไปแล้ว เธอเก็บเอกสารพวกนั้นขึ้นมาอย่างลวกๆแต่ในขณะที่กำลังจะยัดมันกลับเข้าไปที่เดิมดวงตากลมโตกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในกระดาษแผ่นหนึ่งเข้า
“บัญชีรายรับรายจ่ายโรงเรียนมัธยมปลายคยองซาน”
เจสสิก้าอ่านข้อความที่ถูกพิมพ์ด้วยตัวหนาสีแดงเข้มบนหัวกระดาษออกมาเบาๆ นอกจากชีวอนจะเป็นอาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์แล้วเขายังเป็นเข้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของโรงเรียนอีกด้วยมันจึงไม่แปลกอะไรถ้าเขาจะมีบัญชีรายรับรายจ่ายของโรงเรียนอยู่ในครอบครอง แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวตกใจคือข้อมูลที่เขียนอยู่ในนั้นต่างหาก.....เงินจำนวนมากมายมหาศาลที่น่าจะอยู่ในบัญชีส่วนกลางของโรงเรียนถูกชีวอนโอนเข้ามาในบัญชีของตัวเองอย่างต่อเนื่อง...........นี่เขาทำอะไรลงไป!
“นั่นคุณกำลังทำอะไรนะเจสสิก้า.....”
เสียงเยียบเย็นที่จู่ๆก็ดังขึ้นข้างๆตัวมันทำให้หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเพราะความตกใจ ก่อนจะหันไปพบว่าคนที่เปิดประตูรถออกและกำลังยืนมองเธออยู่คือใคร........
“ชะ......ชีวอน”
“ผมถามว่าคุณกำลังทำอะไร.......”
ชีวอนถามเสียงเรียบแต่มันกลับทำให้เจสสิก้าใจเต้นแรงเพราะความกลัว ชายหนุ่มหนุ่มยืนขวางเธอเอาไว้ทำให้เธออกไปจากรถไม่ได้
“คุณยักยอกเงินโรงเรียน!!”
เจสสิก้าตะโกนใส่หน้าเขา
“แล้วไงละ......หรือคุณคิดว่าเงินเดือนราชการครูอย่างผมจะมีปัญญาซื้อรถแพงๆเช่าอพาร์ทเม้นท์หรูๆอยู่งั้นเหรอ”
ชีวอนพูด ดูเหมือนเขาจะไม่รู้สึกสะทบสะท้านกับความผิดที่ทำลงไปเลยซักนิด
“เหอะ! แค่คุณทำฉันท้องแล้วไม่รับผิดชอบฉันก็คิดว่าคุณนะเลวมากพอแล้วนะ.....แต่นี่คุณกลับเลวกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ซะอีก!!”
เจสสิก้าตะวาดอย่างเหลืออดก่อนจะออกแรงผลักชีวอนไปให้พ้นทางแล้วก้าวลงมาจากรถคันนั้น
“เดี๋ยว.......ในเมื่อคุณรู้ความลับของผมแล้วผมคงปล่อยให้คุณกลับไปเฉยๆไม่ได้หรอกนะ”
ฝ่ามือแข็งแกร่งเอื้อมมาคว้าข้อมือของเจสสิก้าเอาไว้ก่อนจะออกแรงบีบมันจนทำให้เธอเจ็บ
“ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยนะค่ะอาจารย์ชีวอน คุณไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปซักนิดเลยงั้นเหรอ”
“ทำไมจะต้องรู้สึกผิดด้วยละ ก็ในเมื่อเงินในบัญชีกลางของโรงเรียนมีออกตั้งมากมายเอาออกมาช่วยใช้นิดหน่อยมันจะเป็นอะไรไป!”
“คุณนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ!!”
หญิงสาวพูดก่อนจะกระทืบเท้าของชายหนุ่มไปสุดแรงเกิด ชีวอนร้องออกมาเพราะความเจ็บปวดพร้อมกับรีบก้มลงไปมองเท้าของตัวเอง เจสสิก้ารีบอาศัยจังหวะนั้นสลัดข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขา และวิ่งหนีแต่เธอก้าวต่อไปได้ไม่กี่ก้าวเส้นผมสีบอล์นยาวสลวยกลับถูกฉุดกระชากเอาไว้
“เธอนี่มันฤทธิ์เยอะเหลือเกินนะเจสสิก้า!”
ชีวอนตะคอก เขารู้จักเจสสิก้าดีเธอรักความถูกต้องมาก มากซะจนทำให้เขาไม่มั่นใจว่าความลับของเขามันจะยังคงเป็นความลับต่อไป..........หากว่ายังปล่อยเจสสิก้าเอาไว้
“ปล่อยฉันนะ! เอามือโสโครกของคุณออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้!!”
เพราะแรงฮึดที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนมันทำให้เจสสิก้าผลักชีวอนจนเซล้มลงไป สองเท้าค่อยๆพาร่างบอบบางวิ่งหนีเอาตัวรอดอย่างอับจนหนทาง มารู้ตัวอีกทีเธอก็กำลังวิ่งอยู่บนทางเดินแคบๆของอาคารวิทยาศาสตร์ท่ามกลางความมืดและอากาศที่หนาวเหน็บในยามค่ำคืน หญิงสาวหอบหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนขาของเธอมันล้าเกินกว่าจะวิ่งต่อไปได้อีกแล้ว..............
 ตึก......ตึก........ตึก เสียงฝีเท้าที่ดังไล่หลังมาท่ามกลางความมืดมันทำให้เจสสิก้าสะดุ้งจนสุดตัว.......เธอจะทำยังไงดี......ต่อให้จะอยากหนีไปให้พ้นๆมากแค่ไหนแต่ร่างกายของเธอก็มีขีดจำกัด ร่างของเจสสิก้าค่อยๆร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ......เธอมาได้แค่นี้เองงั้นเหรอ......
“เธอหนีฉันไม่พ้นแล้วละ......เจสสิก้า”
 







ผลัก! ร่างกายบอบบางถูกโยนเข้ามาในห้องมืดๆอย่างไม่ปราณีผิวหนังที่เสียดสีกับพื้นมันทำให้เจสสิก้าเจ็บไปหมดทั้งตัว หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะหันไปมองสภาพแวดล้อมรอบๆตัว อุปกรณ์การเรียนเก่าๆและฝุ่นที่จับตัวกันหนาเตอะทำให้เดาได้ไม่ยากว่าที่นี่คือที่ไหน ห้องๆเดียวในอาคารวิทยาศาสตร์ที่ถูกปิดตายมาหลายปี ห้องชีวะวิทยา..........................
“บางทีเจสสิก้า.......ถ้าคนที่รู้ความลับของผมมันไม่ใช่คุณ เรื่องทุกอย่างมันก็คงไม่ต้องลงเอยแบบนี้........”
“...”
“คุณกลัวมั้ย”
เสียงของชีวอนดังมาจากด้านหลังของหญิงสาว เขากำลังจะทำอะไรเธอกันแน่ สองมือของเจสสิก้าล้วงเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา.......ต่อให้อะไรจะเกิดขึ้นยังไงซะเธอก็ต้องบอกให้คนอื่นรู้ให้ได้ว่าชีวอนไม่ใช่เทพบุตรผู้แสนดีเหมือนที่ทุกคนคิดเรื่องชั่วๆที่เขาทำไว้จะต้องถูกเปิดเผย .............แต่จะโทรไปหาใครได้ในเวลาแบบนี้
“อย่ากลัวไปเลยนะ......เจ็บแค่แป็บเดียวเดี๋ยวก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว”
น้ำเสียงนุ่มอบอุ่นแต่ทว่าความหมายของคำพูดนั้นมันกลับโหดเหี้ยมดังขึ้นที่ข้างๆหูของเจสสิก้า......
ฉึก!
“กรี๊ด!!”
ความรู้สึกเย็นวาบของโลหะแตะเข้าที่กลางหลังก่อนทีมันจะแทงลึกเข้าไปที่แผ่นหลังขาวเนียน เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากตัวของหญิงสาวไม่หยุด เธอกรีดร้องออกมาเพราะความเจ็บปวดก่อนที่ร่างทั้งร่างจะล้มลงไปกองกับพื้น ลมหายใจที่ออกมาจากจมูกเริ่มแผ่วเบาลงทุกขณะ.......ปลายนิ้วเรียวค่อยๆแตะพิมพ์ตัวอักษรสองตัวลงในโทรศัพท์อย่างเชื่อช้าพร้อมกับความคิดสุดท้ายที่แวบเข้ามาในหัว
“ได้โปรดอย่ามีใครโชคร้ายอย่างฉันอีกเลย.....ถ้าสวรรค์ยังมีตาได้โปรดให้คนที่ทำแบบนี้ได้ชดใช้กับสิ่งที่เขาทำเอาไว้ด้วยเถิด......ได้โปรด”
ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของหญิงสาวค่อยๆหมดลงพร้อมกับโทรศัพท์สีขาวสะอาดตาที่หลุดออกมาจากมือ......หลักฐานชิ้นเดียวที่เธอหวังให้มีใครซักคนใช้มันลากคนที่ทำผิดมารับกรรม......แค่รอให้ใครซักคนมาเจอมันก็เท่านั้น......ก็แค่รอ
 





 
“ฮึก......”
โซจินสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากภวังค์ เรื่องราวทั้งหมดถูกคลี่คลายออกหมดแล้ว ทั้งสาเหตุการตายของเจสสิก้าและตัวฆ่าตกร แต่สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตรงหน้านี่ละ! เธอกำลังจะตายแล้วชีวอนจะถูกลงโทษได้ยังไงในเมื่อเธอที่รู้ความจริงทั้งหมดกำลังจะตายอยู่ตรงนี้! มีดปลายแหลมพุ่งตรงเข้ามาหาโซจิน หญิงสาวจำได้ทันทีว่ามันคือมีดเล่มเดียวกันกับที่ใช้ฆ่าเจสสิก้า เธอหลับตาลงเพราะรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคืออะไร........เธอกำลังจะตาย
ปัง!!! ประตูห้องชีวะวิทยาถูกถีบเปิดออกจนเกิดเสียงดังสนั่น มีดที่กำลังจะแทงโซจินหยุดอยู่กลางอากาศเพราะความตกใจของชีวอนก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองและพบว่าต้นเสียงมาจากชายหนุ่มผิวขาวผมสีดำสนิทที่กำลังหอบหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
“ทันเวลาพอดีซินะ”
เขายิ้มออกมาทันทีที่เห็นว่าโซจินยังคงปลอดภัยดีอยู่.........ถึงมันจะเกือบไม่ใช่แบบนั้นแล้วก็เถอะนะ
“แก!”
ชีวอนพูดเสียงรอดไรฟันอย่างโกรธเกี้ยว
“อะไรกันอาจารย์ถือมีดชี้มาทางนักเรียนมันไม่ดีหรอกนะ”
“เหอะ! ตัวสอดรู้สอดเห็นเพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว!!”
ชีวอนพูดก่อนจะพุ่งเข้าไปหาจงฮยอน โซจินเกือบจะกรีดร้องออกมาเพราะมีดปลายแหลมที่เกือบจะแทงเข้าไปในตัวของชายหนุ่ม แต่จงฮยอนก็หลบมันได้ทันก่อนจะอัดชีวอนด้วยหมัดหนักๆจนทำให้เขาทรุดลงไปกองกับพื้น ปลายเท้าหนาจัดการเตะเสยคางชีวอนไปอีกรอบอย่างของขึ้น
“นี่สำหรับที่แกจะฆ่าแฟนฉัน!”
จงฮยอนตะวาดก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาโซจิน และพยายามแกะเชือกที่แขนของหญิงสาวออก
“เธอเป็นอะไรรึเปล่า”
โซจินส่ายหน้าช้าๆเป็นคำตอบ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะต้องเบิกกว้างเพราะความตกใจ ภาพที่เธอเห็นตรงหน้าคือชีวอนที่ยันตัวลุกขึ้นมาจากพื้นและกำลังถือมีดปลายแหลมเดินตรงมาทางจงฮยอนด้วยใบหน้าโกรธแค้น..........
“จงฮยอนระวัง!!”
หญิงสาวกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง ในวินาทีที่ชีวอนกำลังเงื้อมีดคมกริบขึ้นในอากาศจงฮยอนหันกลับไปมองด้านหลังของตัวเองและพบว่าปลายมีดอยู่ห่างจากตัวเขาไม่ถึงคืบ.........เขาหลบไม่ทันแล้ว
ฉึก!! เสียงของเนื้อหนังที่ถูกแทงจนทะลุดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องเรียนรกร้าง  กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปในอากาศ ของเหลวสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากร่างหนาราวกับสายน้ำที่กำลังไหลอย่างบ้าคลั่ง..........แต่จงฮยอนยังปลอดภัย
“จงฮยอน”
โซจินเรียกออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆเปิดเปลือกตาที่ปิดเข้าหากันสนิทเพราะความตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ จงฮยอนกำลังโอบกอดเธอเอาไว้อย่างปกป้องและตอนนี้เขาก็ยังคงปลอดภัยดี เขาไม่มีแม้แต่รอยแผลซักที่ ตอนแรกหญิงสาวคิดว่าเรื่องที่มีคนโดนแทงเป็นสิ่งที่เธอคิดไปเองเพราะความฟุ้งซ่าน แต่กลิ่นคาวเลือดที่ยังคงติดจมูกมันกลับกำลังยืนยันว่าเหตุการณ์เมื่อครู่มันเกิดขึ้นจริงๆ จงฮยอนค่อยๆคลายอ้อมกอดของตัวเองออกทำให้โซจินสามารถมองเห็นภาพตรงหน้าได้อย่างชัดเจน........
                ชีวอนกำลังยืนเบิกตากว้างอยู่กลางห้อง เลือดสีแดงสดไหลนองอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบชายหนุ่มค่อยๆก้มลงมองบาดแผลกว้างที่หน้าท้องตัวเองด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ใบหน้าที่ขาวซีดอยู่แล้วเพราะการเสียเลือดจะต้องซีดหนักกว่าเก่าเมื่อพบว่าสิ่งที่แทงทะลุตัวเขาจากแผ่นหลังจนถึงหน้าท้องไม่ใช่วัตถุมีคมเหมือนมีดที่เขากำลังกำมันไว้ในมือหากแต่มันกลับเป็น.........ฝ่ามือเรียวบางที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด
ฉึก! เสียงของวัตถุที่ทะลุผ่านเนื้อดังขึ้นอีกรอบเมื่อมือขาวถูกดึงออกจากร่างของชีวอน ชายหนุ่มทรุดลงไปนอนจมกองเลือดของตัวเองพร้อมกับลมหายใจที่รวยรินลงทุกทีๆ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเพราะความตกใจอีกครั้งเมื่อพบว่าเหนือร่างของเขามีหญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่ ผมสีบอล์นของเธอมันทำให้เขาจำได้ทันที......
“ฉันมาเอาชีวิตของฉันคืน!!”
ริมฝีปากบางไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย แต่เสียงหวานดุดันกลับกำลังก้องอยู่ในหัวของชีวอน ร่างบางค่อยๆสลายหายไปราวกับฝุ่นผงที่แตกตัวเป็นละอองในอากาศ.........เธอไม่อาจเอาชีวิตที่ถูกพรากไปกลับคืนมาได้อีกแล้วแต่สิ่งที่เธอต้องการจริงๆคือชีวิตของคนที่ฆ่าเธอต่างหาก........หนึ่งชีวิตที่สูญเสียไปมันก็ต้องชดใช้ด้วยหนึ่งชีวิตของเขา!
“เจส......เจสสิก้า!!”
ริมฝีปากหนาเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาด้วยความตื่นกลัว ก่อนที่ร่างของเขาจะกระตุกช้าๆและแน่นิ่งไปในที่สุด..............เจสสิก้าได้สิ่งที่เธอต้องการไปแล้ว
 
 
 
บทส่งท้าย
                หลังจากนั้นราวหนึ่งชั่วโมงตำรวจได้มาทำคดีที่โรงเรียนมัธยมปลายคยองซานตลอดทั้งวันนั้นเป็นอันว่าการเรียนการสอนทั้งหมดถูกยกเลิก นักเรียนทุกคนถูกสั่งให้กลับบ้านโดยทราบเพียงแค่ว่าเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นที่อาคารวิทยาศาสตร์.......มีเพียงไม่กี่คนที่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการปิดการเรียนการสอนอย่างกระทันหันในวันนั้น
                หลักฐานที่พบในห้องชีวะวิทยามีแค่มีดปลายแหลมที่มีเพียงลายนิ้วมือของชีวอน และจากคำให้การที่ผสมทั้งเรื่องจริงและเรื่องโกหกให้ดูน่าเชื่อถือที่สุดสำหรับคนทั่วไปของจงฮยอนและโซจินทำให้ตำรวจสรุปว่าชีวอนฆ่าตัวตายเพราะทนความกดดันที่มีคนรู้เรื่องที่เขาเป็นฆ่าตกรฆ่าเจสสิก้าไม่ได้ จึงเท่ากับว่าคดีการตายปริศนาของเจสสิก้ารุ่นพี่ดาวโรงเรียนที่ต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าก็ปิดลงในที่สุด...........
3 เดือนต่อมา
ภาพของครอบครัวอบอุ่น พ่อ แม่ ลูก ที่กำลังจูงมือกันเดินอยู่บนฟุตบาทข้างทางมันทำให้อึนจองที่กำลังยืนมองอยู่เผลอเอามือลูบหน้าท้องราบเรียบของตัวเองโดยอัตโนมัติ เมื่อสามเดือนก่อนในนี้เคยมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเธออยู่  ถ้าเขาได้ลืมตาออกมาดูโลกก็คงจะน่ารักเหมือนกับเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าคนนี้....แต่ตอนนี้ลูกของเธอไม่อยู่อีกแล้ว..........แถมที่แย่กว่านั้นเขายังจากไปด้วยฝีมือของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของตัวเองอีกต่างหาก ภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในหัวของหญิงสาว เธอจำได้ว่าตัวเองบอกกับชีวอนว่ากำลังท้องและต้องการให้เขารับผิดชอบเด็กคนนี้ แต่นอกจากเขาจะไม่ยอมรับแล้วยังผลักเธอจนตกบันได.....ทำให้เด็กที่น่าจะเกิดมาเป็นลูกของเธอต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ.................
“บางที.......ที่หนูไม่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่อาจจะดีแล้วก็ได้”
อึนจองพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกมาจากตรงนั้นแต่เพราะกำลังเหม่อลอยเลยไม่ทันระวังทำให้เธอชนเข้ากับใครบางคนเข้า ร่างหนาสูงใหญ่ของคนตรงหน้ามันเกือบทำให้หญิงสาวเซล้มลงไปกองกับพื้นถ้าเขาไม่เข้ามาประคองเอาไว้ซะก่อน
“อึนจอง!เป็นอะไรมากรึเปล่า”
เขาคนนั้นถามออกมาด้วยความเป็นห่วง มันทำให้อึนจองต้องมองเขาด้วยความแปลกใจ.......นี่เขารู้จักเธอด้วยงั้นเหรอ
“เอ่อ......ฉันไม่เป็นไรขอบคุณนะค่ะ”
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วขอโทษด้วยนะที่ทำให้เธอเกือบล้ม”
“ไม่หรอกค่ะฉันเดินไม่ระวังเอง.........แต่เมื่อกี้คุณเรียกชื่อของฉันด้วย ขอโทษนะค่ะที่ต้องถามแบบนี้แต่เรารู้จักกันด้วยเหรอค่ะ”
ผู้ชายคนนั้นเงียบไปนานจนอึนจองนึกว่าเขายืนหลับทั้งๆที่ยังลืมตาอยู่ไปแล้วด้วยซ้ำ
“เอ่อ.......คือว่า”
เขาพูดเสียงตะกุกตะกัก ก่อนที่หญิงสาวจะสังเกตเห็นว่าใบหน้าของชายหนุ่มกำลังแดงกล่ำเพราะความเขินอาย........
“คือว่าฉันแอบชอบเธอมาตั้งนานแล้ว!.....ฉันก็เลยตามแอบดูเธอมาตลอด”
อึนจองถึงกับอ้าปากค้างในสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังพูดออกมา เขากำลังบอกว่าชอบเธอมานานทั้งๆที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใครเนี่ยนะ!
“ฉันชื่อจางวู” ยังกับอ่านใจอึนจองได้งั้นแหละ!
“...”
“ต่อไปนี้ถือว่าเรารู้จักกันแล้วนะฉัน....”
จางวูพูดยังไม่ทันจบประโยคก็ต้องชะงักไปเพราะน้ำตาที่ไหลลงมาจากดวงตาของอึนจอง นี่เธอเสียใจที่เขาชอบเธอจนถึงกับต้องร้องไห้ออกมาเลยงั้นเหรอ........
“ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันมายุ่งวุ่นวายกับเธอฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีกก็ได้นะ....แต่ฉันคงเลิกชอบเธอไม่ได้”
ชายหนุ่มพูดเสียงแผ่ว เขาก็แค่ต้องกลับไปอยู่ในเงาแล้วทำได้แต่แอบมองคนที่รักเหมือนเดิม เหมือนกับที่เคยทำมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา......ก็เท่านั้นเอง
“เปล่าหรอกค่ะ”
“แล้วทำไมเธอถึงได้......”
“ฉันแค่กำลังคิดว่าถ้าฉันเจอกับคุณเร็วกว่านี้อีกนิดก็ดี......เรื่องทุกอย่างมันก็คงไม่เลวร้ายขนาดนี้”
“...”
“คุณนะผิดนะค่ะที่ไม่บอกรักฉันให้เร็วกว่านี้........เพราะงั้นต่อไปนี้ต้องรับผิดชอบชีวิตฉันด้วยละ!”
หญิงสาวยิ้มออกมาทังน้ำตา รอยยิ้มสดใสที่เหมือนกับต้องการต้อนรับชีวิตใหม่ อึนจองคนเดิมตายไปแล้วต่อไปนี้เธอจะเป็นอึนจองคนใหม่ที่อดทนและเข้มแข็งกว่าเดิม เธอไม่แน่ใจนักว่าหัวใจที่เคยบอบช้ำเพราะเรื่องราวเลวร้ายของตัวเองจะสามารถเปิดรับ “จางวู” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าคนนี้ได้หรือไม่แต่มันก็คุ้มถ้าจะลองเสี่ยง แล้วได้ผลตอบแทนเป็นใครซักคนที่พร้อมจะก้าวผ่านปัญหาไปด้วยกันและอยู่กับเธอไปตลอดชีวิต.......ใครซักคนที่เธอรอคอย
 







“มินอาดินสอ”
“เอ้านี่”
“ยางลบมาด้วย”
“ได้ๆ”
“ไม้บรรทัด”
“นินาย! ไม่คิดจะเดินมาหยิบอะไรเองเลยใช่ไหม!”
มินอาพูดก่อนจะปาไม้บรรทัดไปทางจองชินอย่างเคืองๆ วันนี้เขาชวนเธอมาทำการบ้านที่บ้านแต่ในขณะที่มินอากำลังตั้งใจอยู่กับโจทย์คณิตศาสตร์ในสมุดจองชินก็ดันเอาแต่ใช้ให้เธอหยิบนู่นหยิบนี่ให้จนดูเหมือนกับว่า........เธอกำลังโดนแกล้ง!
“อ้าวก็ของพวกนั้นมันวางอยู่ใกล้ๆเธอไม่ใช้ให้เธอหยิบให้แล้วจะใช้ใครหะ”
มินอาเบ้ปากทันทีที่ได้ยินจองชินพูดแบบนั้น ทำยังกับของพวกนี้มันมีขาเดินมาหาเธอเองได้งั้นแหละก็เขาเองไม่ใช่รึไงที่เอาพวกมันมาวางไว้ข้างๆเธอนะ!
“เอาไปให้หมดเลยไป ลิขวิด ปากกา คัตเตอร์ วงเวียน ไม้โปร เอาไปให้หมดแล้วอย่าใช้ฉันอีกนะ!”
หญิงสาวโยนอุปกรณ์เครื่องเขียนทั้งหมดลงตรงหน้าจองชิน ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ของตัวเองอีกครั้ง
“.....”
“.....”
“มินอา.....” เอาอีกแล้วนี่มันยังไม่ทันถึงสองนาทีเลยด้วยซ้ำเขาก็จะให้เธออีกแล้ว
“อะไร!”
“ช่วยไปหยิบของในห้องให้หน่อยซิ”
“หา!”
“ก็ตอนนี้ฉันกำลังแก้โจทย์คณิตได้แบบคล่องปรื้อถ้าเกิดลุกไปหยิบของเองต้องลืมโจทย์พวกนี้หมดแน่ๆ”
“นายนี่มัน......”
มินอาสูดลมหายใจฟึดฟัดอย่างเคืองๆ แต่สุดท้ายก็ยอมลุกขึ้นจากเก้าอี้อยู่ดี
“ฉันขอให้นายเป็นง่อยตาย!”
“อย่าบ่นมากเลยน่ามันเป็นกล่องสีฟ้าๆวางอยู่บนเตียง......อ่อแล้วนี่กุญแจห้องฉัน”
จองชินส่งลูกกุญแจดอกหนึ่งให้เธอ หญิงสาวก้มลงมองมันด้วยความไม่เข้าใจ......ก็ทั้งๆที่เขาอยู่ในบ้านตัวเองแล้วทำไมจะต้องล็อคประตูห้องนอนเอาไว้ด้วยละเนี่ย
                ประตูห้องถูกมินอาผลักเปิดออก หญิงสาวก้าวเข้าไปในห้องมืดๆก่อนจะควานหาสวิตซ์ไฟ ทันทีที่แสงสว่างสาดไปทั่วห้องเธอรีบหลับตาลงทันทีเพราะความแสบตาก่อนจะต้องลืมตาขึ้นมาพบกับสิ่งที่ทำให้ต้องอึ้งจนอ้าปากค้าง.................
                รูปภาพมากมายของเด็กสาวคนหนึ่งถูกแปะเรียงรายไว้เต็มผนังห้อง ตั้งแต่ที่เธอยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆอายุสิบขวบที่กำลังยิ้มร่าอยู่กับชิงช้าในสนามเด็กเล่น จนกระทั่งเธอเติบโตกลายมาเป็นเด็กสาวม.ปลายแสนสดใส บางรูปก็ถูกถ่ายมาในเวลาที่เผลอ แต่บางรูปก็เป็นรูปที่ถูกถ่ายด้วยความตั้งใจของเธอเอง ทั้งหมดนั่นมันเป็นรูปของมินอา!
“นี่แหละสาเหตุที่ฉันต้องล็อคห้องเอาไว้และไม่ยอมให้ใครเข้ามาในห้องนี้แม้แต่พี่จงฮยอน”
เสียงทุ้มนุ่มของจองชินดังขึ้น พอหันกลับไปมองก็พบว่าเขากำลังยืนพิงขอบประตูและยิ้มออกมาอย่างมีความหมายกับเรื่องราวที่ถูกเปิดเผยออกมา
“เพราะในห้องนี้เก็บความลับของฉันเอาไว้ไงละ.......”
“...”
“และความลับนั้นมันก็คือ....เธอ”
เขาพูดก่อนจะเดินเข้ามาหามินอาและใช้มือข้างขวาทาบไปที่หัวใจของตัวเอง มันกำลังเต้นแรงและเร็วจนทำให้จองชินรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจ
“ฉัน.......”
“.....”
“ฉันแค่กำลังจะบอกว่าฉันรักเธอเพราะฉะนั้นเรา......”
“จองชิน!!”
มินอาที่จู่ๆก็ตะโกนขึ้นมาทำให้จองชินตกใจจนต้องหยุดคำพูดที่เหลือเอาไว้ นี่เธอไม่พอใจที่เขาบอกรักเธองั้นเหรอ
“นายนี่มันแย่จริงๆ”
ร่างบางวิ่งถลาเข้าไปหาชายหนุ่มก่อนจะใช้สองแขนโอบรอบตัวเขาเอาไว้แน่นจนทำให้จองชินรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออกหนักกว่าเก่า
“จะบอกรักคนอื่นเขาทำไมถึงได้ชักช้าขนาดนี้หา! ให้ผู้หญิงรอนานขนาดนี้ถ้าไม่ใช่ฉันป่านนี้นายแห้วไปแล้วรู้ไหม”
“หมายความว่าถ้าฉันขอเธอเป็นแฟนเธอก็จะตกลงใช่ไหม....”
“ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียวฉันก็จะไปปลงผมบวชชีแล้ว!!”
มินอาตะโกนก่อนจะหอมแก้มเขาไปสองฟอดใหญ่ๆในที่สุดสิ่งที่เธออยากฟังจากปากของชายหนุ่มคนนี้เธอก็ได้ฟังมันแล้ว.....เขาบอกว่ารักเธอ......ฝ่ามือหนาของจองชินค่อยๆวางลงบนเรือนผมสีน้ำตาลเข้มก่อนจะค่อยๆลูบมันเบาๆอย่างทะนุถนอม วันนี้ความรักแบบเพื่อนที่มีให้กันมันได้จบลงไปแล้ว และความรักแบบใหม่ของพวกเขาทั้งคู่ก็ได้เริ่มขึ้นซักที.............
 







หนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าถูกหญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนดึงออกมาจากชั้นก่อนจะยัดมันกลับเข้าไปที่เดิมอย่างหัวเสีย ใบหน้าขาวใสกำลังแดงกล่ำเพราะอากาศที่ออกจะร้อนอบอ้าวในห้องสมุด เธออยู่ในห้องนี้มานานเกือบจะครึ่งชั่วโมงแล้วเพื่อหาหนังสือ “โลกสมัยดึกดำบรรพ์” หนังสือประวัติศาสตร์ที่อายุอานามก็ดึกดำบรรพ์สมชื่อแถมยังมีหนังสือชื่อนี้เพียงแค่เล่มเดียวในห้องสมุดอีกต่างหาก
“หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอซักทีนะไอ้หนังสือบ้า!”
เธอโวยวายออกมาและหวังว่าคนที่เป็นสาเหตุให้เธอต้องมาทนร้อนอยู่นานสองนานเพื่อหาหนังสือรุ่นคุณปูไปให้เขาให้ทำรายงานจะได้ยินมันบ้างทั้งๆที่ก็รู้อยู่ว่าที่นี่มีแค่หนังสือกับหนังสือเท่านั้น!
“ป่านี้นายคงกำลังเล่นยูโดสบายใจเฉิบอยู่ซินะ!”
ใบหน้าของโซจินยิ่งหงิกงอเข้าไปใหญ่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าจงฮยอนบอกให้เธอเข้ามาหาหนังสือเล่มนั้นเพราะเขาจำเป็นต้องใช้มันในการทำรายงานวิชาประวัติศาสตร์แต่มาหาเองไม่ได้เพราะติดซ้อมยูโดทีแรกหญิงสาวตัดสินใจตอบตกลงจะเข้ามาหาให้เพราะไม่ได้คิดว่าไอ้หนังสือบ้าเล่มนี้มันจะหายากหาเย็นขนาดนี้
“อ๊ะ!เจอแล้ว”
เธอร้องออกมาเมื่อพบว่าหนังสือที่ดึงออกมาจากชั้นมีตัวอักษรลางเลือนสีน้ำเงินเข้มถูกเขียนเอาไว้บนหน้าปกว่า “โลกดึกดำบรรพ์” ดูจากสภาพโดยรวมมันคงจะไม่ใช่หนังสือรุ่นปู่แล้วละเก่าขนาดนี้คงเป็นสมัยพระเจ้าเหาเพิ่งจะหัดเดินซะมากกว่า! ดีนะที่ยังไม่โดนมอดแทะ แต่แล้วโซจินก็ต้องพบกับความประหลาดใจเมื่อมีกระดาษแผ่นหนึ่งร่วงลงมาจากหนังสือทีแรกเธอคิดว่าอาจเป็นหน้าใดหน้าหนึ่งที่หลุดออกมาจากหนังสือเล่มนี้ แต่จากสีขาวสะอาดที่บ่งบอกว่ายังเป็นกระดาษใหม่ต่างจากกระดาษแผ่นอื่นๆที่เป็นสีเหลืองซีดทำให้เธอรู้ว่ามันต้องมีใครบางคนเอากระดาษมาสอดไว้ในหนังสือแน่ และพออ่านข้อความที่เขียนอยู่บนนั้นก็ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าคนที่ทำแบบนี้และทำให้เธอเป็นคนบังเอิญมาเจอมันเข้าพอดีเป็นใคร
“เธอมันยัยผู้หญิงชอบใช้กำลัง ไปหาหนังสือที่อยู่ถัดจากเล่มนี้ไปทางขวาอีกสองเล่มซะ!”
ข้อความบนกระดาษเขียนไว้แบบนั้น โซจินทำตามที่ข้อความบอกเพราะชักนึกสนุกอยากรู้ว่าตัวการของเรื่องนี้ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ ก่อนจะต้องขมวดคิ้วอย่างขุ่นเคืองเพราะข้อความที่อยู่ในหนังสืออีกเล่ม
“ยัยผู้หญิงใจร้อนชอบทำอะไรก่อนคิด จนทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนเพราะเธอตั้งหลายครั้ง ไปหาหนังสือที่อยู่ถัดจากเล่มนี้ไปทางขวาอีกสองเล่มซะ ยัยโง่!!”
อะไรเนี้ย! ข้อความพวกนี้มันจงใจด่าเธอชัดๆ
ฟึบ! หนังสือเล่มต่อไปถูกดึงออกมาจากชั้นก่อนจะเปิดหากระดาษที่สอดอยู่ในนั้นออกมาอ่านอย่างใจร้อน
“แต่ว่าฉัน..............”
แต่ว่าฉัน แต่ว่าฉันอะไรกันละแถมในกระดาษแผ่นนี้ยังไม่มีคำใบ้ให้ไปหาเล่มต่อไปอีกต่างหาก
“แต่ว่าฉัน........ก็รักเธอนะ”
เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากคนที่หลบซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาจะก้าวเท้ามายืนตรงหน้าเธอ
“จงฮยอน...”
“ฉันรักเธอ และปกป้องเธอแบบนี้อาจไม่สามารถพูดได้ว่าตลอดกาลแต่ว่าฉันก็จะรักและปกป้องเธอตลอดไป........จนกว่าฉันคนนี้จะหมดลมหายใจ”
“...”
“...”
“น้ำเน่าชะมัดเลย”
โซจินพูด
“อะไรของเธอกว่าจะคิดแผนกับคำพูดเลี่ยนๆแบบนี้ออกมาได้รู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนนะ!”
โซจินยิ้มออกมาเมื่อเห็นใบหน้าหงิกงอของชายหนุ่ม เธอเดินตรงเข้าไปหาจงฮยอนก่อนจะวางฝ่ามือของตัวเองลงบนหน้าอกข้างซ้ายของชายหนุ่ม
“ต่อให้นายไม่ต้องพูดอะไรเลยไม่ต้องทำอะไรซักอย่าง ฉันก็รู้ว่านายรักฉันเพราะหัวใจของนายมันกำลังบอกฉันแบบนั้น..........”
“...”
“...”
“ที่เธอพูดมันเน่ากว่าฉันซะอีกนะ”
“อีตาบ้า!!”
ฝ่ามือที่กำลังวางอยู่บนแผ่นอกกว้างกลับกลายเป็นฝ่ามือที่กำลังฟาดลงไปบนนั้นแทน จงฮยอนจับข้อมือของโซจินเอาไว้ก่อนที่หน้าอกของเขามันจะแดงเป็นรอยมือของเธอซะก่อน ร่างกายบอบบางถูกเขารวบมาอยู่ในอ้อมกอดอย่างง่ายดาย ระหว่างเธอและเขามีเรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นมากมายแต่ชายหนุ่มก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาต้องขอบคุณเรื่องราววุ่นวายพวกนั้นจริงๆที่ทำให้เขาได้พบกับคนที่ทำให้หัวใจของเขารู้สึกอบอุ่นและมีเธออยู่ในอ้อมกอดแบบนี้ ต่อไปนี้ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะยากลำบากหรือมีอุปสรรคขนาดไหน พวกเขาก็จะจับมือกันเอาไว้และค่อยๆก้าวผ่านมันไปพร้อมๆกัน ใบหน้าของจงฮยอนค่อยๆโน้มเข้าไปหาโซจินช้าๆลมหายใจอบอุ่นลดลงมาบนใบหน้าของหญิงสาว ริมฝีปากของคนสองคนกำลังจะแตะกันอย่างแผ่วเบาด้วยความรักที่มีให้กัน...................แต่ก่อนที่จะได้ทำแบบนั้น
“ฮะ.....แฮ่ม นักเรียนทำอะไรกันในห้องสมุดจ๊ะ!!!”
คงต้องโดนอาจารย์บรรณารักษ์ที่ยืนฉีกยิ้มโหดจ้องพวกเขาอยู่เทศชุดใหญ่กันก่อนละ!
 






 
กริ๊ง!! เสียงออดดังขึ้นเพื่อบอกว่าถึงเวลาเริ่มเรียนคาบแรกของเช้าวันนี้แล้ว กลุ่มนักเรียนที่กำลังจับกลุ่มคุยต่างพากันแตกฮือราวกับฝูงผึ้งเพื่อกลับไปนั่งประจำที่ของตัวเองและทำตัวให้เหมือนเด็กนักเรียนแสนขยันที่กำลังตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงเวลาเรียนคาบแรกของเช้าวันนี้ มีเพียงจงฮยอนที่กำลังฟุบหน้าของตัวเองอยู่บนโต๊ะ และหลับอย่างหมดสภาพ จริงอยู่ว่านี่มันถึงเวลาเรียนคาบแรกแล้วแต่คาบเรียนแรกของวันนี้มันคือวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งก็รู้ๆกันอยู่ว่าตอนนี้ยังไม่มีอาจารย์คนไหนมาสอนแทนชีวอน เพราะฉะนั้นจงฮยอนจึงยังคงสามารถหลับต่อไปได้อย่างสบายใจ
ตุบ!
“งึม......งึม”
ตุบ!
“งึม.....งึม”
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
“เฮ้ย!! ใครมันรบกวนตอนฉันนอนวะ!!”
จงฮยอนโวยวายออกมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะเรียนด้วยใบหน้างัวเงีย พร้อมกับมองก้อนกระดาษกลมๆยับยู่ยี่ที่ถูกปามาโดนหัวชายหนุ่มจนทำให้ตื่นขึ้นมาแบบนี้ แต่ก็ต้องหุบปากลงทันทีเมื่อเห็นสายตาพิฆาตที่ส่งมาจากโซจินซึ่งนั่งอยู่บนโต๊ะถัดจากเขาไปข้างหน้าสองสามโต๊ะ สายตาดุๆของเธอกำลังบอกประมาณว่า
“นายเฮ้ยกับใคร นี่มันเวลาเรียนนะเลิกนอนซักทีเจ้าหมูขี้เกียจ!”
จงฮยอนเป็นคนไม่กลัวใคร! แต่แค่สายตาของเธอมันก็ทำให้เขาไม่กล้าขัด ชายหนุ่มจำใจนั่งตัวตรงอยู่บนโต๊ะเรียนทั้งๆที่เกือบทรงตัวไม่อยู่เพราะความง่วง แต่สองสามนาทีหลังจากนั้นอาจารย์ผู้หญิงรูปร่างอ้วนฉุสวมชุดสีแดงเข้มทำผมทรงกระบังลมสุดอลังการก็ก้าวเข้ามาในห้องเรียนพร้อมกับส้นสูงสีแดงเข้าชุดที่มีส้นเล็กมากซะจนทำให้คนมองกลัวว่ามันอาจจะหักลงมาตอนที่เธอสวมใส่มันก็ได้ อาจารย์คนนี้จะมาสอนวิชาวิทยาศาสตร์แทนชีวอนงั้นเหรอ แต่จงฮยอนจำได้ว่าเธอเป็นอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษนี่นา
“สวัสดีนักเรียนทุกคน วันนี้ได้มีอาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ย้ายมาบรรจุใหม่และจะมาสอนในคาบนี้เป็นคาบแรก”
อาจารย์หญิงน้ำหนักเกินพูด
“เชิญค่ะอาจารย์ฮยอนอา”
หญิงสาวผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง เธอเป็นหญิงสาวผิวขาวสดใส ใบหน้าเรียวได้รูปรับกับผมยาวสลวยที่ถูกดัดเป็นลอน ริมฝีปากอวบอิ่มดูเข้ากับดวงตากลมโตและจมูกโด่งเป็นสัน รวมๆแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่จัดว่าสวยมากทีเดียว เด็กนักเรียนต่างพากันอ้าปากค้างตอนที่เห็นหน้าอาจารย์ฮยอนอาคนนี้เต็มๆ จงฮยอนก็เป็นหนึ่งในนั้น เขากำลังอ้าปากค้างด้วยความช็อก........มันไม่ใช่เพราะความสวยของผู้หญิงคนนี้แต่เป็นเพราะ.....
“ฮะ......เฮ้ยนั่นมัน.......”
เด็กผู้ชายผิวขาวซีดอายุราวๆสามถึงสี่ขวบเดินตามฮยอนอาเข้ามาด้วย ใบหน้าของเด็กชายดูน่ารักน่ากอดหากแต่กลับดูไร้อารมณ์แห่งความซุกซนและความสุขที่เด็กในวัยนี้ควรจะมี ทีแรกจงฮยอนไม่ได้ติดใจอะไรเขาคิดว่าอาจารย์อาจพาลูกมาเลี้ยงที่โรงเรียนด้วยก็ได้...........แต่พอลองไล่มองให้ดีๆแล้วเขากลับพบความจริงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว...............เด็กผู้ชายคนนี้ไม่มีขา!
“ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ”
เสียงหัวเราะแหลมๆบาดแก้วหูดังก้องไปทั่วโสตประสาทของชายหนุ่ม พอหันไปมองโซจินเขากลับพบว่าเธอกำลังนั่งยิ้มให้กับอาจารย์คนใหม่โดยไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นเลยซักนิด.......นี่มีเขาเห็นเด็กคนนี้คนเดียวงั้นเหรอ!!!!
“ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ”
เสียงแหลมเล็กยังคงหัวเราะต่อไปพร้อมกับรอยยิ้มชวนอ้วกที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเด็กชายคนนั้น ความน่ารักของเด็กคนนี้หายไปหมดสิ้นทันทีที่น้ำเหลืองเหนียวๆไหลย้อยออกมาตามซี่ฟันแหลมคมของเขา
“อย่ามาขำ.......ไอ้เด็กบ้าถ้าไม่อยากโดนจับถ่วงน้ำ!!!”
จงฮยอนพึมพำกับตัวเองเบาๆ เท่านั้นเสียงหัวเราะแหลมๆก็เงียบไปทันที เพราะชีวิตจริงมันไม่ใช่นิยายเรื่องวุ่นวายรอบๆตัวเขามันถึงไม่ยอมจบลงง่ายๆซินะ..........ใช่แล้วมันยังไม่จบแต่พึ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก!!
  




*******************************************************************************

จบแล้ว!!!
ต้องขอโทษรีดเดอร์ทุกคนจริงๆค่ะที่ตอนจบมาช้า เนื่องมาจากบทนี้มันมีบทสั่งท้ายพ่วงมาด้วย
ก็เลยทำให้ความยาวของเนื้อหามันเยอะกว่าตอนอื่นๆ หุหุหุ
และอีกอย่างคือไรเตอร์ต้องไปนั่งปั่นบทที่หนึ่งของเรื่องใหม่ด้วยจะได้อัพตอนแรกเรื่องนั้นก็ตอนสุดท้ายเรื่องนี้ไปพร้อมๆกันเลย ตอนจบแฮปปี้เอนดิ้งทุกคนมีความสุข(แอบทิ้งท้ายยังกับจะมีภาค2 อิอิ)
ไรเตอร์มีโครงการว่าจะเขียนภาคพิเศษของเรื่องนี้ต่ออีกสองสามตอนทุกคนอยากอ่านกันมั้ยค่ะ!!
ต่อให้ไม่อยากอ่านก็วางโครงเรื่องไว้แล้วละ อิอิ แต่กว่าจะได้อัพก็คงอีกซักปีสองปี(นานเว่อไปและ!) เอาเป็นว่าอีกซักพักใหญ่ๆเลยละค่ะเพราะว่าต้องไปเขียนเรื่องใหม่ด้วย สุดท้ายนี้ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนนะค่ะที่ติดตามมาจนถึงตอนสุดท้ายและถ้าคุณอ่านตั้งแต่ตอนแรกของฟิคเรื่องนี้มาจนถึงบรรทัดนี้นั่นก็หมายความว่ารีดเดอร์ทุกคนได้อ่านฟิคความยาว 245 หน้าไปแล้วค่ะ^____________^ หุหุหุ

สุดท้ายจริงๆแล้วน๊ะ^^ ฟิคเรื่องใหม่ Blue love stort รักีลุ้น8คน4คู่ อย่าลิมติดตามกันน๊ะ
(งานนี้ยกCNBLUE มาทั้งวง อิอิ)

123722102554 

กดที่รูปแล้วไปอ่านเรื่องใหม่กันเลย>///<







   

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

296 ความคิดเห็น

  1. #286 jyh (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2555 / 21:49
    จบเเล้ว

    สนุกมาๆเลยค่ะ ไรท์เตอร์มาอ่านตอนที่ไรท์เตอร์เขียนจบเเล้ว

    อ่านได้มันมาก จัดไปยาวๆ ขอบคุณจริงๆนะคะ ขอให้เขียนต่อไปเรื่อยๆ

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ^^
    #286
    0
  2. #258 หวานได้อีก^^ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 11:55
    สนุกมากมายเลยจ๊ะอ่านรวดเดียวเลยน่าติดตามมากกกก ชอบคู่นี้เหมือนกันเลยแต่น้อยกว่ายงซอหน่อยนะอย่างอนหล่ะ^^ อยากอ่านอีกหลายเรื่องเลยอย่าหยุดเขียนนะแล้วถ้าทำเป็นเล่มแจ้งด้วยนะสนใจค่ะ
    #258
    0
  3. #257 KyuhyunWife (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2554 / 18:43
    ภาคพิเศษอ่ะ ห้ามหลอนนะไรท์เตอร์ ToT
    #257
    0
  4. #256 N++ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 / 12:43
    แอร๊ย!!!ผู้ชายคนนี้ น่าร้ากอ่ะ 555 จะรอติดตามนะคะไรเตอร์แต่งเก่งมากๆ บางตอนทำเอาหลอนไม่กล้าอาบน้ำตอนกลางคืนเลยอ่ะ บางตอนก็ทำให้กรี๊ดคนเดียว55 บางตอนทำให้น้ำตาไหลได้อีกต่างหาก555สงสัยเราจะอินมากเกินไปแล่ะ อิอิ สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้น้า ^^
    #256
    0
  5. #255 Nui (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 / 13:18
    จบซะแล้ว แต่ก็สนุกมากเลยนะคะ แต่งมาอีกนะคะ จะติดตามต่อไป
    #255
    0
  6. #254 นัม ชอนซา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 20:38

    อ๊าก
    จบแล้ว แอบฮาจงฮยอนตอนขบมีขู่ผีด้วย อิอิ
    ขอบคุรนะค่ะที่ทำงานหนัก จะรออ่านภาคพิเศษน๊ะ^_^

    #254
    0
  7. #253 LOKSORN (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 15:27
    จะรอติดตามทุกเรื่องเลยค่า
    #253
    0
  8. #252 mooke (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 08:37
    สนุกสุดเลย อิอิ ^^เหมือนยังไม่จบเลยอ่า อิอิ มีเด้กใหม่มาด้วย ^^vสุดยอกจริงๆ อิอิ
    #252
    0
  9. #251 เป็ดจง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 01:53
    ว้าววววววววว สนุกสุดๆเลยค่ะไรเตอร์!

    แต่แอบน่ากลัวง่ะ TT

    มีแอบหวานกันซะ! แหมๆๆๆ 55

    แต่ตอนจบจงฮยอนยังไม่ทิ้งลายยังร้ายเหมือนเดิม

    ถามจริไม่กลัวไง แต่คนอ่านกลัวนะ! TT

    5555 จะติดตามผลงานต่อไปของไรเตอร์อิอิ
    #251
    0
  10. #250 Pookkapik (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 01:25
    รอภาค๒อยู่นะ อิอิ
    #250
    0
  11. #249 เชอร์รี่ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 00:33
    หนุกมากๆๆเลยอ่ะค่ะ...โดยเฉพาะตอนจบของคู่จงฮยอนกับโซจิน อยากมีคนมาบอกรักแบบนั้นบ้างจังโรแมนติกดี คู่ของมินอากับจองชินก้อไม่เลวนะสรุปคือแบบไหนก้อได้แค่อยากให้มีคนมาบอกรัก อิอิ (นอกเรื่องแร้วๆๆ) หนุกมากๆๆเลยนะอ่านตั้งแต่ตอนแรกมาจนถึงตอนนี้ก้อยังไม่เบื่อจะแต่งตอก้อได้นะ(อยากอ่านๆๆ)ไรต์เตอร์สุดยอดจริงๆๆแต่งได้ขนาดนี้เอาไปแข่งกับนิยายแจ่มใสเลยตั้งชื่อสำนักพิมว่า"หม่นหมอง"จะได้ตรงข้ามกัน ฮร่าๆๆๆ
    #249
    0
  12. #248 NaM_SouhE (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2554 / 23:11

    น่ากลัวอ่ะ แต่จะอ่าน เอาลงลงนะจะติดตามแน่ๆๆ

    #248
    0