[fic] Jonghyun Cnblue x SojinGirl's day DetectiveHighSchool

ตอนที่ 13 : ตอนที่12 กุญแจดอกที่หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 688
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    19 ส.ค. 54

 

12
กุญแจดอกที่หนึ่ง
“สรุปว่าในวันที่สิบแปดเมษายนรุ่นพี่เจสสิก้าออกไปงานเลี้ยงวันเกิดกับเพื่อนที่ชื่อฮโยยอน”
จงฮยอนพูด
“แล้วเพื่อนที่ชื่อฮโยยอนนี่มันใครหว่า?”
โซจินถามพลางทำหน้าสงสัย
“เธอไม่รู้จักรึไง!”
“อือ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“อ้าว!”
“แต่ไม่ต้องเป็นห่วงฉันเตรียมลิ่วล้อไว้สืบเรื่องนี้แล้ว”
ชายหนุ่มพูดก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง และเพราะอย่างนั้นลิ่วล้อของเขาถึงต้องมายืนแกล่วอยู่หน้าอาคารเรียนของนักเรียนชั้นปีสามเพื่อตามหารุ่นพี่ฮโยยอนที่ว่า
“คนไหนที่ชื่อฮโยยอนละเนี่ย! เด็กปีสามมีเยอะอย่างกับฝูงมด!รูปก็ไม่มีจะไปหาอาเจ๊แกเจอได้ไงละวะเนี่ย”
คนที่ถูกขอร้องแกมบังคับให้มาทำหน้าที่ลิ่วล้ออย่างจองชินโวยวายออกมา อากาศที่ร้อนจัดแบบนี้มันทำให้ชายหนุ่มอารมณ์เสียแบบสุดๆ
“อย่าให้เจอนะ! พ่อจะซัดให้หมอบโทษฐานทำให้สุดหล่ออย่างฉันต้องมายืนคอยเป็นชั่วโมงแบบนี้!”
“ฉันว่าคนที่นายควรจะซัดให้หมอบคือพี่ชายนายที่เป็นคนสั่งมามากกว่านะ!”
มินอาที่ยืนเหงื่อตกอยู่ข้างๆพูด
“แล้วคนที่ชื่อฮโยยอนนี่มันใครละวะเนี่ย!!”
จองชินขยี้ผมยาวประบ่าของตัวเองจนยุ่งเหยิง
“เอาน่าๆจะอารมณ์เสียทำไมยังไงซะก็ขัดพี่จงฮยอนไม่ได้อยู่แล้ว”
หญิงสาววางมือลงบนบ่าของเขาเบาๆ
“อย่าว่าแต่ให้สืบข้อมูลเลย อาเจ๊แกเป็นใครฉันยังไม่รู้เลยพี่จงฮยอนคิดว่าฉันมีองค์รึไงจะได้มีญาณวิเศษรู้ทุกเรื่อง!!”
จองชินพ่นลมหายใจออกมาอย่างท้อแท้ เขากับมินอามายืนอยู่ตรงนี้จะครบชั่วโมงอยู่แล้วแต่กลับไม่เจอใครเลยซักคนที่ดูเหมือนจะเป็นฮโยยอน
“น่า...อย่าทำหน้าท้อแท้แบบนั้นซิ”
“กำลังตามหาใครอยู่เหรอ”
เสียงนุ่มของใครบางคนดังขึ้น จองชินถึงกับทำหน้าเบ้กว่าเก่าเมื่อหันไปเห็นเจ้าของเสียงยืนยิ้มแป้นอย่างอารมณ์ดีอยู่ด้านหลัง
“มินฮยอก”
เขาเรียกเสียงรอดไรฟัน หมอนี่มันจงใจตามพวกเขามาชัดๆเพราะไม่อย่างนั้นเด็กปีหนึ่งอย่างมินฮยอกจะมาทำอะไรที่หน้าอาคารของนักเรียนปีสามละ!
“ว่าไงพวกนายกำลังตามหาใครกันอยู่เหรอ”
“มันไม่ใช่เรื่องของนาย!!”
จองชินตะคอกเขาทำท่าจะลากมินอาออกไปให้พ้นๆจากชายหนุ่มคนนี้ แต่มือนิ่มๆของเธอกลับฉุดข้อมือของเขาเอาไว้ซะก่อน
“พวกเรากำลังตามหารุ่นพี่ที่ชื่อฮโยยอนอยู่นะ นายพอจะรู้จักรึเปล่า”
หญิงสาวพูด แต่เธอก็ต้องถอนใจออกมาอย่างผิดหวังเมื่อเห็นมินฮยอกเงียบไป เธอเห็นว่ามินฮยอกรู้จักคนนู้นคนนี้ไปทั่วโรงเรียนนึกว่าจะช่วยอะไรได้บ้างซะอีก
“เห็นไหม ถึงบอกไปหมอนี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกไปกันเหอะมินอา”
จองชินพูดอย่างสะใจแม้เขาจะเป็นคนเสียผลประโยชน์ก็ตาม แต่การเห็นมินฮยอกหน้าแตกต่อหน้ามินอามันทำให้ชายหนุ่มมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก.....
“ที่เงียบเนี่ยไม่ใช่ฉันไม่รู้จักหรอกนะ แต่เด็กปีสามที่ชื่อฮโยยอนมีออกเยอะแยะไม่รู้จะเลือกคนไหนดีต่างหาก จะเอาซงฮโยยอนนักกีฬาวอนเล่ย์ อีฮโยยอนนักเปียโน ยัยแว่นอิมฮโยยอน หรือ....”
“พอๆเอาฮโยยอนที่เป็นเพื่อนสนิทรุ่นพี่เจสสิก้านะ คนไหนเหรอ”
มินอาที่ชักทนฟังชายหนุ่มร่ายยาวต่อไปไม่ไหวพูดขึ้น
“อ้อ....ถ้าหมายถึงรุ่นพี่คิมฮโยยอนละก็”
“...”
“เดินมานั่นแล้วไง”
มินฮยอกชี้ไปที่หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มคนหนึ่งที่กำลังก้าวเท้าพาร่างผอมบางของเธอลงมาจากอาคารเรียน ในมือของเธอมีเอกสารปึกหนาอยู่ ดวงตากลมโตกำลังกวาดมองตัวอักษรบนนั้นอย่างตั้งใจจองชินถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาเผยให้เห็นใบหน้าสวยดูดีจนคนที่เห็นใครก็อดใจเต้นไม่ได้ แต่แล้วจู่ๆหมัดหนักๆของใครบางคนก็ดึงให้ชายหนุ่มออกจากภวังค์เมื่อมันกระแทกเข้ากลางท้องของชายหนุ่มอย่างจัง
“น้ำลายหกแล้วมั้งนาย จ้องตาไม่กระพริบเลยนะ”
มินอาพูดเสียงแหลมอย่างฉุนๆ พร้อมกับหักนิ้วมือของตัวเองไปมาเป็นสัญญาณว่าถ้าจองชินไม่เลิกจ้องฮโยยอนแบบนั้นเขาได้เจออีกหมัดแน่!
“รู้แล้วว่าใครชื่อฮโยยอนแล้วเมื่อไหร่จะไปสืบซักที!”
“ครับ คุณมินอาผมจะตั้งใจสืบครับ! ”
จองชินพูดอย่างกระตือรือร้นสุดขีด นับวันมินอาก็ชักจะถ่ายทอดความโหดมาจากพี่สาวมากขึ้นทุกทีแล้วซิ
 
“คิมฮโยยอนคนนี้เองเหรอ”
จงฮยอนจ้องรูปหญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มที่จองชินเอามาให้ก่อนจะพูดออกมา
“ครับสวยมากเลยว่ามั้ยพี่”
จองชินพูดพร้อมกับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า แต่มันกลับทำให้มินอาที่นั่งอยู่ข้างๆส่งเสียงจิ๊จ๊ะออกมาอย่างไม่พอใจ
“ก็งั้นๆ...แต่จองชิน”
“...”
“นายถ่ายรูปมาเยอะขนาดนี้จะเอาไปถมที่รึไงหะ!!”
จงฮยอนเถรูปถ่ายมากมายลงบนโต๊ะ รวมๆแล้วมันไม่ต่ำกว่าสองร้อยรูปเลยทีเดียว
“โห่พี่ครับก็ผมบอกแล้วว่ารุ่นพี่เขาสวยคนสวยก็เหมือนแสงสว่างนำทางชีวิตผู้ชายอย่างผมเลยนะครับพี่!!”
จองชินพูดพลางทำดวงตาใสวิ๊งเป็นประกาย
“เอ่อ...จองชินพี่ว่าเธอเลิกเพ้อเจ้อก่อนดีกว่านะแล้วไหนละข้อมูลเกี่ยวกับรุ่นพี่ฮโยยอนอย่าบอกนะว่านายถ่ายมาแต่รูปไม่งั้นโดนดีแน่”
โซจินพูดพร้อมกับทำท่าหักข้อนิ้วไปมา
“หมอนี่นะถ่ายมาแต่รูปจริงๆค่ะถ้าฉันไม่ห้ามไว้ป่านี้วิ่งตามเขากลับบ้านไปแล้วมั้ง”
มินอาพูดก่อนจะหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กๆของตัวเองออกมาจากกระเป๋า
“แต่ฉันหาข้อมูลมาแล้วค่ะ รับรองว่าแหล่งข่างของฉันไว้ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”

ชื่อ
: คิมฮโยฮยอน          ที่อยู่:ถนนฮงแด
วันเกิด:22 กันยายน     เบอร์โทร์:02XXXXXXXXX    กรุ๊ปเลือด: AB
สีที่ชอบ: ชมพู ฟ้า เขียว ชอบสีแดงนิดหน่อยไม่ชอบสีน้ำเงิน   งานอดิเรก: ถักนิตติ้ง อ่านหนังสือ ช็อปปิ้ง
อาหารที่ชอบ: เนื้อย่าง  ไม่กินอาหารที่เผ็ดทุกชนิด ไม่ชอบผักแพ้กุ้งไม่กินถั่ว    ครอบครัว:พ่อ แม่ พี่ชาย
ปล.ชอบตุ๊กจาหมีเท็ดดี้ที่สุด
“โหแหล่งข่าวเธอนี่มันใครมินอา รู้สึกจะรู้ลึกรู้จริงซะเหลือเกิน”
โซจินถามน้องสาวอย่างแปลกใจ
“มินฮยอกค่ะ เขาเป็นคนกว้างขวางรู้ไปซะทุกอย่างโดยเฉพาะ........เรื่องผู้หญิง”
“มิน่าละดีนะไม่รู้กระทั่งเบอร์รองเท้าด้วยนะ รุ่นพี่ฮโยยอนเป็นใครก็รู้แล้วจะเอาไงต่อละทีนี้”
หญิงสาวหันไปมองทางจงฮยอน
“เพราะคืนนั้นรุ่นพี่เจสสิก้าออกไปกับคิมฮโยยอนคนนี้ ถ้าเราอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรุ่นพี่เจสสิก้าในคืนนั้นอันดับแรกมันก็ต้องเริ่มจากผู้หญิงคนนี้ก่อนนั่นแหละ”
จงฮยอนตอบเสียงเรียบ พร้อมกับชี้ไปที่รูปถ่ายของฮโยยอนผู้หญิงคนนี้แหละคือกุญแจดอกแรกที่จะไขไปหาตัว
ฆ่าตกร.............
 


ห้องเรียนชั้นปีสามห้องเอในเวลาหลังเลิกเรียนเงียบสนิทหลังจากเหล่านักเรียนพากันกลับบ้าน มีเพียงหญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มผู้หนึ่งอยู่ในห้อง ดวงตาคู่สวยกำลังไล่อ่านข้อมูลในหนังสือฟิสิกข์อย่างตั้งใจ ก่อนจะบันทึกย่อข้อมูลสำคัญๆลงในสมุดบันทึกของเธอ ฮโยยอนมักจะทำแบบนี้เวลาใกล้สอบเสมอ วิธีนี้มันจะทำให้หญิงสาวจดจำข้อมูลในหนังสือได้มากขึ้น แต่คราวนี้มันต่างออกไป....ต่อให้ตั้งใจจดจ่อมากแค่ไหนหญิงสาวกลับรู้สึกเหมือนความรู้มันไม่ได้เข้าหัวเลยซักนิด คงเพราะในเวลาปกติฮโยยอนมักจะมานั่งอ่านหนังสือหรือติวข้อสอบกับเจสสิก้าเพื่อนรักที่ตายจากไปพอขาดเพื่อนคนนี้ไปเธอก็รู้สึกเหมือนเกิดช่องว่างที่บรรจุความรู้สึกห่วงหาและคิดถึงเพื่อนที่แสนดีอย่างเจสสิก้าขึ้นในจิตใจ....
“ถ้าคืนนั้นฉันอยู่กับเธอตลอดเวลาเรื่องมันก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้....เจสสิก้าเธอคงไม่ต้องตาย”
หญิงสาวคิดในใจ ก่อนที่หยดน้ำตาอุ่นๆจะค่อยๆไหลออกมา ความรู้สึกโศกเศร้าที่ค่อยๆกลั่นตัวออกมาเป็นน้ำตา.........แต่แล้วจู่ๆฮโยยอนก็ต้องสะดุ้งจนสุดตัวเมื่อฝ่ามือเย็นเฉียบของใครบางคนสัมผัสที่ไหล่ของเธอ หญิงสาวรีบหันกลับไปมองอย่างกล้าๆกลัวๆและพบว่าคนๆนั้นคือ....
“อาจารย์ชีวอน!”
“ทำไมจะต้องทำท่าตกใจขนาดนั้นด้วย”
ชีวอนมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างแปลกใจ
“เมื่อ...เมื่อกี้มืออาจารย์เย็นมากเลยค่ะฉันก็เลย....”
“งั้นเหรอ ช่างเหอะเย็นมากแล้วเธอมานั่งทำอะไรคนเดียวเนี่ยเป็นผู้หญิงมันอันตรายนะ”
ชีวอนพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน ฮโยยอนถึงกับยิ้มออกมาเมื่อนึกได้ว่าเจสสิก้าเพื่อนรักของเธอช่างโชคดีจริงๆที่ได้มีแฟนที่ดีเพียบพร้อมอย่างเขา
“ฉันอ่านหนังสืออยู่นะค่ะพรุ่งนี้มีสอบ นี่ก็ว่าจะกลับแล้ว”
“อืมดีแล้ว ถ้าเพื่อนเธอที่อยู่บนสวรรค์รู้เข้าคงจะไม่สบายใจถ้าเพื่อนสนิทกลับบ้านเย็นขนาดนี้....”
ใบหน้าของชายหนุ่มสลดลงอย่างรวดเร็วทันทีที่ความคิดเรื่องเจสสิก้าแวบเข้ามาในหัวเขาค่อยๆเดินออกไป ฮโยยอนได้แต่มองตามแผ่นหลังของอาจารย์หนุ่มออกไปจากห้องด้วยความเห็นใจ...การจากไปของคนที่รักยังคงทำให้เขาเศร้าอยู่ซินะ...หลังจากชีวอนออกไปไม่นานฮโยยอนก็รีบเก็บของมากมายลงกระเป่าและรีบวิ่งลงมาจากอาคาร ท้องฟ้าตอนนี้กลายเป็นสีส้มเพราะพระอาทิตย์กำลังจะตกดินโรงเรียนทั้งโรงเรียนเงียบสงัด
“ท่าทางฉันจะอ่านหนังสือเพลินจนลืมเวลาเลยซินะ”
หญิงสาวรีบเดินไปตามทางเท้าอย่างรีบร้อนไม่อย่างนั้นมีหวังเธอคงได้โดนแม่บ่นจนหูชาเพราะกลับบ้านช้าแน่ๆ
ตึก...ตึก...ตึก
เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้น มันทำให้หญิงสาวถึงกับชะงักก่อนจะรีบจ้ำเท้าเดินให้เร็วกว่าเดิม เมื่อวานก็เป็นแบบนี้....เธอรู้สึกราวกับว่าใครบางคนกำลังจับตามองเธออยู่อย่างนั้นแหละ....และในวันนี้ใครบางคนนั้นก็กำลังเดินตามเธอมา ยิ่งฮโยยอนเดินให้เร็วขึ้นเท่าไหร่ คนๆนั้นก็ยิ่งเร่งฝีเท้าตามเธอมามากเท่านั้น
“ทำยังไงดีละฮโยยอนแถวนี้ไม่มีใครซักคน”
หญิงสาวคิดอย่างตื่นตระหนกพร้อมกับมองไปรอบๆตัวที่ไร้ซึ่งผู้คน หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวเพราะความกลัว...กลัวว่าจะกลายเป็นเหมือนเจสสิก้า คนร้ายโรคจิตรที่ฆ่าเจสสิก้ายังคงลอยนวลและตอนนี้เป้าหมายของมันก็คือเธอ! ความกลัวกำลังเกาะกุมจิตใจและมันก็กำลังสั่งให้เธอวิ่งวิ่งให้เร็วที่สุด....วิ่งหนีให้พ้นคำว่าความตาย! หัวใจของฮโยยอนแทบจะหยุดเต้นเมื่อใครบางคนที่ยืนหลบอยู่ในมุมมืดของกำแพงเดินออกมาขวางเธอเอาไว้ ก่อนจะเหยียดยิ้มมุมปากอย่างพอใจ.....ส่วนอีกคนวิ่งมาหยุดอยู่ด้านหลังเธอก่อนจะส่งเสียงหอบออกมาเบาๆ .......พวกมันมีสองคนงั้นเหรอ!
“สวัสดีครับรุ่นพี่คิมฮโยยอน”
เสียงเยียบเย็นออกมาจากปากชายหนุ่มตรงหน้า เขาเป็นชายหนุ่มผมสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลากำลังจ้องมองมาทางเธอพร้อมกับรอยยิ้มแสนอบอุ่น แต่สำหรับฮโยยอนในตอนนี้เธอกลับรู้สึกได้เพียงความหวาดกลัวมากมายที่มีต่อผู้ชายคนนี้
“เฮ้ยนาย! เลิกทำหน้าแบบนั้นซักทีได้ไหมพี่เขากลัวจะแย่แล้ว!”
เสียงหวานใสของคนที่อยู่ด้านหลังพูด ฮโยยอนไม่ได้หันกลับไปมองแต่อีกคนคงจะเป็นผู้หญิงซินะถึงได้มีเสียงเล็กแหลมแบบนี้
“เฮอะๆๆ ก็ฉันอยากทำเหมือนในหนังบ้างนี่พระเอกเรื่องไหนๆก็เก็กหน้าแบบนี้เวลาจับคนร้ายได้ทั้งนั้นแหละ”
“แต่รุ่นพี่ฮโยยอนไม่ใช่คนร้าย แล้วอีกอย่างพอนายทำแล้วมันเหมือนฆ่าตกรโรคจิตมากเลยจะบอกให้”
“เธอ!”
ชายหนุ่มทำท่าจะเดินเข้าไปเถียงกับหญิงสาวแต่ดูเหมือนว่าเขาจะนึกขึ้นมาได้ซะก่อนว่าที่ตรงนี้ยังมีฮโยยอนอยู่อีกคนถึงไม่ทำแบบนั้น
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ พวกนายอยากได้อะไรฉันจะให้หมดเลยแต่อย่าทำอะไรฉันเลยนะ!”
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเพราะความหวาดกลัว
“เห็นไหมเพราะทำหน้าแบบนั้นรุ่นพี่เขาเลยคิดว่าพวกเราเป็นโจรป่าห้าร้อยไปแล้ว!”
หญิงสาวที่อยู่ด้านหลังพูดก่อนจะเดินเข้ามาจับบ่าฮโยยอนให้หันไปมองหน้าเธอ และใช้มือสางผมสีน้ำตาลอ่อนของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะส่งรอยยิ้มที่แสนเป็นมิตรมาให้
“ขอโทษนะค่ะที่ทำให้ตกใจ ฉันปร์าคโซจินยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
 



ในร้านบะหมี่โทรมๆข้างทางที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน หญิงสาวสองคนและชายหนุ่มอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆในบรรยากาศที่ชวนอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
“มีใครเขามานั่งคุยธุระในร้านบะหมี่แบบนี้บ้างเนี่ย!!”
โซจินโพล่งออกมาหลังจากลุงเจ้าของร้านยกชามบะหมี่กลิ่นหอมฉุยมาเสริฟ
“ก็พวกเรานี่ไง เธอจะเรื่องมากไปทำไมที่ไหนมันก็คุยได้เหมือนกันทั้งนั้นแหละ”
จงฮยอนพูดก่อนซดบะหมี่ในชามอย่างเอร็ดอร่อย
“หมอนี่มันตั้งใจมากินบะหมี่มากกว่าคุยกับรุ่นพี่ฮโยยอนซินะ!”
“อ๊า...อร่อยชะมัด”
และท่าทางจะเป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆซะด้วย โซจินเลิกสนใจจงฮยอนที่กำลังโกยเส้นบะหมี่ในชามเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะหันไปทางฮโยยอน
“พี่ฮโยยอนค่ะ พี่เป็นเพื่อนสนิทกับรุ่นพี่เจสสิก้าซินะค่ะ”
หญิงสาวพยักหน้าอย่างเกร็งๆ
“พวกเราไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอกค่ะ ก็แค่เด็กปีสองธรรมดาๆเพราะงั้นพี่ไม่ต้องกลัวพวกเราหรอกนะค่ะฉันสัญญาด้วยเกียรติของหัวหน้าหมู่เนตรนารีสามปีซ้อนเลยค่ะ!”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเมื่อวานที่ตามฉันมาใช่พวกเธอรึเปล่าแล้วมีจุดประสงค์อะไรถึงทำแบบนี้”
ฮโยยอนถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตรมากขึ้น
“พวกเมื่อวานที่ว่านะลิ่วล้อผมเอง”
จงฮยอนพูดทั้งๆที่เส้นบะหมี่ยังคาอยู่ในปากของเขา
“วันนั้น.....ในวันเกิดของพี่เจสสิก้าพี่เป็นคนพาพี่เขาออกจากบ้านไปใช่ไหมค่ะ”
“ถามแบบนี้อย่าบอกนะว่าพวกเธอคิดว่าฉันเป็นคนฆ่าเจสสิก้านะ!”
หญิงสาวขึ้นเสียงอย่างหัวเสีย เรื่องอะไรจู่ๆก็จะมาหาว่าเธอเป็นคนร้ายฆ่าคนตายแบบนี้!
“ไม่แปลกหรอกครับถ้ายัยนี่จะคิดแบบนั้น ขนาดผมเคยเจอรุ่นพี่เจสสิก้าแค่ครั้งเดียวยังโดนหาว่าเป็นคนร้ายได้เลย”
ชายหนุ่มพูดหลังจากจัดการกับบะหมี่ในชามจนหมดเกลี้ยง
“แล้วนายจะมาเท้าความทำซากอะไร!”
โซจินทุบโต๊ะเสียงดังจนคนในร้านหันมามองเธอเป็นตาเดียว ก่อนที่หญิงสาวจะหันไปฉีกยิ้มกว้างให้กับฮโยยอน
“ถ้าพี่ไม่อยากให้ฉันคิดว่าพี่เป็นคนร้าย ก็ช่วยรีบๆเล่ามาเถอะค่ะว่าหลังจากพวกพี่ออกมาจากบ้านพี่เจสสิก้าแล้วมันเกิดอะไรขึ้น!”
 



18 เมษายน
“ฮโยยอนที่นี่มันผับนี่นา!”
เจสสิก้าหันกลับไปมองฮโยยอนด้วยความแปลกใจ ก็ไหนว่าจะพามางานวันเกิดที่เพื่อนๆช่วยกันจัดให้เธอไงละ ไหงถึงกลายเป็นว่ามาที่ผับซะได้
“เออก็ผับอะดิ รีบเข้าไปกันเหอะเจสป่านี้คนอื่นเขามากันหมดแล้ว”
ฮโยยอนฉุดแขนของเจสสิก้าเข้าไปด้านใน หญิงสาวพบกับความผิดปกติทันทีที่ก้าวเข้ามาด้านในตามปกติในผับมันก็น่าจะมีแต่เสียงดนตรีอึกทึกครึกโครม กลิ่นบุหรี่เหม็นฉุน และผู้คนที่เบียดเสียดดิ้นกระแด่วๆเป็นหนอนถูกน้ำร้อนลวกซินะ แต่ที่แห่งนี้กลับไม่มีอะไรซักอย่างไม่มีแม้แต่คนซักคนด้วยซ้ำ
“แน่ใจนะฮโยยอนว่าเธอไม่ได้พาฉันมาผิดที่”
เจสสิก้าหันกลับไปถามฮโยยอน ที่ตอนนี้น่าจะยืนอยู่ข้างๆเธอแต่ข้างตัวเธอมันกลับมีเพียงความว่างเปล่า
“ฮโยยอนหายไปไหนนะ ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ”
หญิงสาวคิดก่อนที่แสงไฟที่ตอนแรกเปิดสว่างจ้าอยู่จะค่อยๆดับลงทีละดวง เจสสิก้าหันไปมองรอบตัวด้วยความงุนงงก่อนที่ความสงสัยทั้งหมดจะคลายออกเมื่อประตูทางเข้าถูกเปิด เสียงเพลงแฮปปี้เบริดเดย์ที่ดังกระหึ่มจากจากกลุ่มเพื่อน และแสงเทียนวูบวาบบนเค้กช็อกโกแล็ตของโปรดในมือของชีวอนสิ่งเหล่านี้มันทำให้เจสสิก้าหุบยิ้มไม่ได้จริงๆ
“วันเกิดปีนี้จะเป็นปีที่ฉันไม่มีวันลืมเลย....”
“ฮโยยอนๆ ตื่นซิ...ให้ตายทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้นะ”
เจสสิก้าบ่นออกมาเมื่อพยายามปลุกเท่าไหร่ฮโยยอนที่ดูเหมือนจะเมาจนคอพับจะไม่ยอมลุกขึ้นมาซักที
“ปลุกเท่าไหร่ก็คงไม่ตื่นแล้วละรายนี้ ก็เล่นซัดเบียร์เข้าไปตั้งสามขวดนี่นา”
ชีวอนพูดอย่างขำๆ เพราะปกติเด็กสาวคนนี้ออกจะเป็นคนแก่เรียนแต่วันนี้เธอกลับเมาจนหมดสภาพแบบนี้
“แล้วทีนี้จะทำยังไงดีละค่ะ ถ้าฮโยยอนเป็นแบบนี้ฉันจะกลับบ้านยังไงตอนนี้ก็ใกล้เวลาที่ฉันตกลงกับแม่ไว้แล้วว่าจะกลับบ้าน ฉันไม่อยากผิดสัญญากับแม่เลยคะ”
ชีวอนถึงกับยิ้มออกมาในท่าทางที่ดูเป็นกังวลของแฟนสาว
“ก็ทิ้งยัยเด็กขี้เมานี่ไว้ที่นี่แหละพอส่างเดี๋ยวก็กลับเองแหละ ส่วนเธอก็รีบกลับบ้านไปซะเดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง”
ชายหนุ่มพูดก่อนจะค่อยๆลูบเรือนผมสีบล์อนอ่อนนุ่มของเธอเบาๆด้วยความรักใคร่
“คอยดูนะฮโยยอนพรุ่งนี้ฉันจะเฉ่งเธอให้เละโทษฐานปล่อยให้ฉันกลับบ้านคนเดียว”
เจสสิก้าพูดก่อนจะหันไปยิ้มให้กับแฟนหนุ่ม...แต่ในตอนนั้นเธอไม่อาจรู้เลยซักนิดว่าวันพรุ่งนี้สำหรับเธอมันไม่มีอีกแล้ว…………
 



“หลังจากนั้นพอฉันส่างตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นเจสสิก้าแล้ว ตอนนั้นมันเกือบจะเที่ยงคืนเข้าไปแล้วละมั้งฉันนึกว่าเจสกลับบ้านไปแล้วก็เลยกลับบ้าง แต่แม่ของเจสกลับโทรมาบอกว่าเจสยังไม่กลับบ้านเลย จากนั้นฉันก็ไม่รู้เรื่องอะไรแล้วจนกระทั่งมีคนไปเจอศพเพื่อนฉันในห้องชีวะนั่นแหละ”
“...”
“ถ้าตอนนั้นฉันไม่ดื่มจนเมาเรื่องมันก็คงไม่เป็นแบบนี้ เจสสก้าก็คงไม่ต้องตาย....”
ฮโยยอนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าอนาคตจะเป็นยังไง เพราะอย่างนั้นอย่าโทษตัวเองเลย”
โซจินหันกลับไปมองหน้าจงฮยอนอย่างแปลกใจ
“หมอนี่นอกจากชอบพ่นคำร้ายกาจทำร้ายจิตใจคนอื่นแล้วยังรู้จักพูดปลอบใจด้วยแหะ”
“หมอนี่พูดถูกแล้วค่ะมันไม่ใช่ความผิดของพี่เลย เพราะพี่เองก็คงไม่อยากให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้หรอกใช่ไหมค่ะ”
ฮโยยอนยิ้มออกมาอีกครั้งจนได้ในท่าทางที่ดูเป็นห่วงเป็นใยความรู้สึกของเธอของสองคนนี้ทั้งๆที่พวกเขาเพิ่งจะรู้จักกับเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง.....
“ขอบคุณมากนะ”
คำกล่าวขอบคุณที่ออกมาจากใจของหญิงสาวถูกเอ่ยออกมาเพื่อตอบแทนน้ำใจที่คนแปลกหน้าสองคนนี้มีให้กับเธอ....
 



โรงเรียนมัธยมปลายคยองซานในเวลาหลังเลิกเรียนไม่กี่นาทีมีแต่เสียงดังครึกโครมของเหล่านักเรียนที่พากันทยอยออกจากโรงเรียนอย่างมีความสุขที่คาบเรียนอันแสนน่าเบื่อในวันนี้หมดลงซะที จะมีก็แค่เพียงหญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยหวานและเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังเดินห่อเหี่ยวหมดอะไรตายอยากลงมาจากอาคารเรียน
“เป็นอะไรของเธอทำหน้ายังกับโลกจะแตกงั้นแหละ”
จงฮยอนที่ยืนอยู่ข้างๆถามขึ้น โซจินพ่นลมหายใจออกมาจากจมูกอย่างเซ็งๆ
“สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้อะไรซักอย่าง พวกเราอุตส่าห์ตามหารุ่นพี่ฮโยยอนจนเจอแต่มันกลับแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ให้ตายเหอะนี่ฉันต้องทนกับเรื่องพวกนี้ไปอีกนานแค่ไหนเนี่ย!”
“ใจเย็นๆซิอย่างน้อยพวกเราก็รู้ว่าหลังจากรุ่นพี่ฮโยยอนออกมากับรุ่นพี่เจสสิก้าแล้วมันเกิดอะไรขึ้นนะ”
“แล้วทำไมถึงต้องเป็นฉันที่มาเจอเรื่องพวกนี้ด้วยเนี่ย! คนมีออกล้นโลกแต่มันกลับต้องเป็นฉันที่ซวยแบบนี้!!”
หญิงสาวขยุ้มหัวตัวเองไปมาพลางกระทืบเท้าอย่างไม่สบอารมณ์แบบสุดๆ
“เธอเคยบอกว่าตัวเองเกิดวันเดียวกับรุ่นพี่ไม่ใช่หรือไง...บางที่อาจเป็นเพราะเรื่องนี้ก็ได้นะ เหมือนในหนังไงพลังพิเศษของคนที่เกิดวันเดียวกันหรืออะไรทำนองนั้น”
 โซจินหยุดขยุ้มหัวตัวเองแล้วหันกลับไปมองหน้าจงฮยอน
“ถ้าเป็นแบบนั้นจะมีที่ไหนรับเปลี่ยนวันเกิดให้ฉันบ้างเนี่ย!”
“ไหนๆมันก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วแทนที่เธอจะมานั่งโวยวาย เรามาตั้งใจตามหาคนร้ายให้เจอแล้วทำให้เรื่องนี้มันจบๆไปไม่ดีกว่ารึไง”
“เฮ้อ....”
หญิงสาวถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ล้านของวัน ยังไงซะเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆซินะ
“ตอนแรกรุ่นพี่เจสสิก้ามาขออนุญาตไปงานเลี้ยงวันเกิดกับรุ่นพี่ฮโยยอน หลังจากนั้นรุ่นพี่ฮโยยอนก็เมาจนหลับไปทำให้เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งรุ่นพี่เจสสิก้าถูกใครซักคนฆ่าตาย”
จงฮยอนพูดลำดับเหตุการณ์ต่างๆที่เขารู้ออกมาออกมา
“เดี๋ยวๆพูดช้าๆหน่อยซินายฉันยังไม่ทันจดอะไรไว้เลยนะ!”
โซจินล้วงหยิบสมุดบันทึกสีหวานของเธอออกมา แต่หญิงสาวกลับพบว่าบางอย่างในกระเป๋ามันหายไป
“อะไรเหรอ”
จงฮยอนถามเมื่อเห็นว่าโซจินพยามควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋า
“สงสัยฉันจะลืมกล่องดินสอเอาไว้บนห้องนะ นายรออยู่ตรงนี้แป็บหนึ่งนะ”
“ดะ...เดี๋ยว”
โซจินยัดกระเป๋าของเธอใส่มือจงฮยอนแล้วรีบวิ่งกลับขึ้นไปบนอาคารก่อนที่ชายหนุ่มจะห้ามเธอทัน
“ฉันจะบอกว่ายืมของฉันก็ได้......แต่เธอก็ไปซะแล้ว”
 
โซจินวิ่งขึ้นมาบนอาคารด้วยความรีบร้อน
“ทำไมถึงได้สัพเพร่าแบบนี้นะ!”
หญิงสาวกร่นด่าตัวเองในใจ ก่อนจะมาหยุดยืนหอบอยู่หน้าห้องเรียนของตัวเองอย่างหมดสภาพ ปลายนิ้วของหญิงสาวกำลังจะแตะเปิดบานประตูออกแต่มันก็ต้องหยุดค้างอยู่แบบนั้นเมื่อสายตาของเธอมันไปสะดุดเข้ากับชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังนัวเนียกันอยู่ในห้อง ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังบดเบียดกันอย่างดูดดื่มพร้อมกับมือที่ปัดป่ายไปบนร่างกายของอีกฝ่าย ดวงตาของโซจินเบิกกว้างก่อนที่เสียงแผ่วเบาเพราะความตกใจจะหลุดออกมาจากปากของหญิงสาว.....
“อึนจอง....อาจารย์ชีวอน!!”

****************************************************

วันศุกร์มาถึงอีกแล้วค่ะทุกคน เพราะฉะนั้นเราก็ได้มาเจอกันอีกครั้งพร้อมกับตอนที่12^^
อึนจองกับชีวอน! พระเจ้าช่วยกล้วยยังไม่ได้ทอดแล้วทีนี้จะเป็นยังไงกันต่อละเนี่ย....
อยากรู้อย่าลืมติดตามตอนต่อไปกันนะค่ะทุกคน แล้วเจอกกันวันศุกร์หน้าค่ะ^_^

---------เช่นเคย อย่าลืมคอมเม้นกันเยอะๆน๊า ไรเตอร์มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยตอนเห็นคอมเม้นกับยอดวิวขึ้น^^--------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

296 ความคิดเห็น

  1. #275 jyh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2555 / 00:54
    อาจารย์ร้ายเเรง ฮึฮึ

    สองคนนั้นเเท็คทีมกันไม่มีฉากซึ้งๆเลย

    เเล้วจองชอนอีกหลงรักฮโยซะเเละ
    #275
    0
  2. #151 KyuhyunWife (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 19:14
    omg eunjung and siwon
    #151
    0
  3. #150 N++ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 / 21:39
    กำลังสนุกเลย อิอิ
    #150
    0
  4. #149 nanays (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2554 / 16:08
    ลุ้นระทึกค่ะ
    #149
    0
  5. #148 เชอร์รี่ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 21:36
    ไรต์ติ้งคะ!!!! อัพเร็วๆๆหน่อยได้มั้ย???ช้านจะไม่ไหวแร้วนะ...อยากรุ้ๆๆๆว่าเรื่องราวจะเปนยังไง
    #148
    0
  6. #147 NaM_SouhE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 00:30

    เร็วกว่านั้นไม่ได้เหรอ คนอ่านจะขาดใจ

    #147
    0
  7. #146 นัม ชอนซา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 20:33
    ไอ๊ย๊ะ!! ตอนจบมันตัดอารมณ์มากเลยไรเตอร์
    อยากอ่านตอนต่อไปจะแย่แล้ววววววววววววววว
    #146
    0
  8. #145 MYH (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 20:24
    ว๊าก....น้องสาวจ๋าออนนี่อยากอ่านต่อแล้วอะ



    กำลังหนุกเลย....เป็นกำลังใจให้น้องสาวที่น่ารักนะจ๊ะ



    Jong Hyun...Fighting !!!



    x_O ออนนี่รออ่านอยู่นะน้องรัก.....
    #145
    0
  9. #144 bbpond (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 19:59
    โอ้ หรือว่า!?!? จะเป็นแบบที่เราคาดเดาเอาไว้
    อยากอ่านต่ออะ >_<
    รู้สึกว่าตอนนี้พระเอกกับนางเอกของเราไม่ค่อยจะสวีทกันเลยเนาะ
    แถมยังกลับไปจิกกัดกันตามเดิมอีก
    แต่ก็ชอบนะแบบนี้ มันไม่หวานเลี่ยนเกินไปดี ^__^
    #144
    0